[ Fic Conan ] Bourbon and Merlot Secret Love

ตอนที่ 33 : Chapter 33 Clue

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 337
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    27 มิ.ย. 63


“นี่ ไฮบาระเธอจะบอกฉันได้หรือยัง”โคนันพูด พลางจ้องมองเด็กหญิงผมสั้นสีน้ำตาลน้ำตาลในชุดเสื้อกาวน์ที่กำลังจดจ่ออยู่กับแล็ปท็อปตรงหน้า

“เรื่องอะไรล่ะ?”ไฮบาระถามกลับ โดยไม่ละสายตาจากหน้าจอแล็ปท็อป

“วันที่พวกเราไปงานชมดอกไม้ที่ศาลเจ้า หลังจากจบคดีเมื่อตอนนั้นเธอวิ่งตามใครไปกันแน่”


 

ใช่ว่าตอนนั้นโคนันจะไม่เห็นแต่เขาคิดว่าเธอคงจะบอกเขาเอง แต่ผิดคาดเธอกลับทำเป็นนิ่งเฉยไม่พูดอะไรให้เขาฟังเลย แต่ด้วยนิสัยนักสืบที่อยากรู้ก็เลยต้องมาถามเอาเอง


 

“ฉันต้องบอกนายด้วยเหรอ?”เด็กหญิงแกล้งถามยียวน การที่ได้เห็นยอดนักสืบหัวเสียก็เป็นความสนุกอย่างหนึ่ง

“นี่ รีบๆบอกมาเถอะน่า!!!”

“เฮ้อ นายนี่นะ...อยากรู้อยากเห็นไปเสียทุกเรื่องจริงๆ”

“....”

“นายจำหนึ่งในผู้ต้องสงสัยในคดีนั้นที่ชื่อ ซิลเวีย อัลวาร์ต ได้มั้ย?”ไฮบาระหันมองหน้าอีกฝ่ายด้วยความจริงจัง

“อืม...ก็จำได้อยู่หรอกนะ...”


 

โคนันจับคางพยายามนึกถึงใบหน้าของหญิงสาวชาวต่างชาติที่พบในวันนั้น เธอมีผมยาวสีบลอนด์ทอง นัยน์ตาสีเฮเซล ผิวขาว ด้วยรูปร่างหน้าตาที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้เขานึกออกได้ไม่ยาก


 

“ว่าแต่...เธอรู้จักผู้หญิงคนนั้นเหรอ?”

“อะไรกัน นี่นายดูไม่ออกเหรอว่าเธอคนนั้นก็เป็นหนึ่งใน พวกมัน ด้วย”

พวกมัน ที่เธอหมายถึงหรือว่าจะเป็น...”นักสืบหนุ่มในร่างเด็กประถมเริ่มหน้าถอดสี เมื่อคิดตามสิ่งที่เด็กสาวบอก

“ใช่ เธอคือสมาชิกองค์กรชุดดำ โค้ดเนมคือ ซีลวาเน

ซีลวาเน...”


 

โคนันรู้สึกว่าเคยได้ยินชื่อโค้ดเนมนี้มาก่อน...


 

ใช่!!! คนที่ไฮบาระเคยบอกว่าเป็นสไนเปอร์มือลอบสังหารขององค์กร


 

“แล้วทำไมเธอถึงยังใจเย็นอยู่ได้ล่ะ ไม่ใช่ว่ามันกำลังจ้องจะเอาชีวิตเธออยู่เหรอ?”โคนันโวย


 

คนที่ไฮบาระพูดถึงอยู่น่ะเป็นถึงนักฆ่าขององค์กรเลยไม่ใช่เหรอ!?


 

“นักสืบอย่างนายนี่ขี้ระแวงจังนะ...งั้นฉันจะบอกอะไรให้...ผู้หญิงคนนั้นน่ะเป็นคนที่ช่วยฉันออกมาจากองค์กรตอนที่ฉันตัวหดลง ทำให้ฉันมีชีวิตรอดมาจนถึงตอนนี้”

“ช่วยเธอ...แล้วทำไมต้องทำอย่างนั้นด้วยล่ะ?”เด็กชายเริ่มไม่เข้าใจในการกระทำสมาชิกองค์กรชุดดำ


 

ถ้าหากว่ากันตามจริงแล้วซีลวาเนควรจะ ‘ฆ่า’ มากกว่า ‘ช่วย’ เสียด้วยซ้ำ


 

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ว่า...ตอนที่ฉันคุยกับซีลวาเนเธอบอกว่าการช่วยชีวิตฉันก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยน ฉันต้องช่วยเธอเมื่อถึงเวลา”ไฮบาระพูด

“ช่วย? เมื่อถึงเวลา?”นักสืบตัวน้อยยิ่งฟังยิ่งสับสน

“ยังไงก็เถอะ ตอนนี้ก็วางใจได้เปราะหนึ่งว่าผู้หญิงคนนั้นจะไม่ฆ่าฉัน”


 

ซีลวาเน เธอเป็นใครกันแน่นะ ทำไมถึงได้ช่วยไฮบาระ...โคนันคิด


 

“ถ้ามีโอกาสได้เจอกับผู้หญิงที่ชื่อ ซิลเวีย อีกต้องเค้นคอถามให้ได้”โคนันพูด

“ตายจริง...ฉันลืมบอกนายไปอย่างหนึ่งนะ ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนสนิทของยินเชียวนะเธอคงจะไม่มาปรากฏตัวให้นายเจอง่ายๆหรอก”

“ว่าไงนะ!!!”โคนันเบิกตากว้าง ภาพของชายหนุ่มผมยาวสีเงินสวมเสื้อโค้ทยาวสีดำดุจขนอีกาแวบเข้ามาในหัวของเขา

“แล้วแบบนี้เธอไม่กลัวความลับจะแตกหรือไง?”เด็กชายถามด้วยความเป็นกังวล

“ไม่รู้สิ ลองเดิมพันดูก็แล้วกัน”ไฮบาระพูด ก่อนจะหันกลับไปให้ความสนใจกับแล็ปท็อปตรงหน้าต่อ


 

โคนันคิดว่าเดี๋ยวนี้ไฮบาระดูเปลี่ยนไปมากทีเดียว ถ้าหากเป็นเมื่อก่อนพอพูดถึงเรื่ององค์กรชุดดำทีไร เธอจะบอกให้เขาหนีไม่ให้เอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงตลอด แต่ว่าตอนนี้เธอเลือกที่จะเผชิญหน้ากับพวกมันโดยไม่คิดหนีและยังกล้าที่จะเสี่ยงเดิมพันกับพวกมันอีกด้วย


 

“มองอะไรย่ะ!!!”ไฮบาระถามเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเอาแต่จ้องหน้าเธอและยกยิ้มมุมปาก เธอไม่ชอบสีหน้าเจ้าเล่ห์ของอีตานักสืบคนนี้ที่สุด

“เปล่า...ก็แค่คิดว่าเธอเปลี่ยนไปมากนะ”

“หา?”

