[ Fic Conan ] Bourbon and Merlot Secret Love

ตอนที่ 29 : Chapter 29 The beginning of the relationship

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 484
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    12 เม.ย. 63


ตอนนี้อามุโร่สัมผัสได้ถึงบรรยากาศอึมครึมในรถ RX-7 ของเขาอย่างชัดเจน ตั้งแต่ทำภารกิจเสร็จจนกระทั่งถึงตอนที่เขาขับรถออกมาจากป่านั้น แมร์โลก็เอานิ่งเงียบไม่พูดอะไร นัยน์ตาสีม่วงอมเทาเอาแต่จับจ้องวิวทิวทัศน์ด้านนอกผ่านกระจกรถ เขาเหลือบมองเธอเป็นระยะๆ เงาสะท้อนจากกระจกทำให้เขาสังเกตเห็นแววตาที่สั่นไหวราวกับจะมีน้ำตาออกมาอยู่หลายครั้งแต่แมร์โลก็ยังสะกดกลั้นมันเอาไว้ การสูญเสียคู่หูคนสนิทไปโดยไม่ทันตั้งตัวใช่ว่าเขาจะไม่เข้าใจ เพราะเขาก็เคยผ่านความรู้สึกแบบนั้นมาก่อนและแมร์โลเลือกที่จะไม่แสดงความอ่อนแอออกมาให้ใครเห็น

 

“จะกลับไปที่องค์กรก่อนมั้ย”ชายหนุ่มผมบลอนด์เอ่ยถามทำลายความเงียบ เขาคิดว่าเธออาจจะอยากไปรายงานผลของภารกิจก่อน

“ไม่!!! ไปส่งฉันที่คอนโด”หญิงสาวปฏิเสธเสียงแข็ง เธอไม่อยากกลับไปที่องค์กร ไม่อยากไปเจอหน้าคนที่ฆ่า คนสำคัญ ของเธออย่างไร้เหตุผล

“เข้าใจแล้ว”ชายหนุ่มพยักหน้ารับ

 

 

เมื่อรถสปอร์ตคันหรูขับมาจอดอยู่หน้าคอนโด ร่างบางก็เตรียมตัวจะลงจากรถ แต่มือหนาของชายหนุ่มก็คว้าข้อมือเธอไว้เสียก่อน

“เธอไม่เป็นไรใช่มั้ย?”

“....”

“แมร์โล...”

 

หญิงสาวก้มมองมือหนาที่จับข้อมือของเธอ

 

“ฉันไม่เป็นไร นายกลับไปเถอะ ขอบคุณที่มาส่ง”เธอพยายามบิดข้อมือให้หลุดจากการเกาะกุมของชายหนุ่ม อามุโร่จึงยอมคลายข้อมือของเธอ

 

“ถ้ามีอะไร...โทรหาฉันนะ”ชายหนุ่มพูด

นัยน์ตาสีครามสบกับร่างบางตรงหน้า อามุโร่ดูออกว่าแมร์โลกำลังฝืนตัวเองอยู่และรู้ว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงที่จะแสดงความรู้สึกของตัวเองออกมาให้คนอื่นเห็นง่ายๆ

 

หญิงสาวสบตากับอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงแผ่ว

“ขอบคุณ...”

พูดจบก็เปิดประตูลงจากรถไปทันที

 

เบอร์เบิ้นมองตามแผ่นหลังของร่างบอบบางที่เดินเข้าคอนโดไปจนลับสายตา ร่างสูงลอบถอนหายใจ เขารู้ดีว่าแมร์โลเป็นคนเข้มแข็งแต่ว่า...

 

เข้มแข็งมากเกินไป...จนน่าเป็นห่วง

 

ตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเป็นห่วงความรู้สึกของเธอขนาดนี้ ความจริงแล้วใครจะเป็นตายร้ายดียังไงเขาไม่จำเป็นต้องสนใจก็ได้ เขาแฝงตัวเข้ามาในองค์กรนี้เพื่อหน้าที่ของสายลับเท่านั้น แต่พอเห็นท่าทางของแมร์โลที่เป็นแบบนั้น เขาก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ เพราะเธอไม่เหมือนคนพวกนั้นนี่คือสิ่งที่เขารู้ดีที่สุด

 

 



 

 

 

 

เมื่อกลับมาถึงห้องแมร์โลได้แต่ทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างหมดเรี่ยวแรง น้ำตาที่เธอพยายามสะกดกลั้นไว้มานานก็ค่อยๆไหลออกมา ความรู้สึกทุกอย่างถาโถมเข้ามาในคราวเดียว

 

ทั้งเสียใจ...

