[ Fic Conan ] Bourbon and Merlot Secret Love

ตอนที่ 7 : Chapter 7 Murder

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,341
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 81 ครั้ง
    11 ธ.ค. 62

“สารวัตรเมงูเระครับ จากใบขับขี่ที่พบผู้ตายชื่อ มิสึโกะ เรกะ อาศัยอยู่ที่เมืองไฮโด้ครับ”ร่างสูงของนายตำรวจกำลังยืนรายงานข้อมูลให้กับนายตำรวจอีกคนที่มียศสูงกว่าทราบ

“ว่าแต่...แต่งตัวได้สุดยอดจริงๆเลยนะผู้หญิงคนนี้น่ะ”สารวัตรร่างท้วมว่าพลางพิจารณาถึงชุดที่ผู้ตายสวมใส่อยู่ซึ่งเป็นชุดเดรสีดำแบบbabydoll เป็นแขนสั้นลายลูกไม้ส่วนคอเสื้อก็เป็นคอวีลึกจนเห็นร่องอกเล็กน้อย สวมรองเท้าบูทยาวส้นเข็มสีดำ ไว้ผมยาวดัดลอน ริมฝีปากฉาบด้วยลิปสติกสีชมพูอ่อน

“อ่อ...มันเป็นเทรนด์แฟชั่นแบบหนึ่งของพวกผู้หญิงน่ะครับ”

“ขอโทษนะ ที่ฉันมันแก่เกินไปแล้วน่ะ”สารวัตรหันมาทำหน้าเอือมๆใส่

“แฮะๆๆ”ทาคางิได้แต่หัวเราะแห้งๆ

“แล้วสาเหตุการตายล่ะ”

“คาดว่าน่าจะมาจากการถูกรัดคอครับ เพราะว่ามีรอย ***โยชิกาวะ ด้วยน่ะครับ”

“อืม...งั้นเหรอ แล้วคนที่มาพบศพกับคือ...พวกนายอีกแล้วเหรอโมริคุง”สารวัตรเมงูเระหันมามองบรรดานักสืบที่ยืนเรียงรายกันอยู่นอกห้องน้ำด้วยสายตาหน่ายๆ


 

ไหนจะนักสืบติ๊งต๊องที่ได้ฉายาว่าโคโกโร่นิทรา


 

นักสืบจากร้านปัวร์โรต์


 

แล้วไหนจะเด็กประถมที่คิดว่าตัวเองเป็นนักสืบอีก


 

เมืองนี้นักสืบมันจะมีเยอะเกินไปแล้วนะ....


 

“คร้าบบบบ สารวัตรมันเป็นเรื่องบังเอิญน่ะครับ เพราะ ทุกคดีมันจะต้องมียอดนักสืบโมริ โคโกโร่มาจัดการนะครับ”ชายวัยกลางคนหัวเราะแห้งๆพร้อมกับพูดด้วยความภาคภูมิใจ

มันน่าภูมิใจตรงไหนกันล่ะเนี่ย โคนันคิด

“แล้วใครเป็นคนพบศพคนแรกล่ะ พวกเธองั้นเหรอ”สารวัตรเมงูเระหันไปถามรันและโซโนโกะ

“เอ่อ...คือว่า...”รันอ้ำอึ้งหันซ้ายหันขวามองหาหญิงสาวที่เป็นคนพบศพคนแรกซึ่งเป็นคนปลดล็อกกลอนประตูห้องน้ำและเข้าไปตรวจดูศพ

“พวกเราเป็นคนพบศพคนแรกก็จริงค่ะแต่ว่าคนที่ปลดล็อกประตูห้องน้ำแล้วเข้าไปดูศพน่ะไม่ใช่พวกเราหรอกค่ะ”โซโนโกะตอบ

“หืม? หมายความว่ายังไงน่ะ”

“สารวัตรครับ เราพบผู้หญิงคนนี้ตรงบริเวณที่ห่างออกไปจากที่เกิดเหตุกำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่น่ะครับ”ตำรวจนายหนึ่งพาตัวหญิงสาวผู้ต้องสงสัยเข้ามาในห้องน้ำ ร่างบางระหงของหญิงสาวในชุดเดรสแขนยาวเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของทุกคนคือใบหน้าเรียวสวย ริมฝีปากอวบอิ่มฉาบด้วยลิปสติกสีอ่อนและคิ้วสวยรับกับโครงหน้าทำเอาทาคางิหน้าแดงแล้วหน้าแดงอีก โมริเมื่อได้เห็นรูปร่างหน้าตาของหญิงสาวตรงหน้าก็เกิดใจลอยไปถึงไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้

“เอ่อ...คุณคือ...”สารวัตรเมงูเระยืนตัวเกร็งเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นๆ

“ฉันชื่อ คุโรชิยะ นานามิค่ะ ฉันไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกับผู้ตายหรอกนะคะ”

“แต่ว่า...”

“อาจารย์น่ะ ไม่ใช่ผู้ต้องสงสัยอย่างแน่นอนค่ะ”โซโนโกะรีบพูดแทรกขึ้น

“อาจารย์เหรอ...?”

