[ Fic Conan ] Bourbon and Merlot Secret Love

ตอนที่ 31 : Chapter 31 Kaito Kid and the Blush Mermaid

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 383
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    9 มิ.ย. 63


เวลาผ่านไปประมาณ 1 อาทิตย์ อามุโร่ก็กลับมาทำงานที่ร้านปัวโรต์เหมือนเดิม ขณะเดียวกันนานามิก็กลับมาทำหน้าที่เป็นอาจารย์พาร์ทไทม์อีกครั้ง

 

 

“อาจารย์นานามิคะ”

 

เสียงใครบางคนเรียกหญิงสาวจากด้านหลัง เมื่อหันกลับไปก็พบกับลูกศิษย์คนสนิทกำลังเดินมาทางเธอ

 

“คุณรัน คุณโซโนโกะ สวัสดีค่ะ”นานามิเอ่ยทักทาย

“อาจารย์กลับมาสอนเหมือนเดิมแล้วเหรอคะ?”โซโนโกะเอ่ยถาม

“ค่ะ พอดีอาจารย์มีธุระทางบ้านน่ะก็เลยลาหยุด”

“หนูคิดว่าอาจารย์จะเป็นอะไรไปหลังจากเรื่องบนรถไฟด่วน Bell Tree เสียอีก”รันพูดด้วยสีหน้ากังวล

“อาจารย์ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ไม่ต้องห่วงนะ”ร่างบางพูดพลางส่งยิ้มให้ หวังให้เด็กสาวคลายกังวล

“ถ้าอาจารย์ไม่บอกว่าไปทำธุระล่ะก็...หนูคิดว่าอาจารย์ไปดูแลคุณอามุโร่ที่กำลังไม่สบายเสียอีกนะคะ”โซโนโกะว่าพลางยิ้มกรุ้มกริ่ม

“ฮะๆๆ อามุโร่เขาดูแลตัวเองได้อยู่แล้วล่ะจ๊ะ”หญิงสาวหัวเราะน้อยๆ

“ถ้างั้นวันนี้อาจารย์ก็คงจะไปร้านปัวโรต์สินะคะ”

“ใช่จ๊ะ”นานามิพยักหน้า

“ถ้าอย่างนั้นไว้เจอกันตอนเย็นนะคะ”รันพูด พร้อมทั้งค้อมหัวให้เล็กน้อยก่อนจะเดินออกไปพร้อมโซโนโกะ

 

นานามิได้แต่มองตามหลังเด็กสาวพลางยกยิ้ม

 

ชอบเป็นห่วงคนอื่นอยู่เรื่อยเลยนะ...สมแล้วที่เป็น Angel ของเบลม็อท...

 

 

 

 

 

 

 

 

“เอ๊ะ? จอมโจรคิดเหรอ?”รันร้องถาม เรียกความสนใจให้กับคนในร้าน

“ใช่แล้วล่ะ ท่านลุงจิโรคิจิน่ะบอกว่าจะจัดแสดงอัญมณีชดเชยเรื่องบนรถไฟด่วน Bell Tree น่ะ เพื่อที่จะหลอกล่อท่านคิดออกมาน่ะ”โซโนโกะพูดอย่างออกรส

 

ตอนนี้ทั้งรันและโซโนโกะกำลังนั่งอยู่ในร้านปัวโรต์พ่วงมาด้วยโคนันที่กำลังนั่งดื่มน้ำส้มอยู่ข้างๆ ฟังสองสาวพูดคุยกันตามประสาผู้หญิงด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย แต่หัวข้อสนทนาครั้งนี้เรียกความสนใจจากเด็กชายได้ไม่น้อย

 

“งั้นเหรอ...”

“ว่าแต่ว่าเรื่องอุบัติเหตุระเบิดบนรถไฟด่วน Bell Tree น่ะ มันเกิดจากอะไรกันแน่นะ”เด็กสาวผมน้ำตาลตั้งข้อสงสัย

 

ทำเอาอามุโร่ที่ยืนชงกาแฟอยู่ตรงเคาน์เตอร์และนานามิที่กำลังนั่งจิบกาแฟอยู่ชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

“อาจจะเกิดจากการที่ตัวขบวนรถมีปัญหาก็ได้นะ”รันพูด

“เหรอ...”

 

ไม่ใช่หรอก ทุกอย่างที่เกิดขึ้นน่ะเป็นฝีมือของพวกองค์กรชุดดำต่างหากล่ะ...

 

โคนันคิด พลางเหลือบสายตาไปสองหนุ่มสาวที่อยู่ตรงเคาน์เตอร์ แต่คำพูดของโซโนโกะก็ทำเอาเขาหลุดจากภวังค์

 

“จริงสิ...อาจารย์นานามิกับคุณอามุโร่สนใจจะไปดูงานจัดแสดงด้วยกันมั้ยคะ?”

“เอ๊ะ? พวกผมเหรอครับ”อามุโร่ถาม

“ค่ะ ฉันคิดว่าคุณอามุโร่ก็คงจะสนใจ ก็นักสืบก็ต้องคู่กับจอมโจรสิคะ”

 

อามุโร่เพียงแค่ยิ้มรับบางๆเท่านั้น ก่อนจะพูดต่อ

 

“ไม่ดีกว่าครับ วันนั้นผมมีธุระเสียด้วยสิ”

“งั้นเหรอคะ...น่าเสียดายจัง”โซโนโกะว่า

 

ที่เธออยากจะเห็นน่ะคือ ชายหนุ่มหน้าตาดีสองคนมาเจอกันสักครั้ง โดยเฉพาะท่านคิดกับคุณอามุโร่ นักสืบกับจอมโจรน่ะเป็นของคู่กัน

 

“ถ้าพูดถึงนักสืบทำไมไม่ลองชวนคุณเซระล่ะ”รันถาม

“นั่นสินะ...ไว้ลองชวนดูดีกว่า”

 

นานามิเหลือบสายตามองสองสาวม.ปลายครู่หนึ่ง

 

“แล้วอาจารย์นานามิล่ะคะ...สนใจจะไปด้วยกันมั้ย?”โซโนโกะหันไปถาม

“ก็น่าสนใจดีนะ”นานามิพูด พลางยกยิ้ม

 

คำตอบของร่างบางทำเอาชายหนุ่มผมบลอนด์ชะงักและมองหน้าเธออย่างไม่เข้าใจ

 

เธอคิดอะไรอยู่...

 

“เห~ อาจารย์นานามิก็สนใจท่านคิดเหมือนกันเหรอคะเนี่ย”

“ก็นิดหน่อยนะ”

“ถ้างั้นก็ตกลงตามนี้นะคะ”

“จ๊ะ...”ร่างบางพยักหน้ารับ

 

หลังจากที่รันและโซโนโกะเลิกให้ความสนใจกับพวกเขา อามุโร่ก็หันไปกระซิบกับหญิงสาว

 

“นี่ เธอคิดอะไรอยู่?”

“หืม? เรื่องอะไรล่ะ”นานามิถามด้วยน้ำเสียงยียวน ทำเป็นไม่เข้าใจสิ่งที่ชายหนุ่มถาม

“นานามิ...”อามุโร่เรียกชื่อเสียงเข้ม

 

เขาไม่เชื่อหรอกว่าแมร์โลจะสนใจจอมโจรคิดจริงๆ...

 

“หึๆๆ ที่ฉันสนใจน่ะไม่ใช่จอมโจรคิดหรอกแต่เป็นคนที่จะไปร่วมงานจัดแสดงครั้งนี้ด้วยต่างหากล่ะ”นานามิกระซิบตอบ

 

“คนไปร่วมงานเหรอ? หมายถึง...เซระ มาสึมิน่ะเหรอ”อามุโร่เริ่มเข้าใจขึ้นมาบ้าง ที่แมร์โลตอบตกลงไปดูงานจัดแสดงครั้งนี้คงเป็นเพราะอยากไปสืบเรื่องเด็กคนนั้นสินะ

“ใช่...เป็นไงจะเลิกทำตัวหึงไม่เข้าเรื่องได้หรือยัง”หญิงสาวแกล้งหยอก

“หึ...แฟนเราสนใจผู้ชายคนอื่นก็ต้องหึงเป็นธรรมดาสิครับ”ชายหนุ่มยกยิ้ม ในตอนนี้เขาสวมหน้ากากเป็นอามุโร่ โทโอรุ ฉะนั้นเขามีสิทธิ์ที่จะแสดงความเป็นเจ้าของกับเธอ

“ทำตัวเป็นเด็กไปได้...”