“ช่างเถอะๆ แบบนี้ก็ดีแล้วล่ะ”โคนันพูด พลางโบกมือไม่ให้ไฮบาระใส่ใจกับคำพูดของเขานัก


 

อย่างน้อยตอนนี้เขาก็คลายข้อสงสัยได้อย่างหนึ่งล่ะนะ ถึงแม้สิ่งที่คิดไว้จะดูเกินความคาดหมายไปหน่อยก็เถอะ


 


 

ขณะเดียวกันในคฤหาสน์คุโด้ ร่างสูงของชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีพีชกำลังยืนมองบ้านหลังข้างๆผ่านทางหน้าต่าง มีหูฟังสีดำสวมอยู่ข้างหู เขาได้ยินบทสนทนาระหว่างนักสืบสมองใสกับเด็กสาวตัวน้อยทั้งหมด ริมฝีปากหนากระตุกยิ้ม


 

       ซิลเวีย อัลวาร์ต...


 

         ซีลวาเน...

 

เธอเป็นคนช่วยผู้หญิงคนนั้นออกมาจากองค์กรสินะ...


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 

ในห้องพัก ณ คอนโดหรูของเมืองเบกะ ชายหนุ่มผิวเข้มเจ้าของเรือนผมสีบลอนด์กำลังนั่งพิงโซฟาตัวยาวนัยน์ตาสีครามเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง


 

“เบอร์เบิ้น ฉันว่าจะถามนายอยู่พอดีเลย”หญิงสาวเจ้าของห้องพูดขึ้น ขณะนำกาแฟมาเสริฟ์ให้กับชายหนุ่ม

“เรื่องอะไรเหรอ?”เจ้าของโค้ดเนมหันกลับมาให้ความสนใจกับร่างบางตรงหน้า

“เรื่องการตายของอากาอิ ชูอิจิน่ะ”

“ที่ฉันมาหาเธอก็เพราะเรื่องนี้นั่นแหละ”มือหนาดึงแขนร่างบางให้มานั่งบนตักเขา พลางใช้วงแขนโอบรัดเอวบางไว้

“นี่ฉันจริงจังนะ”แมร์โลดุอีกฝ่าย


 

หมอนี่จะนั่งคุยกับเธอแบบปกติไม่ได้หรือไงนะ...


 

“ฉันก็จริงจังเหมือนกัน ฉันมีเรื่องจะปรึกษาเธออยู่พอดี”เบอร์เบิ้นพูด


 

ถ้าหากมีเรื่องอะไรสำคัญเขามักจะมาหาแมร์โลเพื่อพูดคุยปรึกษาเสมอ ถ้าหากพูดคุยผ่านโทรศัพท์ก็อาจจะมีเครื่องดักฟัง เขาไม่อยากเสี่ยงยิ่งช่วงนี้ก็รู้สึกกำลังถูกจับตามองจากคนในองค์กรอยู่


 

“แล้วนายจะทำยังไงต่อล่ะ ถึงนายจะได้ฟังเรื่องราวในอดีตมาจาก FBI คนนั้นแล้วแต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับการตายของอากาอินะ”หญิงสาวเลิกให้ความสนใจกับท่าทีของร่างสูงก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ไม่หรอก เท่าที่ฉันฟังมามันก็มีจุดที่น่าสงสัยอยู่”

“อะไรล่ะ?”

“จำเรื่องแผนชิงตัวคีร์ออกมาโรงพยาบาลศูนย์ไฮโดได้มั้ยล่ะ?”เบอร์เบิ้นถาม ตอนที่เขาปลอมตัวเป็นชายวัยกลางคนเข้าไปทัก FBI สาวคนนั้นเธอเป็นคนหลุดปากออกมาเอง

“เท่าที่ฟังมาจากเบลม็อท เพื่อเช็คว่าคีร์ถูกพวก FBI พาไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลไหนสักแห่งก็เลยส่งสมาชิกคนหนึ่งเข้าไปสืบข่าว...นายหมายถึงคุสึดะ ริคุมิจิเหรอ?”แมร์โลเริ่มฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้


 

สมาชิกขององค์กร คุสึดะ ริคุมิจิ เบลม็อทบอกหมอนั่นอาจจะถูกอากาอิฆ่าตายหลังจากที่ถูกจับได้ว่ามาสืบข่าวของคีร์ที่อาจจะรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล แต่แมร์โลกลับรู้ว่ามีบางอย่างแปลกๆ


 

เพราะการตายของคุสึดะ ริคุมิจิทำให้องค์กรรู้ว่าคีร์รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์ไฮโด เพราะสมาชิกคนนั้นขาดการติดต่อไป คนอย่างอากาอิ ชูอิจิน่ะเหรอจะมองเรื่องแค่นี้ไม่ออก คนอย่างหมอนั่นจะทำอะไรสะเพร่าให้เป็นบ่วงรัดคอตัวเองทำไม


 

“ดูท่าทางเธอกับฉันจะคิดแบบเดียวกันนะ แมร์โล”เบอร์เบิ้นยกยิ้ม เอาคางเกยไหล่อีกฝ่าย

“นายคงสงสัยเรื่องการตายของคุสึดะ ริคุมิจิสินะ”

“ใช่ ฉันนึกสงสัยมาได้สักพักแล้วว่าการตายของสมาชิกปลายแถวคนนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับอากาอิหรือเปล่า”

“ถ้างั้น...จะไปลองสืบดูมั้ยล่ะ เบอร์เบิ้น”หญิงสาวถาม เธอรู้ดีว่าคนอย่างเบอร์เบิ้นไม่มีทางเพิกเฉยต่อข้อสงสัยของตัวเองแน่