“ค่ะ เธอเป็นอาจารย์คนใหม่ที่โรงเรียนของพวกเราค่ะ”รันอธิบาย

“ฉันแค่พบเด็กพวกนี้โดยบังเอิญที่ห้องน้ำนี่แล้วก็ทักทายกันตามปกติแล้วก็พบว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นเพราะผู้หญิงที่เข้าไปในห้องน้ำคนนั้นเขาไม่ยอมออกมาสักทีคุณโซโนโกะก็เลยปีนขึ้นไปดูจากทางด้านบนแล้วก็พบว่าผู้หญิงคนนั้นเสียชีวิตไปแล้ว ฉันก็เลยไปเอาไม้ถูพื้นจากห้องเก็บอุปกรณ์มาแล้วก็ใช้ด้ามดันกลอนออกจากที่ล็อกเท่านั้นเองล่ะค่ะ เพราะยังไงซะห้องน้ำที่นี่กลอนก็เป็นแบบสไลด์ปิดแบบง่ายๆก็เท่านั้นเอง”นานามิอธิบายเธอไม่อยากถูกเข้าใจผิดไปมากกว่านี้แค่ถูกมองว่าเป็นผู้ต้องสงสัยก็เกินพออยู่แล้ว


 


 


 

หลังจากที่นานามิขอแยกตัวจากอามุโร่เพื่อมาเข้าห้องน้ำก็บังเอิญพบกับรันและโซโนโกะที่บังเอิญมาชอปปิ้งที่ห้างนี้พอดีในขณะที่ยืนคุยทักทายกันตามประสาคนรู้จักผู้หญิงคนหนึ่งก็เกิดโวยวายขึ้นมาเพราะว่าผู้หญิงที่อยู่ในห้องน้ำไม่ยอมออกมาสักทีโซโนโกะจึงปีนขึ้นไปดูจากทางด้านบนก็พบว่ามีศพของผู้หญิงคนหนึ่งนั่งพิงผนังอยู่บนฝาชักโครกจากนั้นเธอก็หวีดร้องขึ้นมาด้วยความตกใจ นานามิจึงรีบเอาด้ามไม้ถูพื้นดันกลอนประตูออกจากที่ล็อกแล้วเข้าไปดูศพพอดีกับที่อามุโร่ โคนันและโมริวิ่งเข้ามาพอดี หลังจากโทรเรียกตำรวจและรถพยาบาลโทรศัพท์ของเธอก็มีสายเข้าพอดีเธอจึงขอตัวออกไปรับโทรศัพท์ด้านนอกและคนที่โทรมาก็เป็นใครไปไม่ได้นอกจากเบลม็อทที่ต้องการนัดคุยธุระบางอย่างกับเธอใช้เวลาคุยอยู่นานพอสมควร นานามิก็ถูกตำรวจคนหนึ่งเชิญไปยังที่เกิดเหตุ


 


 

“แล้วคุณมาเดินห้างคนเดียวเหรอครับ”สารวัตรเมงูเระถาม

“เปล่าค่ะ พอดี...ฉันมากับเขาน่ะค่ะ”นานามิเดินไปคล้องแขนของตนกับแขนของอามุโร่ที่กำลังเอามือซุกกระเป๋ากางเกงอยู่ การกระทำนี้สร้างความแปลกใจให้กับชายหนุ่มผมบลอนด์เล็กน้อยเพราะปกติแมร์โลจะเป็นคนไม่ค่อยแสดงออกอย่างเปิดเผยนัก สำหรับในองค์กรเรียกได้ว่าเป็นผู้หญิงลึกลับพอๆกับเบลม็อทเลยล่ะ แต่ถ้าถามว่าใครเป็นคนที่รู้จักเธอดีที่สุดก็คงจะไม่พ้นเบอร์เบิ้นนี่แหละการกระทำของร่างบางข้างกายเขาทำให้รู้ว่าเธอต้องมีอะไรแน่ๆ

รันและโซโนโกะมองชายหนุ่มและหญิงสาวตรงหน้าด้วยความประหลาดใจเพราะเท่าที่รู้จักอาจารย์นานามิมาเธอเป็นคนที่ดูลึกลับ คาดเดาได้ยากและไม่ชอบทำอะไรเปิดเผยมากนักแต่นี่เป็นครั้งแรกที่อาจารย์ของพวกเธอทำอะไรเปิดเผยแบบนี้ ส่วนคนอื่นๆก็พยายามเก็บอาการไม่คิดอะไรกับภาพที่เห็นตรงหน้า

“อะ...แฮ่ม แล้วจริงเหรอที่ว่าพวกเธอเคยเห็นผู้หญิงคนนี้ครั้งแรกน่ะ”สารวัตรเมงูเระพยายามกลับเข้าเรื่องและหันไปถามเด็กสาวทั้งสอง

“ค่ะ เพราะก่อนหน้าที่พวกเราจะไปซื้อของเราไปนั่งจิบกาแฟกันในร้านคาเฟ่ที่ผู้หญิงคนนี้นั่งอยู่น่ะค่ะ เห็นว่าเธอนัดกับเพื่อนของเธอไว้น่ะค่ะ”รันอธิบาย

“รู้สึกว่าจะผู้หญิงพนักงานออฟฟิศ ไว้ผมทรงหางม้ามัดรวบน่ะค่ะ”โซโนโกะเสริม

“งั้นเหรอ....ว่าแต่ห้องน้ำที่นี่คนเยอะตลอดเลยงั้นเหรอ”

“ไม่ครับ เป็นแค่บางช่วงเวลาเท่านั้น”ทาคางิพูด

“งั้นก็หมายความว่าคนร้ายพาผู้ตายมาที่ห้องน้ำในช่วงที่ไม่มีคนแล้วก็ลงมือฆาตกรรมเธอสินะ”โมริสันนิษฐาน

“มีความเป็นไปได้สูงเลยล่ะ...”


