[ Fic Conan ] Bourbon and Merlot Secret Love

ตอนที่ 24 : Chapter 24 Assassination ( Part I )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 553
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    12 ธ.ค. 62

 

“ดูเหมือนว่าพวกเราจะได้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับพวกมันมาแล้วล่ะนะ cool kid”

“คงจะเป็นเรื่องเป้าหมายที่พวกมันต้องการลอบสังหารในครั้งต่อไปสินะครับ”

“ใช่แล้ว...”


 

ไม่กี่วันต่อมาหลังจากที่โคนันรู้เรื่องของสมาชิกองค์กรชุดดำที่แฝงตัวเข้ามาอยู่ใกล้ตัวพวกเขา อาจารย์โจดี้ก็ติดต่อมาหาเขาเรื่องแผนการลอบสังหารของพวกมัน


 

“คุณมิซึนาชิ เรย์นะเขาติดต่อมาน่ะ บอกว่าพวกมันเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว”อาจารย์โจดี้พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“เธอว่ายังไงบ้างเหรอครับ”โคนันถามด้วยสีหน้าร้อนรน

“เป้าหมายของพวกมันเป็นหนึ่งในสามผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส ในปีนี้น่ะ”

“อย่างที่คิดไว้จริงๆด้วย”เด็กแว่นพึมพำเบาๆ

“เธอรู้อยู่แแล้วเหรอ Cool Kid”

“ผมก็แแค่คาดเดานั้นแหละครับ...แต่ผมก็ไม่คิดว่าสิ่งที่ผมคิดไว้จะเป็นจริง”

“เธอคิดอะไรงั้นเหรอ?”

“ตอนที่อาจารย์โจดี้บอกว่าพวกมันมีเป้าหมายที่จะลอบสังหารนักการเมืองคนหนึ่ง ผมก็นึกเอะใจตั้งแต่แรกแล้ว”

“งั้นเหรอ...จริงสิ แล้วก็มีอีกเรื่องหนึ่งนะ”

“เรื่องอะไรเหรอครับ?”เด็กแว่นถามด้วยความสนใจ

“ได้ยินว่าพวกมันทำภารกิจหนึ่งสำเร็จไปแล้วนะ”

“ว่าไงนะครับ!!!”โคนันทำสีหน้าตื่นตระหนก ทำไมทุกอย่างมันถึงได้รวดเร็วแบบนี้ เขายังไม่ทันจะรู้เรื่องอะไรเลย

“คุณเรย์นะเองก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยรู้รายละเอียดมากนักหรอกแต่เห็นเธอบอกว่ามันเป็นความสำเร็จโดยบังเอิญน่ะ”

“ความสำเร็จโดยบังเอิญ...แล้วรู้มั้ยครับว่าเป้าหมายของพวกมันเป็นใคร”


 

โจดี้ได้เพียงแต่ส่ายหน้าเท่านั้น เธอเองก็ไม่รู้อะไรมากนักเพราะข้อมูลทุกอย่างนี้ก็มาจากคุณมิซึนาชิ เรย์นะ ถ้าคุณเรย์นะไม่รู้อะไรเธอเองก็ยากที่จะรู้ได้


 

“แล้วเอาไงต่อล่ะ ถึงตอนนี้นายจะรู้ว่าเป้าหมายคนก่อนของพวกมันเป็นใครก็กลับไปแก้สถานการณ์อะไรไม่ได้อยู่แล้ว”ไฮบาระที่นั่งฟังทั้งสองคนคุยกันอยู่พูดขึ้น

“นั่นสินะ...ยังไงตอนนี้เราก็คงต้องคิดเรื่องเป้าหมายคนล่าสุดของพวกมันก่อนดีกว่า”

“มันก็ต้องเป็นแบบนั้นแหละ...”

“แล้วเรื่องการลอบสังหารครั้งนี้ได้ข้อมูลอะไรมาบ้างล่ะครับ อาจารย์โจดี้”

“เรื่องนั้นน่ะ...”


