[ Fic Conan ] Bourbon and Merlot Secret Love

ตอนที่ 19 : Chapter 19 Suspicious

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 656
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 59 ครั้ง
    12 ธ.ค. 62

 

“เอ๊ะ! เรื่องนั้นจริงเหรอครับ อาจารย์โจดี้”โคนันถามด้วยความตกใจ


 

นี่ก็ผ่านมาหลายอาทิตย์แล้วหลังจากที่พวกโคนันไปเที่ยวทะเลช่วงวันหยุดกันและเขาก็เพิ่งได้รับข่าวใหม่จากอาจารย์โจดี้เป็นข่าวที่ทำให้เขาช็อคอยู่ไม่น้อยและตอนนี้พวกเขาก็กำลังอยู่ที่บ้านด็อกเตอร์อากาสะเพราะอาจารย์โจดี้โทรนัดให้เขามาพบที่นี่


 

“ใช่แล้ว คุณเรย์นะเพิ่งโทรมาบอกฉันน่ะแล้วก็...เหตุผลที่เธอไม่ส่งข่าวบอกเราก่อนหน้านี้เพราะเธอกำลังโดนใครบางคนในองค์กรเฝ้าจับตามองอยู่”

“ถึงแม้จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจได้แล้วแต่พวกองค์กรก็ยังไม่ไว้ใจเธอง่ายๆสินะ”โคนันครุ่นคิด


 

ข่าวที่ทำให้นักสืบวัยประถมถึงกับหัวเสียก็คือเรื่องคดีที่ผ่านมาคดีที่พวกตำรวจสืบกันแทบเป็นแทบตายแต่ก็ยังไร้ร่องรอยของผู้กระทำผิด ตั้งแต่เรื่องคดีของประธานทาจิบานะที่พวกตำรวจสรุปกันว่าเป็นการฆ่าตัวตาย คดีของประธานทาคาฮาชิที่พวกตำรวจสรุปกันว่าเป็นการฆาตกรรมโดยเลขาคนสนิทที่ชิงฆ่าตัวตายเพื่อหนีความผิดแท้จริงแล้วเป็นฝีมือของพวกมันแถมตอนนี้พวกมันก็เหมือนจะมีเป้าหมายที่สูงขึ้นกว่าเดิม


 

“แล้วคุณเรย์นะได้บอกมั้ยครับว่าเป้าหมายครั้งต่อไปของพวกมันคือใคร”

“เธอบอกว่าเป้าหมายของมันมีสองคน แต่รู้แค่ว่ามีคนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับด้านการเมืองน่ะ เธอบอกแค่นี้แหละ ดูเหมือนว่าเธอเองก็ยังไม่รู้อะไรมาก”อาจารย์โจดี้บอก

“ถ้างั้นอาจจะเป็นผู้ว่าหรือไม่ก็อาจจะเป็นพวกส.ส. ก็ได้นะ”ด็อกเตอร์อากาสะออกความเห็น

“ครับ คงจะเป็นแบบนั้นนั่นแหละ แต่ข้อมูลแค่นี้มันยังน้อยเกินไปเราคงจะตัดสินอะไรไม่ได้”เด็กชายพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียดนี่เขาตามเกมของพวกมันไม่ทันได้ยังไงกัน แถมยังปล่อยให้พวกมันทำตามแผนสำเร็จไปแล้วถึงสองครั้ง

“แต่ก็น่าหนักใจตรงที่เป้าหมายของพวกมันมีถึงสองคนนี่แหละ”

“ครับ...ถ้าพอจะรู้รายละเอียดของเป้าหมายอีกคนหนึ่งก็พอจะช่วยอะไรได้บ้าง”

“เรื่องนั้นคงจะยากหน่อยนะ”

“ทำไมเหรอครับ อาจารย์โจดี้”โคนันนึกสงสัยเมื่อท่าทีมั่นใจของสาวชาวต่างชาติ

“รู้สึกว่าแมร์โลจะเป็นคนลงมือทำงานนี้ด้วยตัวเองน่ะ คุณเรย์นะก็เลยไม่รู้อะไรมากเพราะเธอเป็นคนที่เก็บความลับเก่งมาก”


 

            แมร์โล...ผู้หญิงคนนี้อีกแล้ว


 

“งั้นเหรอครับ...”

