[ Fic Conan ] Bourbon and Merlot Secret Love

ตอนที่ 22 : Chapter 22 Mystery Train

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 662
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    12 ธ.ค. 62


 

“เธอจะเข้าร่วมแผนการครั้งนี้ด้วยเหรอ?”หญิงสาวเจ้าของนัยน์ตาสีเขียวน้ำทะเลเอ่ยถามขึ้น

“ใช่ นี่เป็นคำสั่งของรัม”แมร์โลพูด


 

ตอนนี้พวกเธอกำลังอยู่ที่ตึกขององค์กรและกำลังนั่งปรึกษากันเรื่องการตามล่าตัวคนทรยศอย่างเชอร์รี่


 

“เธอมีปัญหาอะไรหรือเปล่า เบลม็อท”หญิงสาวผมสีส้มอ่อนเอ่ยถาม เบลม็อทถามเหมือนกับว่าไม่อยากให้เธอร่วมภารกิจนี้ด้วยอย่างนั้นแหละ

“เปล่า ฉันแค่สงสัยน่ะไม่คิดว่าเธออยากจะเข้าร่วมภารกิจนี้ด้วย”

“เธออย่าลืมสิว่าฉันก็มีส่วนในภารกิจตามหาคนทรยศขององค์กรด้วย มันคงจะไม่แปลกหรอกนะที่ฉันจะเข้าร่วมภารกิจนี้ด้วย”

“นั่นสินะ...ถ้าเป็นคำสั่งของรัมฉันก็ไม่ว่าหรอก”

“เธอดูไม่อยากให้ฉันทำภารกิจนี้นะ”แมร์โลว่า พร้อมกับหยิบรูปถ่ายของเชอร์รี่ขึ้นมาดู เท่าที่รู้มาเธอก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าผู้หญิงคนนี้หลบหนีออกไปจากองค์กรได้ยังไง แล้วจู่ๆเธอก็ไปอยู่ที่ป่ากุนมะ แต่จากการคาดการณ์ของเบลม็อท เชอร์รี่อาจจะขึ้นรถไฟด่วน Bell Tree เพื่อหลบหนีออกจากคันโตก็ได้


 

“ฉันคิดว่าเธอจะทำภารกิจนี้เพราะ เบอร์เบิ้น น่ะสิ”เธอคิดว่าแมร์โลจะปฏิเสธงานนี้และปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเธอกับเบอร์เบิ้น แต่ที่ยอมรับงานนี้ก็เพราะเบอร์เบิ้นขอเอาไว้เสียอีก

“นี่ เธอคิดว่าฉันเป็นใครกัน คนอย่างฉันแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกหรอกน่า”เจ้าของนัยน์ตาสีม่วงอมเทาพูดอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก เธอรู้สึกว่าช่วงนี้เบลม็อทเพ่งเล็งเรื่องของเธอกับเบอร์เบิ้นมากเสียจนน่าสงสัย ทั้งๆที่เมื่อก่อนไม่ว่าเธอกับเบอร์เบิ้นจะทำภารกิจอะไรด้วยกันเบลม็อทก็ไม่เคยคิดสนใจแท้ๆ


 

“ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีเพราะถ้าเธอติดใจวิสกี้อย่างเบอร์เบิ้นเข้า เธออาจจะลำบากก็ได้นะ”เบลม็อทเอ่ยเตือน

“หมายความว่ายังไง...”ร่างบางหรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างไม่ไว้ใจ


 

         เบลม็อทคิดจะพูดอะไรกันแน่...


 

“เธอไม่คิดเหรอว่าที่หมอนั่นเข้าหาเธอก็เพื่อใช้เธอเป็นบันไดเหยียบให้ตัวเองขึ้นไปอยู่ในจุดที่สูงกว่าเดิม”


 

  ที่แท้เบลม็อทก็ระแวงเรื่องนี้มาตลอดงั้นสินะ...


 

ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มก่อนจะเอ่ยกวนอารมณ์หญิงสาวผมสีบลอนด์ตรงหน้า

“แล้วยังไงล่ะ ถ้าฉันสามารถช่วยให้เขาขึ้นไปอยู่ในจุดที่สูงกว่าเดิมได้เธอจะทำไมงั้นเหรอ”

“ถึงเธอจะเคยบอกว่าเบอร์เบิ้นไม่ใช่สายลับที่แฝงตัวเข้ามาในองค์กรก็เถอะ แต่ยินคงไม่เลิกระแวงหมอนั่นง่ายๆหรอก”

“ฉันไม่สนใจหรอกนะว่าหมอนั่นจะคิดยังไง แต่ถ้ากล้ามายุ่งกับเรื่องส่วนตัวของฉันล่ะก็...ฉันไม่ไว้หน้าแน่”แมร์โลเอ่ยเสียงเข้ม เธอรู้ดีว่ายินหาโอกาสจ้องจะเล่นงานเบอร์เบิ้นอยู่ แต่ตราบใดที่เบอร์เบิ้นยังทำหน้าที่ในฐานะคนขององค์กรอย่างเต็มที่ก็ไม่มีใครที่จะเล่นงานเขาได้ทั้งนั้น

“อึก...”หญิงสาวผมบลอนด์เม้มริมฝีปากแน่น เธอรู้ดีว่าแมร์โลไม่ชอบให้ใครมาก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว แต่ท่าทางที่เหมือนกับกำลังโกรธอยู่นี่มันอะไร ทำไมแมร์โลจะต้องให้ความสำคัญกับเบอร์เบิ้นขนาดนี้


 

“....”

