[ Fic Conan ] Bourbon and Merlot Secret Love

ตอนที่ 17 : Chapter 17 Open your heart

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 858
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    31 พ.ค. 63

 

หลังจากที่เปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้วนานามิก็เตรียมตัวลงไปที่ชายหาดพร้อมกับพวกรันเมื่อมาถึงชายหาดก็เห็นว่าคนอื่นๆก็เริ่มไปสนุกกันบ้างแล้วโคนันและกลุ่มนักสืบเยาวชนก็ลงไปว่ายน้ำเล่นกันอามุโร่กับโมริก็กำลังนอนพักอยู่บนเก้าอี้ตัวยาวใต้ร่มกันแดด

“เราลงไปเล่นน้ำกันดีกว่านะคะอาจารย์”โซโนโกะชวน

“พวกเธอไปกันก่อนเถอะอาจารย์ขอตัวเดี๋ยวนะ”ร่างบางหันไปเห็นอามุโร่กำลังนอนอาบแดดบนเก้าอี้ตัวยาวอย่างสบายใจก็เผลอนึกอะไรขึ้นมาได้

 

“นอนอาบแดดสบายใจเชียวนะ”หญิงสาวเดินเข้าไปทักชายหนุ่มผมบลอนด์ที่กำลังนอนอยู่บนเก้าอี้ตัวยาวเขาสวมเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นสวมแว่นกันแดดสีชา

ร่างสูงหันไปตามเสียงเรียกก็ต้องชะงักก่อนจะรีบถอดแว่นออกเพื่อมองภาพตรงหน้าให้ชัด

“ทำไมถึงใส่ชุดนี้”อามุโร่ถามเสียงเข้ม

ก็ภาพที่เขาเห็นตรงหน้าคือภาพของหญิงสาวผมยาวสีส้มอ่อนใส่เสื้อยืดแขนสั้นตัวบางเผยให้เห็นบิกินีสีดำที่สวมใส่อยู่ด้านในกับกางเกงขาสั้น

“ทำไมล่ะ?มาเที่ยวทะเลก็ต้องใส่ชุดแบบนี้ไม่ใช่เหรอหรือนายจะให้ฉันใส่ชุดเดรสมาเดินชายหาดหรือไง”หญิงสาวแกล้งกวนอารมณ์อีกฝ่ายกลับ

ร่างสูงหมดคำจะเถียงที่แมร์โลพูดมามันก็ถูกแต่ว่า...ชุดที่เธอสวมอยู่มันก็ชวนให้คิดไปไกลได้เหมือนกันเมื่อกี้เขาก็แอบเห็นอาจารย์โมริมองเธอด้วยสายตาหยาดเยิ้มอีกต่างหาก

“งั้นฉันขอตัวก่อนนะ”ร่างบางยกยิ้มก่อนจะเดินไปหาพวกรันพวกเธอถอดชุดตัวนอกออกเผยให้เห็นชุดบิกินีที่ใส่อยู่ด้านในแต่คนที่เด่นที่สุดก็คงจะเป็นนานามิบิกินีสีดำช่วยขับผิวขาวเนียนให้น่ามองยิ่งขึ้นขึ้นรับกับสัดส่วนเพรียวบางของหญิงสาวบรรดาชายหนุ่มที่มองเห็นภาพนั้นต่างก็จ้องมองกันจนตาค้างมันยิ่งทำให้อามุโร่รู้สึกหงุดหงิดหนักขึ้นไปอีกจงใจยั่วโมโหเขาสินะคงจะงอนเรื่องที่เขายึดโทรศัพท์ล่ะสิ

จะให้เขาไปดึงเธอกลับมานั่งใต้ร่มก็คงจะไม่ใช่เรื่องเขาเองก็ไม่อยากให้ทุกคนหมดสนุกอามุโร่จึงได้แต่นั่งมองร่างบางที่กำลังเล่นน้ำกับพวกคุณรันและพวกเด็กๆอย่างสบายใจโดยไม่สนสายตาของพวกผู้ชายบนหาดที่กำลังจ้องมองเธออยู่เลยสักนิด

 

นี่จงใจให้เขาหึงใช่มั้ยเนี่ย.....

 

คอยดูเถอะกลับไปเมื่อไหร่เขาตามคิดบัญชีกับเธอแน่...

