[ Fic Conan ] Bourbon and Merlot Secret Love

ตอนที่ 28 : Chapter 28 Bourbon

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 385
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    30 มี.ค. 63


“แมร์โล วันนี้มีสมาชิกใหม่ที่จะต้องแนะนำให้เธอรู้จัก”เบลม็อทพูดขึ้น

ขณะที่ร่างบางเจ้าของโค้ดเนมกำลังนั่งอ่านรายงานขององค์กรอยู่โซฟาฝั่งตรงข้าม

“ใคร?”หญิงสาวเจ้าของผมสีส้มอ่อนเลิกคิ้วแปลกใจ ถ้าไม่ใช่สมาชิกที่มีความสำคัญกับองค์กรจริงๆ เบลม็อทก็ไม่จำเป็นต้องบอกเธอ

“รู้สึกว่าจะเป็นแฮกเกอร์ฝีมือดีน่ะ ส่วนเรื่องโค้ดเนม...ไว้เดี๋ยวเธอก็รู้”หญิงสาวผมแพทตินั่มบลอนด์ยกยิ้ม

แมร์โลได้แต่ส่ายหน้าให้กับท่าทีของอีกฝ่าย ผู้หญิงคนนี้ชอบทำอะไรเป็นปริศนาให้เธอประหลาดใจเล่น แต่เธอก็ไม่ได้คิดใส่ใจนัก เพราะรู้ดีว่านี่เป็นนิสัยของเจ้าหล่อน

      

        เป็นแฮกเกอร์...งั้นก็แปลว่าคงเป็นพวกไม่ค่อยออกงานภาคสนามสินะ...แมร์โลคิด


 

 


 


 


 


 

“มาแล้วเหรอ แมร์โล”ยินเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

“ไง มีธุระอะไรกับฉันงั้นเหรอ?”ร่างบางเอ่ยถามทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้อง ซึ่งเป็นที่นัดรวมตัวของสมาชิกในองค์กร

“ก็แค่อยากจะแนะนำสมาชิกใหม่ให้เธอรู้จัก...”ร่างสูงผมเงินพูด พร้อมทั้งเบนสายตาไปยังร่างสูงของใครอีกคนหนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหลังเขา


 

ชายหนุ่มร่างสูงผู้มีนัยน์ตาสีเทา ผมสีดำขลับดุจขนอีกา ใบหน้าหล่อเหลาคมคายมีแววตาที่ดูลึกลับ ยากที่จะรู้ได้ว่าภายในแววตานั้นเก็บซ่อนอะไรบางอย่างอยู่

เขาก้าวออกมาด้านหน้าเพื่อให้หญิงสาวได้เห็นหน้าเขาชัดเจนขึ้นแต่เขาก็ต้องเป็นฝ่ายผงะ เมื่อได้เห็นร่างบางที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา หญิงสาวเองก็ได้แต่ยืนจ้องอีกฝ่ายนิ่ง


 

“หมอนี่คือ เบรนเดส เป็นแฮกเกอร์ขององค์กรเรา”ยินเอ่ยแนะนำตัวอีกฝ่าย

“ยินดีที่ได้รู้จัก ฉัน...แมร์โล”หญิงสาวเอ่ยแนะนำตัว


 

  เธอไม่คิดว่าจะได้เจอเขาที่นี่...ในองค์กรสีดำนี้


 

“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ ผมคือ เบรนเดส หวังว่าเราจะร่วมงานด้วยกันได้นะครับ”ชายหนุ่มยกยิ้ม เขาเองก็ดูมีท่าทีแปลกใจไม่ต่างกัน แต่ก็ไม่ถึงกับหลุดให้ยินสงสัย

“ร่วมงานงั้นเหรอ?”

