[ Fic Conan ] Bourbon and Merlot Secret Love

ตอนที่ 18 : Chapter 18 Silvaner

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 736
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    12 ธ.ค. 62


 

“ฮัลโหล นี่ฉันเองช่วยมารับที่สนามบินหน่อยสิ”


 

“อ่า...ตามนั้นแหละ”


 

ร่างบางของหญิงสาวผมยาวสีบลอนด์ทองในชุดเดรสสวมทับด้วยเสื้อโค้ทสีน้ำตาลอ่อนยืนรอรถมารับอยู่หน้าสนามบิน ผ่านไป 20 นาที รถปอร์เช่356A สีดำคุ้นตาก็มาจอดเทียบตรงหน้าหญิงสาว เธอเดินขึ้นรถด้วยท่าทีนิ่งเฉย จนกระทั่งรถออกตัวสู่ถนนใหญ่ทุกอย่างก็ยังดูนิ่งเงียบอยู่เช่นเดิม จนชายหนุ่มผมเงินเป็นผู้เอ่ยทำลายความเงียบนั้น วันนี้ยินเป็นคนขับรถคันโปรดด้วยตัวเองไม่มีวอดก้าเป็นผู้ติดตามเหมือนอย่างเคย

“ที่อิตาลีเป็นยังไงบ้าง?”

“ทุกอย่างเรียบร้อยดี ไม่ต้องห่วงหรอก”เสียงหวานเอ่ยตอบ

“งั้นก็ดี...”

“ฉันกำจัดพวกหนูสกปรกแล้วก็ตัวเกะกะไปหมดแล้ว แล้วทางนายล่ะเป็นไงบ้าง ฉันไม่อยู่หลายเดือนมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นบ้างหรือเปล่า?”

“อ่า...มีสิแล้วก็เป็นเรื่องสำคัญที่น่ายินดีซะด้วย”ยินกระตุกยิ้มก่อนจะเอ่ยปากเล่าเรื่องสำคัญที่ถือว่าเป็นความสำเร็จขององค์กรอย่างหนึ่งกับการกำจัดเสี้ยนหนามอย่างอากาอิ ชูอิจิไปได้สำเร็จ


 

เมื่อฟังเรื่องราวทุกอย่างจบนัยน์ตาสีเฮเซลของหญิงสาวไหววูบเล็กน้อยก่อนจะกลับว่าเรียบนิ่งดังเดิม

ที่เธอรู้เรื่องนี้ช้ากว่าคนอื่นคงเป็นเพราะเธอถูกส่งไปทำงานที่อิตาลีมาหลายเดือนและดูเหมือนว่ายินจงใจเล่าเรื่องให้เธอฟังเป็นพิเศษ

“เป็นอะไรไปล่ะ ซีลวาเน

“เปล่า ก็แค่...แปลกใจนิดหน่อยไม่คิดว่า Silver Bullet อย่างหมอนั่นจะตายง่ายขนาดนี้”

“มันก็คงมีปัญญาแค่นั้นแหละ น่าสมเพชซะจริงๆ”

“แล้วคีร์ล่ะเป็นไงบ้างถึงตอนนี้เธอจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของตัวเองได้แล้วแต่นายคงไม่ไว้ใจเธอง่ายๆสินะ”

“อ่า ตอนนี้ฉันให้ แม่นั่น คอยเฝ้าจับตาดูอยู่”

“หึ...ยัยนั่น อีกแล้วเหรอ?”ซีลวาเนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจนัก

“ทำไม? ดูท่าทางเธอกับแมร์โลไม่ค่อยจะชอบหน้า แม่นั่น เลยนะ”

“มันแน่นอนอยู่แล้ว คนที่ชอบทำอะไรตามใจตัวเองจนทำให้คนอื่นเขาวุ่นวายกันไปหมดแถมนิสัยที่ชอบขุดคุ้ยความลับของคนในองค์กรด้วยกันเองแบบนั้นใครจะไปชอบกันล่ะ”

“.....”

