[ Fic Conan ] Bourbon and Merlot Secret Love

ตอนที่ 21 : Chapter 21 Our time

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 827
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 76 ครั้ง
    27 มิ.ย. 63


3 วันต่อมาหลังจากการตายของประธานบริษัทบัญชี เทนโนจิ คาซึโยชิ อามุโร่กับนานามิก็กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ช่วงนี้เป็นช่วงที่พวกเขาสามารถพักผ่อนได้อย่างเต็มที่เพราะพวกเขาไม่จำเป็นต้องทำภารกิจที่ 3 แล้ว อามุโร่ก็กลับมาทำงานเป็นพนักงานร้านปัวร์โรต์ได้อย่างเต็มที่เพราะที่ผ่านมาในบางครั้งเขาก็ลางานโดยอ้างว่าไม่สบายอยู่บ่อยๆ เรื่องนี้นานามิก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่นักเพราะในบางครั้งเธอก็ไม่ได้เข้าสอนนักเรียนในบางคาบ เนื่องจากต้องไปจัดการเรื่องภารกิจขององค์กร แต่ก็ไม่ใช่ปัญหานักเพราะเธอเป็นอาจารย์พาร์ทไทม์ไม่ใช่อาจารย์ประจำ และตอนนี้เธอก็กำลังนั่งจัดการเอกสารการสอนอยู่ในห้องพักครู ก่อนที่จะขอตัวออกมาพักนิดหน่อย ถึงแม้เธอจะได้พักจากภารกิจขององค์กรแต่ในฐานะที่เธอเป็นอาจารย์เธอก็ต้องมาสอนตามปกติ ระหว่างทางเดินก็มีนักเรียนมาทักทายเธอบ้างตามประสา

 

 

“สวัสดีค่ะ อาจารย์นานามิ”เสียงเด็กสาวเอ่ยทักจากทางด้านหลังหลัง

“สวัสดีค่ะ คุณรัน คุณโซโนโกะ”

“อาจารย์ออกมาพักเหรอคะ?”

“อืม...เอ่อ... แล้วเด็กอีกคนหนึ่งไม่ได้อยู่ด้วยกันเหรอจ๊ะ?”หญิงสาวพยักหน้ารับก่อนจะเอ่ยถามถึงใครอีกคนหนึ่งที่มักจะอยู่กับพวกรันบ่อยๆแต่วันนี้เธอกลับไม่เห็นเด็กคนนั้นเลย

“เด็กอีกคน?”รันทำหน้าสงสัย

“หมายถึงคุณเซระใช่มั้ยคะ?”โซโนโกะถาม

“ใช่ แล้ววันนี้เขาไม่ได้อยู่กับพวกเธอเหรอ?”

“คุณเซระ บอกว่าวันนี้มีธุระทางบ้านก็เลยไม่มาโรงเรียนน่ะค่ะ”

“งั้นเหรอ...”

“อาจารย์มีอะไรหรือเปล่าคะ?”รันเอียงคอถามด้วยความสงสัย ปกติอาจารย์นานามิไม่เคยถามถึงคนอื่นเลย

“เปล่าจ๊ะ...อาจารย์แค่เห็นว่าปกติเด็กคนนั้นจะไปไหนมาไหนกับพวกเธอตลอดน่ะ”

“เหรอคะ...”

“งั้นอาจารย์ขอตัวก่อนนะ...”หญิงสาวเอ่ยแค่นั้นก่อนจะขอปลีกตัวออกมา ยังไงซะสำหรับเธอเรื่องเด็กผู้หญิงที่ชื่อเซระคนนั้นก็ยังคาใจเธออยู่ดี ทั้งใบหน้าและแววตาเหมือนกับ คนคนนั้น ไม่มีผิดจนเธอเริ่มนึกสงสัยว่าทั้งสองคนจะมีอะไรเกี่ยวข้องกันหรือเปล่า

 

ไว้ว่างๆค่อยตามสืบก็แล้วกัน....

 

ตอนนี้เธอมีเรื่องสำคัญกว่านั้นที่ต้องทำ.....

 

 

“นี่ รันเธอว่าอาจารย์นานามิดูแปลกๆไปมั้ย?”โซโนโกะทัก

“หืม? ตรงไหนเหรอ”

“ฉันรู้สึกว่าอาจารย์เขาดูเงียบๆเย็นชายังไงก็ไม่รู้”

“แต่ปกติอาจารย์เขาก็เป็นคนเงียบๆอยู่แล้วนะ”

“ฉันหมายถึงบรรยากาศรอบตัวน่ะ ปกติอาจารย์เขาจะต้องทักทายเราแบบสดใสกว่านี้สิ แต่นี่ทักแบบขอไปทีเหมือนกับไม่อยากคุยกับพวกเรางั้นแหละ”

“เธอคิดมากไปล่ะมั้ง...อาจารย์นานามิเขาคงจะมีเรื่องเครียดๆน่ะ”รันว่า

“ก็นั่นน่ะสินะ เรื่องของผู้ใหญ่สาวม.ปลายวัยใสอย่างพวกเราจะไปเข้าใจได้ยังไงกัน”

“แหม...โซโนโกะนี่ล่ะก็...”รันได้แต่ยิ้มแห้งๆให้กับท่าทีของเพื่อนสาว

“หวา...แย่ล่ะ ฉันลืมสนิทเลย”สาวผมสั้นร้องขึ้นเมื่อเธอนึกถึงเรื่องสำคัญได้

“อะไรเหรอ? โซโนโกะ”

“ฉันลืมชวนอาจารย์น่ะ เรื่องที่เราจะไปขึ้นรถไฟด่วน Bell Tree กันอาทิตย์หน้า ลืมถามอาจารย์ซะได้”

“แต่ฉันว่าช่วงนี้อาจารย์เขาดูยุ่งๆอย่าเพิ่งไปกวนเลยนะ ไว้หาโอกาสว่างๆค่อยชวนดีกว่า”รันแนะนำ เธอเองก็รู้สึกว่าอาจารย์นานามิดูแปลกๆไป แถมช่วงนี้ก็ไม่ค่อยได้เข้าคาบสอนคงจะมีเรื่องอะไรที่อาจารย์ไม่อยากบอก เธอเองก็ไม่คิดจะถามเพราะรู้ดีว่าอาจารย์เป็นคนที่ไม่ชอบให้ใครยุ่งเรื่องส่วนตัวนัก

“นั่นสินะ...”

