[ Fic Conan ] Bourbon and Merlot Secret Love

ตอนที่ 36 : Chapter 36 Shiroyuki Kazuya

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 318
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    8 ต.ค. 63


รถคันหรูของเจ้าหน้าที่ FBI ขับมาจอดที่หน้าบ้านคุโด้ พวกเขารอดมาจากการไล่ล่าของพวกตำรวจญี่ปุ่นเจ้าของประเทศได้ เพราะแผนของหนุ่มน้อยสมองใสอย่างโคนันที่คาดการณ์ทุกอย่างไว้ได้อย่างแม่นยำรวมทั้งความสามารถของอากาอิและการเจรจาต่อรองกับพวกสันติบาล จึงทำให้คาเมลและโจดี้รอดพ้นจาการถูกจับตัว


 

เจ้าหน้าที่ FBI ทั้งสามรีบเดินเข้าไปในคฤหาสน์บ้านคุโด้ทันทีเพราะถ้าหากมีใครมาเห็นพวกเขาเข้าคงจะไม่ดีโดยเฉพาะอากาอิ เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าจะมีคนขององค์กรหรือคนของสันติบาลแอบจับตาดูอยู่หรือเปล่า


 

“อากาอิ”


 

ทันทีที่ก้าวเข้ามาในบ้าน ชายหนุ่มเจ้าของนัยน์ตาสีเทาก็รีบเข้าไปทักทายเพื่อนของเขาทันที


 

“คาซึยะ เป็นยังไงบ้าง?”อากาอิถาม

“ทุกอย่างเรียบร้อยดี ต้องขอบคุณหนุ่มน้อยคนนี้นะที่ทำให้ทุกอย่างเป็นเรื่องง่าย ไม่งั้นล่ะก็เรื่องแผนการตายของนายได้แตกแน่”คาซึยะพูด พร้อมกับเหลือบมองมาทางโคนันเล็กน้อย

“จริงๆ เรื่องการแกล้งตายของฉันมันก็แตกแล้วล่ะนะ”อากาอิว่า

  

       แถมดันมาแตกกับคนที่ไม่สมควรรับรู้ด้วย...


 

“นั่นสินะ แถมคนที่รู้เรื่องนี้ดันเป็นหมอนั่นเสียอีก”


 

คาซึยะถูกเรียกจากอากาอิให้มาช่วยเรื่องการวางแผนตลบหลังเบอร์เบิ้นเกี่ยวกับการตายของอากาอิเพราะพวกเขาแน่ใจแล้วว่าไม่ว่ายังไงเบอร์เบิ้นก็ต้องขุดคุ้ยเรื่องนี้แน่ๆ พวกเขาเลยวางแผนซ้อนแผนเอาไว้ โดยคาซึยะถูกเรียกให้มาช่วยเรื่องการจัดการเรื่องกล้องวงจรปิด และเครื่องดักฟังซึ่งมันก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลยเพราะเป็นเรื่องที่เขาถนัดอยู่แล้ว


 

แต่ถ้าเป็นไปได้เขาอยากจะลองแฮกเข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์ของพวกสันติบาลเสียจริงๆ เล่นยกโขยงกันมาทำอย่างกับจะมาจับตัวผู้ก่อการร้าย...


 

อยากจะถามเจ้าตัวหัวหน้าคนออกคำสั่งจริงๆเลยว่ากลัวลูกน้องตัวเองว่างงานกันหรือไง...


 

ยังดีที่พวกเขาเตรียมแผนซ้อนแผนเอาไว้...


 

แต่ที่ทุกอย่างไปได้สวยแบบนี้ก็คงต้องขอบคุณ หนุ่มน้อยเจ้าแผนการอย่าง เอโดงาวะ โคนันคุงล่ะนะ ครั้งแรกที่เขาได้ยินเรื่องเด็กชายคนนี้จากอากาอิก็แอบตกใจอยู่เหมือนกันว่าเด็กประถมที่ไหนจะฉลาดเป็นกรดได้ขนาดนี้ แต่พอมาเจอกับตัวก็ไม่แปลกใจเลยที่แม้แต่ FBI ผู้เก่งกาจอย่างอากาอิ ชูอิจิจะยอมซูฮกให้


 

“เอ่อ...คือว่า...”โจดี้เหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็พูดไม่ออก จึงได้แต่อ้ำๆอึ้งๆ