“เป็นคำสั่งจากท่านผู้นั้น...ต่อจากนี้ให้เธอทำงานคู่กับเบรนเดส”ยินพูด

“เข้าใจแล้ว...”แมร์โลพยักหน้ารับ แต่ความจริงเธอก็รู้ดีอยู่แล้วว่าบอสคงไม่ได้ให้เธอทำงานร่วมกับเบรนเดสเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการให้เธอคอยเฝ้าจับตาดูเขาไปด้วยในฐานะสมาชิกใหม่ขององค์กรที่อาจจะเป็นหนูสกปรกลอบเข้ามาก็ได้


 

หลังจากนั้นมาแมร์โลก็คอยทำงานคู่กับเบรนเดสมาตลอด จนกระทั่งชายหนุ่มได้รับความไว้วางใจจากรัมให้ทำหน้าที่เฝ้าจับตาดูสมาชิกปลายแถวขององค์กรคนหนึ่ง ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัท IT เบรนเดสจึงมีอีกตัวตนหนึ่ง คือนักพัฒนาซอฟแวร์ชื่อ คิริซาวะ เฮียวกะ


 

“นายเล่น หลายบทบาท แบบนี้ไม่เหนื่อยบ้างหรือไง”แมร์โลถาม

“ไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอก แล้วก็อีกอย่าง...เธอเองก็ เหมือนกัน ไม่ใช่เหรอ?”

“ฉันน่ะไม่เป็นไรหรอก นายเองก็ควรระวังตัวไว้หน่อยก็ดีนะ ตอนนี้นายอาจจะโดนระแวงอยู่ก็ได้”

“ขอบใจที่เตือนนะ จะระวังตัวเอาไว้ก็แล้วกัน”


 

พอทำงานด้วยกันไปสักพัก เบรนเดสและแมร์โลก็ถูกจับแยกให้ไปทำงานร่วมกับคนอื่น อย่างเบรนเดสก็ไปทำงานร่วมกับทีมภาคสนามขององค์กร แมร์โลเคยได้ยินมาว่า ทีมภาคสนามที่ว่านี้เป็นทีมที่มีฝีมือมากทีมหนึ่งมีทั้งผู้เชี่ยวชาญในการรวบรวมข้อมูล แถมยังมีสไนเปอร์มือดีอีกสองคน ซึ่งพวกเขามีโค้ดเนมเป็นชื่อของวิสกี้ทั้งสามคน ตอนแรกแมร์โลก็นึกสงสัยว่าเบื้องบนจะให้เบรนเดสไปทำอะไรในทีมภาคสนาม แต่ดูเหมือนเธอจะคิดมากไป ดูท่าว่าเบรนเดสจะเข้ากับทีมใหม่ได้ดีกว่าที่คิด ส่วนทางเธอเองก็ได้รับคำสั่งจากรัมให้ไปทำงานรวบรวมข้อมูลกับคูราโซ่ ทำให้เธอห่างจากเบรนเดสไปพักใหญ่ แต่พวกเขาก็ได้มานั่งพูดคุยกันบ้างนานๆครั้ง


 

“งานหนักเหรอ?”เสียงหวานเอ่ยถาม เมื่อเห็นท่าทีเคร่งเครียดของชายหนุ่มตรงหน้า

“ก็นิดหน่อยน่ะ...”

“ถ้าให้เดาคงไม่ใช่แค่งานที่บริษัทกับงานที่รัมสั่งใช่มั้ย ที่ทำให้นายเป็นแบบนี้”

แมร์โลรู้ดีว่าสิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มตรงหน้าเธอหงุดหงิดไม่ใช่เรื่องแค่นี้


 

“ฉันก็แค่ไม่พอใจกับงานที่ยินสั่งน่ะ พอถามถึงเหตุผลก็บอกว่าเป็นคำสั่งจากท่านผู้นั้น ฉันว่าหมอนั่นเองมากกว่าที่ทำอะไรตามใจตัวเอง”

“ฉันว่านายเลิกสงสัยเถอะ ถ้าไม่อย่างนั้นยินจะระแวงนายเอานะ เบรนเดส”หญิงสาวเตือนด้วยความหวังดี เพราะ เธอรู้สึกว่าในช่วงนี้ท่าทีของยินก็ดูแปลกๆไป

“ช่างเถอะ ฉันไม่คิดจะสนใจอะไรหมอนั่นอยู่แล้ว”

“....”

