[ Fic Conan ] Bourbon and Merlot Secret Love

ตอนที่ 27 : Chapter 27 Blended

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 434
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    30 มี.ค. 63


เบรนเดส คือสมาชิกคนสำคัญขององค์กร เป็นแฮกเกอร์มือดีคนหนึ่ง ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากรัม มักจะทำงานร่วมกับแมร์โลเสมอแต่ในบางครั้งทั้งสองคนก็ต้องแยกกันทำงานเนื่องจากเป็นคำสั่งเบื้องบน และบ่อยครั้งที่เบรนเดสจะต้องมาทำงานร่วมกับทีมของเบอร์เบิ้น

 

“ไง พวกนาย”ร่างสูงเรือนผมสีดำดุจขนอีกาเอ่ยทัก ชายหนุ่มสามคนที่นั่งรออยู่ก่อน

“มาช้าจริงๆเลยนะ”ไรย์เอ่ยทัก

“พอดีมีปัญหานิดหน่อยน่ะ”ร่างสูงตอบก่อนจะหันไปมองเพื่อนร่วมงานอีกสองคน

“พวกยินคงใช้ให้นายไปทำอะไรอีกแล้วสินะ”สก๊อตว่า

“ก็ทำนองนั้นแหละ...”ชายหนุ่มยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจนัก

“แล้วเราจะเริ่มงานกันได้หรือยัง?”ร่างสูงผิวเข้มที่นั่งเงียบอยู่นานเอ่ยถามขึ้น

“ใจร้อนจังนะ เบอร์เบิ้น”

“นายก็ยังใจเย็นอยู่ได้นะ เบรนเดส”

“เอาน่าๆ พวกนายสองคนเดี๋ยวมันก็จบแล้ว”สก๊อตรีบห้ามทัพเมื่อรู้สึกว่าเพื่อนร่วมงานทั้งสองเริ่มจะเถียงกัน

“เริ่มงานกันเถอะ”ไรย์พูดขึ้น

ชายหนุ่มทั้งสามพยักหน้ารับก่อนจะวางแผนจัดแจงหน้าที่ของตนเอง

วันนี้ 4 หนุ่มวิสกี้มีภารกิจร่วมกัน คือ การตามหานักธุรกิจที่เป็นหุ้นส่วนขององค์กร มันจะไม่ยุ่งยากเลยถ้าหากนักธุรกิจคนนั้นไม่ได้มีข้อมูลสำคัญขององค์กรอยู่ในมือ ทางเบื้องบนจึงมีคำสั่งให้รีบนำข้อมูลนั้นกลับมาและกำจัดเขาซะ ตามที่เบอร์เบิ้นสืบหาข้อมูลมาเป้าหมายมีนัดแลกเปลี่ยนข้อมูลกับใครบางคนที่บาร์แห่งหนึ่ง

 

 

เมื่อมาถึงสถานที่ที่เป็นที่นัดหมายพวกเขาก็เริ่มแยกย้ายกันปฏิบัติหน้าที่ โดยเบอร์เบิ้นมีหน้าที่ตามประกบเป้าหมาย เพราะ เขาเป็นคนอัธยาศัยดีและช่างเจรจาน่าจะเป็นคนที่เข้าใกล้เป้าหมายได้ง่ายที่สุด

ไรย์เป็นคนใจเย็น สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ดี เขาจึงเป็นคนคอยเฝ้ามองดูสถานการณ์อยู่รอบนอก ส่วนสก๊อตมีหน้าที่กำจัดเป้าหมายหลังจากที่ชิงข้อมูลมาได้แล้ว เขาจึงเฝ้าจับตามองเป้าหมายหาจังหวะจัดการ และสุดท้ายคือ เบรนเดส เขามีหน้าที่เช็คว่าข้อมูลที่นำมาแลกเปลี่ยนนั้นใช่ข้อมูลที่องค์กรต้องการหรือไม่และนำมันกลับไปให้กับองค์กร

 

 

“เฮ้อ...”เสียงถอนหายใจดังขึ้น ขณะที่มือหนายกแก้ววิสกี้ขึ้นดื่ม

“นายดูไม่จอยกับงานเลยนะ เบรนเดส”สก๊อตเริ่มจับสังเกต

“ฉันก็แค่สงสัยน่ะ ว่าทำไมองค์กรต้องส่งฉันมาด้วยทั้งๆที่หน้าที่เช็คข้อมูลให้เบอร์เบิ้นทำก็จบเรื่องแล้วแท้ๆ”