“นี่ cool kid แล้วเรื่องของคนในองค์กรที่แฝงตัวเข้ามาอยู่ใกล้ๆเธอคนนั้นน่ะเป็นไงบ้าง”FBI สาวเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นท่าทีเคร่งเครียดของนักสืบตัวน้อย

“ก็ไม่มีอะไรแปลกไปจากเดิมหรอกครับ ตอนที่ไปเที่ยวทะเลด้วยกันเธอก็ทำตัวปกติไม่ได้แสดงพิรุธอะไรแล้วก็....”โคนันชะงักไปพักหนึ่ง เขาพาลนึกถึงภาพที่คุณอามุโร่กับแมร์โลจูบกันดูดดื่มที่ริมทะเลขึ้นมาเสียอย่างนั้น ทำให้เด็กชายหน้าแดงขึ้นมาเสียดื้อๆ

“มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ”

“เอ่อ...เปล่าครับ”เด็กชายสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่าน

“แล้วได้เรื่องอะไรเพิ่มอีกมั้ยครับ”

“จะว่าไปเขาก็บอกเรื่องผู้หญิงที่ชื่อแมร์โลมาอีกนิดหน่อยนะ”

“....”

“รู้สึกว่านอกจากเรื่องการวางแผนผู้หญิงคนนั้นยังถนัดเรื่องแฮกกิ้งด้วยนะ”

“แฮกกิ้งเหรอครับ?”

“อืม...”

“ถ้างั้นก็แปลว่าทุกอย่างตอบโจทย์ได้พอดี”

“ตอบโจทย์อะไรเหรอ?”โจดี้ได้แต่ทำหน้าสงสัย

“ตอนคดีของประธานทาคาฮาชิผมสงสัยว่ามันหลบกล้องวงจรปิดไปฆ่าประธานทาคาฮาชิได้ยังไงแต่พออาจารย์โจดี้บอกแบบนี้ผมถึงได้เข้าใจ”

“.....”

“พวกมันแฮกกล้องวงจรปิดแล้วก็อาศัยจังหวะที่ประธานทาคาฮาชิไม่มีคนคุ้มกันไปฆ่าเขา”

“ดูเหมือนว่าพวกมันจะวางแผนมาเป็นอย่างดีเลยนะ”

“ครับ...ผมประมาทพวกมันเกินไปจริงๆ”

“แล้วต่อจากนี้จะทำยังไงล่ะ cool kid”

“ตอนนี้คงทำอะไรมากไม่ได้หรอกครับ เพราะข้อมูลที่มีน้อยเกินไปคงต้องรอให้คุณเรย์นะส่งข่าวมาบอกอีกที”แต่อย่างน้อยตอนนี้เขาก็คิดว่ามันยังดีกว่าที่เขาไม่รู้อะไรเลยและรอให้พวกมันตลบหลังเหมือนที่ผ่านมา

“นั่นสินะ เรื่องเป้าหมายของพวกมันก็ยังไม่ชัดเจนซะด้วย”

“แต่ก็พอจะเดาได้อย่างหนึ่งแล้วล่ะครับว่าหนึ่งในเป้าหมายของพวกมันเป็นใคร”

“เธอรู้แล้วเหรอ?”

“ครับ...เป้าหมายของพวกมันคงเป็นหนึ่งในคนพวกนั้นอย่างแน่นอน....”


 


 


 


 


 


 


 


 


 

“นี่คืองานของฉันอย่างนั้นเหรอ...”ร่างบางเจ้าของผมสีบลอนด์ทองเอ่ยถาม ขณะที่นั่งอยู่บนโซฟาตัวยาว

“ใช่ มีอะไรหรือเปล่า?”เบลม็อทถามหลังจากเล่ารายละเอียดของงานคร่าวๆให้กับเธอฟัง

“เปล่า...แล้วงานของฉันจะเริ่มได้เมื่อไหร่ล่ะ”

“ฮะๆๆ อย่าใจร้อนสิ งานของเธอจะเริ่มหลังจากงานของแมร์โลน่ะ”

“งั้นเหรอ...”หญิงสาวตอบรับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งอย่างไม่สนใจอะไรนักเพราะงานของเธอก็เป็นงานแบบเดิมๆแค่จัดการเป้าหมายได้ก็ถือว่าจบไม่จำเป็นต้องสืบหาข้อมูลอะไรให้มากเรื่อง ไม่จำเป็นต้องทำอะไรซับซ้อนเหมือนที่แมร์โลทำ

“ยินให้เวลาเธอพักผ่อนเต็มที่ฉันว่าเธอน่าจะใช้เวลาให้คุ้มนะ”

“.....”