 

ทั้งโกรธแค้น...

 

หญิงสาวปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา เธอร้องไห้เงียบๆโดยไร้เสียงสะอื้น เจ็บปวดราวกับมีอะไรบางอย่างมาบีบรัดหัวใจ แมร์โลไม่ใช่คนที่จะมานั่งโวยวาย ร้องไห้ฟูมฟาย เพราะมันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น ถึงทำไปก็ไม่สามารถเรียกชีวิตเบรนเดสคืนมาได้แต่เธอก็ปฏิเสธความเจ็บปวดจากการสูญเสียครั้งนี้ไม่ได้ เบรนเดสเป็นคู่หู เป็นคนสำคัญที่เธอไม่อยากจะเสียไป แต่ตอนนี้เขากลับทิ้งเธอให้อยู่ตัวคนเดียว

 

ทั้งหมดทั้งหมดเป็นเพราะ อนิซ ผู้หญิงที่อำมหิตเลือดเย็นไม่ต่างกับปีศาจ

ร่างบางกำหมัดแน่น ตอนนี้เธอมีเพียงความเกลียดชังและความโกรธแค้นให้ผู้หญิงคนนั้น อนิซเป็นคนที่เธอไม่เคยคิดสนใจมาตั้งแต่แรก เพราะเธอเห็นว่าอนิซเป็นคนของยิน เธอเลยไม่อยากสุงสิงด้วยนัก แต่ดูท่าอีกฝ่ายจะไม่ได้คิดแบบนั้นนั้นและดูเหมือนอนิซจะเกลียดเธอมากด้วยซ้ำ ตอนนี้เธอก็เกลียดอีกฝ่ายไม่ต่างกัน

 

อนิซ...คือคนที่พราก คนสำคัญ ของเธอไป

 

ฉันจะไม่มีวันลืมสิ่งที่เธอทำกับฉันไว้แน่ อนิซ...แมร์โลคิด

 

 

 

 

 

 

 

หลายวันมานี้อามุโร่ไม่เห็นแมร์โลเลย ตั้งแต่วันนั้นหญิงสาวก็ไม่ยอมโผล่มาที่ตึกขององค์กรอีกเลย จนเขาเริ่มนึกเป็นห่วงว่าเธอจะเป็นอะไร

 

“...เบิ้น เบอร์เบิ้น นี่ เบอร์เบิ้น”

“อะ...ครับ”ชายหนุ่มผมบลอนด์หลุดจากภวังค์ เขาหันไปมองตามเจ้าของเสียงเรียก ก็พบนัยน์ตาสีเขียวน้ำทะเลกำลังจ้องมองเขาอยู่

“เป็นอะไร นายฟังฉันอยู่หรือเปล่า?”เบลม็อทเอ่ยถาม เมื่อท่าทีแปลกๆของชายหนุ่มตรงหน้า

“ครับ ผมแค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย”

 

ดูเหมือนว่าเบลม็อทจะไม่ค่อยเชื่อชายหนุ่มผิวเข้มตรงหน้าสักเท่าไหร่นัก เธอหรี่ตามองอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเลิกให้ความสนใจและเอ่ยถามคำถามกับเขา

 

“นี่ พักนี้ฉันไม่เห็นแมร์โลเลยนะ แม่นั่นไปไหนซะล่ะ”

“ครับ พักนี้ผมก็ไม่เห็นเธอเหมือนกัน”อามุโร่ตอบตามความจริง

“ตายจริง ปกติพวกเธอตัวติดกันตลอดเลยไม่ใช่เหรอ?”หญิงสาวแกล้งหยอก

“เธออาจจะยุ่งอยู่ก็ได้นะครับ”

“ก็ขอให้เป็นอย่างนั้นจริงๆก็แล้วกัน”

“หมายความว่าไงครับ?”เบอร์เบิ้นเริ่มนึกเอะใจกับคำพูดของแม่มดสาวพันหน้า

“แม่นั่นอาจจะยังทำใจเรื่องการตายของเบรนเดสไม่ได้ก็ได้ นายว่ามั้ยล่ะ?”เบลม็อทพูดด้วยน้ำเสียงยียวน

“.....”

 

 

 

 

 

 

 

 

สุดท้ายเขาก็อดห่วงแมร์โลไม่ได้ ตอนนี้อามุโร่กำลังยืนอยู่หน้าห้องของหญิงสาว เพราะคำพูดของเบลม็อททำให้ชายหนุ่มคิดไม่ตกไม่รู้ว่าป่านนี้แมร์โลจะเป็นยังไงบ้าง จนสุดท้ายเขาก็ตัดสินใจกดกริ่งหน้าห้องของเธอ

 

แอ๊ดด...

