นิยาย ตำนานศาสตราวุธ
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 , 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 >>
ความคิดเห็นที่ 422
คห. 421 ไอเอเอเนี่ย รู้อะไรดีกับศาสนาของตนเองมั่ง แล้วสมัยนี้เขาหยุดเผากันนาน ขนาดผมคนพุทธนเนี่ย แล้วคุรรู้อะไรเกี่ยวกับศาสนาตนเองบ้าง ประวัติศาสก็คือประวัติศาสตร์มันก้แล้วแต่คนวิเคราะห์สิครับ เนี่ยแหละเหตุผลทำไมคนไทยตีกันก้เพราะคนอย่างงี้ ไม่ชอบก้บอกกันดีๆสิครับ ผมก็เป็นแฟนบล็อกเขามานาน ก็กลางๆหน่อยทำไมต้องเอาศาสนามาอ้าง พระเจ้าสอนให้ พุทธศาสนาก้สอนให้รักด้วยคำว่า ฉันทะ ด่าแบบนี้ไม่อายคนที่เขามาอ่านกันบ้างเหรอครับ ส่อสกุลเลยนะเนี่ย - - รู้จักเขาดีแล้วหรอว่าเขาเป้นคนยัไงมาด่าอ่ะฮะ
Name : ยกสยาม [ IP : 124.121.95.150 ]

วันที่: 18 พฤษภาคม 2553 / 00:34
ความคิดเห็นที่ 421(จากตอนที่ 51)

ขอบคุณมากครับผม สำหรับความรู้

อย่าเสียกำลังใจกับคอมเมนต์ที่ไม่ดีนะครับ

Name : SHIEN < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ SHIEN [ IP : 183.89.80.59 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 พฤษภาคม 2553 / 23:31
ความคิดเห็นที่ 420(จากตอนที่ 50)

เข้ามาอ่านอีกครั้งครับผม ขอบคุณมาก ๆ ครับ

Name : SHIEN < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ SHIEN [ IP : 183.89.80.59 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 พฤษภาคม 2553 / 23:29
ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
ความคิดเห็นที่ 418
ไปอ่านตอนที่ 57 สิครับ
PS.  หากฟ้าสวรรค์ปกครองด้วยพระเจ้าเพียงพระองค์เดียวได้แล้วไซร้ ไฉนบนผืนพิภพจักมีจอมจักรพรรดิเพียงพระองค์เดียวมิได้ - ติมูร์เลน
Name : ติมูร์ข่าน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ติมูร์ข่าน [ IP : 118.172.133.126 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 พฤษภาคม 2553 / 23:01
ความคิดเห็นที่ 417
อ่านในหนังสือบันทึกของบาทหลวงตาชาจ์ต บอกว่า พระนารายณ์ท่านสั่งต่อเรือฟริเกต ลูกเดียวเวลาจะออกเสด็จ
เออ จะว่าไป เรือฟริเกตเนี่ยเป้นยังไงครับ เห้นว่าท่านเอาปืนใหญ่ใส่ได้8กระบอกเอง
Name : ยกสยาม [ IP : 124.121.102.175 ]