“เพราะฉันคิดว่าหลังจากนี้เธอคงไม่ได้พักไปอีกนานเลยล่ะ”

“หมายความว่ายังไง จะมีอะไรเกิดขึ้นงั้นเหรอเบลม็อท”ซีลวาเนถามด้วยความแปลกใจ

“ก็แค่พูดเผื่อเอาไว้น่ะ ยังไงซะหลังจากนี้เธอก็ต้องทำงานให้ยินอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?”

“ก็แค่ทำงานในฐานะมือสังหารไม่ได้มีอะไรพิเศษนี่”

“.....”เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลหรี่ตามองอีกฝ่ายเล็กน้อย

“ฉันไม่ใช่เบอร์เบิ้นกับแมร์โลนะที่ต้องตัวติดกันตลอดเวลา”เอ่ยพาดพิงถึงคู่หูเจ้าความลับที่ตอนนี้เธอก็ไม่รู้ว่าสองคนนั้นกำลังทำอะไรอยู่ เธอรู้แค่ว่าสองคนนั้นกำลังตามตัวเชอร์รี่คนทรยศขององค์กรอยู่เท่านั้นนอกจากนี้ก็เป็นปริศนา

“จะว่าไปแล้วเธอก็เคยทำงานใกล้ชิดกับสองคนนั้นนี่ ฉันมีเรื่องอยากจะถามหน่อย”

“หืม? เรื่องอะไรล่ะ”เจ้าของนัยน์ตาสีเฮเซลเลิกคิ้วแปลกใจ ปกติเบลม็อทไม่เคยถามถึงเรื่องคนอื่นเลยแต่คราวนี้ดูเหมือนจะมีอะไรพิเศษ

“ตอนที่เธอเคยทำงานกับสองคนนั้นน่ะ ดูมีอะไรแปลกๆบ้างมั้ย?”เบลม็อทเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“อย่างเช่นอะไรล่ะ? ฉันว่าสองคนนั้นก็ดูสนิทกันเป็นปกติอยู่แล้วนี่”เธอไม่เข้าใจว่าเบลม็อทสงสัยอะไร

“แต่ฉันคิดว่ามันมีอะไรมากกว่านั้นน่ะสิ”

“.....”

หลังจากนั้นเบลม็อทก็เล่าเรื่องที่เธอสงสัยเกี่ยวกับเบอร์เบิ้นและแมร์โลให้ซีลวาเนฟัง แต่หญิงสาวผมสีบลอนด์ทองกลับนั่งฟังนิ่งไม่ได้มีท่าทีแปลกใจอะไรนักราวกับรู้อยู่แล้วว่าต้องมีเรื่องแบบนี้

“บอกตามตรงเลยนะเบลม็อทฉันไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลยที่สองคนนั้นจะเป็นแบบนั้น”

“นี่เธอ...”

“แล้วที่เธอบอกว่าสองคนนั้นน่าจะมีอะไรลึกซึ้งกันมากกว่าที่เห็นน่ะฉันก็พอจะเดาออกอยู่บ้าง”

“.....”

“สำหรับในองค์กรเรื่องแบบนี้ก็ถือเป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ เธอจะเครียดไปทำไมล่ะ?”

“มันจะเป็นเรื่องธรรมดาถ้าเกิดว่าแมร์โลไม่ใช่คนของรัมล่ะก็นะ”เธอจะมองมันเป็นเรื่องธรรมดาถ้าแมร์โลไม่ใช่คนระดับสูงในองค์กร ความแตกต่างระหว่างสองคนนั้นเป็นความแตกต่างที่ชัดเจน ความสัมพันธ์ระหว่างเบอร์เบิ้นกับแมร์โลอาจจะสร้างความหวาดระแวงให้กับคนในองค์กรโดยเฉพาะกับยิน

