นิยาย ตำนานศาสตราวุธ
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 , 18 | 19 | 20 >>
ความคิดเห็นที่ 174
เอ่อผมว่าเราลืมเรื่องเกราะ อินเดียไปนะคับ

อินเดียก็เป็นอู่อารยธรรมแห่งหนึ่ง

คงมีเกราะเป็นของตัวมั้งคับ
Name : นายมะเขือเทศ [ IP : 222.123.27.235 ]

วันที่: 8 พฤษภาคม 2552 / 17:25
ความคิดเห็นที่ 173
เอ่อ พี่ ๆ คับ ผมเห็นโล่ของญี่ปุ่นอยู่น่ะคับ

คือเห็นในหนังสือการ์ตูนน่ะคับ ซึ่งในหลายเรือง

ก้ประมาณ สมัยคามาคุระเรื่อยไปถึงเซนโกคุอะคับ

ลักษณะก็เป็นแผ่นกระดานสี่เหลี่ยม อ่ะคับ
Name : นายมะเขือเทศ [ IP : 222.123.27.235 ]

วันที่: 8 พฤษภาคม 2552 / 17:21
ความคิดเห็นที่ 172(จากตอนที่ 3)

แล้วรู้ได้ไงว่าเป็นแบบนั้นแต่ไม่ได้บอกว่าไม่เชื้อ

Name : วารีไนส์ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ วารีไนส์ [ IP : 125.25.6.197 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 พฤษภาคม 2552 / 14:19
ความคิดเห็นที่ 171(จากตอนที่ 42)

วัวย่างมาแล้วจ้า สดใหม่ร้อนๆ

X'P


PS.  ขอต้อนรับเหล่าสาวกแวมไพร์ทั้งหลายที่บทความของเราเลยจ้า ^^ http://my.dek-d.com/minty28/story/view.php?id=288178
Name : ~Minty~ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ~Minty~ [ IP : 124.121.165.221 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 พฤษภาคม 2552 / 21:55
ความคิดเห็นที่ 170
ผมว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ครับ เรื่องเสือนี่ เพราะสัตว์ป่าทุกชนิดไม่มีทางฝึกได้ครับ และ็ไม่ใช่สัตว์ดุร้ายเลยถ้าไม่หิวเสียอย่าง ออกจะขี้อายด้วยซ้ำ

และถ้าหิวมันก้คงจะเล่นงานพองทัพของเรา(ซึ่งอยู่ใกล้กว่า) แทนกองทัพศัตรูก่อนล่ะครับ
Name : สมิิงเดียวดาย < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ สมิิงเดียวดาย [ IP : 118.173.185.255 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 พฤษภาคม 2552 / 19:07
ความคิดเห็นที่ 169
ขอแถมหน่อยคบ ผมเห็น เสือ บุ๋มบิ่มในก้านกล้วย อ่ะคับ

เค้าใช่เสือรบจริงไหมคับ
Name : นายมะเขือเทศ [ IP : 117.47.147.179 ]

วันที่: 7 พฤษภาคม 2552 / 16:58
ความคิดเห็นที่ 168
ขอบคุณคับ สำหรับ เรื่องสัตว์สงคราม

ใส่รถศึกด้วยนะคับ
Name : นายมเขือเทศ [ IP : 117.47.147.179 ]

วันที่: 7 พฤษภาคม 2552 / 16:38
ความคิดเห็นที่ 167

อา สำหรับเรื่องกองทัพวัวในบทความนั้น เขาไม่ได้ขี่บนหลังวัวมานะครับ เขาปล่อยให้วัววิ่งออกนำหน้าไปก่อน จากนั้นก็เป็นตาของทหารราบที่จะตามหลังไป แค่ผมก็ลืมบอกไปว่าเขามัดฟ่อนฟางหรือกิ่งไม้ติดที่หางวัวเอาน่ะ แต่ดูท่าแล้ว คงใช้งานเดียวเลิกล่ะครับ เพราะลองเป็นวัวบ้าขนาดนั้น คงกู่กลับยากล่ะ (สงสัยกะว่าใช้งานเสร็จก็กินกันสบายแฮทั้งทัพเลยกระมัง - ฮา)