“ยังไงก็ตาม มีเรื่องอะไรก็ช่วยมาบอกกันด้วยก็แล้วกันนะครับ”

“อ่า...ถ้ามีอะไรน่าสนใจน่ะนะ”หญิงสาวพูด นัยน์ตาสีม่วงอมเทาปรายตามองเด็กแว่นชั้นประถมที่กำลังมีสีหน้าเคร่งเครียดเมื่อมีคนพูดถึงจอมโจรคิด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“นี่ ฉันจะแสดงมายากลให้ดูนะ”โซโนโกะพูด แล้วกระป๋องน้ำอัดลมขึ้นมาให้ดู

 

ตอนนี้โซโนโกะ โคนัน รันและเซระ กำลังยืนอยู่หน้าพิพิธภัณฑ์ที่ใช้จัดแสดงอัญมณีที่จะใช้ล่อจอมโจรคิดในครั้งนี้ เพื่อรอเวลาเปิดพิพิธภัณฑ์

 

“กลอะไรเหรอ?”รันถาม

 

โซโนโกะเขย่ากระป๋องน้ำอัดลมที่บี้แบนเพื่อแสดงให้ดูว่าไม่มีอะไรและทำท่าออกแรงเหมือนใช้พลังจิตทำให้กระป๋องกลับคืนรูปเดิม

 

“เธอทำได้ยังไงน่ะ โซโนโกะ”รันมีสีหน้าตื่นเต้น

“ไม่บอกหรอก วันนี้ฉันจะแสดงกลนี้ให้ท่านคิดดูเอาให้เขาตกใจไปเลย”

“ผมว่าเขาไม่ตกใจหรอกครับ”โคนันแย้ง พร้อมจับมือของหญิงสาวขึ้นมา พบว่ามีสติกเกอร์สีดำติดอยู่ที่นิ้วโป้ง

“ผมว่าพี่โซโนโกะคงจะใช้ไขควงหรืออะไรแหลมๆเจาะรูที่กระป๋องแล้วก็เทโค้กออกครึ่งหนึ่งหลังจากนั้นก็ใช้กาวอุดแล้วบี้กระป๋อง และเพื่อแสดงให้เห็นว่ากระป๋องถูกเปิดแล้วก็ใช้สติกเกอร์สีดำแปะเอาไว้ยังไงล่ะครับ”

“อย่างนี้นี่เองเพราะงั้นตอนที่เขย่ากระป๋องเพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่มีอะไรอยู่ข้างในโค้กก็จะกลายเป็นฟองแล้วปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา แก๊สจะดันให้กระป๋องกลับคืนรูปเดิม แล้วก็ใช้นิ้วแกะสติ๊กเกอร์ที่ฝากระป๋องก็จะทำให้ดูเหมือนว่ากระป๋องโค้กกลับมาเป็นกระป๋องใหม่ ใช่มั้ยโคนันคุง?”เซระเสริม

“ผมเห็นเขาแสดงกลนี้ในทีวีน่ะครับ”โคนันยิ้มแห้งๆ พลางแก้ตัว

 

“รัน ทำไมเธอจะต้องพาเจ้าเด็กแสบนี่มาด้วยห๊ะ!!!”โซโนโกะถามอย่างหงุดหงิด

“ก็แหม...คนที่ชวนมาก็คือท่านลุงจิโรคิจิของเธอเองไม่ใช่เหรอ? เพราะเขาบอกว่าโคนันคุงคือ มือปราบจอมโจรคิดนี่นา”รันว่า

 

 

 

“ขอโทษที่ทำให้รอนะ”

 

เสียงของใครบางคนดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทุกคนหันไปมองก็พบกับร่างบางของเจ้าของนัยน์ตาสีม่วงอมเทากำลังเดินมาทางพวกเขา ทำเอาโคนันแทบจะเปลี่ยนสีหน้าไปในทันที

 

“อาจารย์นานามิ มาด้วยเหรอฮะ?”เซระถาม

“จ๊ะ ก็คุณโซโนโกะเขาชวนมาน่ะ”

“เห? อาจารย์ก็สนใจจอมโจรคิดเหรอเนี่ย”เซระทำหน้าแปลกใจ

“ก็นิดหน่อยนะ...”นานามิยิ้มบางๆ

“แบบนี้คุณอามุโร่ไม่หึงแย่เหรอคะเนี่ย?”เด็กสาวผมสั้นสีน้ำตาลแกล้งแหย่

“รายนั้นน่ะเหรอ...”

 

นานามิไม่อยากจะคิด ถึงจะบอกว่ามาที่นี่เพราะสนใจเรื่องอื่นไม่ใช่เรื่องของจอมโจรใต้แสงจันทร์ อามุโร่ก็ยังมีท่าทีหงุดหงิดไม่หาย จนเธอก็ไม่รู้จะง้อยังไงได้แต่ปล่อยไปเฉยๆก่อนแล้วค่อยอธิบายให้ฟังทีหลัง

 

“ฮะๆๆ คงจะหึงน่าดูเลยสินะคะ”โซโนโกะเดาได้ไม่ยาก เพราะที่ผ่านมาก็จะเห็นว่าคุณอามุโร่แทบจะหึงผู้ชายทุกคนทึ่เข้าใกล้อาจารย์นานามิด้วยซ้ำ

 

“ก็นะ...”

 

“แต่ที่ฉันแปลกใจน่ะคือคุณเซระต่างหากล่ะ ไม่คิดว่าคุณเซระจะสนใจจอมโจรคิดด้วย”รันพูด

“ไม่ได้สนใจหรอก แต่โฮมส์ก็ต้องมีศาสตราจารย์มอริอาตี้ อาเคจิ โคโกโร่ก็ต้องมีปีศาจยี่สิบหน้า นักสืบก็ต้องมีคู่ปรับปริศนาเป็นของคู่กันอยู่แล้วจริงมั้ยล่ะ?”เซระพูด

“งั้นเหรอ...”

“แล้วฉันก็อยากถามเธอเรื่องหมวกใบนี้ด้วยน่ะ”เด็กสาวว่า พลางชูหมวกที่ตนเองสวมอยู่ให้อีกฝ่ายดู

“เอ๋...แต่ว่าฉันแค่เก็บได้ตรงแถวๆทางเดินบนรถไฟเท่านั้นเองนะ”

“ถ้างั้นไม่เห็นเขาเหรอ...ผู้ชายตัวสูงๆที่ใส่ชุดสีดำ ใส่หมวกสีดำ แล้วก็มีแผลไฟไหม้ที่แก้มขวาน่ะ”

“ไม่เห็นหรอก”เด็กสาวผมดำส่ายหน้า

 

นานามิหรี่ตามองเด็กสาวทอมบอยตรงหน้า เธอรู้ดีว่าผู้ชายที่เซระพูดถึงหมายถึงใครแต่นั่นก็เป็นเบลม็อทที่ปลอมตัวเป็นอากาอิ ชูอิจิเท่านั้น ถ้าหากเซระเห็นใบหน้าตอนแปลงโฉมของเบลม็อท ก็หมายความว่าเด็กคนนี้กับอากาอิมีส่วนเกี่ยวข้องกันจริงๆ

 

แต่ก่อนที่เซระจะได้ถามอะไรมากกว่าร่างท้วมของชายวัยกลางคนคนหนึ่งก็เดินเข้ามาทักทาย

 

“ไง...สาวๆมากันแล้วงั้นเหรอ ขอโทษเรื่องที่เกิดบนรถไฟด่วน Bell Tree ด้วยนะ”

“ท่านลุงจิโรคิจิ...”

“อ้าว...แล้วสุภาพสตรีคนนี้ล่ะเป็นใคร?”ชายวัยกลางคนถาม เพราะเขาไม่คุ้นหน้าผู้หญิงตรงหน้าเลย

“หนูขอแนะนำให้รู้จักนะคะ นี่อาจารย์สอนพาร์ทไทม์ที่โรงเรียนของหนูชื่อ อาจารย์นานามิค่ะ”โซโนโกะเอ่ยแนะนำและผายมือไปทางหญิงสาวผมสีส้มอ่อน

“คุโรชิยะ นานามิค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก”ร่างบางค้อมศีรษะเล็กน้อยเป็นการทักทาย

“ยินดีที่ได้รูจักครับ ผมชื่อซึซึกิ จิโรคิจิเป็นลุงของโซโนโกะ”

 

หญิงสาวพยักหน้ารับ

 

“ถ้ายังไงก็เชิญเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ก่อนเถอะ”

 

เมื่อเดินเข้าไปก็เห็นกลุ่มคนแออัดกันอยู่ในพิพิธภัณฑ์ตามส่วนต่างของงาน แต่ก็มีห้องหนึ่งที่คนแออัดกันมากกว่าปกติในห้องนั้นมีคู้ปลาขนาดใหญ่และมีคนมุงดูอยู่จำนวนมาก

 

“มีคนมุงหน้าตู้กระจกเยอะเลยนะคะ”รันพูด

“จะว่าไปนั่นมัน...ตู้ปลาเหรอคะ?”โซโนโกะถาม

“ใช่แล้ว ครั้งนี้สิ่งที่เจ้านั่นหมายตาก็คือ Red Diamond ที่ติดอยู่ที่หลังของเต่าตัวนี้ นางเงือกขี้อายยังไงล่ะ”

 

นายทุนซึซึกิพูดพร้อมกับเดินนำพวกโซโนโกะไปยังตู้กระจกขนาดใหญ่ กลุ่มคนที่ยืนออกันอยู่ที่ด้านหน้าตู้ก็พร้อมใจกันหลีกทางให้ ทำให้พวกเธอเห็นสิ่งที่อยู่ในตู้กระจกชัดขึ้น มันเป็นเต่าขนาดประมาณ 10 เซนติเมตร ที่มีอัญมณีสีแดงติดอยู่ที่กระดอง