 

 

 

 

 

“อ้าว...โคนันคุงกำลังทำอะไรอยู่เหรอจ๊ะ?”รันถามเด็กแว่นตัวน้อยที่กำลังจัดของเข้ากระเป๋าเป้อยู่

“อ่อ...เตรียมของสำหรับไปตั้งแคมป์วันพรุ่งนี้น่ะฮะ”เด็กชายตอบเสียงใส พรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ทุกคนตกลงกันว่าจะไปตั้งแคมป์กันซึ่งจะไปกันเดือนละครั้ง

“แล้วคราวนี้เลือกไปที่ไหนกันเหรอ?”หญิงสาวผมดำถามขณะเตรียมทำอาหาร

“คราวนี้กะว่าจะไปกันที่จังหวัดกุนมะน่ะครับ ช่วงนี้น่ะดอกไฮเดรนเยียกำลังออกดอกสวยเลย”

“งั้นเหรอ...น่าอิจฉาจังเลยนะ”เธอเองก็อยากเห็นดอกไฮเดรนเยียสวยๆบ้างเหมือนกัน

“ไม่เป็นไรหรอกครับพี่รัน เดี๋ยวผมจะถ่ายรูปแล้วก็ส่งมาให้ที่เพจสำนักงานนักสืบโมรินะครับ”

“งั้นเหรอ ขอบใจมากนะจ๊ะ โคนันคุง”

 

 

 

 

 

 

เมื่อถึงวันไปตั้งแคมป์พวกเด็กๆแกงค์นักสืบต่างก็ตื่นเต้นกันใหญ่เพราะนอกจากจะได้ไปตั้งแคมป์กันแล้วยังจะได้ชมดอกไม้สวยๆกันอีกด้วย

 

“เอ้า...นี่จ๊ะ ของโคนันคุงนะ”อายูมิพูดพร้อมส่งแหวนวงหนึ่งให้กับเด็กชาย

“เอ๊ะ...นี่มัน...”

“Mysterious Train Pass Ring ยังไงล่ะครับ มันเพิ่งจะส่งมาที่บ้านด็อกเตอร์เมื่อเช้านี้เอง”

“เป็นบัตรผ่านสำหรับขึ้นรถไฟด่วน Bell Tree ในอาทิตย์หน้ายังไงล่ะ ถ้ายื่นแหวนวงนี้ให้นายสถานีเขาดูเขาก็จะให้เราขึ้นรถไฟ”อายูมิอธิบายพร้อมกับชูมือที่สวมแหวนให้ดู

“แล้วเขาว่ากันว่ารถไฟขบวนนี้ใช้หัวรถจักรไอน้ำจะเหมือนกับรถด่วนโอเรียน แต่ว่าถ้าไม่มีการฆาตกรรมกันเหมือนในนิยายของคริสตี้ก็คงจะดีนะ”

“จะเป็นอย่างนั้นไปได้ยังไงกันล่ะ ว่าแต่...ไฮบาระเธอสวมแหวนตั้งแต่ตอนนี้เลยเหรอ”เขาสังเกตเห็นว่าบนนิ้วของทุกคนสวมแหวนอยู่

“ก่อนที่เธอจะมาถึงบ้านด็อกเตอร์พวกเราสวมแล้วก็ถ่ายรูปด้วยกันไงล่ะ”

“พอไปถึงแคมป์แล้วโคนันก็สวมแล้วมาถ่ายรูปด้วยกันสิ”เก็นตะเสนอ

“แต่ฉันว่าถอดออกดีกว่านะเดี๋ยวมันจะ...ฮ้าดเช้ย!!!”เมื่อยังไม่ทันจะพูดจบดีเขาก็เกิดจามขึ้นมาเสียก่อน

“โคนันคุงเธอเป็นหวัดเหรอ?”อายูมิถามด้วยความเป็นห่วง

“เมื่อคืนคุณลุงโคโกโร่ไอทั้งคืนเลยอะ สงสัยจะติดหวัดมาน่ะ”

“เฮ้อ...นายนี่นะเดี๋ยวฉันเอายาให้ กินยาแล้วก็พักผ่อนเยอะๆล่ะ”ไฮบาระว่าพร้อมกับหยิบกล่องยาจากกระเป๋าเป้ของตนเองเพื่อหายาแก้หวัดให้ แต่ในขณะเดียวกันสายตาของเด็กชายก็ไปสะดุดกับอะไรบางอย่างเข้า เขาหยิบเม็ดแคปซูลเม็ดหนึ่งออกมาก่อนที่ไฮบาระจะขอมันคืนและส่งยาแก้หวัดให้กับเขา

“นี่ หรือว่ายาเม็ดนั้นคือ...”โคนันกระซิบถามระวังไม่ให้พวกเด็กๆได้ยิน

“ใช่ ยาแก้พิษ APTX 4869 ฉันพกไว้ยามฉุกเฉินน่ะ”

“งั้นเอาไว้ให้ฉันพกยามฉุกเฉินบ้างสิ”

“ไม่ให้...ยิ่งเป็นนักสืบเลิฟคอมเมดี้ที่นึกจะตัวใหญ่เมื่อไหร่ก็ได้ยิ่งให้ไม่ได้ใหญ่เลย”เด็กหญิงยื่นคำขาด

“เธอเก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์หรอกน่า”

“นี่นาย...อร๊ายยย ทะลึ่ง!!!”