PS.  หากฟ้าสวรรค์ปกครองด้วยพระเจ้าเพียงพระองค์เดียวได้แล้วไซร้ ไฉนบนผืนพิภพจักมีจอมจักรพรรดิเพียงพระองค์เดียวมิได้ - ติมูร์เลน
Name : ติมูร์ข่าน < My.iD > [ IP : 118.172.131.119 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 พฤษภาคม 2552 / 14:11
ความคิดเห็นที่ 166(จากตอนที่ 42)

นี่ แล้วถ้า จุด ไฟที่หางของวัว 
อยากรู้จริงๆนะ ว่า วัวมันจะไม่คลั่งจนสะบัดคนที่ขี่ออกเหรอ
ลองนึกดูดี ถ้าเอา ไฟไปแหย่ตัวเรา เราก็คงจะสบัด หรือ ล้มลุกให้ไฟมันดับเร็ว
แล้วกับวัว ที่อยู่ตรงหาง จะขนาดไหน
แล้ว ไม่กลายเป็นวัวย่างเหรอ อันนี้โคตรสงสัยเลย
ตอนเห็นภาพนะ... ปิ้งอีกนิ๊ด สุกเลยนะนั้น


PS.   คุณมีสิทธิที่จะไม่พูด เพราะทุกคำจะเป็นหลักฐานมัดใจคุณ (from...วาดด้วยใจ ลงท้าย..ที่รัก ของ เอื้องอลิน)รับประกันความสนุกค่ะ อ่านจบแล้ว
Name : ne-run-cha-ra < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ne-run-cha-ra [ IP : 158.108.92.11 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 พฤษภาคม 2552 / 13:33
ความคิดเห็นที่ 165(จากตอนที่ 42)
=[]=ความรู้แน่นเชียว555
น้องอ่านแล้วก็แอบกลัวการสู้รบกันเหมือนกันนะคะเนี้ย
PS.  ชีวิตคนเราไม่แน่นอน จงอย่ายึดติด อย่าเชื่อในสิ่งที่เห็นหรือได้ยิน ps2.พายไม่ซึนนะคะ>
Name : [kamank]เปตอง < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ [kamank]เปตอง [ IP : 124.121.41.43 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 พฤษภาคม 2552 / 13:23
ความคิดเห็นที่ 164(จากตอนที่ 4)
ขอบคุณค่ะ

สำหรับเรื่องขวานๆ = = ภาษาเหนือเรียกว่า "มุย" ค่ะ เป็นชื่อเราเอง แต่ส่วนใหญ่เพื่อนเรียก "สันขวาน"...ท่านอาจสงสัยว่ามาบอกทำซากอะไร ครือ...เพราะเหตุนี้(เหตุไหน ?) เราเลยผูกพันธ์กับขวานเป็นพิเศษ

ขอบคุณอีกครั้ง ได้ทราบอะไรดีๆ เยอะเลย ^^
PS.  ข้ า พ เ จ้ า จ ะ รุ น ชี วิ ต ไ ป ใ ห้ ถึ ง ที่ ฝั น
Name : La HaChe < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ La HaChe [ IP : 125.25.13.149 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 พฤษภาคม 2552 / 03:59
ความคิดเห็นที่ 163
ผมขอบอกนะครับว่าผมไม่ได้มาป่วน ผมชอบใจบทความของผู้เขียนมากๆจึงแวะเวียนมาอ่านอยู่เรื่อยๆเพียงแต่ว่าผมอยากจะทราบให้มากขึ้นอีกสักหน่อยว่าที่จริงแล้วมันเป็นเช่นไร

ถ้าความสงสัยเกินงามของผมทำให้รำคาญก็ขออภัยนะครับ ไม่มีเจตนาจริงๆ
Name : Ohmu < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Ohmu [ IP : 58.147.61.34 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 5 พฤษภาคม 2552 / 07:06
ความคิดเห็นที่ 162
อยากทราบ เรื่อง รถศึก กะม้า แล้วช้างศึก อ่ะ คับ
Name : นาย มะเขือเทศ [ IP : 114.128.13.238 ]