 

หญิงสาวเจ้าของห้องเปิดประตูห้องออกมาก็สบเข้ากับนัยน์ตาสีครามของร่างสูงเข้าพอดี

 

“เบอร์เบิ้นเหรอ? เข้ามาก่อนสิ”ร่างบางเชื้อเชิญให้อีกฝ่ายเข้ามาในห้อง

 

เบอร์เบิ้นนั่งลงบนโซฟาตัวยาว สายตากวาดมองไปรอบห้อง

 

ทุกอย่างก็ดูปกติดี...

 

“มีธุระอะไรหรือเปล่า?”แมร์โลเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาก่อนจะนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้าม

“ฉันก็แค่แวะมาดูน่ะ”

“แวะมาดู?”หญิงสาวเลิกคิ้วแปลกใจ

“ฉันเห็นเธอหายหน้าไปนาน ก็เลย...”

“เรื่องนี้นี่เอง...”ร่างบางเริ่มเข้าใจวัตถุประสงค์ที่ชายหนุ่มตรงหน้า ตอนแรกนานามิเองก็นึกแปลกใจอยู่ว่าทำไมเบอร์เบิ้นถึงได้มาหาเธอในช่วงค่ำๆแบบนี้

“องค์กรคงสั่งให้นายมาสินะ”ถ้าเขาไม่มีธุระกับเธอแล้วจะมาทำไม ถ้าไม่ใช่เพราะองค์กรสั่งให้มา

“เปล่า...ฉันมาเอง”

“หืม?”มือบางชะงักขณะกำลังรินไวน์แดงใส่แก้วของตน

“....”

“ดื่มอะไรหน่อยมั้ย?”

หญิงสาวเปลี่ยนเรื่องและเดินเข้าไปในครัวเพื่อหยิบแก้วร็อกส์ใส่น้ำแข็งและรินเบอร์เบิ้นวิสกี้ให้พร้อม

“นี่...”ยื่นแก้วให้ตรงหน้าชายหนุ่ม

“ขอบคุณ...”อามุโร่รับแก้ววิสกี้ก่อนจะยกขึ้นจิบเล็กน้อย

ระหว่างพวกเขาก็ไม่ได้มีบทสนทนาอะไรอีก ต่างฝ่ายต่างนั่งจิบเครื่องดื่มของตนเองเงียบๆ อามุโร่เองก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรอีกหลังจากที่บอกวัตถุประสงค์ของการมาที่นี่

“ทำไมนายต้องมาดูฉันด้วยล่ะ?”

“.....”ชายหนุ่มก้มมองแก้ววิสกี้ในมือ

 

จะให้เขาพูดได้ยังไงว่าเขา เป็นห่วง เธอ...

 

“นายคงไม่ได้เป็นห่วงฉันหรอกนะ”หญิงสาวแกล้งหยอก มือบางหมุนแก้วไวน์ในมือเล่น

“....” ชายหนุ่มชะงัก

“ฉันล้อเล่นหรอกน่า นายจะมาเป็นห่วงฉันทำไมกัน”

“แล้วเธอเป็นไงบ้าง?”เบอร์เบิ้นตัดสินใจถาม

“เรื่องอะไรล่ะ?”

“เรื่องเบรนเดส...”

 

ปึก!

 

แมร์โลวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะเสียงดังก่อนจะถอนหายใจ หญิงสาวลุกจากโซฟาเดินออกไปยืนตรงกระจกใสของคอนโดเพื่อมองทิวทัศน์ของเมืองจากที่สูง

“นายคิดว่าไงล่ะ นายคิดว่าฉันจะอาลัยอาวรณ์กับคนตายขนาดนั้นเลยเหรอ แถมหมอนั่นก็ยังเป็นคนทรยศอีก”

 

โกหก...อามุโร่มองออกว่าเธอกำลังโกหก

 

“ตอนนี้ฉันเริ่มเข้าใจความรู้สึกนายตอนที่นายเสียเพื่อนสนิทคนสำคัญไปแล้วล่ะ ถึงหมอนั่นจะเป็นน็อคก็เถอะ”

“.....”

