นิยาย ตำนานศาสตราวุธ
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 , 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 >>
ความคิดเห็นที่ 297
ปุจฉา! ทหารล้านช้างนี่ใส่หมวกแบบในหนังพระนเรศวรจริงเหรอครับ ดูประวัติศาสตร์เขาดูเงียบๆไงไม่รุ ไม่มีประวัติทางการทหารแบบสยาม พม่า ขอม เลยหรอครับ
Name : เจ้าปัญหา [ IP : 124.121.97.101 ]

วันที่: 2 พฤศจิกายน 2552 / 22:39
ความคิดเห็นที่ 296
อ้าว งั้นอยุธยาสมัยสมเด็จพระนเรศวรก็ต้าชิงแล้วใช่ไหมครับ เห็นในtrailerหนัง ตำนาน...ภาค3 ตอนที่นันทบุเรงตรัส
ว่า"แม้แต่ต้าชิงข้าก็สามารถยึดได้" โห รู้สึกเหมือนเราคนละโลกกะจีนเลย สุโขทัย ก็หยวนแล้ว เราเพิ่งจะรูปเป็นร่าง อ้า!! หยวนก็มีชุดเกราะแล้วนี่ สุโขทัยใส่เกราะรึยังง่า เห็นมีคนบอกผมมาว่า ทำเกราะดีบุกใส่ ม่ายยรุนะ ขออภัยที่ปัญหาเยอะ....555
Name : รักสยามที่ซู๊ด [ IP : 124.121.97.101 ]

วันที่: 2 พฤศจิกายน 2552 / 22:28
ความคิดเห็นที่ 295
ขอบคุณมากครับ พอดีดูเรื่อง สามอหังการ์ แล้วสงสัย เห็นมันแดงๆ เหลืองๆ(ไม่ได้หมายถึงใครน่ะ)
Name : รักสยามที่ซู๊ด [ IP : 124.121.97.101 ]

วันที่: 2 พฤศจิกายน 2552 / 22:21
ความคิดเห็นที่ 294
ตอบ คห.294
กบฏไท่ผิงกับกบฎโพกผ้าเหลืองเป็นคนละกลุ่มและคนละสมัยเลยครับ โดยฝ่ายโจรโพกผ้าเหลืองนั้นมีปรากฏในปลายรัชกาลจักพรรดิฮั่นหลิงตี้ (เลนเต้) เมื่อ 1,800 ปีโน่นแล้วครับ ซึ่งก็สมควรอยู่หรอก เพราะจักรพรรดิฮั่นหลิงตี้หรือเลนเต้ที่คนไทยเราเรียกนี้ เป็นโคลนเป็นเลนจริงๆ จนผมมิอาจจะเอามากล่าวตรงนี้ได้ แต่ขอให้รู้ไว้เพียงว่าจักรพรรดิองค์นี้เป็นซาตานผุดมาโผล่ ไม่ใช่โอรสสวรรค์ที่น่ายำเกรงอย่างที่ใครเข้าใจ ไม่งั้นชาวบ้านคงไม่ลุกฮือขึ้นมาต่อต้านราชสำนักหรอกครับ  แต่จนแล้วจนรอดก็ถูกฝ่ายขุนศึกหัวเมืองต่างๆกำราบจนสิ้นซาก ซึ่งขุนศึกที่มีชื่อในการปราบโจรโพกผ้าเหลืองมากที่สุดก็คือโจโฉนั่นแหละครับ
 ส่วนกบฏไท่ผิงนั้น กำเนิดขึ้นมาในสมัยราชวงศ์ชิง ซึ่งมีเหตุเมื่อร้อยกว่าปีก่อนนี้เอง โดยการกำเนิดของกบฎกลุ่มนี้ มีเหตุจากสนธิสัญญานานกิง เพราะราชสำนักชิงพ่ายแพ้ต่อกองทัพอังกฤษอย่างยับเยินคราวสงครามฝิ่น จนฝ่ายจีนต้องยอมเปิดเมืองท่าเสรีตามหัวเมือชายฝั่งทะเลต่างๆและยกเกาะฮ่องกง พร้อมกับค่าปฏิกรรมสงครามไปเสียจำนวนมาก ทำให้ชาวจีนที่ต้องทนถูกกดขี่จากราชสำนักแมนจูอยู่แล้ว ต้องมาโดนขูดเลือดปูซ้ำสองอีกต่างหาก จึงกำเนิดมาเป็นกบฎไท่ผิงครับผม โดยชื่อเต็มๆของกบฎกลุ่มนี้ชื่อว่า "ไท่ผิงเทียนกว๋อ" แปลว่า "แดนสันติสวรรค์ไพศาล" โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อล้มล้างราชวงศ์ชิงและขับไล่พวกต่างชาติ แต่สุดท้ายกบฎกลุ่มนี้ก็แตกคอกันเอง กลายเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มย่อยต่างๆ กระนั้น กบฎไท่ผิงก็ถือเป็นภัยคุกคามมาอีก 14 ปี และนับเป็นเหตุสำคัญในการสั่นคลอนราชสำนักต้าชิงโดยแท้จริง เพราะเมื่อราชสำนักกำราบกบฎกลุ่มนี้ลงได้แล้ว ชาติจีนก็โดนต่างชาติรุมสกรัมเฉือนแผ่นดินกันสนุกไปเลยล่ะครับ  
PS.  หากฟ้าสวรรค์ปกครองด้วยพระเจ้าเพียงพระองค์เดียวได้แล้วไซร้ ไฉนบนผืนพิภพจักมีจอมจักรพรรดิเพียงพระองค์เดียวมิได้ - ติมูร์เลน
Name : ติมูร์ข่าน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ติมูร์ข่าน [ IP : 118.172.209.162 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 พฤศจิกายน 2552 / 21:59
ความคิดเห็นที่ 293
พี่ครับ ผมอยากทราบว่า กบฏไท่ผิง กับ กบฏผ้าเหลืองนี่จำพวกเดียวกันหรือเปล่าครับ เห็นดูจากประวัติแล้วน่าจะเก่งยึดนานกิง(กำแพงเมืองโคตะระใหญ่)ได้ เลยอยากทราบข้อมูลครับ
Name : รักสยามที่ซู๊ด [ IP : 124.122.46.70 ]

