[ Fic Conan ] Bourbon and Merlot Secret Love

ตอนที่ 35 : Chapter 35 A scarlet truth

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 218
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    27 พ.ย. 63



เมื่อเข้ามาในบ้านคุโด้แล้ว อามุโร่ก็ถือโอกาสเดินดูไปรอบๆบ้านขณะที่สึบารุไปเตรียมน้ำชามาให้ เขาสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง มันเป็นสิ่งที่ติดอยู่แทบทุกจุดในบ้านหลังนี้ หลังจากนั้นเขาจึงมานั่งที่โซฟาตัวยาวในห้องนั่งเล่น


 

“คุณชอบปริศนามั้ยครับ? คุณโอกิยะ”ชายหนุ่มผมบลอนด์เอ่ยถาม

“ปริศนางั้นเหรอครับ...?”สึบารุถามย้ำ ขณะนำชุดน้ำชามาวางบนโต๊ะรับแขก

“ก็ชอบครับ...”

“ถ้างั้นมาเริ่มกันเลยมั้ยครับ มันก็เป็นแค่...กลสลับศพเท่านั้นเอง”อามุโร่พูดพลางเหลือบสายตามองอีกฝ่าย


 

คราวนี้แหละ...เขาจะกระชากหน้ากากของเจ้าสุนัข FBI นี่ออกมาให้ได้...


 

“โอ้...พื้นฐานของปริศนาสินะครับ”


 


 


 

“มีผู้ชายคนหนึ่งถูกยิงบริเวณที่ศีรษะแล้วตายที่สันเขาไรฮะและศพนั้นก็ถูกเผาไปพร้อมกับรถของเขาด้วยแต่ว่ารอยนิ้วมือที่ได้มาจากมือขวาที่รอดมาจากการถูกไฟเผาได้อย่างหวุดหวิดดันไปเหมือนกับลายนิ้วมือที่ติดอยู่บนมือถือของเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่เชื่อกันว่าเขาคนนั้นไปแตะต้องก่อนตายไว้เป็นหลักฐานยืนยันว่าผู้ตายเป็นใครแต่ว่ามันแปลกนะครับ...”ชายหนุ่มผมบลอนด์สังเกตปฏิกิริยาของร่างสูงที่นั่งบนโซฟาฝั่งตรงข้าม

“แปลกยังไงเหรอครับ?”สึบารุถามพลางขมวดคิ้ว

“ก็รอยนิ้วมือที่ติดอยู่บนมือถือยังไงล่ะครับ ทั้งที่ผู้ชายคนนั้นเป็นคนถนัดซ้ายแต่รอยนิ้วมือที่ติดอยู่ที่มือถือกลับเป็นลายนิ้วมือข้างขวา คุณไม่คิดว่ามันแปลกเหรอครับ?”

“ตอนที่เขาจับมือถือเขาอาจจะบังเอิญมือไม่ว่างก็ได้นะครับ”

“หรือไม่ก็จำเป็นต้องใช้เฉพาะมือข้างขวา”

“เพราะอะไรงั้นเหรอครับ?”

“เพราะว่าก่อนที่คนคนนั้นจะจับมัน ก็ถูกผู้ชายอีกคนหนึ่งเก็บได้และผู้ชายคนนั้นก็เป็นคนถนัดขวายังไงล่ะครับ”อามุโร่ว่า ก่อนจะหยิบถ้วยใส่นมมาเทใส่ถ้วยน้ำชาของตนเองก่อนจะยกขึ้นจิบ

“ผู้ชายอีกคนเหรอ...”

“ครับ แต่ที่จริงแล้วมีผู้ชายถึง 3 คนที่เคยเก็บมือถือเครื่องนั้นมาก่อนด้วยน่ะสิครับ เอาล่ะ...ต่อไปคือปัญหาคนแรกที่เก็บมันได้เป็นคนอ้วนที่มีเหงื่อออกมาก คนที่สองเป็นคนผอมและใส่เฝือกไว้ที่คอ และคนสุดท้ายเป็นคนแก่ที่ฝังเครื่อง Pacemaker ไว้ที่อก ในสามคนนี้มีเพียงคนเดียวที่เหลือรอยนิ้วมือเอาไว้คุณคิดว่าเป็นใครกันครับ”