“ฉันเข้าใจว่าที่นายให้ แม่นั่น มาทำงานด้วยก็เพื่อคอยเป็นหูเป็นตาหาพวกหนูสกปรกที่ลอบเข้ามาในองค์กรแต่ว่า...ก็อย่าให้ ผู้หญิงคนนั้น มาล้ำเส้นฉันก็แล้วกัน”

“อ่า...เธอก็อย่าเอาความแค้นส่วนตัวของผู้หญิงมาเป็นข้ออ้างให้เสียงานก็แล้วกัน”

“ไม่อยู่แล้ว นายคิดว่าฉันเป็นใครกันถ้าฉันเป็นคนงี่เง่าแบบนั้นล่ะก็...ฉันคงจะไม่ได้มาอยู่ตรงนี้หรอก”

“งั้นก็อย่าทำให้ฉันผิดหวังล่ะ”

“แล้วฉันเคยเหรอ?”ร่างบางหันไปถามชายหนุ่มผมเงินซึ่งเขาก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมานอกจากเหลือบตามองเธอเล็กน้อยและกลับไปให้ความสนใจเส้นทางบนถนนเบื้องหน้า

“ว่าแต่...แมร์โลเป็นยังไงบ้างล่ะได้ยินว่ากลับมาจากอเมริกาก่อนหน้าฉันนี่”

“ตอนนี้คงทำงานอยู่กับเบอร์เบิ้น”ร่างสูงตอบด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจนัก

“อะไรกัน ฉันคิดว่าแม่นั่นทำงานอยู่กับนายซะอีกเห็นนายอยากให้แม่นั่นมาทำงานด้วยใจจะขาด”

“เฮอะ...แต่ยัยนั่นก็ดันเลือกเจ้าสุนัขดมกลิ่นนั่น”

“ฉันคิดว่าไม่แปลกนะ คนเราจะทำงานด้วยกันก็ต้องเลือกคนที่เข้าใจ ไว้ใจกันสิแบบนั้นถึงจะทำงานด้วยกันรอด”

“ไว้ใจงั้นเหรอ? เจ้าหมอนั่นทำตัวน่าสงสัยไม่น่าไว้ใจแบบนั้นเธอยังจะบอกว่ามันไว้ใจได้อีกเหรอ?”ยินถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

“ไม่ใช่ฉันที่ไว้ใจแมร์โลต่างหากที่ไว้ใจหมอนั่น”

“.....”

“ถ้านายไปทำอะไรเบอร์เบิ้นเข้ามีหวังแม่นั่นคงไม่พอใจแน่”

“แล้วที่มันทำเชิดหน้าชูคอได้จนถึงทุกวันนี้ไม่ใช่เพราะแมร์โลหรือไง?”

“เรื่องนั้นฉันก็ไม่เถียงแต่ว่าในทางกลับกันหมอนั่นก็เป็นคนมีความสามารถมาก ถ้าองค์กรต้องเสียคนอย่างเบอร์เบิ้นไปคงไม่ดีแน่ นายเองก็ควรจะเลิกระแวงเขาได้แล้วนะ ตอนนั้นแมร์โลก็ยืนยันแล้วนี่ว่าหมอนั่นไม่ใช่สายลับแฝงตัวเข้ามาหรือนายไม่ไว้ใจคนของรัมด้วย”

“ยังไงฉันก็ไม่มีทางไว้ใจเจ้านั่นง่ายๆหรอก”

“.....”

“ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่ามันใช้วิธีไหนแมร์โลถึงได้พิศวาสมันนักแต่ว่าถ้ามันทำตัวน่าสงสัยเมื่อไหร่ฉันก็จะไม่ปล่อยมันไว้แน่”

“.....”หญิงสาวผมบลอนด์ทองได้แต่นั่งเงียบ เธอรู้ดีว่าไม่มีใครสามารถเปลี่ยนความคิดของยินได้แต่เธอก็แค่พูดลองใจเขาเท่านั้นและดูเหมือนว่าความคิดของยินที่มีต่อเบอร์เบิ้นไม่เคยเปลี่ยนไปเลย แบบนี้ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นักที่แมร์โลจะปฏิเสธการร่วมงานกับยิน

บรรยากาศในรถตกอยู่ในความเงียบพักใหญ่ก่อนที่ซีลวาเนจะเอ่ยปากถาม

“แล้วงานทางนี้ล่ะเป็นไงบ้าง?”

“จบไปแล้ว 2 งานแต่มันก็ไม่ใช่งานยากอะไรคงไม่ต้องถึงมือเธอหรอก”

“งั้นเหรอ...”

