[ Fic Conan ] Bourbon and Merlot Secret Love

ตอนที่ 6 : Chapter 6 Dating

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,738
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 92 ครั้ง
    11 ธ.ค. 62

‘นี่คุณเป็นใคร’


 

‘ไม่ต้องสนใจฉันหรอก’


 

‘..........’


 

‘รีบพาเด็กผู้หญิงคนนั้นไปจากที่นี่เถอะ ฉันว่าเธออาการแย่แล้วนะ’

 


 


 

บทสนทนาในอดีตที่ตึกร้างในนิวยอร์กระหว่างเธอกับเด็กหนุ่มคนหนึ่งพร้อมสายตาของเด็กสาวที่มองมาที่เธอด้วยความสงสัยก่อนที่จะหมดสติไป ภารกิจที่เธอกับเบลม็อทได้รับมอบหมายให้กำจัดคนทรยศขององค์กรอย่างอากาอิ ชูอิจิในตอนนั้น


 

หญิงสาวลืมตาตื่นขึ้นจากความฝันในอดีตและหันไปมองนาฬิกาที่ติดอยู่ตรงฝาผนังห้องก็พบว่านี่เป็นเวลาเช้ามากแล้ว นานามิค่อยๆลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงจริงๆเธอก็อยากจะนอนต่ออีกสักหน่อยเพราะ ความปวดเมื่อยตามร่างกายเนื่องจากถูกใครบางคนรังแกมาตลอดทั้งคืน


 

“ตื่นแล้วเหรอ”เสียงทุ้มของชายหนุ่มดังขึ้นร่างบางหันไปก็พบว่าเขากำลังยืนติดกระดุมเสื้อเชิ้ตอยู่ข้างเตียง

“เบอร์เบิ้น ทำไมนายถึงไม่ปลุกฉัน”ร่างบางถามพลางหยิบเสื้อเชิ้ตของตัวเองที่อยู่บนพื้นขึ้นมาสวม

“ก็เห็นเธอกำลังหลับสบายน่ะเลยไม่อยากปลุก เมื่อคืนเธอไม่เพลียหรือไง”อามุโร่ถามด้วยแววตาหยอกล้อ


 

พลั่ก!!!


 

นานามิปาหมอนใส่อีกฝ่ายด้วยความหมั่นไส้แต่ร่างสูงก็รับไว้ได้ทันแถมยังยกยิ้มอย่างอารมณ์ดี

“แล้วมันเพราะใครกันล่ะ ทำอย่างกับไปตายอดตายอยากมาจากไหน”หญิงสาวขมวดคิ้วยุ่งและเดินมาส่องกระจกเพื่อจัดทรงผม

“ก็ฉันไม่ได้ ดื่มไวน์แดง มานานแล้วนี่นาแล้วก็...ถ้าฉันอยาก ดื่ม ขึ้นมาเมื่อไหร่เธอก็ห้ามฉันไม่ได้ด้วย”อามุโร่เข้ามาสวมกอดร่างบางจากทางด้านหลัง นานามิได้แต่ตวัดสายตามองร่างสูงด้วยความไม่พอใจนี่เป็นผลจากการที่เธอชอบตามใจชายตรงหน้านี้มากเกินไปหรือเปล่า ยอมให้หมอนี่ทำอะไรได้ตามใจแต่ก็เป็นฝ่ายเธอเองที่ชอบใจอ่อนอยู่เรื่อย

“ไหนนายบอกว่ามีธุระไง”หญิงสาวปรับมาใช้น้ำเสียงพูดคุยตามปกติ

“ก็...เธอไงธุระของฉัน”

“???”

“วันนี้ฉันจะชวนเธอไปเดทน่ะ”

“เดทเนี่ยนะ?”หญิงสาวทวนคำ

“อืม...วันนี้วันหยุดเธอไม่ต้องไปสอนที่โรงเรียนไม่ใช่เหรอ”อามุโร่ถามพลางใช้หัวของตัวเองเอนไปพิงกับหัวของอีกฝ่าย

“ก็...ใช่อยู่หรอกแล้วนายไม่มีงานที่ร้านปัวโรต์หรือไง”

“ไม่ต้องห่วงฉันทำงานช่วงบ่ายน่ะ วันนี้ฉันอยู่กับเธอได้ถึงเที่ยงเลยล่ะ”

“แล้วนายคิดอะไรถึงมาชวนฉันเดท”ร่างบางยังถามต่อ

“เธอไม่อยากพักผ่อนก่อนจะลุยงานใหญ่บ้างเหรอ”คงหมายถึงงานใหญ่ที่กำลังจะใกล้เข้ามาสินะ

“......”