“สืบเหรอ...”ชายหนุ่มเอียงหน้ามองร่างบาง

“เราลองไปที่โรงพยาบาลศูนย์ไฮโดกัน บางทีสิ่งที่คาใจฉันกับนายอยู่จะได้กระจ่างเสียที”


 

เบอร์เบิ้นยกยิ้มมุมปากแมร์โลรู้ใจเขาตลอดเลยจริงๆ


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 

“ดีแล้วนะครับคุณป้าที่ไม่เป็นอะไรมาก”เด็กชายชั้นประถมเอ่ยกับหญิงสาวผมสีน้ำตาลยาวที่กำลังนั่งพิงหัวเตียงอยู่บนเตียงผู้ป่วย

“ขอบใจมากนะจ๊ะ โคนันคุง”เธอส่งยิ้มบางๆเป็นการขอบคุณ


 

วันนี้หลังจากที่โคนันกลับมาจากบ้านด็อกเตอร์พอเปิดประตูก้าวเท้าเข้าไปในสำนักงาน ก็ได้ยินเสียงร้อนรนของรันที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ พอถามว่าเกิดอะไรขึ้น รันบอกว่าเลขาคนสนิทของทนายคิซากิ เอริ โทรมาแจ้งแม่ของเธอเข้าโรงพยาบาลอย่างกระทันหันกำลังจะผ่าตัด พวกเขาจึงรีบไปโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ลืมทิ้งข้อความบอกคุณลุงโมริที่ออกไปข้างนอก เพราะโทรไปก็ปิดเครื่องมือถือ


 

“ตอนที่เลขาของคุณแม่โทรมาบอกหนูตกใจหมดเลยค่ะ”รันว่า

“แค่ไส้ติ่งอักเสบแม่ไม่เป็นไรหรอกจ๊ะ แล้วก็ผ่าตัดแล้วไม่มีอะไรน่าห่วงหรอก”เอริพูด หวังให้ลูกสาวคลายกังวล


 


 

พวกเขาทั้งสามคนพูดคุยกันอยู่สักพักหนึ่ง ร่างของชายวัยกลางคนก็เปิดประตูพรวดพราดเข้ามาในห้อง แล้วส่งเสียงดัง


 

“เอริ!!!”


 

“นี่คุณจะส่งเสียงดังทำไมเนี่ย?”ผู้เป็นภรรยาดุ

“อ้าว นี่เธอไม่ได้กำลังจะผ่าตัดเหรอ?”โมริถามด้วยสีหน้างงๆ เขาอุตส่าห์รีบมาสุดชีวิตเลยนะเนี่ย

“ก็แค่ไส้ติ่งอักเสบ พอผ่าตัดเสร็จพักฟื้นพอยาสลบหมดฤทธิ์ก็เพิ่งจะฟื้นขึ้นมานี่แหละ”

“อะไรกันแค่ไส้ติ่งอักเสบหรอกเหรอ”โมริพูด

“ไม่ใช่แค่นี้หรอกค่ะ คุณพ่อน่ะมัวไปทำอะไรอยู่ที่ไหนกันคะ หนูโทรไปก็ปิดมือถือ”รันถาม พลางเหลือบสายตามองผู้เป็นพ่อ

“ไม่ไพ่นกกระจอก ก็แข่งม้า ไม่ก็ปาจิงโกะ...”เอริเอ่ยอย่างรู้ทัน


 

“ปาจิงโกะไม่ใช่เหรอครับ?”โคนันโพล่งออกมา

“....”ทำเอาโมริหน้าถอดสีเหงื่อตก

“ก็ที่ด้านหลังเสื้อของคุณลุงมีรอยยับเป็นหลักฐานว่านั่งมาเป็นเวลานาน แล้วที่ปิดมือถือก็เพราะคุณลุงอยู่ในที่เสียงดังก็เลยคิดว่าเปิดเครื่องไปก็คงจะไม่ได้ยินแล้วก็ไม่ชอบตั้งระบบสั่นด้วยใช่มั้ยล่ะครับ แล้วก็ที่เชือกรองเท้าของคุณลุงก็มีลูกปาจิงโกะติดอยู่ด้วย”

“เก่งจังเลยนะ โคนันคุง”รันเอ่ยชมเด็กแว่นที่สันนิษฐานออกมาได้เป็นช่องเป็นฉาก

“ละครสืบสวนที่เคยดูมีอะไรคล้ายๆแบบนี้น่ะครับ”โคนันแก้ตัว


 

เมื่อเห็นว่าตัวเองถูกจับได้โมริจึงได้แต่ยอมสารภาพ


 

“อะ...เอ่อ ฉันก็กะจะเล่นฆ่าเวลาน่ะ”


 

กลับได้รับสายตาเอือมๆจากทั้งสามคนกลับมาแทน


 

“ในตอนที่ฉันเดือดร้อนคุณก็เอาแต่ไปเล่นปาจิงโกะสินะ”เอริคิ้วกระตุก ถึงกับกัดฟันพูด


 

แต่ก็ถูกสามีพูดจาแปลกๆใส่จนเธอหมดความอดทนไล่ตะเพิดอีกฝ่ายออกจากห้อง


 


 

“เฮ้อ ให้ตายสิอุตส่าห์เป็นห่วงแท้ดันโกรธเสียได้”ชายวัยกลางคนบ่น


 

             มันก็แน่อยู่แล้วสิ...


 

โคนันที่ตามออกมาจากห้องก็ได้แต่มองด้วยสายตาเอือมๆ


 


 

“เอ๋! อาจารย์โมริไม่ใช่เหรอครับ?”


 

เสียงของใครบางคนทักเขาจากทางด้านหลัง โมริหันไปตามเสียงเรียกก็พบชายหนุ่มผมบลอนด์ลูกศิษย์ของเขากำลังเดินเข้ามาหาพอดี


 

“อ้าว อามุโร่คุง”

“อาจารย์โมริไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าครับ?”

“อ่อ เปล่าหรอกพอดีว่าภรรยาฉันน่ะ...”


 

โคนันเมื่อเห็นหน้าชายหนุ่มก็เหงื่อตก หน้าถอดสียืนจ้องร่างสูงที่กำลังสนทนากับคุณลุงโมริ


 

                   เบอร์เบิ้น...