“หึ...ยังกับคนหัวอกเดียวกันมาคุยปรับทุกข์กันอย่างนั้นแหละ”หญิงสาวพูดติดตลก แต่น้ำเสียงกลับสั่นเครือ

“เบรนเดส สำคัญกับเธอขนาดนั้นเลยเหรอ?”นัยน์ตาสีครามจ้องมองแผ่นหลังบาง

“ถ้าไม่นับเรื่องที่หมอนั่นเป็นคนทรยศ เขาก็เป็นคนสำคัญของฉันคนหนึ่งเลยล่ะ”

 

มือหนาเผลอกำแก้วร็อกส์ในมือแน่น

 

หมอนั่นจะสำคัญสักแค่ไหนกันเชียว...เบอร์เบิ้นคิด

 

“แต่ว่า...ฉันเชื่อไม่ลงหรอกนะว่าหมอนั่นจะเป็นคนทรยศตราบใดที่ยังไม่มีหลักฐาน”

“....”

“แต่มาพูดตอนนี้ก็คงสายไปแล้วสินะ”

“แมร์โล...”เสียงทุ้มเอ่ยเรียกร่างบางจากทางด้านหลัง

 

เมื่อแมร์โลหันไปก็สบกับนัยน์ตาสีครามของร่างสูงเข้าพอดี

 

เขามายืนข้างหลังเธอตั้งแต่เมื่อไหร่กัน....

 

เบอร์เบิ้นมองลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย แววตาของเธอสั่นไหวราวกับจะร้องไห้แต่ตัวเองก็พยายามสะกดกลั้นน้ำตาเอาไว้ ไหนจะน้ำเสียงที่สั่นเครือเวลาพูดนั่นอีก

 

เธอกำลังฝืนตัวเองอยู่ชัดๆ...

 

อามุโร่ดึงร่างบางเข้ามาในอ้อมกอด แมร์โลได้แต่ยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก

 

“เธอไม่ต้องฝืนตัวเองตลอดเวลาก็ได้”ร่างสูงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพร้อมทั้งใช้มือลูบศีรษะของเธอเบาๆเพื่อปลอบโยน

“อึก...”นานามิพยายามกลั้นเสียงสะอื้นของตนเองไว้

“ร้องออกมาเถอะ...จนกว่าเธอจะพอใจ”พูดพลางกดศีรษะร่างบางให้ซบอกตน

 

ราวกับกำแพงสูงที่หญิงสาวสร้างไว้เพื่อปกป้องตัวเองได้พังทลายลง แมร์โลเลือกที่จะกอดตอบอีกฝ่ายและปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเงียบๆ อามุโร่รู้สึกได้ถึงความเปียกชื้นตรงอกเสื้อแต่เขาก็เลือกที่จะไม่สนใจและปล่อยให้แมร์โลระบายความรู้สึกทั้งหมดของตัวเองออกมา

 

ถ้าหากเป็นคนสำคัญถึงขนาดนั้นไม่มีทางที่เธอจะไม่รู้สึกอะไรแน่...

 

พอร่างบางในอ้อมกอดหยุดสั่น มือหนาก็เชยคางอีกฝ่ายให้สบตากับเขา ใบหน้าหวานเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ร่างสูงจึงค่อยๆใช้นิ้วเกลี่ยคราบน้ำตาออก พร้อมทั้งค่อยๆพรมจูบซับน้ำตาให้อีกฝ่าย

 

“เบอร์เบิ้น...”แมร์โลเรียกชื่อชายหนุ่มเสียงแผ่ว

 

มือหนาลูบไล้แก้มนวลอยู่ครู่หนึ่งและราวกับมีแรงดึงดูดบางอย่าง อามุโร่ค่อยๆขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ๆรับรู้ถึงลมหายใจของกันและกัน ริมฝีปากประกบจูบกับริมฝีปากบาง แต่ก็น่าแปลกที่แมร์โลไม่ได้ขัดขืนปล่อยให้ร่างสูงจูบจนพอใจก่อนจะถอนริมฝีปากออก

 

“เบอร์เบิ้น นาย...”หญิงสาวเบือนหน้าหนีหลบสายตา

 

อามุโร่จับใบหน้าของหญิงสาวให้มาสบตากับตนเองอีกครั้ง เขากลับหลงใหลกับนัยน์ตาสีม่วงอมเทาคู่นี้ริมฝีปากบางที่น่าดึงดูด

 

ฉันขอได้มั้ย...

“.....”