ความจริงเขาไม่จำเป็นต้องทำภารกิจนี้ด้วยซ้ำแค่ให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้แล้วให้เบอร์เบิ้นส่งข้อมูลให้เขาก็พอ เพราะหมอนั่นก็เป็นคนเก่งเรื่องเก็บข้อมูลอยู่แล้ว

“นายกล้าขัดคำสั่งขององค์กรด้วยเหรอ?”ชายหนุ่มผมน้ำตาลแกล้งถาม

“หึ...ถ้างั้นนายคงไม่ได้เห็นฉันมานั่งอยู่ตรงนี้หรอก”

“หรือว่า...จริงๆแล้วนายแค่อยากอยู่กับคู่หูคนสวยของนายกันแน่”

“หมายถึงแมร์โลน่ะเหรอ ตอนนี้เธอทำงานกับคูราโซ่อยู่คงไม่ได้ทำงานกับฉันพักใหญ่”

“งั้นเหรอ? ท่าทางคู่หูของนายงานรัดตัวจังเลยนะ”

“หึ...ฉันเองก็ไม่ต่างกันหรอก”

“คงถูกใช้ให้ทำงานอะไรอีกแล้วสินะ”ไรย์เอ่ยถาม เมื่อเห็นท่าทีไม่สบอารมณ์ของเพื่อน

“อ่า...ฉันก็แค่หงุดหงิดนิดหน่อยน่ะ แต่ก็ช่างมันเถอะ”

ยังไงซะเขาก็ถือว่าเป็นงานเหมือนกัน และดูเหมือนว่าข้อมูลในครั้งนี้คงเป็นข้อมูลสำคัญ ไม่งั้นองค์กรคงไม่ส่งเขามาทำภารกิจนี้หรอก

 

พวกเขาเฝ้าจับตาดูเป้าหมายพร้อมทั้งดูท่าทีของเบอร์เบิ้น พอหมอนั่นส่งสัญญาณว่าพร้อมแล้ว พวกเขาทั้งสามคนก็เริ่มลงมือปฏิบัติงานทันที

 

“ดูท่าว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นคนที่มาแลกเปลี่ยนข้อมูลด้วยนะ”สก๊อตจับสังเกตหญิงสาวคนหนึ่งในชุดเดรสเกาะอกที่กำลังยืนอยู่ข้างๆเป้าหมาย

“คงจะใช่”

เบรนเดสหรี่ตามองท่าทีของทั้งสองคนก่อนที่เขาจะเริ่มมั่นใจ เพราะเป้าหมายหยิบบางอย่างออกมาจากเสื้อสูทพร้อมทั้งส่งของในมือให้กับหญิงสาว เธอจ้องมองของในมือครู่หนึ่งก่อนจะเก็บใส่ในกระเป๋าของตน

“ฉันจะตามผู้หญิงคนนั้นไปเอง นายไปจัดการเป้าหมายก็แล้วกัน”ร่างสูงผมดำพูด ก่อนจะรีบเดินตามหญิงสาวออกไป

สก๊อตได้แต่พยักหน้ารับ ส่วนไรย์เองก็ดูเหมือนจะแยกตัวไปช่วยเบรนเดสอีกแรง

 

 

 

 

 

“เอ่อ...ขอโทษนะครับ วันนี้คุณมาเที่ยวคนเดียวเหรอครับ”เบรนเดสเข้าไปตีสนิทกับหญิงสาวที่นั่งอยู่ที่โต๊ะอีกมุมหนึ่งของบาร์

“ใช่ค่ะ...”หญิงสาวยกยิ้มรับ

เบรนเดสแสร้งทำเป็นเข้าไปทักทายและชวนคุย สายตาของเขาเหลือบมองกระเป๋าข้างกายหญิงสาวเป็นระยะๆ ก่อนส่งสัญญาณให้ไรย์

 

ปึก!

