[ Fic Conan ] Bourbon and Merlot Secret Love

ตอนที่ 23 : Chapter 23 Anise

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 594
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    12 ธ.ค. 62

 

 

“นี่มันหมายความว่ายังไงอธิบายมาเดี๋ยวนี้เลยนะ คุโด้คุง”เด็กหญิงผมสั้นสีน้ำตาลแดงว่า สีหน้าของเธอตอนนี้ทำหน้าเหมือนอยากจะเอาเรื่องอีกฝ่ายเสียให้ได้

“อะ..เอ่อ ใจเย็นก่อนนะไฮบาระ”โคนันพูดด้วยสีหน้าลำบากใจ


 

เขาก็เข้าใจอยู่หรอกว่าไฮบาระกำลังจับต้นชนปลายไม่ถูกเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดบนรถไฟด่วน Bell Tree เพราะแผนซับซ้อนที่เขาคิดขึ้นมาโดยการขอให้จอมโจรคิดที่บังเอิญปลอมตัวขึ้นมาบนรถไฟขบวนนี้ปลอมเป็น มิยาโนะ ชิโฮะและไปพบกับพวกชายชุดดำ ซึ่งแผนการในครั้งนี้ก็ทำให้เขาได้ข้อมูลสำคัญบางอย่าง


 

“นายไม่ยอมบอกอะไรฉันเลย”

“ก็แบบว่าตอนนั้นมัน...”เด็กชายไม่รู้จะอธิบายยังไงดีจึงได้แต่ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก

“ฉันวิ่งไม่คิดชีวิตไปที่ตู้ 7 ห้อง B แล้วก็หลบอยู่ในนั้น จู่ๆก็มีผู้ชายแปลกหน้าเข้ามาในห้องรู้มั้ยว่าฉันกลัวแค่ไหนฉันคิดว่าผู้ชายคนนั้นจะฆ่าฉันซะแล้ว”ไฮบาระพูดถึงช่วงเวลาหนึ่งที่เธอหวาดกลัวที่สุด เธอซ่อนตัวอยู่ในตู้ 7 ห้อง B เพื่อให้รอดพ้นจากหมาป่าสีดำพวกนั้นและหาจังหวะกินยาแก้พิษ APTX 4869 เพื่อกลับคืนร่างเดิม เพราะถ้าเธอถูกพวกมันฆ่าในร่างจริงอย่างน้อยพวกเด็กขบวนการนักสืบเยาวชนจะได้ไม่เสียใจกับการตายของเธอ อย่างน้อยเด็กพวกนั้นก็จะรู้จักเธอในฐานะคนที่เคยพบกันเท่านั้น แต่พอเธอเข้าไปในตู้ 7 ห้อง B กลับมีผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งเข้ามาในห้อง นัยน์ตาสีเทาของอีกฝ่ายจ้องมองมาที่เธอด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา แต่ที่สำคัญกว่านั้นเธอกลับรู้สึกได้ถึงจิตสังหารบางอย่างที่แผ่ออกมาจากผู้ชายคนนั้นั้น


 

  จิตสังหารที่เหมือนกับหมาป่าสีดำพวกนั้น...


 

นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเธอถึงกลัวว่าผู้ชายคนนั้นจะมาฆ่าเธอ ผู้ชายคนนั้นก็ยกยิ้มมุมปากและกดโทรศัพท์หาใครบางคน แล้วจู่ๆแม่ของคุโด้คุงก็เข้ามาในห้องนี้และบอกว่าเธอจะจัดการทุกอย่างเอง หลังจากนั้นเธอก็ออกไปจากห้องและให้ผู้ชายแปลกหน้าคนนั้นคอยเฝ้าคุ้มครองเธอเอาไว้ เธอเพิ่งจะสังเกตว่าเขาเป็นชายหนุ่มร่างสูงผิวขาว ผมสีดำขลับดุจขนอีกา นัยน์ตาสีเทา บ่งบอกว่าเขาไม่ใช่คนญี่ปุ่นแท้ แต่ถึงยังไงเธอก็ไม่หายระแวงเขาง่ายๆหรอก


 

ผู้ชายคนนี้อาจจะเคยอยู่ในองค์กรมาก่อนก็ได้...


 

เพราะเธอรู้สึกได้ถึงจิตสังหารบางอย่างที่มาจากผู้ชายคนนี้....


 

    จิตสังหารที่เหมือนกับคนในองค์กร...


 

ไฮบาระตัดสินใจเอ่ยถามบางอย่างกับเขา


 

“นี่คุณเป็นใครกันแน่?”

“เดี๋ยวถึงเวลาแล้วเธอจะรู้เอง...”