 


 


 


 

“นี่ อามุโร่”นานามิดึงแขนชายหนุ่มเบาๆก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้เพื่อกระซิบเพื่อให้ได้ยินกันแค่สองคน

“หืม? มีอะไรเหรอ”

“รีบปิดคดีนี้แล้วก็รีบไปจากที่นี่เถอะ”

“มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?”

“เบลม็อทโทรมาบอกฉันว่ามีธุระจะคุยด้วยน่ะ เกี่ยวกับเรื่องงานใหญ่ที่เราจะทำกัน”

“ครับๆ เข้าใจแล้ว แต่ไม่ต้องห่วงหรอกตอนนี้มีนักสืบคนนั้นอยู่นี่นา”ร่างสูงพูดด้วยความมั่นใจสายตาจับจ้องไปยังเด็กแว่นชั้นประถมที่กำลังอธิบายข้อสันนิษฐานของตัวเองอย่างน้ำไหลไฟดับแล้วจบด้วยท่าทีไร้เดียงสาของเด็กประถมตามเคยแต่อามุโร่รู้ว่านั่นเป็นแค่การแสดงเท่านั้น

“จะทำอะไรก็รีบทำเข้าแล้วกัน”หญิงสาวเอ่ยเตือนเสียงเบาก่อนจะผละออก อามุโร่จึงเดินเข้าไปรวมกลุ่มเพื่ออธิบายข้อสันนิษฐานของตนเองด้วย ในขณะเดียวกันหญิงสาวก็พยายามสังเกตความผิดปกติของศพที่อยู่ในห้องน้ำเธอรู้สึกเหมือนกับมีบางอย่างดูขัดกับศพของผู้หญิงคนนี้ซึ่งเธอก็คาใจมาตั้งแต่ที่เข้าไปดูศพตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว ผู้หญิงที่สวมชุดแบบ babydoll dressแถมยังแต่งหน้าทำทรงผมตามแฟชั่นถึงขนาดนี้แต่กลับมีบางอย่างขาดหายไป

“อาจารย์รู้สึกว่ามันมีอะไรขัดๆมั้ยค่ะ”โซโนโกะหันมาพูดกับเธอ

“อืม อาจารย์ก็รู้สึกเหมือนกัน เอ๊ะ?”ทันใดนั้นนานามิก็นึกถึงบางอย่างออก

นี่สินะ สิ่งคาใจเธอตั้งแต่ที่เห็นศพผู้หญิงคนนี้ครั้งแรก

“อาจารย์คิดอะไรออกเหรอคะ?”รันถาม

“สิ่งที่คาใจอยู่ก็คือ เล็บไงล่ะ ทั้งๆที่เป็นคนแต่งตัวตามเทรนด์แฟชั่นถึงขนาดนี้แท้ๆแต่เล็บมือของผู้หญิงคนนั้นกลับดูโล่งๆจนเกินไป ทั้งที่ความจริงแล้วควรที่จะทาสีเล็บหรือว่าติดเล็บปลอมให้เข้ากับชุดที่ใส่มากกว่านะ”

คนอื่นๆที่ได้ยินข้อสันนิษฐานของหญิงสาวก็พยายามคิดตาม

“ว่าแต่...ไม่พบเล็บปลอมตกอยู่เลยเหรอครับ”โคนันถาม

“ไม่นะ ไม่มีของแบบนั้นหรอก เอ่อ...สารวัตรครับเราพบมือถือของผู้ตายตกอยู่น่ะครับ ผมเช็คประวัติการโทรเข้าก็พบว่ามีคนพยายามโทรหาเธอทุกๆ 10 นาทีน่ะครับ”ทาคางิตอบก่อนจะชูหลักฐานที่อยู่ในซองพลาสติกให้สารวัตรเมงูเระดู


 

ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด

พอดีกับเสียงโทรศัพท์ของผู้ตายที่ดังขึ้น

“มันเป็นเบอร์เดียวกันกับที่โทรเข้ามาเมื่อ 10 นาทีก่อนน่ะครับ”ทาคางิชูโทรศัพท์ให้ดูซึ่งหน้าจอก็ปรากฏชื่อของใครคนหนึ่ง ก่อนที่สารวัตรเมงูเระจะตัดสินใจกดรับสายและได้ยินเสียงของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่คาดว่าน่าจะเป็นเพื่อนของผู้ตาย ซึ่งเขาก็ตัดสินใจที่แจ้งข่าวร้ายให้อีกฝ่ายทราบ

ต่อมาเมื่อหญิงสาวพนักงานออฟฟิศมาถึงที่เกิดเหตุและได้เห็นสภาพศพของเพื่อนเธอก็ได้แต่ยืนร้องไห้

“เอ่อ ขอโทษนะครับคุณคือ...”

“ฉันชื่อ ไซโจว ซายากะเป็นเพื่อนของเรกะน่ะค่ะ”

“วันนี้คุณทั้งสองคนนัดพบกันที่ห้างเบกะแห่งนี้สินะครับ”

“ใช่ค่ะ พวกเราน่ะเป็นคนทำงานด้วยกันทั้งคู่พอมีเวลาว่างตรงกันก็มักจะนัดกันออกมาชอปปิ้งน่ะค่ะ วันนี้เรามีนัดกันช่วง 10 โมงเช้าค่ะ”หญิงสาวพูดพลางปาดน้ำตาไปด้วย

“แล้วคุณมาที่ห้างนี้บ่อยหรือเปล่าครับ”ชายหนุ่มผมบลอนด์ถาม

“ค่ะ พวกเราชอบมาซื้อเสื้อผ้าด้วยกันเป็นประจำแล้วก็จะนัดพบกันที่ร้านคาเฟ่ร้านเดิมเสมอ”

“แล้วคุณก็พาคุณเรกะมาที่ห้องน้ำของห้างนี้สินะครับ”สารวัตรเมงูเระถาม

“วันนี้ฉันยังไม่ได้เจอเรกะเลยนะคะ”

“เอ๋? แต่ว่า...พวกคุณ...”