 

  ทำไม...คนจากองค์กรถึงมาอยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์ไฮโดนี้ได้...

  

     หรือว่า...จะมาสืบเรื่องของคุสึดะ ริคุมิจิ


 

                บ้าน่า! เป็นไปไม่ได้


 


 


 

“ว่าแต่...นายมาทำอะไรที่นี่ล่ะ?”โมริเอ่ยถามลูกศิษย์ของตน

“พอดีว่าผมได้ยินว่าคนรู้จักเข้าโรงพยาบาลน่ะครับก็เลยจะมาเยี่ยม”อามุโร่พูด

“งั้นเหรอ...”


 


 


 

“คุณโมริกับโคนันคุงไม่ใช่เหรอคะ?”เสียงหวานคุ้นหูของหญิงสาวเอ่ยทัก


 

ร่างบางเจ้าของเรือนผมสีส้มอ่อนเดินเข้ามาหาพวกเขาพลางส่งยิ้มบางๆให้ ทำเอาโมริหน้าแดงมองสาวสวยตาเยิ้ม


 

“สวัสดีค่ะ...”หญิงสาวค้อมหัวเล็กน้อยเป็นการทักทาย


 

เสียงทักของร่างบางทำให้ชายวัยกลางคนหลุดจากภวังค์ แต่กลับทำให้เด็กแว่นชั้นประถมหน้าถอดสียิ่งกว่าเดิมเสียอีก เมื่อเขาเห็นสมาชิกขององค์กรชุดดำสองคนมาอยู่ที่นี่พร้อมกัน


 

“ไงจ๊ะ โคนันคุง”นานามิโน้มตัวลงทักทายเด็กชายที่เอาแต่ยืนจ้องเธอไม่วางตา

“สะ...สวัสดีครับ อาจารย์นานามิ”เด็กแว่นพูดอย่างตะกุกตะกักเสียอาการ


 

“จริงสิ ฉันได้ยินมาจากพวกพยาบาลว่าโคนันคุงเคยมาที่นี่ก่อนหน้านี้บ่อยๆ รู้จักหรือเปล่าคนที่ชื่อ คุสึดะ ริคุมิจิน่ะ”อามุโร่โน้มตัวลงไปคุยกับเด็กชาย

“ใครเหรอครับ ไม่รู้จักหรอก”โคนันรีบตอบ

“ความจริงฉันให้ผู้ชายคนนั้นยืมเงินไปน่ะว่าจะมาเอาคืนสักหน่อย ไม่รู้จักจริงๆเหรอ?”

“อืม...”เด็กชายตอบอย่างมั่นใจโดยไม่รู้ตัวว่าตนเองตกหลุมพรางของอีกฝ่ายเข้าเต็มๆ


 

ทำเอาอามุโร่ยกยิ้มมุมปาก


 

“เธอนี่สุดยอดเลยนะ...”


 

อามุโร่หันไปทักหญิงวัยกลางคนสองคนที่เดินผ่านพอดี


 

“ขอโทษนะครับ พวกคุณรู้จักคนที่ชื่อ คุสึดะ ริคุมิจิ หรือเปล่าครับ?”

“แล้วเขารูปร่างหน้าตาเป็นยังไง อายุเท่าไหร่ล่ะ?”หญิงวัยกลางคนถามกลับ

“มีรูปของคนนั้นหรือเปล่าคะ?”หญิงวัยกลางคนร่างท้วมอีกคนถาม

“งั้นไม่เป็นไรครับ...”ชายหนุ่มบอกปัด

“งั้นเหรอ...”


 

พวกเธอเลิกให้ความสนใจและเดินออกไป


 

“ถ้าเป็นอาจารย์โมริจะทำยังไงครับ?”อามุโร่ถาม

“หืม?”โมริเลิกคิ้วสงสัย

“ถ้ามีคนพูดชื่อคนคนหนึ่งออกมา แล้วถามว่ารู้จักมั้ย”

“ถ้าเป็นฉันก็คงเหมือนพวกป้าๆเมื่อกี้นี้นั่นแหละ”

“ครับ คนเราโดยส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมั่นใจในความจำของตัวเองอยู่แล้วก่อนที่จะตอบว่าไม่เนี่ยเราก็อยากจะรู้ข้อมูลอื่นๆนอกจากชื่ออยู่แล้ว”

“แต่เธอกลับตอบว่าไม่รู้จักอย่างมั่นใจเลยนะ โคนันคุง”นานามิพูด ถึงแม้น้ำเสียงจะปกติแต่สายตาของหญิงสาวเย็นเยียบราวกับจะจับผิด

“ฉันถึงได้บอกว่าเธอสุดยอดยังไงล่ะ โคนันคุง ที่พอได้ยินชื่อก็มั่นใจแล้วว่าไม่รู้จักน่ะ”ชายหนุ่มผมบลอนด์เอ่ย

“หึ...อย่าไปจริงจังกับคำพูดของเด็กนักเลย”โมริว่า


 

ขณะที่พวกเข้ายืนคุยกัน เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือของนานามิก็ดังขึ้น


 

“ฉันขอตัวสักครู่นะคะ”เธอพูด แล้วเดินออกไปยืนคุยโทรศัพท์ห่างจากพวกเขาระยะหนึ่ง


 


 

“นี่ อามุโร่คุง”โมริเรียก

“ครับ?”

“นายนี่ท่าทางจะติดแฟนสินะ”

“เอ๊ะ?”ร่างสูงเลิกคิ้วสงสัยกับคำพูดของอาจารย์ตน

“ก็...เห็นไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยไม่ใช่เหรอ?”

“อะ...เอ่อ...ครับ”

“เฮ้อ ก็เข้าใจน่ะนะความรักของหนุ่มสาวน่ะ อีกอย่างแฟนนายก็สวยด้วยนี่นา”โมริแกล้งแซว

“แหม อาจารย์โมรินี่ละก็...”

