นิยาย ตำนานศาสตราวุธ
หน้าที่ 1 | 2 | 3 , 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 >>
ความคิดเห็นที่ 524(จากตอนที่ 24)
ได้ความรู้เยอะขึ้นอีกเกี่ยวกับเรื่องธนู
ขอบคุณมากมายครับ
Name : stormhead [ IP : 203.151.41.2 ]

วันที่: 18 พฤษภาคม 2554 / 18:26
ความคิดเห็นที่ 523(จากตอนที่ 24)
ได้ความรู้เยอะขึ้นอีกเกี่ยวกับเรื่องธนู
ขอบคุณมากมายครับ
Name : stormhead [ IP : 203.151.41.2 ]

วันที่: 18 พฤษภาคม 2554 / 18:18
ความคิดเห็นที่ 522(จากตอนที่ 20)
มีอยู๋ช่วงนึง ที่มวยไทยเป็นที่นิยม กันอยู่นะครับแต่ก็ใช้ไปทางด้านกานพนัน ล้มมวย
ใครไม่ล้มก็ฆ่าทิ้ง ผมว่านิคือสาเหตุนึงที่ มวยไทยเริ่มหายไปนะครับ เพราะครูมวย
นักมวยเก่งๆ โดนอย่างงี้เข้าจะมีอยู่ละครับ โดยส่วนตัวผมอยากเรียนมวยไทยมากๆครับ
แต่อยากเรียนเป็นแม่ไม้มวยไทย เลยเสียมากกว่าที่ผมอยากเรียน
Name : Titan [ IP : 58.9.78.97 ]

วันที่: 2 พฤษภาคม 2554 / 16:56
ความคิดเห็นที่ 521(จากตอนที่ 27)
เขียนได้สนุกมากนะครับ
เเต่ขอติงเรื่องพระอิสริยยศ Prince of Wales ของอังกฤษหน่อยนะครับ
ที่เขียนในวงเล็บว่าเป้น มกุฎราชกุมารนั้นเข้าใจถูกเเล้ว
เเต่ไม่ควรเเปลว่า สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ "กรมหลวงเวลส์" เลยนะครับ
เนื่องจากการทรงกรมของไทยนั้นมีเอกลักษณ์ เเละยากที่จะเทียบได้กับยศของฝั่งยุโรป
ที่ผู้เขียนเทียบให้เป็น "กรมหลวง" นั้นไม่ทราบว่าเอาข้อมูลมาจากไหนครับ?

เข้าใจว่าคุณพยายามเเปลให้เป็นไทยเพื่อให้คนอ่านเข้าใจง่าย
เเต่ในความเป็นจริงเเล้ว การเเปลเป็นยศของไทยนั้น เผลอๆอาจทำให้เด็กรุ่นใหม่เกิดความสับสนยิ่งกว่า
เพราะตำเเหน่งขุนนาง เเละพระอิสริยยศขงเข้านายนั้นมีความซับซ้อนอยู่มาก
ผมเองมีความเห็นว่า (โดยเฉพาะในกรณีที่คุณกำลังจะรวบรวมบทความเป็นหนังสือ)
ให้ทับศัพท์ไปเลยครับ ไม่ต้องพยายามเเปลเป็นไทย
เช่น Arch/Grand Duke ก็เป็นอาร์ค/แกรนด์ดยุคไปเลย ไม่ต้องมาเเปลงเป็นสมเด็จเจ้าพระยา
(เเม้ทางเอกสารประวัติศาสตร์จะมีหลักฐานปรากฏว่าฝรั่งนั้นเทียบให้ตำเเหน่งของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ว่าเป็น อาร์คดยุคก็ตาม เเต่ในความจริงเเล้วตำเเหน่งทั้งสองก็มีความเเตกต่างกัน เเละไม่ถือว่าเป็นตำเเหน่งเดียวกัน)