“เขาคลาดกันต่างหากล่ะคะ คุณเรกะเธอขอรอให้เพื่อนเธอมาก่อนก็เลยเดินไปเข้าห้องน้ำ แล้วสิบนาทีให้หลังคุณไซโจวก็มาถึงร้านน่ะค่ะ”โซโนโกะแย้ง

“งั้นก็แปลว่าหลังจากที่เธอไปเข้าห้องน้ำก็ไม่ได้กลับมาอีกเลยสินะครับ”

“ค่ะ ฉันรออยู่ 10 นาทีแล้วเห็นเธอยังไม่มาก็เลยขอให้พนักงานไปตามให้แต่ก็ไม่เจอใครฉันรออีก 10 นาทีแล้วค่อยโทรหาเธอแต่ก็ไม่มีใครรับสายพอคิดว่าโทรติดแล้วก็....”

“คนที่รับสายกลับเป็นผมแทนสินะ”

“ค่ะ....”

“แล้วทำไมคุณถึงไม่มาตามเธอที่ห้องน้ำเองล่ะครับ”

“ก็เพราะว่าห้องน้ำมันอยู่นอกร้านยังไงล่ะครับ ถ้าลุกออกจากร้านไปหลังจากที่ออเดอร์ไปแล้วมันก็จะดูไม่ดีน่ะสิครับ”โมริอธิบาย

“คุณอยู่ที่ร้านคาเฟ่นั้นตลอดเลยงั้นเหรอ...”

“ค่ะ ลองไปถามพนักงานที่ร้านนั้นดูก็ได้ค่ะ”

“งั้นอย่างแรกเราก็ควรจะไปตรวจสอบคาเฟ่ร้านนั้นนะครับ”ทาคางิเสนอ

“อืม...เอาตามนั้นก่อนก็แล้วกัน ทาคางิคุงอยู่ที่นี่ก่อนนะถ้าได้เรื่องอะไรก็แจ้งด้วยล่ะ”เมงูเระพูดก่อนจะเดินนำทุกคนออกไปเพื่อร้านคาเฟ่ที่ว่านั้น

“ครับ สารวัตร”


 


 

เมื่อมาถึงร้านคาเฟ่สารวัตรเมงูเระจึงรีบเข้าไปสอบถามกับพนักงานเสิร์ฟที่เคยรับออเดอร์ผู้ตายทันที

“คุณแน่ใจนะครับว่าใช่ผู้หญิงคนนี้จริงๆ”เขาถามพลางชูรูปของหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายให้ดู

“ค่ะ ไม่ผิดแน่นอนค่ะเพราะเธอแต่งตัวสะดุดตามากก็เลยจำได้ง่ายน่ะค่ะ เธอบอกว่าเธอนัดเพื่อนเอาไว้แล้วขอรอให้เพื่อนเธอมาก่อนก็เลยลุกออกไปเข้าห้องน้ำ หลังจากนั้น 10 นาทีคุณสาวพนักงานออฟฟิศก็เข้ามาที่ร้านค่ะ”

“ถ้าดูจากระยะเวลาแล้วถ้าเธอจะทำการฆาตกรรมก็ต้องโทรเรียกผู้ตายไปที่ห้องน้ำและกลับเข้ามาที่ร้านอีกครั้งแต่ดูจากระยะทางระหว่างร้านคาเฟ่กับห้องน้ำในห้างแล้วก็ต้องใช้เวลาประมาณ 10-15 นาทีในการเดินไปแล้วก็เดินกลับต่อให้รีบยังไงก็ต้องใช้เวลานานอยู่ดีสินะ”

“เอ๋ แต่ว่าๆ พี่สาวคนนั้นน่ะเหมือนโดนคำสาปเลยนะครับ”โคนันร้องขึ้นมา

“หืม? คำสาปอะไรเหรอโคนันคุง”รันถาม

“ก็รูปที่อยู่บนใบขับขี่เป็นรูปธรรมดาแท้แต่ว่าตอนที่พี่สาวคนนั้นเจอกับพวกเราหน้าตาน่ากลัวเหมือนถูกสาปเลยล่ะครับ”

“ก็นั่นน่ะเป็นการแต่งหน้าให้เข้ากับชุดที่ใส่ยังไงล่ะ”โซโนโกะบอก

“งั้นถ้าชุดเหมือนกันก็คงแยกไม่ออกสินะครับว่าใครเป็นใครน่ะ”


 

แปล๊บ


 

คำพูดของเด็กแว่นสมองใสทำให้อามุโร่คิดอะไรบางอย่างออกรวมถึงสารวัตรเมงูเระและโมริที่เริ่มสะกิดใจบางอย่างกับคำพูดนั้น

“เข้าใจล่ะ สไตล์การแต่งตัวของผู้หญิงคนนั้นน่ะเป็นแบบเข้มงวดแล้วก็สะดุดตาคนที่มองเห็นครั้งแรกก็จะจำรูปลักษณ์ภายนอกที่สะดุดตามากกว่าหน้าตาของเธองั้นสินะ”นานามิพูดขึ้น

“หรือพูดอีกอย่างก็คือ...สิ่งที่ต้องคิดในตอนนี้ก็คือ คนที่มาร้านใช่คุณเรกะตัวจริงหรือเปล่า”อามุโร่พูดเสริมพร้อมกับหันไปมองหญิงสาวผู้ต้องสงสัย