“แล้วงานของเธอเป็นยังไงบ้างล่ะ แมร์โล”

“ก็เรียบร้อยดี ถือว่าง่ายกว่าที่คิดไว้มาก”

แมร์โลได้รับคำสั่งจากรัมให้ทำงานรวบรวมข้อมูลกับคูราโซ่ ซึ่งในฐานะที่เป็นมือขวาและมือซ้ายของรัมนับว่าพวกเธอทำผลงานได้ยอดเยี่ยมทีเดียว


 

“เรื่องงานเก็บข้อมูลต้องยกให้เธอกับคูราโซ่จริงๆเลยนะ”เจ้าของเรือนผมสีดำเอ่ยชม

“ถ้างั้นเรื่องแฮกเกอร์ฉันก็คงต้องยกให้นายสินะ”

“หึ...นั่นสินะ จริงสิ อีกไม่นานเราคงต้องมีภารกิจร่วมกันนะ”

“เรื่องนั้นฉันก็ได้ยินมาเหมือนกัน จะว่าไปก็อยากรู้จักทีมที่นายทำงานด้วยจังเลยนะ”


 

เธออยากจะรู้ว่าทีมที่เบรนเดสทำงานด้วยเป็นทีมแบบไหน เพราะทั้ง 4 คนก็มีความสามารถที่แตกต่างกันออกไปแต่กลับสามารถร่วมกันทำงานได้เป็นอย่างดี


 

“อย่าทำให้พวกนั้นหลงเสน่ห์เธอเข้าล่ะ ถ้ามีใครมาพัวพันใกล้ๆ เธอจะยุ่งเอานะ”เบรนเดสพูดติดตลก

“นี่ ล้อกันเล่นใช่ไหม?”หญิงสาวถามอย่างไม่สบอารมณ์

ที่เบรนเดสพูดแบบนี้เพราะคิดว่าเธอจะไปหว่านเสน่ห์กับคนในทีมของเขาหรือยังไง


 

“ฮะๆๆ ถ้าเธอได้เจอกับเจ้าพวกนั้นเดี๋ยวก็ได้รู้เอง”


 

             หมายความว่ายังไงกัน...?


 

แมร์โลได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ


 

จนกระทั่งเธอได้พบกับทีมของเบรนเดสเธอถึงได้เข้าใจ สมาชิกในทีมของเขาแต่ละคนมีความสามารถที่ไม่ธรรมดาจริงๆ และนอกจากความสามารถที่แตกต่างกันแล้ว พวกเขาก็ยังมีนิสัยที่แตกต่างกันไปด้วย อย่างเบอร์เบิ้นที่เป็นคนช่างพูด ช่างเจรจา สมกับที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเก็บข้อมูล


 

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมมีโค้ดเนมว่า เบอร์เบิ้น”ชายหนุ่มแนะนำตัวพลางส่งยิ้มให้

“ยินดีที่ได้รู้จัก ฉันแมร์โล”หญิงสาวทักทายกลับ

“ได้ยินเรื่องของคุณมานาน วันนี้ดีจริงๆที่ได้พบคุณ”

“ฉันก็ได้ยินเรื่องของนายมาเหมือนกัน ดูท่าทางนายไม่ธรรมดาเลยนะ”แมร์โลหรี่ตามองอีกฝ่าย 

“....”

“แล้วก็อีกอย่างไม่ต้องใช้คำสุภาพกับฉันก็ได้ ฉันไม่ถือ”

“ครับ”


 

สก๊อตที่ดูจะเป็นคนสบายๆเข้ากับคนง่าย และไรย์ที่ดูจะเป็นคนเงียบๆ ใจเย็น สมกับสไนเปอร์ยอดฝีมือขององค์กร แต่เสียอย่างเดียว...


 

หมอนี่เป็นคนกวนประสาทชะมัด...แมร์โลคิด


 

ตอนเจอเธอครั้งแรกก็ทักทายแบบขอไปที นั่นทำให้เธอนึกหงุดหงิดอยู่นิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้ถืออะไร แต่ไม่มีอะไรที่ทำให้เธอหงุดหงิดเท่ากับการที่หมอนี่ไม่ค่อยรับฟังแผนของเธอเท่าไหร่นัก ถึงฟังก็ฟังแบบผ่านๆไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก แต่แทนที่ไรย์จะทำงานพลาดเขากลับทำผลลัพธ์ออกมาได้ตรงกันข้าม ไรย์ทำงานสำเร็จบรรลุเป้าหมายทุกครั้ง นั่นทำให้เธอจำใจต้องปล่อยผ่านไป


 

ขอแค่ทำงานให้สำเร็จตามที่องค์กรต้องการ...ก็ไม่มีใครมาหาเรื่องอยู่แล้ว...


