นิยาย ตำนานศาสตราวุธ
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 , 16 | 17 | 18 | 19 | 20 >>
ความคิดเห็นที่ 224
ท่านข่านครับพอจะมีข้อมูลของgunbladeมั้ยครับ
PS.  หากเสี่ยงมาสู้กับข้า แล้วเจ้าจะพบว่า ทำไมความตาย เป็นชะตาชีวิตที่เมตตากว่า
Name : san444 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ san444 [ IP : 117.47.180.197 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 3 กรกฎาคม 2552 / 21:53
ความคิดเห็นที่ 223(จากตอนที่ 41)
แล้วของเก่าโบราณไม่มีเหลือตกทอดมาถึงปัจจุบันบ้างเหรอครับ น่าแปลกนา อย่างญี่ปุ่นหรือทางยุโรปเขายังหลงเหลือเกราะเก่ามาให้เห็นเลย ของเจ้านายชั้นสูงเชื้อพระวงค์ต่างๆที่เป็นของตกทอดก็ไม่เคยเห็นเลย แล้วมันหายไปไหนหมดครับสงสัย
Name : จิ้งจอกเก้าหาง [ IP : 118.174.70.61 ]

วันที่: 22 มิถุนายน 2552 / 22:11
ความคิดเห็นที่ 222(จากตอนที่ 16)
ดี ก็บอกว่าดี
Name : iTTi [ IP : 203.146.157.164 ]

วันที่: 20 มิถุนายน 2552 / 21:50
ความคิดเห็นที่ 221(จากตอนที่ 15)
ได้รู้ในสิ่งที่อยากรู้
Name : iTTi [ IP : 203.146.157.164 ]

วันที่: 20 มิถุนายน 2552 / 21:44
ความคิดเห็นที่ 220(จากตอนที่ 14)
ยังงัยก็ขอบคุณสำหรับข้อมูล
Name : iTTi [ IP : 203.146.157.164 ]

วันที่: 20 มิถุนายน 2552 / 21:37
ความคิดเห็นที่ 219(จากตอนที่ 13)
สั้นๆไปนิด
Name : iTTi [ IP : 203.146.157.164 ]

วันที่: 20 มิถุนายน 2552 / 21:32
ความคิดเห็นที่ 218(จากตอนที่ 12)
อืม อ่านสนุกไม่น่าเบื่อไมง่วงนอน
Name : iTTi [ IP : 203.146.157.164 ]

วันที่: 20 มิถุนายน 2552 / 21:30
ความคิดเห็นที่ 217(จากตอนที่ 11)
ยิ่งอ่านยิ่งชอบ
Name : iTTi [ IP : 203.146.157.164 ]

วันที่: 20 มิถุนายน 2552 / 21:29
ความคิดเห็นที่ 216(จากตอนที่ 9)
ให้ความละเอียดของเนื้อหาดีมาก มีทั้งประวัติศาสตร์และเนื้อหา
Name : iTTi [ IP : 203.146.157.164 ]

วันที่: 20 มิถุนายน 2552 / 21:22
ความคิดเห็นที่ 215(จากตอนที่ 2)
คุณค่าทางปัญญา ขอบคุณมากเลย
Name : iTTi [ IP : 203.146.157.164 ]

วันที่: 20 มิถุนายน 2552 / 21:01
ความคิดเห็นที่ 214(จากตอนที่ 46)
เคยได้ยินว่า กระบวนทัพ"เทสตูโด้"เคยปรากฎในประวัติสาสตร์จีนด้วย ไม่รูจะเกี่ยวกับเรื่อง"ชาวโรมันในจีน" รึเปล่า ชักงงๆ ช่วยไขปริศนานี้หน่อยได้มั้ยครับ...
Name : siwawuth [ IP : 61.90.103.76 ]