“น่าจะเป็นผู้ชายคนที่สองที่เป็นคนผอมๆสินะครับ เพราะว่ารอยนิ้วมือที่ติดอยู่ตอนที่ชายอ้วนจับมันคงโดนเช็ดออกไปหมด เพราะมือถือที่เปื้อนคราบมันสองคนที่เหลือคงไม่อยากจะจับแน่ๆ แล้วชายแก่คนที่สามนั้นเนื่องจากคลื่นมือถืออาจจะไปรบกวน Pacemaker ของเขาจนเกิดรวนได้ก็เลยไม่ได้ไปแตะต้องอะไรมันล่ะมั้งครับ”ชายหนุ่มผมสีพีชสันนิษฐาน

“ครับ...”อามุโร่วางถ้วยชาลงบนจานรองพลางหรี่ตามองอีกฝ่าย

“แต่ว่า...หลังจากผู้ชายผอมๆจับคนที่ถูกฆ่าตายคนนั้นก็สัมผัสโทรศัพท์เครื่องนั้นด้วยสินะ ถ้าอย่างนั้นรอยนิ้วมือของคนคนนั้นก็คง...”

“แล้วถ้าทำให้มันไม่ติดอยู่ล่ะครับ ผมคิดว่าชายคนนั้นอาจจะคาดการณ์ไว้แล้วก็เลยจัดการบางอย่างกับปลายนิ้วมือของเขา”ชายหนุ่มผมบลอนด์แย้ง

“....”

“อย่างเช่นว่า...ใช้กาวหรืออะไรบางอย่างเคลือบไว้ที่ปลายนิ้วมือเพื่อไม่ให้ลายนิ้วมือติดที่โทรศัพท์ หลังจากนั้นเขาก็แกล้งทำเป็นถูกผู้หญิงคนหนึ่งยิงตายที่สันเขาไรฮะ แล้วก็หาจังหวะสลับตัวกับศพของผู้ชายตัวผอมที่ยิงตัวตายก่อนหน้าเขายังไงล่ะครับ”

“อย่างนี้นี่เอง เป็นปริศนาที่น่าสนใจจริงๆนะครับ แล้วผู้ชายที่ถูกยิงตายคนนั้นทำยังไงถึงจะออกจากที่นั่นไปได้ล่ะครับ”

“ก่อนที่ผมจะตอบเรื่องนั้นคุณช่วยปิดทีวีได้มั้ยครับ กำลังคุยเรื่องสำคัญกันอยู่นะครับ”

“ไม่เห็นเป็นอะไรเลยนี่ครับ ผมอยากดูนี่นาพิธีประกาศรางวัล Macademy”สึบารุพูด พร้อมกับเหลือบสายตาไปมองทีวีด้านหลังตนเอง

“เฮ้อ...”อามุโร่ถอนหายใจ


 

สมกับเป็นอากาอิจริงๆ ชอบทำตัวกวนประสาทให้เขาหงุดหงิดได้ตลอดเวลา...


 

“แล้วยังไงต่อครับ คนคนนั้นออกมาได้ยังไง?”ชายหนุ่มนักศึกษาปริญญาโทถามต่อ

“เขาอาจจะร่วมมือกับผู้หญิงที่อยู่ที่นั่นยังไงล่ะครับ แล้วก็คงแอบขึ้นรถของผู้หญิงคนนั้นแล้วก็หนีไปน่ะสิครับ โดยเล็ดลอดสายตาคนที่แอบจับตามองเหตุการณ์จากที่ไกลๆไปได้ครับ”

“มีคนแอบดูอยู่ด้วยเหรอครับ?”สึบารุขมวดคิ้วถาม

“ใช่ครับ แล้วคนที่คอยจับตาดูก็โดนต้มจนเปื่อยเลยครับ เพราะผู้ชายที่โดนยิงคนนั้นมีเลือดออกมาจากหัวเขาด้วยยังไงล่ะ”


 

พอนึกถึงเรื่องนี้อามุโร่ก็อดที่จะหัวเราะใส่ยินไม่ได้ ทั้งๆที่เป็นคนขี้ระแวง ระวังตัวอยู่ตลอดแท้ๆแต่ดันโดนอากาอิตลบหลังเสียนี่ แต่ก็นะ...อีกฝ่ายเล่นร่วมมือกับคุณนักสืบตัวน้อยสมองใสนี่นา


 

ถ้าเจ้าตัวรู้ว่าโดนเด็กวางแผนตลบหลังจะเป็นยังไงนะ...


 

“มีเลือดออกจากหัวเหรอ?”