“เข้าใจคิดนี่นา โคนันคุง”

“แฮะๆๆ ผมก็แค่คิดเล่นๆน่ะครับพี่อามุโร่”โคนันแกล้งเฉไฉกลบเกลื่อน

“ผู้หญิงคนนี้เขาได้ออเดอร์อะไรไปบ้างหรือเปล่าครับ”สารวัตรเมงูเระยังถามต่อ

“เปล่าค่ะ เธอขอรอให้เพื่อนเธอมาก่อนแล้วค่อยสั่งน่ะค่ะ”

“งั้นทางเราขอเอาเมนูไปตรวจสอบลายนิ้วมือหน่อยนะครับ”

“ได้ค่ะ”

“คงไม่มีหรอกค่ะ”ซายากะแย้งขึ้น

“.....”

“เพราะตอนที่ฉันนั่งอยู่ฉันเผลอไปปัดแก้วของเรกะจนตกแตกพอตอนจะเก็บเศษแก้วก็ดันเผลอวางเมนูไว้ตรงที่น้ำนองอยู่จนมันเปียกโชกไปหมดฉันก็เลยต้องเช็ดมันจนแห้งแน่นอนว่าที่โซฟากับที่โต๊ะด้วยก็ด้วย คงจะไม่เหลือหลักฐานที่บอกว่าเรกะเคยมาที่นี่แล้วล่ะค่ะ”

“อะ จริงสิ ถ้ามันแตกไปแล้วเศษแก้วนั่นตอนนี้มันก็ยังอยู่สิครับ”โมริรีบหันไปถามพนักงานสาวเพราะเขาเพิ่งคิดอะไรบางอย่างออก

“ค่ะ มันอยู่ในถุงขยะที่เผาไม่ได้น่ะค่ะ”

เมงูเระจึงขอให้พนักงานไปนำเศษแก้วที่แตกนั้นมาให้เขาดูและขอเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อตรวจสอบลายนิ้วมือ


 


 

“นี่ อาจารย์ถามอะไรหน่อยสิ”หญิงสาวหันไปหารันและโซโนโกะ

“มีอะไรเหรอคะ? อาจารย์”รันถาม

“ตอนที่ผู้หญิงคนนั้นนั่ง เขานั่งตรงไหน”

“อ๋อ นั่งที่เดียวกับคุณเรกะเลยค่ะ”

อามุโร่ที่ยืนฟังอยู่ด้วยก็นึกสะกิดใจบางอย่างจนเผลอพูดออกมา

“จงใจ...”

“ดูเหมือนว่าเธอจะจงใจนั่งตรงนั้นแล้วก็จงใจปัดแก้วน้ำตกแตกสินะ”

“ใช่ เพื่อสร้างหลักฐานที่รัดกุมให้กับตัวเองยังไงล่ะ”

“เอ่อ....”เมื่อฟังบทสนทนาแล้วเด็กสาวทั้งสองก็ยังคงทำสีหน้างุนงง แค่บอกตำแหน่งที่นั่งอย่างเดียวก็เหมือนกับว่าคุณอามุโร่กับอาจารย์นานามิกลับเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาแล้ว


 


 

“ยังไงคุณสารวัตรจะไปดูร้านเสื้อผ้าที่เรกะไปซื้อชุดด้วยมั้ยล่ะคะ เพราะเรามักจะไปที่ร้านนั้นด้วยกันบ่อยๆน่ะค่ะ”ซายากะเสนอ

เมื่อไปถึงร้านสารวัตรเมงูเระจึงยื่นใบขับขี่ซึ่งเป็นหลักฐานยืนยันตัวตนให้กับพนักงานดูว่าผู้ตายเคยมาที่ร้านนี้หรือไม่ ซึ่งพนักงานก็สามารถจำหน้าเธอได้และบอกว่าเธอได้มาซื้อชุด babydoll dress สีดำไปเมื่อช่วงค่ำของเมื่อวานนี้

“เธอมาที่ร้านนี้คนเดียวใช่มั้ยครับ”

“ใช่ค่ะ”

“งั้นมีเธอคนเดียวใช่มั้ยคะที่ซื้อชุดนี้ไปน่ะ”ซายากะถามแทรกขึ้นมา

“อ่อ ไม่ใช่ค่ะคือว่าชุดนี้เป็นชุดลิมิเตด อิดิชั่นของร้านเราซึ่งจะขายในเฉพาะเดือนนี้เท่านั้นแล้วเพิ่งจะออกขายเมื่อวานนี้เองได้รับความนิยมมากเลยล่ะค่ะ”

“แล้วบรรดาลูกค้าที่มาซื้อน่ะมีผู้หญิงคนนี้ด้วยหรือเปล่าครับ”โมริถามแล้วชี้นิ้วมาทางหญิงสาวรวบผมหางม้า

“ไม่แน่ใจนะคะ”

“ฉันจะมาซื้อได้ยังไงกันล่ะคะก็เมื่อวานนี้ฉันทำธุระเรื่องงานอยู่ที่ฟุคุโอกะเพิ่งจะมาถึงที่เมืองเบกะนี่ก็ตอน 8 โมงเช้านั่นแหละค่ะ”

“อย่างนั้นเหรอครับ...”