 

“แฟนคุณเป็นผู้หญิงที่น่าสนใจดีนะครับ”

เสียงทุ้มของใครบางคนทำให้เขาหลุดออกจากห้วงความคิดร่างสูงหันไปตามเสียงก็พบกับชายหนุ่มสวมแว่นเจ้าของผมสีพีชเดินมานั่งบนเก้าอี้ตัวยาวใต้ร่มข้างๆเขา

“คุณหมายความว่ายังไงครับ”อามุโร่พยายามคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติทั้งๆที่เขากำลังหงุดหงิด

พลางเหลือบมองชุดที่อีกฝ่ายสวมใส่อยู่เสื้อเชิ้ตแขนสั้นติดกระดุมจนถึงคอกับกางเกงขาสั้น

 

มาทะเลยังจะใส่ชุดแบบนี้อีก...

 

ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะสัมผัสได้ถึงความไม่พอใจของชายหนุ่มผมบลอนด์จึงรีบพูดแก้ต่าง

 

“ผมไม่ได้หมายความว่าผมชอบแฟนคุณหรอกนะครับ”

“แล้วคุณโอกิยะไม่มีแฟนเหรอครับ”

“ฮะๆๆไม่มีหรอกครับ”ชายหนุ่มผมสีพีชหัวเราะน้อยๆ

“คุณก็เลย...คิดจะจีบแฟนผมงั้นเหรอ”อามุโร่ถามอย่างตรงประเด็น

“อย่าเข้าใจผิดสิครับผมก็แค่คิดว่าเธอคล้ายกับใครบางคนที่ผมรู้จักเท่านั้นเอง”

“หมายความว่าไงครับ?”

“ผมรู้จักผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูคล้ายๆกับคุณคุโรชิยะน่ะครับเธอเป็นคนที่ภายนอกดูเข้มแข็งมีความมั่นใจในตัวเองแต่ภายในใจลึกๆแล้วเธอเหมือนจะซ่อนอะไรบางอย่างเอาไว้ไม่เคยพูดไม่เคยแสดงออกความรู้สึกของตัวเองออกมาเลย”สึบารุพูดขณะที่สายตาทอดมองไปยังทะเลเบื้องหน้า

“คุณคงไม่คิดแฟนผมคือผู้หญิงคนนั้นหรอกนะครับ”ชายหนุ่มผมบลอนด์ถามลองเชิงความจริงแมร์โลก็เป็นคนแบบที่คุณโอกิยะว่าจริงๆแต่เธอก็เป็นคนมีเหตุผลเสมอมีทั้งความใจดีและความอ่อนโยนซ่อนอยู่ด้วย สังเกตได้จากความใจดีที่เธอมีให้กับพวกคุณรันและเด็กๆชมรมนักสืบเยาวชนเขาคิดว่านั่นไม่ใช่การแสดงแต่นั่นคือความรู้สึกจริงๆของเธอที่ไม่ได้แสดงออกมาให้คนอื่นได้เห็นบ่อยนักนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเธอถึงมีบางอย่างที่แตกต่างจากคนอื่นในองค์กร

“ไม่หรอกครับเพราะระหว่างคุณคุโรชิยะกับเธอคนนั้นมีสิ่งที่แตกต่างกันอยู่ผมก็แค่...คิดว่าพอเห็นคุณคุโรชิยะแล้วก็อดนึกถึงเธอคนนั้นขึ้นมาไม่ได้เท่านั้นเอง”

“ขอให้มันเป็นแบบนั้นจริงๆเถอะครับ”อามุโร่พูดประชดพลางเหลือบมองใบหน้าของสึบารุด้วยความไม่ไว้ใจ

“ฮะๆๆ คุณอาจจะไม่เชื่อผมก็ได้แต่ผมคิดว่า...”สึบารุเว้นจังหวะการพูดเล็กน้อย

“หืม?”

การที่เราจะรักใครสักคนเราก็ต้องรักที่ตัวตนของเขาไม่ใช่รักเพราะเขาเหมือนคนอื่น

อามุโร่ชะงักไปเล็กน้อยพลางทอดสายตามองไปยังร่างบางเจ้าของผมสีส้มอ่อนที่กำลังเล่นน้ำทะเลอยู่กับพวกคุณรันและหันกลับมามองชายหนุ่มเจ้าของผมสีพีชที่กำลังส่งยิ้มบางๆให้กับเขา

 

ตกลงหมอนี่เป็นคนยังไงกันแน่เนี่ย...ถึงได้มาพูดแบบนี้กับเขา

 

หรือว่ามีแผนคิดจะทำอะไร...