 

ยังไงซะแมร์โลก็ไม่คิดจะสุงสิงหรือพูดคุยกับไรย์นอกจากเรื่องงานอยู่แล้ว ต่างกับเบอร์เบิ้นที่เธอดูจะเข้ากับเขาง่ายกว่าที่คิด คงเป็นเพราะนิสัยสุภาพ ช่างพูด แถมยังเป็นคนที่มีความสามารถคล้ายๆกัน เข้าใจความคิดของกันและกันได้ดีกว่าคนอื่น นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอสนิทกับเบอร์เบิ้นมากกว่าคนอื่นๆในทีมรองจากเบรนเดส

แมร์โลทำงานร่วมกับทีมของเบรนเดสได้เป็นอย่างดี จนกระทั่งมีบางอย่างเปลี่ยนไป...


 


 


 


 


 


 

“เธอจะให้ฉันทำงานกับเบอร์เบิ้นงั้นเหรอ?”แมร์โลถามด้วยความแปลกใจ

“ใช่ เธอได้ยินไม่ผิดหรอก”เบลม็อทพยักหน้ารับ


 

มันเกิดอะไรขึ้น...ทำไมเธอถึงต้องคอยจับตาดูหมอนั่นด้วย


 

“เกิดอะไรขึ้นกับทีมของหมอนั่น”

“หึ...ก็แค่ในทีมของหมอนั่นมีหนูสกปรกอยู่ด้วยน่ะ”

“เธอหมายถึงใคร?”หญิงสาวหัวใจกระตุกวูบ เมื่อได้ยินสิ่งที่แม่มดสาวพันหน้าพูด

“สก๊อต ไงล่ะ”

“แล้ว...เธอมั่นใจได้ยังไง?”

“เรื่องนั้น...เธอก็ลองไปถามยินหรือไม่ก็อนิซดูก็แล้วกัน เพราะแม่นั่นเป็นคนตรวจสอบเรื่องของสก๊อตเอง”

“ยัยนั่นก็เลยเป็นคนจัดการสก๊อตงั้นเหรอ?”หญิงสาวถามเพื่อความแน่ใจ คนอย่างอนิซเท่าที่เธอรู้จักมาก็เป็นคนที่เลือดเย็นไม่ต่างจากยิน เป็นคนที่ทำทุกอย่างเพื่อความก้าวหน้าของตัวเอง แต่อนิซก็ไม่ได้มาวุ่นวายกับเธอนัก เธอจึงไม่คิดจะใส่ใจกับผู้หญิงคนนี้

“เปล่า...คนที่จัดการสก๊อตก็คือไรย์ต่างหาก”

“ไรย์เหรอ?”ร่างบางผมสีส้มอ่อนขมวดคิ้วยุ่ง เท่าที่เธอรู้จักไรย์กับสก๊อตมาสองคนนี้ก็ดูจะสนิทกันดี คนอย่างไรย์จะฆ่าเพื่อนของตัวเองได้ลงคอเลยเหรอ...แต่เธอคงจะลืมไปว่าในองค์กรสีดำนี้ไม่เคยมีคำว่า เพื่อน หรือ มิตร ทุกคนต่างเกี่ยวข้องกันด้วยผลประโยชน์ หากทำพลาดก็หมายถึง ความตาย ไรย์ก็คงไม่ต่างกัน หากเป็นสิ่งที่ควรทำสำหรับองค์กรแล้วละก็...หมอนั่นก็คงไม่ลังเลที่จะปลิดชีวิต เพื่อน ของตัวเองเลย

“ฉันก็ไม่รู้รายละเอียดอะไรมากนักหรอก รู้แค่ว่าไรย์เป็นคนส่งมันไปลงนรกเท่านั้นแหละ”

“บอสก็เลยอยากให้ฉันเป็นคนคอยจับตาดูเบอร์เบิ้น เพราะสงสัยว่าหมอนั่นเป็นหนูที่แฝงอยู่ในองค์กรเหมือนกับสก๊อตใช่มั้ย?”