 

“ว้ายย!”ร่างบางตกใจ เมื่อร่างสูงของใครบางคนเดินเข้ามาชนเธอทำให้แก้วไวน์หกใส่ชุดของเธอ

“อะ...ขอโทษนะครับ เป็นอะไรหรือเปล่า?”ชายหนุ่มถาม

หญิงสาวยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูกไปพักหนึ่ง เบรนเดสรีบอาศัยจังหวะนั้นหยิบของสำคัญในกระเป๋าของหญิงสาวออกไป

“มะ...ไม่เป็นไรค่ะ ดิฉันขอตัวก่อนนะคะ”ร่างบางรีบพูด เธอหันไปมองหน้าชายหนุ่มที่เข้ามาตีสนิทและรีบเดินออกไป

ร่างสูงทั้งสองมองตามแผ่นหลังบางไปจนลับสายตาก่อนจะหันมามองหน้ากัน

“วิธีเบสิคมากเลยนะ ไรย์”

“แต่ก็เป็นวิธีที่ได้ผลไม่ใช่เหรอ?”ร่างสูงเลิกคิ้วถาม

“หึ...ช่างเถอะ ยังไงก็ได้ของมาแล้ว”เบรนเดสชูไมโครชิพขึ้นมาให้อีกฝ่ายดู

“แล้วจะเอายังไงกับผู้หญิงคนนั้นล่ะ? ดูท่าทางเธอจะรู้เรื่องขององค์กรไม่ใช่น้อย”ไรย์ถาม

“ถึงยังไงองค์กรคงไม่ปล่อยให้เธอรอดไปได้อยู่แล้ว จัดการเธอไปพร้อมกับเป้าหมายเลยก็แล้วกัน”ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

“....”

“ถ้างั้น...ฝากนายจัดการด้วยก็แล้วกันนะ ฉันไปรอที่รถล่ะ”เบรนเดสพูดทิ้งท้ายไว้ก่อนจะเดินออกไปจากบาร์

ร่างสูงสวมหมวกไหมพรมได้แต่มองตามอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเรียบเฉย

 

‘เฮ้! ไรย์ เป็นไงบ้าง’สก๊อตพูดผ่านอุปกรณ์สื่อสารที่ติดไว้ข้างหู

“เบรนเดส ได้ของมาแล้ว หมอนั่นให้พวกเราจัดการสองคนนั้น”

‘อ่า...เข้าใจแล้วล่ะ’

 

 

 

 

 

จบสักที....เบรนเดสคิด

 

หลังจากขึ้นรถเบรนเดสได้แต่นั่งจ้องไมโครชิพที่อยู่ในมือนิ่ง เขาต้องเช็คข้อมูลและส่งคืนมันให้กับองค์กร

 

ข้อมูลขององค์กรงั้นเหรอ...?

 

สักพักชายหนุ่มอีกสามคนก็ตามมาขึ้นรถ คาดว่างานทุกอย่างคงจะเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว

 

“พอเสร็จงานแล้วก็รีบชิ่งเลยนะ”สก๊อตเอ่ยแซว เมื่อนั่งประจำที่นั่งคนขับ

“เรื่องจัดการเป้าหมายฉันก็ยกให้พวกนายไง”

“แล้วเรื่องของล่ะ?”เบอร์เบิ้นเอ่ยถาม

“เรียบร้อยดี ที่เหลือก็แค่เช็คข้อมูลแล้วก็ส่งให้องค์กร”

“ถือว่า Mission Complete สินะ”ร่างสูงผมน้ำตาลว่า

“อืม...”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“คิริซาวะ งานของนายน่ะเป็นไงบ้าง”เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งเอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์

“เสร็จเรียบร้อยแล้ว”เขายืดเส้นยืดสายก่อนจะหันไปตอบ

“ถ้างั้นช่วยส่งมาให้ฉันด้วยนะ”

“อ่า...ได้”

 

ตัวตนอีกตัวตนหนึ่งของเบรนเดส คือ นักพัฒนาซอฟต์แวร์ในบริษัท IT ชื่อ คิริซาวะ เฮียวกะ

 

บริษัท IT นี้อยู่ภายใต้การบริหารของสมาชิกภายในองค์กร ถึงจะเป็นแบบนั้นแต่สมาชิกองค์กรคนนี้ก็เป็นแค่พวกปลายแถวไม่มีแม้แต่โค้ดเนมด้วยซ้ำ เบื้องบนเพียงแค่ส่งสมาชิกแถวหน้าอย่างเบรนเดสมาคอยสังเกตพฤติกรรมของสมาชิกคนนี้เท่านั้น

แต่เพราะมีงานหลายอย่างที่ต้องทำ ทำให้บางครั้งเขาก็นึกหงุดหงิดอยู่บ้างแต่ก็ยังดีที่มีคนเข้าใจ

 

 

 

 

 

 

 

“งานหนักเหรอ?”เสียงหวานเอ่ยถาม เมื่อเห็นท่าทีเคร่งเครียดของชายหนุ่มตรงหน้า

“ก็นิดหน่อยน่ะ...”