โคนันพยายามยื้อยุดกับไฮบาระอยู่ครู่หนึ่งก่อนเด็กหญิงจะร้องออกมาเรียกความสนใจคนทั้งรถอายูมิกับมิซึฮิโกะหันมาต่อว่าโคนันกันยกใหญ่ ก่อนที่ด็อกเตอร์อากาสะจะพูดตัดบทเมื่อเห็นป้ายบอกทางบอกว่าพวกเขาได้มาถึงจังหวัดกุนมะกันแล้ว พวกเด็กๆต่างก็พากันดีใจ

 

 

 

 

 

 

“เอ๋ พวกโคนันคุงไปตั้งแคมป์กันเหรอครับ”อามุโร่ถามขณะที่เดินมาเสริฟ์กาแฟให้กับโมริที่โต๊ะ ตอนนี้รันและโมริก็กำลังนั่งทานอาหารกันอยู่ที่ร้านปัวร์โรต์

 

“เห็นว่าจะไปที่จังหวัดกุนมะกันน่ะค่ะ”รันตอบ

“ดีจังเลยนะครับที่นั่นช่วงนี้ดอกไฮเดรนเยียกำลังสวยเลย”

“เห็นบอกว่าจะถ่ายรูปแล้วก็ส่งมาให้ที่เพจสำนักงานนักสืบเดี๋ยวนายค่อยดูก็แล้วกัน”โมริว่า

“รบกวนด้วยนะครับ”

ขณะเดียวกันโทรศัพท์มือถือของรันก็ดังขึ้นพอดี ซึ่งคนโทรมาก็คือเซระนั่นเอง ดูเหมือนว่าเธอจะโทรมาถามหาโคนันซึ่งรันก็บอกว่าตอนนี้พวกโคนันไปตั้งแคมป์กันที่จังหวัดกุนมะและเซระเองก็ยังถามรายละเอียดอะไรอีกหลายอย่างจนอามุโร่นึกสะกิดใจดูเหมือนว่าจะมีคนตามสืบเรื่องโคนันเหมือนกับเขา

 

เซระงั้นเหรอ....

 

ถ้าเป็นเพื่อนของคุณรันล่ะก็...คงจะเป็นลูกศิษย์ของแมร์โลด้วย

 

ดูเหมือนว่าเขาจะต้องลองถามเรื่องนี้กับแมร์โลดูเสียแล้ว....

 

 

 

 

 

 

ทางด้านโคนันขณะที่มาตั้งแคมป์กับทุกคนก็พบกับเซระ มาสึมิ โดยบังเอิญและบังเอิญว่ามีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้นเขากับเซระจึงต้องร่วมมือกันไขคดี พอดีกับที่ไฮบาระและพวกขบวนการนักสืบเยาวชนหายตัวไปเมื่อปริศนาทุกอย่างคลี่คลายคนร้ายสารภาพว่าเขาทำการขังพวกเด็กๆไว้ในกระท่อมกลางป่าและจุดไฟเผากระท่อมเพื่อฆ่าปิดปากพวกเด็กๆที่เป็นพยานรู้เห็นกับคดีในครั้งนี้ กว่าโคนันจะรู้ตัวเขาก็เกือบจะเสียเพื่อนไปเสียแล้ว แต่โชคยังดีที่พวกเด็กๆรอดปลอดภัยเพราะได้ใครบางคนช่วยเอาไว้ พวกเด็กๆบอกว่าเป็นผู้หญิงแปลกหน้าคนหนึ่งที่มีผมสั้นสีน้ำตาลที่เหมือนกับไฮบาระ

 

หรือว่า....ผู้หญิงคนนั้นจะเป็น....

 

 

เขาอ้างว่าจะไปตามหาไฮบาระในป่าและรีบวิ่งเข้าป่าไป พอคล้อยหลังเด็กแว่นเซระก็ถามถึงรายละเอียดของผู้หญิงคนนั้น มิซึฮิโกะจึงเอาคลิปวีดีโอที่แอบถ่ายผู้หญิงคนนั้นเอาไว้ให้หญิงสาวดูเพราะพวกเขาคิดว่าจะส่งคลิปวีดีโอนี้ไปที่เพจสำนักงานนักสืบโมริเพื่อให้โมริ โคโกโร่ช่วยตามหาจะได้ขอบคุณเธอภายหลัง

 

ฝ่ายโคนันเขาวิ่งเข้าไปตามหาไฮบาระในป่าและก็พบกับหญิงสาวผมสั้นสีน้ำตาลแดงที่กำลังยืนทำหน้าบอกบุญไม่รับใส่เขาอยู่ และเป็นตามที่เด็กแว่นคาดไฮบาระกินยาแก้พิษ APTX 4869 และคืนร่างเป็น มิยาโนะ ชิโฮะ เพื่อช่วยเหลือพวกเด็กๆออกมาจากกระท่อม หลังจากที่ทุกอย่างจบลงด้วยดี โคนันก็โทรไปบอกรันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความตกใจให้กับหญิงสาวเป็นอย่างมากแต่เขาก็บอกว่าไม่เป็นไร วันนี้จะนอนค้างที่โรงแรมในกุนมะไปก่อน และพวกเด็กๆแกงค์นักสืบก็แอบบอกกับโมริว่าพวกเขาส่งคลิปหนึ่งไปทางเพจของสำนักงานนักสืบเป็นคลิปวีดีโอของผู้หญิงที่ช่วยชีวิตพวกเขาเอาไว้อยากให้ยอดนักสืบโมริโคโกโร่ช่วยตามหาเธอให้หน่อย ซึ่งขณะนั้นอามุโร่เองก็อยู่ด้วยและได้ยินเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด

 

คลิปวีดีโองั้นเหรอ....

 

สงสัยคงต้องตรวจสอบหน่อยแล้ว....

 

 

ในช่วงค่ำอามุโร่แอบเข้าไปในสำนักงานนักสืบโมริเพื่อที่จะดูคลิปวีดีโอที่ว่านั้น

 

ไฟล์ที่ส่งมาไม่ใช่รูปแต่เป็นวีดีโอ...