 

“อย่าบอกนะคะว่าคราวที่แล้วท่านลุงคิดจะแสดงเต่าตัวนี้บนรถไฟด่วน Bell Tree น่ะ”

“ใช่แล้วล่ะ ตู้นี้น่ะทำจากกระจกที่แข็งมาก ด้านหลังมีกำแพงคอนกรีตหนา 2 เมตร ด้านข้างกับด้านบนเป็นตาข่ายที่ทำจากโลหะผสมชนิดพิเศษ แถมเป้าหมายของเจ้านั่นยังว่ายไปมาต่อให้เป็นจอมโจรใต้แสงจันทร์ก็ไม่มีทางขโมยไปได้หรอก”ชายวัยกลางคนพูดพลางยิ้มร่า

 

“รสนิยมแย่เป็นบ้าเลย...”เซระพึมพำ

 

เป็นคนที่พิลึกจริงๆ...นานามิคิด

 

“ว่ากันว่าเต่าตัวนี้น่ะมีที่มาที่ไปด้วยนะ พวกเธอน่าจะเคยได้ยินเมื่อครึ่งปีก่อนมีดาราสาวชาวอิตาเลียนคนหนึ่งที่ตายในอุบัติเหตุเรือล่มเต่าตัวนี้เป็นของดาราสาวคนนั้นมีชื่อว่า โปเซดอน น่ะ”

“โปเซดอนเหรอ?”

“เป็นชาวอิตาเลียนแต่ตั้งชื่อเต่าว่าโปเซดอนเหรอคะ?”นานามิถาม

“มีอะไรงั้นเหรอคะ? อาจารย์นานามิ”เด็กสาวผมน้ำตาลเอ่ยถามอย่างสงสัย

“โปเซดอนเป็นชื่อของเทพเจ้ากรีกใช่มั้ยล่ะ แต่ถ้าเป็นเป็นชาวอิตาเลียนก็จะนับถือแบบโรมันดังนั้นเธอน่าจะตั้งชื่อเต่าว่า เนปจูน มากกว่าน่ะสิ”อาจารย์สาวอธิบาย

“เหรอคะ...”

“แต่ว่าเรื่องการตั้งชื่อมันก็แล้วแต่คนน่ะนะ”

 

โคนันยืนฟังอยู่ก็คิดว่าหญิงสาวพูดมีเหตุผลแต่ก็เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น

 

“แล้วทำไมถึงต้องติดอัญมณีไว้ที่หลังของเต่าด้วยล่ะคะ?”รันถาม

“ว่ากันว่าก่อนที่เรือจะจมดาราสาวคนนั้นใช้กาวติดอัญมณีที่หลังของเต่าเพราะหวังว่าจะมีใครสักคนรับมันไปดูแลอัญมณีอันนี้ก็เหมือนแทนคำขอบคุณที่ดูแลเต่ายังไงล่ะ”

“...”

“แล้วสุดท้ายโชคชะตาก็นำพาเจ้าเต่าตัวนี้และนางเงือกขี้อายมาถึงมือฉันจนได้”

 

ตาลุงนี่คิดจะดวลกับคิดในช่วงที่อัญมณียังติดอยู่ที่หลังเต่าสินะเนี่ย...โคนันคิด

 

 

 

พวกเขายืนดูเต่าในตู้กระจกกันอยู่สักพักหนึ่งก็มีเสียงตะโกนโหวกเหวกโวยวายของใครบางคนดังขึ้น

 

“เอาล่ะ หมดเวลาเข้าชมแล้วให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปให้หมด!!!”ชายวัยกลางคนคนหนึ่งตะโกนใส่โทรโข่งเสียงดังลั่น

 

“ใครกันน่ะ?”เซระถาม

“อ่อ สารวัตรนากาโมริจากแผนกสืบสวนที่ 2 เขาเป็นคนรับผิดชอบเรื่องคดีของจอมโจรคิดน่ะ”รันบอก

“เหรอ...”เซระเหลือบมองชายวัยกลางคนที่ตะโกนใส่ฝูงชนและพยายามไล่พวกเขาออกไปจากห้องจัดแสดง

 

“คุณด้วยไม่ได้ยินหรือไง!!!”สารวัตรนากาโมริเดินตรงมาทางหญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีส้มอ่อน

“....”นานามิยืนนิ่งไม่พูดอะไร เธอมีสิทธิ์ที่จะอยู่ท่ีนี่เพราะเธอไม่ใช่คนนอก

“แล้วก็แกด้วยเจ้าหนุ่ม...”มือหนาเอื้อมไปหยิกแก้มใครอีกคนหนึ่ง

“โอ๊ย!!! เจ็บๆๆ”เด็กสาวทอมบอยร้องโอดโอย

 

“อาจารย์นานามิกับคุณเซระไม่ใช่คนนอกเสียหน่อย”โซโนโกะแย้ง

“อาจารย์นานามิเป็นอาจารย์ที่โรงเรียนของหนูส่วนคุณเซระเป็นเพื่อนร่วมชั้นต่างหากล่ะคะ”รันอธิบาย

 

“ไม่เป็นไรหรอก ยังไงซะผมกับอาจารย์นานามิก็เพิ่งจะเคยเจอกับสารวัตรเป็นครั้งแรกแล้วที่ดึงหน้าก็เพื่อที่จะพิสูจน์ว่าเป็นจอมโจรคิดปลอมตัวมาหรือเปล่าเท่านั้นเอง เนอะ”เซระพูด แล้วกระแทกเข่าเข้ากลางเป้าทำเอาสารวัตรนากาโมริหน้าถอดสี เหงื่อแตกพลั่ก คนอื่นก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆกับการเอาคืนของเซระ

 

“คุณสารวัตรเหงื่อออกเยอะขนาดนี้ก็คงไม่ได้ปลอมตัวมาเหมือนกันสินะ”

 

 

“เฮ้!!! รัน”

“อะ คุณพ่อไหนบอกว่าจะไม่มาไงคะ?”

“พ่อเกิดเปลี่ยนใจน่ะ แล้วก็...แอบห่วงลูกด้วย”โมริพูดพลางกวาดตาไปรอบๆห้องจัดแสดง

“แอบห่วงเหรอคะ...”รันทำสีหน้าเอือมๆ นี่พ่อของเธอคิดอะไรอยู่นะ

“อ้าว...อาจารย์นานามิมาด้วยเหรอครับ?”โมริเอ่ยทัก เมื่อเห็นหญิงสาวเจ้าของนัยน์ตาสีม่วงอมเทายืนอยู่กับพวกลูกสาวตน

“ค่ะ...พอดีรู้สึกสนใจนิดหน่อยน่ะค่ะ”

“อามุโร่คุงไม่มาด้วยเหรอครับ?”ชายวัยกลางคนรู้สึกแปลกใจเพราะโดยปกติแล้วลูกศิษย์ของเขามักจะไปไหนมาไหนกับผู้หญิงคนนี้เสมอ

“พอดีว่าเขาติดธุระน่ะค่ะ”

“งั้นเหรอครับ...”

 

 

“เอาล่ะ ทุกคนยืนดูเงียบๆอย่ารบกวนการทำงานของตำรวจเขาล่ะ”นายทุนซึซึกิบอก

“ค่ะ...”

 

ระหว่างรอเวลาเซระก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อน โซโนโกะแนะนำให้ไปเข้าห้องน้ำที่ชั้น 1 เพราะห้องน้ำชั้นที่พวกเธออยู่มีคนเยอะ

 

พอใกล้ถึงเวลาก็มีเสียงเชียร์คิดดังขึ้นเรื่อยๆ

 

“เสียงเชียร์คิดสุดยอดไปเลยนะ”เซระพูด

“อีกกี่นาทีท่านคิดถึงจะมาเหรอ?”โซโนโกะถาม

“แปปนึงนะ...เอ๊ะ?”รันหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อจะดูเวลาแต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นความผิดปกติ เธอจึงเดินออกมาวงนอกเพื่อเช็คโทรศัพท์ โคนันก็ตามมาดู

“มีอะไรงั้นเหรอคะ? คุณรัน”นานามิที่ยืนดูอยู่ห่างๆเอ่ยถาม เมื่อเห็นท่าทีแปลกของลูกศิษย์

“เอ่อ...คือว่า...”รันพูดยังไม่ทันจบก็เกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้น

 

เสียงเอะอะโวยวายด้วยความตกใจดังขึ้น เมื่อพรมกลางห้องถูกดึงขึ้นกลุ่มคนที่ยืนอยู่ก็ถูกลากให้ไปกระแทกกับตู้ปลาเข้าอย่างจัง ตู้ปลาขนาดใหญ่ถูกคลุมด้วยพรม

 

“เอ๋!!!”รันตกใจ

 

นานามิก็มีสีหน้าไม่ต่างกันนักกับเหตุการณ์ที่เหนือความคาดหมาย

 

“Three”

 

“Two”

 

“One”

 

สิ้นเสียงนับเลขพรมก็ถูกคลายลง

 

“อัญมณี...อัญมณีล่ะ”เซระร้องถาม

“หะ...หายไปแล้ว”รันว่า

 

ทุกคนตื่นตระหนกเมื่อเต่าและอัญมณีนางเงือกขี้อายได้อันตรธานหายไปต่อหน้าต่อตา

 

“มีการ์ดของคิดอยู่ในตู้ปลาด้วยล่ะค่ะ”

 

 

‘นางเงือกขี้อายได้สลายกลายเป็นฟองและมาอยู่ในมือของฉันแล้ว’

จอมโจรคิด

 

 

“ว่าไงนะ!!!”