“ฮะๆๆ สมกับเป็นเธอนะ เดาได้ถูกต้องเลยล่ะ”เบลม็อทว่า

“...”

“คงต้องขอยืมตัวเธอจากเบรนเดสสักพักละนะ ต่อจากนี้ก็ฝากเบอร์เบิ้นด้วยแล้วกัน”เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลขยิบตาให้ บอกเป็นเชิงนัยยะ

     

         ต่อจากนี้ให้เฝ้าจับตาดูเบอร์เบิ้นให้ดี...


 


 

หลังจากการตายของสก๊อต แมร์โลก็มาจับคู่ทำงานกับเบอร์เบิ้นตามคำสั่งเบื้องบน เท่าที่สังเกตดูในช่วงแรกๆเบอร์เบิ้นก็ยังคงไม่มีอะไรผิดปกติจะมีก็แต่ท่าทีที่ดูเศร้าหมองลงเล็กน้อย แต่เธอก็ไม่คิดจะถามอะไรเขา ใช่ว่าจะไม่เข้าใจกับการที่ต้องเสียเพื่อนไปอย่างไม่ทันตั้งตัว เพราะถึงแม้ว่าสก๊อตจะเป็นสายลับที่แฝงตัวเข้ามาในองค์กรแต่สองคนนี้ก็เป็นเพื่อนที่สนิทกันที่สุด แต่สิ่งหนึ่งที่แมร์โลสังเกตเห็นได้ชัดคือท่าทีของเบอร์เบิ้นที่มีต่อไรย์


 

“เกลียดหมอนั่นมากเลยเหรอ? เบอร์เบิ้น”ร่างบางเอ่ยถาม

“หมอนั่น...หมายถึงไรย์สินะ”

“....”

“ใช่ ฉันน่ะเกลียดหมอนั่นมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว”ชายหนุ่มผมบลอนด์กำหมัดแน่นอย่างคิดแค้นใจ


 

       ไรย์ เป็นคนฆ่าเพื่อนของเขา...


 

ตอนแรกเขาก็แค่ไม่ชอบหน้าหมอนั่นเท่านั้น เพราะบางครั้งไรย์ก็ทำผลงานได้ดีกว่าเขาตลอด เขาต้องแพ้ให้กับไรย์เสมอ จนเขานึกหมั่นไส้ขึ้นมา แต่ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว...ความรู้สึกของเขาที่มีต่อไรย์ในตอนนี้คือ ความแค้น จนอยากจะฆ่าให้ตายคามือ


 

“ฉันก็ไม่ได้อยากจะสนใจอะไรมากหรอกนะ แต่อย่าทำให้ความเกลียดของนายสร้างปัญหาให้กับ งาน ก็แล้วกัน”

“อ่า...ไม่มีเรื่องแบบนั้นหรอก”

ยังไงสิ่งที่แมร์โลห่วงที่สุดก็คือ งานขององค์กร ไม่น่าแปลกใจเลยที่เธอจะเป็นคนโปรดของบอส เพราะ เธอเป็นคนทุ่มเททำทุกอย่างเพื่อองค์กร แต่เธอก็มีบางมุมที่แตกต่างไปจากคนอื่นในองค์กรเหมือนกัน แมร์โลเกลียดการฆ่าโดยไร้เหตุผล ถ้าใครเป็นผู้บริสุทธิ์หรือไม่สมควรถูกฆ่าเธอก็จะปล่อยไปเรียกได้ว่าเป็นคนที่มีนิสัยตรงข้ามกับยินโดยสิ้นเชิง แต่เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอในบางครั้งเธอก็มีมุมที่เลือดเย็น วางแผนฆ่าคนโดยไม่รู้สึกอะไรแต่เธอก็เลี่ยงที่จะลงมือด้วยตัวเองถ้าหากไม่จำเป็น เหมือนกับพยายามให้เลือดเปื้อนมือให้น้อยที่สุด นี่คือสิ่งที่ทำให้เขาคิดว่าแมร์โลต่างจากคนอื่นในองค์กรอย่างเห็นได้ชัด