วันที่: 13 มิถุนายน 2552 / 19:40
ความคิดเห็นที่ 213
คุณอัศวินอโยธยาครับ
ตอนนี้ ผม(กุมารสยาม)เพิ่งได้เบาะแสใหม่เกี่ยวกับเรื่องเกราะพม่าครับ
เป็นของมหาพันธุละ แม่ทัพพม่าสมัยราชวงศ์อลองพญา ช่วงสงครามอังกฤษ-พม่า
เข้าไปดูได้ที่กระทู้นี้ครับ

http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K7958776/K7958776.html

อ้อ....มีเรื่องเกราะของเผ่าอินเดียนแดงในอเมริเหนือด้วยนะครับ
เชิญชมที่กระทู้นี้ครับ
http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K7962939/K7962939.html

มีข้อมูลอะไรใหม่ๆจะมาเล่าสู่กันฟังครับ
Name : กุมารสยาม [ IP : 58.9.120.251 ]

วันที่: 12 มิถุนายน 2552 / 08:20
ความคิดเห็นที่ 212(จากตอนที่ 24)
แล้วrecurve อะเปงธนูแบบใหน 555+
Name : คูน [ IP : 112.142.113.173 ]

วันที่: 6 มิถุนายน 2552 / 21:00
ความคิดเห็นที่ 211
จบตำนานศาสตราวุธละผมอยากจะทราบเรื่องราวรัชสมัยจริงๆของพระนเรศของเรามั่งอ่ะครับขอละเอียดยิบเลยเพราะดูแต่ละอันมันผิดๆกันไงไม่รู้ครับ
Name : นักรบ [ IP : 58.64.55.196 ]