 

ผู้ชายคนนั้นยกยิ้มและตอบเธอมาแค่นั้น จนกระทั่งเอโดงาวะคุงพรวดพราดเข้ามาในห้องและยัดโทรศัพท์ใส่มือเธอพร้อมทั้งบอกว่า


 

  “จอมโจรคิดจะปลอมตัวเป็นเธอไปพบกับชายชุดดำแทน เธอจะต้องบอกเขาว่าต้องพูดอะไรบ้าง”


 


 


 

พอนึกถึงคำพูดของเอโดงาวะคุงแล้ว เธอแค่คิดว่าเขาอาจจะแค่ล้อเล่น


 

หมอนั่นจะไปดึงจอมโจรคิดมาเป็นพวกได้ยังไงกัน!!!


 

แต่เธอคงจะคิดผิด ขึ้นชื่อว่าเป็นคุโด้คุงแล้วไม่ว่าเรื่องอะไรที่เหนือความคาดหมายเขาทำได้ทั้งนั้น แต่เพราะเธอไม่เข้าใจอะไรเลยสักอย่างถึงตัองมาจี้ถามจากเอโดงาวะคุงนี่ไง...


 


 

“ตอนแรกฉันคิดว่านั่นเป็นมุกตลกซะอีกนะ”เด็กหญิงผมน้ำตาลแดงว่า

“ก็ตอนนั้นรู้สึกว่าจะมีเครื่องดักฟังติดอยู่เกือบทุกห้องเลยน่ะสิ ก็เลยอธิบายให้ฟังอย่างละเอียดไม่ได้”โคนันพยายามอธิบายให้เด็กหญิงตรงหน้าใจเย็นลง

“....”

“ก็...คุณสึบารุเขาแฮกเข้าไปในโทรศัพท์เธอแล้วก็เห็นเมลที่เบลม็อทส่งไปหาเธอ เขาก็เลยคิดว่ามันคงอันตรายแน่ๆ ก็เลยออกตามหาเธอไงล่ะ เพื่อนของคุณสึบารุก็ช่วยตามหาด้วยจนไปเจอเธอที่ห้องนั้นไง”

“แล้วตกลงนายสึบารุเขาเป็นใครกัน แล้วทำไมเขาถึงอยู่กับแม่ของเธอที่บ้านเธอได้ล่ะ”ไฮบาระถามสายตาจ้องเขม็งไปที่เด็กแว่นเพื่อเค้นเอาคำตอบ

“ไม่ต้องห่วงหรอกนะ เขาอยู่ข้างเราน่ะ อีกอย่างแม่จะมาเฉพาะวันหยุดพิเศษๆเท่านั้นแหละ”โคนันพูดด้วยท่าทีเหงื่อตก


 

  จะบอกเรื่องตัวจริงของคุณสึบารุให้ไฮบาระรู้ไม่ได้เด็ดขาด...


 


 

“แล้วผู้ชายที่ฉันเจอคนนั้นเป็นใครกันแน่”

“เอ่อ...ก็แบบว่าเขาเป็นเพื่อนของคุณสึบารุไง”เด็กชายพยายามอธิบาย


 

ความจริงแล้วเขาเองก็ไม่รู้จักผู้ชายคนนั้นเหมือนกัน รู้เพียงแค่ว่าเป็นคนที่คุณสึบารุพามาร่วมแผนการครั้งนี้ด้วยเท่านั้น


 

“ฉันรู้สึกเหมือนเคยรู้จักผู้ชายคนนั้นที่ไหนมาก่อน”ไฮบาระตั้งข้อสงสัย เพราะเธอรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายขององค์กรจากผู้ชายคนนั้น

“จริงเหรอไฮบาระ?”โคนันทำสีหน้าแตกตื่น

“ฉันก็แค่รู้สึกเท่านั้นแหละ แล้วทำไมนายถึงต้องทำหน้าแบบนั้นด้วย”ไฮบาระนึกสงสัยกับท่าทีของเด็กชาย

“ปะ...เปล่า”โคนันรีบบ่ายเบี่ยง


 

เขาแค่คิดว่าผู้ชายคนนั้นอาจจะเป็น FBI ก็ได้ เพราะเขารู้จักกับคุณสึบารุ และถ้าไฮบาระรับรู้ถึงการมีตัวตนของเขานั่นแปลว่าเขาอาจจะเคยแฝงตัวอยู่ในองค์กรก็ได้ แต่เสียดายอย่างเดียวคือเขาไม่รู้จักผู้ชายคนนั้นและก็ไม่ได้ถามชื่อเอาไว้เสียด้วย แต่อย่างน้อยเขาก็ได้รู้ว่ามีคนอยู่ข้างเดียวกับเขา


 

เรื่องผู้ชายคนนั้นเอาไว้ถามกับคุณสึบารุทีหลังก็ได้...