วันที่: 17 พฤษภาคม 2553 / 22:55
ความคิดเห็นที่ 416

ตอบ คห.415
ถ้าให้ว่าเรื่องชนเผ่าแดนใต้ของจีน ผมคงไม่ถนัดล่ะครับ ข้อมูลไม่ค่อยจะมี ส่วนเรื่องกลองศึกนั้นก็ยังคลุมเครือๆครับ ไม่รู้ว่าจะไปหาจากไหน เพราะผมรู้มาว่าการส่งสัญญาณกลองในสมัยโบราณจะมีทำนองและจังหวะที่ต่างกันออกไป เพื่อใช้ในต่างโอกาสกันอย่างสัญญาณรุกกับสัญญาณถอย ซึ่งก็จะใช้คู่กับเสียงแตรและสัญญาณธงไปด้วย ซึ่งในกรณีกองทัพไทยเรานั้น ผมค้นเจอในตำราพิชัยสงคราม ร.1 ว่าเราจะใช้สัญญาณธง 3 ประเภทคือ 
ธงชายเดี่ยว - ธงพลราบ
ธงสามชาย - ธงพลม้า
ธงห้าชาย - ธงพลช้าง
กล่าวคือจะต้องโบกธงสัญญาณก่อนครับ จากนั้นก็ลั่นกลองรบอีกทีนึงนั่นเอง
เอาเป็นว่าถ้าใครอยากฟังเสียงกลองรบ ก็ลองไปค้นๆคำว่า "กลองปูจา" หรือ "กลองสะบัดชัย" หาดูในเว็บยูทูบไปก่อนก็แล้วกันนะครับ
ตอบ คห.417
เรือรบของเราก็ไม่ได้มีอะไรมากหรอกครับ ถ้าเป็นเรือฝีพายก็อย่างที่ได้บอกไปแล้ว และผมก็ได้เอาลิงค์เว็บไซด์เกี่ยวกับเรือพระราชพิธีกำกับไว้ให้ด้วยแล้ว ส่วนเรือรบน้ำลึกนั้น หลักๆแต่เดิมจะเป็นเรือสำเภาจีนล้วนครับ รูปทรงเดียวกันเป๊ะๆ นอกนั้นก็เป็นเรือใบแขก เพราะความที่สยามเรามีสายสัมพันธ์กับรัฐมุสลิมและจีนมาอย่างยาวนานแล้วนั่นเอง แต่เมื่อพวกยุโรปเข้ามาแล้ว เราก็เริ่มใช้เรือรบอย่างยุโรป แต่เราก็ยังประยุกต์ทรงด้วยการเอารูปตัวเรือเป็นเรือป้อมอย่างยุโรป แต่ใช้ใบสำเภาอย่างจีนตามที่ได้บอกไปแล้ว จนกระทั่งเข้าสมัยรัตนโกสินทร์แล้วนั่นล่ะครับ เราจึงใช้เรือรบยุโรปเต็มรูปแบบในทีสุด


PS.  หากฟ้าสวรรค์ปกครองด้วยพระเจ้าเพียงพระองค์เดียวได้แล้วไซร้ ไฉนบนผืนพิภพจักมีจอมจักรพรรดิเพียงพระองค์เดียวมิได้ - ติมูร์เลน
Name : ติมูร์ข่าน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ติมูร์ข่าน [ IP : 118.172.133.126 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 พฤษภาคม 2553 / 21:56
ความคิดเห็นที่ 415(จากตอนที่ 63)
อยากได้รูปเรือแบบต่างๆจังครับว่าไทยสมัยก่อนมีแบบไหนมั้ง
PS.  คุณไม่รู้หรอกว่าจะเจออะไรบ้างในอินเตอร์เน๊ต
Name : ~พระจันทร์สีเลือด~ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ~พระจันทร์สีเลือด~ [ IP : 61.90.114.12 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 พฤษภาคม 2553 / 14:03
ความคิดเห็นที่ 414(จากตอนที่ 63)
หายไปนานจริงๆนะครับ
กลับมาทีทำเอามึนเลยทีเดียว
แต่เรือป้อม ดูแปลกๆยังไงไม่รู้..
เหมือนปลาที่ปากยาวๆแหลมๆ (คุ้นๆ)


PS.   อันจะว่าไป...น้ำตาลในเลือดขึ้นอีกแล้ว
Name : quose < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ quose [ IP : 58.11.0.178 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 พฤษภาคม 2553 / 13:53
ความคิดเห็นที่ 413
ขอบคุณที่ไปบอกกล่าวขอรับให้มาเยือนอ่านอีกสักครั้ง

อยากให้เพิ่มเรื่อง ของไป่เย่ว อีกสักเรื่องจะได้ไหม พอดีอยากอ่านเรื่อง เย่วร้อยเผ่า , กลองศึก


แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 17 พฤษภาคม 2553 / 12:16

PS.   vbvb World of Warcraft Classes Rogue Hail~ Megatron!
Name : shiroro < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ shiroro [ IP : 124.121.245.236 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 พฤษภาคม 2553 / 12:07
ความคิดเห็นที่ 412(จากตอนที่ 63)
กว่าจะมานะพ่อคุณนึกว่าทิ้งแล้วซะอีกแน่ะ
Name : ยกสยาม [ IP : 124.122.49.184 ]

วันที่: 16 พฤษภาคม 2553 / 21:43
ความคิดเห็นที่ 411(จากตอนที่ 63)
หายไปนาน กลับมาพร้อมสาระเต็มเปี่ยม =[]=
PS.  ที่เม้นท์มาเป็นความเห็นส่วนตัวครับ ถ้าผิด ขออภัยด้วย + งดเสวนากับจัณฑาลนะครับ
Name : jonisporn yayimsinri < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ jonisporn yayimsinri [ IP : 124.120.206.43 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 พฤษภาคม 2553 / 18:03
ความคิดเห็นที่ 410(จากตอนที่ 5)
#3 แบบของ ลิโป้ ใช้ มันแล้วแต่ผู้เสนอเขาทำ ซื่งมีหลายเวอร์ชั่นเหลือเกีน ถ้าแบบ หนัง3ก๊ก ที่เราดูๆกัน ลิโป้ จะให้ ง้าว แนวเน้นแทง คล้ายๆกับ หอกใหญ่ของ อัศวินอังกฤษ เรียกว่า lance แต่ถ้า เวอร์ชั่นเกม DW (ช่วง1-5) จะใช้ ง้าวที่มีปลายไว้แทง และ ตรงใบง้างส่วนกลาง-ล่าง จะมีตะขอแยกออกมา2ข้างคล้ายๆ จันทร์เสี้ยว เอาไว้เกี่ยวกระชาก หรือสับตัดได้ (แล้วแต่จะใช้) ซื่งดูๆแล้วคล้ายๆขวาน และ คล้ายๆ อาวุธพวก halberd ของทางตะวันตก ที่เป็น ขวานด้ามยาว และ มีใบมีดไว้แทง ตรงส่วนปลาย ซื่งในเกม จะเรียกอาวุธของ ลิโป้ ว่า halberd เหมือนกัน

แต่พอมาช่วง DW 6+ ลิโป้ มาแนวใหม่ ถืออาวุธแปลกๆ ที่เหมือนกับ กงจักร แต่เป็นดาบใหญ่ 4เล่มต่อกัน ในเกมเรียกว่า cross blade

แต่ถ้าเอาแนวอิงจากบันทึกประวัติศาสตร์จริงๆ ลิโป้ จะใช้อาวุธง้าว ประเภทที่เรียกว่า "ฟางเทียนฮวายี่" (方天画戟) ซื่งจัดในประเภทเดียวกันกับ halberd และเป็นแบบเดียวกับที่ใช้ในเกม DW 1-5

http://en.wiktionary.org/wiki/%E6%96%B9%E5%A4%A9%E7%94%BB%E6%88%9F

ส่วน จขบค. ผมว่า แค่4ประเภทยังน้อยไปน่ะ อย่าลืมว่ายังมีแบบที่ใช้ แทง+ปา+ฟัน ที่เรียกว่า lance ซื่งจัดได้ว่าใกล้เคียงกับ pike มากๆ แล้วอย่างที่ #3 ว่ามาก็ถูก ยังมีแบบที่เรียกว่า javelin และ แบบที่เป็นตะขอเกาะติดที่เรียกว่า harpoon

ยังมีอีกแบบที่คล้ายๆกับ ง้าว+เคียว ที่ส่วนมากมักใช้ไว้สับ เจาะทะลุพวกเกราะหนาๆ กับ โล่ (คล้ายๆจอบ) เรียกๆกันว่า harken

จะว่าไปแล้วพวก อาวุธปลายแหลม ด้ามยาวๆ เรียกโดยรวมว่า spear นั่นมีเยอะแยะหลายประเภทมากๆ
Name : Sanada_Yukimura [ IP : 202.137.137.144 ]