 

“ก็ยังดีที่นายแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออก”

“เธอไม่ต้องห่วงหรอก ยังไงซะฉันก็ไม่ได้ทำงานคู่กับไรย์แล้ว”

“มั่นใจจังนะ ถ้าเบื้องบนสั่งให้นายไปทำงานคู่กับไรย์ขึ้นมาล่ะ”หญิงสาวแกล้งถาม

“ตอนนี้ฉันทำงานคู่กับเธออยู่นะ เบื้องบนไม่มีทางส่งฉันไปทำงานคู่กับคนอื่นหรอก”เบอร์เบิ้นพูดพลางยกยิ้มมุมปาก


 

ทำไมเขาจะไม่รู้ที่แมร์โลมาทำงานกับเขาเพราะเป็นคำสั่งของเบื้องบน...


 

แต่ก็นับว่ายังดีที่เขาไม่ต้องไปทำงานกับคนอื่น ถ้าไม่อย่างนั้นเขาคงถูกระแวงจนไม่เป็นอันทำอะไรแน่ อย่างน้อยการทำงานคู่กับแมร์โลก็ทำให้เขาทำงานได้อย่างเต็มที่ พูดคุยกันได้ง่ายกว่าคนอื่น เข้าใจความคิดของกันและกันได้เป็นอย่างดี


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 

“รู้สึกว่าช่วงนี้สนิทกับเบอร์เบิ้นจังเลยนะ”เบรนเดสพูดขึ้น

แมร์โลมองหน้าเจ้าของนัยน์ตาสีเทานิ่ง

“หมายความว่าไง?”

“นี่...ไม่รู้ตัวเลยเหรอว่าช่วงนี้เธอสนิทกับเบอร์เบิ้นมากกว่าเดิม”

“คงเป็นเพราะมีอะไรคล้ายๆกันก็เลยเข้ากันง่ายน่ะ”เจ้าของเรือนผมสีส้มอ่อนตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก

“สนิทกันน่ะมันก็ดี แต่...ขอให้เป็นแค่เรื่องงานเท่านั้นนะ”ชายหนุ่มพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

“ทำไม? นายคิดว่าฉันกับเบอร์เบิ้นจะทำไมงั้นเหรอ?”

“ฉันก็แค่อยากเตือนเธอให้ระวังหมอนั่นไว้”

“อืม...”หญิงสาวเพียงแต่พยักหน้ารับ

“ดูเธอไม่ทุกข์ร้อนเลยนะ ไม่กลัวว่าหมอนั่นจะเป็นสายลับที่แฝงตัวเข้ามาในองค์กรเหรอ?”เบรนเดสแกล้งถาม

“เบอร์เบิ้นจะเป็นสายลับหรือไม่ ฉันเป็นคนตัดสินเอง”

ไว้ใจคนผิดระวังเป็นภัยเข้าตัวนะ”ชายหนุ่มผมดำเตือนด้วยความหวังดี เพราะเขารู้สึกว่าแมร์โลไม่ได้สนใจสถานะของเบอร์เบิ้นเลย

“ขอบใจที่เตือนนะ แต่ว่า...จะเป็นอย่างนั้นหรือเปล่าไว้คอยดูกัน”แมร์โลเองก็ไม่ได้ไว้ใจเบอร์เบิ้นเสียทีเดียว แต่ในบรรดาคนที่ทำงานร่วมกันมาหมอนี่เป็นคนที่เข้ากับเธอง่ายที่สุดแล้ว อย่างน้อยในฐานะเพื่อนร่วมงานก็นับว่าไว้ใจได้ระดับหนึ่ง

“เฮ้อ...”เบรนเดสถึงกับถอนหายใจ ไม่รู้ว่าทำไมแมร์โลถึงได้มั่นใจเรื่องเบอร์เบิ้นนัก เพราะโดยปกติแล้วแมร์โลไม่ใช่คนที่จะไว้ใจใครง่ายๆ หรือบางทีเธออาจจะรู้อะไรมาก็ได้