 

เมื่อเขากดคลิกเข้าไปก็พบว่าเป็นคลิปของผู้หญิงคนหนึ่งที่มีผมสั้นสีน้ำตาลแดงกำลังคุยกับพวกเด็กๆแกงค์นักสืบเยาวชนอยู่

 

ผู้หญิงคนนี้...เชอร์รี่ คนทรยศขององค์กร

 

เขาจำรูปพรรณสัณฐานของผู้หญิงคนนี้ได้เป็นอย่างดีถึงแม้จะไม่เคยเจอกับเธอโดยตรงก็ตามแต่จากเบาะแสที่มีก็ทำให้เขาตามหาตัวเธอได้ไม่อยาก และอย่างที่เขาคาดไว้ไม่มีผิดบางทีเชอร์รี่อาจจะมีความเกี่ยวข้องกับอาจารย์โมริ ไม่เสียแรงเลยที่เขามาอยู่ใกล้ตัวแบบนี้ ดูเหมือนว่าเขาจะได้เบาะแสชิ้นสำคัญของคนทรยศแล้ว และเขาก็สังเกตเห็นว่าที่นิ้วนางข้างซ้ายของหญิงสาวสวมแหวนบางอย่างอยู่ เมื่อเขาคลิกซูมภาพดู ก็พบกับเบาะแสชิ้นสำคัญอีกอย่างหนึ่ง

 

Mysterious Train Pass Ring....

 

รถด่วน Bell Tree....

 

ชายหนุ่มผมบลอนด์ยกยิ้มมุมปาก เขาคงต้องเอาเรื่องนี้ไปบอกกับใครอีกคนหนึ่งที่ทำงานตามหาตัวคนทรยศขององค์กรเหมือนกับเขาให้รู้เสียแล้ว และจะได้ถามเรื่องของเด็กที่ชื่อ เซระ กับเธอด้วย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“นายมีธุระอะไรหรือเปล่า”ร่างบางเอ่ยขณะที่นั่งไล่สายตาอ่านหนังสืออยู่บนเตียง

จู่ๆเบอร์เบิ้นก็มาหาเธอและมาบอกว่าเขามีเรื่องสำคัญจะบอก ดูจากสีหน้าของชายหนุ่มแล้วเธอก็รู้ว่าเขาพูดจริงจึงเชิญเขาเข้ามาในห้อง

 

“พอดีว่า...มีข่าวดีนิดหน่อยน่ะนะ”ร่าสูงที่นั่งอยู่บนโซฟาพูดขึ้น

“จะมีข่าวดีอะไรที่สำคัญถึงขนาดที่นายต้องรีบมาบอกฉันถึงที่นี่ หืม? เบอร์เบิ้น”

“ฉันเจอเบาะแสของเชอร์รี่แล้ว”

แมร์โลเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างไม่เชื่อหูถึงแม้ว่าพวกเธอจะได้รับภารกิจให้ตามหาคนทรยศขององค์กรคนนั้นแต่ก็ใช่ว่าจะตามหากันได้ง่ายๆแล้วอยู่ดีๆชายหนุ่มตรงหน้าเธอกลับบอกว่าหาเบาะแสของเชอร์รี่เจอแล้ว

“น่าสนใจใช่มั้ยล่ะ?”

“ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยสิ ว่านายไปเจอเบาะแสของแม่นั่นได้ยังไง”หญิงสาววางหนังสือในมือไว้บนโต๊ะข้างเตียงและหันมาให้ความสนใจกับข่าวใหม่ที่เพิ่งได้รับ

“ได้สิ...”

ชายหนุ่มเริ่มเล่าตั้งแต่ที่เขาแอบลอบเข้าไปในสำนักงานนักสืบโมริและเข้าไปดูคลิปที่พวกเด็กๆขบวนการนักสืบเยาวชนส่งมาที่เพจของสำนักงานนักสืบและพบเบาะแสของเชอร์รี่รวมถึงเรื่องที่เขาคาดการณ์ไว้ว่าเชอร์รี่จะขึ้นรถด่วน Bell Tree ด้วย

“แล้วนายมีแผนว่ายังไงบ้างล่ะ”

“ก็แค่ไปตามล่าตัวเธอคนนั้นกลับองค์กรยังไงล่ะ”

“กลับองค์กรงั้นเหรอ ฉันคิดว่าคงได้ถูกส่งลงนรกไปก่อนน่ะสิ”ร่างบางพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ยังไงซะบอสก็ไม่มีทางปล่อยให้คนทรยศได้มีลมหายใจต่อไปหรอก ถึงจะจับตัวกลับมาองค์กรได้ไม่ช้าก็เร็วแม่นั่นก็ต้องตายอยู่ดี

“.....”

“ฉันขอเดาว่าเบลม็อทก็เข้าร่วมในแผนการครั้งนี้ด้วยสินะ แม่นั่นไม่ยอมให้เชอร์รี่มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้หรอก”

“แล้วเธอล่ะ คิดยังไงเรื่องเชอร์รี่”ร่างสูงถามพลางเดินเข้ามานั่งริมเตียงข้างๆร่างบาง

“เชอร์รี่จะอยู่หรือตายก็ไม่เกี่ยวกับฉันนี่ ฉันเพียงแค่ทำตามคำสั่งขององค์กรเท่านั้น”

“ถึงอย่างนั้นฉันก็ต้องไปตามตัวเธอคนนั้นกลับมาอยู่ดี”

“ช่างเป็นความโชคดีจริงๆเลยนะที่เราเจอเบาะแสคนทรยศโดยบังเอิญ”แมร์โลหันมามองหน้าอีกฝ่ายและพูดกึ่งประชดเล็กน้อยทั้งๆที่อยู่ในช่วงพักผ่อนแท้ๆแต่ก็ดันมีเรื่องมาให้เธอทำอีกจนได้ ถึงแม้ว่าการตามหาตัวคนทรยศมันจะไม่ได้ง่ายแล้วก็ไม่ได้มีโอกาสแบบนี้บ่อยนักแต่เธอเองก็อยากพักผ่อนบ้างเหมือนกัน

“นั่นสินะ แต่ว่าฉันหาเบาะแสของเชอร์รี่ได้แบบนี้ไม่คิดจะให้รางวัลกันหน่อยเหรอ?””โน้มตัวไปจูบหน้าผากร่างบางเบาๆ ก่อนจะสบตากับอีกฝ่ายอย่างสื่อความหมาย

“เบอร์เบิ้น...”หญิงสาวเรียกชื่อชายตรงหน้าเสียงแผ่ว

“ฉันขอรางวัลหน่อยนะ...”ว่าจบก็ประคองใบหน้าของหญิงสาวเข้ามาประกบริมฝีปากด้วยมือข้างเดียวดูดดึงริมฝีปากบางที่หอมหวานนั้นอย่างไม่รู้จักพอร่างบางเองก็เผลอจูบตอบโดยไม่รู้ตัว อามุโร่เริ่มรุกล้ำริมฝีปากบางนั้นมากขึ้นเรื่อยๆเมื่อไม่เห็นว่าอีกฝ่ายจะทำท่าขัดขืนหรือผลักเขาออก ดันตัวอีกฝ่ายให้นอนลงบนเตียงก่อนจะถอนริมฝีปากออก

“เบอร์เบิ้น...”