วันที่: 9 พฤษภาคม 2553 / 06:12
ความคิดเห็นที่ 409(จากตอนที่ 5)
คนโบราณ อก3 ศอก เข้าใจเปล่า หอกแค่5 เมตร ทำไมจะยกไม่ได้
Name : TENMAN [ IP : 222.123.113.170 ]

วันที่: 8 พฤษภาคม 2553 / 14:19
ความคิดเห็นที่ 408(จากตอนที่ 41)
wwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwwww
Name : wwwwwwwwwwwwww [ IP : 124.121.238.148 ]

วันที่: 23 เมษายน 2553 / 12:34
ความคิดเห็นที่ 407

ฝากแปะนิยายครับ ..trinity online ..


PS.  ไปลุยให้สุดขอบนรกเลยนะคู่หู
Name : skull < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ skull [ IP : 183.88.47.110 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 เมษายน 2553 / 22:54
ความคิดเห็นที่ 406

ขอบคุณสำหรับเนื้อหาดีๆนะคะ
ชอบการบรรยายของคุณมากเลย
อ่านแล้วเหมือนฟังอาจารย์ยิ่งศักดิ์บ่น 555+
(ก็ชอบใช้คำว่า คุณๆๆ เหมือนเลยยยย)

ได้รับรูปประวัติศาสตร์มากขึ้นอีกโขเลย
โอกาสหน้าก็ขอมาเสพความรู้ดีๆ นี้อีกนะคะ 


PS.  คนเรามีค่าถ้ารู้จักคำว่าพยายาม
Name : -( Lune )- < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ -( Lune )- [ IP : 124.122.80.155 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 เมษายน 2553 / 17:13
ความคิดเห็นที่ 405(จากตอนที่ 41)
มักมีคำถามเสมอว่า หากสยามมีชุดเกราะใช้แล้วไม่เห็นเหลือให้คนรุ่นหลังเห็นบ้างเลยหรือ " ทำไม "
๑ . ในความคิดของผม ปัจจุบันคนที่มีเสื้อเกราะเป็นสมบัติส่วนตัว ก็หายากแล้ว เพราะ " เป็นยุทโธปกรณ์ควบคุม "
คนที่เป็นทหารเองยังหาได้น้อยคนเลย ย้อนไปสมัยก่อนยิ่งแล้วใหญ่ เพราะคนธรรมดา ( คนไทยสมัยก่อน ) หากมีเสื้อเกราะอยู่กับตัว นั่นอาจหมายถึง การเตรียมเป็นกฏบ ต่อแผ่นดิน เพราะเป็นสิ่งที่เกินความจำเป็นอย่างยิ่ง
๒. คิดตามระยะเวลา ไทยทำศึกกับพม่า ในสงครามครั้งใหญ่ๆ แต่ละห้วงห่างกับประมาณ ๒๐๐ ปี ( ห้วงเสียกรุงครั้งที่ ๑ - ๒ ) ดังนั้นคงหาได้น้อยคนที่จะเตรียมชุดเกราะไว้เพื่อรอทำศึก
๓. วิวัฒนาการของ " ปืนไฟ " คงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้สื้อเกราะ " หมดคุณค่าทางทหารลง " คงมีไว้ป้องกันได้เพียงอาวุธระยะประชิดเช่น ดาบ เท่านั้น ดังนั้นการมีอุปกรณ์ที่ไม่สามารถป้องกันอาวุธได้ทุกชนิดย่อมลดความสำคัญลง แต่ไม่ได้หมายถึงว่า " ไม่เคยมีใช้ " เพราะในระยะหลังการรบประชิดน้อยลง
๔. เหตุผลที่ว่าภาพวาดตามฝาผนังวัดต่างๆไม่มี อาจเนื่องจากช่างวาดภาพเป็นการวาดในยุคหลังๆซึ่งวาดตามจินตนาการของตนเอง หรือวาดจากคำบอกเล่าของคนที่เห็นอีกทอดหนึ่ง ช่างวาดอาจไม่เคยเห็นการรบในสมรภูมิเลย
เพราะคงไม่มีช่างวาดภาพที่ไหนตามไปวาดภาพในที่ทำการรบ ดังนั้นภาพการรบที่เกิดขึ้นจึงเป็นภาพที่เห็นทหารในเครื่องแบบยามปกติหรือการตามเสด็จของพระมหากษัติย์เท่านั้น แล้ววาดโดยใช้จินตนาการที่ตนเห็นลงไป คิดเอาง่ายๆ หากไม่มีกล้องถ่ายรูป เราเคยเห็นทหารปัจจุบันใส่เสือเกราะด้วยตาเราเองสักกี่ครั้ง
Name : ทหารไทย [ IP : 58.8.110.73 ]