“เธอคงจะกลัวว่าเบอร์เบิ้นจะใช้แมร์โลเป็นบันไดให้ตัวเองก้าวขึ้นมาอยู่ในจุดที่สูงกว่าเดิมสินะ”

“มันจะไม่ใช่แค่นั้นน่ะสิ เธอก็รู้ว่ายินระแวงเบอร์เบิ้นแค่ไหนถ้าหมอนั่นก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับเดียวกับเราจะไม่ยิ่งแย่เหรอ”หญิงสาวผมสีแพลตตินั่มบลอนด์ขมวดคิ้วยุ่ง ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นเบอร์เบิ้นเป็นคนที่กุมความลับของเธออยู่ เธอไม่อยากให้เขาใช้มันมาเป็นข้อต่อรองกับเธอมากไปกว่านี้

“นี่ อย่าลืมนะว่าแมร์โลเป็นคนฉลาดเธอคงไม่ยอมให้ผู้ชายหน้าไหนมาหลอกใช้ง่ายๆหรอก”ซีลวาเนพูดด้วยความมั่นใจ

“แล้วเธอไม่เห็นเหรอว่าแมร์โลตามใจหมอนั่นแค่ไหน”


 

ที่ผ่านมาที่เธอพูดหยอกล้อกับแมร์โลเรื่องความสนิทสนมของเธอกับเบอร์เบิ้นนั้นมันก็แค่เรื่องล้อเล่นตามประสาเท่านั้น แต่พอเธอได้เห็นท่าทางการกระทำของสองคนแล้วเธอก็เริ่มชักไม่แน่ใจแล้วว่าสองคนนั้นจะเป็นแค่คู่หูกันจริงๆ แถมเธอก็พูดเตือนทั้งคู่ไปแล้วหลายครั้งแต่ก็ดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะไม่สนใจคำเตือนของเธอเลยสักนิด


 

“ก็แค่เรื่องงานเท่านั้นแหละ เธอจะคิดมากทำไมกัน”ซีลวาเนพูดอย่างไม่ใส่ใจนัก สำหรับเธอแล้วความสัมพันธ์ของสองคนนั้นจะเป็นยังไงมันก็ไม่เกี่ยวกับเธอแต่ดูเหมือนว่าเบลม็อทจะไม่คิดแบบนั้น

“ถ้าตามใจแค่เรื่องงานฉันก็คงไม่พูดแบบนี้หรอก ฉันคิดว่าสองคนนั้นคงมีอะไรลึกซึ้งมากกว่าที่คิดแน่”เบลม็อทว่า เธอมีความรู้สึกว่าสองคนนั้นไม่ได้สนิทสนมกันแค่เรื่องงานอย่างเดียวแน่

“เอาเถอะน่า...สองคนนั้นก็ไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ ถ้าจะมีเรื่องแบบนั้นก็ไม่เห็นจะแปลกเลยอีกอย่างจะมีใครทนเสน่ห์ของแม่นั่นได้บ้างล่ะ”ซีลวาเนเข้าใจความหมายที่อีกฝ่ายพูดว่าหมายถึงเรื่องอะไร เพราะแม้แต่ยินก็ดูท่าทางจะสนใจแมร์โลไม่ใช่น้อย แต่ก็ดูจะไม่ได้พิศวาสอะไรมากมายนักที่อยากให้แมร์โลมาทำงานด้วยใจจะขาดก็เพราะสนใจในความสามารถของเธอก็เท่านั้นเอง แต่ที่มีท่าทีหงุดหงิดก็คงจะเป็นเพราะคนที่แมร์โลเลือกทำงานด้วยเป็นคนที่เจ้าตัวไม่ชอบหน้าก็แค่นั้น

“....”

“ท่าทางเบอร์เบิ้นเองก็ดูจะเป็นคนเจ้าคารมซะด้วย”เจ้าของนัยน์ตาสีเฮเซลพูดตามที่ตนคิด เธอก็เคยร่วมงานกับสองคนนั้นมาบ้างก็เลยพอจะรู้จักนิสัยอยู่ เบอร์เบิ้นเป็นที่มีคารมคมคายคาดเดาได้ยากแต่พอถึงเวลาทำงานหมอนั่นก็เป็นคนจริงจังและทุ่มเทกับงานมากในข้อนี้แมร์โลเองก็ไม่ต่างกัน


 