วันที่: 2 มิถุนายน 2552 / 21:40
ความคิดเห็นที่ 210
----------- สำหรับข้อมูลต่างๆที่มีการนำมาเสริมอ้างและติติงนั้น ผมไม่ขอแย้งเถียงใดๆทั้งสิ้นครับ เพราะผมเองก็ไม่ได้ศึกษาลงลึกในรายละเอียดมากนัก แต่ผมคิดว่าคุณแกรนด์มาสเตอร์ฯลืมมองภาพรวมบางอย่างไปหรือไม่ เพราะเรื่องระยะยิงที่นำมาหักล้างกล่าวอ้างกันเป็นประจำนั้น เราจะรู้และเห็นจากการยิงธนูเพียงดอกเดียวเท่านั้น ซึ่งมันจะเป็นการเหมารวมที่เร็วเกินไปหรือไม่?
------------ ครับ แน่นอนว่าผมเป็นฝ่ายที่เชื่อมั่นว่าธนูยุคโบราณสามารถยิงทะลุเกราะได้ แต่กระนั้น เราต้องไม่ลืมว่า ในยุทธการแต่ละครั้งไม่ได้มีพลธนูแค่สิบยี่สิบนาย และเขาก็ไม่ได้มายิงเล็งยิงจ่อกันอย่างปืนไรเฟิลหรือที่มีปรากฏในแบบทอดสอบต่างๆ และอาจจะไม่ใช่จะยิงกราดสาดกันมั่วแหลกอย่างปืนกลสมัยนี้ หากแต่มีพลธนูร่วมกว่าค่อนหมื่น ซ้ำยังอาศัยชัยภูมิเป็นหลักสำคัญ เอาอย่างศึกที่โด่งดังที่สุดในในสงครามร้อยปีอังกฤษ - ฝรั่งเศสคราวนึงอย่างยุทธการเครซี่นั้น ปรากฏมีพลธนูยาวอังกฤษ ๖,๐๐๐ - ๗,๐๐๐  นายเลยทีเดียว ซึ่งพลธนูยาวอังกฤษที่ชำนาญ (ซึ่งแน่นอนว่าชำนาญสุดๆทั้งทัพ) สามารถยิงธนูได้ ๑๒ นัดต่อ ๑ นาที แล้วลองนึกดูสิว่า ในเวลา ๑ นาทีของพลธนูยาวอังกฤษ ๖,๐๐๐ - ๗,๐๐๐ นายที่ยึดชัยภูมิเป็นเนินสูง อันเหมาะสมกับการเพิ่มแรงเจาะทะลวงของลูกดอกเป็นเท่าตัวนั้น จะสามารถสร้างความเสียหายได้มากเพียงใดกันล่ะครับ?
------------- และประการสำคัญอีกข้อหนึ่ง หากธนูยาวเป็นเพียงอาวุธสงครามที่ล้าสมัยจนไม่มีความสำคัญใดๆอีกแล้ว ทำไมกองทัพอังกฤษยังคงใช้ธนูยาวในการสงครามจวบจนยุคสงครามกลางเมือง (English civil war) ล่ะครับ? (ดังรูป) 
http://image.dek-d.com/18/622006/14990555
http://image.dek-d.com/18/622006/14990556
------------- หรือว่าพลธนูยาวยุคหลังๆเขากะยิงแม่นเข้าลูกตาหรือใบหน้าข้าศึกอย่างเดียวกระนั้นหรือ? ผมคิดว่ามันคงจะเป็นเหตุผลที่ไร้สาระอย่างยิ่งยวดในหลักฐานความเป็นจริงที่ปรากฏอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์เสียกระมัง?