วันที่: 2 พฤศจิกายน 2552 / 21:11
ความคิดเห็นที่ 292
แหมๆๆ ขออภัยคุณอัศวินอโยธยาจริงๆครับ
ขาดการติดต่อไปซะนานเลย (ว่าแต่ใช้ชื่อติมูร์ข่านตั้งแต่ตอนไหนครับนี่?)

เรื่องเกราะพม่านี้ ขอแก้ไขนิดหนึ่งครับ
ผมไม่ใช่คนที่ติดต่อไปที่บริติชมิวเซียมหรอกครับ
แต่เป็นอาจารย์ศรีสิทธิสงครามครับ

อ้อ..เรื่องเกราะพม่าของแม่ทัพมหาพันธุละ สมัยอลองพญา
วันก่อนเพิ่งได้มีโอกาสอ่านหนังสือของฝรั่งเกี่ยวกับช่วงสงครามอังกฤษ-พม่า
ซึ่งเขาก็ได้กล่าวถึงเกราะของแม่ทัพมหาพันธุละไว้ด้วย
(วันหลังผมค่อยส่งภาพเกราะแม่ทัพมหาพันธุละไปให้คุณอัศวินดูนะครับ)
สรุปว่าเป็นเกราะแบบราชปุต สกุลช่างอินเดียครับ
ลองหาในอากู๋ว่า Chilta Hazaar Masha ดูนะครับ หน้าตาแบบนั้นแหละ

ปล./สยามไม่น่าใส่เกราะ [ IP : 117.47.94.152 ] /
ลักษณะสำนวนคุ้นๆนะครับ สไตล์การตอบก็ใช่
เหมือนล็อกอินหนึ่งในพันทิปเลย



Name : กุมารสยาม [ IP : 58.9.246.167 ]

