นิยาย ตำนานศาสตราวุธ
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 , 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 >>
ความคิดเห็นที่ 474(จากตอนที่ 59)
สรุปได้อย่างนึงว่า ถ้าคุณอ่านสามก๊กฉบับงิ้ว แม้อ่านจบสามครั้ง คุณก็ยังถูกหลอกทั้งสามครั้ง :D
Name : kissmaker < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ kissmaker [ IP : 110.164.246.58 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 กันยายน 2553 / 02:30
ความคิดเห็นที่ 473(จากตอนที่ 8)
ขอบคุนมากคับที่นำมาให้อ่าน ดีจังนิ ^^
Name : หินบนดิน~ < My.iD > [ IP : 1.46.200.128 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 กันยายน 2553 / 08:25
ความคิดเห็นที่ 472
Sirrr!!!
Name : ยกสยาม [ IP : 124.121.91.168 ]

วันที่: 5 กันยายน 2553 / 07:18
ความคิดเห็นที่ 471
ตอบ คห.471-472
หมวกทหารเรานั้น ถ้าเป็นไพร่พลสามัญทั่วไป เอาไม้ไผ่มาสานขึ้นทรงครับ จากนั้นลงรักหรือชาดเคลือบให้แข็ง แต่ให้ดีหน่อยก็หุ้มหนังก่อน แล้วลงรักเคลือบให้แข็งอีกที แล้วก็ลงยางไม้เคลือบเงาให้งาม แต่ถ้าเป็นหมวกของล้านนา จะใช้วิธีการปั้นแปะครับ คือการเอากระดาษสาหรือเยื่อไม้มาละลายน้ำ แล้วแปะบนหมวกเหมือนอย่างเปเปอร์ มาเช่สมัยนี้นี่แล จากนั้นก็เอายางไม้มาทาเคลือบให้แข็ง ซึ่งผมขอบอกว่าแข็งทนทายาด ดาบยังฟันไม่เข้าเลยครับ  

ส่วนหมวกชั้นขุนนางขึ้นไป จะใช้ทองเหลืองกับเหล็กแท้ๆทั้งใบเลยครับ แต่ทองเหลืองจะเป็นที่นิยมกว่า เพราะลำพังใช้ทองเหลืองแผ่นเดียว ก็ตีขึ้นทรงหมวกปีกได้ง่ายๆแล้ว และเขาใช้ทองเหลืองมาเป็นส่วนประกอบของชุดเกราะด้วย อย่างเอามาประดับบนเกราะ หรือว่าทำเห็นเกราะบังไหล่ รูปหัวสิงห์ขบอย่างจีนด้วย ส่วนเหล็กนั้นจะนิยมในหมู่เจ้านายท่านขึ้นไปแล้ว

ส่วนเรื่องพัฒนาการอย่างยุโรปนั้น รายละเอียดก็มีอยู่ในตอนที่ 50 แล้วครับ
PS.  หากฟ้าสวรรค์ปกครองด้วยพระเจ้าเพียงพระองค์เดียวได้แล้วไซร้ ไฉนบนผืนพิภพจักมีจอมจักรพรรดิเพียงพระองค์เดียวมิได้ - ติมูร์เลน
Name : ติมูร์ข่าน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ติมูร์ข่าน [ IP : 118.172.150.186 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 กันยายน 2553 / 17:07
ความคิดเห็นที่ 470
อย่าว่าแต่ทองเหลืองเลยขอร๊าบ ปืนใหญ่สีหนาทสมัยสุโขทัยก้ผลิตกันได้ เอ แต่มีคำถามตกลงหมวกศึกสมัยโบรารนี่ ทำจากไม้สาน หรือโลหะกันแน่ แล้วมีการวิวัฒนาการทางกองทัพสยามบ้างไหมครับ แบบ เปลี่ยนจากหอกสั้นมาใช้หอกยาว นิยมใช้อะไรยังไงแบบจีนและยุคกลางของยุโรปบ้างไหม
Name : ยกสยาม [ IP : 124.121.90.144 ]