 

ไม่คิดรอคำตอบจากอีกฝ่าย เบอร์เบิ้นประกบจูบกับริมฝีปากบางอีกครั้ง ลิ้นร้อนสอดเข้าไปในโพรงปากรับรู้ถึงรสชาติอันนุ่มนวลของไวน์แดงที่เธอเพิ่งจะดื่มเข้าไป หญิงสาวพยายามดันตัวอีกฝ่ายออกแต่ก็ไม่เป็นผลร่างสูงไม่มีท่าทีจะผละออกเลยสักนิด จังหวะจูบค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนมือบางต้องเปลี่ยนมาเกาะไหล่และตอบรับจูบชายหนุ่มแทน วงแขนรวบเอวร่างบางให้แนบชิดมากยิ่งขึ้น

 

แสงไฟจากตึกสูงด้านนอกสะท้อนกับแก้วไวน์ทรงสูงและแก้วร็อกส์ที่วางอยู่ข้างกัน และในค่ำคืนนั้น อามุโร่ก็ได้ลิ้มลองรสชาติของไวน์แดงชั้นเยี่ยมจากฝรั่งเศสเป็นครั้งแรก

 

 

แสงแดดในยามเช้าที่สะท้อนเข้ามาในห้องปลุกให้ร่างบางตื่นจากการหลับใหล แมร์โลพยายามปรับสายตาให้ชินและค่อยๆขยับตัวแต่ก็รู้สึกปวดเมื่อยไปหมดโดยเฉพาะช่วงล่าง เธอหันไปก็เห็นชายหนุ่มผิวเข้มกำลังนอนหลับอยู่ข้างกัน

 

แมร์โลถอนหายใจเฮือกใหญ่พลางกุมขมับ เมื่อคืนเธอกับเบอร์เบิ้น...

 

พอนึกทุกอย่างออกใบหน้าก็พลันร้อนผ่าวขึ้นมาเสียอย่างนั้น เธอจำทุกอย่างได้และมีสติรู้ตัวดีทุกอย่างเมื่อคืนเธอกับเขาก็ไม่ได้เมา พวกเขาดื่มกันไปแค่แก้วเดียวไม่มีทางทำให้เมาได้เพราะพวกเขาไม่ใช่คนคออ่อน แต่เป็นเพราะเธอเอง...เธอปล่อยให้ความโศกเศร้าถาโถมเข้ามาในจิตใจแล้วพอมีคนคอยช่วยปลอบประโลม เธอก็ปล่อยให้เรื่องทุกอย่างเกินเลย...ปล่อยตัวและหัวใจไปกับสัมผัสของเบอร์เบิ้น

 

แมร์โลไม่ใช่คนที่จะร้องไห้ฟูมฟายกับเรื่องแบบนี้เหมือนนางเอกในนิยายน้ำเน่า แต่เธอก็คิดว่าเรื่องแบบนี้ไม่สมควรเกิดขึ้น...แต่ในเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็คงแก้ไขอะไรไม่ได้

 

หญิงสาวหลับตาลงครู่หนึ่งเพื่อรวบรวมสติและพยายามจะลุกจากเตียงเพื่อไปชำระร่างกาย แต่ท่อนแขนของใครบางคนก็คว้าเอวเธอไว้เสียก่อน

 

“อรุณสวัสดิ์ ตื่นแล้วเหรอ?”เสียงทุ้มเอ่ยทัก และดึงร่างบางเข้ามาใกล้

“เบอร์เบิ้น...”หญิงสาวจ้องหน้าอีกฝ่ายนิ่ง

“เป็นอะไร? ไม่สบายหรือเปล่า”

“เปล่า...นายปล่อยฉันก่อนได้มั้ย ฉันจะไปอาบน้ำ”หญิงสาวส่ายหน้า ก่อนจะผละตัวออกและเดินเข้าห้องน้ำไป

 

อามุโร่นั่งพิงหัวเตียงคิดทบทวนเรื่องราวเมื่อคืนระหว่างเขากับแมร์โล เขาเพิ่งจะรู้ว่าเมื่อคืนนี้เป็น ครั้งแรกของเธอ ตอนแรกเขาคิดว่าแมร์โลจะเป็นของเบรนเดสไปแล้วเสียอีก แต่พอรู้ความจริงแล้วเขาก็แอบดีใจอยู่ลึกๆที่เธอยังไม่ได้เป็นของใคร เพราะนั่นหมายความว่า...เธอเป็นของเขาเพียงคนเดียว

 

แต่ดูเหมือนว่าเธอจะมีบางอย่างแปลกไป...

 

เอาเถอะ ไว้ค่อยถามทีหลังแล้วกัน...

 

ขณะที่อามุโร่กำลังนั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยก็พอดีกับที่โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น เมื่อดูชื่อของคนที่โทรเข้ามาก็ทำเอาอามุโร่นึกแปลกใจอยู่บ้าง

 

เบลม็อท...

 

 

ผ่านไปสักพักนานามิก็เดินออกมาจากห้องน้ำโดยสวมชุดคลุมอาบน้ำ หญิงสาวกวาดสายตามองไปก็พบว่าชายหนุ่มผมบลอนด์แต่งตัวเรียบร้อยแล้วและกำลังนั่งกดโทรศัพท์อยู่บนโซฟาตัวเล็กในห้อง

 

“ยังไม่กลับอีกเหรอ?”