“แต่นั่นก็เป็นกลลวงเพราะว่าคนที่ถูกยิงมักใส่หมวกไหมพรมสีดำเป็นประจำ แล้วก็ใกล้ๆนี้ก็ยังมียอดนักประดิษฐ์ที่แม้แต่ FBI ยังต้องยอมซูฮกให้อย่างด็อกเตอร์อากาสะด้วยนี่ครับ ถ้าขอให้เขาช่วยล่ะก็แค่อุปกรณ์ที่ทำให้มีเลือดออกมาจากหมวกไหมพรมคงทำได้ไม่ยากหรอกครับ”อามุโร่พูดพลางเหลือบสายตามองบ้านหลังข้างๆผ่านหน้าต่าง


 

เขาเคยได้ยินเรื่องของด็อกเตอร์อากาสะผ่านพวกเด็กๆขบวนการนักสืบเยาวชนอยู่หลายครั้ง ถึงแม้จะไม่เคยเจอกันตรงๆ แต่เขาก็คิดว่าด็อกเตอร์คนนี้คงไม่ธรรมดาแน่ๆ ดูจากสิ่งประดิษฐ์ไฮเทคที่สร้างให้พวกขบวนการนักสืบเยาวชนแล้วบวกเข้ากับข้อมูลที่เขาไปสืบหามาได้ เรื่องแผนการตายของอากาอิก็ดูง่ายไปเลย


 

“งั้นเขาก็คงจะขอร้องให้ผู้หญิงที่สมรู้ร่วมคิดใช้กระสุนปลอมยิงที่หัวของเขาสิ”ชายหนุ่มผมสีพีชว่า

“ไม่ใช่ คนที่สั่งให้ยิงที่หัวคือคนที่แอบจับตามองอยู่ครับ และเขาก็คาดไว้แล้วว่าผู้ชายที่แอบจับตามองอยู่เวลาจะฆ่าเขาชอบยิงที่ศีรษะ เพราะงั้นจะต้องสั่งแบบนั้นแน่ๆครับ”ร่างสูงผิวเข้มแย้ง

“ฉลาดไม่เบาเลยนะครับผู้ชายคนนั้นน่ะ เหมือนพระเอกในนิยายสืบสวนไม่มีผิดเลย”

“แต่ว่า...คนที่คิดแผนนี้ขึ้นมาเป็นคนอื่น หลักฐานก็คือ ก่อนที่ผู้ชายคนนั้นจะถูกยิงเขาพูดออกมาว่า ไม่คิดเลยว่าจะมาลงเอยแบบนี้ ไงล่ะ”

ไม่คิดเลยว่าจะมาลงเอยแบบนี้ งั้นเหรอ? ผมฟังดูแล้วก็เหมือนกับกำลังพูดถึงความโชคร้ายของตัวเองเท่านั้นนี่ครับ”

“ครับ มันก็คงจะเป็นแบบนั้น แต่ถ้าเราเติมบางคำเข้าไปล่ะก็...ความหมายของมันก็จะกลับตาลปัตร ไม่คิดเลยว่าจะอ่านเกมได้แม่นและลงเอยแบบนี้”ชายหนุ่มผมบลอนด์พูด พลางเหยียดยิ้ม

“....”

“ใช่ มันเป็นคำชื่นชมที่มีให้กับเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่คิดแผนนี้ขึ้นมายังไงล่ะครับ”

“โอ้...อย่างนี้นี่เองน่าสนุกจริงๆครับ”

“หืม?”อามุโร่ขมวดคิ้วจ้องมองอีกฝ่าย


 

มาถึงขนาดนี้แล้วก็ยังคิดที่จะบ่ายเบี่ยงงั้นเหรอ...เอางั้นก็ได้อากาอิ ชูอิจิ...


 

“หลังจากนั้นก็เป็นเรื่องง่ายมากครับ หลังจากเหตุการณ์ที่สันเขาไรฮะ ผมก็แค่มองหาคนใหม่ที่มาปรากฏตัวใกล้ๆหรืออยู่รอบๆตัวเด็กคนนั้นเท่านั้นเอง แล้วผมก็เลยมาที่นี่ไงล่ะครับ”


 

แต่ที่น่าหงุดหงิดยิ่งไปกว่านั้นคือการที่หมอนี่มาปรากฏตัวและวนเวียนอยู่ข้างๆกายแมร์โลด้วย...


 

“อืม...”สึบารุพยักหน้ารับ

“แล้วเด็กคนนั้นกับคุโด้ ยูซากุเจ้าของบ้านหลังนี้มีความเกี่ยวพันกันยังไงผมก็ยังไม่รู้หรอกนะ แต่เรื่องที่คุณได้รับอนุญาตให้เข้ามาอาศัยในบ้านหลังนี้ได้เพราะเด็กคนนั้นมันเป็นเรื่องจริง”

“....”