“ทำไมเธอถึงต้องปกป้องหมอนั่นด้วย”เบลม็อทตัดสินใจถามออกไป

“ฉันก็มีเหตุผลของฉัน ก็เหมือนกับเธอนั่นแหละ แต่เชื่อเถอะมันไม่ใช่เหตุผลงี่เง่าอย่างที่เธอเข้าใจหรอก”

“.....”

“ฉันไม่ใช่คนโง่ที่ยอมให้ใครมาหลอกง่ายๆหรอกนะ”

“ให้มันเป็นแบบนั้นจริงๆเถอะ แล้วฉันจะคอยดู”

“แล้วก็...หวังว่าเธอจะไม่พูดเรื่องนี้กับฉันอีกแล้วนะ ขอให้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย”ร่างบางพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง


 

เบลม็อทได้แต่มองตามแผ่นหลังบางของหญิงสาว เธอเพิ่งจะมาสังเกตเรื่องระหว่างแมร์โลกับเบอร์เบิ้นเอาตอนนี้ทั้งๆที่ทั้งคู่ทำงานมาด้วยกันตั้งนานแล้ว เพราะก่อนหน้านี้ทั้งสองคนไม่มีท่าทางแปลกๆให้เธอจับพิรุธหรือว่าสองคนนั้นอาจจะทำอะไรลับหลังกันมาตั้งนานแล้วแต่ว่าเธอไม่รู้ แถมยังเป็นเรื่องที่คนในองค์กรไม่คิดจะใส่ใจ แต่ตอนนี้เธอคงจะได้แค่เฝ้าจับตาดูเท่านั้น และดูเหมือนว่าคนที่คลางแคลงใจเรื่องความสัมพันธ์ของเบอร์เบิ้นกับแมร์โลก็ไม่ได้มีแค่เธอคนเดียวเสียด้วย


 

 


 

ท่าทางของสองคนนั้นตอนแรกก็เหมือนกับเป็นแค่คู่หูร่วมงานกันธรรมดา...


 

แต่พอช่วงหลังๆท่าทีของสองคนนั้นก็เปลี่ยนไป...


 

ดูจะทำงานเข้าใจกันดีมากกว่าแต่ก่อน...


 

สำหรับคนในองค์กรก็คิดว่ามันเป็นเรื่องที่ดี...


 

แต่ใครจะรู้ว่าเบื้องหลังมันอาจจะมีอะไรมากกว่านั้นก็ได้...


 

ท่าทีที่อ่อนลงของแมร์โลที่มีต่อเบอร์เบิ้น...


 

แมร์โลดูจะเปลี่ยนไปมาก หลังจากการตายของ หมอนั่น คนที่ตายเพราะคิดจะทรยศองค์กร


 

เธอจำโค้ดเนมของหมอนั่นได้ดี...เบรนเดส


 


 


 


 


 


 


 

แมร์โลนึกหงุดหงิดอยู่ไม่ใช่น้อย นี่เบลม็อทคิดว่าเธอเป็นคนยังไงกัน ถ้าเธอเป็นคนงี่เง่าถึงขนาดที่เอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับเรื่องงานได้ ป่านนี้เธอคงไม่ได้มาอยู่ตรงนี้หรอก ก็จริงอยู่ที่ความสัมพันธ์ของเธอกับเบอร์เบิ้นนั้นอาจจะทำให้สมาชิกในองค์กรนึกหวาดระแวง แต่เธอก็แยกแยะออกว่าอะไรเป็นอะไรไม่ต้องรอให้ใครมาบอก และเธอก็รู้ด้วยว่าคนที่สงสัยเรื่องของเธอกับเบอร์เบิ้นไม่ได้มีแค่เบลม็อทคนเดียว ถ้าตามที่ซีลวาเนบอกก็ยังมี ผู้หญิงคนนั้น อีกคนหนึ่ง แต่ตอนนี้เธอมีเรื่องสำคัญกว่านั้นที่ต้องจัดการก่อน ส่วนเรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง


 


 


 


 


 


 


 


 

หนึ่งอาทิตย์ต่อมา ในที่สุดก็ถึงวันที่ที่ต้องทำภารกิจตามล่าตัวคนทรยศตามคำสั่งขององค์กร คนที่จะขึ้นไปบนรถไฟ Bell Tree ก็จะมีเบอร์เบิ้น แมร์โลและเบลม็อทส่วนพวกยินก็จะไปรอที่สถานีนาโกย่า ถึงจะบอกว่ารถไฟด่วนขบวนนี้ไม่มีใครรู้จุดหมายปลายทางแต่แค่เช็คตารางเดินรถ