“ฉันขอเถอะนะ...แมร์โล”อามุโร่พูดด้วยน้ำเสียงเว้าวอนเต็มที่

ในช่วงเวลาตั้งแต่ที่ภารกิจเริ่มขึ้นเขาก็ไม่ได้มีเวลาอยู่กับแมร์โลบ่อยนักถึงจะบอกว่าพวกเขาได้ทำงานด้วยกันแต่ว่าพวกเขาก็ไม่ได้มีเวลาส่วนตัวอยู่ด้วยกันเท่าไหร่นักที่เขามาที่นี่เพื่อเอาเรื่องของเชอร์รี่มาบอกนั้นก็แค่ข้ออ้างเท่านั้นเองความจริงเขาก็แค่อยากมีเวลาอยู่กับแมร์โลบ้างเท่านั้นเอง

 

แค่อยากมีเวลาอยู่ด้วยกันบ้าง...

 

อย่างน้อยก็อยากให้ลืมงานที่ทำอยู่แล้วใช้เวลาส่วนตัวด้วยกัน...

 

“......”

อามุโร่มองหน้าร่างบางพลางลูบไล้พวงแก้มของใบหน้าหวาน

“ฉันขอ ลิ้มรสไวน์แดงตรงหน้านี้สักหน่อย ล่ะกัน”

“นายนี่ไม่รู้จักพอเลยนะเบอร์เบิ้น”หญิงสาวทำเสียงดุอย่างไม่จริงจังนัก

“กับเธอ...ฉันไม่เคยพออยู่แล้ว”

“........”หญิงสาวนิ่งเงียบไปอึดใจหนึ่งก่อนจะเอ่ยปากพูด

“ฉันเคยห้ามนายได้ด้วยเหรอ อย่าลืมแล้วกันว่าพรุ่งนี้เรามีงานต้องทำ”เธอปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอก็ต้องการเขาเหมือนกัน เพราะว่าพวกเขาสองคนห่างหายช่วงเวลาแบบนี้ไปนานพอสมควร

 

คำพูดเชิงอนุญาตทำให้ร่างสูงยกยิ้มอย่างพึงพอใจ อามุโร่รีบก้มลงจูบปากร่างบางทันที มือบางเลื่อนมาโอบรอบคอและเงยหน้ารับจูบของอีกฝ่าย ชายหนุ่มสอดลิ้นหนาเข้าไปในโพรงปากไล่หาความหอมหวานที่ห่างหายไปนาน เมื่อถอนริมฝีปากออกมือหนาก็ไม่อยู่นิ่งค่อยๆเลื่อนมาปลดกระดุมเสื้อของร่างบางอย่างช้าๆจนหมดเผยให้เห็นเนินอกที่โผล่พ้นบราเซียสีดำเขาไม่รอช้าเลื่อนไปปลดตะขอด้านหลังออกและเปลี่ยนมาซุกไซร้ลำคอระหงของหญิงสาว ร่างบางเองก็เลื่อนมือมาขยุ้มผมสีบลอนด์ของอีกฝ่ายเพื่อระบายความรู้สึกที่กำลังก่อตัวขึ้น ริมฝีปากหนาซุกไซร้ลงมาเรื่อยๆจนถึงเนินอกของหญิงสาวก้มลงซุกไซร้ฝากรอยแดงไว้ทั่วทุกจุดที่ริมฝีปากเลื่อนผ่าน ก่อนจะผละออกเปลี่ยนมาจัดการถอดเสื้อของตนเองออกบ้าง เผยให้เห็นกล้ามเนื้อผิวสีแทนที่เรียงตัวกันอย่างสวยงามและก้มลงมาประทับริมฝีปากกับร่างบางอีกครั้ง ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่ควรจะเป็น

 

เขาชอบที่จะลิ้มรสไวน์แดงตรงหน้านี้อย่างไม่รู้จักเบื่อ...

 

รสชาติของไวน์แดงที่เมื่อได้ลิ้มลองครั้งหนึ่งกลับทำให้เขาไม่เคยรู้จักคำว่า พอ อีกเลย...

 

ความหอมหวานที่ได้รับจากร่างกายนี้...

 

เมื่อได้ใกล้ชิดและสัมผัสก็ยากเกินกว่าที่จะถอนตัวได้....

 

 

 

เสียงผ่อนลมหายใจอย่างสม่ำเสมอทำให้อามุโร่ที่นั่งชันเข่าข้างหนึ่งเปลือยท่อนบนข้างๆ รู้ว่าร่างบางกำลังหลับสนิทเขาจ้องมองใบหน้าหวานของหญิงสาวที่มีผ้าห่มหนาคลุมร่างเปลือยเปล่าอยู่

 

คงจะเหนื่อยสินะ.....

 

ชายหนุ่มคิดพลางลูบผมสีส้มอ่อนของอีกฝ่ายเบาๆและก้มลงจูบหน้าผาก ก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์ที่วางไว้บนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมาเช็คเมล เพราะก่อนที่เขาจะมาที่นี่เขาได้ส่งเมลไปบอกเบลม็อทเรื่องเบาะแสของเชอร์รี่แล้วและเรื่องนี้คงจะถึงหูยินแล้วแน่ๆ แต่เมื่อเขาสไลด์สมาร์ทโฟนไปเรื่อยๆบันทึกการแจ้งเตือนสายเรียกเข้าก็เด้งขึ้นมาที่หน้าจอ ซึ่งมีสายเรียกเข้าโทรมาเป็น 10 สาย

 

เบลม็อท....