“ผมกำลังรอการติดต่ออยู่ครับ ตอนนี้เพื่อนของผมกำลังติดตามสะกดรอยเพื่อนๆของคุณอยู่นะครับ แต่ว่าถ้าเป็นคุณ...ถ้ามีความเป็นความตายของเพื่อนมาต่อรองคุณก็น่าจะยอมรับออกมาง่ายๆใช่มั้ยครับ?”มือหนาวางสมาร์ตโฟนของตนเองลงบนโต๊ะ

“....”

“แต่ว่าก่อนที่เพื่อนผมจะติดต่อมาคุณช่วย ถอดหน้ากาก นั่นออกมาก่อนได้มั้ยครับ คุณโอกิยะ สึบารุ”ร่างสูงผิวเข้มว่า ก่อนที่จะยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบ

“....”

“ไม่สิ...เจ้าหน้าที่สืบสวนของ FBI อากาอิ ชูอิจิ

 

อามุโร่คิดไว้อยู่แล้วว่ายังไงอากาอิก็คงจะไม่ยอมรับง่ายๆ ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังมีแผนต่อรองอยู่ ถ้าไม่คิดจะยอมรับด้วยตัวเองก็คงต้องมีตัวช่วยมาบีบบังคับกันหน่อยล่ะ หมอนี่คงทนไม่ได้หรอกถ้าหากเพื่อนของตัวเองถูกจับยังไงก็ต้องสารภาพออกมาแน่


 

“ถ้าคุณต้องการแบบนั้นก็ช่วยไม่ได้นะครับ”

“ถ้าได้แบบนั้นจะขอบคุณมาก”ชายหนุ่มผมบลอนด์เชิดหน้าขึ้นอย่างเหนือกว่า


 

ในที่สุดเขาจะได้ กระชากหน้ากาก ของเจ้าสุนัข FBI ตัวนี้สักที...


 

มือหนาของสึบารุค่อยๆ ถอดมาส์กที่เขาสวมอยู่ออก


 

“คิดจะทำอะไรเหรอครับ?”อามุโร่เอ่ยถาม ขณะใช้มือประสานกันไว้ใต้คาง


 

“แค่กๆ ผมเป็นหวัดนิดหน่อยผมใส่หน้ากากอนามัยได้มั้ยครับ? เดี๋ยวคุณจะติดหวัดไปด้วยนะ”สึบารุว่า

“ไม่ใช่หน้ากากอันนั้น แต่เป็นหน้ากากที่คุณใช้ปลอมตัวต่างหากล่ะ อากาอิ ชูอิจิ


 

อามุโร่ชักเริ่มหงุดหงิดจากการกระทำของร่างสูงตรงหน้าเสียแล้ว


 

“ปลอมตัวเหรอ? อากาอิ ชูอิจิเหรอ? ตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้วหมายความว่ายังไงกันครับ”ชายหนุ่มเจ้าของผมสีพีชเริ่มไม่เข้าใจ

“คุณวางแผนอะไรไว้กันแน่ครับ?”

“แผนอะไรเหรอครับ?”สึบารุถามกลับ

“ถึงจะเนียนมาก แต่มีกล้องที่ทางเข้าสองตัว ตรงทางเดินสามตัว แล้วก็ในห้องนั่งเล่นนี่ก็มีกล้องวงจรปิดติดตั้งไว้อีกห้าตัวสินะ คุณคิดจะอัดภาพพวกนี้ส่งไปให้ FBI หรือไงครับ? หรือว่า...ส่งให้ใครบางคนที่อยู่อีกห้องหนึ่งกันแน่ จับตาดูอยู่ใช่มั้ยล่ะ...”อามุโร่พูดพลางมองไปรอบๆห้อง


 

ร่างสูงของชายหนุ่มผมบลอนด์ลุกขึ้นจากโซฟาตัวยาว แล้วเดินไปรอบๆห้อง


 

“ว่าแต่...เขาเหมือนผมมากเหรอครับทั้งหน้าตาแล้วก็เสียงด้วย”

“หึ...หน้าตาก็แปลงโฉมได้ส่วนเสียงก็ใช้เครื่องเปลี่ยนเสียงได้”อามุโร่ว่า

“เครื่องเปลี่ยนเสียงเหรอ?”