“อะไรกัน จะไล่กลับกันแล้วเหรอ?”ร่างสูงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงยียวน

“นายหมดธุระแล้วไม่ใช่เหรอ?”แมร์โลพูดด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์

“พอได้ฉันแล้วก็จะทิ้งกันเลยเหรอ ใจร้ายจังเลยนะ”

“ฉันว่าคนที่จะพูดคำนั้น ไม่น่าใช่นายนะ”หญิงสาวกอดอกว่า

 

ชายหนุ่มขมวดคิ้วยุ่ง

 

เขาคงจะทำให้เธอโกรธเข้าแล้วสิ...

 

“นี่ เดี๋ยวสิ เธอโกรธอะไรฉัน”อามุโร่ลุกจากโซฟาเดินตรงเข้าไปหาร่างบาง พร้อมทั้งรวบเอวเธอเข้ามาในอ้อมกอด

“ปล่อยนะ...”แมร์โลพยายามดิ้นให้หลุดจากอ้อมกอดของอีกฝ่าย

“ไม่ปล่อย จนกว่าเธอจะบอกฉันว่าเป็นอะไร”เขากลับกอดร่างบางแน่นยิ่งขึ้น

 

เธอโกรธเขาที่เขาทำแบบนี้กับเธองั้นเหรอ...

 

“นายต้องการอะไรจากฉัน”แมร์โลตัดสินใจเอ่ยถามตรงๆ

 

แมร์โลไม่คิดว่าการที่เบอร์เบิ้นมาทำดีกับเธอจะทำโดยไม่หวังอะไร ไหนจะเรื่องเมื่อคืนนี้อีก เธอหลงคารมเขาเพราะ ในตอนนั้นเธอกำลังโศกเศร้าเสียใจ

 

อามุโร่เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมแมร์โลถึงได้โกรธเขา

 

เดิมทีแล้วแมร์โลเป็นคนที่ไม่ไว้ใจใครง่ายๆ เพราะเธอรู้ดีว่าทุกคนในองค์กรล้วนเกี่ยวพันกันด้วยผลประโยชน์ ครั้งนี้เธอก็คงจะคิดแบบนั้นเหมือนกัน จะให้เขาพูดได้ยังไงว่าเมื่อคืนที่เขาทำลงไปเป็นความต้องการในใจของเขาเอง ไม่อยากให้เธอนึกถึงผู้ชายคนอื่น อยากให้เธอเป็นของเขาเพียงคนเดียว

 

ความคิดพวกนี้วนเวียนอยู่ในหัวเขามาตลอด...

 

เขาแค่อยากให้เธอไว้ใจเขาบ้างเหมือนกับที่ไว้ใจเบรนเดส เพราะเขาก็ไม่ได้หวังผลประโยชน์อะไรจากเธอทั้งนั้น

 

“ฉันอยากให้เธอไว้ใจฉัน”

“ทำไมฉันต้องไว้ใจนายด้วย”หญิงสาวถามอย่างไม่เข้าใจ

“เธอยังไม่ต้องเชื่อฉันตอนนี้ก็ได้ แต่ฉันจะพิสูจน์ให้เธอเห็นว่าฉันไม่ได้หวังผลประโยชน์อะไรจากเธอทั้งนั้น”

 

มือหนาจับใบหน้าอีกฝ่ายให้มาสบตากับตนตรงๆ ในแววตาคู่นั้นไม่มีความล้อเล่นอยู่เลยแม้แต่น้อย

 

“.....”หญิงสาวสบตาร่างสูงนิ่ง

 

 

เธอจะเชื่อคำพูดเขาได้มากแค่ไหนกัน...

 

 

 

 

การตัดสินใจของอามุโร่ในครั้งนี้ราวกับว่าเขาได้หลงลืมหน้าที่ของตนเองไปจนหมด ทั้งหน้าที่ในฐานะสายลับและหน้าที่ในฐานะตำรวจ แต่เขารู้ตัวดีทุกอย่างและจะไม่เอาหน้าที่การงานมาเสี่ยงเด็ดขาด

 

อามุโร่แค่คิดว่าแมร์โลต่างจากคนอื่นในองค์กร แตกต่างจนดึงความสนใจของเขา พอได้รู้จักเธอจริงๆแล้วเขากลับรู้สึกว่าอยากจะคอยอยู่ข้างๆเธอ ในวันที่เธอต้องสูญเสียเบรนเดสไป เขากลับเข้าใจเธอและอยากจะช่วยปลอบใจเธอเท่านั้น แต่พอได้ยินคำพูดของแมร์โลที่พูดถึงเบรนเดสแบบบนั้นเขากลับรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก แล้วพอนึกภาพที่แมร์โลและเบรนเดสสนิทสนมใกล้ชิดกันก็พาลให้เขาไม่ชอบหน้าหมอนั่นไปด้วย ความคิดที่อยากจะให้เธอเป็นของเขามันกลับแวบเข้ามาในหัว จนเผลอทำตามใจตัวเอง...