 

ไม่ต่างจากคาเมลที่ตอนนี้ยืนนิ่งอึ้งงงงวยกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า


 

พวกเขายังปะติปะต่อเรื่องราวไม่ได้มากนัก แค่รู้ว่าอากาอิยังไม่ตายก็นับว่าดีมากแล้ว แต่พอมาถึงบ้านคุโด้ก็มาเจอผู้ชายแปลกหน้าอีกคนหนึ่งที่พวกเขาไม่รู้จัก แต่ดูท่าทางอากาอิจะรู้จักเขาเป็นอย่างดี ดูจากท่าทีคุยกันอย่างสนิทสนมก็น่าจะเป็นคำตอบได้


 

“อะ...ขอโทษด้วยครับ”คาซึยะหันไปพูดกับเจ้าหน้าที่ FBI ดูท่าทางพวกเขาจะยังสับสนกับเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่


 

“คุณเป็นใครคะ?”โจดี้ถาม

“ผมเป็นเจ้าหน้าที่ CIA ชื่อ ชิโรยูกิ คาซึยะ ครับ ผมมาช่วยพวกคุณน่ะ”

“มาช่วยเหรอ?”คาเมลสงสัย


 

ไม่มีเหตุผลที่อะไรที่ CIA จะมาช่วยพวกเขา...


 

หรือว่าคุณอากาอิจะไปตกลงอะไรกับมิซึนาชิ เรย์นะไว้ ทำให้คนของ CIA มาช่วยพวกเขา...


 

“ครับ พอดีว่าอากาอิเขาขอให้ผมมาช่วยทำตามแผนของโคนันคุงน่ะ”

“เอ่อ...แต่การที่ CIA จะมาช่วยงาน FBI เนี่ยมันก็...”โจดี้ดูจะแปลกใจเล็กน้อย


 

ถึงแม้พวกเขาจะเจ้าหน้าที่ที่ทำงานให้กับสหรัฐอเมริกาเหมือนกัน แต่เป้าหมายขององค์กรนั้นต่างกัน โดยCIA มักจะทำงานโดยจะมุ่งเน้นไปที่ผลประโยชน์ของอเมริกาและจะทำทุกอย่างโดยไม่สนวิธีการ ต่างกับพวกเขาที่เป็น FBI ที่เป็นหน่วยสืบสวนกลางของอเมริกา


 

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ถือเสียว่าผมมาช่วยเพื่อนของผมก็แล้วกัน อีกอย่างงานนี้ผมก็ได้ผลประโยชน์นิดหน่อยด้วย”

“แต่ว่าชูไม่เห็นเคยบอกเลยนี่นาว่ามีเพื่อนเป็น CIA ด้วยน่ะ”

“ฉันว่าฉันก็เคยบอกเธอนะ โจดี้”อากาอิพูด

“อืม...”หญิงสาวผมบลอนด์จับคางทำท่าครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง แต่ก็ยังนึกไม่ออกอยู่ดีว่าชูเคยบอกเธอตอนไหน


 

“ใช่ตอนที่อาจารย์โจดี้บอกผมว่าคุณอากาอิเขามีเพื่อนเป็นสายลับนอกจาก FBI หรือเปล่าครับ?”โคนันร้องทัก เพราะเขาจำได้ว่าอาจารย์โจดี้เคยบอกอยู่


 

“ชู ก็เคยพูดแบบนั้นนะถ้าอย่างนั้นเพื่อนที่เป็นสายลับด้วยกันก็หมายถึง...”

“หมอถึงหมอนี่แหละ”ชายหนุ่มสวมหมวกไหมพรมสีดำเอ่ยด้วยสีหน้านิ่งๆ

“นั่นเรียกว่าบอกเหรอ!?”หญิงสาวโวย


 

พูดแค่ว่ามีเพื่อนเป็นสายลับแล้วใครมันจะไปรู้ล่ะว่าเป็น CIA...โจดี้คิด


 

“เอาเถอะครับ พวกคุณปลอดภัยก็ดีแล้ว”ยูซากุพูดขึ้น

“อะ...คุณคือ...”คาเมลถาม เพราะมัวแต่ให้ความสนใจเรื่องของคุณอากาอิ จนลืมใครอีกคนที่อยู่ในบ้านนี้


 

“ผม คุโด้ ยูซากุ เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ครับ”

“คุณคุโด้ ขอบคุณมากนะครับที่มาร่วมแผนการของพวกเราในครั้งนี้”ชายหนุ่มเจ้าของนัยน์ตาสีเขียวมะกอกพูดขึ้น

“ไม่เป็นไรครับ ยังไงนี่ก็เป็นแผนของโคนันคุงอยู่แล้ว”

“....”