การเขียนบทความหรือหนังสือประวัติศาสตร์ให้สนุกเเละละเอียดนั้นเป็นเรื่องยากเเละคุณก็ทำได้ดี
เเต่ความรับผิดชอบอย่างหนึ่งของการเขียนประวัติศาสตร์คือ ต้องไม่เขียนในสิ่งที่ตัวเองยังไม่มั่นใจ
หรือสิ่งที่ไม่มีหลักฐานยืนยันเเน่ใจเเต่ (ผู้เขียน) ดันสรุปเอาเอง

ในกรณีนี้ข้อมูลของคุณมีความผิดพลาดอยากมากที่เทียบ Prince of Wales เป็นกรมหลวงเวลส์นะครับ
เพราะเเต่ไหนเเต่ไรมาตำเเหน่งรัชทายามของไทยคือตำเเหน่ง "กรมพระ" ไม่ใช่กรมหลวง
(ซึ่งตำเเหน่งกรมพระของไทยก็เทียบไม่ได้กับ Prince of wales ของอังกฤษด้วยซ้ำ เพราะคนละเรื่องกัน)

เเละที่สำคัญคือ ตำเเหน่ง Prince of Wales นั้นเป็นตำเเหน่ง Crown Prince ของอังกฤษ
ซึ่งในประเทศไทยก็มีตำเเหน่งที่เท่ากันให้เทียบอยู่เเล้วคือ "สยามมกุฏราชกุมาร" (ในกรณีนี้เเค่เขียนว่าเป็นตำเเหน่งมกุฎราชกุมารเเห่งอังกฤษ ก็พอถมถืดเเล้ว ไม่จำเป็นต้องพยายามเเปลให้เป้นกรมหลวงเวลส์อีก)
เพราะการเเปลให้เป็นกรมหลวงนั้นเป็นการลดพระอิสริยยศของตำเเหน่งนี้นะครับ

ที่ผมเขียนมายืดยาวนั้น ไม่ใช่เพราะเป็นเดือดเป็นร้อนเเทนชาวอังกฤษหรืออย่างใด
เเต่ในฐานะของคนที่รักประวัติศาสตร์เหมือนกัน
ผมมีความเห็นว่าการเขียน เเปล หรือเเปลงข้อมูลจากต่างประเทศให้เป้นไทย ถ้าไม่เข้าใจอย่างลึกซึ้ง
จะทำให้คนอ่านเข้าใจผิดได้ (ซึ่งผู้อ่านส่วนใหญ่ในเวปนี้ก็เป็นเยาวชน)
ผมไม่เคยเห็นใครเขียนคำว่า กรมหลวงเวลส์มาก่อน (คุณเป็นคนเเรก)
เเละรู้สึกตกใจยิ่งขึ้น เนื่องจากคุณมีโครงการจะรวบรวมบทความเหล่านี้ให้เป็นหนังสือเพื่อขาย
อย่างไรก็ดี หากคุณได้ทำหนังสือจริงๆ คิดว่าคงศึกษาข้อมูลละเอียดกว่านี้ เเละบรรณาธิการก็คงจะเเก้ไขให้
เเต่จากการที่อ่านมาหลายบทความ เห้นว่าคุณใส่ข้อมูลที่เป็นความเข้าใจของตนเองเสียส่วนมาก (ซึ่งจะทำให้คนอ่านเชื่อไปว่าเป็นความจริง) ควรระวังให้มากด้วยครับ
Name : History [ IP : 58.9.30.98 ]

วันที่: 23 เมษายน 2554 / 12:01
ความคิดเห็นที่ 520(จากตอนที่ 19)
 โหยยยย สุดยอดดดด
PS.  Nothing Right ,Nothing Wrong ,Just Different ไม่มีอะไรถูก ไม่มีอะไรผิด มันเป็นแค่ความแตกต่าง ความคิดที่แตกต่าง แค่เพียงประสบการณ์ที่ได้รับ ได้ยิน ได้เห็น ต่างกัน....
Name : ผู้น้อย.. < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ผู้น้อย.. [ IP : 14.207.187.209 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 เมษายน 2554 / 01:15
ความคิดเห็นที่ 519(จากตอนที่ 63)
อ่านมาจนจบตอนที่ 63 ขอบคุณมากจริงๆคับ สำหรับบทความดีๆ นี้
Name : scarykidz [ IP : 115.87.36.43 ]