วันที่: 2 พฤศจิกายน 2552 / 14:21
ความคิดเห็นที่ 291(จากตอนที่ 58)
(หัวเราะ) ท่าน คห. ที่ 268 ขอรับ เขาเรียก ทีใครทีมันขอรับ
PS.  เพราะโลกไม่งดงาม เหตุฉะนั้นโลกจึงสวยงาม - Kino no Tabi
Name : QCON < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ QCON [ IP : 118.172.124.35 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 พฤศจิกายน 2552 / 15:47
ความคิดเห็นที่ 290
---------- อะฮ่า ผมได้เจอข้อความๆหนึ่งในบันทึกคำให้การชาวกรุงเก่า ซึ่งพอจะเป็นข้อวินิจฉัยให้พี่น้องทั้งหลายได้ดังนี้ครับ
----------  "ฝ่ายพระมหาจักรวรรดิ์ (สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ) จึงทรงคัดเลือกพลทหารที่มีฝีมือเข้มแข็ง ๔๐๐ คนสำหรับจะได้ติดตามช้างพระที่นั่ง แล้วให้เอาสุรากรอกช้างพลายวิไชยซึ่งเปนพระคชาธาร ซึ่งกำลังคลั่งมันอยู่ให้มึนเมาแล้วให้เอาเกือกเหล็กสำหรับกันขวากหนามใส่เท้าช้างทั้ง ๔ เท้า ให้เอาปลอกเหล็กสวมงาทั้ง ๒ ข้างให้มั่นคง เวลาเมื่อเข้าสู้สงครามอาจจะแทงค่ายคูประตูหอรบให้หักทำลาย แล้วให้เอาเกราะโซ่พันงวงช้างสำหรับจะได้จับกุมยื้อแย่งค่ายคูประตูหอรบมิได้เจ็บปวด..."
---------- ดูสิครับ ช้างยังมีปัญญาสวมเกราะเลย แถมยังเป็นเกราะโซ่อีกต่างหาก แต่คุณสยามฯอาจจะแย้งอีกว่า "ก็เป็นโซ่ที่เอามาพันต่างหาก" โถ...ท่านผู้มีปัญญา เกราะที่ใช้สวมให้ช้างน่ะ ก็เป็นเกราะโซ่ถักนั่นแหละครับ เพราะมีปรากฏจากชุดเกราะช้างศึกอินเดีย ซึ่งเป็นเกราะโซ่ถักขนาดใหญ่ที่หุ้มใส่งวงช้าง โดยทางฝ่ายอินเดียนั้นเขาเพิ่มแผ่นเกราะเข้าไปด้วยครับ ยังไงก็ตามไปดูที่ลิ้งค์เว็บนี้ก็แล้วกันนะครับ
http://www.youtube.com/watch?v=mBPtIyfd1No
---------- สุดท้ายนี้ ผมขอแถมเรื่องเกราะกร่ายทองคำอีกหน่อยเถอะครับ ใจจริงไม่อยากจะพูดถึงมากแล้ว เพราะสารัตถะต่างๆมันกระทบหลายฝ่าย แต่คงต้องพูดครับ อย่างน้อยก็เอากันให้รู้เรื่องไปเลย ดีกว่ามาพูดจากั๊กๆหรือเหน็บแนมกันไปอย่างนี้ โดยเรื่องเกราะกร่ายทองคำของวัดราชบูรณะ มีผู้ใหญ่ผู้มีชื่อท่านหนึ่ง ท่านเคยเห็นมากับตาของท่านเลยเองครับ และท่านกำชับยืนยันมาแน่นอนว่าเป็นเกราะโซ่ถักตาห่างอย่างที่บอกไปแล้ว แต่สยามจะทำขึ้นใช้เองหรือว่าสั่งนำเข้ามาจากต่างประเทศนั้น ก็ไม่อาจทราบได้
---------- แต่ถ้าคุณสยามฯอยากเห็นมากนักละก็...เชิญเขียนจดหมายเรียนไปถึงสำนักพระราชวังเองเถอะครับ ผมไม่มีปัญญา!
PS.  หากฟ้าสวรรค์ปกครองด้วยพระเจ้าเพียงพระองค์เดียวได้แล้วไซร้ ไฉนบนผืนพิภพจักมีจอมจักรพรรดิเพียงพระองค์เดียวมิได้ - ติมูร์เลน
Name : ติมูร์ข่าน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ติมูร์ข่าน [ IP : 118.172.215.149 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 พฤศจิกายน 2552 / 13:24
ความคิดเห็นที่ 289
---------- ไม่เชื่อก็ไม่ว่ากันครับ คุณ "สยามไม่น่าใส่เกราะ" เพราะคำพูดของคุณที่ว่า "จะมาอ้างว่าชาติโน่นมีชาตินี้มีผมไม่ถือเป็นหลักฐานคับ" ก็บ่งบอกถึงเจตนาและความคิดของคุณมากพอแล้วครับ 
---------- เอาเถอะครับ พี่น้องนักอ่านทั้งหลาย อย่างไรเสียแล้ว เขาก็แย้งแค่เรื่องเกราะโซ่ถักเท่านั้น ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าไม่สวมเกราะอย่างอื่นไปด้วย แฟนานุแฟนท่านอื่นๆก็อย่าเพ่อเคืองมาต่อล้อต่อขานกันให้ยืดยาวไปเลย เพราะคนเขียนอย่างผมเองยังเฉยๆ คุณนักอ่านทั้งหลายก็อย่าร้อนไป เราพูดกันดีๆเถอะนะครับ
---------- แต่ก่อนจะจบประเด็นนี้ ผมขอพูดเรื่องหลักฐานชุดเกราะในภูมิภาคนี้อีกหน่อยเถอะครับ เพราะเมื่อเร็วๆนี้ เพื่อนของผมคือคุณ "กุมารสยาม"  ซึ่งเขาเป็นเมมเบอร์บอร์ดของพันทิพเขาครับ เขาได้รับเอกสารรายงานจากพิพิธภัณฑ์ Royal armory ประเทศอังกฤษว่า ทางพิพิธภัณฑ์มีชุดเกราะพม่าหนึ่งชุด ซึ่งเป็นของมหาบันทุละ แม่ทัพพม่าผู้ยิ่งใหญ่ในศึกสงครามพม่า - อังฤษครั้งที่ ๒ - ๓ โดยเนื้อความได้รายงานว่า เกราะพม่าหรือเกราะของมหาบันทุละชุดนี้ ถูกสั่งทำขึ้นในอินเดียตอนกลางครับ ซึ่งลักษณะของเกราะในอินเดีย ณ เวลานั้นจะเป็นแบบนี้ครับ (ดังภาพ) ซึ่งเกราะชนิดนี้ก็เหมือนเกราะกำมะหยี่ที่มีปรากฏในพงศาวดารฉบับต่างๆ คือเป็นชุดเกราะที่เอาแผ่นเหล็กมาบุทับใต้ชุดที่สวมใส่ ซึ่งคุณอย่าบอกนะครับว่า ช่างไทยไม่มีปัญญาทำอีกน่ะ เพราะบาตรใบบักเอิ้ก ยังตีขึ้นทรงได้ แต่แผ่นเหล็กชิ้นแค่ ๒ - ๓ นิ้วดันตีไม่ได้ อันนี้ก็ no comment ล่ะครับ!