“ส่วนงานของเธอคือหลังจากนี้ เรื่องรายละเอียดไว้จะบอกอีกที”

“เข้าใจแล้ว...”


 

หลังจากนั้นไม่นานรถปอร์เช่ 356A ก็ขับมาจอดอยู่หน้าคอนโดแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่พักสำหรับคนในองค์กรโดยเฉพาะ ซีลวาเนเดินลงจากรถโดยไม่พูดอะไรก่อนจะหยิบกระเป๋าสัมภาระของตนเองลงจากรถและเดินเข้าคอนโดเธอคิดว่ายินจะกลับทันทีหลังจากที่ส่งเธอเสร็จแล้วแต่ผิดคาดร่างสูงกลับเดินตามเธอมาอย่างเงียบๆ ทั้งสองเดินขึ้นลิฟต์เพื่อไปยังห้องพักของหญิงสาว เมื่อมาถึงห้องเธอจัดการกับข้าวของสัมภาระของตนเองเสร็จเรียบร้อยแล้วเธอก็ยืนมองรอบห้องเล็กน้อยเพื่อดูความเรียบร้อย ก่อนจะรู้สึกว่ามีมือหนาของใครบางคนเข้าโอบรอบเอวของเธอจากทางด้านหลังและดึงเข้าไปอยู่ในอ้อมกอด

“แล้วเธอเป็นไงบ้างที่อิตาลีน่ะ”ร่างสูงผมเงินเอ่ยถาม

“ถ้าหมายถึงเรื่องส่วนตัวก็สบายดียังโชคดีที่ฉันไม่ต้องวิ่งหนีพวกสายลับอิตาลี”หญิงสาวพูดติดตลกเล็กน้อยและหันมามองหน้าร่างสูง

“มีอะไรหรือเปล่า?”

“อย่าทำงานห่างฉันอีกนะ”ยินว่าพร้อมกับกระชับอ้อมกอด

“หึๆๆ งานนี้เป็นคำสั่งของบอสนายกล้าขัดคำสั่งบอสเหรอ?”

“ถ้าส่งคนอื่นไปแทนก็ดี...”

“แล้วนายคิดว่ามีใครในองค์กรทำงานลอบสังหารได้ดีกว่าฉันล่ะ”

ถ้าพูดถึงงานลอบสังหารคนที่ถนัดเรื่องนี้มากที่สุดก็คงไม่พ้นกอร์นกับเคียนติแต่ฝีมือในการยิงไรเฟิลของทั้งสองคนนั้นยังไม่สามารถเทียบชั้นกับซีลวาเนได้ เธอเป็นสไนเปอร์ที่มีฝีมือเก่งกาจจนได้ฉายาว่า มือสังหาร และได้รับความไว้วางใจจากคนระดับสูงขององค์กรซึ่งรวมถึงยินด้วยแต่ถ้าจะพูดถึงคนที่มีฝีมือเทียบเท่าหรืออาจจะเก่งกว่าเธอได้ก็คงจะมีแต่อดีตสมาชิกขององค์กรอย่าง ไรย์ เท่านั้น

“เพราะแบบนั้นฉันถึงได้ไว้ใจเธอไง”

ยินพูดก่อนจะคลายอ้อมกอดออกจากร่างบาง ใครจะคิดว่าคนอย่างยินจะมีมุมอ่อนโยนแบบนี้ให้ใคร คนที่ได้เห็นมุมนี้ของยินก็คงจะมีแต่ซีลวาเนเท่านั้น

“เธอเองก็พักผ่อนเถอะ”

“อือ...”หญิงสาวพยักหน้ารับ

สักพักยินก็ขอตัวกลับ หลังจากที่ชายหนุ่มผมเงินออกไปจากห้องแล้ว ร่างบางเจ้าของนัยน์ตาสีเฮเซลก็ทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างเหนื่อยอ่อน เธอรู้สึกอ่อนเพลียจากการเดินทางข้ามประเทศอย่างมาก มือบางหยิบจี้รูปปีกนางฟ้าที่เธอสวมไว้ที่คอขึ้นมาดูพลางลูบมันเบาๆ มันเป็นแค่สร้อยคอสแตนเลสธรรมดาแต่เธอกลับรู้สึกว่ามันมีความหมายกับเธอมาก มันอาจจะไม่ได้สำคัญที่สิ่งของแต่มันสำคัญที่ คนให้ ต่างหากเพราะสร้อยเส้นนี้เธอเก็บเอาไว้เพื่อเป็นตัวแทนของใครบางคน ทุกครั้งที่เธอมองดูสร้อยเส้นนี้เธอกลับนึกถึง เขาคนนั้น เสมอ


 

      นายตายไปแล้วจริงๆเหรอ ไรย์...