“แต่ระวังไว้หน่อยก็ดีนะผู้หญิงน่ะเข้าใจยากที่สุดเลยล่ะ”ชายวัยกลางคนป้องปากกระซิบ

“....”อามุโร่ได้แต่เลิกคิ้วสงสัย


 


 

นี่ๆลุง ผู้หญิงที่ว่าเนี่ยคงไม่ได้หมายถึงภรรยาตัวเองหรอกนะ...โคนันคิด พลางทำสีหน้าเอือมๆใส่ตาลุงที่อยู่ตรงหน้า


 

แต่จะว่าไปเขาก็มีเรื่องสงสัยอยู่เรื่องหนึ่ง การที่เบอร์เบิ้นกับแมร์โลจะทำงานด้วยกันและไปไหนมาไหนด้วยกันมันไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เขาสงสัยว่าทำไมสองคนนี้ต้องแกล้งเป็นแฟนกัน ถ้าบอกว่าเพื่อที่จะได้ทำงานหรือสืบข้อมูลได้ง่ายขึ้นก็ยังพอเข้าใจได้


 

     แต่ว่า...ที่ผ่านมาสิ่งที่เขาเห็นคืออะไร?


 

          ทั้งท่าทางเป็นห่วงเป็นใยกัน...


 

ท่าทางหึงหวงของเบอร์เบิ้นเวลาที่เห็นผู้ชายคนอื่นมายุ่งวุ่นวายกับแมร์โล...


 

ถ้าหากทั้งสองคนแสดงละครต่อหน้าพวกเขา เขาก็คงเชื่อแต่สิ่งที่เขาเห็นทั้งหมดกลับดูเหมือนว่าจะมีอะไรมากกว่านั้น ดูท่าทางระหว่างสองคนนี้คงจะมีอะไรบางอย่างที่ไม่ธรรมดา แต่สิ่งหนึ่งที่เขาไม่อยากจะคิดเลยก็คือ...สองคนนี้เป็นคนรักกันจริงๆ


 

  สมาชิกองค์กรชุดดำน่ะเหรอจะมีความรัก...ไม่มีทาง!!!


 


 


 


 

“3”


 

“2”


 

“1”


 

Zero


 

เสียงเมื่อครู่ทำให้อามุโร่ที่กำลังยืนคุยกับนักสืบโมริชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ท่าทางแปลกๆนั้นไม่มีทางหลุดรอดสายตาของนักสืบวัยประถมตัวน้อยไปได้ ชายหนุ่มค่อยๆหันหลังกลับไปมองตามเสียงก็เห็นเด็กชายคนหนึ่งเดินจูงมือลงลิฟต์ไปพร้อมกับผู้เป็นแม่ เขายืนนิ่งอยู่นานเสียจนโมริจับไหล่เขาและเรียกชื่ออยู่หลายครั้งเขาจึงหลุดจากภวังค์


 

“เป็นอะไรหรือเปล่า? อามุโร่คุง”โมริถาม เมื่อเห็นชายหนุ่มมีท่าทีแปลกๆ

“อะ...ปะ...ครับ คือ...ชื่อเล่นผมคือ ซีโร่ ก็เลยคิดว่ามีคนเรียกน่ะ”

“ทำไมชื่อ ซีโร่ ล่ะ ถ้าจำไม่ผิดนายชื่อ โทโอรุ ไม่ใช่เหรอ?”

“หมายถึงโปร่งใสจนไม่มีอะไรเลยน่ะครับ เลยเป็น ซีโร่ เป็นแค่กฎการตั้งชื่อเล่นๆของเด็กน่ะครับ”


 


 

โคนันหรี่ตามองชายหนุ่มผิวเข้ม เขาไม่เชื่อหรอกว่าชื่อเรียกลอยๆเมื่อกี้นี้จะไม่มีความหมายอะไรเลย


 

                 หรือว่าหมอนี่จะ...


 


 

“เมื่อกี้มีอะไรกันเหรอคะ?”นานามิที่เพิ่งจะคุยโทรศัพท์เสร็จเดินเข้ามาถาม

“อ่อ ไม่มีอะไรหรอก”อามุโร่พูด เขาพยายามทำสีหน้าให้เป็นปกติ


 

นานามิจึงไม่คิดซักไซร้อะไร


 

ทั้งโมริ อามุโร่ และนานามิเดินพูดคุยกันไปตามทางเดินของโรงพยาบาล โดยโคนันเดินตามรั้งท้าย นัยน์ตาสีฟ้าภายใต้กรอบแว่นจ้องมองชายหนุ่มผิวเข้มไม่วางตา


 


 


 


 

“กริ๊ดดดดดดดดดดด”


 


 

แต่แล้วจู่ๆก็มีเสียงร้องดังมาจากห้องพักผู้ป่วย พวกเขาจึงรีบวิ่งไปตามเสียงจนมาถึงหน้าห้องพักผู้ป่วยห้องหนึ่งอามุโร่จึงเคาะประตู


 

“เกิดอะไรหรือเปล่าครับ?”


 

เมื่อไม่มีเสียงตอบรับ เขาจึงตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปแต่สิ่งที่พวกเขาพบก็คือร่างของหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น รอบตัวมีผู้หญิงอีกสามคนพยายามร้องเรียกชื่อของเธอ


 

เมื่อตำรวจมาถึงก็รีบตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที ดูเหมือนว่าจะมีการวางยาพิษในน้ำชากว่าหมอจะมาถึงก็สายไปเสียแล้ว ผู้ตายมาเยี่ยมเพื่อนสมัยเรียนที่กำลังนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลพร้อมกับเพื่อนสมัยเรียนอีกสองคนนานามิจำได้ว่า 2 ใน 3 คนนั้นคือคนที่เจอระหว่างทางเดินที่เบอร์เบิ้นถามถึงคุสึดะ ริคุมิจิ เธอเลือกที่จะยืนดูอยู่ห่างๆ ยกหน้าที่นี้ให้ตำรวจกับนักสืบจะดีกว่า ความจริงเธอก็ไม่คิดว่าแม้แต่ในโรงพยาบาลก็จะมีการฆาตกรรมกันได้


 

เมื่อสืบหาพยานหลักฐานแล้ว ก็ถึงคราวที่ต้องสอบปากคำผู้ต้องสงสัยทั้งสามคน ปรากฎว่าผู้ต้องสงสัยทั้งสามแม้จะเป็นเพื่อนสมัยเรียนกับผู้ตายแต่พวกเธอก็มีเรื่องแค้นเคืองกับผู้ตายจนสามารถใช้เป็นเหตุจูงใจในการฆาตกรรมครั้งนี้ได้


 