 

แต่เขาก็แอบเห็นด้วยกับคำพูดของหมอนี่อยู่เหมือนกันแต่ก็ใช่ว่าเขาจะวางใจให้หมอนี่มาอยู่ใกล้แมร์โลได้ง่ายๆแค่เห็นการกระทำเมื่อวันก่อนที่ชวนแมร์โลไปซื้อของกินข้าวด้วยกันทำเอาเขาอดระแวงไม่ได้จริงๆ

 

“คุณว่าจริงมั้ยล่ะครับ”

“ก็นั่นสินะครับ แต่ว่า...ผมหวังว่าคุณจะแยกแยะออกนะครับระหว่างผู้หญิงของผมกับผู้หญิงของคุณ”

“แน่นอนครับ เพราะดูท่าทางแล้วเนี่ยแฟนคุณเขาก็ไม่ค่อยชอบหน้าผมสักเท่าไหร่ วางใจเถอะครับผมไม่ได้คิดอะไรกับแฟนคุณหรอก”

“ถ้างั้นก็ดีครับ”ร่างสูงผิวเข้มกลับไปนอนเอนหลังบนเก้าอี้ตัวยาวเช่นเดิม แต่ยังไงเขาก็ยังไม่หายหงุดหงิดเรื่องที่แมร์โลพยายามยั่วโมโหเขาหรอกนะ จะคิดบัญชีทบต้นทบดอกให้หมดเลยคอยดู

สึบารุลอบมองท่าทางของชายหนุ่มผมบลอนด์ก่อนจะนอนเอนหลังบนเก้าอี้ตัวยาวบ้างพลางคิดในใจ

 

ยังเป็นคนขี้หวงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ...เบอร์เบิ้น

 

 

ทุกการกระทำของชายหนุ่มทั้งสองอยู่ในสายตาของนักสืบชั้นประถมตัวน้อยตลอดเวลา

 

ยังไงก็ดูเหมือนจะญาติดีกันได้แล้วล่ะนะ...เด็กชายคิดในใจ

 

แต่ยังไงตอนนี้เขาก็เริ่มระแวงคุณอามุโร่ขึ้นมาหน่อยๆแล้วหลังจากที่พบกันในงานเลี้ยงเมื่อหลายอาทิตย์ก่อน มันดูจะบังเอิญเกินไปยิ่งไฮบาระบอกว่าแผนในครั้งนั้นเป็นฝีมือของแมร์โลเขาก็เริ่มตะหงิดใจขึ้นมา แต่ว่าเขาก็ยังฟันธงไม่ได้ว่าคุณอามุโร่เป็นคนขององค์กรจริงๆแต่ก็คงต้องจับตาดูไปอีกสักระยะ แล้วก็ต้องระวังผู้หญิงคนนั้นด้วย โคนันคิดพลางหันไปมองร่างบางเจ้าของผมสีส้มอ่อน แต่มันก็ทำให้เขาชะงักค้างไปพักหนึ่งเหมือนกันเมื่อได้เห็นร่างเพรียวบางของหญิงสาวที่ดึงดูดสายตาเขา เด็กชายหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ ถึงแม้ภายนอกจะเป็นเด็กประถมแต่ภายในเขาก็เป็นเด็กหนุ่ม.ปลายอยู่ดีจะรู้สึกตื่นเต้นเมื่อเห็นสาวสวยก็คงจะไม่แปลก

 

หลังจากที่ทุกคนเล่นน้ำกันจนพอใจแล้วก็พาขึ้นมานั่งพักกันใต้ร่ม อามุโร่ยื่นผ้าเช็ดผมให้กับนานามิด้วยสีหน้าเรียบนิ่งเขานึกไม่พอใจกับสิ่งที่ร่างบางทำเพื่อยั่วโมโหเขา

นานามิมองหน้าร่างสูงพลางยกยิ้มก่อนจะเอ่ยปากถาม

“เป็นอะไร อามุโร่”

“เธอก็น่าจะรู้นะว่าฉันเป็นอะไร”

“ถือว่าฉันเอาคืนเรื่องที่นายยึดโทรศัพท์ก็แล้วกัน”

“โดยการใส่ชุดว่ายน้ำให้ผู้ชายทั้งหาดมองเพื่อยั่วโมโหฉันเนี่ยนะ”

“แล้วสำเร็จมั้ยล่ะ?”

