[ Fic Conan ] Bourbon and Merlot Secret Love

ตอนที่ 16 : Chapter 16 Relax

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 900
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    12 ธ.ค. 62

 

“นี่ครับ คุณฟุรุยะ เอกสารสำนวนคดีที่คุณต้องการ”

ลูกน้องคนสนิทยื่นแฟ้มคดีให้กับชายหนุ่มผมบลอนด์ในชุดสูทที่กำลังก้มหน้าก้มตาเขียนรายงานอยู่บนโต๊ะทำงาน

“อ่า ขอบใจมาก”ร่างสูงรับแฟ้มคดีมาก่อนจะเปิดดูแบบผ่านๆและวางไว้บนโต๊ะ

“ผมว่าคุณฟุรุยะน่าจะพักสักหน่อยนะครับ”คาซามิพูดด้วยความเป็นห่วงหัวหน้าของตนที่โหมทำงานจนไม่ได้พักผ่อนเลย ไหนจะงานของสันติบาลที่ต้องเขียนรายงานส่ง ไหนจะงานเก็บกวาดงานนอกกฎหมายของฝ่ายความมั่นคงแล้วไหนจะเรื่องการแฝงตัวเข้าไปในองค์กรอีก แต่ก็อย่างว่าแหละนะ ก็คุณฟุรุยะเป็นถึงซีโร่ผู้ที่มีหน้าที่ปกป้องประเทศนี้จะมีงานรับผิดชอบเยอะก็คงจะไม่แปลกแต่โหมทำงานจนไม่ได้พักแบบนี้มันก็ออกจะเกินไปหน่อย

“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ทำอย่างกับว่าฉันไม่เคยทำงานหนักอย่างงั้นแหละ”เรย์พูดอย่างไม่ใส่ใจนัก

“แต่ว่า....”

“ฉันไม่เป็นไรหรอก นายเองก็เหมือนกันนะ คาซามิท่าทางแบบนั้นยังไม่ได้นอนใช่มั้ย?”ชายหนุ่มว่า เมื่อเห็นขอบตาคล้ำๆกับท่าทางเพลียๆของคนเป็นลูกน้อง

“เอ่อ...ครับ”คาซามิเถียงไม่ออก

“นายเองก็พักผ่อนซะบ้างนะ ขยันทำงานน่ะมันก็ดีแต่ก็ควรจะดูแลตัวเองด้วย ถ้าร่างกายไม่พร้อมจะเอาแรงที่ไหนไปทำงาน”

“ครับ คุณฟุรุยะ”คาซามิพยักหน้ารับก่อนจะคลี่ยิ้มอย่างดีใจ คุณฟุรุยะถึงแม้จะเป็นหัวหน้าที่เข้มงวดแต่ก็คอยเอาใจใส่ลูกน้องของตนเองอยู่เสมอ

“อะ...ฉันต้องไปแล้วล่ะ ยังไงก็ฝากงานที่เหลือด้วยก็แล้วกัน”ร่างสูงเงยหน้ามองนาฬิกาที่ติดอยู่ที่ผนังก็พบว่านี่เป็นเวลาที่เขาต้องไปทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านปัวโรต์แล้ว เขาเก็บงานบนโต๊ะก่อนจะเดินออกไป คาซามิค้อมหัวน้อยๆและกลับไปทำงานของตนเอง ฝ่ายอามุโร่เมื่อมาถึงลานจอดรถเขาขึ้นรถ RX-7 ของตนเองก่อนจะขับรถออกจากกรมสันติบาลเพื่อมุ่งหน้าไปยังร้านปัวโรต์


 


 


 

เมื่อเขาเปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้วก็มาช่วยคุณอาซึสะรับออเดอร์ลูกค้า อามุโร่ทำงานไปได้สักพักก็มีกลุ่มลูกค้าประจำก็เดินเข้ามาภายในร้านนั่นก็คือ คุณรัน โคนันคุงและโซโนโกะนั่นเอง

ทั้งสามคนสั่งเครื่องดื่มกันคนละอย่างก่อนจะนั่งคุยเรื่องจิปาถะกัน สักพักหนึ่งนานามิก็เดินเข้ามาในร้านพร้อมกับทักทายทุกคนอย่างเป็นมิตร


 


 

“ทะเลเหรอ?”จู่ๆรันก็พูดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยเรียกความสนใจของทุกคนในร้านแต่ก็ไม่ต้องห่วงอะไรมากนักเพราะลูกค้าภายในร้านทุกคนก็เป็นคนรู้จักคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว

“ใช่ๆ วันหยุดนี้เราไปเที่ยวทะเลด้วยกันนะ”โซโนโกะพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“ทะเลที่ไหนเหรอครับ พี่โซโนโกะ”โคนันถามด้วยความสนใจ

“อ่อ เป็นทะเลที่อิซึน่ะ”

“แล้วทำไมจู่ๆถึงมาชวนพวกเราไปเที่ยวล่ะ”รันถาม

“ถามอะไรอย่างงั้นล่ะ รัน ก็ช่วงนี้มันเป็นวันหยุดช่วงฤดูร้อนนี่นา ถ้าพูดถึงฤดูร้อนมันก็ต้องทะเลสิจริงมั้ย?”

“เอ่อ...อืม”

“งั้นช่วงวันหยุดพวกเราไปเที่ยวทะเลกันดีกว่านะ ชวนพวกแกงค์เจ้าเปี๊ยกไปด้วยดีมั้ย?”