วันที่: 3 กันยายน 2553 / 22:17
ความคิดเห็นที่ 469(จากตอนที่ 41)
เคยดูสารคดีมีการระบุว่าพบหมวกโลหะของนักรบสมัยโบราณซึ่งเก็บรักษาไว้อย่างดีในวัดแห่งหนึ่งทางภาคเหนือ ขออภัยที่จำชื่อวัดไม่ได้ซึ่งในประวัติศาสตร์ก็ระบุว่าวัดดังกล่าวอยู่ในเส้นทางเดินทัพของทหารไทยสมัยโบราณด้วยครับหมวกดังกล่าวเป็นหมวกทรงปีกคล้าย ๆ กับพระมาลาในภาพยนต์ตำนานพระนเรศวร ทำจากทองเหลือง ลวดลาย อักขระเป็นแบบไทยไม่ใช่ต่างชาติทำให้เชื่อได้ว่าสมัยนั้นไทยเราสามารถผลิตเกราะทองเหลืองใช้เองได้จริงครับ
Name : ธนพงษ์ [ IP : 111.84.165.215 ]

วันที่: 3 กันยายน 2553 / 16:35
ความคิดเห็นที่ 468(จากตอนที่ 51)
ลองหาข้อมูลแต่งนิยายแล้วมาเจอบทความนี้ก็รู้สึกชื่นชอบมากเลยค่ะ ปกติหนูเป็นคนที่สนใจวิชาประวัติศาสตร์อยู่
แล้ว คิดว่าเป็นการดีมากๆเลยค่ะที่มีคนเอาข้อมูลดีๆมารวบรวมไว้ให้ได้ศึกษา หนูคิดว่าหนูคงต้องแวะเวียนมาอ่านบทความนี้ให้บ่อยๆซะแล้ว ถ้าจะเอาข้อมูลไปใช้บ้างคงไม่ว่ากันนะคะ
PS.  นทีถึงท่วมท้นทับถม ฝังร่างให้จ่อมจม อยู่ใต้ สาครมิอาจข่ม ใจหนึ่ง นี้นา จักแหวกสายชลไซร้ ว่ายสู้สู่ดิน...
Name : 07_70407 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ 07_70407 [ IP : 111.84.245.170 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 28 สิงหาคม 2553 / 16:07
ความคิดเห็นที่ 467(จากตอนที่ 51)
เรียนทุกท่านที่ให้ความสนใจตอนที่ 51
ประเด็นการเข้าล้อมกรุงศรีอยุธยาในปี 2310 นั้นมีรายละเอียดมากมายนัก จนชนิดที่ว่าเอาไปเขียนบทความเฉพาะได้เลยทีเดียว แต่กระนั้นก็ตาม หลักฐานข้างพม่านั้นค่อนข้างจะ "เกินเลย" ไปหลายจุด จึงทำให้ผมต้องเน้นเนื้อหาส่วนหลักที่สอดคล้องกับหลักฐานฝั่งไทยเท่านั้น โดยความที่ตรงกันทั้งเราและเขาก็คือเรื่องการขุดอุโมงค์ลงไปเผาฐานกำแพงพระนครครับ

สำหรับการขุดอุโมงค์เข้าเผาฐานกำแพงพระนครนั้น ผมก็นั่งคิดอยู่นานว่าเขาทำได้ยังไง เพราะผม (และหลายๆคน) ก็เชื่อว่าทัพพม่าได้ขุดอุโมงค์ลอดใต้คูพระนครเข้ามาเสียด้วยซ้ำไป แต่พอมาคิดวิเคราะห์ดีๆแล้ว ก็เห็นว่าไม่น่าเป็นไปได้เลย เพราะทัพพม่าจะหยั่งความลึกของคูและแม่น้ำที่ล้อมรอบพระนครได้อย่างไรกัน และอีกประการหนึ่ง ผมไม่เคยได้ยินว่ามีการขุดอุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำมาก่อน ทั้งในจีนและยุโรป ไม่งั้นมีหวังคงได้โดนดินถล่มก่อนล่ะครับ

ดูอย่างคราวทัพอ้วนเสี้ยวขุดอุโมงค์จะลอบเข้าป้อมกัวต๋อสิครับ ขุดไปโดยที่ไม่ได้หยั่งความลึกของสนามเพลาะป้อมกัวต๋อ สุดท้ายทหารก็ดันมาโผล่ที่กลางสนามเพลาะป้อมพอดี งานนี้ก็เจอพลธนูของโจโฉยิงซะเละเทะกลับไปนั่นล่ะครับ