 

อามุโร่อดแปลกใจไม่ได้ทั้งๆที่เขาก็ส่งรายละเอียดเรื่องเชอร์รี่ไปทางเมลแล้วอีกฝ่ายจะโทรมาหาเขาอีกทำไมกัน แต่สาเหตุที่เขาไม่ได้รับสายอีกฝ่ายก็คงเป็นเพราะตอนนั้นเขากำลังยุ่งอยู่กับ การดื่มไวน์แดงรสเยี่ยมจากฝรั่งเศส อยู่นี่นาคิดแล้วเหลือบมองหญิงสาวข้างกายที่กำลังหลับสนิทเพราะความอ่อนเพลีย อามุโร่กดโทรศัพท์โทรกลับหาเบลม็อท ลุกขึ้นจากเตียงและเดินไปยืนตรงกระจกใสของคอนโดเพื่อที่เวลาเขาคุยโทรศัพท์จะได้ไม่รบกวนการนอนของแมร์โล

 

‘นี่เบอร์เบิ้นนายมัวทำอะไรอยู่ห๊ะ! ฉันโทรไปเป็น 10 รอบทำไมถึงไม่รับสาย’

เมื่อเบลม็อทรับสายเขา เจ้าหล่อนเล่นแผดเสียงซะดังลั่นจนเสียงออกมานอกโทรศัพท์ ชายหนุ่มถึงกับต้องเอาโทรศัพท์ออกจากหู

“ขอโทษด้วยครับ พอดีว่าผมมีธุระติดพันอยู่น่ะ”อามุโร่พูดเสียงอ่อนหวังให้อีกฝ่ายใจเย็นลง เบลม็อทจะโมโหก็คงไม่แปลกนักก็เล่นโทรมาเป็น 10 สายแต่เขากลับไม่ได้รับสักสายเลยนี่นา

‘ธุระอะไรที่สำคัญถึงขนาดที่นายไม่ว่างรับสายฉันห๊ะ!’

“พอดีว่าตอนนั้นผมไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์น่ะครับ”

 

ก็เขามัวแต่ให้ความสนใจกับร่างเพรียวบางของหญิงสาวบนเตียงจนไม่ได้ใส่ใจสิ่งรอบข้างนี่นา....

 

อามุโร่คิดแล้วหันไปมองร่างบางที่เริ่มขยับตัวเพราะเธอตื่นแล้ว

 

แมร์โลลุกขึ้นนั่งเอาหลังพิงหัวเตียงและเลื่อนผ้าห่มมาปิดหน้าอกไว้ เธอหันมาร่างสูงที่ยืนตรงหน้ากระจกใสของคอนโดก็พบว่าเขากำลังคุยโทรศัพท์กับใครบางคนอยู่แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจนัก

 

ยังไงซะ...คนที่โทรมาก็คงไม่พ้นเบลม็อทหรอก

 

หญิงสาวคิดในใจแล้วหยิบชุดคลุมอาบน้ำจากตู้ตรงโต๊ะข้างเตียงมาสวมปกปิดร่างเปลือยเปล่าของเธอและลุกจากเตียงมาหน้ากระจกเพื่อจัดทรงผมที่ยุ่งเหยิงจากกิจกรรมเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา

 

เจ้าของผมสีบลอนด์มองการกระทำของหญิงสาวจนเผลอหลุดยิ้มออกมาทำให้เขาไม่ได้ฟังในสิ่งที่คู่สนทนาปลายสายพูด

 

‘นี่ เบอร์เบิ้น นายฟังฉันอยู่หรือเปล่า’

“เอ่อ...ว่าไงครับ”

‘ให้ตายสิ...ไม่ได้ฟังที่ฉันพูดเลยสินะ’

“......”

‘ฉันแค่อยากจะถามความเห็นของนายเกี่ยวกับเรื่องของเชอร์รี่น่ะ นายคิดว่ายังไง...’

“ถามความเห็นผมเหรอครับ ตามความคิดผมแล้วเนี่ย เชอร์รี่ไม่น่าจะไปซ่อนตัวอยู่ในป่ากุนมะได้เลยเพราะมันเป็นการพบกันโดยบังเอิญของบุคคลที่ 3เท่านั้นผมเลยไม่ค่อยอยากเชื่อเท่าไหร่”

‘นายเองก็คิดอย่างนั้นสินะ’

“ครับ...”

‘เบอร์เบิ้น นายคงรู้สินะว่านายต้องลงมือ ล่าเหยื่อ ครั้งนี้ด้วย’

“แน่นอนครับ เพราะผมเป็นคนเจอเบาะแสของเธอนี่นา แต่ตอนแรกผมคิดว่าคุณจะลงมือ ล่าเหยื่อ ด้วยตัวเองซะอีก”

‘ฮะๆๆ ครั้งนี้ฉันมีหน้าที่แค่คอยซับพอร์ตนายเท่านั้น นายก็ทำงานให้สำเร็จก็แล้วกัน’

“เข้าใจแล้วครับ”

‘ยังไงก็ตาม ฉันคิดว่ายินก็ควรจะรู้เรื่องนี้ด้วยถ้ามีอะไรเพิ่มเติมเดี๋ยวจะติดต่อไปนะ’

“ครับ”

หลังจากที่วางสายจากแม่มดสาวพันหน้าแล้วร่างสูงก็กลับมาให้ความสนใจกับหญิงสาวผมสีส้มอ่อนแต่ก็เห็นเธอเพิ่งเดินออกจากห้องน้ำในชุดคลุมอาบน้ำ

ในระหว่างที่เขาคุยโทรศัพท์อยู่เธอคงจะไปอาบน้ำสินะ....

 

“เบลม็อทโทรมาเรื่องแผนการกำจัดคนทรยศขององค์กรสินะ”แมร์โลพูดขึ้น ขณะที่เดินเข้ามาหาร่างสูง

“อ่า ก็นิดหน่อยน่ะ...”