 

  แต่ใบหน้าแบบนั้นเหมือนเขาเคยเห็นที่ไหน...


 

  หรือเขาอาจจะแค่คิดไปเอง...


 

“แต่ว่าจากเรื่องคราวนี้ก็ทำให้เรารู้ว่า อามุโร่ โทโอรุ ที่ทำงานที่ร้านปัวโรต์ก็คือ เบอร์เบิ้น สมาชิกขององค์กรตามที่ฉันคาดเอาไว้ยังไงล่ะ”โคนันยกยิ้ม

“ตามที่คาดไว้เหรอ?”ด็อกเตอร์อากาสะนึกสงสัย เพราะเด็กชายพูดราวกับรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว

“ครับ ผมนึกสงสัยเขาตั้งแต่ตอนที่ไฮบาระบอกว่าเขาทำงานกับคนที่ชื่อแมร์โลแล้วล่ะครับ แถมผมยังเจอเขาเกือบทุกครั้งตอนคดีที่พวกมันเป็นคนลงมือ แต่ผมก็ยังไม่มีหลักฐานว่าเขาเป็นคนขององค์กรจริงๆ”

“แล้วตอนนี้นายรู้หรือยังล่ะ”ไฮบาระเอ่ยเหน็บแนม


 

โคนันจึงได้แต่ยิ้มแห้งๆ แต่สิ่งที่เขาสงสัยมันกลับมีมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก


 

  เรื่องของสมาชิกองค์กรชุดดำที่มาอยู่ใกล้ตัวเขาถึงสองคนก็ว่าแปลกแล้ว...


 

แต่ที่เขาสงสัยมากกว่านั้นคือเรื่องของเบอร์เบิ้นกับแมร์โลต่างหาก...


 

ท่าทีสนิมสนมกันยังพอว่า...แต่สองคนนี้กลับดูมีอะไรมากกว่านั้น...เขารู้สึกได้


 

ไหนจะท่าทีเป็นห่วงเป็นใยกันออกนอกหน้าอีก...เขาไม่เชื่อหรอกว่าสองคนนั้นจะเป็นคนรักกันจริงๆ


 

แต่ว่าสิ่งที่เขาเห็นที่ทะเลมันคืออะไร? จะบอกว่าเล่นละครตบตาว่าเป็นคนรักกันมันก็ดูจะเกินไปหน่อย...


 

  ถ้างั้นความสัมพันธ์ระหว่างสองคนนั้นมันคืออะไรกันแน่...?


 

“นี่ แต่ฉันได้ยินว่าคุณอามุโร่ตั้งแต่วันที่เกิดอุบัติเหตุบนรถไฟเขาก็ลาหยุดไม่ได้มาทำงานที่ร้านปัวโรต์อีกเลยนี่นา”เสียงของด็อกเตอร์อากาสะทำให้เด็กชายหลุดจากห้วงความคิด

“คะ...ครับ ผมเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงมาทำงานที่ร้านปัวโรต์แต่เขาคงไม่กลับมาทำอีกแล้วล่ะ ดีไม่ดีเขาอาจจะคิดว่าเธออาจจะถูกระเบิดตายไปแล้วก็ได้”

“แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะ”ไฮบาระถาม

“ถ้าเธอหมายถึงอาจารย์นานามิล่ะก็...ฉันลองถามรันดูแล้ว เธอก็บอกว่าอาจารย์นานามิก็ขอลาหยุดเหมือนกัน”

“....”

“ยังไงก็ตามฉันคิดว่าผู้หญิงคนนั้นก็คงจะไม่มาเป็นอาจารย์สอนที่โรงเรียนเทย์ตันอีกแล้วล่ะ”

“หึ...”เด็กหญิงผมน้ำตาลแดงสะบัดหน้าหนี


 

...เป็นคนที่มีความมั่นใจมากเสียจนน่าหมั่นไส้จริงๆ


 

“ถ้ายังลอยหน้าลอยตากลับมาอีกล่ะก็...คราวนี้เราจะเป็นฝ่ายรีดเอาข้อมูลจากเจ้าบ้านั่นบ้าง”โคนันยิ้มอย่างมีชัย


 

“ถ้านายทำอะไรโดยไม่บอกฉันอีก ฉันจะไม่ยกโทษให้”ไฮบาระพูดพลางเชิดหน้าและเดินผ่านหน้าเขาไป

“อ่อ...นั่นน่ะ เป็นวิธีการพูดขอบคุณในแบบของเธอหรือเปล่า”โคนันทำหน้าล้อเลียน

“อย่ามางี่เง่านะย่ะ!”ไฮบาระทำหน้ามุ่ยก่อนจะเดินหนี

“หนูไอเขาเป็นพวกซึนเดเระน่ะ”ด็อกเตอร์อากาสะกระซิบพูดกับเด็กชาย โคนันจึงได้แต่มองตามแผ่นหลังของเด็กสาวด้วยสายตาเอือมๆ


 

         ตรงไหนล่ะ...ที่ซึนเดเระน่ะ...