วันที่: 7 เมษายน 2553 / 16:24
ความคิดเห็นที่ 404
พวกเกาหลีที่อ้างตัวว่าเป็นต้นกำเนิดของทุกอย่างนั้น ช่างมันเถอะครับ ขนาดพวกนักวิชาการประเทศนั้นมันยังบ้าตามไปด้วย กู่ไม่กลับแล้วล่ะ น่าเสียดายก็แต่วัยรุ่นไทยที่บ้าเกาหลีบางส่วนดันเชื่อซะด้วยนี่สิ

เรื่องอาวุธของเอเซียนี่ ถ้าชนกับพวกยุโรปสมัยก่อนลัทธิจักรวรรดินิยม และการปฏิวัติอุตสาหกรรม รับรองว่าพวกยุโรปเละแน่ ที่จริงก็น่าเสียดายมาก เพราะการต่อยอดด้านวิทยาการของชาวเอเซีย โดยเฉพาะคนจีนซึ่งถือเป็นผู้นำทางด้านนี้นั้น เกิดการหยุดชะงัก ในขณะที่พวกยุโรปนั้นพัฒนาแบบก้าวกระโดดจากการปฏิวัติอุตสาหกรรม

แต่ก็ดีแล้ว เพราะสิ่งที่ทำพวกฝรั่งนับถือชาวเอเซียไม่ใช่เรื่องของวัตถุนิยม แต่เป็นหลักแนวคิดและปรัชญาต่างๆ อย่างพุทธศาสนาที่พวกตะวันตกทึ่งมาก เพราะสามารถตอบปัญหาและนำมาใช้ให้เห็นผลจริงๆได้ ไม่ต้องรอพึ่งแต่ศรัทธาอย่างเดียว

นานๆจะเข้ามาเล่นสักทีหลังจากหายไปนาน รู้สึกดีที่มีบทความให้ความรู้สร้างสรรค์ทำนองนี้อยู่
PS.  คำพูดคือสิ่งที่คนสามารถใช้แสดงตัวตนได้
Name : eagle(Original) < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ eagle(Original) [ IP : 203.150.209.129 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 เมษายน 2553 / 15:18
ความคิดเห็นที่ 403

คห. ๔๐๑

สาเหตุที่ชาวไทยเรียกชาวจีนแทนที่จะเรียกว่าชาวฮั่น สาเหตุหลักอย่างที่ทราบไปแล้วคือ ราชวงศ์ฉินเป็นราชวงศ์แรกที่รวบรวมแผ่นดินจีนให้เป็นหนึ่ง ทำให้บรรดารัฐข้างเคียงล้วนแต่เรียกแผ่นดินจีนว่า “ฉิน” หรือ “จิ๋น” ตามไปด้วย ซึ่งต่อมาก็เพี้ยนลดเสียงไปมาจนกลายเป็นคำว่า “จีน”นั่นเอง และพวกยุโรปก็แผลงคำว่าจีนกลายเป็นคำว่า “ไชน่า” (China) ในกาลต่อมา