“เมื่อตอนบ่ายผมมาสำรวจรอบๆพื้นที่นี้แล้ว ด็อกเตอร์อากาสะที่โด่งดังในย่านนี้มีสิ่งประดิษฐ์ เพื่อดูว่ามีอะไรที่ได้รับความนิยมแต่เขาก็ยกเลิกการผลิตออกมาขาย แล้วมันก็คือ เครื่องเปลี่ยนเสียงที่ทำเป็นโชคเกอร์ ถ้าผูกมันไว้มันก็จะใช้การสั่นที่คอให้เป็นประโยชน์และเปลี่ยนเสียงได้จริง เหมาะกับการที่จะเอามาใช้โทรเพื่อแกล้งคนอื่นไงครับ”

“...”

“ใช่ ขนาดของมันก็ซ่อนในเสื้อคอเต่าของคุณได้พอดีเลยไงล่ะครับ”


 

ชายหนุ่มผมบลอนด์เดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าสึบารุ


 

เขานึกสงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไมโอกิยะ สึบารุถึงชอบใส่เสื้อคอเต่านัก ตอนแรกก็นึกว่าเป็นที่สไตล์การแต่งตัว แต่พอเอาเรื่องทุกอย่างมาปะติปะต่อกัน รวมทั้งตอนที่ไปเที่ยวทะเลที่อิซึหมอนี่ก็ใส่เสื้อคอสูงที่ปิดถึงต้นคอ พอคิดดูดีๆแล้วทุกอย่างก็จะตอบโจทย์ได้พอดี


 

เพราะหมอนี่ต้องการปกปิดอะไรบางอย่างที่อยู่ใต้คอเสื้อ...


 

มือหนาสีเข้มค่อยๆเอื้อมมือไปเปิดบริเวณคอเสื้อของอีกฝ่าย


 

“อะ...!!!”อามุโร่ร้องออกมาอย่างตกใจ เพราะเมื่อเขาเปิดคอเสื้อของโอกิยะ สึบารุออก กลับไม่มีโชคเกอร์ติดอยู่ที่คออย่างที่เขาว่าเลย


 

ทำไมล่ะ...!!! การสันนิษฐานของเขาไม่น่าจะผิดพลาดนี่นา...


 

Rrrrrr~


 

ขณะที่อามุโร่กำลังยืนนิ่งอึ้งกับความจริงที่ปรากฏอยู่ตรงหน้านั้น โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นพอดี


 

คงมาจากลูกน้องของเขาที่เป็นสันติบาล เพราะเขาได้สั่งให้ลูกน้องที่เป็นสันติบาลไปจับตัวเพื่อนของอากาอิที่เป็น FBI เพื่อเอามาใช้เป็นข้อต่อรองและบีบบังคับให้หมอนั่นพูดความจริงออกมา


 

“มีคนโทรหาคุณน่ะ”สึบารุทัก


 

อามุโร่ที่ได้สติรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสาย


 

“ว่าไงทำไมช้านัก”

‘อากาอิครับ อากาอิมันอยู่บนรถนั่น’ลูกน้องที่เป็นตำรวจสันติบาลรีบรายงาน

“ว่าไงนะ...!!! อากาอิเหรอ!?”


 

เป็นไปได้ยังไง...ก็อากาอิน่ะอยู่ตรงหน้าเขาแล้วไม่ใช่เหรอ?


 

‘มันยิงปืนใส่ยางรถครับ’

“ว่าไงนะ ถูกมันยิงปืนใส่งั้นเหรอ แล้วตอนนี้ยังตามอยู่หรือเปล่า?”

‘คือว่า รถที่วิ่งต่อไม่ได้มันขวางทางอยู่...’

“ยังไงก็ได้ ถ้าเป็นรถคันไหนที่พอวิ่งได้ก็ตามมันไปสิ ถ้าพลาดตอนนี้มันอาจจะหายเข้ากลีบเมฆไปเลยก็ได้นะ”อามุโร่ว่าอย่างหัวเสีย


 

“แค่กๆ ช่วยเงียบเสียงหน่อยได้มั้ยครับ พอดีว่าเจ้าของบ้านหลังนี้เขาจะขึ้นรับรางวัลแล้วน่ะ ถึงแม้ว่าผมจะไม่เคยเจอหน้าเขาก็เถอะ”สึบารุพูด


 

อามุโร่จึงเดินหลบมุมออกมา และหันไปคุยโทรศัพท์กับลูกน้องต่อโดยใช้เสียงที่เบาลง


 

‘ถึงจะบอกให้ตามไปแต่สถานการณ์แบบนี้มันก็...’ลูกน้องที่กำลังจะพูดแย้งก็พลันเงียบไป


 

จนอามุโร่นึกสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น


 

‘อากาอิ...’