---------- หลายท่านทั้งหลายอาจสงสัยว่า เอ๊ะ ผมเอามาพูดถึงทำไม...ผมคิดว่าในเมื่อเกราะพม่ายังถูกสั่งทำจากต่างประเทศ มีหรือพี่ไทยจะไม่สั่ง? หรือว่ากษัตริย์และเจ้านายไทยรักพระเกียรติยศยิ่งกว่าพระชมชีพของพระองค์เองครับ? ทั้งที่จีน อินเดีย พม่า มลายู และแม้แต่ญี่ปุ่นก็สวมเกราะโซ่ถักกันทั้งนั้น!
---------- ผมไม่เข้าใจว่าคุณสยามฯรู้วิธีทำชุดเกราะโซ่ถักหรือเปล่า เพราะวิธีการทำเกราะโซ่ถักก็คือการเอาเหล็กที่ขึ้นทรงเป็นวงแหวนมาคล้องเข้าหากันครับ ซึ่งผมย้อนถามว่า ถ้าคนไทยมีปัญญาทำแหวนทองเหลืองหรือพระธำมรงค์ได้ วงแหวนเหล็กที่รายละเอียดน้อยกว่าและทำง่ายกว่าแหวนทองเหลืองทั่วไปเสียด้วยซ้ำ จะไม่มีปัญญาทำได้เลยหรือ หรือว่าช่างไทยเขาเรียนหลักสูตรเร่งรัดเลยข้ามหลักสูตรทำวงแหวนง่ายๆไป?  
PS.  หากฟ้าสวรรค์ปกครองด้วยพระเจ้าเพียงพระองค์เดียวได้แล้วไซร้ ไฉนบนผืนพิภพจักมีจอมจักรพรรดิเพียงพระองค์เดียวมิได้ - ติมูร์เลน
Name : ติมูร์ข่าน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ติมูร์ข่าน [ IP : 118.172.215.149 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 1 พฤศจิกายน 2552 / 13:04
ความคิดเห็นที่ 288
ว่าแต่รัฐลังกาสุกะ รวมทั้งแถบ มลายูที่ว่ามีเกราะแบบนี้เราก็ชนะมาแทบทั้งนั้นนี่ขอรับ แล้วไม่อยากจาเอามาใส่ให้ดูโก้หน่อยรึ เพื่อนบ้านมีหมดแล้ว เราตัวเปล่าชนะเกือบหมด อึ้ง....เทพว่ะ
Name : อยากมีเกราะสักตัว [ IP : 124.121.100.46 ]

วันที่: 1 พฤศจิกายน 2552 / 01:50
ความคิดเห็นที่ 287
โห งั้นตีเมืองที76จังหวัด ฝรั่งฮาตาย คนใส่ผ้าประเจียกบุกกำแพงที่มีทั้งทรายร้อน ห่ากระสุนปืนไฟ ธนู แถบเป็นชาวบ้านอีก morale คงสูง แล้วกษัตริย์ล่ะครับใส่ไรดีอ่ะ ผมว่าตายหมดตั้งแต่ศึกเชียงกรานแล้ว แต่ถ้าๆไม่ใส่เกราะจริงๆ
เราคงเก่งกว่าซามูไรอีกง่ะ สุดยอดนักรบ เนื้อเน้นๆ
Name : แล้วแต่คุณท่าน [ IP : 124.121.100.46 ]

วันที่: 1 พฤศจิกายน 2552 / 01:43
ความคิดเห็นที่ 286
เอาเป็นว่าผมจะเชื่อว่าสยามใส่เกราะโซ่ถักหรือมีปัญญาทำจริงๆก็ต่อเมื่อมีหลักฐานหรือบันทึกที่ชัดเจนดีกว่า ส่วนตอนนี้ผมยังไม่เชื่อคับว่าสยามมีปัญญาหามาใช้จริงๆ จะมาอ้างว่าชาติโน่นมีชาตินี้มีผมไม่ถือเป็นหลักฐานคับ
Name : สยามไม่น่าใส่เกราะ [ IP : 117.47.142.136 ]

วันที่: 31 ตุลาคม 2552 / 21:01
ความคิดเห็นที่ 285

ตอบ คห.283
------------ ประเด็นเรื่องเกราะกร่ายเป็นเกราะโซ่ถักเหล็กจริงๆหรือไม่นั้น ผมขอแสดงภาพชุดเกราะที่หลายๆท่านอาจไม่เคยเห็นก่อนให้ทุกท่านได้รับชมครับ
  