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 

หลายอาทิตย์ต่อมาแผนการลอบสังหารของเหล่าหมาป่าสีดำก็ได้เริ่มต้นขึ้น


 

“ทุกอย่างคงพร้อมแล้วนะ”ร่างสูงผมสีเงินยาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ตอนนี้สมาชิกทุกคนที่เกี่ยวข้องกับภารกิจในครั้งนี้กำลังรวมตัวกันที่โกดังแถวๆท่าเรือแห่งหนึ่งเพื่อทบทวนแผน


 

แผนการนี้เป็นแผนการใหญ่ในระดับหนึ่ง จะให้มีอะไรผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาดเพราะนั่นก็หมายถึงความล้มเหลวขององค์กรด้วย หากไม่สามารถกำจัดเสี้ยนหนามขององค์กรได้ ท่านผู้นั้นก็คงจะไม่พอใจแน่


 

“ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วครับ ลูกพี่”วอดก้าตอบ พลางหยิบแผนที่กางลงบนโต๊ะ

“ตามที่ฉันสืบมา ส.ส. ทาคิซาวะมีกำหนดการจะให้สัมภาษณ์กับพวกนักข่าวที่นี่”แมร์โลพูด พร้อมกับชี้ไปยังจุดหนึ่งในแผนที่

“พวกเราสองคนจะเข้าไปจับตาดูเป้าหมายส่วนที่เหลือก็เป็นงานของพวกนาย”เบอร์เบิ้นพูดต่อ

“เรื่องนั้นพวกฉันจัดการเอง”ซีลวาเนพูดในขณะที่กำลังหยิบกระบอกปืนไรเฟิลออกจากที่เก็บเพื่อเช็คดูความเรียบร้อย ด้านหลังของเธอคือเคียนติที่กำลังยืนทำหน้าไม่สบอารมณ์อยู่และกอร์นที่มีท่าทีนิ่งเฉย

“ยังไงก็ตามหวังว่าทุกอย่างคงไม่ต้องถึงมือฉันหรอกนะ”เบลม็อทพูด เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นในระหว่างที่ทำงานภารกิจลอบสังหารครั้งนี้ เธอก็คงต้องเป็นฝ่ายออกโรงเอง

“เรื่องนั้นเอาไว้พูดกับซีลวาเนดีกว่านะ ถ้าลูกกระสุนของเธอไม่เจาะทะลุไปที่หัวของมันล่ะก็...ถึงตอนนั้นฉันจะเป็นคนลงมือเอง”เคียนติพูด พลางจ้องมองหญิงสาวผมบลอนด์อย่างไม่วางตา


 

  ถ้าไม่มีซีลวาเนเธอคงได้เป็นฝ่ายลงมือในภารกิจนี้แล้ว....


 

“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ฉันไม่มีทางทำพลาดแบบนั้นแน่ แล้วก็...คงจะไม่ซุ่มยิงให้เป้าหมายรู้ตัวด้วย”ซีลวาเนพูดเหน็บแนมอีกฝ่าย ทำเอาเคียนติถึงกับชักสีหน้าใส่แต่ก็ไม่พูดอะไร


 

เพราะเธอได้ยินมาว่าในช่วงที่เธอไม่อยู่หลายเดือนมานี้ เคียนติกับกอร์นก็ทำงานพลาดไปหลายครั้งเหมือนกัน มิหนำซ้ำยังทำให้เป้าหมายรู้ตัวอีกถึงแม้คนคนนั้นจะเป็น อากาอิ ชูอิจิ ถึงแม้สุดท้ายยินจะบอกว่านั่นเป็นความเข้าใจผิดของตัวเองก็ตาม แต่เธอก็หวังอยู่ลึกๆว่า หมอนั่น จะยังไม่ตาย แต่เธอคงได้แค่หวังแบบลมๆแล้งๆเท่านั้น เพราะหลักฐานการตายของ หมอนั่น มันชัดเจนเสียจนไม่มีช่องโหว่ แถมตำรวจญี่ปุ่นก็ยังรับรองการตายของ  หมอนั่น เสียดิบดี เธอก็คงได้แต่คิดไปเองว่า หมอนั่น จะยังมีชีวิตอยู่