 

และเขาก็นึกถึงบทสนทนาที่เขาคุยกับเบลม็อททางโทรศัพท์

 

“มีเรื่องอะไรเหรอครับ?”

 

‘ฉันมีเรื่องจะบอกนายน่ะ นี่เป็นคำสั่งจากยิน’

 

“....”

 

‘นายต้องจับตาดูแมร์โลเอาไว้ให้ดี’

 

“ทำไมล่ะครับ?”

 

‘ยินสงสัยว่าแมร์โลจะเป็นคนทรยศด้วยน่ะสิ เพราะแม่นั่นสนิทกับเบรนเดสมาก’

 

“แค่นั้นน่ะเหรอครับ”

 

‘ยังไงก็ตามนายก็ช่วยจับตาดูไว้หน่อยก็แล้วกัน ถ้าแม่นั่นเป็นคนทรยศอีกคนหนึ่งขึ้นมาจริงๆ เดี๋ยวยินเขาจะโวยวายเอาน่ะ’

 

“ครับๆ”อามุโร่ได้แต่ตอบรับแบบส่งๆไป ก่อนจะวางสาย

 

ยินก็ยังคงนิสัยเหมือนเดิม หวาดระแวงคนอื่นไปทั่ว ถึงยังไงเขาก็ไม่คิดจะสนใจคำสั่งของยินอยู่แล้ว และดูท่าว่ายินก็ไม่ค่อยชอบหน้าเขาอยู่แล้วด้วย เรื่องอะไรที่เขาจะต้องทำตามคำสั่งของหมอนั่น เพราะยังไงนี่ก็ไม่ใช่คำสั่งของเบื้องบนและเขาก็ไม่ใช่คนของยิน ถ้าแมร์โลเป็นคนทรยศจริงเบื้องบนก็คงรู้ตั้งนานแล้วและไม่ปล่อยให้เธอเงียบหายไปแบบนี้แน่

 

 

 



 

 

 

 

หลังจากวันนั้นแมร์โลก็มาทำงานขององค์กรตามปกติ ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเบอร์เบิ้นก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม เธอไม่ได้รู้สึกยินดียินร้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ดูท่าว่าเบอร์เบิ้นจะไม่ได้คิดแบบเดียวกันตั้งแต่คำพูดเมื่อตอนนั้น ชายหนุ่มก็ตั้งใจจะพิสูจน์ให้อีกฝ่ายเห็นว่าเขาพูดจริง แมร์โลก็ไม่อยากคิดที่จะโกรธเขาต่อ เพราะเบอร์เบิ้นเองก็ยังปฏิบัติกับเธอในฐานะคู่หูเหมือนเดิมไม่มีอะไรแปลกไป

 

 

วันนี้พวกเขาก็ทำภารกิจเหมือนเดิมไม่มีอะไรแปลกใหม่ ภารกิจครั้งนี้มีทั้ง ยิน วอดก้า เบอร์เบิ้นและแมร์โลร่วมด้วย เป็นการแลกเปลี่ยนของกับคู่ค้าที่โกดังสินค้าแถวท่าเรือ แต่อีกฝ่ายกลับคิดไม่ซื่อ เสนอข้อต่อรองที่เห็นได้ชัดว่าตั้งใจจะโกงกัน เมื่อการเจรจาต่อรองไม่ได้ผล สุดท้ายก็เกิดการยิงต่อสู้กันขึ้น เสียงปืนดังลั่นไปทั่ว แมร์โลเกือบจะพลาดท่าถูกยิงแต่เบอร์เบิ้นก็เอาร่างของตนมาบังกระสุนไว้จนตัวเองบาดเจ็บถูกยิงเข้าที่แขนซ้าย พอทุกอย่างสิ้นสุดลง ร่างของกลุ่มคู่ค้านอนแน่นิ่งหมดลมหายใจ ทั้งๆที่มีคนเยอะกว่าแต่กลับถูกจัดการอย่างง่ายดาย พอจัดการทุกอย่างจบแมร์โลก็รีบพาตัวเบอร์เบิ้นมาที่คอนโดของเธอเพื่อทำแผล ถึงไม่ใช่แผลใหญ่อะไรแต่เธอก็เป็นต้นเหตุให้อีกฝ่ายต้องบาดเจ็บ