“อากาอิ นี่...อากาอิอยู่ที่นั่นงั้นเหรอ?”ชายหนุ่มได้ยินเสียงพึมพำของลูกน้อง จึงรีบถามทันที

‘....’

“นี่ ตอบหน่อยสิ เฮ้!!!”

‘ไง เบอร์เบิ้นไม่เจอกันนานเลยนะ’เสียงทุ้มจากปลายสายเอ่ยทักทายคู่สนทนา


 

อามุโร่ชะงัก เขาจำได้เสียงแบบนี้...เสียงของผู้ชายที่เขาเกลียด เขาจำได้ไม่มีวันลืม อากาอิ ชูอิจิ


 

“...”

‘ไม่สิ ตอนนี้เป็นอามุโร่ โทโอรุคุงสินะ’

“...”

‘เพื่อแทนคำขอโทษที่ทำรถยนต์ของเพื่อนนายพัง ฉันได้ส่งของขวัญเล็กๆน้อยๆไปให้แล้ว เป็นปืนที่คุสึดะริคุมิจิใช้ยิงตัวตาย ถ้านายสืบย้อนไปว่าซื้อที่ไหนก็คงจะเจอเบาะแสมั้ง ที่นี่คือประเทศญี่ปุ่น เรื่องของที่นี่นายรู้ดีกว่าเราที่เป็น FBI จริงมั้ย?’

“หรือว่า...นี่นายรู้ว่าฉันเป็นใคร?”

‘ฉันเริ่มสงสัยตั้งแต่ตอนที่อยู่องค์กรแล้วล่ะ การที่นายบอกฉายา ซีโร่ ให้เด็กคนนั้นรู้น่ะถือเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่เลยนะ ฟุรุยะ เรย์คุง


 

อามุโร่เบิกตากว้าง หน้าถอดสี


 

       หมอนี่รู้...รู้ตัวตนที่แท้จริงของเขา...


 

‘มันมีไม่กี่คนหรอกที่ได้รับมอบหมายให้ใช้ชื่อ ซีโร่ แบบนี้มันตรวจสอบได้ง่ายมาก ฉันคิดว่านายคงคิดจะจับฉันส่งองค์กรเพื่อสร้างผลงานให้ตัวเองเพื่อแทรกซึมเข้าไปในองค์กรให้ลึกขึ้นกว่าเดิมล่ะสินะ แต่ฉันจะเตือนอะไรไว้หน่อย อย่ามัวแต่สนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้าจนลืมคนใกล้ตัวที่สมควรจับตามอง เพราะว่านายเป็นคนที่ฉันไม่อยากจะเป็นศัตรูด้วย แล้วก็อีกอย่างหนึ่งถ้าหากตัวตนที่แท้จริงของนายถูกเปิดเผยก็จะมีคนที่ต้องเป็นอันตรายไปด้วย ฉันว่านายคงไม่อยากให้เป็นแบบนั้นหรอกนะ’ปลายสายพูดต่อ

“...”


 

         ใคร? หมอนั่นหมายถึงใคร...


 

คนที่จะเป็นอันตรายถ้าตัวตนของเขาถูกเปิดเผย...


 

‘แล้วก็...เรื่องของคนคนนั้น ตอนนี้ฉันก็ยังนึกเสียใจอยู่นะ’


 

อามุโร่ชะงัก เมื่อได้ยินปลายสายพูดแบบนั้น

 

หลังจากนั้นเสียงปลายสายก็เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะเป็นเสียงลูกน้องของเขา


 

‘เอายังไงดีครับ คุณฟุรุยะจะให้ตามต่อมั้ยครับ?’

“ไม่ต้อง หมอนั่นรู้แล้วว่าพวกเราเป็นใครขุดคุ้ยมากกว่านี้จะอันตรายเปล่าๆ”ชายหนุ่มพูดเพียงเท่านั้นก่อนจะกดวางสาย


 

อามุโร่กัดฟันกรอด เมื่อนึกถึงคำพูดของอากาอิ


 

เรื่องของคนคนนั้น ตอนนี้ฉันก็ยังนึกเสียใจอยู่นะ’


 

เสียใจ...เสียใจงั้นเหรอ คนอย่างหมอนี่รู้จักคำว่าเสียใจด้วยเหรอ!?


 

ชายหนุ่มผมบลอนด์รีบกลับมาทำสีหน้าปกติ ก่อนจะหันไปพูดกับนักศึกษาปริญญาโทหนุ่ม


 

“เอ่อ...ขอโทษนะครับ ดูเหมือนผมจะเข้าใจผิดไปเอง ถ้างั้น...ผมขอตัวกลับล่ะครับ”

“ครับ...”