 

           ไม่สิ...อากาอิ ชูอิจิ!


 


 


 


 


 


 

“สนุกจริงๆเลยนนะทริปมาเที่ยวทะเลครั้งนี้”เด็กชายร่างท้วมพูดอย่างร่าเริง ตอนนี้ทุกคนกำลังอยู่บนรถตู้เพื่อเดินทางกลับโตเกียวในระหว่างทางก็มีแวะซื้อของฝากกันบ้างนิดหน่อย

“นั่นสิครับ ไว้ช่วงปิดเทอมเรามาเที่ยวแบบนี้กันอีกนะครับ”มิซึฮิโกะว่า

“อืม...ไว้ชวนไอจังมาด้วยนะ”อายูมิพูดเสียงใส

“นี่ เด็กที่ชื่อไอจังเขาเป็นคนยังไงเหรอจ๊ะ”นานามิหันไปถามเด็กๆทางเบาะหลัง

“อะ จริงสิอาจารย์นานามิยังไม่เคยเจอไอจังเลยนี่นา”

“คุณไฮบาระน่ะเป็นสมาชิกขบวนการนักสืบเยาวชนอีกคนหนึ่งน่ะครับ เธอเป็นคนนิ่งๆขรึมๆ บุคลิกคล้ายผู้ใหญ่แล้วก็เป็นคนที่พึ่งพาได้นะครับ”มิซึฮิโกะอธิบาย

“แต่ก็เป็นคนน่ารักแล้วก็ใจดีด้วยค่ะ”อายูมิเสริม

“งั้นเหรอจ๊ะ...”

“อะ จริงสิ นี่พวกนาย...”จู่ๆโคนันก็ร้องออกมาเพื่อเรียกความสนใจและชวนพวกเด็กๆคุยเพื่อตัดบทสนทนา เขาไม่อยากให้พวกเด็กๆพูดถึงเรื่องของไฮบาระไปมากกว่านี้ถ้าเกิดคนขององค์กรอย่างอาจารย์นานามิสะกิดใจเรื่องไฮบาระขึ้นมาคงแย่แน่


 

เมื่อถูกตัดบทสนทนาเสียดื้อๆหญิงสาวก็ไม่คิดจะเซ้าซี้ต่อจึงกลับมานั่งมองวิวนอกรถเหมือนเดิม เธอรู้สึกเหมือนกับว่าโคนันไม่อยากให้เธอรู้เรื่องของเด็กที่ชื่อไฮบาระ ถึงได้จงใจขัดบทสนทนาเมื่อครู่


 

“มีอะไรหรือเปล่า?”อามุโร่กระซิบถามเมื่อเห็นท่าทีของร่างบางแปลกไป

“ฉันคิดว่าเด็กที่ชื่อไฮบาระนั่นต้องมีอะไรแน่”

“ทำไมล่ะ?”

“ดูเหมือนว่าโคนันคุงไม่อยากให้ฉันรู้เรื่องของเด็กคนนั้น นายว่ามันไม่แปลกเหรอ?”

“ถ้าสงสัยขนาดนั้นล่ะก็...ไว้ตรวจสอบทีหลังก็ได้นี่”

“นั่นสินะ...”


 


 


 

เมื่อกลับถึงโตเกียวทุกคนต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้านโดยสึบารุไปส่งพวกเด็กๆแก๊งค์นักสืบเยาวชนที่บ้านและอามุโร่ก็ไปส่งนานามิที่คอนโด


 


 

“เอาล่ะ ทีนี้ก็คืนโทรศัพท์ฉันมาได้แล้ว”หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วร่างบางก็เอ่ยขอโทรศัพท์คืนจากชายหนุ่มผมบลอนด์ที่กำลังนั่งพิงโซฟาอย่างสบายใจอยู่ข้างๆ

“คงไม่คิดว่าฉันจะคืนง่ายๆหรอกนะ”ร่างสูงแกล้งหยอก

“นี่ ถ้าคนในองค์กรติดต่อมาจะทำยังไงไหนจะเรื่องงานต่อไปอีก”

“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ยังไม่มีรายละเอียดของภารกิจต่อไปส่งมาเลย”

“แล้วนายรู้ได้ยังไง?”