“แล้วนอกจากนายกับเบลม็อทแล้วมีใครรู้เรื่องเชอร์รี่อีก”

“อีกไม่นานคงรู้ถึงหูยินแล้วล่ะ ว่าแต่เธอถามทำไมเหรอ”

“ฉันจะได้รายงานเรื่องนี้กับรัมยังไงล่ะ”

“อ่า...เธอรายงานเขาได้เลย ส่วนเรื่อง ล่าเหยื่อ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง”

“อย่าพลาดก็แล้วกัน...เบอร์เบิ้น”ร่างบางเอ่ยเตือน

ชายหนุ่มผมบลอนด์ดึงร่างบางเข้ามาในอ้อมกอดโอบเอวอีกฝ่ายเข้ามาใกล้ใบหน้าหวานซบกับแผงอกแกร่ง

“ฉันได้กำลังใจแล้ว จะทำงานพลาดได้ยังไงกันล่ะ”

ชายหนุ่มยกยิ้มเขาได้กลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวหญิงสาวคงจะเป็นกลิ่นสบู่ที่เธอใช้ อามุโร่ก้มลงสูดกลิ่นกายหอมจากลำคอระหง มือหนาค่อยๆเลื่อนมาจับสายรัดเอวของชุดคลุมอาบน้ำ

“อย่า...เบอร์เบิ้น”มือบางรีบดันแผงอกอีกฝ่าย

หญิงสาวรีบร้องห้ามเพราะรู้ว่าร่างสูงคิดจะทำอะไร

“ไม่เห็นเป็นไรนี่”

“พอเลยนะ!!!”ร่างบางเอ่ยเสียงดุ

คืนนี้เธอเหนื่อยจากความเอาแต่ใจและความไม่รู้จักพอของเบอร์เบิ้นมามากแล้ว

“เคยบอกแล้วไงกับเธอฉันไม่เคยพอ...”

“รู้จักอดทนอดกลั้นบ้าง ฉันไม่ตามใจนายตลอดหรอกนะ”ไม่รู้ว่าเบอร์เบิ้นไปตายอดตายอยากมาจากไหนหรือว่าเพราะไม่ได้มีเวลาอยู่ด้วยกันแบบนี้เกือบเดือนหมอนี่ถึงได้เอาแต่ใจตัวเองกับเธอนัก

“หึๆๆ ก็ได้ๆ เห็นแก่ที่เธอยอมตามใจฉันคราวนี้ฉันตามใจเธอก็ได้”ร่างสูงหัวเราะในลำคอก่อนจะปล่อยมือจากเอวบางและยกมือขึ้นเป็นเชิงยอมแพ้ หญิงสาวผละออกเดินไปที่เตียงพร้อมกับล้มตัวลงนอน ร่างสูงเองก็ล้มตัวลงนอนข้างๆดึงร่างบางเข้ามาในอ้อมกอดและยกผ้าห่มคลุมร่างให้ แมร์โลไม่ได้ขัดขืนอะไรเลื่อนศีรษะไปซบอกเปลือยเปล่าของชายหนุ่มแทนแต่ขณะที่เธอจะหลับตาลงเพื่อพักผ่อน เบอร์เบิ้นกลับเอ่ยปากถามเรื่องหนึ่งกับเธอ

 

“นี่...แมร์โล...”

“ว่าไง?”

“เธอรู้จักคนที่ชื่อ เซระมั้ย?”ร่างสูงถามขณะที่มือหนากำลังลูบผมสีส้มอ่อนของเธออยู่

“เซระ? ก็มีอยู่คนหนึ่งที่ฉันรู้จักนะ”

“แล้วเป็นคนยังไง?”

“นายจำเด็กที่เราเห็นที่หน้าโรงแรมไฮโด้ตอนคดีของประธานทาจิบานะได้มั้ย เธอคนนั้นแหละคือ เซระมาสึมิ เป็นลูกศิษย์ของฉันในตอนนี้และดูเหมือนว่าเธอจะเป็นนักสืบด้วย”

“เป็นผู้หญิงหรอกเหรอเด็กคนนั้นน่ะ”เขาเห็นเธอครั้งแรกก็นึกว่าเป็นผู้ชาย นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาพาลหึงแมร์โลขึ้นมา

“นายไม่รู้สึกเอะใจอะไรบ้างเลยเหรอ ฉันรู้สึกว่าเธอคล้ายกับใครบางคนนะ”

“เธอหมายถึงใคร?”

“.....”หญิงสาวนิ่งเงียบเพราะรู้ดีว่าถ้าเอ่ยชื่อ คนคนนั้น ออกไปเบอร์เบิ้นคงไม่พอใจแน่ก็สองคนนี้เกลียดกันจะตาย

“แมร์โล...”

“.....”

“นี่ บอกมาเถอะว่าเธอหมายถึงใคร?”

“อากาอิ ชูอิจิ...”หญิงสาวตัดสินใจเอ่ยชื่อคนที่เธอคิดขึ้นได้เสียงแผ่ว

“เธอคิดอย่างงั้นเหรอ?”เขาพยายามข่มอารมณ์ตัวเองไว้ เพราะเขาไม่อยากเอาความโกรธเกลียดของตัวเองมาลงกับร่างบางในอ้อมกอด

“อืม...ฉันว่าเด็กคนนั้นเหมือนกับอากาอิน่ะ กำลังนึกสงสัยอยู่ว่าสองคนนั้นมีอะไรเกี่ยวข้องกันหรือเปล่า”

“แล้วเธอจะทำยังไงล่ะ?”

“ฉันว่า...จะลองสืบเรื่องของเด็กคนนั้นดูว่าแต่นายถามเรื่องนี้ทำไมเหรอ?”แมร์โลรู้สึกว่าชายหนุ่มจะสนใจเด็กคนนี้เป็นพิเศษ

“รู้สึกว่าเธอกำลังสงสัยเรื่องของโคนันคุงอยู่น่ะ”

“งั้นเหรอ...”อย่าว่าแต่เซระเลย แม้แต่ตัวเธอเองก็สงสัยในตัวนักสืบตัวน้อยเหมือนกัน โดยเฉพาะเรื่องความฉลาดเกินวัยของเด็กคนนั้นและดูเหมือนว่าเขาจะรู้ถึงการมีตัวตนอยู่ขององค์กร

 

เพราะงั้นเบลม็อทถึงได้สนใจเด็กคนนั้นงั้นเหรอ...