----------- อ่ะ ยังไม่พอครับ มีอีกๆ

----------- หลายท่านอาจสงสัยว่าเกราะสองชุดนี้มาจากไหน ขอบอกเลยครับว่านี่คือเกราะหนักของพวกโมโร (Moro) อันเป็นชนเผ่าในหมู่เกาะฟิลิปปินส์ และนอกจากนั้น ผมยังเคยเห็นภาพชุดเกราะนักรบมลายู ซึ่งก็มีลักษณะคล้ายคลึงกันกับเกราะโมโร คือเป็นเกราะโซ่ถักที่ประดับด้วยแผ่นเหล็กนั่นเอง
------------ ท่านนักอ่านทั้งหลายครับ ในเมื่อพวกมลายูและฟิลิปปินส์ที่อยู่บนคาบสมุทร อันน้อยด้วยพื้นที่และทรัพยากรยังมีปัญหาทำอาวุธจากเหล็กและประดิษฐ์เกราะหนักแบบนี้ได้ ทำไมสยามเราที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพี่ใหญ่แห่งภูมิภาคนี้จะไม่มีปัญญาทำเกราะโซ่ถักใช้เชียวหรือ? ในเมื่อช่างเหล็กไทยทำเหล็กยอดทวารบาลปราสาท ตีเหล็กทำอาวุธเล่มใหญ่ หรือแม้แต่บาตรพระที่ทั้งหนาและหนัก ทำไมช่างไทยจะทำเกราะโซ่ถักไม่ได้เชียวหรือ? ทั้งที่งานวรรณคดีร่วมสมัยล้วนยืนยันว่า นักรบไทยและล้านนาสวมเกราะโซ่ถักทั้งสิ้น ส่วนเกราะหวายก็ส่วนเกราะหวายครับ คนละอย่างกันเลย
------------ ในกรณีของเกราะกร่ายทองคำของวัดราชบูรณะ จ.พระนครศรีอยุธยานั้น ก็มิใช่ว่าเป็นเกราะโซ่ถักรายละเอียดสูง หากแต่ได้รับการยืนยันว่าเป็นเกราะโซ่ถักตาห่างจนดูเหมือนเป็นกร่ายหรือตาข่าย ตามชื่อที่ถูกเรียกนั่นแหละครับ


PS.  หากฟ้าสวรรค์ปกครองด้วยพระเจ้าเพียงพระองค์เดียวได้แล้วไซร้ ไฉนบนผืนพิภพจักมีจอมจักรพรรดิเพียงพระองค์เดียวมิได้ - ติมูร์เลน
Name : ติมูร์ข่าน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ติมูร์ข่าน [ IP : 118.172.214.74 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 ตุลาคม 2552 / 15:48
ความคิดเห็นที่ 284
ช่วยออกความเห็น คห.283 คร๊าบบ แต่เราก็สามารถซื้อขายได้นี่ขอรับ ปืนใหญ่ยังหล่อได้ ไม่ก็น่าจะเป็นการดีที่ทางยุโรปอาจจะส่งเป็นเครื่องสัมพันธไมตรี เพราะทางสยามเราก็น่าจะถือว่าเป็นของใหม่ อินเทรนการทหารไหนๆก็รบบ่อยกะกองทัพพม่าที่น่าจะมีชุดเกราะบ้างไม่งั้นคงชนะถึง19ครั้ง แต่จะว่าไปก็ไม่เคยเห็นหลักฐานแม้แต่ภาพวาดการเดินทัพของสยามมีรูปทหารใส่เกราะเหล็กแม้แต่ทหารม้าเลยขอรับ
Name : รักสยามที่ซู๊ด [ IP : 124.121.96.111 ]

วันที่: 31 ตุลาคม 2552 / 14:41
ความคิดเห็นที่ 283
เท่าที่ผมลองวิเคราะห์ดูเกราะกร่ายของสยามไม่น่าจะเป็นเกราะโซ่เหล็ก วิทยาการของชาวสยามไม่น่าจะทำเกราะที่มีลายละเอียดสูงขนาดนั้นได้ ผมว่าน่าจะเป็นพวกหวายสานธรรมดามากกว่าจะเป็นเหล็กนะคับ
Name : สยามไม่น่าใส่เกราะ [ IP : 117.47.94.152 ]

วันที่: 31 ตุลาคม 2552 / 12:09
ความคิดเห็นที่ 282(จากตอนที่ 55)

เสริมครับ

กองทหารม้าที่มีชื่อเสียงอีกกองทหารหนึ่งคือ"
Uhlan"

ทหารม้าชนิดนี้มีหอกยาว 3 เมตร และใช้จนสงครามโลกครั้งที่1

ส่วนทหารม้าหนักที่ยอดเยี่ยมที่สุดในยุโรป"Cuirassier"

ทหารม้าชนิดนี้เป็นทหารม้าเกราะหนัก พกปืนสั้นสับนกสองกระบอก

และอีกทหารม้าหลายสิบแบบ อย่างคอสแซกทหารม้าแห่งไซบิเรียที่เอาชนะทหารเยอรมันได้ในสงครามโลกครั้งที่สอง