“เอ่อ...โคนันคุงๆ”

“หืม? มีอะไรเหรอครับพี่รัน”โคนันเดินเข้าไปใกล้รันที่ใช้ผ้าม่านของห้องลองชุดบังตัวไว้

“คือว่า...พี่ขอยืมห้องลองเสื้อของร้านมาเปลี่ยนชุดน่ะจ๊ะ ดูเป็นไงบ้าง”เมื่อรันสะบัดผ้าที่บังตัวออกก็เผยให้เห็นชุดเดรสแขนยาวสีชมพูอ่อนปลายแขนเสื้อเป็นแบบจัมพ์ส่วนคอเสื้อก็เป็นสายสำหรับผูกเป็นโบว์ทำเอาโคนันหน้าแดง

 

น่ารักๆสุดๆไปเลย... นี่คือสิ่งเดียวที่โคนันคิด


 

“นี่ รันไปถามเจ้าเด็กแล้วจะรู้มั้ยล่ะต้องถามคนที่เก่งด้านแฟชั่นอย่างอาจารย์นานามิสิ”

“เอ๊ะ?”ร่างบางทำหน้างงนี่เธอเป็นคนเก่งด้านแฟชั่นตั้งแต่เมื่อไหร่

“เป็นยังไงบ้างคะอาจารย์”

“อืม น่ารักมากเลยจ๊ะ”

“เห็นมั้ยล่ะ”

อามุโร่ที่ยืนมองอยู่ก็เข้ามากระซิบกับร่างบาง

“ฉันเองก็อยากเห็นเธอใส่ชุดแบบนั้นเหมือนกันนะ อยากจะรู้ว่าจะน่ารักเหมือนกันหรือเปล่า”

เธอเหลือบมองร่างสูงก่อนจะผลักไหล่เขาเบาๆแต่ชายหนุ่มกลับยกยิ้ม

ในสายตาของโคนัน รันและโซโนโกะทั้งคู่ก็เหมือนกับคู่รักที่กำลังหยอกล้อกันไม่มีผิด โคนันทำสีหน้าหน่ายๆในขณะที่สองสาวม.ปลายได้แต่หน้าแดง

 

นี่มันใช่เวลามาจีบสาวมั้ยเนี่ย...คุณอามุโร่ โคนันคิด


 

“ว่าแต่...ทำไมพี่สองคนถึงแต่งชุดเหมือนกันล่ะครับ”โคนันถามพลางมองทั้งสองคนที่อยู่ในชุดแบบเดียวกันเป๊ะ

“ก็นี่น่ะมันเป็นอีกเทรนด์นึงไงล่ะ”โซโนโกะพูด


 

แปล๊บ


 

ตอนนั้นเองที่เขาเหมือนนึกอะไรบางอย่างออก


 


 

หลังจากนั้นหน่วยพิสูจน์หลักฐานก็โทรมารายงานว่าพบลายนิ้วมือของผู้ตายจากเศษแก้วที่แตกเป็นอันว่าซายากะนั้นมีหลักฐานที่อยู่อย่างสมบูรณ์แบบสารวัตรเมงูเระก็สอบถามอะไรอีกสองสามคำก่อนที่ซายากะจะแย้งขึ้นมาอีกครั้ง

“นี่ก็ใกล้จะ....อะ”หญิงสาวทำท่าเหมือนจะดูนาฬิกาข้อมือก่อนจะหน้าถอดสีและเปลี่ยนไปดูเวลาในโทรศัพท์แทน ซึ่งการกระทำแปลกๆนั้นก็ไม่สามารถรอดพ้นสายตาของนักสืบหนุ่มผิวเข้มกับเด็กแว่นสมองใสไปได้ทั้งคู่ยกยิ้มเหมือนเข้าใจอะไรบางอย่างก่อนที่เด็กแว่นจะกดโทรศัพท์โทรหาใครบางคนเพื่อเช็คให้แน่ใจว่าข้อสันนิษฐานของเขานั้นถูกต้องหรือไม่ เมื่อเช็คทุกอย่างจนมั่นใจแล้วก็ถึงเวลาแสดงโชว์การไขคดี


 

เอาล่ะ...ได้เวลาที่โคโกโร่นิทราจะออกโรงแล้วสินะ


 

นักสืบม.ปลายในร่างเด็กประถมแอบยิงยาสลบใส่โมริก่อนจะรีบวิ่งไปหลบหลังโต๊ะตัวหนึ่งภายในร้านร่างสูงเซไปเซมาเล็กน้อยก่อนจะล้มลงตรงหน้าโต๊ะที่โคนันซ่อนตัวอยู่ โคนันใช้เสียงโมริผ่านเครื่องแปลงเสียงเฉลยทริคทุกอย่างในการฆาตกรรมพร้อมกับต้อนเธอให้จนมุมด้วยหลักฐานที่แน่นหนายากเกินที่จะดิ้นหลุดได้ สุดท้ายเธอจึงยอมรับสารภาพอธิบายถึงเหตุผลที่ฆ่าเพื่อนสนิทของตนเอง

“เพราะเรกะแย่งทุกอย่างไปจากฉันน่ะสิคะ ฉันน่ะถูกไล่ออกจากงาน ถูกไล่ออกจากอพาร์ตเมนต์ที่ตัวเองอาศัยอยู่ทั้งยังถูกเพื่อนๆตีตัวออกห่างอีก สุดท้ายฉันก็เหลือแค่เพื่อนในวัยเด็กอย่างเรกะแค่คนเดียว ฉันได้งานที่บริษัทแม่ของเรกะแถมเธอยังชวนฉันให้มาอยู่อพาร์ตเมนต์เดียวกันกับเธอด้วย”

“แย่งทุกอย่างไปอะไรกัน นี่เขาเรียกว่าเพื่อนที่ช่วยดูแลคุณต่างหาก”สารวัตรเมงูเระแย้งขึ้น