“ถ้าอย่างนั้นผมคงต้องขอตัวก่อนนะครับ เพราะผมต้องรีบบินกลับไป LA แล้วส่วนภรรยาของผมก็อาจจะบินกลับมาจากงาน Macademy เพื่อจัดการเรื่องการปลอมตัวของคุณ”ยูซากุบอก พลางก้มมองนาฬิกาข้อมือ

“ขอบคุณมากนะครับ”


 

ยูซากุพูดคุยกับโคนันอีกสอง-สามคำก่อนจะออกไป


 


 


 

“ฉันว่านายรีบกลับไปปลอมตัวเป็นนักศึกษาปริญญาโท โอกิยะ สึบารุเถอะ ถ้ามาอยู่แบบนี้มันจะไม่ดี”คาซึยะเตือน เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าจะมีคนขององค์กรแอบจับตาดูอยู่หรือเปล่า

“นายเองก็ควรกลับไปได้แล้วนะ ถ้ามีใครมาเห็นนายเข้านายจะแย่เอา”อากาอิเอ่ย

“นั่นสินะ...ถ้าพวกมันมาเห็นว่าวิญญาณคนตายสองคนฟื้นขึ้นมาจากหลุมคงจะแย่แน่”

  

“นี่ คุณชิโรยูกิครับ”โคนันเรียก

“หืม? มีอะไรเหรอ? หนุ่มน้อย”

“คุณน่ะ เคยแฝงตัวอยู่ในองค์กรใช่มั้ยครับ?”เด็กแว่นถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึม


 

โคนันรู้สึกว่าคุณชิโรยูกิรู้จักกับสมาชิกองค์กรชุดดำเป็นอย่างดี และดูจะคุ้นเคยกับพวกมันมาก เพราะเขาสามารถคาดเดาการกระทำของคนในองค์กรได้เป็นอย่างดีเห็นได้จากเรื่องบนรถไฟด่วน Bell Tree คุณชิโรยูกิก็มีส่วนร่วมในการวางแผนด้วยเช่นกัน


 

“หึ...ใช่แล้วล่ะ ฉันเป็นแฮกเกอร์ขององค์กรน่ะ”คาซึยะยกยิ้มมุมปาก


 

             เด็กคนนี้คาดเดาอะไรได้เก่งจริงๆ...


 

“โค้ดเนมของคุณล่ะครับ?”


 

โคนันคิดว่าเขาต้องเป็นสมาชิกคนสำคัญขององค์กรแน่ๆ เขาดูจะรู้จักสมาชิกระดับแถวหน้าขององค์กรอยู่หลายคนเหมือนกัน


 

เบรนเดส คือโค้ดเนมของฉันตอนอยู่ในองค์กร เป็นวิสกี้ของสก๊อตแลนด์น่ะ แต่ถ้าชื่อทั่วไปที่คนรู้จักก็คือคิริซาวะ เฮียวกะ เป็นพนักงานในบริษัท IT”

“นี่ แล้วคุณหนีรอดจากพวกมันมาได้ยังไงเหรอครับ?”โคนันถามต่อ


 

ถ้าคุณชิโรยูกิเป็นสายลับที่แฝงตัวเข้าไปในองค์กรล่ะก็...ดูจากสถานการณ์ที่ต้องหลบๆซ่อนๆของเขาแล้วแปลว่าความลับเรื่องที่เขาเป็นน็อคคงจะแตกและพวกมันก็คงหาทางฆ่าเขาแน่ๆ แต่พวกมันยังไม่รู้ว่าคุณชิโรยูกิยังมีชีวิตอยู่


 

“เรื่องมันก็ซับซ้อนนิดหน่อยละนะ แต่ที่ฉันรอดมาได้เนี่ยเพราะอากาอิช่วยไว้ฉันเลยวางแผนเอาชีวิตรอดมาได้น่ะ”