“ว่าไง...”


 

จะว่าไปที่เบอร์เบิ้นพูดมันก็จริงอยู่ตั้งแต่กลับมาจากอเมริกาเธอก็แทบจะไม่ได้พักผ่อนต้องทำงานให้คนนั้นคนนี้อยู่เรื่อยแล้วไหนจะงานของตัวเองอีกไปพักผ่อนทำตัวเป็นคนธรรมดาสักวันก็คงจะดี


 

“อืม เอาอย่างนั้นก็ได้”


 

ฟอด!


 

“งั้นก็...ไปอาบน้ำแต่งตัวสิฉันจะรอ”เจ้าของนัยน์ตาสีครามขโมยหอมแก้มเนียนก่อนจะปล่อยตัวเธอออกจากอ้อมแขน


 

หญิงสาวไม่พูดอะไรได้แต่เดินเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำตามปกติเมื่อเธอเดินออกมาจากห้องน้ำก็เห็นว่าหนุ่มผมบลอนด์กำลังนั่งเอกเขนกเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียงอย่างสบายใจ


 

สรุปนี่มันห้องใครกันแน่เนี่ย!?


 

ร่างบางได้แต่คิด วันนี้นานามิเลือกที่จะแต่งตัวมิดชิดกว่าปกติด้วยชุดเดรสแขนยาวคลุมเข่าจริงๆเธอก็อยากจะแต่งชุดเดรสที่มันสบายกว่านี้ถ้าไม่ติดว่าใครบางคนทำรอยแดงไว้ทั่วตัว หญิงสาวต้องใช้รองพื้นทากลบรอยแดงที่พ้นเนื้อผ้าออกมาให้เห็น พร้อมทั้งฉีดน้ำหอมกลิ่นกุหลาบที่เธอชอบและทาลิปสติกสีอ่อน


 

“เป็นอะไรไปเหรอ?แมร์โล”ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์และเอ่ยถามร่างบางที่ยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่หน้ากระจก

“มันมีรอยแดงอยู่หลังคอแต่ฉันมองไม่เห็นน่ะ”

“เดี๋ยวฉันทาให้”ร่าสูงลุกขึ้นจากเตียงเดินมาหาเธอและหยิบรองพื้นจากมือของหญิงสาวมาทากลบรอยแดงหลังคอ ในขณะที่ทารองพื้นอยู่เขาก็ได้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบจากตัวเธอด้วย


 

“เอาล่ะ...เสร็จแล้วไปกันเถอะ”ส่งรองพื้นคืนให้อีกคนพร้อมทั้งเอ่ยชวน

“แล้วเสื้อผ้านายล่ะ”หญิงสาวถามเมื่อเห็นชุดที่อีกฝ่ายสวมใส่อยู่เป็นชุดเดิมจากเมื่อวาน

“เดี๋ยวค่อยไปซื้อใหม่ก็ได้”อามุโร่ตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม


 

นานามิพยักหน้ารับรู้ เมื่อไม่มีอะไรแล้วเธอจึงจัดการล็อคห้องและเดินไปยังชั้นจอดรถพร้อมกับเบอร์เบิ้น


 

“จะว่าไป...ฉันไม่ได้ขับรถตัวเองมาสักพักแล้วนะ”หญิงสาวพูดขณะนั่งอยู่บนรถ RX-7ของอีกฝ่าย

“ไม่เห็นเป็นไรเลย ค่อยเอาออกมาขับตอนทำงานก็ได้”

“นั่นสินะ...แล้วเราจะไปไหนกัน”

“งั้น...ไปห้างเบกะดีไหม”

“อืม...ก็ดีเหมือนกัน” จะว่าไปเธอเองก็ไม่ได้ไปเดินห้างนานแล้วลองไปเดินดูเสียหน่อยดีกว่า