และดรากูลของออสเตรียที่ยอดเยี่ยมที่สุดในจักรภพยุโรป


PS.  จอมจักรพรรดินโปเลียนมหาราช
Name : จอมจักรพรรดินโปเลียนมหาราช < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ จอมจักรพรรดินโปเลียนมหาราช [ IP : 124.121.128.167 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 ตุลาคม 2552 / 23:35
ความคิดเห็นที่ 281
แต่นึกๆดูก้ไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่ใส่เกราะก้ไม่ใส่หลังจากนึกถึง red cliff ใส่ไม่ใส่ฟันเข้าฟันเข้าหมด (ฮา) จะว่าพม่าก็ต้องเทพอ่ะนะ จะนุ่งสโร่งรบกับทหารม้าง้าวในbackgroundก็ยังไงอยู่
Name : รักสยามที่ซ๊ดสุด [ IP : 124.121.90.87 ]

วันที่: 30 ตุลาคม 2552 / 23:03
ความคิดเห็นที่ 280
ขอบพระคุณพี่อย่างสูงครับ ที่ตอบทุกความสงสัยให้กระจ่าง เล่นtotalwarทีไรสงสัยตลอด(เคยเล่นไหมครับเห็นช่วงนี้มีคนกะลังสร้างmod siamtotalwar ต้องการคุณพระเชี่ยวทางด้วนทหารสยามอยู่ แหะๆ)ต่อๆ ว่าขนาดทหารใส่กราะตีเมืองทีโดนธนูตายยังถึง100แล้วสยามเรามีผ้าแดงโพกวิ่งหาลูกปืนไม่ตายกันเป็นพันเลยรึ วันนี้กระจ่างใจแล้วครับ ผมว่าเราน่าจะมีการให้ความสำคัญด้วนประวัติศาสตร์มากกว่านี้ แบบอยุธยาก้ทำให้ทั้งเกาะเป็นเมืองประวัติศาสตร์ไปเลยจะได้มีการค้นคว้าได้เต้มรูปแบไม่ใช่สลับบ้านเรือนทำให้ดูมั่วๆไงไม่รู้ แค่อยากออกความเห้นน่ะ ไร้สาระไปเยอะ แต่ ขอบพระคุณมากครับ
Name : รักสยามที่ซู๊ดเข้าไปอีก [ IP : 124.122.47.135 ]