“ไม่ใช่ฉันคนเดียวเสียหน่อยที่ช่วย”อากาอิว่า พลางยกยิ้ม


 

ยังมีใครอีกคนหนึ่งที่ช่วยคาซึยะเอาไว้ เพราะมีคนมาบอกเขาเรื่องการกำจัดหนูในองค์กร เขาถึงได้รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติถึงได้รีบไปเตือนหมอนี่ให้ระวังตัวไว้ และคาซึยะเองก็คงรู้สึกถึงความผิดปกติได้เช่นเดียวกัน ถึงได้วางแผนหาทางรอดให้ตัวเองเพราะเขาเป็นคนที่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นเขาไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่เขาสังเกตได้คือ หลังจากการตายของเบรนเดสความสัมพันธ์ระหว่างเบอร์เบิ้นและแมร์โลก็เปลี่ยนไป


 

   แต่เขาก็เลือกที่จะไม่พูดเรื่องนี้กับคาซึยะเพราะมันเป็นแค่การคาดเดาของเขาเท่านั้น...


 

“นายจะยกความดีความชอบให้ใครก็เรื่องของนายเถอะ แต่ว่ามันก็ลำบากเหมือนกันนะกับการที่ต้องใช้ชีวิตหลบๆซ่อนๆแบบนี้น่ะ”คาซึยะบ่น

“นายก็ควรจะชินได้แล้วนะ”

“หึ ฉันไม่เหมือนนายหรอกนะที่ลดอายุตัวเองเป็นนักศึกษาปริญญาโทแล้วสวมหน้ากากใช้ชีวิตได้อย่างคนปกติน่ะ”

“หึ...”

“แปลว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาหลังจากที่คุณรอดมาได้คุณก็ซ่อนตัวจากพวกมันมาตลอดเหรอคะ?”โจดี้ถาม

“ครับ แต่มันก็ไม่ได้ลำบากอะไรมากแค่ต้องระวังตัวให้ดีน่ะ”

“แล้วทำไมเรื่องที่คุณเป็นน็อคถึงความแตกได้ล่ะครับ?”คาเมลถาม

“ก็...อาจจะมาจากความผิดพลาดของผมเองนั่นแหละครับ ตอนนั้นผมตั้งใจจะขโมยข้อมูลการพัฒนาซอฟต์แวร์ของพวกมันแต่ว่าพวกมันไหวตัวทันเสียก่อนก็เลยวางแผนจะกำจัดผมน่ะ”ชายหนุ่มผมดำพูดอย่างหนักใจ

 

ถ้าตอนนั้นเขาไม่พลาดให้อนิซมาสืบเรื่องของเขา เขาก็คงจะทำหน้าที่ในฐานะสายลับสำเร็จไปแล้ว แต่ตอนนี้เขายังมีชีวิตอยู่ทุกอย่างมันยังไม่จบหรอกและตอนนี้เขาก็ได้พรรคพวกใหม่เพิ่มขึ้นมาด้วย


 

“แล้วนายคุยอะไรกับคุณสันติบาลคนเก่งนั่นไปบ้างล่ะ?”

“แค่เตือนหมอนั่นไปนิดหน่อยเพราะถ้าตัวจริงของหมอนั่นถูกเปิดเผยก็จะต้องมีคนที่ต้องเดือดร้อนไปด้วยแน่”

“เรื่องนั้นมันแน่อยู่แล้วล่ะ ขอให้หมอนั่นฉลาดพอที่จะฟังคำเตือนของนายนะ”


 

  อุตส่าห์มี คนคอยปกป้อง อยู่ตลอดแท้ๆเกือบจะทำเสียเรื่องจนได้นะ เบอร์เบิ้น...