“แล้ว...มีเรื่องอะไรงั้นเหรอ”

“หืม?”ร่างบางเลิกคิ้วสงสัย

“ก็เมื่อวานเธอบอกว่ามีเรื่องให้คิดไม่ใช่เหรอ”ร่างสูงถามพลางเหลือบมองใบหน้าหวานเล็กน้อยก่อนจะกลับไปมองเส้นทางบนถนนตามเดิม

“อ่อ...ก็แค่เรื่องในอดีตน่ะจริงๆฉันก็เกือบจะลืมไปแล้วล่ะ แต่ว่าก็มีคนทำให้ฉันจำมันได้ขึ้นมาน่ะ”

“เรื่องอะไรล่ะ พอจะเล่าให้ฟังได้ไหม”

“เมื่อหลายปีก่อนฉันไปที่นิวยอร์กเพราะได้รับภารกิจคู่กับเบลม็อท ให้กำจัดคนทรยศขององค์กรที่ชื่อ อากาอิ ชูอิจิน่ะ”

อามุโร่เมื่อได้ยินชื่อศัตรูคู่แค้นก็เผลอกำพวงมาลัยรถแน่น เขาไม่มีวันลืมสิ่งที่เจ้าสุนัข FBI นั่นทำไว้หรอก

“ใจเย็นก่อนเบอร์เบิ้น”ร่างบางเอ่ยเตือน เธอก็เข้าใจดีว่าเบอร์เบิ้นกับอากาอิเคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อนและเพราะเรื่องนั้นทำให้เธอได้รู้จักกับเบอร์เบิ้นในฐานะเพื่อนร่วมงานถึงแม้จะถูกส่งมาเพื่อเฝ้าจับตาดูเขาก็เถอะ แต่ตลอดเวลาที่ทำงานด้วยกันเบอร์เบิ้นก็ถือว่าเป็นคนไว้วางใจได้เธอจึงมักจะเลือกทำงานคู่กับเบอร์เบิ้นเสมอ จนถึงขนาดที่เบลม็อทยังเคยออกปากหยอกเธอเสียด้วยซ้ำว่า


 

‘ดูท่าทางเธอจะติดใจวิสกี้อย่างเบอร์เบิ้นเข้าแล้วสินะ’


 

คำพูดประโยคนั้นกลับทำให้ยินไม่พอใจแต่เธอก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป พอลองมาคิดๆดูแล้วมันอาจจะจริงอย่างที่เบลม็อทว่าก็ได้

“โทษที แล้วไงต่อล่ะ”อามุโร่พยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเองและตั้งใจฟังสิ่งที่หญิงสาวพูดต่อ

“ตอนนั้นเบลม็อทบอกฉันว่าเธอจะปลอมตัวเป็นฆาตกรโรคจิตเพื่อที่จะลอบฆ่าอากาอิได้ง่ายขึ้นแล้วให้ฉันคอยช่วยซับพอร์ตแต่กลับกลายเป็นว่าเธอถูกอากาอิยิงจนบาดเจ็บก็เลยหนีเข้าไปในตึกร้างตอนนั้นเธอกำลังถูกอากาอิตามล่าหาตัวอยู่ฉันก็เลยคิดจะตามไปช่วยเธอแล้วก็บังเอิญได้พบกับเด็กหนุ่มกับเด็กสาวสองคนที่อยู่ในตึกร้างนั้นด้วย ฉันก็เลยบอกให้สองคนนั้นรีบออกจากที่นั่นเพราะเห็นว่าเด็กผู้หญิงที่มาด้วยกันหมดสติไปแต่ก่อนจะหมดสติเธอเห็นหน้าฉันเข้าน่ะ”

“แล้ว...”

“นายเชื่อไหมล่ะ ว่าเด็กคนนั้นก็คือ โมริ รัน ลูกศิษย์ของฉันเอง”

“คุณรันน่ะเหรอ...”