วันที่: 15 เมษายน 2554 / 02:39
ความคิดเห็นที่ 518(จากตอนที่ 42)
หลังจากสิ้นสุดยุคโรมันไปเเล้วก็ยังมีการใช้ มัสทิฟฟ์สงคราม ในการรบกันอยู่โดยกองทัพที่อยู่ในประเทศทิเบตเเต่ไม่ทราบว่าในสมัยของใคร เเต่มัสทิฟฟ์ที่สุดยอดที่สุดต้องเป็น ทิเบตันมัสทิฟฟ์ รูปร่างอันองอาจดุจสิงโตของมันถูกลมเเละอากาศจากที่สูงของทิเบตขัดเกลาทั้งยังมีนิสัยดุร้ายอีกด้วย มีคนกล่าวว่า ทิเขตันมัสทิฟฟ์หนึ่งตัวสามารถสู้กับหมีควายหนึ่งตัวได้ ทิเบตันมัสสทิฟฟ์หนึ่งตัวสามารถฆ่าหมาป่าสามตัวได้ เเต่สุดยอดของสุดยอดมัสทิฟฟ์จริงๆก็คือ มัสทิฟฟ์สงคราม ว่ากันว่ามัสทิฟฟ์สงครามถูกเลี้ยงมาเพื่อเเอบสังหารในสงครามจุดเด่นของมันคือมันไม่เห่าเลย เเต่มันจะซื่อสัตย์กับเจ้าของมันมาก เเท้จริงเเล้วมัสทิฟ์สงครามมันก็คือทิเบตันมัสทิฟฟ์ทีถูกการเคี่ยวกรำจากธรรมชาติให้มีนิสัยเเละทักษะการต่อสู้ที่สุดยอดยิ่งขึ้น ว่ากันว่า มัสทิฟฟ์สงครามจากทิเบตหนึ่งตัว เทียบเท่ากับ ทิเบตันมัสทิฟ์สามตัวเลยทีเดียว
PS.  สนับสนุน การตั้งชื่อต่างๆแบบมีความหมาย และการเขียนเรื่องโดยใช้สำนวนคมคาย
Name : กาล_อนุกรม < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ กาล_อนุกรม [ IP : 223.207.135.164 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 เมษายน 2554 / 21:03
ความคิดเห็นที่ 517(จากตอนที่ 3)
รบในคอมเอาก็ได้ =w=

PS.  ดีๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
Name : i@ToNS@i < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ i@ToNS@i [ IP : 223.205.219.17 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 เมษายน 2554 / 11:27
ความคิดเห็นที่ 516(จากตอนที่ 51)
การขุดอุโมงค์เข้าไปในกรุงศรีอยุธยาของพม่า ไม่ได้ใช้การหยั่งความลึกของแม่น้ำอะไรหรอกครับ

ผมได้ไปศึกษาเรื่องนี้มาแล้วถึงได้รู้ว่า ความจริงแล้วในคืนเดือนหงาย(หรือเดือนมืด จำไม่ได้) พม่าก็แอบยกกองกำลังข้ามคูเมืองด้านตะวันออกเฉียงเหนือ (ส่วนที่เป็นวังจันทรเกษมหรือวังหน้านั่นแหละครับ) เพราะสมัยนั้นคูเมืองตรงนั้นแคบและน้ำนิ่งที่สุด(แต่ปัจจุบันไม่ใช่แล้วนะครับ เพราะแม่น้ำป่าสักเปลี่ยนเส้นทางมาด้านนี้ทำให้ปัจจุบันกลายน้ำเชี่ยวแล้ว แต่สมัยก่อนตรงนี้เป็นคลองที่ถูกขุดขึ้นเพื่อให้พระนครมีแม่น้ำล้อมรอบป้องกันครับ)