------------- ส่วนในกรณีธนูวัสดุผสมของกองทัพตะวันออกนั้น ยังคงเป็นเรื่องยากที่จะพิสูจน์สอบให้แน่ชัดจริงๆครับ เพราะหลักฐานส่วนมากมักตกเป็นเพียงคำเล่าขานและบันทึกเท่านั้น หาได้มีหลักฐานเป็นรูปร่างของคันธนูที่ง่ายแก่การแตะต้องจริงได้ไม่ เพราะลำพังตัวผมเองก็กำลังรวบรวมข้อมูลการทำธนูวัสดุผสมเท่าที่หาได้ เพื่อกะจะลองทำเป็นชิ้นเป็นอันสักคันหนึ่งอยู่เหมือนกัน แต่กระนั้น คุณและผมก็มิอาจจะปฏิเสธได้ว่าธนูวัสดุผสมนี้ นับเป็นอาวุธยิงโบราณที่ทรงพลานุภาพที่สุดของโลก มิเช่นนั้นแล้ว คงมิอาจจะนำพาให้กองทัพมองโกลบุกพิชิตโลกโบราณได้ถึงครึ่งหนึ่ง และกองทัพออตโตมานจะสามารถปกครองได้ ๓ ทวีปได้ยุคถัดมาได้เป็นแน่ทีเดียว
PS.  หากฟ้าสวรรค์ปกครองด้วยพระเจ้าเพียงพระองค์เดียวได้แล้วไซร้ ไฉนบนผืนพิภพจักมีจอมจักรพรรดิเพียงพระองค์เดียวมิได้ - ติมูร์เลน
Name : ติมูร์ข่าน < My.iD > [ IP : 118.172.128.167 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 มิถุนายน 2552 / 22:17
ความคิดเห็นที่ 209
สำหรับลิงค์ต่าง ๆ ที่โพสไปนั้น เนื่องจากเนื้อหาข้อโต้แย้งค่อนข้างมาก ผมจึงลืมแก้ไขให้สามารถกดเข้าได้และได้โพสมา ณ คอมเม้นต์นี้ ผมก็ขออภัยด้วยนะครับ

http://www.youtube.com/watch?v=jCL4wj1y6t0
http://www.youtube.com/watch?v=q-Xp56uVyxs
http://www.youtube.com/watch?v=Y3_h4cF8iTE
Name : CONSTANTINE XII PALAEOLOGUS < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ CONSTANTINE  XII  PALAEOLOGUS [ IP : 124.120.212.113 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 พฤษภาคม 2552 / 00:31
ความคิดเห็นที่ 208
ผมเคยได้ชมสารคดีของประเทศตุรกี ที่ได้สาธิตการยิงธนูแบบผสม (Composite bow) แบบเดียวกับที่ชาวมองโกลใช้ โดยสาธิตการยิงในวิถีราบ (Horizontal shot) ในห้องปิดคล้ายกับการทดสอบธนูจากเรือแมรี่โรส ซึ่งผู้ยิงไม่ไกลจากเป้าซึ่งเป็นหุ่นคนสวมชุดเกราะแบบฮาล์ฟเพลตเท่าใดนัก ปรากฏว่า ลูกธนูนั้นสามารถเจาะทะลุเกราะเข้าไปได้เล็กน้อย แต่ไม่สามารถสร้างบาดแผลที่ทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ (ถ้าทหารนายใดต้องตายด้วยพิษบาดแผลเพียงเท่านั้น ก็สมควรตายแล้ว!!!) ซึ่งสามารถติดตามตรวจสอบได้จากลิงค์ต่อไปนี้ http://www.youtube.com/watch?v=jCL4wj1y6t0