“แล้วถ้าฉันจำไม่ผิดเด็กหนุ่มที่อยู่ด้วยตอนนั้นรู้สึกว่าจะเป็น คุโด้ ชินอิจิ ยอดนักสืบม.ปลายแห่งตะวันออกน่ะ ฉันจำหน้าสองคนนั้นได้ไม่เคยลืมเลยล่ะ”

“คุโด้ ชินอิจิ...”อามุโร่จำได้ว่า ยอดนักสืบม.ปลายคนนั้นหายตัวไปอย่างเป็นปริศนาแต่หลังจากนั้นก็มีโคโกโร่นิทราขึ้นมา

“นึกอะไรออกงั้นเหรอ”

“อ่อ...ฉันนึกได้ว่านักสืบม.ปลายคนนั้นหายสาบสูญไปน่ะ แต่หลังจากการหายตัวไปของเขากลับเกิดโคโกโร่นิทราขึ้นมาน่ะสิ”

“ฉันก็นึกสงสัยอยู่เหมือนกัน แต่เห็นว่ามันเป็นเรื่องไม่สำคัญอะไรก็เลยไม่ได้ใส่ใจน่ะ”

“แล้วทำไมเธอถึงไม่ฆ่าสองคนนั้นล่ะ การเห็นคนธรรมดาไปอยู่กับฆาตกรโรคจิตมันก็เป็นเรื่องแปลกจริงไหมล่ะ”ชายหนุ่มลองเชิงถาม

“จะบ้าเหรอ! นายเห็นฉันเป็นคนเลือดเย็นอำมหิตถึงขนาดฆ่าคนโดยไร้เหตุผลได้งั้นเหรอ นายทำงานกับฉันมาตั้งนานน่าจะรู้นะว่าฉันเป็นคนยังไง นายจะให้ฉันฆ่าคนเพียงเพราะเหตุผลที่ว่า เขาเห็นหน้าฉันน่ะเหรอ”หญิงสาวถึงกับโมโหนี่เบอร์เบิ้นคิดว่าเธอเป็นคนยังไงกันแน่ถึงได้ถามแบบนี้

“ใจเย็นก่อน ฉันแค่สงสัยน่ะฉันเองก็รู้ดีว่าเธอไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอก เพราะเธอไม่ใช่คนประเภทที่ว่าจะฆ่าคนโดยไร้เหตุผลได้หรอกนะ”ร่างสูงพูดเสียงอ่อนหวังให้อีกฝ่ายใจเย็นลงดูเหมือนว่าเขาจะพูดอะไรไม่เข้าหูเธอเข้าแล้วสินะ

“นายเข้าใจแบบนั้นก็ดีแล้ว แล้วก็...ไอ้คำถามเมื่อกี้นี้นายควรจะถามเบลม็อทมากกว่านะ”เมื่อเห็นว่าหนุ่มผมบลอนด์เข้าใจเธอดี นานามิจึงกลับมาใช้น้ำเสียงปกติ

“หืม?”

“ฉันเคยถามแม่นั่นว่าทำไมถึงไม่ฆ่าสองคนนั้นซะ แม่นั่นก็เล่าให้ฟังว่าก่อนที่ฉันจะตามมาช่วยเธอ เธอบังเอิญเจอกับเด็กพวกนั้นเข้าแล้วตอนที่คิดจะฆ่าปิดปากก็ดันพลาดท่าตกระเบียงของตึกร้างแต่เด็กพวกนั้นก็ช่วยชีวิตเธอไว้ ช่วยทั้งๆที่รู้ว่าเป็นฆาตกรโรคจิต”

“เห๋ ช่วยทั้งๆที่รู้ว่าเป็นฆาตกรโรคจิตเนี่ยนะ สมกับเป็นคุณรันจริงๆ”ชายหนุ่มแปลกใจเล็กน้อยแต่เท่าที่รู้จักกับคุณรันมาเธอก็เป็นคนจิตใจดีและมักจะคอยเป็นห่วงคนอื่นอยู่เสมอก็คงจะไม่แปลกนักที่เธอจะช่วยชีวิตคนถึงแม้จะรู้ว่าเขาเป็นคนไม่ดีก็ตาม

“ถ้าเป็นคนปกติก็คงคิดว่าแปลก ฉันก็เลยถามเบลม็อทว่า ทำไมเด็กพวกนั้นถึงช่วยเธอทั้งๆที่รู้ว่าเป็นฆาตกรโรคจิตแล้วรู้ไหมว่าแม่นั่นตอบว่าไง”

“หืม?”