 

 

จอมโจรคิด...หมอนั่นทำได้ยังไงเนี่ย...โคนันนึกเจ็บใจ

 

 

นายทุนซึซึกิยืนมองอยู่ห่างๆและเห็นการ์ดของปักอยู่บนพื้นตรงหน้าเขา จึงหยิบขึ้นมาอ่าน

 

“มันเขียนว่ายังไง?”สารวัตรหนุ่มถาม

“ขอรับนางเงือกขี้อายไปล่ะนะ”

“หา!!!”

 

“ไม่จริงเป็นไปไม่ได้...”ซึซึกิ จิโรคิจิพูดด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก รีบสั่งให้คนเปิดตู้ปลา แล้วใช้บันไดปีนขึ้นไปด้าบบนของตู้ปลาเพื่อเช็คให้แน่ใจ

“เป็นยังไงบ้างคะ? ท่านลุง”เด็กสาวผมน้ำตาลถาม

“เป็นไงอัญมณียังอยู่หรือเปล่า?”สารวัตรนากาโมริถาม

“แย่ล่ะสิ ไม่อยู่เสียแล้ว”

 

 

สมกับเป็นจอมโจรใต้แสงจันทร์จริงๆ...นานามิเหยียดยิ้ม

 

เมื่อเห็นว่าการขโมยของจอมโจรคิดสำเร็จเสียงเชียร์ของคนในงานจัดแสดงก็ดังยิ่งขึ้นไปอีก

 

“ชิ ทำไมมีแต่เสียงเชียร์คนร้ายเนี่ย”สารวัตรนากาโมริว่าอย่างหงุดหงิด

 

“ก็นะ...ตู้ปลานี้ทำจากกระจกที่แข็งมาก ด้านหลังมีกำแพงคอนกรีตหนา 2 เมตร ด้านข้างกับด้านบนเป็นตาข่ายที่ทำจากโลหะผสมชนิดพิเศษ ก็เลยใช้พรมคลุมตู้แล้วก็ซ่อนจากสายตาของพวกเราแล้วก็ขโมยเต่ากับอัญมณีไปได้อย่างสวยงามด้วยนะ”โมริพูด

“แล้วคุณรู้เรื่องตู้ปลาได้ไงเนี่ย”

“ก็มันมีในข่าวไม่ได้ดูหรือไง”

 

“แต่มันจะมันเตรียมตัวดีไปหน่อยเหรอ?”เซระแย้งเรียกความสนใจจากทุกคนในห้อง

 

“ถึงกับซ่อนเส้นด้ายเอาไว้ในพรม แล้วใช้ตะขอที่ห้อยกับโคมไฟเกี่ยวเอาเส้นด้ายกับพรมขึ้นมาน่ะ”

 

ได้คำตอบจากนายทุนซึซึกิว่ามีช่างซ่อมโคมไฟสองคนเข้ามาในห้องจัดแสดงนี้ในช่วงที่กำลังมีการจัดงานแสดงจึงเป็นไปได้ว่าช่างซ่อมสองคนนั้นจะเป็นจอมโจรคิดและผู้ช่วย

 

“ดูเหมือนว่าการดวลครั้งนี้ฉันจะเป็นฝ่ายแพ้นะ เอาล่ะ แยกย้ายได้แล้ว มันคงไม่อยู่แล้วล่ะ”นายทุนซึซึกิพูด

“มันอาจจะกำลังซ่อนตัวอยู่ในที่จัดแสดงก็ได้นะ”เด็กสาวทอมบอยยื่นมือมาหยิกแก้มชายวัยกลางคนเพื่อพิสูจน์ว่าเขาปลอมตัวมาหรือเปล่า

“อะไรนะ...!?”

“ก็ตามปกติจอมโจรคิดน่ะจะต้องหายตัวไปในความมืดหรือไม่ก็ควันพลางตาไม่ใช่หรือไง แต่ว่าครั้งนี้ไฟยังติดอยู่แถมมันยังไม่ปรากฏตัวมาให้เห็น ถ้าเจ้าคิดมันสามารถขโมยเต่ากับอัญมณีไปได้จริงๆล่ะก็มันก็คงยังอยู่ในห้องจัดแสดงนี้แน่นอน ตำรวจที่เฝ้าอยู่ตรงทางออกก็ยังไม่ได้ขยับไปไหนเสียด้วย ฉะนั้นก็เลยอยากจะให้ลองหยิกแก้มทุกคนในห้องนี้แบบที่ผมเพิ่งทำไปเมื่อกี้เพื่อหาว่าเป็นคิดปลอมตัวมาหรือเปล่า แต่ถ้าจะให้หยิกแก้มสาวๆก็คงจะดูน่าสงสารเกินไปงั้นก็แบ่งกลุ่มแล้วค้นตัวกันดีมั้ยล่ะ?”

 

นานามิ รัน และโซโนโกะหันมองหน้ากัน

 

 

“ค้นตัวเหรอ?”โซโนโกะสงสัย

“ถ้าเป็นเจ้าคิดต้องมีเต่ากับอัญมณีติดตัวอยู่แน่”เซระพูดด้วยความมั่นใจ

“ถ้างั้นคุณเซระก็ต้องมารวมกลุ่มการค้นตัวกับพวกเราด้วยสิ”

“เอ๋!!! จะดีเหรอที่ให้ผมอยู่กลุ่มค้นตัวกลุ่มเดียวกับพวกเธอน่ะ”

“ดีสิ เดี๋ยวฉันจะค้นตัวเธอให้หมดทุกซอกทุกมุมเลย”เด็กสาวผมสั้นยิ้มกริ่ม

“ถ้างั้นจะเริ่มจากใครก่อนดีล่ะ?”รันถาม

“ถ้าเรียงตามอายุก็ต้องเป็นพี่สาวก่อน ตามด้วยผม แล้วก็พวกเธอสองคนสินะ”เซระพูด

 

พี่สาวเหรอ...? นานามินึกเอะใจ

 

“เดี๋ยวก่อนนะ คุณเซระเมื่อกี้เธอเรียกฉันว่ายังไงนะ?”นานามิถาม

“เอ๊ะ? เอ่อ...”เด็กสาวอ้ำอึ้ง

“เมื่อกี้...ทำไมคุณเซระเรียกอาจารย์นานามิว่าพี่สาวล่ะ?”รันถาม เพราะโดยปกติคุณเซระจะเรียกอาจารย์นานามิว่าอาจารย์เหมือนกับเธอและโซโนโกะ

“พอดีว่าผมเผลอไปน่ะ ก็ไม่ได้อยู่ในเวลาเรียนแล้วก็อาจจะเผลอหลุดปากไปบ้าง ฮะๆๆ”

“แล้วก็นะ...เธอน่ะรู้ได้ยังไงว่าพวกฉันเกิดวันไหนหรือว่าเดือนอะไรน่ะ?”โซโนโกะถาม

“แหม...ก็คุณเซระเป็นนักสืบนี่”เด็กสาวผมยาวสีดำว่า

 

หญิงสาวผมสีส้มอ่อนหรี่ตามองอีกฝ่าย โคนันก็จ้องท่าทีแปลกๆนั้นไม่วางตา

 

เมื่อการค้นตัวเสร็จเรียบร้อย ปรากฎว่าไม่มีใครมีเต่าและอัญมณีอยู่กับตัวเลย ตรวจเช็ครอบๆห้องและลองปล่อยน้ำออกจากตู้ปลาแล้วก็ยังไม่พบอะไร

 

“รู้อะไรบ้างหรือยังจ๊ะ? โคนันคุง”หญิงสาวเจ้าของนัยน์ตาสีม่วงอมเทาเอ่ยถาม

“ก็ยังไม่รู้อะไรมากหรอกครับ”

“เธอเป็นถึงมือปราบจอมโจรคิดเธอน่าจะรู้อะไรบ้างแล้วนะ”

“แฮะๆๆ”เด็กชายหัวเราะแห้งๆ

 

“เอ๋!!! ไม่ใช่นะ ฉันไม่ใช่จอมโจรคิด”

 

เสียงโวยของรันเรียกความสนใจของทั้งสอง

 

“ก็ฉันเห็นแปปนึงน่ะสิก่อนที่พรมจะถูกดึงขึ้นคุณค่อยๆถอยห่างจากพวกฉันไปน่ะสิ”โซโนโกะทำมือป้องปาก

“เอ๊ะ? แต่ว่า...”

“ที่ถอยห่างออกไปน่ะ เพราะรู้ว่าพรมจะถูกดึงขึ้นเพื่อไม่ให้ถูกพรมรวบเข้าไปใช่มั้ยล่ะ?”