และนอกจากนั้น ก็ยังมีคลิปทดสอบการยิงธนูในเว็บไซต์ยูทูปหลายคลิปที่ยืนยันได้ว่า แม้ธนูลองโบวก็ใช่ว่าจะเจาะเกราะได้ง่ายๆเสมอไป โดยการทดลองนั้น เป็นการทดลองยิงใส่เกราะฮาล์ฟเพลต ซึ่งสามารถติดตามตรวจสอบได้จากลิ้งค์ดังต่อไปนี้ http://www.youtube.com/watch?v=q-Xp56uVyxs ซึ่งคลิปดังกล่าวเป็นคลิปวิดีโอของกลุ่มชาวอังกฤษ ผู้มีความชื่นชอบในธนูลองโบว และได้สาธิตการยิงธนูดังกล่าว โดยใช้คันธนูลองโบวที่จำลองมาจากธนูที่ใช้ในสงคราม 2 แบบได้แก่
1. คันธนูลองโบวที่ทำจากไม้ยิวล้วน ๆ หนัก 95 ปอนด์และ 100 ปอนด์ ยิงโดยนายจอห์น มาร์แชลล์
2. คันธนูผสมแบบลานิเนตที่ใช้ไม้ 2 ชนิดคือ ไม้ฮิกโครี่กับไม้โอซาร์ก หนัก 100 ปอนด์ ยิงโดยนายบิคเคอร์สตาฟฟ์
- เกราะที่ใช้ในการทดสอบหน้าหนา 1.5 มิลลิเมตร เป็นเหล็กกล้ามีส่วนผสมของคาร์บอน 1.2%
- แรงที่ใช้ในการดึงสายธนูในการทดสอบนี้อาจจะต่ำกว่าที่ใช้ในสงครามไปบ้าง แต่ผู้ทดสอบก็พยายามทำให้ได้แรงดึงใกล้เคียงกับที่ใช้ในสงครามจริงที่ใช้แรงดึง 120 ปอนด์ต่อฟุตเป็นขั้นต่ำ โดยศึกษาแรงดึงนี้จากคันธนูที่กู้ซากจากเรือแมรี่ โรส
- หัวลูกธนูจะเป็นแบบไม่ลับคมมากและเป็นเพียงเหล็กอ่อนธรรมดา ๆ ตามแบบที่ใช้ทั่วไปในสงครามยุคกลาง
- ระยะยิงโดยประมาณอยู่ที่ 20-30 เมตรที่หัวลูกธนูจะสามารถเข้าปะทะโดยตรงด้วยแรงปะทะมากที่สุด

ส่วนเกราะเกล็ด หรือ เกราะที่ทำจากแผ่นเหล็กเย็บติดกับแผ่นหนังนั้น ก็มีความทานทนลูกธนูได้เป็นอย่างมากเช่นกัน ซึ่งสามารถติดตามตรวจสอบได้จากลิ้งค์ดังต่อไปนี้ http://www.youtube.com/watch?v=Y3_h4cF8iTE และจากลิ้งค์เดียวกันนั้น ก็ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเกราะแบบห่วงโซ่ถักร้อย หรือ Chainmail นั้นมีศักยภาพในการต่อต้านอาวุธซัดส่งประเภทลูกธนูได้ค่อนข้างน้อยมาก