 

“เท่านี้ก็เบาใจไปได้เปราะนึงแล้วสินะ ชินอิจิ”ชายร่างท้วมพูด

“ถ้าเป็นเรื่องที่เรารู้ตัวจริงของมันล่ะก็...อาจจะใช่ครับ แต่ทุกอย่างมันคงยังไม่จบแค่นี้”

“เธอหมายความว่ายังไงน่ะ ชินอิจิ”

“ด็อกเตอร์ลืมไปแล้วเหรอครับว่าพวกมันมีเป้าหมายที่จะฆ่าใครบางคนอยู่”

“นะ...นั่นสินะ”

“ถ้าเราได้ข้อมูลมากกว่านี้ก็คงดี”เด็กชายพึมพำ


 

   ถ้ามีข่าวอะไรจากคุณมิซึนาชิ เรย์นะ บ้างก็คงจะดีไม่น้อย....


 


 


 


 


 

 


 


 


 


 


 


 


 


 


 

“ไม่คิดเลยนะว่าเราจะเจอตัวคนทรยศแล้วก็กำจัดได้ง่ายดายแบบนี้”เสียงหวานเสียงหนึ่งเอ่ยพูดขึ้น


 

ตอนนี้สมาชิกส่วนหนึ่งขององค์กรกำลังนั่งรวมกันอยู่ในห้องหนึ่งในตึกขององค์กร เพื่อร่วมกันวางแผนในภารกิจครั้งต่อไป

“แหม พูดอย่างกับว่าตัวเองเป็นคนลงมือเองอย่างนั้นแหละ”เบลม็อทพูดด้วยน้ำเสียงติดจะไม่พอใจ ทั้งๆที่คนลงมือทำภารกิจคือเธอ เบอร์เบิ้นกับแมร์โลแท้ๆ แต่ผู้หญิงที่กำลังนั่งอยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้กลับพูดเหมือนทุกอย่างเป็นผลงานของตนเอง

“ยังไงซะ นี่ก็ถือเป็นความสำเร็จของพวกเราไม่ใช่เหรอ”หญิงสาวเจ้าของนัยน์ตาสีอเมทิสต์พูดอย่างไม่ใส่ใจนัก

เบลม็อทได้แต่ทำหน้าขมวดคิ้วไม่พอใจ เธอไม่อยากจะต่อปากต่อคำอะไรกับผู้หญิงที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาตรงข้ามเธอสักเท่าไหร่ เพราะเธอรู้จักนิสัยของผู้หญิงตรงหน้าคนนี้ดี

“ว่าแต่ฉันไม่เห็นแมร์โลเลยนี่นา ไม่ได้อยู่ด้วยกันหรอกเหรอเห็นปกติพวกนายก็ตัวติดกันตลอด”คราวนี้หญิงสาวหันไปถามชายหนุ่มผิวเข้มที่นั่งอยู่บนโซฟาอีกตัวหนึ่ง

“เธอก็คงจะไปทำงานตามคำสั่งของรัมอยู่นั่นแหละครับ เดี๋ยวก็คงมา”ชายหนุ่มปรายตามองก่อนจะเอ่ยตอบ


 

วันนี้แมร์โลไม่ได้อยู่กับเขาเพราะเธอไปทำงานตามคำสั่งของรัม แต่เขาก็ไม่นึกว่าผู้หญิงคนนี้จะสนใจเรื่องของแมร์โลด้วย โค้ดเนมของผู้หญิงคนนี้คือ อนิซ เธอเป็นคนที่แมร์โลนึกจงเกลียดจงชังมากที่สุดในองค์กร  นี่อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่คู่หูของเขาไม่ยอมมาร่วมวางแผนในภารกิจครั้งต่อไปด้วย เพราะเธอคงไม่อยากเห็นหน้าของผู้หญิงที่มอบ อดีตที่แสนเจ็บปวด ให้กับเธอ


 

“งั้นก็ช่วยเอาแผนคราวนี้ไปเล่าให้ยัยนั่นฟังด้วยก็แล้วกัน”ยินพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง


 