“ถ้าให้เดาคงไม่ใช่แค่งานที่บริษัทกับงานที่รัมสั่งใช่มั้ย ที่ทำให้นายเป็นแบบนี้”

 

ผู้หญิงคนนี้รู้ทันเขาเสมอ...

 

“ฉันก็แค่ไม่พอใจกับงานที่ยินสั่งน่ะ พอถามถึงเหตุผลก็บอกว่าเป็นคำสั่งจากท่านผู้นั้น ฉันว่าหมอนั่นเองมากกว่าที่ทำอะไรตามใจตัวเอง”

“ฉันว่านายเลิกสงสัยเถอะ ถ้าไม่อย่างนั้นยินจะระแวงนายเอานะ เบรนเดส”

“ช่างเถอะ ฉันไม่คิดจะสนใจอะไรหมอนั่นอยู่แล้ว”

“....”

“แล้วงานของเธอเป็นยังไงบ้างล่ะ แมร์โล”

“ก็เรียบร้อยดี ถือว่าง่ายกว่าที่คิดไว้มาก”

“เรื่องงานเก็บข้อมูลต้องยกให้เธอกับคูราโซ่จริงๆเลยนะ”เจ้าของเรือนผมสีดำเอ่ยชม

“ถ้างั้นเรื่องแฮกเกอร์ฉันก็คงต้องยกให้นายสินะ”

“หึ...นั่นสินะ จริงสิ อีกไม่นานเราคงต้องมีภารกิจร่วมกันนะ”

“เรื่องนั้นฉันก็ได้ยินมาเหมือนกัน จะว่าไปก็อยากรู้จักทีมที่นายทำงานด้วยจังเลยนะ”

“อย่าทำให้พวกนั้นหลงเสน่ห์เธอเข้าล่ะ ถ้ามีใครมาพัวพันใกล้ๆ เธอจะยุ่งเอานะ”เบรนเดสพูดติดตลก

“นี่ ล้อกันเล่นใช่ไหม?”หญิงสาวถามอย่างไม่สบอารมณ์

“ฮะๆๆ ถ้าเธอได้เจอกับเจ้าพวกนั้นเดี๋ยวก็ได้รู้เอง”

 

เจ้าพวกนั้นแต่ละคนไม่ธรรมดาจริงๆ...

 

 

 

 

 

ดูท่าทางจะเข้ากันได้ดีกว่าที่คิดไว้ซะอีก...

 

เบรนเดสคิดพลางยืนมองการสนทนาระหว่างเบอร์เบิ้นกับแมร์โลอยู่ห่างๆ สองคนนั้นมีอะไรหลายๆอย่างที่ดูคล้ายกัน จะเข้ากันได้ดีก็คงไม่แปลก ตรงกันข้ามกับไรย์โดยสิ้นเชิง ถึงหมอนั่นจะดูเป็นคนรักสงบแต่ก็แอบกวนประสาทเล็กๆ จนทำให้แมร์โลหงุดหงิดขึ้นมาได้ง่ายๆ ขณะที่คนกลางอย่างสก๊อตก็ดูจะไม่มีปัญหาอะไร

ในบางครั้งพวกเขาทั้ง 5 คนก็แบ่งทีมจับคู่กันทำงานหรือไม่ก็ทำงานร่วมกันตามที่เบื้องบนสั่ง งานทุกอย่างในองค์กรเป็นไปได้ด้วยดี จนกระทั่ง...

 

 

 

 

 

 

 

 

“นายบอกว่าสก๊อตเป็นสายลับที่แฝงตัวเข้ามาในองค์กรเหรอ?”เจ้าของผมสีดำขลับเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ

“ใช่ มันเป็นหนูสกปรกที่ลักลอบเข้ามาในองค์กร อนิซเป็นคนตรวจสอบเรื่องนี้เอง”ยินพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบก่อนจะยกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบ

ตอนนี้พวกเขากำลังนั่งอยู่ในบาร์ สถานที่นัดรวมตัวของเหล่าคนในองค์กร

“อนิซ...”