“ค่ะ ฉันคิดแบบนั้นจนกระทั่งเมื่อเร็วๆนี้ที่ฉันต้องถูกไล่ออกจากงาน ไล่ออกจากบ้านแถมเพื่อนๆยังหายหัวไปกันหมดทั้งหมดนั่นเป็นเพราะเรกะใช้อำนาจอยู่เบื้องหลัง”

“ทำไมถึงทำแบบนั้นล่ะคะ”รันร้องถาม

“ใครจะไปรู้ล่ะ เธออาจจะอยากให้ฉันอยู่กับเธอไปตลอดชีวิตก็ได้เพราะเธอคนนั้นก็มีฉันเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวเหมือนกัน ทั้งๆที่ฉันเชื่อใจสุดท้ายก็โดนทรยศหักหลังคราวนี้ฉันเลยเป็นฝ่ายแย่งทุกอย่างมาจากเธอบ้าง”

และหลังจากนั้นตำรวจก็ได้พาเธอขึ้นรถเพื่อไปให้ปากคำเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจ


 


 

“แหม อาจารย์โมรินี่ยังไขคดีได้ยอดเยี่ยมเหมือนเคยเลยนะครับ”อามุโร่เอ่ยชม ขณะที่ทุกคนเดินไปยังลานจอดรถของห้างเพื่อเตรียมตัวกลับหลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว

“เรื่องนั้นมันแน่นอนอยู่แล้วล่ะ อามุโร่คุงไม่มีคดีไหนที่ยอดนักสืบโมริ โคโกโร่ คนนี้ไขไม่ออก”

“คุณพ่อคะ เบาๆหน่อยสิ”รันปรามเมื่อเห็นว่าพ่อของเธอพูดเสียงดังจนเกินไป

“ยังไงพวกผมขอตัวก่อนนะครับ พอดีว่ามีธุระต่อ”

“งั้นพวกเราขอตัวก่อนนะคะ ไว้เจอกันค่ะ คุณรัน คุณโซโนโกะแล้วก็...โคนันคุงด้วย”

ทั้งสองบอกลาพวกโคนันก่อนจะแยกตัวมาขึ้นรถ หลังจากขับออกจากห้างเบกะได้สักพักร่างสูงก็ถามถึงจุดหมายที่หญิงสาวต้องการให้ไปส่ง

“ว่าแต่...เธอนัดเบลม็อทไว้ที่ไหนล่ะ”

“ร้านคาเฟ่ชื่อ Sweet น่ะขับรถตรงไปหน่อยเดี๋ยวก็ถึง”

“วันนี้น่าเสียดายจังเลยนะ”

“เรื่องอะไรล่ะ?”หญิงสาวเลิกคิ้วเชิงถาม

“ทั้งๆที่กำลังเดทกันอยู่แท้ๆแต่ดันเกิดคดีฆาตกรรมซะได้”ร่างสูงบ่นอุบ

“ฮะๆๆ อย่าบ่นไปเลยน่านายเองก็ได้อะไรดีๆมาเยอะไม่ใช่เหรอ”นานามิถามอย่างรู้ทัน

“อ่า นั่นสินะ”ชายหนุ่มพูดอย่างสบายอารมณ์ผิดกับท่าทางเมื่อครู่พอดีกับที่เขาขับรถมาถึงจุดหมายปลายทางพอดี

“ขอบคุณที่มาส่งนะ เบอร์เบิ้น”

จุ๊บ

หญิงสาวยื่นหน้าเขาไปจูบแก้มชายหนุ่มผมบลอนด์เป็นการขอบคุณในจังหวะที่กำลังจะผละออกร่างสูงกลับดึงเธอเข้าไปประกบริมฝีปากอีกครั้งดูดดึงริมฝีปากของอีกฝ่ายอย่างเอาแต่ใจ ซึ่งเธอก็ตอบรับจูบนั้นอย่างเต็มใจก่อนจะค่อยๆผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง

“ถือว่า เป็นของแถมสำหรับเดทครั้งนี้ก็แล้วกัน”ชายหนุ่มพูดก่อนจะยกยิ้มมุมปาก แมร์โลได้แต่ยิ้มรับและเปิดประตูลงจากรถไป

เมื่อเธอเดินเข้ามาในร้านคาเฟ่มองหาอยู่พักหนึ่งก็พบกับร่างบางผมบลอนด์ยาวเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลนั่งอยู่ตรงโต๊ะข้างกระจกเธอไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปที่โต๊ะนั้นทันที

“มาช้านะ”อีกฝ่ายเปิดปากทักทายเธอก่อน

“โทษที พอดีว่ามีปัญหานิดหน่อยน่ะแต่วันนี้ฉันก็โชคดีหลายอย่างเลยนะ”ร่างบางพูดอย่างไม่ทุกข์ร้อน

“หืม? มีเรื่องอะไรงั้นเหรอ”เบลม็อทถามด้วยความแปลกใจ

“ก็วันนี้ฉันได้เห็นโชว์การไขคดีของโคโกโร่นิทราแถมยังได้ฟังข้อสันนิษฐานที่น่าสนใจจากพ่อนักสืบตัวน้อยของเธอด้วยนะ”

“งั้นเหรอ...แต่จะว่าไปเธอใกล้ชิดกับเบอร์เบิ้นจังเลยนะ”หญิงสาวผมบลอนด์กลับเป็นฝ่ายเปลี่ยนเรื่อง

“ทำไมล่ะ ฉันก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่”