เขาก็พอจะรู้อยู่บ้างว่าทำไมแมร์โลถึงไม่มาเข้าร่วมประชุมวางแผนในครั้งนี้ด้วย ซึ่งเขาคิดว่าบางทีมันก็อาจจะดีแล้วก็ได้เพราะถ้าหากแมร์โลกับอนิซเจอหน้ากันสองคนนี้ก็อาจจะมีเรื่องกันก็ได้ ถึงมันอาจจะไม่ใช่เรื่องทะเลาะตบตีกันเหมือนกับผู้หญิงงี่เง่าทั่วไป แต่พอสองคนนี้เจอหน้ากันทีไรเป็นต้องมีเรื่องต่อปากต่อคำกันทุกที ซึ่งคนที่เป็นฝ่ายชนะเสียส่วนใหญ่ก็เป็นแมร์โลเสียด้วย ถึงเขาจะไม่เข้าใจสาเหตุที่สองคนนี้เกลียดกันก็เถอะ แต่ดูจากท่าทีของซีลวาเนกับเบลม็อทที่มีต่อเธอแล้ว เขาก็พอจะเดาออกว่ามันคงเป็นเรื่องความแค้นส่วนตัวงี่เง่าของผู้หญิงแน่


 

“งั้นมาเริ่มวางแผนกันได้แล้วล่ะ”ซีลวาเนพูด


 

เบลม็อทจึงหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมา และเริ่มอธิบายถึงรายละเอียดของภารกิจ


 

“ผู้ชายคนนี้คือ ทาคิซาวะ มาโคโตะ เป็นหนึ่งในผู้ลงสมัครเลือกตั้งส.ส ในเดือนหน้านี้ เขาเป็นคนที่มาจากตระกูลนักการเมืองแน่นอนว่าเป็นคนมีเส้นสายมาก ซึ่งบางทีมันอาจจะกระทบถึงพวกเราด้วย เราต้องรีบกำจัดมันให้ได้”

“แล้วจะให้ฉันทำยังไงล่ะ?”ซีลวาเนเอ่ยถาม


 

เธอก็พอจะรู้รายละเอียดคร่าวๆของงานมาบ้างแล้ว ในงานนี้เธอต้องเป็นฝ่ายลงมือทำภารกิจด้วย แต่งานนี้ก็มีอุปสรรคอยู่นิดหน่อยทำให้ต้องวางแผนประสานงานกันให้ดี


 

“งานนี้เคียนติกับกอร์นจะเป็นแบล็คอัพคอยจัดการบอดี้การ์ดที่คุ้มครองมันอยู่ ส่วนซีลวาเน... เธอก็จัดการกับมัน”ยินอธิบายเสริม

“ว่าไงนะ! แบล็คอัพงั้นเหรอ”เคียนติถึงกับโวย เธออุตส่าห์รอเวลาที่จะได้ใช้ไรเฟิลของเธอจัดการกับเหยื่อแล้วแท้ๆแต่ยินกลับบอกว่าให้เธอเป็นแค่แบล็คอัพ

“เลิกโวยแล้วทำงานของตัวเองให้ดีเถอะ”

“ชิ...”หญิงสาวเหลือบตามองร่างบางผมสีบลอนด์ยาวอย่างไม่สบอารมณ์ แต่ฝ่ายคนถูกจ้องมองก็ไม่ได้สะทกสะท้านอะไรเธอได้แต่ทำหน้านิ่งเฉยตามปกติของตนเอง


 

  อะไรๆ ก็ซีลวาเนตลอด...ไม่รู้ว่ายัยนี่มีดีอะไรนักหนา...เคียนติคิด กอร์นเองก็คงจะไม่พอใจเหมือนกับเธอแต่คงค้านอะไรไม่ได้ เพราะนี่เป็นแผนที่ตัดสินใจกันแล้ว ค้านไปก็คงเปล่าประโยชน์


 

“ส่วนฉันก็จะคอยเป็นคนช่วยซัพพอร์ตยามฉุกเฉินก็แล้วกัน”เบลม็อทพูด

“ส่วนผมกับแมร์โลก็จะคอยจับตามองแล้วก็คอยรายงานว่าควรจะลงมือตอนไหนสินะ”อามุโร่เสริม

“ทุกอย่างจะเป็นไปตามนี้...”