ถ้าเขาจำไม่ผิดผู้หญิงคนนี้คอยเป็นหูเป็นตาให้กับยิน คอยหาตัวสายลับที่แฝงตัวอยู่ในองค์กรรวมถึงคนที่คิดจะทรยศองค์กรด้วย

“แล้วตอนนี้หมอนั่นเป็นไงบ้างล่ะ”ร่างสูงพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ

“ถูกไรย์จัดการไปแล้ว”

“ไรย์ เหรอ?”

“แต่น่าเสียดายที่เราไม่รู้ว่ามันเป็นใคร...แต่ก็ช่างเถอะ ไม่ว่าจะเป็นใครหนูสกปรกก็สมควรจะถูกกำจัดอยู่แล้ว”ยินเหยียดยิ้มเหี้ยม

“...”

“แล้วก็ต่อจากนี้คงต้องจับตาดูเบอร์เบิ้นเอาไว้ เพราะมันเป็นคนที่สนิทกับสก๊อตมาก บางทีมันอาจจะเป็นหนูสกปรกที่แฝงตัวเข้ามาด้วยก็ได้”

“แล้วไง? จะให้ฉันไปเฝ้าจับตาดูหมอนั่นหรือไง”

“เปล่า...คนที่จะเฝ้าจับตาดูเบอร์เบิ้นไม่ใช่นาย แต่เป็นคู่หูของนายต่างหาก”

“คู่หูของฉัน? แมร์โลงั้นเหรอ?”ชายหนุ่มเลิกคิ้วแปลกใจ

“นี่เป็นคำสั่งจากท่านผู้นั้น...”

“แมร์โล เป็นคนหูไวตาไวไม่แปลกที่ท่านผู้นั้นจะไว้ใจเธอให้คอยจับตาดูเบอร์เบิ้น”

“ถ้ามันเป็นหนูสกปรกที่แฝงตัวเข้ามาล่ะก็...คราวนี้ฉันจะเป็นคนจัดการมันเอง”ยินเหยียดยิ้ม เพราะเขาก็ไม่ค่อยชอบท่าทีเจ้าความลับของเบอร์เบิ้นตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ถ้ามันเป็นสายลับที่แฝงตัวเข้ามาจริงเขาจะได้มีโอกาสกำจัดมันสักที

 

 

สุดท้ายหลังจากที่ทำงานร่วมกับเบอร์เบิ้นอยู่พักใหญ่ แมร์โลก็ยืนยันได้ว่า เบอร์เบิ้นไม่ใช่สายลับที่แฝงตัวเข้ามาในองค์กร ทำให้ยินชวดโอกาสที่จะจัดการกับเบอร์เบิ้น แต่สิ่งที่เบรนเดสเห็นได้ชัดหลังจากที่เห็นสองคนนี้ร่วมงานกันก็คือ ความสนิทสนม คนอื่นในองค์กรอาจจะไม่สังเกตแต่เขารู้สึกได้ว่าสองคนนี้ดูสนิทกันมากกว่าแต่ก่อน อาจเพราะมีอะไรคล้ายๆกันและทำงานร่วมกันบ่อยทำให้สองคนนี้สนิทกันมากขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นแมร์โลก็ยังดูมีระยะห่างจากหมอนั่นอยู่ ทำให้เขาวางใจ

 

เบอร์เบิ้น...ดูยังไงก็ไม่น่าใช่คนที่จะไว้ใจได้เลย

 

ภายใต้หน้ากากนั่น...จะซ่อนอะไรไว้บ้าง

 

เขาคงต้องเตือนแมร์โลระวังตัวเอาไว้บ้าง...

 

 

 

 

 

 

 

 

วันนี้เบรนเดสมีภารกิจสำคัญชิ้นใหญ่ นั่นคือการตามไล่ล่าตัวสายลับที่หลบหนีมาอยู่ในป่า แต่ที่เขาสงสัยคือ แค่มากำจัดหนูสกปรกที่ลอบเข้ามาในองค์กรไม่กี่คนทำไมถึงต้องใช้คนเยอะขนาดนี้ ทั้งเบอร์เบิ้น แมร์โล ซีลวาเนหรือแม้แต่อนิซก็มาด้วย และที่สำคัญกว่านั้นทำไมต้องให้เขาที่เป็นแฮกเกอร์มาทำงานอะไรแบบนี้ด้วย

 

ดูท่าว่าการกำจัดคนทรยศในครั้งนี้ดูเหมือนจะมีอะไรมากกว่านั้น...