เมื่อออกมาจากห้องที่ใช้สอบปากคำ ทั้งสารวัตรเมงูเระ นักสืบโมริ และอามุโร่ก็ออกมายืนคุยกันด้านนอกโดยที่นานามิก็ยืนฟังอยู่ห่างๆ ระหว่างนั้นเธอก็เห็นเด็กสาว ม.ปลายที่คุ้นเคยกันดี เดินตรงมาทางเธอ


 

“อะ...สวัสดีค่ะ อาจารย์นานามิ”เด็กสาวเอ่ยทัก

“สวัสดีค่ะ คุณรัน”ร่างบางยิ้มทักทาย

“อาจารย์มาทำอะไรที่นี่เหรอคะ? หรือว่าไม่สบายตรงไหน”

“เปล่าหรอกจ๊ะ อาจารย์มาเยี่ยมคนรู้จักเป็นเพื่อนอามุโร่เขาน่ะ”

“งั้นเหรอคะ...”

“อาจารย์ได้ยินมาจากคุณโมริว่าคุณแม่ของคุณรันเข้าโรงพยาบาลงั้นเหรอคะ?”

“ค่ะ พอดีคุณแม่ผ่าตัดไส้ติ่งอักเสบนะคะ อะ...ถ้าอาจารย์เจอคุณพ่อละก็...แล้วโคนันคุงล่ะคะ?”รันรีบถาม


 

เธอตามหาโคนันคุงทั่วทั้งโรงพยาบาล


 

“ถ้าโคนันคุงล่ะก็...อยู่นั่นไงจ๊ะ”หญิงสาวปรายตามองไปทางกลุ่มคนที่ยืนคุยกันอยู่ รันมองตามก็ร่างของเด็กแว่นชั้นประถมกำลังคุยอะไรสักอย่างกับสารวัตรเมงูเระ รันไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปหิ้วคอเสื้อเด็กชายทันที


 

“นี่ มัวทำอะไรอยู่น่ะ โคนันคุง พี่ตามหาเธอให้ทั่วโรงพยาบาลเลยนะ”

“พะ...พี่รัน”โคนันยิ้มแห้ง

“ก็บอกแล้วว่ามันอันตรายเถลไถลแบบนั้นน่ะ”รันดุ

“ก็ผม...”


 


 


 


 


 

‘ก็บอกแล้วไงว่ามันอันตราย เลิกไปมีเรื่องได้แล้ว’

‘ก็ผม...’

‘ถ้ามีแผลกลับมาอีกจะไม่รักษาให้แล้วนะ เพราะฉันจะไปอยู่ในที่ที่ไกลแสนไกล’

‘....’

‘ลาก่อนนะ เรย์คุง’


 


 


 

‘ลาก่อนนะ เรย์คุง’


 


 


 


 


 

อามุโร่ยืนมองโคนันที่โดนรันดุ พลางหวนคิดถึงเรื่องราวในวัยเด็กที่เขามักจะไปมีเรื่องชกต่อยกับเด็กคนอื่นเพื่อที่จะหาเรื่องไปพบคุณหมอคนสวยที่คลินิกเป็นประจำ ร่างสูงยืนนิ่งแววตาสั่นไหว คำพูดบอกลาคำสุดท้ายนั้นยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของเขา


 

“โร่...อามุโร่...อามุโร่!!!”นานามิเรียกชื่ออีกฝ่ายอยู่หลายครั้ง


 

ชายหนุ่มผมบลอนด์สะดุ้ง เมื่อมือบางแตะที่ไหล่ของเขา


 

“มีอะไรเหรอ?”

“นายนั่นแหละเป็นอะไร? ฉันเรียกตั้งหลายครั้ง”

“ฉันคิดอะไรเพลินไปหน่อยน่ะ”ชายหนุ่มแก้ตัว


 

“นายไขปริศนาออกหรือยังล่ะ อามุโร่”โมริถาม

“ขนาดอาจารย์โมริยังไขไม่ออกแล้วผมจะไปไขออกได้ยังไงกันล่ะครับ”


 


 

“เอาล่ะ กลับกันได้แล้วจ๊ะ โคนันคุง”รันพูด พร้อมกับดึงแขนเด็กชายให้เดินตามตนมา

“ตะ...แต่ว่า...”


 


 

นานามิหันไปมองท้องฟ้าผ่านทางหน้าต่างของโรงพยาบาล นี่เธออยู่ที่นี่มาหลายชั่วโมงจนท้องฟ้าสีครามเปลี่ยนเป็นสีแดงของยามเย็นเสียแล้ว


 

สีคราม...เปลี่ยนเป็นสีแดงงั้นเหรอ...


 

หญิงสาวฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้ คดีในครั้งนี้เป็นคดีวางยาพิษในน้ำชา ซึ่งน้ำชาแต่ละชนิดที่ผู้ตายและผู้ต้องสงสัยทั้งสามดื่มนั้นก็มีสีแตกต่างกันออกไป เท่าที่เธอฟังจากการค้นพยานหลักฐาน ยาพิษนั้นติดอยู่ที่ขอบปากของถ้วยชา เท่ากับว่าเพื่อนสมัยเรียนทั้งสามคนของผู้ตายก็มีสิทธิ์เป็นคนร้ายทุกคน ถ้าอย่างนั้นวิธีการที่ใช้ก็คงจะ...


 

ร่างบางคิดก่อนจะหันหน้าไปมองชายหนุ่มผมบลอนด์ที่กำลังยืนมองท้องฟ้าในยามเย็นอยู่เช่นกัน เธอเขายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย


 

คงจะรู้แล้วสินะ เบอร์เบิ้น วิธีการที่ใช้ในการฆาตกรรมครั้งนี้น่ะ...


 

ขณะเดียวกันเธอก็เห็นร่างของนักสืบตัวน้อยวิ่งผ่านหน้าไป ด้วยสีหน้าและแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ


 

ท่าทางแบบนั้นเด็กคนนั้นก็คงจะรู้แล้วเหมือนกันสินะ...