 

ไม่สิ...มันคงต้องมีอะไรมากกว่านั้น...

 

แต่ที่น่าแปลกมากกว่านั้นคือ คำขอ ของเบลม็อทที่พูดกับเธอเมื่อตอนนั้น...

 

และเธอเองก็ตกปากรับคำ คำขอ ของเบลม็อทเอาไว้...

 

ถึงจะไม่เข้าใจสิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นทำแต่เธอก็เลือกจะรักษาสัญญากับอีกฝ่าย...

 

เพราะอย่างน้อยที่สุดเบลม็อทก็ยังเป็นคนมีหัวใจอยู่บ้างในความคิดของเธอ...

 

“คิดอะไรอยู่ หืม?”ชายหนุ่มผมบลอนด์ถามเมื่อเห็นว่าหญิงสาวนิ่งเงียบไป

“ก็คิดเรื่องนักสืบสมองใสคนนั้นนั่นแหละ ดูเหมือนว่าจะมีเรื่องให้ฉันทำอีกเยอะเลยนะ”

“นั่นสินะ...ต่อจากนี้คงต้องเรื่องอะไรให้เราตามสืบอีกเยอะ”

หญิงสาวไม่พูดอะไรอีกเธอได้แต่หลับตาลงในอ้อมอกอุ่นของร่างสูงเพื่อพักผ่อน เมื่อเห็นดังนั้นอามุโร่จึงไม่คิดจะกวนเธออีกได้แต่หลับตาลงเข้าสู่ห้วงนิทรา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ด้านเบลม็อทหลังจากวางสายจากเบอร์เบิ้นแล้วเธอก็โทรรายงานเรื่องเบาะแสของเชอร์รี่ให้ยินทราบด้วยเช่นกัน ที่เธอโทรไปบอกยินเรื่องนี้เพราะไม่ต้องการให้เขาเข้ามายุ่งจนกว่าเธอจะล่าเหยื่อเสร็จ เมื่อวางสายจากยินแล้ว เธอกลับพาลนึกถึงคำสัญญาที่เธอให้ไว้กับเด็กหนุ่มยอดนักสืบในร่างเด็กประถมนั่นเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่เธอไม่ลงมือล่าเหยื่อด้วยตนเอง

 

‘ฉันจะยอมตัดใจจากเชอร์รี่ก็ได้’

 

แต่ก็นะ......

 

คนล่าไม่ใช่ฉันแต่เป็นเบอร์เบิ้น....

 

ผู้หญิงคนนั้นจะต้องไม่มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้....

 

อย่าโกรธกันเลยนะ Silver Bullet.....

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ลูกพี่ เรื่องที่เชอร์รี่จะขึ้นรถด่วน Bell Tree จะเป็นความจริงแน่เหรอครับ”วอดก้าเอ่ยถามขณะที่สายตาจับจ้องไปบนท้องถนน

“อ่า ฉันเองก็ไม่ค่อยอยากจะเชื่อหรอก แต่คนที่ได้ข้อมูลนี้มาน่ะคือ เบอร์เบิ้น เจ้านั่นน่ะเป็นสุนัขดมกลิ่นชั้นเยี่ยมยังไงซะข้อมูลที่มันได้มาก็ไม่มีทางพลาดหรอก”ยินพูดขณะที่นั่งอยู่บนรถปอร์เช่356A คันโปรด

ถึงเขาจะนึกหมั่นไส้เบอร์เบิ้นแค่ไหนแต่ก็ต้องยอมรับว่าหมอนั่นเป็นคนหูไวตาไวมีความสามารถในการรวบรวมข้อมูลเป็นอย่างมาก หลายครั้งที่ความสามารถของเบอร์เบิ้นช่วยให้งานมันง่ายขึ้นเยอะจากข้อมูลที่มันได้มา แต่ถึงอย่างนั้นหมอนั่นก็ชอบตามสืบอะไรลับหลังพาลให้เขานึกระแวงอยู่เรื่อย แถมตอนนี้ยังมีแมร์โลคอยทำงานข้างๆมันอีกทั้งๆที่เขาอยากให้เธอมาทำงานด้วยแต่เธอกลับปฏิเสธแล้วเลือกมันแทนทำเอาเขาหงุดหงิดไม่ใช่น้อย เพราะมีเธออยู่เขาถึงทำอะไรมันไม่ได้เพราะแมร์โลเป็นคนโปรดของท่านผู้นั้น ถ้าทำอะไรข้ามหน้าข้ามตาเธอก็อาจจะทำให้ท่านผู้นั้นไม่พอใจก็ได้

 

คอยดูเถอะ.....ถ้าหากแมร์โลไม่ได้อยู่ข้างมันแล้ว ถ้ามันทำตัวให้เขาระแวงเมื่อไหร่ เขาไม่ลังเลที่จะฝังกระสุนใส่หัวมันเลย.....

 

—————————————————————

 

อยากจะตะโกนถามตัวเองดังๆว่า ช้านนนนนเขียนอารายลงไปปปปปป ไรท์ก็แค่มาเสริฟ์ความฟินที่นานๆจะมีสักที หวังว่าจะไม่โดนแบนนะคะ 555 ที่ไรท์ให้เตรียมหมอนกับผ้าห่มไม่ได้มีดราม่าแต่อย่างใด แค่จะให้เอามาจิกเท่านั้นเอง 555 ในตอนนี้ช่วงแรกๆจะมีแต่บรรยายไม่ค่อยมีบทพูดใครไม่ชอบก็ขอโทษด้วยนะคะ เพราะว่าตอนนี้จะไปลิงก์กับอนิเมะตอนของไฮบาระในโคนันปี 15 ไรท์คิดว่าไม่ต้องใช้บทพูดเยอะทุกคนก็ไปตามดูในอนิเมะได้ ฝากเม้นไว้กำลังใจกันด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ~

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 76 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

118 ความคิดเห็น

  1. #52 Papaprincess (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 23:09
    เส้นทางรักช่างลำบากนัก​
    #52
    0