 


 

“งั้นตามที่ตกลงกัน ฉันจะเช็คดูก่อนว่าเชอร์รี่ขึ้นรถไฟขบวนนี้มาจริงหรือเปล่า ส่วนเธอก็เตรียมวางกับดักที่ฉันบอกไว้ก็แล้วกัน ส่วนนายเบอร์เบิ้นนายเตรียมจัดการกับแม่นั่น”เบลม็อทเริ่มแจกแจงหน้าที่ แมร์โลกับเบอร์เบิ้นพยักหน้ารับ วันนี้คนที่มีหน้าที่หลักในการจัดการกับเชอร์รี่ก็มีแค่เบอร์เบิ้นกับเบลม็อทเท่านั้น แมร์โลจึงไมีคัดค้านอะไรกับแผนการนี้ เพราะยังไงเธอก็แค่มาช่วยซัพพอร์ตเท่านั้น หลังจากนั้นทั้งสามคนจึงแยกย้ายขึ้นรถไฟกันคนละตู้ เพราะตู้ของรถไฟขบวนนี้จะเป็นแบบส่วนตัว


 

“มีอะไรหรือเปล่า แมร์โล”เจ้าของนัยน์ตาสีครามเอ่ยถามร่างบางที่นั่งอยู่บนโซฟาข้างๆเขา


 

เบอร์เบิ้นเลือกจะอยู่ตู้โดยสารเดียวกับแมร์โลเพื่อที่เขาจะได้คุยกับหญิงสาวเป็นการส่วนตัว ตอนแรกเขาคิดว่าคนที่จะลงมือในแผนการล่าตัวคนทรยศนี้จะมีแค่เขากับเบลม็อทเท่านั้นแต่รัมเองก็สั่งให้แมร์โลมาทำภารกิจนี้ด้วย เขาคงเห็นว่าเธอก็เป็นคนหนึ่งที่ได้รับภารกิจในการตามหาตัวเชอร์รี่ด้วยมันก็คงจะไม่แปลกที่เธอจะมีส่วนร่วมในงานนี้ แต่ดูเหมือนว่าแมร์โลจะมีท่าทีนิ่งเฉยและดูจะไม่ใส่ใจกับงานนี้เท่าไหร่นัก สังเกตได้จากสายตาของร่างบางที่เอาแต่เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถ นัยน์ตาสีม่วงอมเทาของอีกฝ่ายดูเหมือนจะมีอะไรแฝงอยู่


 

“เธอไม่พอใจภารกิจนี้งั้นเหรอ?”เอ่ยถามอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าร่างบางไม่ได้สนใจกับคำถามแรกของเขา

“เปล่านี่ ฉันมีสิทธิ์อะไรที่จะไม่พอใจล่ะยังไงซะนี่ก็เป็นคำสั่งของรัมนะ”หญิงสาวหันมาสบตากับชายหนุ่ม

“ฉันคิดว่าเธอไม่อยากทำภารกิจนี้ซะอีก”

“ฉันแค่มีหน้าที่ช่วยซัพพอร์ตเท่านั้นไม่มีเหตุผลที่ฉันจะไม่พอใจนี่ ฉันก็แค่...ไม่สบอารมณ์กับเบลม็อทเท่านั้นแหละ”

“เบลม็อททำอะไรให้เธอไม่พอใจงั้นเหรอ?”ร่างสูงนึกแปลกใจ ปกติแล้วแมร์โลกับเบลม็อทแทบจะไม่เคยมีปัญหากันเลยด้วยซ้ำ ถ้าไม่นับนิสัยที่ชอบปั่นหัวคนอื่นเล่นของแม่มดสาวพันหน้าล่ะก็นะ

“ฉันก็แค่คิดว่าแม่นั่นจะมาสอดเรื่องของเรามากเกินไปน่ะสิ”

“หึ...สำหรับในองค์กรแล้วมันคงจะไม่ใช่เรื่องแปลกหรอกนะ”อามุโร่เข้าใจสิ่งที่หญิงสาวพูดดีว่าหมายถึงอะไร แต่จะว่าไปเบลม็อทก็เคยเตือนเรื่องของเขากับแมร์โลเหมือนกันแต่เขาก็ไม่คิดจะสนใจ เพราะเขาคิดว่ายังไงมันก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไรกับองค์กรอยู่ดี ตราบใดที่พวกเขายังคงความสัมพันธ์นี้เอาไว้ มันก็ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนแต่ดูเหมือนจะมีคนที่ไม่ได้คิดแบบนั้นอยู่

“มันก็จริงอยู่ แต่เรื่องนี้คงจะไม่ใช่กับเบลม็อทแน่”เธอกำลังคิดว่าเบลม็อทกำลังกลัวอะไรบางอย่าง กลัวว่าเธอจะทำให้เบอร์เบิ้นก้าวขึ้นมาอยู่ในจุดที่สูงกว่าเดิม ซึ่งมันก็ทำให้เธอนึกแปลกใจ


 

คนที่เป็นถึงคนโปรดของบอสกลัวอะไรกับเรื่องแค่นี้...