“ถ้ามันไม่กระทบกับงานในองค์กรก็ดีน่ะสิ”

“ฉันว่าสองคนนั้นแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกนะ ไม่งั้นป่านนี้เบอร์เบิ้นคงได้ทำเชิดหน้าชูคอข่มเธอไปแล้ว”หญิงสาวหยอกล้อ


 

      หึ...แค่ที่ทำอยู่นี่ก็เกินพอแล้ว...เบลม็อทคิด


 

ที่เธอต้องทำตามคำขอของเบอร์เบิ้นที่ดูเหมือนเด็กเอาแต่ใจก็เพราะหมอนั่นกุมความลับของเธออยู่ เธอไม่อยากจะคิดเลยถ้าสักวันหนึ่งแมร์โลพาเบอร์เบิ้นขึ้นมาอยู่ในระดับเดียวกับตัวเองได้มันจะเป็นยังไงปกติแล้วเธอก็ไม่เคยสนใจเรื่องของคนอื่นในองค์กรนักแต่ก็คงจะมีเรื่องนี้นั่นแหละที่เธอปล่อยผ่านไปไม่ได้

“ฉันว่าเธอคิดมากไปแล้วล่ะ อีกอย่างใช่ว่าสองคนนั้นจะเป็นอย่างที่เธอพูดจริงๆ ถ้ายังพิสูจน์ไม่ได้ฉันว่าเธออย่าเก็บเรื่องนี้มาคิดจะดีกว่า”

“เอาเป็นว่าฉันจะดูท่าทีไปอีกสักพักก็แล้วกัน”

มันก็จริงอย่างที่ซีลวาเนว่าเธอจะรอดูท่าทีไปอีกสักพักก็แล้วกันแต่เธอก็วางใจไม่ได้อยู่ดี

“ว่าแต่ทำไมเธอถึงสนใจเรื่องของสองคนนั้นล่ะ”ซีลวาเนหรี่ตามองอีกฝ่าย ปกติเบลม็อทไม่ใช่คนที่จะมาสนใจเรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้ ขนาดเรื่องระหว่างเธอกับยินก็ไม่มีใครสนใจอะไรนักเพราะทุกคนเห็นว่ามันเป็นเรื่องปกติสำหรับในองค์กร

“ฉันก็แค่กลัวว่ามันจะมีผลกระทบกับงานขององค์กรก็เท่านั้น”

“งั้นเหรอ...”ร่างบางเจ้าของผมสีบลอนด์ทองจ้องมองท่าทีของอีกฝ่ายดูเหมือนว่าเบลม็อทจะมีอะไรปิดบังอยู่ ดูท่าทางเธอจะหวาดระแวงเรื่องของเบอร์เบิ้นกับแมร์โลไม่ใช่น้อย แต่เธอก็ไม่คิดอยากจะเซ้าซี้อะไรต่อการเค้นความจริงจากแม่มดสาวพันหน้ามันก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไร ยังไงคนเจ้าความลับอย่างหล่อนคงไม่ยอมปริปากบอกอะไรแน่


 


 


 


 


 


 


 

“นายแน่ใจนะว่าข้อมูลที่ได้มาถูกต้อง”เสียงหวานเอ่ยถามร่างสูงที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับตน

“อ่า ไม่ผิดแน่รู้สึกว่าเขาจะมีสำนักงานอยู่บนชั้น 30 ของโรงแรมนี้น่ะ”


 

ตอนนี้อามุโร่กับแมร์โลกำลังเฝ้าจับตามองเป้าหมายในภารกิจต่อไปอยู่แต่ถึงจะบอกว่ามาเฝ้าจับตามองก็เก็บข้อมูลก่อนลงมือทำงานจริงเท่านั้น พวกเขากำลังอยู่ในห้องอาหารของโรงแรมนิวเบกะและกำลังรอเป้าหมายซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทบัญชีและมีสำนักงานอยู่ชั้นบนของโรงแรมนี้

“ฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำหน่อยนะ”

“อ่า...”ชายหนุ่มผมบลอนด์พยักหน้ารับก่อนจะนั่งจิบกาแฟต่อ


 