“แม่นั่นตอบฉันว่า A secret makes a woman,woman”หญิงสาวพูดประโยคที่เบลม็อทมักจะพูดเสมอเวลามีใครถามคำถามแล้วเธอไม่อยากตอบ

“ฮะๆๆๆ สมกับเป็นเบลม็อทเลยนะ”อามุโร่หัวเราะเขารู้ดีว่าคำตอบของผู้หญิงเจ้าความลับอย่างเบลม็อทก็คงไม่พ้นประโยคนี้แน่ๆ

“ใครจะไปสนผู้หญิงเจ้าความลับที่ชอบหว่านเสน่ห์ใส่คนอื่นไปทั่วแบบนั้นกันล่ะ”ร่างบางพูดอย่างไม่สบอารมณ์

“แล้วมันมีปัญหาอะไรงั้นเหรอเธอถึงได้คิดมากแบบนี้”

“เมื่อวานเด็กคนนั้นเหมือนจะจำหน้าฉันได้น่ะ ทั้งๆที่ควรจะลืมเรื่องนั้นไปแล้วแท้ๆเพราะมันก็ผ่านมาหลายปีแล้ว ฉันไม่อยากมานั่งตอบคำถามหรือมานั่งรื้อฟื้นอดีตน่ะ”

“แล้วเธอจะทำไงล่ะ”

“ก็คงต้องปล่อยไปนั่นแหละ ก็เราบังคับความทรงจำใครไม่ได้นี่”

“นั่นสินะ...”

“แม้แต่ความทรงจำที่ตัวเองอยากจะลืมที่สุดก็ยังลืมไม่ได้เลย”ร่างบางพูดเสียงแผ่ว ภาพความทรงจำในอดีตที่เจ็บปวดที่เธออยากจะลืมที่สุดเธอก็ยังลืมไม่ได้แต่เพราะมันเป็นความทรงจำที่เจ็บปวดที่สุดล่ะมั้งเธอถึงลืมมันไม่ได้สักที

“เป็นอะไรหรือเปล่า”อามุโร่ถามเมื่อเห็นว่าร่างบางมีท่าทีแปลกๆ

“อ่อ เปล่าไม่มีอะไร เราใกล้ถึงห้างแล้วนะ”แมร์โลรีบเปลี่ยนเรื่องเมื่อรู้สึกว่าตัวเองพูดอะไรแปลกๆออกไป


 


 


 

เมื่อมาถึงห้างอามุโร่ก็รีบจูงมือหญิงสาวไปยังแผนกเสื้อผ้าทันที ชายหนุ่มก็ขอแยกตัวไปเลือกเสื้อผ้าสำหรับบุรุษ นานามิเองก็เดินดูเสื้อผ้าผู้หญิงฆ่าเวลาแต่เมื่อเห็นว่าร่างสูงเดินออกมาจากห้องลองชุดแล้วและเตรียมจะคิดเงินเธอก็ไปยืนรออยู่แถวๆแคชเชียร์ อามุโร่อยู่ในชุดเสื้อยืดคอกลมสีดำอ่อนสวมทับด้วยแจ็คเก็ตสีขาวกับกางเกงยีนส์ธรรมดาสวมรองเท้าคัทชูแต่มันกลับทำให้ชายหนุ่มดูดีไม่น้อย สังเกตได้จากสายตาของพนักงานหญิงและบรรดาสาวๆภายในร้านที่จ้องมองร่างสูงไม่วางตาฝ่ายอามุโร่ก็ส่งยิ้มให้กับพนักงานแคชเชียร์อย่างเป็นมิตรทำให้สาวเจ้าเขินยืนบิดไปบิดมาทำอะไรไม่ถูกจนนานามิต้องกระแอมเบาๆเป็นการเรียกสติ เมื่อคิดเงินเสร็จแล้วหนุ่มผมบลอนด์ก็จูงมือเธอออกจากร้านเสื้อผ้าเพื่อพาไปทานข้าว ดูหนังต่อและมาจบที่ร้านกาแฟเล็กๆภายในห้าง