“ไม่ใช่นะ!!! นั่นน่ะเป็นเพราะว่าโซโนโกะถามเวลาฉัน ฉันก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะดูให้น่ะ แต่โทรศัพท์ของฉันมันดับสนิทเลยต่างหากล่ะ”รันรีบอธิบายก่อนที่เพื่อนสาวจะเข้าใจผิดไปมากกว่านี้

 

“จริงเหรอครับ?”โคนันถาม

“จ๊ะ พี่ก็เลยคิดว่าสัญญาณไม่ดีก็เลยเดินไปทางหน้าต่าง แต่ว่าโคนันคุงก็เดินตามพี่ไปไม่ใช่เหรอแถมยังทำหน้าแปลกๆด้วย แล้วตอนนั้นอาจารย์นานามิก็ยังยืนอยู่ใกล้พี่ด้วย”รันโน้มตัวลงมาพูดกับเด็กชาย

 

โคนันยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะวิ่งไปหานายทุนซึซึกิที่ยืนอยู่หน้าตู้ปลา

 

“หรือว่าจะเป็นอาจารย์นานามิคะ?”โซโนโกะหันไปกระซิบกับหญิงสาว

“ไม่ใช่อาจารย์นะ ที่อาจารย์ไปยืนอยู่แถวๆหน้าต่าง เพราะอาจารย์ไม่อยากรบกวนการทำงานของตำรวจต่างหากล่ะจ๊ะ”

“....”

“แล้วเมื่อกี้คุณโซโนโกะก็ค้นตัวอาจารย์แล้วไม่ใช่เหรอ?”

“นั่นสินะ...”เด็กสาวเลิกเซ้าซี้

 

 

นักสืบตัวน้อยสอบถามอะไรบางอย่างจากซึซึกิ จิโรคิจิ

ก่อนจะหันมามองกลุ่มสาวๆที่ยืนคุยกันอยู่พลางยกยิ้ม ทุกกระทำของเด็กชายอยู่ในสายตาร่างบางผมสีส้มอ่อนตลอดเวลา

 

คงรู้อะไรแล้วสินะ คุณนักสืบตัวน้อย...

 

เมื่อจอมโจรคิดขโมยอัญมณีสำเร็จก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องให้ทุกคนอยู่ที่นี่ต่อไป จึงมีการประกาศให้ทุกคนเดินทางกลับบ้าน

 

แย่ล่ะสิ ต้องรีบเฉลยกลของเจ้าคิดเสียแล้ว แต่ว่า...

 

โคนันคิดพลางเหลือบสายตาไปมองหญิงสาวจากองค์กรชุดดำ ถ้าเขาใช้มุกโคโกโร่นิทราก็เสี่ยงจะถูกจับได้แต่ก็ไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้แล้ว ถ้าจะพูดบอกใบ้เจ้าคิดก็อาจจะรู้ตัว คงต้องเสี่ยงแล้วล่ะ

 

เด็กชายแอบใช้นาฬิกายิงเข็มยาสลบเล็งไปทางโมริ โคโกโร่

 

“เอาล่ะ กลับบ้านกันเถอะโคนันคุง”รันอุ้มตัวเด็กชายขึ้นทำให้เข็มยาสลบพลาดไปโดนโซโนโกะเข้า ร่างบางของเด็กสาวม.ปลายซวนเซไปมาก่อนจะล้มลงหลังพิงตู้กระจก

 

ช่วยไม่ได้แฮะ ให้โซโนโกะเป็นคนไขคดีก็แล้วกัน...

 

“โซโนโกะ เป็นอะไรไปน่ะ”รันโน้มตัวลงมาถามด้วยความเป็นห่วง

 

โคนันกระโดดลงมาจากอ้อมกอดของหญิงสาวและรีบใช้เครื่องเปลียนเสียงรูปหูกระต่ายโดยระวังไม่ให้ใครสังเกตเห็น

 

“ฉันก็แค่รู้สึกเบื่อกับความไม่ได้เรื่องของทุกคนที่นี่เท่านั้นเอง ก็ไม่มีใครสังเกตสักคนเลยนี่ว่า นางเงือกขี้อาย เพชรสีแดงบนหลังเต่าน่ะไม่ได้ถูกขโมยไปหรอก มันแค่ถูกซ่อนจากสายตาของพวกเราทุกคนเท่านั้นเอง”โคนันใช้เสียงของโซโนโกะพูดผ่านทางเครื่องแปลงเสียง

“หมายความว่ายังไงน่ะ?”สารวัตรนากาโมริถาม

“เจ้าหนูเอาให้ทุกคนดูสิ”

“คร้าบบบ คุณลุงโคโกโร่ครับมีไฟแช็กมั้ยครับ?”โคนันหันไปถาม

“ก็มีนะ ว่าแต่ทำไมเหรอ?”

“คุณลุงลองปล่อยไฟแช็กลงในตู้ปลาทางช่องด้านบนดูสิครับ”

“ทำอย่างนี้มันจะได้อะไรเล่า”โมริสงสัยแต่ก็ยอมทำตาม ร่างสูงเดินเข้าไปใกล้ตู้ปลาและหย่อนไฟแช็กลงมาจากทางด้านบน

 

“เอ๊ะ? ไม่เห็นมันตกลงมาเลย”

 

สร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนในห้องเป็นอย่างมาก โมริรีบปีนบันไดขึ้นไปดูด้านบนตู้ปลาและก็พบว่าไฟแช็กติดอยู่กับตู้ปลา

 

“ทำไมมันถึงติดอยู่กับตู้ล่ะ?”

“แม่เหล็กไง...แผ่นป้ายนั่นน่ะเป็นสนามแม่เหล็กกำลังแรงสูงเลยล่ะ ก็เลยดูดไฟแช็กที่มีโลหะหุ้มบริเวณที่จุดไฟไว้แบบนั้น”เซระอธิบาย

“แต่มันก็ไม่เห็นจะช่วยแก้ปริศนาตรงไหนเลย”

“นั่นสินะ จะบอกว่าเต่าถูกแม่เหล็กดูดก็ไม่น่าจะใช่ แล้วของตกแต่งเพชรก็มีแต่สร้อยทองไม่โดนแม่เหล็กดูดหรอก ที่จะโดนแม่เหล็กดูดน่ะก็สีแค่ตรงตะขอเกี่ยวเท่านั้นแหละ”สารวัตรนากาโมริว่า

“งั้นเหรอ...แต่ฉันว่ามันมีติดอยู่เต็มท้องเต่าเลยนะ”โซโนโกะพูด

“แต่นั่นมันเพชรไม่ใช่เหรอ?”

“แต่ถ้าทั้งหมดนั่นเป็นเพชรสังเคราะห์มันก็น่าจะดูดได้ไม่ใช่เหรอ? ในการผลิตเพชรสังเคราะห์โลหะเหล่านี้ก็จะเป็นสิ่งเจือปนอยู่ในเพชรยังไงล่ะคะ ถึงแม้จะไม่มากพอที่จะตรึงเต่าเอาไว้ได้แต่ก็มากพอที่จะทำให้เต่าเข้าใกล้แผ่นป้ายได้ ใช่มั้ยคะคุณลุงโคโกโร่?”

“อะ รู้สึกว่าที่แผ่นป้ายนอกจากแม่เหล็กจะมีกาวติดอยู่ด้วยนะ ถ้าเป็นแบบนี้เต่าที่มาติดอยู่ตรงนี้ไม่มีทางไปไหนได้แน่”โมริพูด ขณะลองดึงไฟแช็กออกจากแผ่นป้ายก็พบว่ามีกาวเหนียวติดอยู่ด้วย

 

“แล้วมันล่อเต่าให้ไปติดอยู่ตรงนั้นได้ยังไงล่ะ?”สารวัตรนากาโมริถาม

“อาหารเต่ายังไงล่ะคะ ถ้าเอาอาหารเต่าผสมกับผงโลหะแล้วนำมาติดที่ด้านหลังของแผ่นป้าย เต่าที่ไวต่อกลิ่นก็จะคิดมาจากพื้นตู้ขึ้นมาใกล้แผ่นกระจกเพื่อที่จะกินอาหารแล้วก็จะติดกับดักที่เจ้าคิดวางเอาไว้ เครื่องปล่อยอาหารน่าจะถูกติดไว้ที่โคมระย้านั่นเจ้านั่นคงจะเดินเครื่องตอนตู้ปลาถูกพรมคลุมนั่นแหละ เต่าตัวนั้นมีขนาดแค่ประมาณ 10 เซนติเมตรบวกกับขนาดของแผ่นป้ายถ้ามองจากด้านหน้าไม่มีทางเห็นแน่”โซโนโกะพูดต่อ

 

“ก็หมายความว่าในบรรดาพนักงานที่มาติตั้งตู้ปลาก็มีเจ้านั่นแฝงตัวมาด้วยสินะ ช่างสมเป็นนักมายากลใต้แสงจันทร์จริงๆ”นายทุนซึซึกิว่า

 

“เชอะ! นี่มันไม่ใช่เวลามาชื่นชมนะ เดี๋ยวก่อนนะถ้าเต่าติดอยู่หลังแผ่นป้ายแล้วตอนนี้มันอยู่ไหนล่ะ ปล่อยน้ำออกจากตู้ปลาหาจนทั่วแล้วก็ยังหาไม่เจอเลยนี่”

“เพราะมีใครบางคนแอบเอาไปซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อจนถึงตอนนี้ยังไงล่ะ”

“แต่ว่าทุกคนที่นี่ก็ถูกค้นตัวกันหมดแล้วนะ”สารวัตรนากาโมริแย้ง

“มีอยู่คนหนึ่งไม่ใช่เหรอคะ ที่ยังไม่ได้ถูกค้นตัวน่ะ”

“หา?”