“อะ...จริงสิ ผมขอถามอะไรสักอย่างได้มั้ยครับ?”อามุโร่เหมือนเพิ่งนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

“อะไรเหรอครับ?”

“ทำไมคุณถึงยอมให้ผมที่เป็นคนไม่น่าไว้ใจเข้ามาในบ้านคุณแบบนี้ล่ะครับ?”


 

ถึงแม้พวกเขาจะเคยเจอกันมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ว่าก็เป็นการพบกันแบบไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่นัก จะบอกว่าเขาเป็นคนไม่น่าไว้ใจก็คงได้


 

“เพราะว่าคุณทำสีหน้าเหมือนกับว่ามีเรื่องอยากจะพูดกับผมให้ได้น่ะสิครับ แต่ว่า...ผมก็คิดเหมือนกันนะว่าคุณเป็นคนที่ชอบเรื่องสืบสวนมากเลยนะครับ”

“อะ...ครับ”อามุโร่ได้แต่ยิ้มแห้งๆ ก่อนจะเดินออกไปจากคฤหาสน์บ้านคุโด้


 

เขาสั่งให้ตำรวจสันติบาลที่รออยู่ด้านนอกถอนกำลังออกจากบ้านหลังนี้


 


 


 


 


 

ด้านโอกิยะ สึบารุเมื่อมั่นใจว่าชายหนุ่มผมบลอนด์พาเพื่อนของเขาออกไปจากบ้านหลังนี้แล้ว ชายหนุ่มก็เดินตรวจเช็ครอบบ้านว่ามีการติดตั้งเครื่องดักฟังหรือไม่ และเมื่อเห็นว่าปลอดภัยดีแล้วก็ตะโกนเรียกใครอีกคนหนึ่งที่อยู่อีกห้องหนึ่งให้ออกมา


 

“นี่ ดูเหมือนจะปลอดภัยแล้วล่ะ”


 

แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับจากอีกฝ่ายเลย เขาจึงเดินขึ้นไปชั้นบนและเปิดประตูเข้าไปในห้องที่อีกฝ่ายอยู่ ก็พบร่างของเด็กชายตัวน้อยที่นอนฟุบกับโต๊ะอย่างเหนื่อยอ่อน


 

“เฮ้อ...เหนื่อยจังเลย”เด็กหนุ่มม.ปลายในร่างเด็กประถมบ่น

“....”

“ให้ตายสิ ทำไมถึงชอบทำนอกแผนที่เตี้ยมกันไว้นะ”เด็กชายบ่น

“แต่มันก็ไปได้สวยนี่นา เท่าที่ตกลงกันไว้ก็คือพ่อจะพูดผ่านหน้ากากเปลี่ยนเสียงนี่ แต่ถ้าถูกเขาสั่งให้ถอดหน้ากากออกและโดนถามคำถามที่ตอบยากล่ะก็พ่อจะไอเป็นสัญญาณเพื่อให้ลูกใช้เครื่องเปลี่ยนเสียงพูดผ่านสปีกเกอร์ที่ติดตั้งไว้ แล้วก็...ตอนที่พ่ออยากพูดพ่อจะไอเป็นสัญญาณหนึ่งครั้ง เพราะการไอทำให้แยกเสียงคนได้ยากอยู่แล้ว ก็แสดงได้ยอดเยี่ยมนี่นาอย่างกับจะได้รางวัลนักแสดงสมทบยอดเยี่ยมอย่างนั้นแหละ”สึบารุตัวปลอมว่าพร้อมทั้งถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของนักเขียนนิยายชื่อก้องโลกอย่าง คุโด้ ยูซากุ

“ครับ...”โคนันตอบรับด้วยสีหน้าเอือมๆ

“แต่รางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมก็คงต้องยกให้คนที่อยู่ในทีวีตอนนี้ล่ะนะ ต้องขอบคุณแม่เขานะที่หลังจากปลอมตัวเป็นพ่อเสร็จก็รีบบินไปที่งานประกาศรางวัล Macademy ทันทีเลยน่ะ”ยูซากุพูด นึกชื่นชมภรรยาของตนเองที่แสดงเป็นตัวเขาได้เหมือนมาก

“ครับ เพราะว่าแม่น่ะปลอมตัวเป็นคนใกล้ชิดได้แนบเนียนอยู่แล้ว”

“แล้วไงล่ะ พ่อหนุ่ม FBI ที่ลูกมาเป็นตัวแทนเขา เขาจะกลับมาที่นี่อีกหรือเปล่า?”