ชายหนุ่มผมบลอนด์ยื่นหน้าเพื่อกระซิบข้างหูของร่างบาง

“ถ้าเธอทำอย่างนั้นอีกฉันจะไม่ทนแน่ รู้ใช่มั้ยว่าฉันจะทำอะไร”เขาปรายตามองร่างบางเพื่อสื่อความหมาย

หญิงสาวได้แต่เบือนหน้าหนีด้วยความเขินอาย เธอรู้ว่าถ้าเบอร์เบิ้นนึกอยากจะทำอะไรเขาทำจริงแน่ไม่ใช่แค่ขู่

“เอ่อ...คือ...”เสียงรันร้องทักขึ้น ทั้งสองหันไปมองหน้าเด็กสาวเพื่อฟังสิ่งที่เธอจะพูด

“ไปทานข้าวกลางวันกันดีมั้ยคะ เพราะตอนนี้ก็บ่ายแล้วเลยเวลาทานข้าวมานานแล้วด้วย”

“อืม/ไปสิครับ”

ทั้งสองรับคำและเดินไปรวมกลุ่มกับคนอื่น ทุกคนไปเปลี่ยนชุดและลงมาทานอาหารพร้อมกันที่ภัตตาคารอาหารในโรงแรม ทุกคนก็ตกลงกันว่าจะแยกย้ายกันไปพักผ่อนกันจนกว่าจะถึงช่วงอาหารค่ำ นานามิเองก็เลือกที่จะไปพักผ่อนในห้องของตัวเองจนถึงเวลาอาหารค่ำในระหว่างนั้นเธอกับเบอร์เบิ้นก็ไม่ได้คุยอะไรกันมากนัก ดูท่าทางเขาคงงอนเธอจริงๆ

 

ทำตัวเหมือนเด็กจริงๆเลย...นานามิคิด

 

พอทานอาหารเสร็จบางคนก็เลือกที่จะกลับไปพักผ่อนที่ห้องนานามิกับอามุโร่เองก็เช่นกัน

 

หมอนั่นยังคิดมากอยู่สินะ...

 

นานามิคิดขณะที่นั่งเหม่อมองวิวของทะเลยามกลางคืนอยู่บนโซฟาตัวยาว เธอรู้ดีว่าที่เบอร์เบิ้นดูนิ่งๆเงียบๆไม่ค่อยคุยกับเธอไม่ใช่เพราะเรื่องที่เธอทำเพื่อยั่วโมโหเขาอย่างเดียวหรอกแต่ยังรวมถึงเรื่องที่เบอร์เบิ้นถามเธอเมื่อหลายวันก่อนด้วย แต่เธอก็ไม่ได้ให้คำตอบเขา เพราะเรื่องนั้นก็เลยทำให้เขาคิดมากแต่ก็ไม่ยอมเอ่ยปากถาม

 

หญิงสาวตัดสินใจไปหาชายหนุ่มที่ห้อง เธอเคาะประตูและรออยู่พักหนึ่ง ร่างสูงเปิดประตูมาก็พบกับร่างบางเจ้าของนัยน์ตาสีม่วงอมเทายืนอยู่หน้าห้อง

“มีอะไรหรือเปล่า?”ร่างสูงเอ่ยถาม

“ช่วยไปเดินเล่นที่ชายหาดเป็นเพื่อนหน่อยสิ”

“ตอนนี้เหรอ?”

“วันนี้ทัองฟ้าโปร่งมองเห็นดาวด้วย ฉันก็เลยอยากชวนนายไปเดินเล่นด้วยน่ะ”

 

 

นานามิเดินเลียบชายหาดไปเรื่อยๆ ลมเข้าปะทะใบหน้าหวาน ฟังเสียงคลื่นยามกระทบชายฝั่งระหว่างเธอกับเบอร์เบิ้นไม่ได้มีบทสนทนาอะไรทำให้บรรยากาศรอบข้างดูเงียบสงบ จู่ๆร่างบางก็หยุดเดินและยืนมองวิวของทะเลทำให้ร่างสูงหยุดตาม

 

“นายจำคำถามที่นายเคยถามฉันก่อนหน้านี้ได้มั้ย”หญิงสาวหันมายืนประจันหน้ากับอีกฝ่าย

“....”อามุโร่นิ่งเงียบเขารู้ว่าเธอกำลังพูดถึงเรื่องอะไร

“ฉันก็พอจะรู้ว่าทำไมนายถึงคิดว่าฉันยังไม่เปิดใจให้”

“.....”