แล้วส่วนนั้นก็เป็นส่วนที่กำแพงเปิดชานโล่ง หรือก็คือมีฝั่งให้ข้ามขึ้นมาได้ครับ กำแพงส่วนนี้ตั้งห่างจากริมฝั่งแม่น้ำพอสมควร พอพม่าข้ามแม่น้ำมาได้แล้วก็ทำการขุดอุโมงค์และสร้างกำแพงไม้ (จำไม่ได้ว่าไม้อะไร แต่เป็นไม้ดุนใหญ่ๆเหมือนพวกต้นปาล์มหรือต้นมะพร้าว) ขึ้นป้องกันปากอุโมงค์เอาไว้

ทหารไทยพอได้เห็นก็ยิงปืนใหญ่เข้าใส่ แต่เอ่อ... ต้องขอบอกไว้ก่อนนะครับว่าปืนใหญ่ของไทยสมัยก่อนไม่ใช่ปืนใหญ่ที่ยิงแล้วก็ระเบิดตูมตามตูมตามเหมือนในหนังนะครับ เป็นแค่ลูกเหล็กกลมๆธรรมดาๆครับ (ส่วนลูกปืนใหญ่ที่ระเบิดได้เพิ่งจะมีใช้ในช่วงปลายกรุงศรีอยุธยาแต่ก็ยังไม่มากนัก ส่วนใหญ่ก็ยังใช้ลูกเหล็กหรือกากมะพร้าวยิงกันอยู่ครับ)

เพราะงั้น ยิงเข้าไปเหอะ ไม่สะท้านไม้ดุ้นใหญ่ที่พม่าเอามาตั้งกันไว้หรอก

แล้วถ้าถามว่าทำไมทหารไทยไม่ยกกองกำลังออกมาไล่ตะเพิดพม่าที่ข้ามมาขุดอุโมงค์ออกไป คำตอบนี้ง่ายมากครับ

เพราะในช่วงนั้นกำลังใจของทหารไทยไม่เหลือแล้ว(เหมือนกับที่ไม่เหลือเสบียงให้รับประทานแล้วนั่นแหละครับ) และจะว่าทหารไทยขี้ขลาดเอาแต่มุดหัวอยู่แต่ในพระนครก็ได้ครับ เพราะถ้าจะว่าตามจริงแล้วทหารไทยโดยส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่ทหารอาชีพ แต่เป็นไพร่ที่ถูกเกณฑ์มาครับ (แบบว่าทำนาถือเคียวอยู่ดีๆ พอต้องออกรบรัฐบาลก็เอาดาบมายัดใส่มือ) ผิดกับทหารพม่าที่ส่วนใหญ่เป็นทหารอาชีพ ทำให้ฝีมือการรบแตกต่างกันมาครับ

เออ แล้วอยากบอกว่าตอนนั้นน่ะ พม่าก็กำลังทำศึกกับจีนอยู่ด้วยนะครับ! คิดเอาเองละกันว่าพม่าเก่งขนาดไหน มาตีกรุงศรีแต่ก็ยังรับศึกกับจีนด้วย แถมยังรบชนะจีนอีกต่างหาก! สุดยอดไหมล่ะครับ และนี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งว่าทำไมพม่าถึงเผากรุงศรีอยุธยา ไม่ยึดครองไว้เหมือนตอนตีกรุงศรีครั้งแรก เพราะพม่าไม่ต้องการพะวงศึกสองด้าน จึงเผามันซะเลย พวกมันจะได้ไม่ฟื้นตัวขึ้นมาได้อีก แล้วพม่าก็รีบยกทัพกลับไปช่วยประเทศตนเองทำศึกกับจีนต่อ