 ส่วนสาเหตุที่อ้างว่า ในเวลานั้นรัฐไทยยังไม่เป็นรูปเป็นร่างเลยนั้น เห็นทีจะเป็นเหตุผลที่มิสม เพราะเมื่อสองพันปีก่อน ก็มีนครรัฐเล็กๆกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปในแหลมสุวรรณภูมินี้แล้ว และบรรดารัฐเหล่านี้ก็คงมีปฏิสัมพันธ์ทางการเมืองและการค้ากับแผ่นดินต้าฉิน จนพวกเขาติดปากเรียกว่า “จิ๋น” (จนคลอนคำมาเป็นคำว่า “จีน” ในภายหลัง)  และแม้นว่าแผ่นดินจีนจะมีการผลัดเปลี่ยนราชวงศ์อยู่เสมอๆ แต่ผู้คนในอุษาคเนย์ก็ติดปากที่จะเรียกชาวจีนอยู่สืบมา

คห.๔๐๓

ผมต้องกล่าวขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ที่มีนายทหารชั้นสัญญาบัตร ผู้มีความรู้และประสบการณ์ในสนามรบมาร่วมด้วยช่วยออกความเห็นเช่นนี้ นับว่าความรู้ของคุณเป็นการช่วยยกระดับบทความอันเล็กน้อยของผมให้มีค่ายิ่งๆขึ้นไปทีเดียว

คห.๔๐๔

อันความคิดเห็นของคุณนั้น ทำให้ผมนึกถึงเรื่องประวัติศาสตร์จอมปลอมที่พวกเกาหลีลงทุนมาประโคมเมื่อเร็วๆนี้ (ซึ่งผมคิดว่าคุณคงทราบแล้ว) ก็ทำเอาผมขัดเคืองใจอยู่มิน้อย เพราะผมเองก็มีเชื้อจีน - ล้านนา การที่เกาหลีเหิมเกริมถึงบรรพชนชาวจีนและยังอ้างสิทธิ์เหนือแผ่นดินมาตุภูมิเช่นนี้ ก็ขอกล่าวอย่างบ้านๆว่า “หน้าด้านเกินทน” จริงๆ   


PS.  หากฟ้าสวรรค์ปกครองด้วยพระเจ้าเพียงพระองค์เดียวได้แล้วไซร้ ไฉนบนผืนพิภพจักมีจอมจักรพรรดิเพียงพระองค์เดียวมิได้ - ติมูร์เลน
Name : ติมูร์ข่าน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ติมูร์ข่าน [ IP : 113.53.28.15 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 เมษายน 2553 / 23:11
ความคิดเห็นที่ 402(จากตอนที่ 15)
ยังไงก็ช่าง แต่ยังไงกุก็ไม่ยอมให้มันขยายอำนาจมาสยามหรอก
PS.  หญิงพรหมจารีหายากยิ่ง ขออุทิศทั้งชีวิตเพื่อหาสาวพรหมจารีมาเคียงกาย
Name : ขุนกำแหง < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ขุนกำแหง [ IP : 110.164.234.142 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 มีนาคม 2553 / 17:43
ความคิดเห็นที่ 401(จากตอนที่ 41)
เรียนเพื่อสมาชิกทุกท่าน
ตามที่มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้มีข้อสงสัยเรื่อง " ชุดเกราะของไทย " และได้มีเพื่อนสมาชิกได้กรุณาค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อตอบข้อสงสัย โดยได้ค้นคว้าข้อมูลจากหลักฐานต่างๆทั้งของไทย และต่างประเทศ ซึ่งผมเองซึ่งเป็นทหารที่จบจากโรงเรียนนายหทหารของกองทัพบก" ต้องขอแสดงความนับถือ" ที่ได้กรุณาหาคำตอบเพื่อเป็นวิทยาทาน อย่างมีหลักการและมีการแสดงหลักฐานอย่างเป็นระบบ
สำหรับตัวผมเองก็เป็นทหารที่มีประสพการณ์ด้านการรบมาบ้างเมื่อปฏิบัติภารกิจตามแนวชายแดนจึงอยากนำความรู้สึกมาถ่ายทอด รวมถึงสนับสนุนความคิดที่ว่า " ทหารไทยน่าจะมีเสื้อเกราะใช้มาแต่ครั้งโบราณ " เนื่องจากทหารก็คือมนุษย์ธรรมดา ซึ่งมีความกลัวเช่นคนทั่วไป ดังนั้นเมื่อได้รับภารกิจ สิ่งสำคัญคือ การเตรียมการ ไม่ว่าจะเป็นด้านอาวุธ เครื่องมือติดต่อสื่อสาร ยานพาหนะ รวมถึงสิ่งอื่นๆอีกมากมาย เครื่องป้องกันชีวิต ( ในที่นี้หมายถึงเสื้อเกราะ)
ก็เป็นสิ่งที่ทหารทุกนายต้องการเพื่อเป็นเครื่องรักษาชีวิตให้สามารถปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จ หากหน่วยมีให้ก็ดีไป แต่หากไม่มี ทหารที่สามารถจัดหามาเองได้เราก็คงต้องดิ้นรนเอง และถ้าต้องเลือกได้สิ่งเดียว ระหว่าง เครื่องลาง/ของขลัง กับ เสื้อเกราะ " ผมขอเลือกเสื้อเกราะ " เพราะเครื่องลาง/ของขลัง เป็นสิ่งที่ช่วยเสริมสร้างกำลังใจเท่านั้น และเป็นความเชื่อส่วนบุคคล เรามิได้ยึดถือเป็นหลักในการรบ
ดังนั้นหากมีผู้เชื่อว่า ทหารยึดถือเครื่งลาง/ของขลังเป็นหลังในการรบ ให้เชื่อได้เลยว่าเขาผู้นั้นไม่เคยผ่านประสพการณ์ที่ต้องรักษาชีวิตเพื่อให้บรรลุภารกิจ เพราะทหารคือผู้ถืออาวุธเข้าทำลายศัตรู และในขณะเดียวกัน ศัตรูก็ต้องการทำลายเราเช่นกัน
Name : ทหารไทย [ IP : 58.8.111.202 ]