“ถ้าการที่ฉันไม่ยอมพูดหรือแสดงความรู้สึกของตัวเองออกมาแปลว่าฉันไม่เปิดใจให้นาย นายก็คิดผิดแล้ว”

“....”ร่างสูงเลิกคิ้วสงสัย

เรื่องเมื่อตอนนั้นนายรู้ว่าฉันเสียใจทั้งๆที่ฉันไม่ได้ร้องไห้หรือพูดอะไร นายเป็นคนที่เข้าใจความรู้สึกของฉันมากที่สุดเพราะงั้นฉันถึงได้คิดว่าต่อให้ฉันไม่พูดนายก็มองฉันออกหมดอยู่ดี”

“แมร์โล...”

“แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะทำให้นายคิดมากแบบนี้”หญิงสาวยกยิ้มก่อนจะปัดปอยผมด้านหน้าของอีกฝ่ายเล่น

“....”

“นายคงคิดว่าฉันยังลืม เรื่องเมื่อตอนนั้น ไม่ได้ก็เลยไม่ยอมเปิดใจให้นายใช่มั้ย?”

“ก็...”

“นายรู้มั้ยว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาที่นายคอยอยู่เคียงข้างฉันมาตลอดฉันรู้สึกดีแค่ไหน...อย่างน้อยก็ยังมีใครสักคนที่คอยเข้าใจฉัน มันทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้โดดเดี่ยว ฉันถึงเลือกที่จะเชื่อใจนาย”

“......”

“แล้วแบบนี้ยังจะบอกว่าฉันไม่เปิดใจให้นายอีกเหรอ?”

อามุโร่ไม่พูดอะไรก้มลงประกบริมฝีปากดูดดึงริมฝีปากของอีกฝ่าย ร่างบางเองก็ตอบรับจูบของชายหนุ่มเป็นอย่างดี ร่างสูงโอบเอวบางเข้ามาใกล้เพื่อกดจูบให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นมือบางเกาะไหล่ของร่างสูงแน่น พวกเขาจูบกันใต้ท้องฟ้ายามราตรีให้แสงดาวบนท้องฟ้าเป็นพยานให้กับพวกเขาทั้งสอง

อามุโร่ถอนริมฝีปากออกมองใบหน้าหวานสวยพลางส่งยิ้มให้อย่างอ่อนโยน

“ขอบใจนะ...ที่เชื่อใจฉัน แล้วก็...ขอบใจที่เปิดใจพูดกับฉันตรงๆ”นี่เป็นครั้งแรกที่แมร์โลเปิดใจพูดความรู้สึกของตัวเองออกมา อย่างน้อยตอนนี้ก็ทำให้เขาหายคิดมาก ที่ผ่านมาเขาคิดว่าแมร์โลไม่เคยเปิดใจให้เขาเพราะยังลืมหมอนั่นไม่ได้แต่พอได้ยินแบบนี้เขาก็โล่งใจอยู่บ้าง

“แล้วถ้าฉันไม่พูดใครบ้างคนแถวนี้คงได้เก็บไปคิดมากแน่”ร่างบางแกล้งหยอก

“สิ่งที่ไขยากยิ่งกว่าปริศนาก็คือใจคนนี่แหละ”

“แล้วถ้านายไม่มองให้ลึกลงไปนายจะไขหัวใจของคนอื่นออกเหรอ”

“ก็ตอนนี้ไขออกแล้วไง”

“นายนี่จริงๆเลยนะ แล้ว...เรื่องเมื่อตอนกลางวันจะหายโกรธฉันได้หรือยัง”

“เรื่องตอนนี้ก็ส่วนตอนนี้เรื่องตอนกลางวันก็ส่วนเรื่องตอนกลางวันสิ”

“แต่ว่า...นายยึดโทรศัพท์ฉันก่อนนะ”

“ฉันทำเพื่อเธอต่างหากถ้าไม่ทำแบบนั้นแล้วเธอจะยอมพักผ่อนดีๆเหรอ”

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะ...”