นานามิเดินออกจากห้องอาหารเพื่อมาเข้าห้องน้ำเมื่อจัดการกับธุระส่วนตัวเสร็จจังหวะที่เธอเดินออกจากห้องน้ำและเดินไปตามทางเดินเธอเดินสวนทางกับใครบางคนแต่เธอก็ไม่ได้คิดจะสนใจแต่กลับมีเสียงร้องทักจากทางด้านหลัง เมื่อเธอหันกลับไปมองทางต้นเสียงก็ถึงกับชะงักไปพักหนึ่ง ร่างบางเจ้าของผมสีบลอนด์ทองนัยน์ตาสีเฮเซลกำลังจับจ้องมาที่เธอพลางส่งยิ้มให้อย่างมีเลศนัย


 

“ซีลวาเน...”แมร์โลเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงแผ่ว เธอไม่คิดว่าจะมาเจอผู้หญิงคนนี้ในที่แบบนี้ได้

“ไม่ได้เจอกันนานนะ แมร์โล”

“นั่นสินะ ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอเธอในที่แบบนี้”ร่างบางตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

“แล้วเธอมาทำอะไรที่นี่ล่ะ หรือว่าจะมากับเบอร์เบิ้น”

ตอนนี้ทางเดินเงียบสงัดไม่มีใครเดินผ่านเธอจึงไม่ได้ห่วงอะไรมากนัก

“แล้วทำไมล่ะ ฉันจะมาทำอะไรกับใครมันก็ไม่ใช่เรื่องของเธอไม่ใช่เหรอ?”

“นั่นสินะ....”

“แล้วเธอล่ะ ไม่ใช่ว่ามาจับตาดูพวกฉันแล้วเอาไปรายงานยินหรอกนะ”แมร์โลพูดอย่างไม่ไว้วางใจ ขึ้นชื่อว่าคนของยินเธอก็ไม่อยากจะไว้วางใจนักถึงแม้จะไม่ใช่คนที่ชอบสืบความลับของคนอื่นก็เถอะแต่ยังไงก็วางใจไม่ได้อยู่ดี

“ฮะๆๆ ดูพูดเข้าสิฉันก็แค่มาทานอาหารที่ห้องอาหารของโรงแรมนี้เท่านั้นเอง”ซีลวาเนหัวเราะน้อยๆกับท่าทีหวาดระแวงของหญิงสาวตรงหน้า

“.....”เจ้าของนัยน์ตาสีม่วงอมเทาหรี่ตามองอีกฝ่าย

“ฉันก็แค่หาเวลาพักผ่อนก่อนจะทำงานใหญ่เท่านั้นเองเธอก็น่าจะรู้นะว่างานของฉันเริ่มหลังจากงานของเธอ”

“ขอให้มันเป็นแบบนั้นจริงๆเถอะ”หญิงสาวว่าก่อนจะหันหลังเดินกลับไปตามทางเดินทันที ซีลวาเนก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เธอเองก็พอจะเข้าใจว่าแมร์โลไม่ค่อยจะไว้ใจเธอนักเพราะเห็นว่าเธอเป็นคนของยินแต่คนที่แมร์โลควรจะระแวงไม่ใช่เธอแต่เป็น ผู้หญิงคนนั้น มากกว่า


 


 

เมื่อเดินกลับมาถึงห้องอาหารนานามิก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังยืนคุยอยู่กับอามุโร่


 

           เด็กพวกนั้นมาทำอะไรที่นี่....


 

นานามิคิดก่อนจะเดินเข้าไปร่วมกลุ่มสนทนาด้วย


 

“อะ สวัสดีค่ะ อาจารย์นานามิ”เด็กหญิงสวมที่คาดผมสีชมพูทักเสียงใส

“สวัสดีจ๊ะ อายูมิจัง”

หญิงสาวทักทายกลับ กลุ่มคนที่เธอคุ้นเคยเหล่านักสืบเยาวชนและด็อกเตอร์อากาสะเธอไม่คิดเลยว่าจะมาเจอพวกเขาในที่แบบนี้ พวกเด็กๆทักทายเธอเสียงใสเว้นแต่เด็กแว่นสมองใสที่ดูท่าทางอึ้งๆเมื่อเห็นเธอมาอยู่ที่นี่ เด็กชายจ้องเธอไม่วางตาก่อนจะกลับไปทำสีหน้าเป็นปกติและลอบถอนหายใจซึ่งเธอก็ไม่ค่อยใส่ใจอะไรนักแต่ดูเหมือนวันนี้แก๊งค์นักสืบตัวน้อยก็คนไม่ครบเหมือนเคยเพราะขาดเด็กผู้หญิงผมสีน้ำตาลไปคนหนึ่ง เด็กๆบอกว่าด็อกเตอร์อากาสะพามาทานอาหารบุฟเฟต์ที่โรงแรมนี้และบังเอิญได้เจอกับอามุโร่ที่กำลังนั่งจิบกาแฟอยู่จึงเข้ามาทักทาย


 


 

     ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงมาอยู่ที่นี่ได้นะ...