 

โคนันขมวดคิ้วเล็กน้อยคนที่ต้องเดือดร้อนก็คงจะหนีไม่พ้นสายลับคนอื่นๆที่แฝงตัวอยู่ในองค์กรด้วยแน่แต่ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าความหมายแฝงของสองคนนี้ดูจะมีอะไรมากกว่านั้น


 

“ถ้ายังไงฉันกลับก่อนล่ะ นายก็ระวังตัวให้ดีล่ะ”เจ้าของนัยน์ตาสีเทาเอ่ย พร้อมทั้งหยิบเสื้อคลุมและหมวกแก๊ปขึ้นมาสวมเพื่อปิดบังใบหน้า

“อืม ขอบใจที่มาช่วยนะ นายเองก็ระวังตัวให้ดีล่ะ”อากาอิพูด พร้อมกับตบบ่าอีกฝ่ายเบาๆ


 

“จริงสิ นายได้บอกเรื่องของ คนคนนั้น กับหมอนั่นหรือเปล่า?”คาซึยะเหมือนจะฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จึงหันไปกระซิบกับคนสวมหมวกไหมพรมสีดำ

“เปล่า ไม่ได้บอก”

“ฉันไม่เข้าใจนายจริงๆนะว่าทำไมถึงไม่บอก ความจริง แต่ยอมให้หมอนั่นเกลียดเข้ากระดูกดำแบบนี้”ชายหนุ่มผมดำพูดอย่างเหนื่อยใจ


 

  ทั้งๆที่เรื่องในตอนนั้นไม่ใช่ความผิดของอากาอิแท้ๆ...


 

“นายคิดว่าเขาพร้อมจะรับฟังจริงๆน่ะเหรอ? แล้วก็...ถ้าฉันบอก ความจริง ไปสิ่งที่ พวกเราพยายามทำกันมาก็อาจจะสูญเปล่ากันพอดีน่ะสิ”

“ก็จริงของนาย”

“ไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวเขาก็จะรู้ ความจริง เองเมื่อถึงเวลา...”

“ก็ขอให้เวลานั้นมาถึงเร็วๆก็แล้วกัน”


 

ท่าทางมีลับลมคมในของชายหนุ่มทั้งสองทำเอาคนที่เหลือนึกสงสัย แต่ก็ไม่กล้าที่จะถามออกไป


 

“ผมไปก่อนนะครับ วันนี้ขอบใจมากเลยนะหนุ่มน้อย”


 

ชายหนุ่มผมดำผละออกจากอากาอิ และหันไปพูดกับคนอื่นๆ และโน้มตัวลงไปลูบหัวโคนันด้วยความเอ็นดู


 

“ครับ...”เด็กชายพยักหน้ารับ

“ขอบคุณนะคะที่ช่วยพวกเรา”โจดี้พูด และค้อมหัวให้อีกฝ่าย คาเมลเองก็ทำแบบเดียวกัน


 

หลังจากที่คาซึยะออกไปจากบ้านคุโด้แล้วอากาอิก็รีบไปปลอมตัวเป็นโอกิยะ สีบารุทันที


 

โคนันนึกโล่งใจไปได้เปราะหนึ่ง


 

อย่างน้อยตอนนี้ความลับเรื่องที่คุณอากาอิยังไม่ตายก็ยังไม่แตก...


 

แต่ต่อจากนี้ไปต่างหากที่สำคัญ...


——————————————————————————————————————————————

 

มาต่อตอนต่อไปอย่างรวดเร็วเลยค่ะ ตอนนี้ก็เฉลยแล้วนะคะว่าตัวละครใหม่คือใคร แต่ก็ยังมีเรื่องให้ตามลุ้นกันต่อไปว่าระหว่างพระ-นางของเราจะเป็นอย่างไรต่อไป ฝากติดตามตอนต่อไปกันด้วยนะคะ อย่าเพิ่งทิ้งกันน้าาาา


 


 

 


 


 


 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น

  1. #106 icesupicha (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 06:25

    ฮือออ ดีใจกับน้องที่คนคนนี้ยังรอดอยู่นะคะ

    #106
    0
  2. #88 seirin (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2563 / 17:11
    เง้อ เบลนเดสยังอยู่ แล้วแมลโลว์กับเบอเบิ้นอ่ะ งื้อ ถ่านไฟเก่ามันร้อนนนนน จะบอกว่า เราชอบบุคลิกของเบลนเดสอ่ะ
    #88
    2
    • #88-1 Arwen(จากตอนที่ 36)
      11 ตุลาคม 2563 / 18:31
      จะรื้อถ่านไฟเก่าได้ไหมมารอดูกันค่ะ
      #88-1
    • #88-2 Arwen(จากตอนที่ 36)
      11 ตุลาคม 2563 / 19:48
      ดีใจที่ชอบตัวละครใหม่นะคะ
      #88-2