วันที่: 4 พฤษภาคม 2552 / 16:02
ความคิดเห็นที่ 161(จากตอนที่ 35)
ดีมากเลยครับ
Name : เบสงง [ IP : 58.9.79.151 ]

วันที่: 3 พฤษภาคม 2552 / 16:30
ความคิดเห็นที่ 160

---------------- สำหรับเรื่องรายการสารคดีที่คุณใช้กล่าวอ้างนั้น ผมก็มิได้ปฏิเสธว่าข้อมูลองค์ประกอบส่วนใหญ่ในสนามรบ จะไม่สำคัญเท่าเรื่องของธนูยาวอังกฤษ และผมเองก็ไม่ได้เรียนด้านสายวิทยาศาสตร์มาโดยตรง จึงไม่มีสติปัญญามากพอที่จะใช้กล่าวอ้างแก้ตัวอันใดในเรื่องการยิงของธนูยาวอังกฤษ 
---------------- กระนั้น รายการสารคดีของประเทศอังกฤษที่ผมใช้กล่าวอ้างในเรื่องของธนูอังกฤษนั้น ย่อมมีความเป็นไปได้ที่จะลำเอียงเพื่อเข้าข้างฝ่ายตนในส่วนหนึ่ง ทว่า ในส่วนของรายการทางช่อง history channel ที่ผมอ้างเสริมนั้น รายการนี้เป็นของประเทศสหรัฐอเมริกา และช่างผู้ทำธนูสาธิตในรายการเป็นชาวยุโรปตะวันออก (จำไม่ได้ว่าชื่อและมาจากชาติอะไร) แต่นับเป็นช่างธนูที่มีชื่อเสียงมากในสหรัฐอเมริกา
---------------- อา แน่นอน คุณคงจะกล่าวอ้างว่าเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีความสัมพันธ์อันดีแก่กันและกันก็เป็นไปได้อีกนั่นเอง แต่กระนั้น ผมขอให้คุณลองคิดในมุมมองของประวัติศาสตร์ แทนที่ด้วยข้อกังขาอย่างนักวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ที่มักจะหมางเมินภูมิปัญญาของคนโบราณ
---------------- คุณต้องไม่ลืมว่า คนเราใช้ธนูในฐานะอาวุธสงครามมานานกว่าร่วม ๕,๐๐๐ ปี ในขณะที่อาวุธยิงอย่างปืนไฟ เราเพิ่งมาใช้เพียง ๘๐๐ ปีเป็นอย่างต่ำ เราจะเห็นได้ชัดว่าช่องว่างระหว่างประวัติศาสตร์ของธนูและปืนมีมากแค่ไหน ฉะนั้น ทำไมจะมีธนูที่สามารถยิงทะลวงเกราะไม่ได้ครับ เพราะในเมื่อหน้าไม้และธนูยังคงเป็นอาวุธในกองทัพสืบมาจนอย่างช้าที่สุดคือต้นศตวรรษที่ ๑๘ 
---------------- ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นได้? ผมขอให้คุณลองพิจารณา ในกรณีของศาสตราวุธชิ้นอื่นๆที่ผมได้กล่าวถึงในบทความ เพราะในเมื่อมีดาบที่สามารถตัดร่างคนสวมชุดเกราะได้ (และผมก็เคยเห็นดาบที่ตัดเหล็กมาแล้วกับตาของตัวเอง - มิใช่ทางสารคดีใดๆทั้งสิ้น) การจะสร้างอาวุธยิงอย่างธนูและหน้าไม้ที่สามารถเจาะเกราะได้ โดยมีเวลาให้มนุษย์นั่งคิดนอนคิดเล่นๆนานกว่า ๕,๐๐๐ ปี โดยที่มิต้องมาคิดขบหัวแทบแตก เพื่อสร้างอาวุธข่มขวัญกันและกันภายในเวลาเพียงไม่ถึงชั่วอายุคนอย่างในยุคปัจจุบัน
---------------- แน่นอน ผมไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใดๆจะกล่าวอ้าง นอกจากการวิเคราะห์ตามวิถีทางของบัณฑิตสาขาประวัติศาสตร์ ซึ่งอาศัยองค์ความรู้จากตำราพงศาวดารและภูมิปัญญาโบราณต่างๆที่ได้ศึกษา (และประสบมากับตัวเอง) เพียงเท่านั้น 