 

เหมือนกับว่า...เบลม็อทมีอะไรบางอย่างปิดบังอยู่...


 

“ฉันคิดว่าเธออย่าไปใส่ใจกับคำพูดของเบลม็อทให้มันมากนักเลย”

“ปกติฉันก็คงไม่สนใจหรอก แต่ว่าฉันคิดว่าสักวันหนึ่งพวกนั้นคงจะหาเรื่องกำจัดนายแน่”หญิงสาวพูดอย่างเป็นกังวล

“ที่แท้ก็เป็นห่วงฉันนี่เอง แต่ว่า...มันไม่มีทางเป็นแบบนั้นหรอก”ชายหนุ่มพูดอย่างมั่นใจ

“นายดูมั่นใจเสียเหลือเกินนะ”


 

อามุโร่ไม่พูดอะไรเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากเท่านั้น เขาพอจะเดาออกว่าทำไมเบลม็อทถึงได้มีท่าทีกังวลแบบนั้น แต่เขารู้ดีว่าเบลม็อทไม่มีทางยอมปล่อยให้เขาตายแน่นอน เพราะเขาเป็นคนที่กุมความลับระหว่างเธอกับบอสอยู่ถ้าหากเขาตายความลับนั้นจะถูกเปิดเผยให้คนในองค์กรรู้ ก็เหมือนกับที่ไม่มีใครกล้าทำอะไรแมร์โลเพราะเธอเป็นคนของรัมและเป็นคนโปรดของบอส ถึงเบลม็อทจะสงสัยแค่ไหนก็คงไม่กล้าลงมือทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าแน่ รวมถึงยินด้วยถึงแม้หมอนั่นจะไม่พอใจที่เขาทำงานกับแมร์โลแต่ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี


 

“นายคิดว่ามีแค่เบลม็อทเท่านั้นเหรอที่สงสัยเรื่องของเรา”แมร์โลเปรย

“เธอหมายถึงใครอีก”

แมร์โลนิ่งเงียบเธอไม่อยากเอ่ยชื่อคนที่เธอคิดออกมา

“แมร์โล...”

“พอเถอะ ฉันว่าเรื่องของเราเอาไว้คุยหลังจากจบงานนี้เถอะ”ร่างบางว่าก่อนจะลุกขึ้นจากโซฟาเพื่อจะไปเปิดประตูออกไปด้านนอก

“เดี๋ยว มาคุยกันให้จบก่อนสิ”ร่างสูงพูดพร้อมกับรั้งเอวบางไว้และดึงตัวเธอให้มานั่งบนตัก

“นี่ ปล่อยฉันนะ เบอร์เบิ้น”แมร์โลหันไปส่งค้อนให้อีกฝ่ายพร้อมกับดิ้นให้หลุดจากอ้อมแขนของชายหนุ่ม

“เรายังคุยไม่จบเลยนะ”

“ก็บอกแล้วไงว่าค่อยคุยกันหลังจากจบงานนี้ นี่นายลืมไปแล้วหรือไงว่าเรามาทำงาน”

“ฉันรู้ แต่กว่าเบลม็อทจะเช็คว่าเชอร์รี่อยู่บนขบวนรถไฟนี้จริงหรือเปล่าก็คงต้องใช้เวลาพักหนึ่ง เรายังมีเวลาคุยกันอยู่นะ”

“....”

“บอกมาเถอะว่าเธอหมายถึงใคร”

อนิซ...”หญิงสาวเอ่ยชื่อใครบางคนออกมาเสียงแผ่ว

ชายหนุ่มผิวเข้มเลิกคิ้วแปลกใจ เขาพอเข้าใจแล้วว่าทำไมแมร์โลไม่อยากพูดถึง คนคนนั้น

“นายเข้าใจหรือยังว่าทำไมฉันไม่อยากพูดถึง”มือบางกำหมัดแน่น พอเอ่ยชื่อ ผู้หญิงคนนั้น ทีไรก็พาลทำให้เธอนึกถึงเรื่องที่ ผู้หญิงคนนั้น ทำกับเธอเอาไว้

“แล้วมันทำไมงั้นเหรอ?”

“ฉันคิดว่าในตอนนี้ อนิซ ก็คงจะสงสัยในตัวนายอยู่เหมือนกัน”

“เรื่องแค่นี้เอง...ไม่เป็นไรหรอก ฉันไม่มีทางหาเรื่องให้ตัวเองตายง่ายๆหรอก”อามุโร่พูดด้วยท่าทีสบายๆเหมือนกับไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร พร้อมกับจับมือบางของหญิงสาวให้คลายออก


 

เรื่องที่เขาถูกคนในองค์กรระแวงสงสัยมันก็เป็นเรื่องปกติที่เขาเคยชินไปเสียแล้ว โดยเฉพาะกับยิน แต่ดูเหมือนว่าจะมีใครอีกคนที่เขาต้องระวัง


 

แต่เขาไม่มีทางทำอะไรสะเพร่าหาเรื่องให้ตัวเองตายเหมือนกับ หมอนั่น เด็ดขาด...