 

 

 

“ยื่นแขนมาสิ”หญิงสาวพูด พร้อมกับวางกล่องปฐมพยาบาลลงบนโต๊ะ เธอนั่งลงบนโซฟาตัวยาวข้างๆชายหนุ่มเพื่อที่จะทำแผลให้

“จริงๆก็ไม่ใช่แผลใหญ่อะไร ฉันทำแผลเองก็ได้นะ”

“ไม่ใช่แผลใหญ่แต่เลือดไหลไม่หยุด ถ้าไม่ห้ามเลือดไว้ป่านนี้นายคงเลือดไหลหมดตัวแล้ว”ร่างบางว่าก่อนจะค่อยๆลงมือทำแผล

“เป็นห่วงฉันด้วยเหรอ?”ชายหนุ่มแกล้งหยอก

“ถึงยังไงนายก็บาดเจ็บเพราะฉันนะ”

“....”

 

ร่างสูงปล่อยให้หญิงสาวทำแผลจนเสร็จ

 

“ฉันรู้ว่านายอยากทำตามคำพูดที่เคยพูดไว้ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตตัวเองพิสูจน์เลยนี่”แมร์โลพูด ขณะเก็บอุปกรณ์ทำแผล

“ไม่รู้สิ ตอนนั้นที่ทำแบบนั้นฉันก็ไม่ทันคิดอะไรเหมือนกัน”

 

สิ่งที่เขาเห็นตอนนั้นคือ ปืนที่เล็งมาทางแมร์โลหมายจะเอาชีวิตสิ่งเดียวที่เขาคิดตอนนั้นคือ ต้องปกป้องเธอให้ได้ เขาถึงเลือกที่จะเอาตัวเข้าไปบังกระสุนเอาไว้

 

นัยน์ตาต่างสีสบกันนิ่ง ระหว่างเขากับเธอไม่มีใครพูดอะไรออกมา ก่อนที่ชายหนุ่มจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้อีกฝ่ายเพื่อจุมพิตที่ริมฝีปากบาง แต่เขาก็ต้องชะงักรีบดึงสติตัวเองกลับมา เธอคงไม่ชอบใจเท่าไหร่นักที่เขาทำแบบนี้ แต่ผิดคาดร่างบางเป็นฝ่ายยื่นหน้าเข้ามาใกล้ก่อนจะแนบริมฝีปากตนกับมุมปากของอีกฝ่ายและค่อยๆผละออก

 

“ขอบคุณ...ที่ช่วยฉัน” ถ้าหากไม่มีเบอร์เบิ้นป่านนี้เธอคงตายไปแล้ว

 

อามุโร่ชะงักค้างกับการกระทำของหญิงสาว ก่อนที่จะค่อยๆรวบรวมสติกลับมา

 

“ถ้านายอยากให้ฉันไว้ใจนาย ฉันก็จะเชื่อ เพราะนายก็ไม่เคยหวังผลประโยชน์อะไรจากฉันมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว”

 

อามุโร่ยกยิ้ม ในที่สุดแมร์โลก็เข้าใจเขาเสียที

 

“แต่นายสัญญาอะไรกับฉันอย่างหนึ่งได้มั้ย”

“อะไรล่ะ?”

นายคอยอยู่ข้างๆฉันแบบนี้ต่อไปได้มั้ย

ได้ ฉันสัญญา” อามุโร่พูดพร้อมทั้งดึงร่างบางให้เข้ามาซบไหล่ตน

 

ความสัมพันธ์ที่แสนคลุมเครือของพวกเขาจึงได้เริ่มต้นขึ้น...

 

และไม่มีใครรู้ว่าความสัมพันธ์นี้จะจบลงอย่างไร...

 

แต่พวกเขาก็จะคอยอยู่ข้างๆกันแบบนี้...ตามสัญญา

 

 

 

 

 

 

 

 

Attachment.png

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

118 ความคิดเห็น

  1. #102 icesupicha (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 05:06

    สัญญาที่จะสร้างความลำบากในอนาคต เพราะอยู่คนล่ะฝ่าย

    #102
    0
  2. #75 seirin (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 08:55
    ไรท์แต่งดีมากค่ะ ไหลลื่นอ่านไม่สะดุดเลย ชอบค่า สู้ๆน้า
    #75
    0
  3. #74 Dailee (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 09:03

    สู้ๆๆๆๆๆๆนะไรท์!!! คือแต่งดีม๊วกกกกกกกอ่าาาา
    #74
    0