PS.  หากฟ้าสวรรค์ปกครองด้วยพระเจ้าเพียงพระองค์เดียวได้แล้วไซร้ ไฉนบนผืนพิภพจักมีจอมจักรพรรดิเพียงพระองค์เดียวมิได้ - ติมูร์เลน
Name : ติมูร์ข่าน < My.iD > [ IP : 118.172.130.54 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 พฤษภาคม 2552 / 16:02
ความคิดเห็นที่ 159(จากตอนที่ 17)


ดาบโนดาจิมีไว้สำหรับรบในทุ่งกว้างรับมือทหารม้าและพลหอก ดาบโนดาจิจะแสดงประสิทธิภาพสุงสุดในที่โล่งแต่ไม่เหมาะกับพื้นที่ปิดเช่นตัวอาคารหรือป่าเขา  และมันตียากกว่าดาบธรรมดา คนที่จะใช้มันก็ต้องแข็งแรงมากๆ
Name : Ohmu < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Ohmu [ IP : 58.147.61.34 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 พฤษภาคม 2552 / 08:22
ความคิดเห็นที่ 158(จากตอนที่ 19)
ดาบดามัสกัสของแขกอาหรับเกิดจากการหลอมผสมด้วยสุดยอดเทคนิคที่นักวิทยาศาสตร์ยังงงอยู่ว่าทำได้อย่างไรเพราะมันเป็นการผสมในระดับนาโนโมเลกุลทำให้แกร่งเหนียวไม่บิ่นไม่หักสนิมไม่กิน  ดาบญี่ปุ่นเองก็มีสุดยอดเทคนิคเช่นกันมันคือการสกัดแร่เหล็กที่พิเศษจริงๆมาตีผมจำชื่อเหล็กชนิดนั้นไม่ได้เพราะมีแต่ช่างดาบญี่ปุ่นสกัดมันมาใช้ชื่อเลยเป้นญี่ปุ่นไปด้วย  แต่ปริมาณของมันมีแค่10%จากเหล็กธรรมดา เหล็กชนิดที่ว่าแกร่งมากๆแต่มีจุดอ่อนคือสนิมบริโภคเร็วต้องดูและชโลมน้ำมันบ่อยมากซึ่งจะเห็นได้ว่าเทคนิคการสร้างและการดูและรักษาอยู่คนล่ะขั้วพอดี(หลอมรวม-สกัด/สนิมไม่กิน-สนิมกินอย่างรวดเร็ว)

เล่ากันว่าดาบเหล็กดามัสกัสโบราณผ่าหัวอัศวินได้เหมือนไม่มีหมวกเกราะสวมอยู่ ดาบญี่ปุ่นชั้นดีตีขึ้นในปัจจุบันก็ผ่ากระสุนที่ถูกยิงออกมาได้เช่นกัน ที่ทำได้ก็เพราะ


เทคนิคการตีสอดไส้นั่นเอง  โดยภายนอกใช้เหล็กแข็งมากๆเช่นคมด้าบซึ่งแข็งเป็นผลึก ส่วนด้านในใช้เหล็กเนื้ออ่อนทำหน้าที่ดูดซับแรงปะทะ ซึ่งเทคนิคที่ว่าไม่ใช่อยู่ๆก็จะมีมาแต่แรก เดิมที่ดาบญี่ปุ่นถูกสร้างจากเหล็กชนิดเดียวซึ่งในการรบที่รุนแรงมันก้มีโอกาสหักในการรบ ต่อมาก็มีการพัฒนาการตีแบบสอดไส้ขึ้นเป้นครั้งแรก(รูปขวา)ดาบชนิดนี้จึงเป็นดาบเหล็ก2ชนิด
เทคนิคการตีสอดไส้ขั้นสุดยอดคือเหล็ก3ชนิด(รูปซ้าย) ดาบมุรามาสะและมาซามุเนะถูกตีด้วยเทคนี้ ข้อแตกต่างอยู่ตรงลายน้ำบนตัวดาบ