 

“ฉันเตือนนายได้แค่นี้แหละ...”

“ฉันไม่ทำอะไรโง่ๆให้ ผู้หญิงคนนั้น มาหาเรื่องสงสัยฉันหรอก”

“ให้มันจริงเถอะ...”


 

ติ๊ด ติ๊ด


 

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ทำให้พวกเขาจบสนทนากันเพียงเท่านั้น แมร์โลหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นข้อความจากเบลม็อท


 

From: Vermouth


 

To : Merlot


 

     เชอร์รี่อยู่บนรถไฟขบวนนี้


 


 

ข้อความสั้นๆเพียงแค่นี้ก็ทำให้สองหนุ่มสาวเข้าใจความหมายเป็นอย่างดี เบลม็อทบอกแค่ว่าเธอจะปลอมตัวเป็นอากาอิ ชูอิจิ เพื่อหลอกล่อให้เชอร์รี่ออกมาและก็เป็นไปตามแผนผู้หญิงคนนั้นอยู่บนรถไฟขบวนนี้และคงจะกำลังกระวนกระวายเหมือนหนูติดจั่น เพราะบนรถไฟขบวนนี้ไม่มีที่ให้หนี


 

“ดูเหมือนจะมีงานให้เราทำแล้วล่ะนะ”เบอร์เบิ้นยกยิ้ม

“อืม...นายเองก็ปล่อยฉันได้แล้ว ฉันขอไปทำงานของตัวเองก่อนล่ะ”หญิงสาวพูดพร้อมกับแกะมือหนาออกจากเอวของตนและเปิดประตูเดินออกไปจากห้องของตัวเอง ตอนนี้อามุโร่ก็แค่รอเวลาที่เขาจะต้อง ล่าเหยื่อ เท่านั้น


 


 

แมร์โลเดินออกมาจากตู้โดยสารของตัวเองก็เพื่อจะจัดการกับกับดักที่เธอวางเอาไว้ เพื่อให้แผนการล่าเหยื่อครั้งนี้ง่ายขึ้น ตอนนี้รถไฟกำลังวิ่งอยู่ในอุโมงค์ทำให้ทุกอย่างดูมืดไปหมด มีเพียงแสงสลัวๆเป็นระยะๆเท่านั้น ทางเดินในรถไฟเงียบสงัด แต่แมร์โลกลับเห็นใครบางคนกำลังเดินมาทางเธอ ผู้ชายร่างสูงสวมกางเกงยีนส์กับเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำและยังสวมหมวกปิดตา เธอคิดว่าอาจจะเป็นผู้โดยสารธรรมดา ถ้าเกิดว่าผู้ชายคนนั้นไม่หันมามองเธอช่วงหนึ่งก่อนจะยกยิ้มมุมปากและเดินผ่านไป ทำเธอชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะมองตามแผ่นหลังของผู้ชายคนนั้น ตอนที่ผู้ชายคนนั้นหันมาหน้ามาทางเธอ เธอกลับเห็นดวงตาของเขาแวบหนึ่ง หลังจากนั้นรถไฟก็ลอดผ่านอุโมงค์ทำให้เห็นแสงสว่างอีกครั้ง แต่เธอก็พบว่าร่างของผู้ชายคนนั้นได้หายไปแล้ว


 

       ดวงตาสีเทากับรอยยิ้มแบบนั้น...


 

        เหมือนคนคนนั้นไม่มีผิด....


 

  แต่จะเป็นไปได้ยังไงกัน...ก็ เขาตายไปแล้ว นี่


 


 


 


 


 

“อ้าว นั่นอาจารย์นานามิไม่ใช่เหรอคะ”เสียงร้องทักจากใครบางคนทำให้หญิงสาวหลุดจากภวังค์

เมื่อหันไปก็พบกับกลุ่มคนที่คุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดี ลูกศิษย์ของเธอและขบวนการนักสืบเยาวชน

“อ้าว คุณรัน”หญิงสาวพยายามทักทายด้วยสีหน้าเป็นปกติที่สุด

“อาจารย์นานามิก็มาขึ้นรถไฟ Bell Tree ด้วยเหรอคะ?”

“ค่ะ...”

“ความจริงพวกเราก็กะว่าจะชวนอาจารย์มาด้วยกันนะคะแต่ว่าช่วงนี้เห็นอาจารย์ยุ่งๆก็เลยไม่กล้าชวนน่ะค่ะ”โซโนโกะพูด

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ อาจารย์ก็มาแล้วนี่ไง”

“อาจารย์มาคนเดียวเหรอคะ?”อายูมิถาม

“เปล่าจ๊ะ อาจารย์มากับอามุโร่น่ะ”

“งั้นเหรอคะ...”

“เอ่อ...งั้นอาจารย์รู้เรื่องนี้มั้ยคะ”รันทำมือป้องปากกระซิบเสียงเบาด้วยสีหน้าเป็นกังวล

“เรื่องอะไรงั้นเหรอคะ?”