ซึ่งข้อท้วงติงดังกล่าวของผมนั้นเป็นการนำเสนอตามหลักวิชาการโดยอ้างอิงอยู่กับข้อมูล - หลักฐาน ซึ่งหากท่านผู้รู้ท่านใดมีความเห็นเป็นอื่น จะขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งถ้าท่านจะกรุณาแสดงซึ่งความเห็นนั้นและหลักฐานประกอบการวิเคราะห์ – วิจารณ์ เพื่อจักได้เป็นการเปิดหูเปิดตากระผมผู้ด้อยภูมิปัญญา ในอนาคตกาลข้างหน้าโน้นเทอญ…

จึงได้คอมเม้นต์มาด้วยความเคารพ

คอนสแตนติน พาเลโอโลกัส
แกรนด์ มาสเตอร์แห่งภาคีอัศวินพิทักษ์ประวัติศาสตร์
http://my.dek-d.com/constantine_xii/
Name : CONSTANTINE XII PALAEOLOGUS < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ CONSTANTINE  XII  PALAEOLOGUS [ IP : 124.120.212.113 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 พฤษภาคม 2552 / 00:10
ความคิดเห็นที่ 207
ประเด็นที่ 2 จากที่คุณกล่าวอ้างข้อมูลจากสารคดีช่อง History Channel กับ Channel 4 ที่ได้กล่าวอ้างถึงคันธนูอังกฤษที่พบในซากเรือแมรี่ โรสซึ่งอับปางลงในปี ค.ศ. 1545 และสามารถยิงเจาะเกราะได้ถึง 1-2 นิ้ว ซึ่งเป็นระยะที่สามารถสร้างบาดแผลที่ถึงแก่ชีวิตได้นั้น สารคดีในตอนดังกล่าวนั้น ผมก็ได้ติดตามชมเช่นกันและมีความเห็นหลายประการที่ขัดแย้งกับคุณ เนื่องด้วยในการทดสอบดังกล่าว ได้ทดลองยิงลูกธนูจากปืนอัดลมขนาดใหญ่ (ซึ่งน่าจะมีแรงส่งมากกว่าแรงคนธรรมดาด้วยซ้ำ) โดยทำการทดลองในห้องปิด ไม่มีแรงลมจากภายนอกมารบกวน และผลการทดลองปรากฏว่า ลูกธนูจะสามารถเจาะเกราะแบบฮาล์ฟเพลตจนทะลุได้ 1-2 นิ้วตามที่ท่านกล่าวอ้างจริง แต่กว่าที่ลูกธนูจะสามารถเจาะเกราะฮาล์ฟเพลตได้ ก็ต้องเข้าใกล้ในระยะเพียง 20 เมตรเท่านั้น ซึ่งเป็นระยะหวังผลที่พลธนูในยุคนั้นไม่น่าจะใช้อย่างยิ่ง เพราะหากศัตรูอยู่ระยะใกล้เพียง 20 เมตรแล้ว ก็เป็นการง่ายที่เขาผู้นั้นจะหลบหลีกได้ เพราะศัตรูสามารถแลเห็นและรู้ตัวอยู่ก่อนแล้วว่าตนกำลังจะถูกยิง นอกเสียจากว่าจะยิงเป็นชุด แต่ถึงจะสร้างความเสียหายให้ศัตรูได้ แต่ด้วยระยะเพียง 20 เมตร ผู้ยิงธนูจะมีโอกาสยิงเพียงครั้งเดียวเท่านั้น เพราะหลังจากนั้นตนก็จะถูกจู่โจมประชิดตัวจนยากที่จะใช้ธนูในการต่อต้านศัตรูได้ และนอกจากนั้น ธนูจากเรือแมรี่ โรสดังกล่าว เมื่อยิงจากระยะที่ไกลกว่านี้ ย่อมยากที่จะสามารถเจาะทะลุเกราะจนทำให้ผู้สวมใส่เสียชีวิตได้ ดังนั้นการกล่าวอ้างของท่านจึงเป็นการให้ข้อมูลด้านเดียวและไม่ครอบคลุมข้อเท็จจริง