มุรามาสะ

มาซามุเนะ


หากไม่เชื่อว่าผ่ากระสุนได้จริงลองใช้งานกุเกิ้ล คีย์เวิร์ด bullet plove katana
Name : Ohmu < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Ohmu [ IP : 58.147.61.34 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 พฤษภาคม 2552 / 08:07
ความคิดเห็นที่ 157(จากตอนที่ 28)
ขอถามเสริมอีกนิดนะครับ ปัจจัยมุมยิง ระยะยิง รูปแบบของหัวลูกศรและคุณภาพวัสดุที่ใช้ทำ

Name : 153ครับ [ IP : 58.147.61.34 ]

วันที่: 1 พฤษภาคม 2552 / 01:55
ความคิดเห็นที่ 156(จากตอนที่ 28)
แปลกดีนะครับเพราะที่ผมจำได้ในรายการที่ผมดูจัดทำโดยดิสคัพเวอรี่ชาแนล ธนูที่ถูกทดสอบแม้จะเป็นของทำเลียนแบบแต่ก็ทำตามมาตรฐานเดียวกับธนูโบราณของอังกฤษและผู้ที่ยิงทดสอบก็เป็นมาเนียธนูอังกฤษด้วย หัวลูกศรก็ทำแบบเดียวกัน วัสดุก็มาตรฐานเดียวกัน

ผมดีใจมากที่มีโอกาสที่จะพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องอาวุธโบราณที่ผมเองก็สนใจอยู่ แต่เพราะฐานข้อมูลไม่เหมือนกัน เผอิญผมไม่ค่อยให้น้ำหนักกับข้อมูลการนำเสนอเรื่องของประเทศตัวเองเท่าไหร่จะใช้ประกอบเท่านั้นน่ะครับถ้ามีแหล่งข้อมูลมากกว่าหนึ่ง

เพราะจะมากจะน้อยเราก็มักจะลำเอียงให้พวกของตัวเองอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตามผมก็ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับอังกฤษหรือฝรั่งเศสอยู่แล้ว ถ้าเป็นไปได้ผู้เขียนช่วยนำเสนอให้ผมเห็นได้ไหมครับว่าทำไมให้น้ำหนักกับสารคดีที่ถูกจัดทำโดยคนอังกฤษเอง?
Name : คนเดิมจากความเห็น153 [ IP : 58.147.61.34 ]

วันที่: 1 พฤษภาคม 2552 / 01:43
ความคิดเห็นที่ 155(จากตอนที่ 8)
ว้าว หยั่งกับอ่านสารคดีสนุกๆแน่ะ
ขอเก็บไว้ค่อยๆอ่านนะคะ
Name : talalan [ IP : 58.8.89.183 ]