อันนี้ก็ให้เป็นข้อมูลนะครับผม ผมชอบศึกษาประวัติศาสตร์เหมือนกัน เลยอยากให้ความรู้กับคนอื่นๆเหมือนกันครับ
PS.  แค่คนเดินดิน...คนธรรมดา ไม่มีราคา...ไม่มีคุณค่าใด ไม่ใช่ผู้วิเศษ...อย่างใครใคร มีแค่ตัวและหัวใจ...เท่านี้...
Name : รัตนราชันย์ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ รัตนราชันย์ [ IP : 58.9.84.107 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 เมษายน 2554 / 08:18
ความคิดเห็นที่ 515(จากตอนที่ 62)
เรื่องที่ว่าเรือหุ้มเกราะญี่ปุ่นนี้ ของเจาะลึกถึงรายระเอียด ด้วยความที่กระผมชอบกองทัพญี่ปุ่นเป็นพิเศษจึงพอมีความรู้เรื่องกองทัพญี่ปุ่นอยู่บ้าง โดยเรือของญี่ปุ่นในภาพข้างต้น ชื่อว่า Tekkousen เป็นเรือรบขนาดใหญ่ที่สร้างด้วยไม้และหุ้มด้วยเกราะเหล็กรอบลำเรือ ถือได้ว่าเป็นเรือหุ้มเกราะที่สร้างมาก่อนสมัย สงครามกลางเมืองของอเมริกาจริง และสร้างในสมัยของโอดะ โนบุนากะจริงตามที่กล่าวข้างต้น เป็นที่ทราบกันดีว่าเรือหุ้มเกราะขนาดยักษ์นั้นประสบปัญหาอย่างยิ่งยวดในการเดินทะเลไกล แต่ในการเดินทางมาเกาหลีนั้นไม่น่าประสบปัญหาแต่ประการใดเนื่องด้วยทะเลไม่ได้ต้องข้ามมหาสมุทรสุดกู่ ผมจึงได้คาดการว่า ญี่ปุ่นต้องใช้ Tekkousen เป็นเรือรบแน่นอน แต่จะเป็นเรือทำการรบหลักหรือไม่นั้น ก็ขอบอกว่าไม่น่าจะใช่ อาจใช้เพียงเป็นเรือบัญชาการรบ อะไรเทือกนั้น ที่สำคัญคือ Tekkousen นั้น สามารถยิงได้ทั้งปืนคาบศิลา และการติดตั้งด้วยปืนใหญ่ขนาดเล็ก( ปืนใหญ่เบา ) ได้ตามช่องปืนคาบศิลาที่เห็นในภาพ รวมทั้งติดตั้งปืนใหญ่ขนาดกลางบนชั้นด่านฟ้าเรือเพื่อการระดมยิงเรือรบระยะไกลหวังพิสัยยิงนั้นทำได้ จึงขอบอกว่าเรือรบนี้นั้นยิงปืนใหญ่เบาด้านหน้าได้สบายและมีอัดตราทำการยิงสูงกว่าเรือเต่าเกาหลี แต่ถ้านำมารบกันจริง ที่จะประสบปัญหาคือทางญี่ปุ่นคงไม่ได้ติดตั้งปืนใหญ่เต็มอัตราศึกอย่างแน่นอน จะด้วยก็ว่าต้องเดินทาง ทางทะเลและลดน้ำหนักลำเรือ ซึ่งเรื่องนี้ในคราวที่โอดะ โนบุนากะนั้นทำการรบกับ โชกุนอะชิคางะนั้น ทางเรือ Tekkousen ของโอดะเองก็ไม่ได้ติดปืนเต็มอัตราเช่นกัน เหตุผลที่ว่าไม่ปัญญาหามาติดให้ครบก็คงจะพอมีเค้า แต่ตัวกระผมคิดว่าปัญหาด้านน้ำหนักนั่นละที่เป็นจุดทำให้ต้องติดปืนใหญ่ไม่เต็มอัตราครับ จึงขอบอกว่าน่าจะมีเรือ Tekousen เข้ารบในยุทธนาวีญี่ปุ่นบุกเกาหลีครับ
Name : Date Masamune [ IP : 115.87.246.24 ]

วันที่: 29 มีนาคม 2554 / 19:17
ความคิดเห็นที่ 514(จากตอนที่ 59)
เเต่ก็มีหลายเรื่องในสามก๊กฉบับวรรณกรรมที่มีเนื้อหาตรงกับประวัติศาสตร์
Name : หลี่กว้านเผิง [ IP : 113.53.255.242 ]

วันที่: 25 มีนาคม 2554 / 15:03
ความคิดเห็นที่ 513(จากตอนที่ 45)
เพิ่งรู้ว่าบาทาลูบพักตร์นิมีจิงๆ   นึกว่าพูดกันเล่นๆ