 

ซีลวาเนจ้องมองมาที่เบรนเดส ยินส่งเธอมาทำภารกิจนี้พร้อมกับคนอื่นๆ แต่เธอรู้ดีว่างานนี้เป็นแค่ฉากบังหน้าเท่านั้นความจริงมันมีอะไรมากกว่านั้น แต่คนที่รู้เรื่องทุกอย่างดีที่สุดคงเป็นอนิซ

 

เมื่อทุกอย่างกำลังจะจบลง เบอร์เบิ้นจัดการยิงสายลับคนสุดท้ายตกหน้าผาไปแล้ว และพวกเขากำลังจะเตรียมตัวกลับ จู่ๆก็เหมือนกับว่าอนิซคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

 

“จริงสิ จะว่าไปเรายังเหลือคนทรยศอีกคนหนึ่งนี่”

“เธอหมายถึงใครน่ะ อนิซ”แมร์โลเอ่ยถาม

“ก็...”หญิงสาวไม่พูดอะไรต่อ แต่สายตากลับจ้องมองไปยังชายหนุ่มเจ้าของผมสีดำดุจขนอีกา

 

เบรนเดสถึงได้เริ่มคิดว่าตอนนี้ตัวเขาเริ่มที่จะเป็นอันตรายแล้ว

 

“จ้องฉันแบบนี้หมายความว่ายังไง อนิซ”ร่างสูงแสร้งถาม

“รู้ดีอยู่แก่ใจไม่ใช่เหรอ เบรนเดส”

หญิงสาวผมดำเหยียดยิ้มร้ายการจะยกปืนจ่อไปที่ชายหนุ่ม

 

ปัง!!!

 

สิ้นเสียงปืนร่างสูงของเบรนเดสก็ซวนเซไปยังริมขอบหน้าผาก่อนจะร่วงตกลงไปยังเบื้องล่าง

ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นคือ ภาพของแมร์โลที่ตะโกนเรียกชื่อของเขา และภาพเบอร์เบิ้นที่พยายามดึงตัวแมร์โลไว้ไม่ให้วิ่งเข้ามาหาเขา ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลง

 

ขอโทษนะ...

 

ขอโทษ...ที่ไม่สามารถอยู่ข้างๆเธอต่อไปได้

 

แมร์โล...

 

————————————————————

มาแล้วค่าาาา สำหรับตอนนี้ใครงงๆ ก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ ตอนนี้เป็นการบรรยายในมุมของตัวละครอย่างเบรนเดสตัวละครลึกลับ ที่ถูกพูดถึงอยู่บ่อยๆแต่ไม่เคยได้ปรากฎตัวออกมา ซึ่งตัวเขาเป็นชนวนสำคัญให้กับความสัมพันธ์ระหว่างอามุโร่และนางเอกของเรานั่นเอง เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปโปรดติดตามกันด้วยนะคะ สำหรับตอนนี้ไม่สนุกยังไงต้องขอโทษด้วยนะคะ

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

118 ความคิดเห็น

  1. #100 icesupicha (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 04:49

    มีโอกาสรอดอยู่เถอะนะ

    #100
    0
  2. #71 seirin (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 07:45
    ไม่ใช่ว่าจริงๆแล้ว เบรนเดสยังไม่ตายนะ ยิงตกหน้าผาไปนี่ โอกาสรอดค่อนข้างสูง(ในนิยายหรืแหนังอ่านะ)
    #71
    0
  3. #70 Nim_eaa (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 15 มีนาคม 2563 / 03:36

    งืออออออ หน่วงจัยยยยย
    #70
    0
  4. #69 namthai120704 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 21:34

    เย้ๆๆๆๆๆๆๆในที่สุดก็กลับมาาาาาาาม
    #69
    0
  5. #68 정화_pc (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 21:30

    ไรท์กลับมาแล้วว

    #68
    0
  6. #67 038488575 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 13:23

    ไรท์กลับมาเเล้วววววววว
    #67
    0