วันที่: 29 เมษายน 2552 / 17:07
ความคิดเห็นที่ 154

---------- ขอบคุณข้อแย้งสำหรับคุณ 'ผ่านมาครับ' นะครับ เพราะสารคดีที่คุณกล่าวอ้างนั้น ก็เป็นรายการที่ผมเคยได้รับชมมาหลายปีมาแล้วครับ แต่จากหลักฐานล่าสุดที่ผมได้รับชมทางช่อง history channel และ channel 4 ของประเทศอังกฤษนั้น ได้เสนอหลักฐานใหม่ที่ยืนยันว่า แรงยิงของธนูอังกฤษสามารถทะลุทะลวงเกราะหนักได้จริงๆครับ 
---------- ถามว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น เพราะว่าในรายการที่คุณและผมเคยรับชมใช้มาตราฐานการยิงธนูแบบสากล มิได้ใช้มาตรวัดการยิงธนูแบบโบราณ ด้วยผมได้อธิบายลงในตอนธนูยาวอังกฤษไปแล้วว่า มาตรแรงดึงของธนูสากลอยู่ที่ ๒๐ - ๗๐ ปอนด์ แต่จากหลักฐานทางโบราณคดีครั้งล่าสุด เมื่อมีการกู้ซากเรือโรสแมรี่ อันเป็นเรือรบของอังกฤษในรัชสมัยพระเจ้าเฮนรี่ที่ ๘ แห่งราชวงศ์ทิวดอร์นั้น ได้มีการค้นพบคันธนูยาวที่ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์มาก ซึ่งจากการตรวจสอบแล้ว พบว่าธนูยาวอังกฤษในสมัยนั้นต้องใช้แรงดึงถึง ๘๒ ปอนด์ ซึ่งนับว่าสูงกว่ามาตรแรงดึงของธนูสากลอยู่มาก พร้อมกันนั้น ทางรายการได้ทำการทดลองให้ได้ชม คือการลูกธนูเจาะเกราะเข้าเครื่องดึงในระดับมาตรแรงดึงธนูขนาด ๘๒ ปอนด์กับหุ่นที่สวมชุดเกราะอัศวิน (ซึ่งสวมชุดเกราะนวม - แกมเบอร์สัน อยู่ภายในอีกด้วย) ซึ่งผลออกมานั้น คือลูกธนูแบบเจาะเกราะที่ถูกขึ้นสายยิงด้วยแรงดึงขนาด ๘๒ ปอนด์นั้น สามารถทะลวงผ่านชุดเกราะเหล็กและชุดเกราะนวมไปถึงตัวหุ่น ซ้ำยังฝากรอยแผลลึก ๑ - ๒ นิ้วเอาไว้ได้จริงๆครับ
------------ แน่ครับ คุณอาจจะยังไม่เชื่อว่าธนูยาวอาจสร้างความเสียหายได้ถึงขนาดนั้น แต่ตามหลักฐานในประวัติศาสตร์กองทัพอังกฤษ พบว่ามีการใช้กองธนูยาวเสมอมาจนกระทั่งอย่างช้าที่สุด คือในช่วงสงครามกลางเมืองและสมัยเครือจักรภพ (English Civil war) ซึ่งอยู่ในช่วงศตวรรษที่ ๑๗ ซึ่งผ้านพ้นหลังจากยุคสงครามร้อยปีไปกว่า ๒๐๐ ปีมาแล้ว ซ้ำยังเป็นช่วงยุคแห่งการใช้ปืนไฟ และการสวมเกราะแบบกันกระสุนอีกด้วย กระนั้น กองทัพอังกฤษก็ยังมีกองทหารธนูยาวอยู่ในกองทัพเช่นเดิม เหมือนเมื่อครั้งยุคกลางนั่นแหละครับ 
------------ สุดท้ายนี้ ผมก็ขออธิบายเพิ่มเติมอีกนิดหน่อย เพราะมิใช่เพียงธนูยาวอังกฤษที่สามารถยิงทะลุเกราะเหล็กหนักได้ ธนูวัสดุผสม (Composite bow) ก็สามารถยิงได้เช่นกัน ซ้ำยังมีแรงทะลวงสูงกว่าธนูยาวอังกฤษเสียด้วย ดังในรายการของ history channel ที่ผมเคยรับชมตอนนึงนั้น ธนูวัสดุผสมสามารถทะลวงเกราะเหล็กได้ลึกกว่าธนูยาวอังกฤษได้จริงครับ
------------- หวังว่าคำตอบของผม คงจะเป็นที่พอใจนะครับ


PS.  หากฟ้าสวรรค์ปกครองด้วยพระเจ้าเพียงพระองค์เดียวได้แล้วไซร้ ไฉนบนผืนพิภพจักมีจอมจักรพรรดิเพียงพระองค์เดียวมิได้ - ติมูร์เลน
Name : ติมูร์ข่าน < My.iD > [ IP : 118.172.128.103 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 เมษายน 2552 / 11:53
ความคิดเห็นที่ 153(จากตอนที่ 28)
แย้งนิดนึงนะครับ คือว่าเคยมีสารคดีทำการทดสอบว่าลูกศรที่ยิงจากธนูอังกฤษเจาะเกราะอัศวินฝรั่งเศสเข้าจริงรึเปล่าปรากฎว่ามันไม่เข้าครับไม่ว่าจะด้วยเงื่อนไขอะไร อย่างดีก็ทำได้แค่บุบ