PS.  เบื่อหลาย
Name : หน้าลิง < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ หน้าลิง [ IP : 202.12.97.117 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 มีนาคม 2554 / 21:23
ความคิดเห็นที่ 512(จากตอนที่ 35)
ชุดเกราะรูปท้ายๆ   ไม่ร้อนรึไงน้อ
PS.  เบื่อหลาย
Name : หน้าลิง < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ หน้าลิง [ IP : 202.12.97.117 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 มีนาคม 2554 / 21:17
ความคิดเห็นที่ 511(จากตอนที่ 19)
 
Name : ทหารรักษาพระองค์ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ทหารรักษาพระองค์ [ IP : 223.206.168.192 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 มีนาคม 2554 / 00:32
ความคิดเห็นที่ 510
ท่านข่านครับ คือว่าผมอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับ อาวุธพิศดาน ของจีนครับ
พอจะมีข้อมูบ้างหรือเปล่าครับ
PS.  หากเสี่ยงมาสู้กับข้า แล้วเจ้าจะพบว่า ทำไมความตาย เป็นชะตาชีวิตที่เมตตากว่า
Name : san444 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ san444 [ IP : 223.204.177.182 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 มีนาคม 2554 / 21:22
ความคิดเห็นที่ 509(จากตอนที่ 16)
 อ่านแล้วเพลินเลยค่ะ ไรเตอร์บรรยายได้ฮามาก มีสาระไม่น่าเบื่อ สุดยอดค่ะ ^^ 
Name : Chocolate_pad~*><o!! < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Chocolate_pad~*><o!! [ IP : 125.26.75.192 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 มีนาคม 2554 / 20:09
ความคิดเห็นที่ 508(จากตอนที่ 29)
555 ขอบคุงฮับ
Name : บีม [ IP : 202.28.27.6 ]

วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2554 / 22:09
ความคิดเห็นที่ 507(จากตอนที่ 16)
ไรเตอร์บรรยายฮาสุดๆอ่า
PS.  คนบางคนไม่ใช่แค่อยู่ในหัวใจ แต่อยู่ทุกลมหายใจเข้าออก
Name : tokay < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ tokay [ IP : 125.24.1.21 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2554 / 19:26
ความคิดเห็นที่ 506(จากตอนที่ 5)
แล้วง้าวนิลมังกร ของกวนอูทำไมเรียก Vlade อะครับ มันแปลว่ามีไม่ใช่เหรอ ลองเข้า googlo แล้วพิมพ์ว่า

Green dragon halberad อะไม่ มี แต่ถ้าพิมพ์ว่า Green dragon blade ขึ้นเต็มเลย
Name : 555 [ IP : 182.53.77.193 ]

วันที่: 31 มกราคม 2554 / 21:29
ความคิดเห็นที่ 505(จากตอนที่ 16)
คือว่า เคยดูสารคดีเกี่ยวกับดาบซามูไรมานะ

สมัยก่อนไม่รู้ละเอียดถึงคาร์บอนหรอก

แต่การตีดาบด้วยการพับ ทบ วนไปเรื่อย ๆ

มันช่วยให้แข็งแรงขึ้นได้อย่างดีมาก

วิทยาศาสตร์สมัยใหม่พิสูจน์แล้วว่า ดาบซามูไร เป็นดาบที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก
Name : hyde [ IP : 115.87.183.228 ]