นอกจากนั้น ในยุคโบราณ ระเบียบวิธีในการยิงธนูเพื่อต่อต้านกองกำลังศัตรูนั้น โดยมากจะเป็นการยิงในวิถีโค้งทำให้ลูกธนูจะตกใส่กองกำลังของศัตรูจากด้านบน จึงอาจทำให้มิได้ใส่ใจที่จะพัฒนาที่จะสร้างธนูให้มีอานุภาพแรงจนสามารถที่จะเจาะเกราะจนทะลุจากการยิงวิถีราบก็เป็นได้ เพราะแม้แต่ลองโบว์ที่มีชื่อเสียงนั้น ก็นิยมยิงวิถีโค้งด้วยเช่นกัน การหวังผลในวิถีราบของธนูนั้นจึงนิยมใช้น้อยกว่าวิถีโค้ง (ยกเว้นในกรณีที่ยิงธนูบนหลังม้าที่มักใช้วิถีราบมากกว่า)
Name : CONSTANTINE XII PALAEOLOGUS < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ CONSTANTINE  XII  PALAEOLOGUS [ IP : 124.120.212.113 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 พฤษภาคม 2552 / 00:08
ความคิดเห็นที่ 206
ประเด็นที่ 1 จากข้อมูลที่คุณกล่าวอ้างจารึกที่พบที่เมืองเนอร์ชินสค์ (Nerchinsk) ในไซบีเรียที่กล่าวว่า “เยซุงเก พระนัดดาของเจงกิสข่านสามารถยิงธนูได้ 536 เมตร และในพงศาวดารมองโกลก็บอกอีกว่า พลธนูของเจงกิสข่านสามารถยิงธนูได้ 500 เมตร” นั้น ผมขอเสนอความเห็นว่า ระยะหวังผลของธนูแบบผสม (Composite bow) ของมองโกล 500 กว่าเมตรที่ท่านกล่าวอ้างนั้น ผมคิดว่า ค่อนข้างไกลเกินไป เพราะจากที่ผมได้ศึกษามาจากตำราของต่างประเทศหลายเล่ม ต่างก็ระบุระยะหวังผลของธนูไว้ไม่เกิน 300 เมตร เนื่องจากไกลกว่านั้นแล้ว จะไม่สามารถมองเห็นเป้าหมายได้ชัดเจน จึงมิอาจหวังผลในการยิงดังกล่าวได้มากนัก ประกอบกับ จากข้อมูลในศิลาจารึกที่ท่านกล่าวอ้าง เป็นข้อมูลที่ได้จากการประลองหรือแข่งขันยิงธนู ซึ่งก็อาจมีความเป็นไปได้มากว่า การยิงในระยะดังกล่าว แม้จะได้ระยะไกลดังนั้นจริง ก็อาจเป็นความสามารถเฉพาะบุคคลซึ่งไม่จำเป็นที่ทหารประจำการของกองทัพมองโกลทุกนายจะสามารถยิงธนูในระยะดังกล่าวได้ ซึ่งข้อมูลจากจารึกที่ท่านได้นำมากล่าวอ้าง ผมเองก็เคยศึกษามาบ้างเล็กน้อย ในจารึกดังกล่าวเล่าเรื่องงานฉลองตามประเพณีของมองโกลหรือที่เรียกว่า “นาดาม” (Naadam) ของเจงกิสข่านภายหลังการพิชิตเมือง “ซาตาอูล” (เตอร์กิสถานตะวันออก) ได้ ซึ่งในงานฉลองครั้งนั้นจะมีการแข่งกิฬา 3 อย่าง ได้แก่ มวยปล้ำ, การแข่งยิงธนู และแข่งม้า เพื่อหาผู้ที่เก่งกาจในด้านกำลัง, ความแม่นธนู และม้าที่เร็วที่สุด และในการแข่งขันครั้งนั้น เยซุงเก (Yesüngge) พระราชนัดดาของเจงกิสข่านก็ได้ใช้ธนูยิงเป้าในระยะ 335 ช่วงแขน (ประมาณ 536 เมตร)  ในการแข่งขันครั้งนั้น ข้อมูลจากศิลาจารึกได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า มีเพียง “เยซุงเก” พระองค์เดียวเท่านั้นที่ธนูในระยะดังกล่าว และนอกจากนั้น ยังมีเอกสารที่เป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์ชื่อ “Khökh Sudar” ของ อินจินาชิ (Injinashi)  นักประวัติศาสตร์. นักเขียน และนักปรัชญาชาวมองโกลที่กล่าวอ้างถึงการแข่งขันยิงธนูอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งมีผู้เข้าแข่งขันเป็นทหารชาวมองโกลจำนวนมากและผลปรากฏว่า จากการแข่งขันยิงธนูในคราวนั้น  มีผู้ที่สามารถยิงธนูเข้าเป้าในระยะ 500 เมตรได้ 3 ครั้งมีจำนวนเพียง 5 คนเท่านั้นได้แก่ Dzulgetii จาก Dzurgen Aimag, Gölögöön Baatar จาก Sönöd Aimag, Khuildar จาก Monguur Aimag, Subeedei Baatar และ Togtongo Baatar จาก Djurchid Aimag ซึ่งจากข้อมูลที่ได้นำมากล่าวอ้างข้างต้น จึงพอจะพิจารณาได้ว่า ระยะดังกล่าวอาจมิใช่ระยะปกติที่บุคคลทั่วไปสามารถจะหวังผลจากการยิงได้ โดยที่การยิงให้ได้ระยะดังที่กล่าวข้างต้นนั้น อาจจะขึ้นอยู่กับอัตราความแรงของการเหนี่ยวสายธนู รวมไปถึงปริมาณของมุมเงยที่ใช้ในการยิง ซึ่งอาจจะเป็นความสามารถเฉพาะตนที่อาศัยการลองผิดลองถูกมานานก็เป็นได้
Name : CONSTANTINE XII PALAEOLOGUS < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ CONSTANTINE  XII  PALAEOLOGUS [ IP : 124.120.212.113 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 พฤษภาคม 2552 / 00:07
ความคิดเห็นที่ 205
ผมก็เป็นนักประวัติศาสตร์คนหนึ่งที่สนใจประวัติศาสตร์การทหารและอาวุธโบราณมาเป็นเวลานานพอสมควร ได้ศึกษาหาข้อมูลทั้งจากตำรับตำราของต่างประเทศและสารคดีที่แพร่ภาพอยู่ตามสื่อต่าง ๆ แต่ผมก็ยังไม่กล้าถึงขนาดเรียกตนเองว่าเป็น “ผู้เชี่ยวชาญ” หรอกครับ หากแต่เป็นเพียงผู้สนใจ (มาก) คนหนึ่งเท่านั้น ดังนั้น หากข้อมูลที่ผมกล่าวอ้างนั้นขัดแย้งกับข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งอย่างใด ขอท่านผู้รู้ได้โปรดแนะนำแก้ไขและโปรดแสดงซึ่งหลักฐานประกอบการกล่าวอ้างของท่าน เพื่อช่วยให้ผู้ด้อยภูมิรู้อย่างผมได้เปิดหูเปิดตาด้วยเทอญ...