 

“ซีลวาเน...”ยินเอ่ยเรียกชื่อหญิงสาวผมบลอนด์ เมื่อเห็นว่าเธอนิ่งเงียบไป

“ว่าไง ยิน”ร่างบางหลุดจากภวังค์ความคิดและหันไปตามเสียงเรียกก็พบกับสายตาเย็นเยียบของอีกฝ่ายจ้องมองมาที่เธอ

“เป็นอะไรไป...”

“เปล่า...ไม่มีอะไรหรอกแค่คิดทบทวนแผนนิดหน่อย”

“แล้วคีร์ไปไหนล่ะ?”เบลม็อทเอ่ยถามเมื่อไม่เห็นหญิงสาวอีกคนที่ควรจะอยู่ด้วย เพราะในครั้งนี้คีร์ก็มีส่วนร่วมในแผนการครั้งนี้ด้วย


 

เพราะคนที่จะเข้าถึงพวกนักข่าวได้ง่ายๆก็มีแต่นักข่าวด้วยกันเท่านั้น...


 

“เดี๋ยวฉันไปตามให้ก็แล้วกัน”หญิงสาวเจ้าของผมสีบลอนด์ทองพูดขึ้น เธออยากจะออกไปจากสถานการณ์ที่น่าอึดอัดนี้


 

ร่างบางเดินออกจากวงสนทนาเพื่อออกไปตามหาคีร์ที่น่าจะอยู่แถวๆนี้ เมื่อเธอเดินออกมาเรื่อยๆก็ได้ยินเสียงของคีร์เหมือนกำลังคุยกับใครบางคนอยู่ด้านหลังของตู้คอนเทนเนอร์ตู้หนึ่ง


 

คีร์อาจจะกำลังคุยโทรศัพท์กับใครอยู่....ซีลวาเนคิด


 

เมื่อหญิงสาวเดินเข้าไปใกล้ๆ เธอก็เริ่มได้ยินบทสนทนาชัดเจนขึ้น เหมือนกับว่าคีร์กำลังตกลงเรื่องอะไรบางอย่างกับคู่สนทนาในสาย เมื่อร่างบางเดินเข้าไปใกล้ได้ระยะหนึ่งเธอก็หยุดยืนฟังบทสนทนาของคีร์อยู่ครู่หนึ่ง เมื่ออีกฝ่ายคุยโทรศัพท์เสร็จแล้วซีลวาเนก็ยังคงยืนนิ่งรอให้คีร์เดินออกมาจากด้านหลังตู้คอนเทนเนอร์ หญิงสาวผมดำชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นว่าใครมายืนอยู่อยู่ด้านหลัง


 

“เมื่อกี้เธอคุยโทรศัพท์กับใครงั้นเหรอ?”

“ก็...เจ้าหน้าที่สถานีที่จะสัมภาษณ์ทาคิซาวะน่ะสิ ฉันแค่โทรไปยืนยันกำหนดการกับเขานิดหน่อย”คีร์พูดด้วยท่าทีเกร็งๆ

“แต่เท่าที่ฉันได้ยินมันไม่น่าจะเป็นแบบนั้นเลยนะ”

“เธอคิดมากไปล่ะมั้ง ซีลวาเน”

หญิงสาวผมบลอนด์ทองยังยืนจ้องหน้าอีกฝ่ายนิ่ง เธอรู้สึกเหมือนกับว่าคีร์ดูแปลกๆไปหลังจากที่ถูกชิงตัวกลับมาจากพวก FBI ถึงแม้เธอจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของตัวเองแล้วก็ตาม

“มีอะไรงั้นเหรอ?”