วันที่: 30 ตุลาคม 2552 / 22:55
ความคิดเห็นที่ 279
-------------- 2.เรื่องวุฒิการศึกษาของพี่นั้น พี่เรียนจบด้านประวัติศาสตร์มาโดยตรงครับ จากสาขาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร แต่ก็ไม่ได้เก่งกาจอะไรหรอกครับ เรียกว่ารู้เสมอตัวดีกว่า เพราะตอนเรียนก็หลับ เกรดก็ไม่สวย มาฉลาดเอาตอนที่เรียนจบไปแล้วนี่แหละครับ เพราะว่าตกงาน ก็เลยมีเวลาอ่านหนังสือเยอะขึ้นน่ะครับ แหะๆ
-------------- 3. สำหรับเรื่องยุทธการอลาโมนั้น พี่คงไม่เอามาลงล่ะครับ เพราะเลยเนื้อหาที่ต้องลงมาเยอะแล้ว แต่ขอเล่าย่อๆว่า ศึกอลาโมที่แท้จริงนั้น มีเหตุว่าเมื่อจอมพลอันโตนิโอ โลเปซ เดอ ซานตา แอนนา (ชื่อยาวจริงวุ้ย) ขับไล่พวกสเปนออกจากเม็กซิโกได้ ก็ยกทัพขึ้นเหนือเพื่อขับไล่ชาวอเมริกันที่เข้ามาตั้งรกรากในรัฐเท็กซัส เพราะในเวลานั้น รัฐเท็กซัสยังอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐอาณานิคมสเปน - เม็กซิโก และการที่ชาวอเมริกันเข้ามานั้น ก็เข้ามาแย่งอาชีพและที่ดินของชาวเม็กซิโกในเขตเหนือไปหมด ชาวเม็กซิโกทั้งหลายต่างไม่พึงพอใจอย่างมาก ท่านนายพลซานตา แอนนาจึงจัดการยกทัพมากำราบพวกกันเหล่านี้นี่เองล่ะครับ มิใช่ศึกที่พวกเม็กซิโกรุกรานแผ่นดินอเมริกาแต่อย่างใด
-------------- 4.เรื่องกองทัพเรือในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชนั้น ข้อมูลน่ะมีครับ แต่ภาพน่ะไม่มี ถ้าจะให้เล่ารวมๆเลยนะครับ เรือรบในกองทัพไทยเรามีหลายแบบมากครับ ทั้งเรือสลุป (เรือแขก) เรือใบ (เรือยุโรป) และเรือสำเภา (เรือจีน) ยันเรือฝีพายขนาดใหญ่เพื่อให้เหมาะกับการแล่นออกทะเลได้ ซึ่งทำให้เราเห็นได้ชัดว่า ในกองทัพไทยเรานั้นมีทหารอาสาต่างชาติมากมาย ก็เลยพลอยทำให้กองทัพเรือเรามีเรือรบหลากรูปแบบไปโดยปริยาย 
-------------- 5.เรื่องกองทหารอาชิการุในกองทัพไทยนั้น ย่อมมีอยู่แล้วล่ะครับ เพราะพวกญี่ปุ่นที่หนีมาอยู่บ้านเราในสมัยนั้น มีตั้งแต่ระดับนายจนถึงไพร่สามัญ ซึ่งพวกที่เป็นโรนิน (ซามูไรไร้สังกัด) หรือเป็นไพร่ที่มีฝีมือก็พอจะไต่เต้าเป็นนายทหารระดับซามูไรได้ แต่พวกไพร่ส่วนมากที่อาสาเข้ามา ก็จะเป็นเพียงอาชิการุเท่านั้นเองล่ะครับ ส่วนเรื่องออกญาเสนาภิมุข ยามาดะ นางามาสะนั้น พี่ก็ไม่ค่อยรู้ประวัติและวีรกรรมของแกเยอะมากนัก ก็ไม่ขออธิบายเพิ่มเติมอะไรนะครับ
PS.  หากฟ้าสวรรค์ปกครองด้วยพระเจ้าเพียงพระองค์เดียวได้แล้วไซร้ ไฉนบนผืนพิภพจักมีจอมจักรพรรดิเพียงพระองค์เดียวมิได้ - ติมูร์เลน
Name : ติมูร์ข่าน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ติมูร์ข่าน [ IP : 118.172.210.67 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 ตุลาคม 2552 / 12:13
ความคิดเห็นที่ 278
------------- ขอขอบคุณสำหรับคำชมชอบของน้อง "รักสยามที่ซู๊ด" นะครับ แต่ถ้าน้องจะตั้งกระทู้ถึงพี่ทั้งที ก็ขอให้อ่านจนจบและค่อยชมรวดเดียวดีกว่า เพราะเมื่อพี่เห็นระบบแสดงว่ามีกระทู้ขึ้นถี่ขนาดนี้ พี่ก็หลงระแวงใจว่าจะมีคนมาตามด่าตามราวี เพราะช่วงนี้พี่ดวงไม่ค่อยดีครับ ด้วยโดนหมาขี้เรื้อนหัวเกรียนไล่งับอยู่เป็นประจำเสียด้วย แต่อย่างไรก็ขอขอบคุณอีกครั้งก็แล้วกัน
------------- สำหรับคำถามข้อต่างๆที่น้องตั้งมา พี่จะไล่ตอบไปดังนี้ครับ
------------- 1.เรื่องชุดเกราะไทยนั้น ว่ากันไปหลายกระแสครับ แถมหลักฐานที่เป็นชิ้นเป็นอันก็หายากครับ ไม่ใช่หาไม่ได้เลย เพราะคนที่พี่รู้จัก เขาว่าเคยเห็นมาแล้วนะครับ และไม่ใช่กรณีเดียวด้วย แต่สาเหตุที่ไม่มีการนำมาเปิดเผยให้สาธารณชนเข้าชมนั้น เพราะของพวกนี้ล้วนแต่เป็นสมบัติส่วนตัวของพวกเจ้าใหญ่นายโตบ้านเรา เขาไม่ยอมเอามาให้เห็นหรอกครับ ยกเว้นแต่เราจะไปขอเขาดูเอง
------------- ส่วนชนิดของชุดเกราะไทยเท่าที่พี่รวบรวมชนิดเกราะไทยในเวลานี้แล้ว มีอยู่ 3 อย่างคือ
------------- 1.1.) เกราะนวม คือเกราะหนังแข็งที่บุนวมข้างในชุด เพื่อให้คนใส่รู้สึกนุ่มสบาย ไม่กระด้างเจ็บตัว เกราะเช่นนี้มีผู้พบเห็นมาแล้ว ซึ่งมีลักษณะเป็นชุดเกราะแบบประกบหน้าหลังคล้ายเกราะยุโรป และผู้เชี่ยวชาญเรื่องประวัติศาสตร์การทหารไทยท่านหนึ่งกล่าวว่า ชุดเกราะนี้มีปรากฏในทำเนียบเครื่องยศที่กษัตริย์ทรงพระราชทานแก่ขุนนางอยู่บ่อยครั้งอีกด้วย