“ฉันไม่หายโกรธเธอเรื่องนั้นง่ายๆหรอกนะ”ไม่รู้ว่าแมร์โลคิดอะไรอยู่ถึงได้จงใจยั่วโมโหเขาด้วยวิธีนี้

 

จุ๊บ

 

ร่างบางยื่นหน้าไปจูบปากร่างสูงเบาๆก่อนจะผละออก

“แล้วแบบนี้จะหายโกรธได้หรือยัง”

“อืม...ก็ได้ ครั้งนี้ฉันยอมก็ได้”ร่างสูงยืนครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยตอบ ที่เขายอมง่ายๆก็เพราะไม่อยากให้เรื่องไร้สาระมาทำลายช่วงเวลาดีๆแบบนี้

 

 

 

 

“อ้าว รัน ไหนบอกว่าจะไปเดินเล่นกันไม่ใช่เหรอทำไมถึงกลับมาเร็วนักล่ะ”โมริเอ่ยถาม

คนที่ยังไม่ได้กลับห้องพักก็มานั่งกันอยู่ที่ล็อบบี้ของโรงแรม แต่รันและโซโนโกะอยากจะไปเดินเล่นกันที่ชายหาดตอนกลางคืนโดยมีโคนันติดส้อยห้อยตามไปด้วยแต่พวกเขาก็ต้องเปลี่ยนใจเลือกที่จะกลับมานั่งที่ล็อบบี้อย่างกะทันหัน

“เอ่อ...พวกเราเปลี่ยนใจแล้วค่ะ”รันตอบเสียงตะกุกตะกัก

ตอนนี้ใบหน้าของสองสาวม.ปลายและเด็กแว่นชั้นประถมขึ้นสีแดงระเรื่อจนคนอื่นได้แต่สงสัย

ก็จะไม่ให้พวกเขาหน้าแดงได้ยังไงกันล่ะก็ตอนที่พวกเขาเดินไปถึงชายหาดก็เห็นว่าอาจารย์นานามิกับคุณอามุโร่กำลังเดินเล่นเลียบชายหาดกันและดูเหมือนจะยืนคุยยอะไรบางอย่างกันอยู่สักพักคุณอามุโร่ก็โน้มหน้าลงไปจูบอาจารย์นานามิก็ทำเอาพวกเขาหน้าขึ้นสีถึงจะรู้ว่าสองคนนี้เป็นแฟนกันก็เถอะแต่พอมาเห็นอะไรแบบนี้จะไม่ให้พวกเขาไม่รู้สึกอะไรเลยก็คงจะแปลกไปหน่อย ทั้งสามยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นพักหนึ่งก่อนจะได้สติและรีบกลับมาที่ล็อบบี้โรงแรม

“มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?”

“มะ...ไม่มีค่ะ เนอะ โซโนโกะ”รันหันไปถามความเห็นจากเพื่อนสาวคนสนิท

“อะ...อืม”

“อะ...โคนันคุงหน้าแดงด้วยล่ะ”อายูมิร้องทัก

ทำเอาโคนันสะดุ้งสุดตัว

“ปะ...เปล่านะ”

“มีเรื่องอะไรอย่างนั้นเหรอครับ?”มิซึฮิโกะถาม

“ไม่มีเรื่องอะไรทั้งนั้นแหละ”เด็กชายสะบัดหน้าหนี

“นายต้องมีเรื่องอะไรแน่แต่นายไม่ยอมบอกพวกเราใช่มั้ยล่ะ”เก็นตะถาม

“ก็เรื่องที่เด็กอย่างพวกนายไม่ควรรู้ไงล่ะ!!!”โคนันโวย

จะให้เขาพูดได้ยังไงกันล่ะว่าเพิ่งไปเห็นคนจูบกันมาตอนที่กำลังจะไปเดินเล่น

 

ถึงบรรยากาศมันจะดูโรแมนติกก็เถอะ...แต่หวานกันไม่เกรงใจคนอื่นแบบนี้ก็ไม่ไหวนะโคนันคิด

 

“แล้วนายไม่ใช่เด็กหรือไงโคนัน”เก็นตะถามกลับด้วยสีหน้างุนงง

 

 