พลธนูจะไม่สวมเกราะ มีแค่ะนูยาวและมีดเหน็บเอว ส่วนอัศวินฝรั่งเศสเกราะแน่นหนามากและแน่นอนว่าหนักมาก

สมรภุมิที่รบกันมันเป้นเลนง่ายมากครับ เลยสันนิษฐานว่าวันที่รบกันสนามรบมีสภาพย่ำแย่มากสำหรับทหารม้าแล้ว ม้าวิ่งได้ดีบนพื้นที่มีความหนาแน่นแต่โคลนเลนวิ่งไม่ออกครับ อัศวินฝรั่งเศสเลยวิ่งไปจมปลัก ฝ่ายอังกฤษก็เข้าประชิดลากตัวลงจากม้าแล้วเชือดด้วยมีดตามบริเวณข้อต่อต่างๆโดยอัศวินเองก้ตอบโต้ไม่ได้ด้วยเพราะเกราะมันถ่วง พอตกม้าเจอโคลนเลนสภาพก้เหมือนแมลงวันเจอกาวดักเลยครับ

ส่วนที่ว่าทำไมประโคมว่าชนะด้วยธนู เพราะศึกครั้งนี้อังกฤษชนะเพราะสภาพแวดล้อมช่วยเหลือจริงๆแต่ไม่ใช่ว่าสมรภุมิมันจะเอื้อเช่นนี้ตลอด อังกฤษจึงต้องการบรัฟว่าตนมีสุดยอดอาวุธในครอบครอง อย่าแหยม และงบประมาณค่าใช้จ่ายของพลธนูมันก้ถูกมากด้วย ขณะนั้นอังกฤษไส้แห้งมากครับ
Name : ผ่านมาครับ [ IP : 58.147.61.157 ]

วันที่: 25 เมษายน 2552 / 00:32
ความคิดเห็นที่ 152
ในสามก๊ก ของเจ้าพระยาพระคลัง
ขนานนามกระบี่ชนิดหนึ่งไว้ว่า กีเทนเกี้ยม สรรพคุณฟันเหล็กดุจฟันหยวก

แต่หลายๆที่ ให้ชื่อว่า ชิ่งกัง

ขอข้อมูลที่แน่นอนด้วยครับ
PS.  เราจะรบเคียงไหล่ เราจะตายเคียงกัน รวดเร็ว รุนแรง เด็ดขาด Cavalry can do. เลือดข้า เลือดทหารม้า สีฟ้าหม่น
Name : cavalry can do. < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ cavalry can do. [ IP : 202.44.135.39 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 เมษายน 2552 / 15:26
ความคิดเห็นที่ 151(จากตอนที่ 16)

สุดยอดชอบมากครับ

Name : หนุ่มบ้านนอก < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ หนุ่มบ้านนอก [ IP : 124.157.229.70 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 เมษายน 2552 / 08:50
ความคิดเห็นที่ 150
ขอขอบคุณสำหรับคำชม และก็ขอออภัยไปพร้อมๆกันครับ เพราะผู้เขียนมัวแต่เขียนนิยายรวมเล่มไปนาน กอปรกับทางเว็บไซด์ทำการปรับปรุงระบบ จึงทำให้ผู้เขียนมีเวลาค้นคว้าข้อมูลต่างๆมากยิ่งขึ้นไปด้วย ดังนั้น ผู้เขียนขอใช้เวลาในการปรับปรุงข้อความใหม่ทั้งหมด เพื่อที่ผู้อ่านทุกท่านจะได้ข้อมูลที่ครบถ้วนและเป็นประโยชน์มากยิ่งๆขึ้นไป ขอขอบคุณครับ
PS.  หากฟ้าสวรรค์ปกครองด้วยพระเจ้าเพียงพระองค์เดียวได้แล้วไซร้ ไฉนบนผืนพิภพจักมีจอมจักรพรรดิเพียงพระองค์เดียวมิได้ - ติมูร์เลน
Name : ติมูร์ข่าน < My.iD > [ IP : 118.172.128.20 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 17 เมษายน 2552 / 17:35
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 , 18 | 19 | 20 >>