 

หลังจากนั้นพวกเขาก็พูดคุยเรื่องรายละเอียดอีกนิดหน่อยก่อนจะแยกย้ายกันออกจากห้องไป ตอนนี้ในห้องก็เหลือเพียงเบอร์เบิ้นกับอนิซเท่านั้น ชายหนุ่มผมบลอนด์ตั้งท่าเตรียมตัวจะเดินออกจากห้อง แต่ก็ถูกเรียกเอาไว้พร้อมทั้งมือบางของใครบางคนที่มาดึงข้อมือของเขาเอาไว้

“เดี๋ยวสิ...เบอร์เบิ้น”

“มีอะไรครับ...”ร่างสูงหันไปก็พบร่างบางของหญิงสาวผมดำที่เข้ามาประชิดตัว ร่างบางยกยิ้มอย่างมีเลศนัย

“ฉันได้ยินมาว่าช่วงนี้นายทำงานกับแมร์โลนี่”

“ครับ มันก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”อามุโร่ไม่รู้ว่าเธอจะถามเรื่องนี้ขึ้นมาทำไม ในเมื่อเรื่องนี้รู้กันเกือบทั่วองค์กร

“พวกเธอสองคนคงจะสนิทกันมากสินะ”

“....”ชายหนุ่มยังคงนิ่งเงียบเพื่อรอดูท่าทีของหญิงสาวตรงหน้า

“แล้วสนิทกันถึงขั้นไหนแล้วงั้นเหรอ...”

“เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของคุณ...”

“แหม...เย็นชากับฉันจังเลยนะ แต่กับแมร์โลคงไม่เป็นแบบนี้สินะ”ร่างบางเริ่มเบียดกายเข้ามาใกล้มากขึ้นพร้อมยกแขนโอบรอบคอของอีกฝ่าย

“.....”อามุโร่ปรายตามองหญิงสาว ดูเหมือนว่าเขาต้องระวังผู้หญิงคนนี้ให้มากเหมือนที่แมร์โลเตือนเสียแล้ว

เธอเป็นคนที่อันตรายอาจจะยิ่งกว่าเบลม็อทเสียอีก เธอเป็นคนที่ยอมทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ


 

“นี่..ถ้านายดื่มไวน์แดงจนเบื่อแล้ว...ไม่สนใจจะลองดื่มเหล้าจากอิตาลีดูบ้างเหรอ...”เธอพูดพร้อมกับส่งสายตาเชิญชวน


 

อามุโร่รู้ดีถึงความหมายของสิ่งที่เธอพูดและเขาก็รู้ดีด้วยว่าหญิงสาวตรงหน้ามีเป้าหมายอะไร ชายหนุ่มนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปากพูด


 

“ขอโทษด้วยนะครับ ผมขอปฏิเสธเพราะผมไม่รู้ว่าเหล้าจากอิตาลีที่ว่านี่ มันจะโดนผสมกับเหล้าอื่นจนเสียรสชาติไปหรือเปล่า ผมไม่อยากเสียลิ้น”อามุโร่พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา


 

ปกติเขาคงไม่พูดจาหยาบคายดูถูกผู้หญิงแบบนี้ แต่กับผู้หญิงคนนี้เขาไม่สามารถทำใจให้พูดดีด้วยได้เลย ที่เขาใช้คำพูดสุภาพด้วยนี่ก็มากพอแล้ว เขาขอยอมรับเลยว่าความจริงแล้วเขาก็มี เรื่องแค้นใจ กับอนิซอยู่ด้วยเหมือนกันแต่ก็ไม่ได้แสดงออกชัดเจนเหมือนกับแมร์โลเท่านั้นเอง ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเธอต้องการอะไรที่เธอเชิญชวนเขาก็เพื่อที่จะล้วงความลับจากเขาเท่านั้นเองแต่เขาไม่มีทางหลงกลเธอเด็ดขาด


 


 

เพี๊ยะ!


 

ใบหน้าคมเข้มของร่างสูงหันไปตามแรงตบจากฝ่ามือของหญิงสาวแต่เขากลับยืนนิ่งเฉยไม่ได้สะทกสะท้านอะไร แรงน้อยนิดของผู้หญิงไม่ได้ทำให้รู้สึกเจ็บได้เลยแม้แต่น้อย ถ้าเทียบกับสิ่งที่เธอได้ทำเอาไว้กับเขาแล้วแค่นี้มันยังไม่ถึงครึ่งของความแค้นที่เขามีด้วยซ้ำ


 

“นี่นายกล้าดูถูกฉันเหรอ...”หญิงสาวพูดด้วยความโกรธเต็มที่


 

ชายหนุ่มปรายตามองหญิงด้วยแววตาเย็นชา


 

“นี่นายถือว่าตัวเองมีคนคอยหนุนหลังแล้วคิดจะทำตัววางท่ายังไงก็ได้งั้นเหรอ...”

“แต่เท่าที่เห็นนี่คุณก็ไม่ได้มีตำแหน่งสูงไปกว่าผมเลยไม่ใช่เหรอ?”ชายหนุ่มถามกลับ


 

ที่เธอยอมทำทุกอย่างส่วนหนึ่งก็เพื่อให้ตัวเองก้าวไปอยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้นกว่าเดิม เธอยอมแลกได้ทุกอย่างเพื่อสิ่งที่ตัวเองต้องการ แม้ต้องแลกด้วยชีวิตของคนในองค์กรเดียวกันเธอก็ไม่สน ใครที่คิดขวางทางเธอก็พร้อมที่จะกำจัดให้หมด


 

นี่คือความเลือดเย็นของผู้หญิงคนนี้ที่ทุกคนยากจะยอมรับได้...