“ฉันก็แค่จะมาตาม เพราะใกล้จะเริ่มงานแล้ว”

“งั้นเหรอ...”หญิงสาวตอบรับก่อนจะเดินผ่านร่างบางไป

“เดี๋ยวก่อน...คีร์”


 

เสียงเรียกทำให้เจ้าของโค้ดเนมหยุดชะงักและหันมามองหญิงสาวผมบลอนด์ทองอย่างนึกสงสัย


 

“หลังจากจบงานนี้ฉันมีเรื่องจะคุยด้วยหน่อย”

“ได้สิ...”คีร์ตอบรับ ถึงเธอจะไม่รู้ว่าซีลวาเนอยากจะคุยเรื่องอะไรกับเธอ แต่ถ้าเธอเลือกที่จะปฏิเสธเธอก็อาจจะถูกสงสัยเอาได้ แล้วอีกอย่างเรื่องที่เธอคุยโทรศัพท์เมื่อกี้นี้ซีลวาเนจะเชื่อคำพูดของเธอหรือเปล่า ถึงผู้หญิงคนนี้จะไม่ใช่คนขี้ระแวงแต่ก็เป็นคนฉลาดแค่ความปกติเพียงนิดเดียวผู้หญิงคนนี้ก็สามารถจับสังเกตได้แล้ว


 

    เป็นคนที่ทั้งสวยทั้งฉลาดแบบนี้...มิน่าถึงได้เป็นคนโปรดของยิน...


 

เมื่อคุยกันจบคีร์ก็รีบเดินออกไปทันทีโดยมีสายตาของหญิงสาวผมบลอนด์มองตามแผ่นหลังบางไป ตอนนี้ซีลวาเนเริ่มคิดว่า ภารกิจการลอบสังหารในครั้งนี้อาจจะมีบางอย่างเกิดขึ้นก็ได้


 


 


 


 


 


 


 


 

“คุณเรย์นะ โทรมายืนยันเรื่องเป้าหมายของพวกมันแล้วล่ะ”

“แล้วเป็นยังไงบ้างครับ”เด็กแว่นถามด้วยท่าทีร้อนรน

“เป็นตามที่เธอคาดเป้าหมายของพวกมันคือ ทาคิซาวะ มาโคโตะ หนึ่งในผู้ลงสมัคร ส.ส. ครั้งนี้”

“เป็นอย่างนั้นจริงๆด้วยสินะ”เด็กชายจับคางครุ่นคิด

“แล้วนายจะเอาไงต่อล่ะ”เสียงของเด็กหญิงอีกคนเอ่ยถามขึ้น


 

ในตอนนี้โคนันกำลังนั่งอยู่ในรถคันหรูของอาจารย์โจดี้โดยมีไฮบาระนั่งอยู่เบาะหลัง


 

“นี่ ฉันบอกเธอแล้วไงว่าไม่ต้องตามมาด้วยอะ”โคนันพูดพร้อมกับเหลือบตามองเด็กหญิงผมสั้นสีน้ำตาลที่นั่งอยู่เบาะหลัง

“ทำอย่างกับว่านายจัดการทุกอย่างได้ด้วยตัวคนเดียวงั้นแหละ”

“ถึงอย่างนั้นเธอไม่เห็นจะต้องตามมาด้วยเลย ให้ฉันกับพวกอาจารย์โจดี้จัดการกันเองก็ได้”

“อย่ามาอวดดีนะย่ะ!!! นายคิดว่าตัวเองรู้จักพวกมันดีเท่าฉันหรือไง”ไฮบาระว่า ทำเอาเด็กแว่นชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเหยียดยิ้ม เขาเข้าใจว่าไฮบาระเป็นห่วงแต่ไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องหยุดแผนลอบสังหารของพวกมันให้ได้ เพราะเขาพลาดมาหลายครั้งแล้ว ครั้งนี้เขาจะพลาดไม่ได้


 

ที่เขาพลาดส่วนหนึ่งก็มาจากความประมาทของตัวเอง...