แต่ทุกความสงสัยก็ได้รับการขยายความ เพราะความในละเว๊ นรธาได้บอกว่า หลังจากที่น้ำหลากสิ้นไปแล้ว ทัพพม่าได้ยกทัพกลับมาล้อมพระนครอีกครั้งนั้น ด้วยความที่ทัพอยุธยาเริ่มอยู่ในภาวะขาดแคลนกำลังพลและเสบียงแล้ว ทำให้ทัพพม่าสามารถตีแนวค่ายทุกค่ายของอยุธยา จนแตกพ่ายกลับเข้าไปในเขตกำแพงพระนครจนหมด ทัพพม่าจึงเริ่มการเข้าจองถนนถมคูพระนคร จนข้ามมาจนถึงฝั่งพระนครได้ จากนั้น ทัพพม่าก็ทำการตั้งแนวป้องกันปืนใหญ่ ด้วยการปลูกแนวกำแพงไม้ตาลใหญ่ และส่งรี้พลเข้าทำการขุดอุโมงค์ลงไป

น่าแปลกนะครับ ความในละเว๊ นรธาตอนนี้กลับไม่บอกว่า ทางฝ่ายอยุธยาทำการตั้งรับอย่างใดกัน หรือความที่พงศาวดารไทยบอกว่า จะยิงปืนใหญ่ก็ต้องรอคำสั่งจากราชสำนักก่อนอีกที ก็คงดูจะเข้าเค้ามากขึ้น

แต่โดยส่วนตัว ผมว่าที่ฝ่ายเราไม่ได้ยิงปืนใหญ่ตอบโต้ คงไม่ใช่เหตุผลอย่างที่ใครๆเชื่อกันว่า "พระเจ้าอยู่หัวท่านกลัวนางสนมกรมนัลตกใจ" หรอกครับ คนเป็นถึงเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน เขาไม่มาคิดอะไรบ้องตื้นแบบนี้แน่นอน หากแต่ผมเชื่อว่า คงเป็นเพราะกระสุนดินดำของเราเริ่มขาดแคลนแล้วต่างหาก เพราะทัพพม่าก็บอกเองว่า ทัพอยุธยาอยู่ในสภาวะที่อ่อนแอลงมาก เพราะขาดแคลนเสบียงและไพร่พล ขืนำวกตะบันยิงใส่ทัพพม่าไปเรื่อย มีหวังก็ได้เจ๊งกันตั้งแต่เริ่มศึกในยกที่ 2 แล้วล่ะครับ
PS.  หากฟ้าสวรรค์ปกครองด้วยพระเจ้าเพียงพระองค์เดียวได้แล้วไซร้ ไฉนบนผืนพิภพจักมีจอมจักรพรรดิเพียงพระองค์เดียวมิได้ - ติมูร์เลน
Name : ติมูร์ข่าน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ติมูร์ข่าน [ IP : 118.172.136.116 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 สิงหาคม 2553 / 22:42
ความคิดเห็นที่ 466(จากตอนที่ 63)
 ขอชื่นชมท่านด้วยใจจริง สุดยอดมากค่ะ 
ขอบคุณมากนะคะ
Name : Bio_Bream < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Bio_Bream [ IP : 125.27.43.212 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 สิงหาคม 2553 / 20:40
ความคิดเห็นที่ 465(จากตอนที่ 51)

อืม ชาติใดไร้ความสามัคคีย่อมปราชัยจริงๆแล 
ตามบันทึกฝ่ายพม่า กลยุทธถมคูขุดอุโมงค์เผากำแพงนั้น ช่างคิดดีแท้ 
แถมเป็นกลยุทธขุดอุโมงค์ยังใช้กันมาไ้ด้เรื่อยๆ