“นายทุนซึซึกิ...คุณไม่ใช่เหรอคะ?”นานามิพูดขึ้น

 

ทุกคนหันไปมองชายวัยกลางคนที่กำลังหน้าถอดสี

 

“พูดอะไรของเธอน่ะ”

“สาเหตุที่นายทุนซึซึกิไม่ถูกค้นตัวเพราะว่าก่อนหน้านั้นเขาถูกหยิกแก้มพิสูจน์ว่าเป็นคิดปลอมตัวมาหรือเปล่าใช่มั้ยคะคุณโซโนโกะ”หญิงสาวหันไปถาม

“คะ...ค่ะ”

 

โคนันเสียวสันหลังวาบ แต่ก็ตัดสินใจพูดข้อสันนิษฐานต่อ

 

“เพื่อตรวจดูว่าเต่ากับอัญมณีถูกขโมยไปจริงหรือไม่ ท่านลุงจึงสั่งให้เอาตาข่ายเหล็กออกแล้วปีนบันไดขึ้นไปส่องดูเหนือตู้ปลา จังหวะนั้นจะสามารถเอาเต่ากับอัญมณีมาซ่อนในเสื้อได้ แน่นอนว่าคนข้างหลังน่ะไม่เห็นหรอกเพราะว่าตัวของท่านลุงน่ะบังอยู่”

 

“งั้นก็มาให้ค้นตัวเสียดีๆเลย”สารวัตรนากาโมริรีบเข้าไปค้นตัวชายวัยกลางคนทันที พอเอามือล้วงเข้าไปในอกเสื้อก็ถูกเต่าที่อยู่ในเสื้อกัดนิ้วจนต้องสะบัดออก จนเต่าลอยกระเด็นแต่โชคดีที่รันรับไว้ได้เต่าจึงไม่เป็นอะไร

 

“ถ้างั้นแกก็คือเจ้าคิดสินะ”มือหนาเอื้อมไปหยิกแก้มอีกฝ่ายเพื่อพิสูจน์

“ที่ฉันทำไปเพราะมีเหตุผลนะ”

“เหตุผลอะไร?”

 

“ที่ท่านลุงทำแบบนี้เพราะว่าการ์ดของคิดที่ปักอยู่ที่พื้นยังไงล่ะ บางทีข้อความในการ์ดนั่นอาจจะเขียนว่า ‘เต่าที่ทั้งตัวมีแต่เพชรสังเคราะห์จนโดนแม่เหล็กดูด คงจะไม่มีนางเงือกขี้อายของจริงติดอยู่ที่หลังหรอก แถมเต่ายังชื่อ โปเซดอน ซึ่งเป็นชื่อเทพตามตำนานกรีก แต่เจ้าของดันเป็นชาวอิตาเลียนความจริงน่าจะตั้งชื่อว่า เนปจูน ที่เป็นชื่อเทพโรมันมากกว่า ถ้าไม่อยากให้มีใครรู้ว่าถูกหลอกให้ซื้ออัญมณีของปลอมในราคาที่สูงลิบลิ่วก็รีบเก็บเต่าตัวนี้ไปจะดีกว่า’ล่ะมั้งคะ”เด็กสาวผมสั้นในคราบนักสืบสันนิษฐาน

 

“จริงหรือเปล่า?”สารวัตรนากาโมริจ้องเขม็ง

“อะ...อือ นี่การ์ดที่ว่าน่ะ ส่วนเรื่องทั้งหมดก็อย่างที่โซโนโกะว่านั่นแหละ”นายทุนซึซึกิหยิบการ์ดของคิดออกจากอกเสื้อและยื่นให้อีกฝ่ายดู

“มิน่าเอะอะๆก็บอกให้แยกย้าย”

“แฮะๆๆ พอดีว่าฉันสงสารเต่าที่อยู่ในเสื้อน่ะ”ชายวัยกลางคนได้แต่หัวเราะแห้งๆ

“แล้วตอนนี้เจ้าคิดอยู่ไหนล่ะ?”โมริถาม

“ก็นะ...กลไกทั้งหมดนี่สามารถใช้รีโมทควบคุมได้จากที่ไกลๆ เจ้านั่นคงจะแฝงตัวไปกับกลุ่มคนที่มุงอยู่ตรงทางเข้าป่านนี้มันคงทำหน้าระรื่นแล้วก็กลับบ้านไปแล้วล่ะค่ะ”

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากที่ทุกอย่างจบลง ตำรวจจึงถอนกำลังออกจากพิพิธภัณฑ์และทุกคนก็เตรียมตัวกลับบ้าน

 

ทั้งสี่สาวและหนึ่งเด็กชายกำลังเดินพูดคุยกันไปตามทางเดิน

 

“สุดยอดไปเลยนะ โซโนโกะ นานๆจะได้เห็นราชินีนักสืบสักที”รันเอ่ยชม

“ก็นะ...”โซโนโกะยังรู้สึกงุนงงกับตัวเอง

“จะว่าไปอาจารย์ก็เพิ่งเคยเห็นคุณโซโนโกะเป็นแบบนักสืบโมรินะ สันนิษฐานได้เก่งมากเลยจ๊ะ เนอะ โคนันคุง”นานามิพูด และหันไปถามความเห็นเด็กชาย

“คะ...ครับ”โคนันตอบรับอย่างเกร็งๆ

 

หวังว่าผู้หญิงคนนี้จะไม่เห็นตอนที่เขาคลี่คลายคดีหรอกนะ...

 

“อะ ไปกันก่อนเลยนะฉันขอเข้าห้องน้ำก่อน”เด็กสาวผมดำพูดขึ้น ก่อนจะวิ่งเข้าห้องน้ำไป

“ฉันก็อยากเข้าด้วย”โซโนโกะพูด แล้ววิ่งตามไปอีกคน

 

อีกสามคนที่เหลือได้แต่มองตามก่อนจะเดินไปตามทางเดินเรื่อยๆ

 

“แต่อาจารย์ว่าข้อสันนิษฐานนั่นมันยังไม่สมบูรณ์หรอกนะ”หญิงสาวผมสีส้มอ่อนพูด

“เอ๊ะ?”

“ถึงแม้กลเมื่อกี้จะทำให้เต่าไปอยู่หลังแผ่นป้ายได้แต่ว่าสร้อยที่ติดอยู่กับอัญมณีก็ยาวเกินไปจนน่าจะเลยออกมานอกแผ่นป้ายอยู่ดีไม่ใช่เหรอ?”

“บางทีตัวคิดเองอาจจะพกแม่เหล็กแรงสูงติดตัวไปด้วยแล้วก็ใช้แม่เหล็กแท่งนั้นดูดกับตะขอสร้อยที่เลยออกมานอกแผ่นป้ายจับหมุนขึ้นแล้วก็ดึงแม่เหล็กออก สร้อยก็จะไปติดอยู่กับแผ่นป้ายที่เป็นเหล็กล่ะมั้งครับ”เด็กแว่นสันนิษฐาน

“แล้วเขาลงมือตอนไหนล่ะ?”เซระถาม

“ก็ต้องเป็นตอนที่พรมถูกดึงขึ้นมาคลุมตู้ปลาอยู่แล้วล่ะ แล้วก็ที่ส่งการ์ดให้คุณลุงจิโรคิจิก็คงจะเป็นตอนนั้นด้วยเหมือนกัน ช่วงที่ทุกคนกำลังชุลมุนวุ่นวายกันอยู่ในพรมถึงจะลงมือทำอะไรไปตอนนั้นก็คงไม่มีใครสังเกตเห็นหรอก”

“แบบนี้นี่เอง”

“หลักฐานก็คือตอนที่พี่รันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อที่จะดูเวลาหน้าจอดันดับไปน่ะสิ มือถือพับเครื่องนั้นน่ะสามารถสั่งเปิด/ปิดการทำงานด้วยแม่เหล็กได้ ตอนนั้นน่ะคงมีคนที่มีแม่เหล็กแรงสูงยืนอยู่ใกล้พี่รัน พอมือถือจับคลื่นแม่เหล็กได้ก็เลยเข้าใจผิดว่าโดนสั่งปิดการทำงานหน้าจอก็เลยดับไปยังไงล่ะ”

“แต่ว่า...ตอนนั้นคนที่อยู่ข้างๆรันจังก็มี...”เซระจับคางครุ่นคิด

“ผมว่าอาจารย์นานามิก็น่าจะรู้นะครับ”โคนันหันไปถามหญิงสาวอีกคน

“จ๊ะ...อาจารย์รู้ตั้งแต่ ตอนนั้น แล้วล่ะ”ร่างบางว่า พลางปรายตามองเด็กสาวผมดำที่ยืนอยู่ข้างๆ