 

ดูท่าว่าเขาจะดูถูกพวกมันมากเกินไป...


 

อีกส่วนหนึ่งก็มาจากสมาชิกขององค์กรอย่างแมร์โลที่วางแผนการทุกอย่างได้อย่างแยบยลเหลือเกิน...


 

เป็นคนที่น่ากลัวพอๆกับเบลม็อทหรือไม่ก็น่ากลัวยิ่งกว่า...


 

เพราะเบลม็อทใช้วิธีการปลอมตัวและแปลงโฉมเพื่อเข้าหาคนและล้วงความลับแต่แมร์โลเลือกที่จะใช้ใบหน้าที่แท้จริงของตัวเองและใช้จิตวิทยาในการเข้าหาคนเพื่อล้วงความลับ นับว่าเป็นคนที่ไม่ควรประมาทเป็นอย่างยิ่งรวมทั้งคู่หูของเธออย่างเบอร์เบิ้นด้วย


 

“นี่ Cool Kid เรื่องสมาชิกองค์กรชุดดำที่ชื่อ เบอร์เบิ้นคนนั้นน่ะเป็นไงบ้าง”FBI สาวถาม ขณะที่ขับรถไปด้วย

“ผมเองก็ตกใจเหมือนกันครับ เรื่องที่สมาชิกองค์กรชุดดำแฝงตัวมาอยู่ใกล้ๆแบบนี้”

“....”

“แต่คิดว่าคงไม่ต้องเป็นห่วงแล้วล่ะครับ...ผมคิดว่าเขาคงจะรามือจากพวกเราแล้วล่ะ”

“ทำไมเธอถึงมั่นใจขนาดนั้นล่ะ?”

“เพราะเขาคงคิดว่าคนทรยศขององค์กรอย่าง เชอร์รี่ถูกระเบิดตายไปแล้วน่ะสิครับ”โคนันพูดพร้อมกับเหลือบมองไฮบาระที่นั่งอยู่เบาะหลัง ซึ่งเด็กหญิงก็ได้แต่สะบัดหน้าหนีด้วยความไม่สบอารมณ์ จนโคนันได้แต่ยิ้มแห้งๆตอบกลับไป

“งั้นคงต้องถือเป็นความโชคดีของเธองั้นสินะ”

“จริงสิ...อาจารย์โจดี้ครับผมมีเรื่องอยากจะถามหน่อย”โคนันเพิ่งคิดบางอย่างขึ้นมาได้

“เรื่องอะไรเหรอ?”

“เจ้าหน้าที่ FBI ที่เข้ามาในญี่ปุ่นมีแค่พวกคุณเหรอครับ?”

“อืม...ก็ใช่นะ ทำไมเหรอ?”โจดี้นึกแปลกใจกับคำถามของเด็กแว่นสมองใส

“เอ่อ...ผมก็แค่คิดว่าอาจจะมีเจ้าหน้าที่ FBI คนอื่นมาที่ญี่ปุ่นด้วยน่ะครับ”เด็กชายพยายามเลี่ยงที่จะไม่บอกเรื่องผู้ชายแปลกหน้าที่เขาพบบนรถไฟ Bell Tree เพราะเขาไม่แน่ใจเรื่องนี้เท่าไหร่นัก

“ไม่มีหรอก...FBI ที่มาญี่ปุ่นก็มีเท่าที่เธอรู้จักนั่นแหละ”

“แล้ว...คุณอากาอิเขาสนิทกับ FBI คนอื่นหรือเปล่าครับ”


 

โจดี้ชะงักและนิ่งเงียบไปเมื่อได้ยินชื่อของใครคนหนึ่ง

เมื่อเห็นว่าสาวชาวต่างชาติไม่ตอบ โคนันจึงคิดที่จะไม่ถามอะไรอีกเพราะเขาเองก็ผิดที่เอ่ยชื่อคนที่ไม่สมควรออกไป


 

“คนสนิทที่เป็น FBI น่ะมีแค่พวกฉัน แต่รู้สึกว่าชูเขาก็มีเพื่อนสนิทอีกคนหนึ่งนะแต่ไม่ใช่ FBI...”