“เฮ้อ ฉันหมายถึง ที่ เธอจูบกันเมื่อกี้นี้ต่างหากล่ะ”เบลม็อทถอนหายใจ เมื่อกี้ตอนที่เธอนั่งรอแมร์โลอยู่ในร้านสายตาของเธอก็มองออกไปนอกร้านและบังเอิญไปเห็นฉากที่ไม่สมควรเข้า ภาพที่เบอร์เบิ้นดึงตัวหญิงสาวผมสีส้มอ่อนเข้าไปจูบโดยที่เจ้าตัวก็ดูจะไม่ได้ขัดขืนอะไรก่อนจะเดินลงมาจากรถภาพนั้นยังติดอยู่ในหัวเธออยู่เลย

แมร์โลชะงักไปพักหนึ่งก่อนเริ่มพูด

“ฉันจะทำอะไรมันก็ไม่เกี่ยวกับเธอเบลม็อทตราบใดที่ไม่มีผลกระทบต่อองค์กรเธอก็ไม่มีสิทธิ์ยุ่ง”ร่างบางพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

“ฉันก็ไม่ได้อยากจะยุ่งหรอกแต่เธอจะทำอะไรก็ระวังตัวหน่อยล่ะกัน อย่าถลำลึกมากไปกว่านี้ก็แล้วกัน”เบลม็อทเอ่ยเตือนด้วยความหวังดีเพราะตอนนี้ยินกำลังจับตาดูทั้งคู่อยู่แค่ที่แมร์โลไปทำงานคู่กับเบอร์เบิ้นก็ทำเอายินหัวฟัดหัวเหวี่ยงอารมณ์เสียไปพักใหญ่ ถ้ารู้เรื่องระหว่างสองคนนี้เข้าอีกมีหวังยินได้เอาปืนมาจ่อหัวเบอร์เบิ้นแน่


 

เธอเตือนฉันช้าไปแล้วล่ะเบลม็อทระหว่างฉันกับเขามันไปไกลเกินกว่าที่เธอคิดแล้ว....แล้วฉันก็ไม่เคยปฏิเสธเขาเลยสักครั้ง....


 

ร่างบางได้แต่คิดในใจนี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่เบอร์เบิ้นมักจะเอาแต่ใจกับเธอก็ได้ เพราะเธอไม่เคยขัดใจหรือปฏิเสธเขาเลยสักครั้งไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม

“เอาล่ะ เข้าเรื่องของเราได้แล้วเธอมีธุระจะคุยกับฉันไม่ใช่เหรอ”

เมื่อได้ยินดังนั้นเบลม็อทจึงหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาจากกระเป๋าสะพายของเธอและยื่นให้กับอีกฝ่าย

“นี่เป็นรายละเอียดข้อมูลทั้งหมดของเป้าหมายรายแรก ไปวางแผนมาให้ดีก็แล้วกัน”

“......”แมร์โลรับซองเอกสารมาโดยไม่พูดอะไร

ได้เวลาที่หมาป่าจะออกล่าเหยื่อแล้ว

————————————————————

***รอยโยชิกาวะ เป็นร่องรอยที่แสดงให้เห็นว่าเกิดการขัดขืนในระหว่างที่ถูกรัดคอเมื่อคนเราพยายามที่จะนำเอาสิ่งที่รัดคออยู่ออกซึ่งจะเป็นรอยข่วนลึกๆที่คอ ผู้ที่ให้ข้อสังเกตว่าคนที่มีรอยข่วนที่คอเป็นหลักฐานว่าถูกรัดคอตายในยุคไทโชก็คือ หัวหน้าหน่วยพิสูจน์หลักฐานของกรมตำรวจชื่อ โยชิกาวะ โชอิจิ


 

ก่อนอื่นต้องขอโทษที่ไรท์หายไปนานมากกกกกกกกกกกเลยนะคะ เพราะกำลังยุ่งกับเรื่องเรียนเพราะเดี๋ยวจะต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้วนิยายก็จะไม่ค่อยได้ลงบ่อยนักนะคะ แต่ก็จะไม่ทิ้งแน่นอนค่ะ ขอสารภาพว่าคิดคดีที่จะแต่งไม่ออกเลยไปเอาแนวทางคดีมาจากโคนันปี 13 ตอนหลักฐานที่อยู่จากชุดสีดำแค่เอามาปรับเปลี่ยนอะไรนิดหน่อยคดีก็อาจจะดูรวบรัดแปลกๆนะคะถ้าไม่เข้าใจก็สามารถไปหาดูกันได้รู้สึกว่าตอนนี้พระเอกจะรุกอย่างหนักหน่วงมากเลยนะคะ 555 งานใหญ่ที่เกริ่นไว้ตั้งแต่ต้นเรื่องก็จะได้เริ่มทำกันซักที คราวนี้นางเอกเราจะได้โชว์ฝีไม้ลายมืออย่างเต็มที่แล้วฝากติดตามต่อด้วยนะคะ


 


 


 


 


 


 

 

 


 


 


 


 


 


 


 


 


 

Attachment.png
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 81 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

118 ความคิดเห็น

  1. #19 Minny45210 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:04
    คนกำลังอินอยู่เลยกรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    #19
    0
  2. #17 JessicaBelle (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:35
    ตอนแรกก็ไขคดีอย่างเข้มข้น พอมาตอนท้ายนี่ละลายเลยค่าาาาา >///^/// #17
    0
  3. #15 yume2005 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:54

    -///-....มาต่ออีกนะคะชอบ~มากๆเลยย
    #15
    0
  4. #14 eye24244 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:56
    อามุโร่ให้มันน้อยๆหน่อยก็ได้นะ เขินนนน >///<
    #14
    0