และจากที่ได้อ่านข้อมูลที่คุณได้นำมากล่าวอ้างในบทความที่โพสและข้อมูลจากการคอมเมนต์ที่ผมได้อ่าน ผมขอเสนอแนวคิดแย้งบางประการ เพื่อให้ท่านที่สนใจร่วมกันพิจารณาว่า แท้ที่จริงแล้ว ข้อเท็จจริง (Fact) เป็นอย่างไร ซึ่งแนวคิดโต้แย้งดังกล่าวสามารถสรุปเป็นประเด็นได้ดังต่อไปนี้
Name : CONSTANTINE XII PALAEOLOGUS < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ CONSTANTINE  XII  PALAEOLOGUS [ IP : 124.120.212.113 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 พฤษภาคม 2552 / 00:06
ความคิดเห็นที่ 204
ถ้าเทียบกับในสมัยปัจจุบัน

เผาไฟเสร็จ จุ่มน้ำมันให้คาร์บอนเข้าไปในตัวเหล็ก 

หรือจะหลอมไปพร้อมๆกันเลยก็ได้ แต่ทำยาก

ถ้าเป็นสมัยก่อน อาจใช้กระดูกก็ได้นะ 

กระดูกก็มีคาร์บอนด้วยนา 
PS.  "เย ธัมมา เหตุปปะภะวา เตสัง เหตุง ตะถาคะโต เตสัญจะ โย นิโรโธ จะ เอวัง วาที มะหาสะมะโณ" ธรรมเหล่าใดเกิดแต่เหตุ พระตถาคตเจ้าได้แสดงเหตุแห่งธรรมนั้น และความดับแห่งธรรมนั้น พระมหาสมณะมีวาทะไว้ดั่งนี้
Name : ขุนศึกอยุธยา < My.iD > [ IP : 202.44.135.39 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 พฤษภาคม 2552 / 06:04
ความคิดเห็นที่ 203
ตอบคห.201 --- ไม่แปลกหรอกครับ ญี่ปุ่นก็เอาพื้่นความรู้กระบวนการตีเหล็กมาจากจีนน่ะแหละ เรื่องวิทยาการของจีนนั้น ความก้าวหน้าไม่ต้องพูดถึง ดาบที่"ฟันเหล็กดั่งฟันหยวก" ของจีนนั้น มีจริงนะครับ เพราะงั้น กะอีแค่กลวิธีหลอมเอาคาร์บอนลงเหล็กเีนี่ย ไม่เกินความสามารถหรอก

ไม่รู้เหมือนกันนะ รอผู้รู้คอนเฟิร์มดีกว่า
Name : สมิิงเดียวดาย < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ สมิิงเดียวดาย [ IP : 118.173.183.235 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 พฤษภาคม 2552 / 01:47
ความคิดเห็นที่ 202
อยากให้เขียนบทความเกี่ยวกับ timur หรือทาเมอแลนนะคะ แล้วคนนี้เกี่ยวอะไรกับ บาบูร์ ผู้ยกทัพเข้าตีเดลลีคะ
Name : เว้าแหว่งดั่งเดือนเสี้วเกี่ยวชีวิตคร่าวิญญาณ [ IP : 61.7.129.102 ]

วันที่: 20 พฤษภาคม 2552 / 22:06
ความคิดเห็นที่ 201(จากตอนที่ 16)
ตอนที่16(อ่านย้อนบทที่ีข้่าม)
สงสัยเล็กน้อยในตอนนี้...ที่บอกว่า นำธาตุคาร์บอนมาเพิ่มในเนื้อเหล็ก..คือในสมัยนั้น มีการแยกธาตุด้วยเหรอค่ะ (เมื่อ 2000 ปีก่อนเนี่ยนะ o_O)
PS.   คุณมีสิทธิที่จะไม่พูด เพราะทุกคำจะเป็นหลักฐานมัดใจคุณ (from...วาดด้วยใจ ลงท้าย..ที่รัก ของ เอื้องอลิน)รับประกันความสนุกค่ะ อ่านจบแล้ว
Name : ne-run-cha-ra < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ne-run-cha-ra [ IP : 58.8.252.66 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 พฤษภาคม 2552 / 15:20
ความคิดเห็นที่ 200(จากตอนที่ 21)
ขอบอก5ข้อแรกใครหาได้ยอดมากเสี่ยง ทีนทุกข้อ
PS.  คุณไม่รู้หรอกว่าจะเจออะไรบ้างในอินเตอร์เน๊ต
Name : ~พระจันทร์สีเลือด~ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ~พระจันทร์สีเลือด~ [ IP : 58.9.122.121 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 พฤษภาคม 2552 / 13:01
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 , 16 | 17 | 18 | 19 | 20 >>