 

โคนันรู้สึกสนใจข้อมูลใหม่ที่เพิ่งได้รับจึงนั่งนิ่งตั้งใจฟัง

“เขาก็เป็นสายลับเหมือนกันนะแต่ฉันไม่แน่ใจว่าเป็นสายลับของประเทศไหน รู้สึกว่าจะรู้จักกันตอนที่ชูมาอเมริกานี่แหละ”

“แล้วอาจารย์โจดี้รู้จักกับเขามั้ยครับ?”

“ไม่นะ ฉันไม่รู้จักเขาหรอกแต่ชูเคยเล่าเรื่องของเขาให้ฟังน่ะ”

“งั้นเหรอครับ...”


 

  ถ้างั้นผู้ชายที่เขาเจอตอนคดีรถไฟด่วน Bell Tree ก็เป็นคนรู้จักของคุณอากาอิจริงๆน่ะสิ...


 

“ดูท่าทางเธอจะสนใจเรื่องเพื่อนของชูจังเลยนะ”โจดี้ทัก

“ผมก็แค่สงสัยนิดหน่อยน่ะครับ แฮะๆๆ”เด็กชายหัวเราะกลบเกลื่อน เขาจะบอกเรื่องนี้กับอาจารย์โจดี้ไม่ได้เด็ดขาด โจดี้ไม่คิดจะถามอะไรอีกเพราะตอนนี้พวกเธอมีเรื่องสำคัญกว่านั้นที่ต้องจัดการ


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 

“ถ้าอย่างนั้นพวกเราขอล่วงหน้ากันไปก่อนล่ะนะ ยิน”แมร์โลพูด พร้อมกับเตรียมตัวขึ้นรถ RX-7 สีขาวของชายหนุ่มผมบลอนด์

“งั้นฉันก็ขอตัวก่อนนะ”ซีลวาเนพูดขึ้นบ้าง

“เดี๋ยวก่อน...”ยินเอ่ยรั้งร่างบางผมสีบลอนด์ทองไว้

“มีอะไรอีกล่ะ...”

ร่างสูงผมเงินเดินเข้ามาใกล้หญิงสาว มือหนาเอื้อมมาแตะไหล่ร่างบางเบาๆ

“อย่าให้พลาดล่ะ...”ร่างสูงพูดเพียงคำสั้นๆ ก่อนจะเงยหน้าสบสายตากับนัยน์ตาสีเฮเซลของอีกฝ่ายอย่างสื่อความหมาย

“อืม...ฉันเคยทำให้นายผิดหวังด้วยเหรอ”ร่างบางพยักหน้ารับและผละตัวออกเพื่อเดินไปขึ้นรถเฟอร์รารี่สีแดงคันโปรดของเธอ

“ไปกันเถอะ คีร์ เธอต้องไปเจอกับคนที่สถานีโทรทัศน์ไม่ใช่เหรอ”

“อืม...”หญิงสาวผมดำพยักหน้ารับและเตรียมขึ้นรถไปกับซีลวาเน


 

“พวกเธอเองก็ควรจะไปได้แล้วนะ เคียนติ กอร์น”แมร์โลหันไปพูดกับสองสไนเปอร์

“รู้แล้วน่า...”

“อืม...”