------------- 1.2) เกราะกำมะหยี่ คือชุดเกราะที่บุใต้เสื้อนั่นแหละครับ ซึ่งมีปรากฏหลักฐานในบันทึกโปรตุเกสเมื่อข้าหลวงใหญ่แห่งมะละกานามว่า อัลบูเคอร์ก ได้ส่งเครื่องราชบรรณาการมาถึงสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถเป็น "ชุดเกราะบุผ้ากำมะหยี่แดง" และในคำให้การขุนหลวงหาวัดก็กล่าวถึงเหล่าทหารองครักษ์ที่สวมชุด "เกราะกำมะหยี่ขลิบทอง" เช่นกัน ซึ่งลักษณะของเกราะชนิดนี้ก็คือเกราะที่เรียกว่า Brigandine armour นั่นเองครับ โดยเกราะชนิดนี้ก็ถือว่าเป็นเกราะที่คนนิยมใช้กันมากในสมัยนั้น ทั้งในยุโรป ตะวันออกกลาง และจีนอยู่แล้วด้วย ดังนั้นการที่กองทัพไทยจะมีเกราะเช่นนี้ไว้ใช้ในราชการ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
------------- อ้อ พี่เองก็กำลังลองทำชุดเกราะกำมะหยี่อยู่ด้วยนะครับ ราวๆเดือนธันวาคมคงจะได้เห็นโฉมกันแน่นอน
------------- 1.3) เกราะกร่าย คือเกราะโซ่ถักดีๆนี่แหละครับ ซึ่งเราพบหลักฐานในงานวรรณกรรมชั้นสูงต่างๆ อาทิลิลิตยวนพ่าย ที่ว่าด้วยการศึกระหว่างอาณาจักรล้านนาและกรุงศรีอยุธยา โดยมีเนื้อความตอนหนึ่งชี้ว่า นักรบทั้งสองฝ่ายต่างสวมเกราะกร่ายออกรบ ในพงศาวดารล้านนา ที่พูดถึงนักรบฮ่อ (จีนยูนนาน) สวมเกราะกร่ายเหล็ก และเกราะกร่ายทองมารบกับทัพล้านนา และยังมีรายงานว่า ในบรรดาเครื่องราชกกุธภัณฑ์จากกรุวัดราชบูรณะ จ.พระนครศรีอยุธยาที่ถูกขโมยและตามยึดคืนกลับมาได้นั้น ปรากฏมีชุดเกราะกร่ายทองคำรวมอยู่ด้วยนะครับ
PS.  หากฟ้าสวรรค์ปกครองด้วยพระเจ้าเพียงพระองค์เดียวได้แล้วไซร้ ไฉนบนผืนพิภพจักมีจอมจักรพรรดิเพียงพระองค์เดียวมิได้ - ติมูร์เลน
Name : ติมูร์ข่าน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ติมูร์ข่าน [ IP : 118.172.210.67 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 ตุลาคม 2552 / 12:12
ความคิดเห็นที่ 277(จากตอนที่ 59)
ขอบคุณคร่า ที่เอามาให้อ่าน ^๐^
PS.  อัพวันละนิด.....อัพวันละหน่อย.. ..อัพวันละน้อย....แต่อัพบ่อยๆนะคนดี
Name : คนที่รอมานาน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ คนที่รอมานาน [ IP : 61.7.178.35 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 ตุลาคม 2552 / 08:15
ความคิดเห็นที่ 276
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ และไอพวกที่มันปากไม่ดีกล่าวหาพี่ปล่อยมันครับ มันอิจฉาคนเก่งอย่างพี่อะ ^^ ตัวเองเก่งไม่เท่าเลยหาเรื่อง ปล่อยพวกหมามันเถอะครับ
Name : คิมูระ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ คิมูระ [ IP : 110.164.9.56 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 30 ตุลาคม 2552 / 00:48
ความคิดเห็นที่ 275
แล้วทหารอาสาญี่ปุ่นมันไม่มีอาชิการุมาด้วยหรอครับ (เห็นในหนังพระนเรศวรมีรูปอยู่) แล้วโซเฮล่ะ(พระนักรบ)แต่ในรูปเดินกระบวนทัพก็มีนี่นาที่เป็นทหารคล้ายพระใส่ชุดลายๆง่ะ แล้วไม่มีเท็ปโปะอาชิการุมาด้วยหรือ ผมเป็นคอการ์ตูนอีคิวพลัสแนวประวัติศาสตร์ง่ะ เรื่องยามาดะเขาบอกว่าตอนศึกกบฎอะไรนี่แหละยามาดะสัญญากับกบฎ(กลลวง)ไว้ว่าจะไม่ยิงปืนใส่ทหารกบฎไม่รู้จริงเท็จประการใด แค่สงสัยขอรับ
Name : รักสยามที่ซู๊ด [ IP : 124.121.101.191 ]

วันที่: 30 ตุลาคม 2552 / 00:14
ความคิดเห็นที่ 274(จากตอนที่ 59)
อยากเห็นกองเรือไทยของสมเด็จพระนเรศวรน่ะขอรับ เห็นพระเจ้ากรุงจีนยังชมตามที่อ่านในบทความมาน่ะขอรับ
Name : รักสยามที่ซู๊ด [ IP : 124.121.101.191 ]

วันที่: 29 ตุลาคม 2552 / 23:57
ความคิดเห็นที่ 273(จากตอนที่ 56)
พระคุณพี่ครับ ลองเขียนเรื่อว ALAMO ดูไหมครับกระผมว่าประวัติศาสตร์แถบนี้ก็ดูน่าสนใจดีเหมือนกัน
Name : รักสยามที่ซู๊ด [ IP : 124.121.101.191 ]

วันที่: 29 ตุลาคม 2552 / 23:45
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 , 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 >>