“คนที่ยืนอยู่ข้างๆพี่รันตอนนั้นถ้าไม่นับอาจารย์นานามิที่ยืนอยู่แถวๆหน้าต่างตั้งแต่แรกก็มีผม พี่โซโนโกะ แล้วก็...นายไงล่ะ จอมโจรคิด

 

เซระทำหน้าตกตะลึงชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกมา

 

“พูดอะไรน่ะไม่เห็นจะเข้าใจเลย”

 

“ไม่ต้องแกล้งแสดงละครหรอก เรื่องที่นายเป็นจอมโจรคิดน่ะฉันมองออกตั้งนานแล้ว”เจ้าของนัยน์ตาสีม่วงอมเทาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

 

“หึ...รู้ว่าเป็นฉันได้ยังไงน่ะ?”เสียงแบบผู้หญิงในตอนนั้นเปลี่ยนเป็นเสียงของเด็กหนุ่มในทันที

“ก็บอกไปแล้วไงว่าตอนที่พี่รันหยิบมือถือขึ้นมานายก็คงจะถือแท่งแม่เหล็กไว้สินะ เพราะนายยืนอยู่ใกล้ตรงนั้นที่สุดแล้วก็...ถ้านายไม่เข้าไปหยิกแก้มคุณลุงจิโรคิจิแล้วเสนอให้จับกลุ่มค้นตัวแผนการนี้ก็คงจะไม่สำเร็จหรอก แต่ว่านั่นทำให้ฉันยิ่งมั่นใจว่านายก็คือคิดแน่ๆ”โคนันว่า

“แต่ฉันว่าฉันปลอมออกจะเหมือนนะ”จอมโจรคิดในคราบของเซระแย้ง

“เพราะนายตกใจตอนที่รวมกลุ่มค้นตัวกับพวกพี่รันน่ะสิ แล้วก็ยังเรื่องที่คิดว่าตัวเองแก่กว่าพวกพี่รันด้วย เพราะนายเข้าใจผิดคิดว่าเซระเป็นรุ่นพี่ผู้ชายสินะ”

“เอ๊ะ?”

“แล้วความผิดพลาดข้อที่สองของนายก็คือการที่นายเรียกฉันว่า พี่สาว นั่นแหละ ฉันก็เลยรู้ทันทีเลยไงล่ะว่านายคือจอมโจรคิด เพราะคุณเซระไม่มีทางเรียกฉันเป็นอย่างอื่นนอกจากเรียกว่า อาจารย์ หรอก ไม่ว่าจะอยู่ที่โรงเรียนหรือไม่ก็ตาม”นานามิพูด

“คงจะเป็นเพราะว่าปกติผู้หญิงจะเรียกเพื่อนผู้ชายร่วมชั้นว่าคุงไม่ใช่คุณเซระนี่นา แล้วที่นายเรียกอาจารย์นานามิว่าพี่สาวก็เป็นเพราะว่า นายไม่รู้ว่าเธอเป็นอาจารย์ใช่มั้ยล่ะ?”โคนันพูด

“แปลว่าหมอนี่เป็นผู้หญิงงั้นเหรอ?”เซระตัวปลอมชี้นิ้วมาที่ตัวเองด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

“ใช่”เด็กชายพยักหน้า

 

จอมโจรคิดในร่างปลอมยืนนิ่งอยู่พักหนึ่งก่อนจะเหยียดยิ้มและใช้ควันพลางตัว สะบัดชายผ้าคลุมชุดของเซระก็ตกลงไปที่พื้น จอมโจรคิดกลับมาอยู่ในชุดสูทสีขาวบริสุทธิ์อีกครั้ง

 

“แต่ไม่คิดเลยว่าคุณผู้หญิงคนสวยคนนี้จะรู้ว่าผมเป็นจอมโจรคิดด้วยไม่งั้นผมคงหาทางอยู่ใกล้ชิดกับคุณให้มากกว่านี้แท้ๆ”ชายหนุ่มหันไปจับมือหญิงสาวที่ไม่ทันตั้งตัวหมายจะจุมพิตที่หลังมือ

 

“เจ้าคิด!!!”เสียงอาฆาตแค้นของใครบางคนลอยมาแต่ไกล

 

ทำเอาจอมโจรคิดชะงักและหันไปมอง นานามิที่เพิ่งได้สติก็รีบสะบัดมือออก

 

ร่างของเด็กสาวทอมบอยกระโดดถีบหน้าจอมโจรคิดเข้าอย่างจังทำเอาอีกฝ่ายกระเด็นนอนนิ่งอยู่กับพื้น

 

“แกกล้าดียังไงมายิงสตั๊นกันใส่ฉัน”

 

“คุณเซระจะออกมาทั้งๆที่โป๊แบบนั้นไม่ได้นะ”รันถือผ้าเช็ดตัววิ่งตามหลังมาพร้อมโซโนโกะ

 

จอมโจรคิดหน้าถอดสีใช้ควันพลางตัวและรีบบินหนีออกไปทางหน้าต่างด้วยแฮงไกเดอร์

 

“หนอยแน่!”เซระจ้องมองแฮงไกเดอร์ที่หายไปในรัตติกาล

 

“เฮ้อ...”นานามิลอบถอนหายใจ

 

 

“แหม...เป็นมายากลที่ยอดเยี่ยมไปเลยนะครับ”เสียงทุ้มของใครบางคนดังขึ้น

 

“คุณอามุโร่”

 

“อามุโร่”

 

“คุณอามุโร่มาที่นี่ได้ยังไงคะ?”รันถาม แล้วรีบเอาผ้าเช็ดตัวคลุมตัวเซระ

“พอดีว่าผมทำธุระเสร็จพอดีน่ะครับ ก็เลยว่าจะมารับนานามิแต่ไม่คิดว่าจะได้เห็นอะไรดีๆด้วย”ชายหนุ่มปรายตามองหญิงสาวผมสีส้มอ่อน หลังจากที่เขาจัดการธุระของตัวเองเสร็จก็ตั้งใจว่าจะรีบมารับแมร์โลกลับไม่คิดว่าจะได้มาเห็นฉากที่เหมือนกับนิยายรักแบบนี้

 

นานามิสบเข้ากับนัยน์ตาสีครามของร่างสูงก็รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังไม่พอใจคงเป็นเพราะเห็นตอนที่จอมโจรคิดกำลังจะจูบมือเธอสินะ

 

“ถ้างั้นเรากลับกันเถอะ นานามิ”ชายหนุ่มผมบลอนด์พูด พร้อมกับเอื้อมมือมาจับมือของร่างบางไว้แล้วบีบเบาๆ

“นี่! คุณอย่ามาฉวยโอกาสกับอาจารย์นะ”เซระพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ วันนี้เจอเจ้าคิดมาสวมรอยเป็นตัวเองก็หงุดหงิดมากพออยู่แล้ว ยังต้องมาเห็นผู้ชายที่ไหนไม่รู้มาฉวยโอกาสกับอาจารย์ของตัวเองอีก

 

อามุโร่ปรายตามองคนพูดก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบอย่างที่ไม่เคยเป็น

 

“ตอนอยู่ที่โรงเรียนเธอเป็นอาจารย์ของคุณแต่ตอนนี้เธอเป็นแฟนของผม ผมไม่มีสิทธิ์แตะต้องแฟนตัวเองงั้นเหรอครับ? หรือว่าคุณคิดว่าผมจะยอมให้ผู้ชายคนอื่นมาแตะต้องแฟนของตัวเอง”

 

ท่าทีของชายหนุ่มตรงหน้าทำเอาอีกสามคนที่เหลือเสียวสันหลังวาบ เพราะพวกเขาไม่เคยเห็นคุณอามุโร่เป็นแบบนี้มาก่อน

 

“นี่...คุณเซระอย่าไปยุ่งเลยน่าเรื่องของพวกเขาสองคนให้เขาจัดการกันเองเถอะ”โซโนโกะกระซิบบอก

“อืม...กลับกันเถอะ”นานามิพยักหน้ารับ เพราะไม่อยากให้เรื่องบานปลายไปมากกว่านี้

“....”