ทั้งสองตอบรับและเตรียมขึ้นรถของตนเองเพื่อไปทำภารกิจ เห็นได้ชัดว่าเคียนติไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นักเพราะว่าตนเองไม่ได้เป็นคนลงมือเองแต่เธอก็ไม่สามารถขัดคำสั่งของยินได้


 

หลังจากที่สมาชิกบางส่วนออกไปปฏิบัติภารกิจแล้วก็เหลือแค่พวกยินเท่านั้นที่จะตามไปสมทบทีหลัง


 

“แหม...นายนี่ร้ายไม่เบาเลยนะ ยิน”เบลม็อทเอ่ยหยอกล้อ

“พูดอะไรของเธอ เบลม็อท”ยินเหลือบตามองเจ้าของนัยน์ตาสีเขียวน้ำทะเลที่กำลังยกยิ้มมุมปากใส่เขา

“อยากได้ใครก็เลือกเอาสักคนสิ อยากจะได้ซีลวาเนหรือแมร์โลกันแน่”

“....”

“ทำแบบนี้ Lady จะสับสนเอานะ”


 

เบลม็อทรู้ดีว่าคำพูดของยินที่พูดกับซีลวาเนเมื่อกี้นี้มันไม่ใช่แค่การย้ำเตือนไม่ให้ทำงานพลาดเพียงอย่างเดียวแต่คำพูดนั้นกลับมีอย่างอื่นแฝงอยู่ด้วย


 

ใครๆก็รู้ว่ายินให้ความสำคัญกับซีลวาเนมากกว่าคนอื่น...


 

แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าจะไม่สนใจคนอื่นเลย...


 

แต่เธอคิดว่ายินก็คงจะแค่อยากได้ของเล่นฆ่าเวลาเท่านั้น...


 

      แต่ก็คงไม่ได้อย่างใจคิด...


 

“แต่ฉันคิดว่าคงจะยากหน่อยนะ”หญิงสาวเจ้าของนัยน์ตาสีอเมทิสต์พูดขึ้น

“อนิซ...”

“รู้อยู่ไม่ใช่เหรอ...ว่าตอนนี้แมร์โลกำลังติดใจเบอร์เบิ้นอยู่ หึๆๆ”หญิงสาวว่า พร้อมกับหัวเราะในลำคอ

“อย่าพูดอะไรไร้สาระ...ไปกันได้แล้ว”ยินพูดเสียงเรียบและเดินไปขึ้นรถปอร์เช่ 356A ของตนเอง

อนิซได้แต่มองตามแผ่นหลังของชายหนุ่มผมเงินก่อนจะเดินตามไปขึ้นรถ ในขณะที่เบลม็อทก็เลือกที่จะจบบทสนทนาและขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ฮาร์เล่ย์ของตนและขับออกไป


 


 


 


 


 

“ดีจังนะ ที่คราวนี้พวกเราไม่ต้องลงมือด้วยตัวเอง”ชายหนุ่มผมบลอนด์พูดขึ้น ขณะที่สายตาก็จับจ้องไปบนท้องถนน

“นั่นสินะ...ฉันเองก็จะได้ไม่ต้องเหนื่อย”หญิงสาวผมสีส้มอ่อนว่า

“ต้องขอบคุณ ซีลวาเนนะที่กลับมาได้จังหวะพอดีไม่งั้นเธอคงต้องคิดแผนอีกหลายตลบเพื่อที่จะฆ่ามันแน่ๆ”

“งานนี้ก็ปล่อยให้คนโปรดของยินได้หน้าไปเถอะ”ร่างบางพูดอย่างไม่ใส่ใจนัก เพราะยังไงเธอก็ไม่ใช่คนที่มีส่วนร่วมกับแผนนี้โดยตรงอยู่แล้ว

“นั่นสินะ...”

ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ในใจของอามุโร่ตอนนี้กลับรู้สึกว่าอยากให้ใครสักคนช่วยมาหยุดแผนการลอบสังหารครั้งนี้


 

   อย่างน้อยก็อยากให้มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น...


 

ปาฏิหาริย์จาก เด็กคนนั้น ที่จะมาช่วยหยุดการลอบสังหารครั้งนี้....


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 

 

 


 


 


 


 


 

Attachment.png


 

 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น

  1. #55 038488575 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 14:34

    ไรท์กลับมาซักที เย่
    #55
    0