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 

“กำจัดหนู นายจะพวกฉันตามไปกำจัดหนูที่หนีไปงั้นเหรอ?”ซีลวาเนถามขึ้น มือบางหยิบรูปสมาชิกปลายแถวที่เป็นคนทรยศขององค์กรขึ้นมาดู

“ใช่...แต่ว่างานนี้เธอไม่ได้ทำคนเดียว”ชายหนุ่มผมเงินที่นั่งอยู่บนโซฟาฝั่งตรงข้ามพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

“จะมีใครร่วมด้วยงั้นเหรอ?”หญิงสาวผมบลอนด์ทองเลิกคิ้วเชิงถาม ธรรมดาแล้วงานกำจัดหนูแบบนี้เธอมักจะจัดการด้วยตัวเองหรือไม่ก็ทำงานจับคู่กับไรย์

“อนิซ แมร์โล เบอร์เบิ้น แล้วก็...เบรนเดส”

“หืม?”ซีลวาเนนึกแปลกใจ ทำไมจำนวนคนที่เข้าร่วมการไล่ล่าครั้งนี้เยอะกว่าปกติ แถมมีชื่อของคนที่ไม่น่าเกี่ยวข้องด้วย

“ทำไมเหรอ?”ยินถาม เมื่อเห็นท่าทีแปลกไปของหญิงสาวตรงหน้า

“ทำไมถึงต้องใช้คนเยอะขนาดนี้ แล้วก็...เบรนเดสเกี่ยวอะไรกับงานนี้ด้วย”

“หึ...เรื่องนั้นเดี๋ยวเธอก็รู้เอง”ร่างสูงเหยียดยิ้ม เป็นรอยยิ้มของปีศาจที่ซีลวาเนไม่สามารถคาดเดาได้


 

       การไล่ล่าครั้งนี้ต้องมีบางอย่างแอบแฝงอยู่แน่... ซีลวาเนคิด

   


 


 


 


 


 


 


 


 


 

แมร์โลรู้สึกว่าภารกิจไล่ล่าสายลับครั้งนี้มีบางอย่างผิดปกติ ทำไมถึงต้องเบรนเดสมาทำภารกิจครั้งนี้ด้วย เขาไม่ใช่คนที่จะมาทำงานแบบนี้ได้เลย เธอมีลางสังหรณ์บางอย่างรวมกับสิ่งที่เบรนเดสบอกกับเธอก่อนที่จะมาที่ป่าแห่งนี้


 

เมื่อทุกอย่างกำลังจะจบลง เบอร์เบิ้นจัดการยิงสายลับคนสุดท้ายตกหน้าผาไปแล้ว และพวกเขากำลังจะเตรียมตัวกลับ จู่ๆก็เหมือนกับว่าอนิซคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้


 

“จริงสิ จะว่าไปเรายังเหลือคนทรยศอีกคนหนึ่งนี่”

“เธอหมายถึงใครน่ะ อนิซ”แมร์โลเอ่ยถาม

“ก็...”หญิงสาวไม่พูดอะไรต่อ แต่สายตากลับจ้องมองไปยังชายหนุ่มเจ้าของผมสีดำดุจขนอีกา


 


 

“จ้องฉันแบบนี้หมายความว่ายังไง อนิซ”ชายหนุ่มผมผมดำแสร้งถาม

“รู้ดีอยู่แก่ใจไม่ใช่เหรอ เบรนเดส”

หญิงสาวผมดำเหยียดยิ้มร้ายการจะยกปืนจ่อไปที่ชายหนุ่ม


 

หัวใจของแมร์โลกลับสั่นระรัวอย่างบอกไม่ถูก เมื่อเห็นท่าทางของอนิซ


 

                อย่าบอกนะว่า...


 


 

ปัง!!!