“ภารกิจนี้เป็นภารกิจที่ฉันกับเธอต้องทำงานด้วยกันแน่นอนว่าคนที่รู้รายละเอียดของงานก็คือฉันกับเธอแต่ยังไม่มีรายละเอียดของงานส่งมาให้ฉันนั่นแปลว่าเธอก็ยังไม่ได้เหมือนกัน”

“ทำเป็นรู้ดีนักนะ”

“ฮะๆๆ ไม่อย่างงั้นจะอยู่กับเธอได้ยังไงกัน”ชายหนุ่มหัวเราะน้อยๆ

“อย่าลีลาน่าคืนโทรศัพท์ฉันมาได้แล้ว”

มือหนาหยิบโทรศัพท์ศัพท์จากกระเป๋ากางเกงของตนแล้วส่งคืนให้กับร่างบาง

นานามิหยิบมันขึ้นมาเช็คอะไรนิดหน่อยและพบว่ามีเมลจากเบลม็อทส่งมาเมื่อช่วงเช้า


 

From: Vermouth


 

To:      Merlot

 

        ‘ซีลวาเนกลับมาแล้ว’


 


 

เมื่อได้อ่านข้อความจากแม่มดสาวพันหน้าหญิงสาวก็ยกยิ้มเล็กน้อย ถึงแม้จะเป็นข้อความสั้นๆแต่เธอก็สามารถเข้าใจความหมายของมันได้ จนอามุโร่นึกแปลกใจกับท่าทีของหญิงสาว


 

“มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?”ร่างสูงผิวเข้มเอ่ยถาม

“ดูเหมือนว่าซีลวาเนจะกลับมาจากอิตาลีแล้วล่ะ”

“หมายถึงผู้หญิงของยินคนนั้นสินะ”

“อืม...”

“งั้นก็ดีน่ะสิ...”

“หมายความว่าไง?”

“อย่างน้อยเธอจะได้ไม่ต้องมือเปื้อนเลือดเหมือนที่ผ่านมา”

“เบอร์เบิ้น...”


 

เบอร์เบิ้นรู้เสมอว่าเธอคิดอะไรหรือรู้สึกยังไง....


 

“ฉันรู้นะว่าเธอไม่ชอบที่จะทำงานลอบสังหารเองแบบนี้เธอชอบที่จะวางแผนเบื้องหลังมากกว่า”

“.....”

“แต่ที่เธอทำเพราะไม่ไว้ใจคนของยิน เธอถึงรับทำงานนี้”

“ใช่...”

“แต่ว่าต่อจากนี้ก็ให้เป็นหน้าที่ของซีลวาเนก็แล้วกัน ยังไงผู้หญิงคนนั้นก็ได้ชื่อว่าเป็นมือสังหารงานแบบนี้ก็เป็นงานถนัดของแม่นั่นอยู่แล้ว”

“ฉันคิดว่าหลังจากจบภารกิจที่สาม ยินก็คงสั่งให้ซีลวาเนจัดการกับภารกิจต่อไปอย่างเต็มตัวแล้วล่ะ”

“ถ้าเป็นแบบนั้นคงดี”ชายหนุ่มผิวเข้มพูดพร้อมกับใช้มือหนาลูบผมสีส้มอ่อนของร่างบางอย่างเบามือมือ


 

————————————————————


 

ไรท์มีเวลาว่างเลยมาต่อให้ค่ะ ถ้าสั้นไปก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ ฝากเม้นเป็นกำลังใจกันด้วยนะคะ


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 

   


 

 


 


 


 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

118 ความคิดเห็น

  1. #49 038488575 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 17:27
    เเม่นั้น กำจัดหนู คูราโซ่? เดา
    #49
    0
  2. #48 Papaprincess (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 09:23
    แล้วยินคิดยังไงกับแมร์โรว์เนี่ย​ ซับซ้อนไปหมดแล้วว
    #48
    0