PS.   vbvb World of Warcraft Classes Rogue Hail~ Megatron!
Name : shiroro < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ shiroro [ IP : 124.122.182.225 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 สิงหาคม 2553 / 11:48
ความคิดเห็นที่ 464(จากตอนที่ 51)
พี่กำแหงครับ ม้ากินสวนมันกลศึกไม่ใช่หรอครับ คนละอันกับกระบวนทัพไม่ใช่หรือครับ จะว่าไป พูดถึงเรื่องไม่สามัคคี มันก็เป็นเรื่องธรรมดานะครับ ก็เหมือนเพื่อนในห้อง เด็กในโรงเรียน คนในประเทศ เพราะจะให้สามัคคีกันทุกคนนั้น เป็นไปมิได้ แต่เพราะข้าศึกจับจุดอ่อนเราถูก(เจอตัวคนเปิดประตูเมืองพอดี) ก็เหมือนสมัยกาลปัจจุบัน ข้าวยากหมากแพง ประชาชนทุกร้อน ปัญหาการเมืองเด็กประถม การหทารจึงอ่อนแอลง เมื่อไม่มีใครใส่ใจ ข้าศึกก็บุกเข้ามาง่ายดาย กลายเป็นใครเงินถึงให้ทำอะไรก็รับทั้งนั้น แต่อยากรู้ว่า การศึกมันจะตรงแผนเด๊ะขนาดนี้เลยหรอครับ คือถ้ากระบวนศึกมาแนวตัวสก พยุหะตัวยู ผมก็เอาทัพแบ่งเป้นสองตีปีก2ข้างให้เละก่อนแล้วเอาพลม้าทะลวงตีกลางตัวยูให้แตกมันก็ใช้ไม่ได้อ่ะสิครับ ขุนศึกสมัยก่อนคงต้องคิดหน้าหลังกันน่าดูเลย แต่ผมว่ากระบวนทัพไทยยังดูง่ายกว่าของซุนจื่อนะครับ อ่านแล้วพอๆกับคห.238เลยครับ
Name : ยกสยาม [ IP : 124.121.103.111 ]

วันที่: 25 สิงหาคม 2553 / 20:20
ความคิดเห็นที่ 463

คือไม่เข้าใจว่า 459-463 ใช้ภาษาในการกล่าวอ้างศาสนาแบบคนเจริญแล้วได้ไหม

หรือมีความคิดแค่นั้น? การแสดงออกทางความคิดขอความกรุณาสุภาพด้วย ไม่ใช่ว่านึกจะพูดนึกจะใส่ขึ้นมาก็ใส่เลย

ถ้าไม่พอใจกด X ออกไป นี่เป็นบทความส่วนรวม รวมทั้งเป็นบทความที่สงวนสำหรับผู้ที่ต้องการหาความรู้เพิ่มเติม ไม่ใช่ต้องการให้คุณเข้ามาพูดจาสามหาวไร้ซึ่งความรู้เช่นนี้


PS.  อย่ามัวแต่ใส่ฉลองพระพักตร์เทวดาเข้ารำหา พอลับหลังมาสวมหัวโขนยักษาไล่เชือดอย่างเลือดเย็น
Name : จอมจักรพรรดินโปเลียนมหาราช < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ จอมจักรพรรดินโปเลียนมหาราช [ IP : 124.121.122.100 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 สิงหาคม 2553 / 16:34
ความคิดเห็นที่ 462

เห็นด้วยกับความเห็นที่ 460 เบื่อพวกไม่มีสาระ ลบๆมันไปเถิดรำคาญตานัก

Name : อ่อนน้อมถ่อมตน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ อ่อนน้อมถ่อมตน [ IP : 111.84.216.210 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 สิงหาคม 2553 / 15:12
ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
ความคิดเห็นที่ 460(จากตอนที่ 31)
ดีครับ
Name : ฟาม [ IP : 110.164.249.130 ]