วันที่: 30 มกราคม 2554 / 22:01
ความคิดเห็นที่ 504(จากตอนที่ 50)
ขอบคุณค่ะ อยากรู้ข้อมูลเกี่ยวกับกรมพระตำรวจหลวงโดยละเอียดไม่ทราบว่าจะมีข้อมูลให้บ้างเหรอเปล่าค่ะ จะเอาไปเขียนหนังสือค่ะ อยากรู้เกี่ยวกับตำแหน่งในกรมนี้โดยละเอียดว่าใครมีหน้าที่อะไรบ้าง ยศอะไร เช่นหลวง ขุน หมื่น ขอบคุณที่หาข้อมูลดีๆ มาให้ค่ะ มีประโยชน์มากๆ เลย
PS.  rosypink_bon@hotmail.com
Name : bon_ob < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ bon_ob [ IP : 223.206.245.249 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 มกราคม 2554 / 19:35
ความคิดเห็นที่ 503(จากตอนที่ 43)
แนะนำไปดูม้าหลาย ๆ พันธ์ สวยงามมากที่ Horse Shoe Point พัทยา ค๊ะ
Name : fanta_k [ IP : 202.12.97.118 ]

วันที่: 17 มกราคม 2554 / 22:39
ความคิดเห็นที่ 502(จากตอนที่ 20)
ขอบคุณสำหรับข้อมูล เคยได้ยินว่าไทยมีดาบฟันขาม้า วันนี้ได้มาเห็นก็เ้ป็นบุญตาที่ไทยเราก็มีอาวุธหลากหลาย

เพิ่มเติมข้อมูลให้สำหรับดาบเชลย

ดาบเชลยนี้คือ ดาบของประเทศราชที่ถูกตัดปลายแหลมออก ประโยชน์คือ ป้องกันประเทศจากศัตรูได้ แต่การต่อสู้จะไม่เต็มร้อย เพราะส่วนปลายดาบถูกตัด ที่ทางเจ้าของบทความว่าเป็นดาบของล้านนา และล้านช้าง น่าจะเป็นช่วงที่อาณาจักรทั้งสองตกเป็นประเทศราชของอโยธยาหรือเปล่า

ถ้าอ่านวรรณกรรมเรื่องขุนศึก ตอนเสมาเริ่มทดสอบดาบก่อนเป็นทหารก็ได้ใช้ดาบเชลยในการปะดาบกับหมู่ขัน

ส่วนศิลปะการต่อสู้ของไทยไม่ได้มีแค่ที่เห็น นอกจากมวยไทยแต่ละภาคแล้วยังมีมวยเจิง ของทางเหนือ สีละ ทางใต้ วิชาดาบก็จะมีดาบเจิง วนเป็นเลข 8 คล้าย ๆ กับวิชาดาบอาทมาฎ และดาบทางใต้เน้นการควงดาบ แต่ถ้าเป็นแนวของกรมหลวงชุมพรจะเป็นการสะบัดข้อมือหมุนวนข้างหน้าอย่างรวดเร็ว และรุนแรง (ยังไม่เคยเห็น ถ้าใครมีข้อมูลเอามาแบ่งกันดูบ้าง)

ขอสนับสนุนคนไทยให้เล่าเีรียนศิลปะการต่อสู้ของไทยครับ

PS.  หมื่นลี้เริ่มต้นที่ก้าวแรก....ไม่ใช่ว่าสำเร็จแล้ว แต่กำลังมุ่งหน้าไป ก้าวต่อก้าว ไม่ว่าจะสำเร็จหรือล้มเหลว ล้วนต้องก้าวต่อไปจนกว่าจะชีวิตจะหาไม่....
Name : หมื่นลี้ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ หมื่นลี้ [ IP : 124.120.66.21 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 14 มกราคม 2554 / 08:14
ความคิดเห็นที่ 501
หวัดดีปีใหม่นะคร๊าบบบบบท่านข่าน

PS.  หากเสี่ยงมาสู้กับข้า แล้วเจ้าจะพบว่า ทำไมความตาย เป็นชะตาชีวิตที่เมตตากว่า
Name : san444 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ san444 [ IP : 183.88.117.94 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 ธันวาคม 2553 / 21:55
ความคิดเห็นที่ 500(จากตอนที่ 47)
ท่าท่านใจจิง จะล๊อกทำไมครับ แต่ผมไม่กลัว ปริ้นสกีน อิอิ ขอบคุณละกัน แม้จะงกไปหน่อย
Name : neszone [ IP : 124.157.230.82 ]

วันที่: 13 ธันวาคม 2553 / 16:22
หน้าที่ 1 | 2 | 3 , 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 >>