 

    

     มันจะบังเอิญเกินไปแล้ว...


 


 

โคนันคิดก่อนที่เขาจะได้ยินเสียงไซเรนรถตำรวจมีรถตำรวจสองสามคันมาจอดที่หน้าโรงแรมและเห็นหมวดทาคางิรีบวิ่งจากรถและวิ่งผ่านหน้าพวกเขาไปไม่ต้องบอกก็รู้ว่าต้องเกิดอะไรขึ้นในโรงแรมนี้แน่ๆโคนันเห็นดังนั้นจึงเรียกตำรวจหนุ่มไว้ก่อน

“หมวดทาคางิครับ”

“อะ...อ้าว โคนันคุง”หมวดทาคางิมีสีหน้าตกใจเมื่อเจอกับเด็กชายและร่วมขบวนการนักสืบเยาวชน

“เกิดอะไรขึ้นเหรอครับหมวดทาคางิ”

“เอ่อ...คือว่านะ...”ตำรวจหนุ่มหันซ้ายหันขวาก่อนจะย่อตัวลงไปกระซิบกับเด็กชาย

“เอ๋!!! เกิดคดีฆาตกรรมงั้นเหรอ?”เด็กๆตะโกนออกมาเสียงดัง

“เบาๆสิ...”หมวดทาคางิเอานิ้วแนบริมฝีปาก


 

นานามิที่ได้ยินก็ถึงกับลอบถอนหายใจทำเอาชายหนุ่มผิวเข้มที่ยืนอยู่ข้างๆนึกสงสัย

“มีอะไรหรือเปล่า?”

“ก็แค่...คิดว่าพอเจอเด็กคนนั้นทีไรเป็นต้องมีคดีเกิดขึ้นทุกทีสิน่า”

“หึ...เอาน่าถือเป็นการฆ่าเวลาแล้วกัน”ชายหนุ่มยกยิ้ม

“นายนี่ก็วิญญาณนักสืบเข้าสิงหรือไง”

“ฮะๆๆ เอาน่าจะลองไปฟังดูหน่อยก็ไม่เห็นเสียหายอะไรนี่”

“ตามใจนายก็แล้วกัน...”

ชายหนุ่มผมบลอนด์ลอบมองท่าทีของร่างบางที่ดูแปลกไป เธอดูมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัดแต่เดี๋ยวค่อยถามก็แล้วกันตอนนี้เขาขอจัดการกับคดีที่เกิดขึ้นในโรงแรมนี้เสียก่อน


 

   


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

118 ความคิดเห็น

  1. #51 Ayase Mayuri. (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 23:47
    ขอให้ไรท์ไม่แต่งดราม่าๆ

    เรามีลางสังหรณ์แปลกๆว่าต้องมีเรื่องทะเลาะกันของเบอร์เบิ้นกับเเมลโลว์แน่ๆ!

    อนาคตจะเป็นยังไงชั่งมัน...ไรท์ไม่ลองเขียนncให้รีดอ่านหน่อยเหรอ?
    //ความคิดชั่ว!
    #51
    2
    • #51-1 Silver Thorn(จากตอนที่ 19)
      23 พฤษภาคม 2562 / 07:10
      555 ใจเย็นๆนะคะ แง้มๆว่าอาจจะมีค่ะแต่อาจจะไม่หวือหวาเพราะไรท์ไม่อยากโดนแบน 555 ยังไงก็อดใจรอหน่อยนะคะ ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
      #51-1
    • #51-2 038488575(จากตอนที่ 19)
      24 พฤษภาคม 2562 / 14:49
      ลงบ่อยๆนะคะ ชอบคู่นี้
      #51-2