“วันนี้เป็นไงบ้างล่ะ”อามุโร่ถามก่อนจะยกกาแฟขึ้นจิบ

“อืม ก็ดีนะ ฉันก็ไม่ได้ออกมาเที่ยวพักผ่อนแบบนี้นานแล้วด้วยสิ”หญิงสาวพูดในขณะที่ทอดสายตามองออกไปนอกร้านผ่านกระจกใสมองผู้คนที่เดินพลุกพล่านไปมาภายในห้าง

“งั้นก็ดีแล้วล่ะนะ”

“ถ้าเราได้ใช้ชีวิตเป็นคนธรรมดาจริงๆก็ดีน่ะสิ”เจ้าของนัยน์ตาสีม่วงอมเทาพูดขึ้นมาลอยๆ

อามุโร่ลอบมองใบหน้าของหญิงสาวก็พบว่าแววตาของอีกฝ่ายดูสั่นไหวเหมือนมีอะไรซ่อนอยู่


 

‘ถ้าเธอไม่ใช่คนขององค์กรชุดดำมันจะดีสักแค่ไหนกันนะ แมร์โล’ อามุโร่เองก็อดแอบคิดในใจไม่ได้


 

หลังจากออกจากร้านกาแฟแล้วนานามิก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำโดยให้อามุโร่ยืนรออยู่แถวๆนั้นในขณะที่ชายหนุ่มยืนรอหญิงสาวอยู่นั้นก็พลันได้ยินเสียงทักทายของใครบางคนเข้า


 

“อ้าว นั่นอามุโร่คุงไม่ใช่เหรอ”

“หืม? อาจารย์โมริ!”เมื่อหันไปตามเสียงเรียกก็พบกับชายวัยกลางคนที่รู้จักคุ้นเคยกันดีเดินมาพร้อมกับเด็กแว่นชั้นประถม

“สวัสดีครับ คุณอามุโร่”เด็กแว่นทักเสียงใส

“สวัสดีครับอาจารย์โมริ ไง โคนันคุง”เจ้าของนัยน์ตาสีครามเอ่ยทักทายทั้งสองด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“นายมาทำอะไรที่นี่งั้นเหรอ”โมริถามเสียงเอื่อย

“อ่อ ผมมาเที่ยวน่ะครับวันนี้ผมมีงานที่ร้านปัวโรต์ช่วงบ่ายก็เลยมีเวลาออกมาเที่ยวน่ะ”

“คงไม่ได้พาแฟนมาเดทหรอกนะ”โมริถามอย่างจับผิด

“แหม...ถ้าคุณอามุโร่จะพาผู้หญิงสักคนมาเดทล่ะก็คงไม่พ้นอาจารย์นานามิล่ะมั้งครับ”โคนันพูดด้วยสายตาล้อเลียนจนอามุโร่นึกหมั่นไส้อยู่ในใจ

“โคนันคุง!!!”

“นี่กำลังพูดถึงใครงั้นเหรอ?”โมริทำท่างงเป็นไก่ตาแตก

“ก็.....”


 


 

กริ๊ดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!


 

_____________________________________________________


 

มาต่อแล้วค่าาาา ตอนนี้เป็นตอนฟินเล็กๆของอามุโร่กับแมร์โลนะคะ มาพร้อมด้วยเด็กแว่นอาถรรพ์ที่ไปที่ไหนก็ต้องมีคนตายที่นั่น พร้อมด้วยเสียงกรีดร้องของผู้หญิงเป็นแบล็กก่อนทุกครั้ง คงไม่ต้องบอกก็รู้เนอะว่าเกิดอะไรขึ้น 5555 ติดตามต่อได้ในตอนหน้านะคะ แต่อาจจะนานพอสมควรเลยเพราะไรท์ต้องเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อที่จะเขียนฉากเกิดคดีซึ่งมันยากพอสมควรแต่ไรท์จะพยายามค่ะ ฝากคอมเมนท์เป็นกำลังใจกันด้วยนะคะ


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 92 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

118 ความคิดเห็น

  1. #12 TT ♡♤ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 15:31
    อัพอีกนะค่ะ
    #12
    0
  2. #10 JessicaBelle (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 23:08
    ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น!! //โคนันตัวซวยยยย อย่าเข้าบ้านเรานะ55555
    #10
    0