“คือว่า ที่ตู้โดยสารชั้นหนึ่งมีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้นน่ะค่ะ ตอนนี้คุณพ่อของหนู โคนันคุงแล้วก็คุณเซระกำลังช่วยกันไขคดีอยู่”

“คดีฆาตกรรมเหรอ? งั้นอาจารย์บอกอามุโร่ให้ดีมั้ย ยังไงเขาก็เป็นลูกศิษย์ของคุณโมริน่าจะช่วยอะไรได้บ้าง”นานามิเสนอ

“ค่ะ ขอบคุณมากเลยนะคะ”รันค้อมหัว ก่อนจะขอตัวแยกย้ายกลับห้องโดยสารของตัวเองพร้อมกับพวกเด็กๆ


 

นัยน์ตาสีม่วงอมเทาจับจ้องไปยังกลุ่มคนเหล่านั้นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินกลับไปยังห้องของตนเอง ทั้งๆที่ตอนแรกตั้งใจว่าจะมาตรวจเช็คกับดักที่วางเอาไว้แต่เธอคงต้องให้เบอร์เบิ้นจัดการกับคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นเสียก่อนเพราะถ้าหากคดีที่ว่านั่นยังไม่คลี่คลายพวกเธอก็ทำงานลำบากเหมือนกัน


 

“มีอะไรงั้นเหรอ?”ชายหนุ่มผมบลอนด์เอ่ยถาม เมื่อเห็นร่างบางผมสีส้มอ่อนเดินกลับเข้ามาในห้อง

“ดูเหมือนว่าที่ตู้โดยสารชั้นหนึ่งจะมีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้นนะ”

“คดีฆาตกรรมงั้นเหรอ?”

“ใช่ ตอนนี้นักสืบโมริกับโคนันคุงกำลังช่วยกันไขคดีอยู่ นายช่วยไปจัดการให้หน่อยได้มั้ย เพราะถ้าคดียังไม่คลี่คลายพวกเราก็คงทำงานลำบากเหมือนกัน”

“อืม...ก็ได้”ร่างสูงพยักหน้ารับ ก่อนที่ทั้งสองคนจะเดินออกจากห้องและแยกย้ายกัน โดยอามุโร่จะไปที่ตู้โดยสารชั้นหนึ่งเพื่อไปช่วยโมริไขคดี ส่วนแมร์โลจะไปเช็คความเรียบร้อยของกับดักที่เธอวางเอาไว้เป็นครั้งสุดท้าย และเธอก็คิดว่าเบลม็อทคงจะรู้เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นแล้ว ตอนนี้ก็ต้องรอให้ทุกอย่างเรียบร้อยเสียก่อน


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 

อีกด้านหนึ่งพวกยินเองก็มารอที่สถานีนาโกย่า ขณะที่พวกเขากำลังยืนรออยู่ที่ชานชาลารถไฟ ก็ได้ยินเสียงโวยวายของนายทุนซึซึกิกำลังโวยใส่พวกตำรวจนาโกย่า เท่าที่ฟังๆดู ดูเหมือนว่าบนรถไฟด่วน Bell Tree จะมีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้น


 

“ดูท่าว่าโชคจะเข้าข้างเรานะครับ ลูกพี่”วอดก้าพูดขณะเหลือบมองกลุ่มตำรวจที่ยืนอยู่ตรงชานชาลาอีกฟากหนึ่ง

“อ่า...เมื่อกี้เบลม็อทเพิ่งส่งเมลมาบอกว่าเชอร์รี่อยู่บนรถไฟขบวนนั้นจริงๆ และนาโกย่าก็จะเป็นสถานีสุดท้ายของเธอยังไงล่ะ เชอร์รี่”ยินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

“ว่าแต่...ทำไมนายต้องลากฉันมาที่นาโกย่าด้วยล่ะ”เสียงหวานของหญิงสาวผมบลอนด์ทองเอ่ยถามขึ้น ถึงเธอจะเป็นคนของยินแต่ก็ใช่ว่าเธอจะต้องติดส้อยห้อยตามเขาตลอดเหมือนกับวอดก้า เธอกำลังอยู่ในช่วงพักผ่อนแต่ยินกลับพาเธอมาที่นาโกย่าเพื่อเฝ้าดูละครลอบสังหารเรื่องหนึ่ง ทั้งๆที่มันไม่เกี่ยวกับเธอเลย

“ถือซะว่าเปลี่ยนบรรยากาศก็แล้วกัน”

“....”

“เธอไม่พอใจอะไรเหรอ ซีลวาเน”

“จู่ๆ นายก็บอกให้ฉันมานาโกย่ากับนายตอนแรกก็คิดว่าจะมีเรื่องอะไรที่แท้ก็แค่เรื่องกำจัดคนทรยศเท่านั้นเอง”

“หัดออกมาเปลี่ยนบรรยากาศเปิดหูเปิดตาซะบ้างสิ”ยินว่าด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

“หึ...นายก็ลากฉันออกมาแล้วนี่ไง”

“....”