“อ้าว อยู่กันพร้อมหน้าเลยนะครับ”เสียงอามุโร่ร้องทักขึ้น

เขาเดินเข้ามาในล็อบบี้พร้อมกับนานามิและเดินเข้ามาหาทุกคนที่นั่งรวมกลุ่มกันอยู่

“พวกคุณไปไหนกันมาเหรอครับผมคิดว่าอยู่กันที่ห้องซะอีก”สึบารุถาม

“พวกเราแค่ไปเดินเล่นเปลี่ยนบรรยากาศกันนิดหน่อยน่ะค่ะ”นานามิตอบ

“งั้นเหรอครับ...”สึบารุยกยิ้มมุมปาก

หญิงสาวจ้องมองการกระทำนั้นด้วยความไม่ไว้วางใจก่อนจะเลิกให้ความสนใจและหันมามองหน้าสองสาวที่ดูเหมือนจะจ้องเธออยู่นานแล้ว

“มีอะไรหรือเปล่าคะ?”ร่างบางหันไปถามทำเอาสองสาวสะดุ้ง

“ปะ...เปล่าค่ะ”รันตอบและรีบหลบตา

จนนานามิได้แต่นึกสงสัยกับท่าทางแปลกๆนั้นแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก ทุกคนพูดคุยอะไรกันอีกนิดหน่อยก่อนจะพากันแยกย้ายกลับห้องเพื่อไปพักผ่อน

 

 

 

 

 

ขณะเดียวกันรถปอร์เช่ 356A ก็แล่นไปตามท้องถนนยามราตรี

“ลูกพี่ครับ เธอคนนั้น กำลังจะกลับมาจากอิตาลีแล้วสินะครับ”วอดก้าเอ่ยถามยินที่กำลังนั่งสูบบุหรี่อยู่

“เออ...กว่าจะกลับมาได้ก็ลีลาอยู่ตั้งนาน”

“แล้วครั้งนี้เธอจะเข้าร่วมภารกิจด้วยมั้ยครับ”

“อ่าฉันเตรียมภารกิจไว้ให้เธอแล้วล่ะ”

“แต่ว่ากว่าจะกำจัดหนูสกปรกหมดเนี่ยก็ใช้เวลานานเหมือนกันนะครับ”

“แกไม่ต้องห่วงหรอกวอดก้าเพราะงานกำจัดหนูสกปรกก็เป็นหน้าที่ของแม่นั่นอยู่แล้ว”

“นั่นสินะครับ...”วอดก้าเหลือบมองลูกพี่ของตนก็พบว่าชายหนุ่มกำลังยกยิ้มมุมปากเหมือนกับกำลังดีใจอยู่ลึกๆถึงแม้จะเพียงแค่แวบเดียวแต่การที่จะเห็นรอยยิ้มจากชายที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นคนที่เลือดเย็นที่สุดก็ถือว่าเป็นเรื่องยากวอดก้าเองก็เข้าใจว่าคนที่เขาเอ่ยถึงนั้นเป็นคนที่สำคัญต่อยินเช่นกัน

ผู้หญิงคนนั้น ไม่เคยทำให้ฉันผิดหวังเลย”

ยินพูดพลางพ่นควันบุหรี่สีเทาออกจากปาก

และรถปอร์เช่ 356A ก็วิ่งฝ่าความมืดยามรัตติกาลไปตามท้องถนนเรื่อยๆ

 

——————————————————————————

ขอโทษนะคะที่หายไปนานมากกกกกกก เนื่องจากไรท์ยุ่งอยู่กับเรื่องเตรียมตัวเข้ามหาวิทยาลัย ช่วงเดือนพฤษภาไรท์อาจจะไม่ค่อยได้มาอัพนะคะเพราะไรท์ก็ยุ่งเรื่องเข้ามหาวิทยาลัยยาวเลย อย่าเพิ่งทิ้งกันนะคะ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

118 ความคิดเห็น

  1. #46 038488575 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 10:11
    ผ.ญ.คนที่กำจัดหนู คูราโซ่ป่ะ 😏
    #46
    0
  2. #45 Ayase Mayuri. (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 / 01:37

    //จ้องมองตัวละครใหม่ที่กำลังจะออกมาในไม่ช้านี้อย่างวังเวง


    #45
    0
  3. #44 Papaprincess (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 23:55
    ไม่ทิ้งค่าา
    #44
    0