 

ไม่แปลกใจที่เธอสามารถทำงานร่วมกับยินได้...ถ้าหากไม่นับรวมวอดก้ากับซีลวาเนแล้วล่ะก็...


 

“นี่นาย...”อนิซเม้มริมฝีปากแน่น มันเป็นเรื่องจริงที่เบอร์เบิ้นพูดออกมา


 

ทั้งๆที่เธอยอมทุ่มเททุกอย่างทำงานให้กับองค์กรอย่างเต็มที่ เธอก็ไม่ได้มีตำแหน่งก้าวหน้ามากขึ้นกว่าเดิม ต่างจากแมร์โลที่ทำอะไรแค่นิดหน่อยก็สามารถก้าวไปอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าเดิมได้อย่างรวดเร็วเป็นทั้งมือซ้ายของรัมและคนโปรดของท่านผู้นั้น แตกต่างจากเธอที่ต้องใช้ความพยายาม และในที่สุดเธอก็สามารถสร้างผลงานให้กับตัวเองได้ เธอสามารถสืบหาตัวสายลับที่แฝงตัวเข้ามาในองค์กรได้ถึงสองคนรวมถึงคนทรยศขององค์กรที่เธอลงมือฆ่าด้วยตัวเองอีกคนหนึ่ง นั่นทำให้เธอได้รับความไว้วางใจจากองค์กรมากขึ้น เธอได้ทำงานร่วมกับยินและคอยเฝ้าจับตามองคนที่น่าสงสัยและคนที่คาดว่าน่าจะเป็นสายลับแฝงตัวเข้ามา เธอไม่สนว่าใครจะมองเธอยังไงขอแค่เธอได้ก้าวหน้าในองค์กร ใครที่กล้าขัดขวางเธอก็พร้อมที่จะกำจัดให้หมด


 

“ฉันจะคอยดูว่ายัยนั่นจะหนุนหลังนายไปได้อีกสักเท่าไหร่”อนิซพูด พร้อมกับเดินผ่านหน้าชายหนุ่มออกไปจากห้อง


 

อามุโร่ได้แต่มองตามแผ่นหลังบางของหญิงสาวด้วยความขุ่นเคืองใจ


 

  อนิซ...ผู้หญิงคนนี้เป็นต้นเหตุที่ทำให้เพื่อนของเขาต้องตาย...


 

             สก๊อต...


 

อากาอิอาจจะเป็นคนฆ่า สก๊อต... แต่คนที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้ สก๊อต ต้องตายก็คือ อนิซ


 

  เพราะผู้หญิงคนนั้นเป็นคนที่ขุดคุ้ยเรื่องของ สก๊อต จนความลับเรื่องที่เขาเป็นสายลับแฝงตัวเข้ามาในองค์กรถูกเปิดเผย...


 

  เพราะแบบนั้น สก๊อต ถึงต้องตาย....


 

  เขาไม่มีวันลืมสิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นทำไว้แน่....


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 

ทางด้านหญิงสาวเจ้าของนัยน์ตาสีอเมทิสต์เธอเดินออกมาจากห้องนั้นด้วยสีหน้าที่บ่งบอกถึงความโกรธเกรี้ยว

 

ถึงเธอจะเป็นคนที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้สิ่งตนเองต้องการ...แต่ก็ไม่เคยมีใครมาพูดจาดูถูกเธอแบบนี้...


 

  เบอร์เบิ้นคงจะคิดว่ามีคนคอยถือหางอยู่...เพราะงั้นตัวเองจะทำอะไรก็ได้...


 

  แต่มันคงเป็นแบบนั้นได้อีกไม่นานหรอก...


 

  คอยดูเถอะ...เธอจะต้องล้วงความลับจากหมอนั่นให้ได้..


 

  ไม่มีอะไรที่เธออยากรู้แล้วจะไม่ได้รู้...