วันที่: 23 สิงหาคม 2553 / 18:17
ความคิดเห็นที่ 459(จากตอนที่ 51)
โดนส่วนตัวนะครับ ผมคิดว่า คาถา อาคมไม่ใช้ปัจจัยหลักของการศึกนะครับ การศึกนั้นมีมากกว่าการเล่น มนตร์ คุณไสยกัน แต่ต้องประกอบด้วยหลายๆด้าน โดยส่วนตัวผมคิดว่า เรื่องคาถา อาคมมีผลต่อ สภาพจิตใต ของ นักรบมากครับ ทำให้ หึกเหิ่มและ กล้าสู้ กับ ศัตรู ที่หันคมดาบเข้าหาตัวเอง หลายๆท่าน ณ ที่นี้ไม่ทราบว่าเคยปะ พบเจอ สถานะการเเบบนั้นไหม แต่ผมเปนคนที่ฝึก อาวุธ ศิลปะการต่อสู้ ผมเคยเจอมา หากมีของมีคน แค่มีดด้ามเล็กๆก็เสี่ยวแล้ว นี้แม่งมาทั้งกองทัพ มีอาวุธพร้อมสรรพ ดาบเล่มโตๆ พร้อม ฝูงห่าธนู หากไม่มีขวัญกำลังใจ ก็คงจะไม่ได้หรอกนะครับ แต่ละประเทศก็มีวิธีปลุกชวัญกำลังใจแตกต่างกันไปนะครับ (ดูอย่างเรื่อง เหตุการณ์เลือดที่เรารู้ว่าเหตุการอะไรพึ่งผ่านไป คน ที่กล้า เผชิญหน้ากับปืน ก็ยังกล้าตายได้ นี้ผมยกตัวอย่างนะอยากออกทะเลหละ) ดังนั้น วิชาคุณไสย อาจจะมี พลังที่เราไม่อาจพิสูจได้จิง แต่ ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับขวัญกำลังใจทหารเปนอย่างมาก นั้นแหละครับคือประเดนที่เราพิสูจน์เห็นได้ด้วยตา แต่อะไรก็ตามที่มากเกินไปมันก็ไม่ดีนะครับ ผมไม่ทราบหรอกนะครับ ทัพอยุธยาสมัยนั้นจะเน้นเรื่องอะไร แต่โดยส่วนตัวแล้ว การรบ ควรจะเน้น ปัจจัย ทางการทหารมากกว่าครับ หาก ประเทศอะไรที่ เชื่อทางด้าน ไสยเวทมากเกินไป แล้วเอามาปะปนในสงครามยังไงก็ต้องแพ้แหละครับ เพราะ คนที่รบไม่ใช้ วิญญาณ ไม่ใช้ พระเจ้า ไม่ใช้ อาเรส แต่เปน ลมหายใจของกองทัพพร้อมกับ ศาสตราวุธที่ผนวกไปด้วยความสามารถที่ได้รับการขัดเกลามาเปนนักรบมืออาชีพแล้ว ไม่ใช้เรื่อง เหนือธรรมชาติแต่อย่างใด (ปล คุณผ่านมา ครับ ช่วยพูดดีๆหน่อยนะ โดยส่วนตัวผมคิดว่า จารย์ผม เจ๋งและมีวิสัยทัศดีกว่าหลายๆคนเสียอีก แค่ไปนิด ให้อภัยกันก็โอเค)
Name : ลูกศิษย์นักรบอโยธยา [ IP : 124.120.9.193 ]

วันที่: 14 สิงหาคม 2553 / 02:56
ความคิดเห็นที่ 458
โอ้ยเนาะเข้ามาอ่านบทความดีๆ แต่เจอคอมเม้นไร้สาระ
เมื่อไหร่จะหยุด จะจบจะสิ้น ความรู้ทางประวัติศาสตร์
มันมีหลายทฤษฎีหลายบท หัดทำความเข้าใจกันบ้าง
อย่าคิดว่าของตัวเองดีที่สุด เปิดหูเปิดตารับรู้ว่าง
หรือว่ามีไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับไปดูกันได้ 
แบบนั้นค่อยไปเอาหลักฐานมายืนยันไป
ที่เรียนรู้กันก็มาจากตำรากันทั้งน้น แทนที่จะมาแบ่งปันกัน
ทำความเข้าใจ มีแต่พวกคิดว่าตัวเองเก่ง ความคิดเรื่องประวัติศาสตร์ ไม่มีใครถูกผิด
แบบนี้ถ้าเกิดว่านักวิชาการคิดต่างกัน ต่างฝ่ายต่างคิดว่าความคิดของตัวเองถูก
ป่านนี้ก็คงไม่มีเรื่องให้พวกเธอมาศึกษากันหรอก ก็ท่องกันเป็นเสียงนกเสียงกาเลยมั๊๊ง