“ถ้างั้นอาจารย์กลับก่อนนะ ไว้เจอกันที่โรงเรียนจ๊ะ”

“ค่ะ...”รันค้อมหัวบอกลา

 

หลังจากที่ทั้งสองคนออกไปแล้วรันก็หันไปถามโคนันที่น่าจะเห็นเหตุการณ์ว่ามันเกิดอะไรขึ้น อาจารย์นานามิทำอะไรให้คุณอามุโร่โกรธขนาดนั้น

 

“พอดีว่าจอมโจรคิดคิดจะฉวยโอกาสจูบมืออาจารย์นานามิน่ะครับ คุณอามุโร่น่าจะเดินเข้ามาเห็นตอนนั้นเข้าพอดีก็เลยโกรธ”

“โกรธงั้นเหรอ...ฉันว่าท่าทางแบบนั้นน่ะมันเลยคำว่าโกรธไปไกลเลยนะ เขาเรียกว่า หึง ต่างหากล่ะ”โซโนโกะว่า

“นี่ อาจารย์นานามิกับคุณอามุโร่คนนั้นเขาเป็นแฟนกันงั้นเหรอ?”เซระถาม หลังจากแต่งตัวเสร็จแล้ว

“ก็ใช่น่ะสิ ตอนที่เธอย้ายเข้ามาเรียนใหม่ๆน่ะ ฉันก็เคยบอกเธอไปแล้วนี่ว่าอาจารย์เขามีแฟนแล้ว”

“เหรอ...”เซระรู้สึกคุ้นหน้าผู้ชายคนนั้นมากเหมือนเคยเจอกันที่ไหนมาก่อน

“แต่ว่า...คุณอามุโร่เมื่อกี้น่ากลัวมากเลยนะ”รันว่า เธอรู้สึกไม่คุ้นชินกับคุณอามุโร่ที่เป็นแบบนั้นเลย ปกติแล้วคุณอามุโร่มักจะมีรอยยิ้มอบอุ่นและใจดีอยู่เสมอ แต่ที่เธอเห็นเมื่อกี้ยังกับเป็นคนละคน

“เธอก็รู้นี่รันว่าคุณอามุโร่หวงอาจารย์นานามิขนาดไหน”เด็กสาวผมสั้นสีน้ำตาลพูด

“นั่นสินะ...”

“ฉันสงสัยจริงๆว่าคุณอามุโร่ขี้หึงขนาดนั้น อาจารย์นานามิเขาง้อยังไง”

“อาจารย์เขาคงมีวิธีง้อของเขานั่นแหละน่า”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตอนนี้บรรยากาศบนรถ RX-7 เริ่มอึมครึม ตั้งแต่ที่อามุโร่และนานามิเดินขึ้นรถมาต่างฝ่ายต่างก็นั่งเงียบไม่พูดอะไร นิ้วเรียวของชายหนุ่มเอาแต่เคาะพวงมาลัยรถอย่างใช้ความคิด

 

“นายมีอะไรจะพูดกับฉันก็พูดมา”หญิงสาวเอ่ยขึ้น เธอชักจะทนความอึดอัดไม่ไหวแล้ว ใช่ว่าเธอไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นอะไร

“ฉันกำลังสงบสติอารมณ์ตัวเองอยู่”ชายหนุ่มตอบ

 

นานามิหันไปมองเสี้ยวหน้าของร่างสูง มือบางจับใบหน้าของอีกฝ่ายให้สบสายตากับตนเองตรงๆ

 

“ใช่ว่าฉันไม่รู้นะว่านายเป็นอะไร”

“ทำไมเธอถึงยอมให้จอมโจรคิดทำแบบนั้น?”ชายหนุ่มถาม เขารู้จักแมร์โลดีเธอไม่มีทางยอมให้ใครฉวยโอกาสเข้าถึงตัวได้ง่ายๆ แล้วทำไมเธอถึงยอมให้จอมโจรคิดฉวยโอกาสจับมือเธอด้วย

 

“อย่าทำตัวเหมือนเด็กขี้หวงไปหน่อยเลยน่า”หญิงสาวก่อนจะผละออก แล้วนั่งกอดอกบนเบาะรถของตน

“....”

“ใครจะไปคิดล่ะว่าหมอนั่นจะทำแบบนั้น ตอนนั้นฉันไม่ทันตั้งตัวจริงๆแต่ถ้านายเห็นตั้งแต่แรกล่ะก็นายน่าจะเห็นว่าฉันเองก็รีบสะบัดมือออกไม่ใช่เหรอ? ถ้านายฟังฉันตั้งแต่แรกก็คงไม่ทำเหมือนเด็กเอาแต่ใจแบบนี้หรอกนะ เบอร์เบิ้น”

 

เหมือนเส้นความอดทนของอามุโร่ขาดผึง มือหนาดันร่างบางลงกับเบาะรถและกักตัวไว้ไม่ให้ไปไหน

 

“นี่...!”หญิงสาวตกใจกับการกระทำที่ไม่ทันตั้งตัวของอีกฝ่าย ใบหน้าของชายหนุ่มอยู่ในระยะประชิด ลมหายใจอุ่นๆเป่ารดข้างแก้ม

 

“คำก็เด็ก สองคำก็เด็ก เธออย่าลืมนะว่าเด็กคนนี้ทำอะไรได้บ้าง”อามุโร่ว่า ในสายตาแมร์โลเขาอาจจะชอบทำตัวเหมือนเด็กเอาแต่ใจแต่ที่เป็นแบบนี้เพราะเขา หวง เธอต่างหากล่ะ เพราะเธอเป็นของเขาคนเดียว

“ฉันรู้แล้วน่า อย่าเกรี้ยวกราดนักเลย ก็บอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้สนใจจอมโจรคิดนั่น ฉันแค่มาทำงานของตัวเองเท่านั้นเอง”ร่างบางเหยียดยิ้ม มือบางลูบไล้โครงหน้าของชายหนุ่ม ไล่มาเรื่อยๆจนถึงแผงอกผ่านเสื้อเชิ้ต

 

ชายหนุ่มผมบลอนด์สบตากับเจ้านัยน์ตาสีม่วงอมเทานิ่ง นี่คิดจะทดสอบความอดทนเขาหรือไง บางทีเขาก็นึกสงสัยว่าแมร์โลไปติดนิสัยที่ชอบหว่านเสน่ห์มาจากแม่มดพันหน้าอย่างเบลม็อทหรือเปล่า

 

“เธอนี่ขยันหว่านเสน่ห์อยู่เรื่อยเลยนะ”

 

ร่างบางช้อนสายตามองอีกฝ่ายก่อนจะยืดตัวไปกระซิบข้างหู

 

“แต่ก็เป็นกับนายคนเดียวนะ”หญิงสาวพูด ก่อนจะจูบแก้มอีกฝ่าย

 

เบอร์เบิ้นผละตัวออกจากร่างบางกลับไปนั่งประจำที่คนขับ ถ้าเป็นแบบนี้มีหวังเขาคงอดใจไม่ไหวแน่

 

“อย่าทำแบบนี้อีกล่ะ เธอก็รู้ว่าฉันไม่ชอบให้ใครมาแตะต้องผู้หญิงของฉัน”

 

แมร์โลกลับมานั่งบนเบาะรถตามเดิม

 

“ทราบแล้วค่ะ คราวหลังจะระวังตัวนะ หึๆๆ”หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงยียวนพลางเหยียดยิ้ม ถือซะว่าเธอง้อเขาสำเร็จแล้วกัน

 

“แล้วได้เรื่องอะไรมาบ้างล่ะ?”เบอร์เบิ้นถาม

“ก็ไม่ได้อะไรมากหรอกนะ...แต่ก็ได้อะไรน่าสนใจมาเหมือนกัน”

 

ถึงแม้ว่าจะน่าเสียดายที่ไม่ได้เรื่องของเด็กที่ชื่อเซระเพิ่มเติมแต่ก็ได้อะไรน่าสนใจมามากทีเดียว แมร์โลนึกถึงตอนที่ยืนดูโชว์การสืบสวนของราชินีนักสืบอย่างโซโนโกะ เธอเห็นนักสืบตัวน้อยยืนอยู่ใกล้เด็กสาวคนนั้นตลอดเวลาและคอยเป็นลูกมือในการช่วยไขคดี เหมือนกับคราวของโคโกโร่นิทราไม่มีผิด

 

ช่างเป็นเด็กที่น่าสนใจเสียจริงๆ...

 

“งั้นเหรอ...”

“แล้วทางนายล่ะที่บอกว่าหายไปทำธุระเนี่ย คงจะไปสืบเรื่องอะไรอีกแล้วสิ”หญิงสาวเอ่ยถามอย่างรู้ทัน

“ฉันก็แค่ไปตรวจสอบการตายของอากาอิใหม่น่ะ และเพื่อให้ทุกอย่างชัดเจนคงต้องทำอะไรสักอย่าง”

“หืม?”หญิงสาวเลิกคิ้วอย่างนึกสงสัย

“งานนี้คงต้องขอให้เธอช่วยหน่อยล่ะนะ”ชายหนุ่มเอ่ยพลางยกยิ้ม

“ก็ว่ามาสิ...”

 

คงมีแผนอะไรในใจอีกแล้วสินะ...เบอร์เบิ้น

 

—————————————————————

 

จากตอนนี้สอนให้รู้ว่าอามุโร่หึงผู้ชายทุกคนที่เข้าใกล้แมร์โลจริงๆตั้งแต่ เซระ (ตอนที่ยังไม่รู้ว่าเป็นผู้หญิง) สึบารุไปยันจอมโจรคิด

 

ฝากคอมเม้นเป็นกำลังใจกันด้วยนะคะ
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

118 ความคิดเห็น

  1. #78 seirin (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 07:52
    วรั้ยย เค้าหึง อิอิ ชอบมากจ้า
    #78
    0
  2. #77 2547gril (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 16:01

    หึงแรงอ่าเธอ5555
    #77
    2