“แล้วมันยังไงกันล่ะ เรื่องเชอร์รี่น่ะนายคงจะเตรียมแผนกำจัดแม่นั่นไว้แล้วสินะ”

“อ่า...อีก 1 ชั่วโมงรถไฟขบวนนั้นก็จะมาถึงสถานีแล้วเดี๋ยวมันก็ต้องระเบิดเป็นจุลด้วยระบิดที่พวกเราติดตั้งเอาไว้ยังไงล่ะ”

“ระเบิดเหรอ...”

“ว่าแต่ลูกพี่ครับ เบอร์เบิ้น แมร์โลแล้วก็เบลม็อทจะหนีออกมาจากรถไฟขบวนนั้นยังไงล่ะ สามคนนั้นรู้เรื่องระเบิดแล้วใช่มั้ยครับ”

“จะไปรู้เหรอ...ไม่ใช่เรื่องของฉันนี่”ร่างสูงพูดอย่างไม่ใส่ใจ

“ยิน...นี่นาย...”ซีลวาเนนึกหงุดหงิดกับท่าทีไร้ความรับผิดชอบของชายหนุ่มผมเงิน

“แต่เบลม็อทเคยถามผมว่ามีระเบิดเหลือมั้ย ถ้ามีช่วยแบ่งให้หน่อยได้มั้ย”

“ว่าไงนะ...”

“พอผมถามว่าจะเอาไปทำอะไรเธอก็เฉไฉไม่ยอมตอบน่ะครับ”

“ผู้หญิงคนนั้น...”

“อย่างนี้นี่เอง สมกับเป็นเบลม็อทจริงๆคงเตรียมการทุกอย่างไว้แล้วสินะ”ซีลวาเนพูดพลางเหยียดยิ้ม เบลม็อทคงจะเตรียมจัดฉากการตายเชอร์รี่เอาไว้พร้อมแล้ว


 


 


 


 


 


 


 


 


 

บนรถไฟด่วน Bell Tree ละครสืบสวนรวมถึงฉากการฆาตกรรมทุกอย่างก็ได้ถูกคลี่คลายลงแล้วด้วยฝีมือของโคโกโร่นิทรา และการล่าเหยื่อของเหล่าหมาป่าสีดำกำลังจะเริ่มต้นขึ้น


 

แมร์โลส่งเมลไปบอกเบลม็อทให้เธอเริ่มแผนการหลังจากที่เบอร์เบิ้นได้ส่งเมลมาบอกเธอว่าคดีถูกคลี่คลายแล้ว ทันใดนั้นระเบิดควันก็ถูกปล่อยออกมาตามจุดต่างๆที่เธอแอบไปติดตั้งเอาไว้ เพื่อเป็นการล่อให้เชอร์รี่เผยตัวออกมา เกิดความโกลาหลขึ้นในหมู่ผู้โดยสารทุกคนต่างคีบร้อนย้ายไปที่ตู้ด้านหน้า หญิงสาวเองก็ขอแยกตัวเพื่อไปดูว่าเชอร์รี่ปะปนไปกับกลุ่มผู้โดยสารหรือเปล่า แต่เมื่อเธอเช็คจนมั่นใจแล้วว่าหญิงสาวไม่ได้อยู่ในกลุ่มคนเหล่านั้น เธอจึงส่งเมลไปบอกเบอร์เบิ้นให้เป็นคนจัดการทุกอย่างที่เหลือ เพราะถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้มาที่ตู้ด้านหน้าก็แปลว่าเธออาจจะไปอยู่ที่โบกี้ด้านหลัง ตอนนี้เชอร์รี่ก็เหมือนกับหนูติดจั่นที่กำลังวิ่งพล่านอยู่ในงูเหล็กสีดำเท่านั้นเอง

ทุกอย่างจบลงแล้ว เสียงระเบิดที่ดังจากโบกี้ขนสัมภาระที่ถูกตัดขาดจากรถไฟขบวนนี้ด้วยฝีมือของเบอร์เบิ้นเป็นสัญญาณว่าตอนนี้คนทรยศขององค์กรได้ถูกกำจัดแล้ว แมร์โลคิดไว้อยู่แล้วว่ายังไงเบลม็อทก็ต้องการให้เชอร์รี่ตายสถานเดียวเท่านั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าหล่อนไม่มีทางจับเชอร์รี่กลับมาองค์กรแบบเป็นๆแน่

ตอนนี้รถไฟ Bell Tree ต้องหยุดวิ่งและจอดที่สถานีที่ใกล้ที่สุด บรรดาผู้โดยสารทยอยเดินลงจากรถไฟเพื่อไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจ สมาชิกองค์กรทั้งสามเองก็เป็นหนึ่งในนั้น


 

“น่าเสียดายนะที่จับผู้หญิงคนนั้นส่งองค์กรแบบเป็นๆไม่ได้”แมร์โลเดินเข้ามาพูดกับชายหนุ่มผมบลอนด์

“อ่า...แต่ก็ถือว่าภารกิจสำเร็จแล้วกัน”

“นั่นสินะ...”