วันที่: 30 มีนาคม 2553 / 14:09
ความคิดเห็นที่ 400(จากตอนที่ 41)
ทดสอบก่อนแสดงความเห็น
Name : ทหารไทย [ IP : 58.8.111.29 ]

วันที่: 30 มีนาคม 2553 / 13:28
ความคิดเห็นที่ 399(จากตอนที่ 11)
 เอ่อ ท่านข่านครับ ข้าน้อยเพิ่งนึกขึ้นได้ คำว่า จีน ที่เราเลือกกันนี่ มาจากฉินแน่เหรอครับ ราชวงศ์ฉิน กำเนิดมาก่อน ค.ศ. อีกนะครับ ตอนนั้นไทยเรายังไม่เป็นอาณาจักรรูปร่างเลยมิใช่หรือ? เพิ่งมาเป็นรูปร่างเอนตอน ก่อนราชวงศ์หยวนเองนี่ครับ

 แล้วจะรู้จักราชวงศ์ฉินที่มาเป็นคำว่าจีนได้ยังไงครับ?
PS.  ชักใบเรือขึ้น...เตรียมตัวเดินทาง...มังกรทะเลสีฟ้า...กางปีก ! - เตรียมเดินเรือไปสู่ขอบโลก / The Flying blue sea-dragon ข้าคือ กัปตันโจนิสพอร์น ญาญิมซิลริ คห. ล่าง สนใจจะเดินทางไปกับข้าไหม?
Name : jonisporn yayimsinri < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ jonisporn yayimsinri [ IP : 124.120.111.14 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 มีนาคม 2553 / 00:18
ความคิดเห็นที่ 398
ผมกำลังรอ ตอน จารีตนักรบอยู่เน้อ  ไม่รู้ว่า พอจาว่างๆเอามาลงได้อ่านได้ใม้เอ่ย  พรีสสสสสสสสส
Name : เดรช์ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เดรช์ [ IP : 113.53.207.44 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 มีนาคม 2553 / 13:34
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 , 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 >>