“ครับ เขาต้องกลับมาแน่เพราะเขามีคนที่ต้องปกป้องอยู่”โคนันพูดพร้อมกับหันไปมองบ้านหลังข้างๆ ที่ใครบางคนอาศัยอยู่


 


 

ก๊อก ก๊อก


 

เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดบทสนทนาของสองพ่อลูก


 

“เป็นยังไงบ้างครับ?”เสียงนุ่มทุ้มของใครอีกคนเอ่ยถาม


 

ร่างสูงของชายหนุ่มในชุดสูทลำลองเจ้าของนัยน์ตาสีเทา เรือนผมสีดำขลับเปิดประตูเดินเข้ามาในห้อง

“คุณ...”โคนันเงียบไปครู่หนึ่ง เขาเคยพบผู้ชายตรงหน้าครั้งหนึ่งตอนคดีบนรถด่วน Bell Tree แต่ก็ยังไม่เคยแนะนำตัวกันอย่างเป็นทางการ เพราะคราวนั้นที่พบกันเป็นสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเกี่ยวกับพวกองค์กรชุดดำ คงไม่มีเวลามานั่งทำความรู้จักกันเท่าไหร่นัก เขารู้แต่เพียงว่าอีกฝ่ายเป็นเพื่อนของคุณอากาอิเท่านั้น


 

“ขอบคุณมากนะครับ ที่มาช่วยพวกเราในครั้งนี้”ยูซากุพูด

“ไม่เป็นไรครับ ผมเองก็โดนอากาอิเรียกให้มาช่วยเหมือนกันอีกอย่างนี่ก็เป็นงานของผมด้วย”

“ครับ...”

“แต่ว่าคุณก็แสดงได้ยอดเยี่ยมเลยนะครับ คุณคุโด้”ชายหนุ่มเอ่ยชม

“ขอบคุณมากครับ”

“แต่ที่ยอดเยี่ยมไปกว่านั้นก็คือเธอที่สามารถวางแผนตลบหลังหมอนั่นได้นะ หนุ่มน้อย”ร่างสูงเจ้าของเรือนผมสีดำหันไปยกยิ้มให้กับเด็กชายชั้นประถม

“ขอบคุณครับ แต่ว่า...ผมยังไม่รู้จักคุณเลยนะครับ ทั้งๆที่ก็เคยมาช่วยพวกเราด้วย”โคนันพูด พลางส่งยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างเป็นมิตร เขารู้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าเป็นพวกเดียวกับเขาไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายก็คงไม่ยอมเสี่ยงมาช่วยพวกเขาแน่

“แหม ก็แต่ละครั้งที่เราเจอกันก็มีแต่เรื่องหน้าสิ่วหน้าขวานทั้งนั้นเลยนี่นา ทั้งเรื่องบนรถไฟด่วน Bell Tree แล้วไหนจะเรื่องคราวนี้อีก”

“...”

“ถ้างั้นขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการนะ ฉันชื่อ ชิโรยูกิ คาซึยะ เป็นเจ้าหน้าที่ CIA ยินดีที่ได้รู้จัก”ชายหนุ่มเอ่ยแนะนำตัวพลางยกยิ้ม


———————————————————————————————————————————————

สวัสดีค่า หายไปนานเลยกลับมาครั้งนี้ไรท์มีตัวละครใหม่แถมมาให้ด้วย อย่าลืมไปตามลุ้นกันนะค่ะ


 


 


 


 


 


 


 


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

118 ความคิดเห็น

  1. #105 icesupicha (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 06:20

    โถ่วๆอามุโร่ โดนเด็กเล่นซะแล้ว

    #105
    0
  2. #86 AngelOfTheDemons (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2563 / 19:19

    นางเอกชั้นหาย!!!
    #86
    1
    • #86-1 Arwen(จากตอนที่ 35)
      6 ตุลาคม 2563 / 19:27
      ใจเย็นๆนะคะ นางเอกเรามีบทแน่นอนค่ะ อดใจรอหน่อยน้า
      #86-1
  3. #85 This is my life (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2563 / 15:56
    อามุโร่ผู้โดนต้ม55555 /ไรท์กลับมาแล้ววว ดีใจจจ
    #85
    1
    • #85-1 Arwen(จากตอนที่ 35)
      6 ตุลาคม 2563 / 15:58
      แถมโดนต้มซะเปื่อยเลยค่ะ 555
      #85-1