 

“จะทำอะไรก็รีบทำเข้าล่ะ เบอร์เบิ้น เพราะเดี๋ยวจะถูกนักสืบตัวน้อยคนนั้นตัดหน้าไปเสียก่อน”นานามิเดินเข้าไปกระซิบกับร่างสูง

“อ่า ฉันรู้แล้วล่ะ”


 


 

พวกเขากลับไปที่ห้องพักผู้ป่วยซึ่งเป็นที่เกิดเหตุอีกครั้งเพื่อทำการไขคดี นานามิยืนฟังข้อสันนิษฐานของนักสืบตัวน้อยอย่างเงียบๆ จนกระทั่งสะกิดใจกับคำพูดของเด็กชาย


 

“ใช่มั้ยล่ะครับ พี่ซีโร่”โคนันพูด แล้วหันไปจ้องหน้าอามุโร่

พี่ซีโร่ เหรอ?”รันขมวดคิ้วสงสัย

“พี่อามุโร่บอกว่าตอนเด็กๆถูกเรียกว่า ซีโร่ นี่ครับ”


 

แต่เจ้าของชื่อกลับยืนนิ่งไม่พูดอะไร เขาเลือกที่จะพูดข้อสันนิษฐานของตนเองจากคำบอกใบ้ของโคนัน และดูเหมือนว่านักสืบทั้งสองจะคอยเป็นลูกมือช่วยกันไขคดีจนสามารถรู้ตัวคนร้ายได้ในที่สุด


 


 

“เชื่อเขาเลยวางยาพิษคนที่มาเยี่ยมไข้ตัวเองเนี่ยนะ”โมริบ่น ขณะที่ทุกคนกำลังเดินออกจากโรงพยาบาล

“ไม่ใช่ว่าที่นี่เป็นโรงพยาบาลต้องสาปเหรอครับ? คิดดูสิมีเรื่องเกิดขึ้นตั้งหลายอย่าง”ทาคางิว่า

“หลายอย่างเหรอ?”อามุโร่สงสัย

“เช่นมีข่าวว่าผู้ประกาศข่าว มิซึนาชิ เรย์นะเข้าโรงพยาบาลบ้างล่ะ เกิดเสียงระเบิดทำให้ผู้คนแตกตื่นแล้วกรูกันเข้ามาในโรงพยาบาลจนได้รับบาดเจ็บบ้างล่ะ”

“หมวดทาคางิครับ ถึงเวลาที่ต้องกลับสำนักงานตำรวจแล้วไม่ใช่เหรอครับ”โคนันรีบพูดขัด ก่อนที่ผู้หมวดหนุ่มจะพูดอะไรมากไปกว่านี้


 

“แล้วรู้จักผู้ชายที่ชื่อ คุสึดะ ริคุมิจิ มั้ยครับ?”อามุโร่ถาม

“คุสึดะ ริคุมิจิ เหรอ? อ่อ...จะว่าไปที่บอกว่ามีเสียงระเบิดดังขึ้นเมื่อหลายวันก่อนหน้านี้ เราเก็บกู้รถได้คันหนึ่ง ผู้ชายที่ชื่อ คุสึดะ ริคุมิจิ นี่แหละเป็นเจ้าของรถ”

“เอ๊ะ?”ชายหนุ่มผมบลอนด์แปลกใจ

“...”นานามิตั้งใจฟัง


 

“ดูเหมือนจะเป็นผู้ป่วยที่โรงพยาบาลนี้ด้วยนะ แต่จู่ๆเขาก็หายตัวไป เป็นคดีที่แปลกจริงๆ ในรถคันที่เสียหายนั่นมีแต่คราบเลือดเต็มไปหมด คราบเลือดที่ไม่ถึง 1 มิลลิเมตรก็มี”


 

             คราบเลือดไม่ถึง 1 มิลลิเมตร...


 

            เป็นเลือดที่พุ่งออกมาด้วยความเร็วสูง...


 

                     ปืนงั้นเหรอ...


 

อามุโร่และนานามิขมวดคิ้ว ดูท่าว่าการตายของคุสึดะ ริคุมิจิ จะไม่ได้เป็นอย่างที่องค์กรเข้าใจเสียแล้ว


 

หลังจากที่หมวดทาคางิกลับไปแล้ว พวกอามุโร่ก็เตรียมตัวจะกลับเช่นกัน


 

“ถ้างั้นเราก็กลับกันเถอะ”โมริหันไปพูดกับลูกสาว

“ค่ะ งั้นหนูไปเรียกแท็กซี่ก่อนนะคะ”

“ถ้าไม่รังเกียจล่ะก็...ให้ฉันไปส่งมั้ยคะ?”นานามิถาม

“เอ๊ะ? แต่อาจารย์กับคุณอามุโร่...”รันพูดด้วยความเกรงใจ

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เนอะอามุโร่”หญิงสาวหันไปถามความเห็นอีกฝ่าย

“ครับ อาจารย์โมริกลับกับพวกผมก็ได้”

“งั้นก็รบกวนด้วยนะ”โมริพูด อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องเสียเวลาโบกแท็กซี่และเสียค่าใช้จ่าย

“ค่ะ...”


 

พวกเขาเดินมาที่ลานจอดรถของโรงพยาบาล ก่อนที่อามุโร่จะเอ่ยขอกุญแจรถจากร่างบางผมสีส้มอ่อน

“ฉันขับให้นะ”

“อ่า ขอบใจนะ”มือบางหยิบกุญแจรถยื่นให้ชายหนุ่ม


 

ทำเอาโคนันและรันแปลกใจว่ารถที่ขับมาวันนี้ไม่ใช่รถคุณอามุโร่เหรอ? และพวกเขาก็ได้คำตอบเมื่ออามุโร่เดินไปปลดล็อกรถคันหนึ่ง เป็นรถสปอร์ตคันหรูสีเงิน


 

“เอ่อ...วันนี้คุณอามุโร่ไม่ได้ขับรถตัวเองมาเหรอคะ?”รันเอ่ยถาม

“อ่อ...ครับ รถคันนี้เป็นของนานามิเขาน่ะ”

“อาจารย์อยากจะเปลี่ยนบรรยากาศหน่อยน่ะ ถ้าไม่เอารถตัวเองออกมาขับเสียบ้างคงจะน้อยใจแย่กันพอดี”นานามิที่นั่งข้างคนขับว่า


 

เพราะเธอมักจะไปไหนมาไหนกับเบอร์เบิ้นด้วยรถสปอร์ตคู่ใจของเขาเสมอ วันนี้เธอเลยอยากเอารถสปอร์ตHonda NSX ของตัวเองออกมาขับบ้าง


 

“เหรอคะ...”