“ว่าแต่...เธอคนนั้นน่ะเหรอ เซระ มาสึมิ”ชายหนุ่มเอ่ยถามพร้อมกับเหลือบสายตาไปมองร่างของเด็กสาวผมดำคนหนึ่งที่เดินออกมาจากขบวนรถไฟ

“ใช่ ฉันควรจะตรวจสอบเรื่องของเธอด้วยเพราะเธอมีอะไรหลายอย่างที่ฉันสงสัยอยู่เหมือนกัน”

“ฝากเรื่องนั้นด้วยก็แล้วกัน”

“อืม...”ร่างบางพยักหน้ารับก่อนจะเดินไปปะปนกับฝูงชน


 

       แต่ยังไงเธอก็ยังคาใจอยู่ดี...


 

  ผู้ชายที่เธอเจอบนรถไฟเป็นใครกันแน่...


 

  


 

“ข้อมูลก่อนและหลังการตายของอากาอิ ชูอิจิ ผมขอดูอีกครั้งได้มั้ยครับ”อามุโร่หันไปพูดกับหญิงสาวผมบลอนด์ที่เดินผ่านหน้าเขาไป

“ได้สิ...”


 

     คงต้องเริ่มตรวจสอบใหม่ทั้งหมด...


 

ตอนที่เขาเตรียมจะจัดการกับเชอร์รี่ เขาตั้งใจว่าจะส่งเธอกลับองค์กรแบบเป็นๆ แต่ดูเหมือนว่าเบลม็อทต้องการให้ผู้หญิงคนนั้นตายเขาจึงต้องให้เธอไปกับเขา แต่ในขณะเดียวกันก็มีใครบางคนปรากฎตัวขึ้นท่ามกลางกลุ่มควันแต่เขาเห็นเพียงเงาๆลางเท่านั้น ตอนแรกเขาคิดว่าคนคนนั้นคือเบลม็อท แต่ร่างสูงปริศนานั้นกลับโยนระเบิดมือใส่เขาเพื่อดึงความสนใจ และเขาก็ได้เห็นใบหน้าของคนคนนั้นแวบหนึ่ง ริมฝีปากหนายกยิ้มมาทางเขาก่อนจะหายตัวไป เขาไม่สามารถเอาตัวเชอร์รี่ออกมาจากโบกี้ขนสัมภาระได้เพราะระเบิดที่เขาตั้งเวลาเอาไว้มันดันเกิดระเบิดขึ้นเสียก่อนทำให้โบกี้นั้นถูกตัดขาดจากรถไฟ นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาไม่สามารถพาเชอร์รี่กลับมาแบบเป็นๆได้ ถึงจะนึกเจ็บใจแต่ก็ถือว่าเขาทำภารกิจขององค์กรสำเร็จลุล่วง เขาจึงไม่คิดอะไรมากแต่สิ่งที่เขาคาใจคือคนที่เจอบนรถไฟเมื่อตอนนั้น


 

        เขาจำใบหน้านั้นได้เป็นอย่างดี..


 

นัยน์ตาสีเขียวมะกอกกับรอยยิ้มแบบนั้น...เขาไม่มีวันลืมแน่


 

    ใบหน้าของคนที่นึกชิงชังมาตลอด...


 

           อากาอิ ชูอิจิ...


 

หรือว่าหมอนั่นจะยังไม่ตายอย่างที่เขาคิดไว้จริงๆ...


 

คงต้องเริ่มตรวจสอบการตายของหมอนั่นอย่าละเอียดเสียแล้ว....


 


 


 


 


 

อีกด้านหนึ่งร่างสูงของชายหนุ่มเจ้าของผมสีพีช สวมแว่นกำลังเดินปะปนไปกับผู้โดยสาร ขณะเดียวกันก็มีร่างสูงของใครบางคนเดินเข้ามาขนาบข้างๆเขา


 

“วันนี้ขอบใจที่มาช่วยนะ”ชายหนุ่มพูดเบาๆ

“อืม...”อีกฝ่ายพยักหน้ารับ นัยน์ตาสีเทาภายใต้ปีกหมวกหันมาสบตากับเขาเล็กน้อยก่อนจะเดินนำหน้าออกไปและกลืนหายไปกับฝูงชน


 


 

นี่คงเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นแหละ...เบอร์เบิ้น


 

————————————————————


 

ขอโทษนะคะที่หายไปนานเลย เพราะช่วงนี้ไรท์ไม่สบายบ่อยก็เลยต้องค่อยๆทยอยเขียนแล้วอัพ ตอนนี้อาจจะดูงงๆแปลกๆไม่สนุกยังไงก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ ฝากติดตามกันต่อด้วยค่ะ


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

118 ความคิดเห็น

  1. #53 SakuraAi16 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 07:24
    ใครเป็นคนที่มาคุยกับอากาอิ(ที่ปลอมตัวอยู่)อ่ะ
    #53
    0