 


 

ขณะที่หญิงสาวเดินไปตามทางเดินก็บังเอิญสวนทางกับหญิงสาวผมสีส้มอ่อนเข้าพอดี นัยน์ตาสีม่วงอมเทาของอีกฝ่ายจับจ้องมาที่เธอด้วยความไม่พอใจอยู่ลึกๆ เธอสองคนหยุดยืนมองหน้ากันอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่แมร์โลจะเป็นฝ่ายเอ่ยปากพูดก่อน


 

“น่าแปลกนะที่เธอมาเข้าร่วมประชุมวางแผนครั้งนี้ด้วย”

“แล้วมันทำไมงั้นเหรอ...”อนิซถามกลับ

“อย่ามาเป็นตัวเกะกะก็แล้วกัน...”แมร์โลว่า พร้อมกับเดินสวนทางออกไป

“เธอคิดว่าเธอจะถือหางหมอนั่นไปได้อีกซักกี่น้ำ”อนิซพูดขึ้น


 

คำพูดของอีกฝ่ายทำให้หญิงสาวผมสีส้มอ่อนหยุดเดินและตวัดสายตามอง เธอรู้ดีว่าอนิซหมายถึงใคร  คงจะเป็นตามที่เบลม็อทบอกจริงๆ


 

   ผู้หญิงคนนี้กำลังสงสัยเรื่องของเธอกับเบอร์เบิ้นอยู่....


 

“ฉันจะทำอะไรมันก็ไม่เกี่ยวกับเธอ”

“เธอกับหมอนั่นคงมีอะไร ลึกซึ้ง กันมากกว่าคู่หูไปแล้วสินะ”หญิงสาวผมดำพูดในสิ่งที่เธอนึกสงสัยมานาน


 

แมร์โลไม่ใช่คนที่จะยอมอ่อนข้อให้ใครง่ายๆ...


 

แต่กับเบอร์เบิ้น...ยัยนี่กลับยอมอ่อนข้อให้ทุกอย่าง...


 

เพราะงั้นเธอถึงได้คิดว่าระหว่างสองคนนี้คงจะมีอะไรแน่ๆ


 

และปฏิกิริยาของเบอร์เบิ้นเมื่อกี้นี้...เธอคิดว่าตัวเองก็คงเดาไม่ผิด...


 

แต่สิ่งที่เธอสงสัยไม่ใช่เรื่องนั้น...แต่กลับเป็นเรื่องของเบอร์เบิ้น...


 

เธอกำลังสงสัยว่าหมอนั่นอาจจะเป็นสายลับที่แฝงตัวเข้ามาในองค์กร...


 

แต่เธอก็ไม่สามารถสืบเรื่องของเบอร์เบิ้นได้อย่างเต็มที่...


 

เพราะข้างตัวของหมอนั่นมักจะมีแมร์โลคอยอยู่ข้างๆเสมอ...


 

แต่เธอก็ไม่สามารถทำอะไรแมร์โลได้เช่นกัน...


 

แต่ไม่ว่าจะด้วยวิธีอะไร...เธอจะต้องสืบเรื่องของเบอร์เบิ้นให้ได้...


 

“จะมีหรือไม่มีมันก็ไม่ใช่เรื่องของเธอ”

“ฉันเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเธอจะปกป้องหมอนั่นไปได้อีกนานแค่ไหน”อนิซพูดทิ้งท้ายไว้ ก่อนจะเดินจากไป


 

แมร์โลได้แต่มองตามหญิงสาวผมดำไปเท่านั้น เธอรู้ดีว่าผู้หญิงคนนั้นต้องการอะไร


 

อนิซกำลังจะทำให้อดีตของเธอกลับมาอีกครั้ง...


 

  อนิซกำลังจะพราก สิ่งสำคัญ ของเธอไปอีกครั้งหนึ่ง...


 

  แต่เธอจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยแน่...


 

  เธอจะต้องปกป้อง สิ่งสำคัญ นั้นเอาไว้ให้ได้...


 

—————————————————————


 

ไรท์มาต่อแล้วค่าาาาา ก่อนอื่นก็ต้องขอโทษทุกคนด้วยนะคะที่หายไปนานมากกกกกกก พอดีว่าไรท์กำลังยุ่งกับเรื่องเรียนอยู่ เพราะว่าปีนี้ไรท์เพิ่งเข้ามหาลัยปีหนึ่ง อะไรหลายๆอย่างก็อาจจะยังไม่ค่อยลงตัว  ช่วงนี้ก็อาจจะหายไปนานหน่อยนะคะ ยังไงก็อย่าเพิ่งทิ้งกันน้าาาา ถ้าไรท์มีเวลาว่างจะรีบมาอัพให้ค่ะ สุดท้ายนี้ทิ้งเม้นไว้เป็นกำลังใจกันด้วยน้าาา~

  


 


 


 


 


 


 


 


 

 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 

 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

118 ความคิดเห็น

  1. #99 icesupicha (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 25 มกราคม 2564 / 04:28

    ดุเดือดมาดค่า

    #99
    0
  2. #54 Minny45210 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 / 08:00
    นักการเมือง ไรต์ติดมาใช่มั้ย5555
    #54
    0