 

สิ้นเสียงปืนร่างสูงของเบรนเดสก็ซวนเซไปยังริมขอบหน้าผาก่อนจะร่วงตกลงไปยังเบื้องล่าง


 

“เบรนเดส!!!”หญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีส้มอ่อนตะโกนเรียกชื่อชายหนุ่มดังลั่น

นัยน์ตาสีม่วงอมเทาเบิกกว้าง พร้อมทั้งทำท่าจะวิ่งเข้าไปหาอีกฝ่าย แต่ก็ถูกเบอร์เบิ้นรั้งตัวไว้ หญิงสาวพยายามสะบัดตัวให้หลุดจากการเกาะกุมของชายหนุ่มผมบลอนด์แต่เขามีแรงมากกว่าเธอ ทำให้แมร์โลไม่สามารถทำอะไรได้ ฝ่ายเบอร์เบิ้นก็ได้แต่ยืนนิ่งรั้งร่างบางของหญิงสาวเอาไว้ เพราะถ้าปล่อยให้แมร์โลวิ่งเข้าไปหาเบรนเดสเธออาจจะโดนลูกหลงไปด้วย


 

หญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีส้มอ่อนได้แต่ยืนนิ่ง เพราะเธอไม่สามารถสะบัดตัวให้หลุดจากการเกาะกุมของชายหนุ่มผมบลอนด์ได้


 

“อนิซ นี่เธอทำบ้าอะไร!!!”แมร์โลเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด นัยน์ตาสีม่วงอมเทาแฝงไปด้วยความเจ็บปวดและความโกรธแค้น

“ทำอะไร...เธอก็เห็นไม่ใช่เหรอว่าฉันกำจัดคนทรยศ”อนิซตอบกลับพร้อมทั้งยกยิ้มมุมปาก

“เบรนเดสทำอะไรผิดเธอถึงต้องฆ่าเขา”

“เรื่องนั้นเธอไม่จำเป็นต้องรู้หรอก รู้แค่ว่านี่เป็นคำสั่งของยินก็พอ”เจ้าของนัยน์ตาสีอเมทิสต์ปรายตามองอีกฝ่ายที่อยู่ในอ้อมแขนของเบอร์เบิ้นอย่างไม่ไยดีก่อนจะเดินออกไป

“กลับกันเถอะ”ซีลวาเนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งก่อนจะเดินออกไปอีกคน

“ปล่อยฉันได้แล้ว เบอร์เบิ้น”แมร์โลหันไปบอกร่างสูงที่จับตัวเธอไว้ ชายหนุ่มจึงค่อยๆปล่อยเธอให้เป็นอิสระ

ร่างบางพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ความรู้สึกทุกอย่างเอาไว้และไม่แสดงออกมาให้ใครเห็น เธอจะมาทำตัวอ่อนแอตอนนี้ไม่ได้ แมร์โลนึกถึงคำพูดของเบรนเดสก่อนที่จะมาทำภารกิจนี้


 

‘แมร์โล ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นขอให้เธอเข้มแข็งเอาไว้’


 

เธอไม่เข้าใจความหมายของคำพูดนั้น จนกระทั่งตอนนี้

“กลับกันเถอะ แมร์โล”เบอร์เบิ้นพูด


 

หญิงสาวหันกลับไปมองหน้าผาเบื้องหน้าเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินออกไป


 

เธอต้องเข้มแข็งเอาไว้...จะทำตัวอ่อนแอไม่ได้เด็ดขาด

 

——————————————————————————————————————————————

มาแล้วค่าาา ตอนนี้จะเป็นการเล่าในมุมมองของแมร์โลนะคะ ถ้าใครงงๆ รอติดตามตอนต่อไปกันด้วยน้า


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 

 


 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

118 ความคิดเห็น

  1. #101 icesupicha (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 04:57

    สงสารจังง

    #101
    0
  2. #73 seirin (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 20:42
    อยากเห็นหน้าเบลนเดสกับซีลวาเน่จัง หน้าตาจะประมาณไหนน้อ
    #73
    1
    • #73-1 ซิลเวอร์ทอร์น(จากตอนที่ 28)
      9 เมษายน 2563 / 14:14
      รูปซีลวาเนไรท์แปะไว้ให้แล้วค่ะ ส่วนเบรนเดสยังเป็นความลับอยู่ อดใจรอหน่อยน้า
      #73-1
  3. #72 Nim_eaa (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 22:22
    มาต่อเร็วๆน้าาาาา
    #72
    0