“อึดอัดหรือเปล่าคะ? พอดีรถคันนี้ไม่ได้ออกแบบมาให้นั่งด้านหลังได้ 3 คนน่ะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ เนอะ คุณพ่อ โคนันคุง”

“อืม ก็ไม่ได้อึดอัดมากหรอกครับ”โมริพูด จริงๆเขาก็อึดอัดอยู่บ้างที่ต้องมานั่งเบียดกันในรถแคบๆแบบนี้ แต่ก็เกรงใจเจ้าของรถที่ยอมให้พวกเขาอาศัยนั่งมาด้วย

“แล้วโคนันคุงล่ะจ๊ะ?”หญิงสาวหันไปมองโคนันที่ทำสีหน้าเคร่งเครียดอยู่ตลอดเวลา


 

ความจริงเธอก็คอยสังเกตท่าทีของเด็กคนนี้อยู่ตลอด พอโคนันคุงเห็นเธอกับเบอร์เบิ้นก็มักจะมีท่าทางตกใจ ยิ่งตอนที่หมวดทาคางิพูดเรื่องคุสึดะ ริคุมิจิ เด็กคนนี้ก็มีสีหน้าเคร่งเครียด


 

“อะ...สบายมากครับ”เด็กชายตอบรับเสียงใสตามประสาเด็ก

“เหรอจ๊ะ...”


 


 

เมื่อส่งพวกโคนันที่สำนักงานนักสืบโมริเรียบร้อยแล้ว รถ Honda NSX ก็มุ่งสู่ถนนใหญ่ เพื่อไปยังคอนโดหรูของแมร์โล


 

ตั้งแต่ที่ขับรถออกจากสำนักงานนักสืบโมริระหว่างเบอร์เบิ้นกับแมร์โลก็ไม่ได้มีบทสนทนาอะไรกันอีก นัยน์ตาสีม่วงอมเทาเอาแต่จับจ้องวิวข้องนอกรถ


 

ซีโร่...”แมร์โลเอ่ยออกมาเสียงแผ่ว


 

ชื่อนั้นทำให้ชายหนุ่มผมบลอนด์ชะงักไปครู่หนึ่ง นัยน์ตาสีครามเบิกกว้างแต่ก็พยายามทำตัวตามปกติ แต่ท่าทางผิดปกตินั้นก็ไม่สามารถเล็ดรอดไปจากสายตาของแมร์โลได้ แต่เธอก็เลือกที่จะทำเป็นไม่สนใจ


 

“ทำไมตอนนั้นเด็กคนนั้นถึงเรียกนายว่า ซีโร่ ล่ะ?”

“ฉันก็แค่เผลอพูดเรื่องตอนเด็กของตัวเองให้เด็กคนนั้นฟังน่ะ”นัยน์ตาสีครามปรายตามองร่างบางเล็กน้อย

“...”

“...”

“คราวหลังก็อย่าเผลอพูดเรื่องของตัวเองต่อหน้าเด็กคนนั้นอีกล่ะ ฉันว่าเด็กคนนั้นก็คงจะกำลังสงสัยในตัวนายเหมือนกัน”แมร์โลเอ่ยเตือน

“อ่า รู้แล้วล่ะ...”


 

อามุโร่คิดว่าแมร์โลจะซักไซร้ถามอะไรเขามากกว่านี้เสียอีก แต่ผิดคาดเธอกลับไม่ถามอะไรเขาสักคำ ซึ่งสำหรับเขามันก็เป็นเรื่องที่ดีแต่ก็ใช่ว่าเขาจะวางใจได้ ตอนนั้นเขาก็ไม่คิดเหมือนกันว่านักสืบตัวน้อยคนนั้นจะเรียกชื่อนั้นของเขาออกมาต่อหน้าทุกคน เรียกต่อหน้าคนอื่นก็คงไม่เป็นไรแต่นี่กลับเป็นต่อหน้าแมร์โล เขาผิดเองที่ประมาทเกินไป


 

“เรื่องคุสึดะ ริคุมิจิ นายคิดว่ายังไง?”แมร์โลถาม


 

ตอนแรกเธอคิดว่ามาที่โรงพยาบาลไฮโดเสียเปล่าเสียแล้ว แต่เธอก็ได้ข้อมูลดีๆกลับมาจนได้


 

“ก็มีเรื่องน่าสงสัยอยู่หลายอย่างนะ งั้นฉันขอตามหาชิ้นส่วนของปริศนานี้อีกหน่อยก็แล้วกัน”

“ก็เอาสิ...นายจะได้หายข้องใจเสียทีว่า วิญญาณคนตายมันฟื้นขึ้นมาจากหลุม จริงหรือเปล่า”


 

พวกเขาได้เบาะแสแรกของปริศนามาแล้วและก็คงต้องตามหาเบาะแสของปริศนาชิ้นต่อไป


 

_______________________________________________________________________________________


 

มาแล้วจ้าาาาา ไม่ได้พูดคุยกับรีดทุกคนซะนาน ก็ไม่มีอะไรมากอยากจะฝากให้คอมเม้นท์เป็นกำลังใจกันด้วยนะคะ เนื้อเรื่องช่วงนี้ไม่สนุกยังไงก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ เพราะไรท์เห็นว่าตอนที่แล้วมีคนถอดเฟบไปเยอะจนไรท์ใจหายเลย แต่ก็อยากให้ติดตามและลุ้นกันต่อไปนะคะ


ปล. สำหรับใครที่ส่งสัยว่าหน้าตาของ Honda NSX เป็นยังไง หน้าตาก็จะประมาณนี้ค่ะ เป็นรุ่นปี 2017 เป็นรถสปอร์ตสัญชาติญี่ปุ่น ส่วนราคาไม่ต้องพูดถึง 555



 


 


Cr. Caricos.com


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

118 ความคิดเห็น

  1. #81 AngelOfTheDemons (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 20:03

    สองคนนี้นี่ขนาดคุยงานยังหวานขนาดนี้เลยน้า //อิจค่ะ
    #81
    1
    • #81-1 Arwen(จากตอนที่ 33)
      27 มิถุนายน 2563 / 20:10
      นั่งคุยแบบปกติไม่เป็นค่ะ 555
      #81-1