แล้วพอเค้าหยุด...ก็ไม่หยุดกัน เป็นโรคประสาทหรือเปล่า ทำตัวน่ารำคาญ
เค้าไม่อยากทะเลาะด้วย ก็มาเม้นต์หาเรื่อง อย่าเอาเรื่องศาสนาหรือ "ความเห็นส่วนตัว"
มาแบ่งแยกความคิดคนได้ไหม คิดต่างได้่...แต่ไม่ใช่คิดว่าตัวเองถูกต้องที่สุด

เข้ามาจะมาอ่านเรื่องราวดีๆ แต่เจออะไรก็ไม่รู้ เสียอารมณ์

ป.ล. เจ้าของบทความช่วยลบกระทู้เกรียนแตกออกไปด้วยนะคะ เค้ามาเขียน
เราก็ลบ มันบทความของเรา เค้าเขียนได้ เราก็ลบได้!

PS.  ~*ดั่งในใจความบอกในกวี ว่าตราบใดที่มีรักย่อมมีหวัง*~
Name : ibanezgirl < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ibanezgirl [ IP : 125.25.91.229 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 สิงหาคม 2553 / 02:40
ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
ความคิดเห็นที่ 454
 รวมเล่มเร็วๆนะคะ  อยากอ่านเป็นเล่มที่สุด(จ้องคอมแล้วปวดตา 555+)
Name : รักอาฆาต < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ รักอาฆาต [ IP : 125.24.107.156 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 23 กรกฎาคม 2553 / 21:15
ความคิดเห็นที่ 453(จากตอนที่ 44)
อยากรู้ว่าช้างึกไทยแต่ก่อนเป็นยังไง ในหนังสือไม่หมือนกันสักเล่ม
Name : ppp [ IP : 125.26.64.137 ]

วันที่: 4 กรกฎาคม 2553 / 15:14
ความคิดเห็นที่ 452(จากตอนที่ 46)
รูปสุดท้าย....rome : total war?
PS.  I'll be there for you.
Name : wayquar < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ wayquar [ IP : 58.9.55.132 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 26 มิถุนายน 2553 / 13:40
ความคิดเห็นที่ 451(จากตอนที่ 40)


เสื้อเกราะจำลอง ของดาเทะ มาซามูเนะ (มังกรตาเดียว) ยามเมื่อครั้งไปชมการแสดงของไมโกะจากจ. ยามากาตะ ณ อิเซตัน 2007
ลักษณะพิเศษของเสื้อเกราะชุดนี้คือ ลงรักดำทั้งชุด จันทร์เสี้ยวสีทองบนยอดหมวกเงาวับตัดกับสีดำมะเมื่อมของชชุดเกราะแลสะดุดตา มีผู้กล่าวกันว่า หน้ากากของดาร์ธ เวเดอร์ ได้แบบมาจากหมวกเกราะออกศึกของดาเตะนี่แล
PS.   vbvb World of Warcraft Classes Rogue Hail~ Megatron!
Name : shiroro < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ shiroro [ IP : 124.120.19.31 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 มิถุนายน 2553 / 10:40
ความคิดเห็นที่ 450


เอามาฝากกันดู กริชสั้นพร้อมปลอกสลักลวดลาย ลองชักออกมาดูแล้วคมกริบ 



มิใช่ฝาหม้อ จากยุดโบราณแต่อย่างใด แต่นี่คือกระจก ห่วงที่เห็นตรงกลางนั้นคือห่วงที่เอาไว้แขวนอีกที ด้านหลังเป็นเนื้อโลหะขัดมัน ศิลปะจากจีน ส่วนของสมัยราชวงศ์ไหนลืมถามมาจ้า 


มิใช่กระเป๋าที่ไว้ทับกระโปรงของชาวสก๊อตแต่อย่างใด นี่คือกระเป๋าใส่หินตีไฟ จากเนปาล


กุญแจจ๊ะ จบการฝากเพียงแค่เท่านี้ คิดว่าพี่ๆน้องๆบางคนคงยังไม่เคยเห็นเลยนำมาฝาก เป้นความรู้เล็กๆน้อยๆ
PS.   vbvb World of Warcraft Classes Rogue Hail~ Megatron!
Name : shiroro < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ shiroro [ IP : 124.122.66.67 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 มิถุนายน 2553 / 17:18
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 , 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 >>