“อืม...ก็ดีนะ”

“อาจารย์ก็ไปด้วยกันสิคะ”เด็กสาวหันไปชวนร่างบางที่กำลังนั่งจิบกาแฟอยู่ฝั่งตรงข้าม

“เอ๊ะ? แต่ว่ามันจะดีแน่เหรอ?”นานามิถามด้วยเกรงใจ

“ดีสิคะ ไปเที่ยวกันหลายๆคนสนุกดีออก คุณอามุโร่ก็ไปด้วยกันนะคะ”

“ผมด้วยเหรอครับ?”ร่างสูงที่กำลังยืนชงกาแฟอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์ทำหน้าสงสัย

“ค่ะ ถือว่าไปเที่ยวพักผ่อนดีมั้ยคะ?”โซโนโกะเสนอ

แต่สองหนุ่มสาวก็ยังคงนิ่งเงียบ

“แหม ถือว่าเป็นการเดทไปด้วยเลยก็ได้ค่ะ หัดเติมความหวานให้กันบ้างสิคะเป็นแฟนกันทั้งที”เด็กสาวโพล่งในสิ่งที่เธอคิดออกมาทำเอาทุกคนเบิกตากว้างด้วยความตกใจเพราะไม่คิดว่าโซโนโกะจะพูดอะไรแบบนี้ออกมาตรงๆ

“โซโนโกะ!!!”รันดุ

   

      โฮ่ยๆ ยัยโซโนโกะ... โคนันคิดพลางทำหน้าเอือมๆ


 

นานามิกับอามุโร่ได้แต่หันมามองหน้ากันด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ในสายตาของทุกคนในตอนนี้พวกเขาทั้งสองคนก็คงเหมือนคนเป็นแฟนกันไปแล้วสินะ แต่ก็ช่วยไม่ได้เพราะท่าทางของพวกเขามันก็ดูไม่เหมือนเพื่อนกันอยู่แล้วนี่

อามุโร่ยกยิ้มมุมปากอย่างนึกพอใจนี่แหละคือสิ่งที่เขาต้องการให้ทุกคนเข้าใจว่าเขากับแมร์โลเป็นแฟนกันจะได้ไม่มีใครเข้ามายุ่งกับหญิงสาวได้ง่ายๆ


 

       ไหนๆ...ก็ขอเล่นตามน้ำไปเลยแล้วกัน


 

ชายหนุ่มคิดดังนั้นก่อนจะเอ่ยตอบรับคำชวนของเด็กสาว


 

“งั้นก็ดีเหมือนกันนะครับ ผมก็ไม่ได้ไปไหนกับเธอมาสักพักแล้ว”

ร่างบางเจ้าของนัยน์ตาสีม่วงอมเทามองหน้าอีกฝ่ายและทำท่าจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็เงียบไว้

“เยส!!! งั้นเราเดินทางกันวันมะรืนนี้นะคะ”โซโนโกะพูดอย่างตื่นเต้น

“แต่ว่า...”นานามิทำท่าจะค้าน ก็เธอไม่ได้ตกลงว่าจะไปด้วยนี่

“ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่ ไปพักผ่อนสักหน่อยก็ดีเหมือนกันนะ”ร่างสูงผมบลอนด์เดินมาแตะไหล่เธอพร้อมกับย่อตัวลงเล็กน้อย

“นายดูจะไม่ห่วงเรื่อง งาน เลยนะ”หญิงสาวกระซิบเสียงแผ่วเพื่อให้ได้ยินกันสองคน งานที่เธอหมายถึงก็คืองานขององค์กรนั่นแหละ และเธอก็รู้ดีว่าเบอร์เบิ้นเข้าใจความหมายที่เธอพูด

“มีเวลาทำงานก็ต้องมีเวลาพักผ่อนกันบ้างสิ”

“......”หญิงสาวมองหน้าอีกฝ่ายนิ่ง ที่เบอร์เบิ้นพูดมาก็ใช่ว่าจะไม่มีเหตุผลตั้งแต่ที่ภารกิจใหญ่เริ่มขึ้น เธอก็ไม่ได้มีเวลาพักผ่อนมากเท่าไหร่นักไหนจะเรื่องงานขององค์กร ไหนจะเรื่องการแฝงตัวเป็นคนธรรมดาอีก

“ไปเถอะ ช่วงนี้เธอก็ไม่ค่อยได้พักผ่อนไม่ใช่เหรอ?”อามุโร่พูดด้วยสีหน้าเป็นห่วง เขารู้ว่าหญิงสาวเป็นคนเต็มที่กับทุกเรื่องเสมอไม่ว่าเรื่องอะไรแต่ในบางครั้งเธอก็เอาจริงเอาจังมากเกินไปจนลืมใส่ใจตัวเอง นี่แหละที่เขานึกเป็นห่วง

“ไปเถอะค่ะอาจารย์ อีกอย่างถ้าพวกเด็กๆรู้ว่าอาจารย์ไปด้วยคงต้องดีใจมากแน่ๆเลยค่ะ”เด็กสาวผมสั้นพยายามโน้มน้าวเมื่อเห็นว่าอามุโร่ทำท่าจะอ้อน (?) อาจารย์สาวไม่สำเร็จ

“อืม...ก็ได้จ๊ะ”หญิงสาวพยักหน้ารับ ทำให้ทุกคนยกยิ้มอย่างดีใจ แต่ก็มีคนหนึ่งที่ไม่ได้ยินดีไปกับการตัดสินใจของนานามิด้วยเลย โคนันลอบมองใบหน้าของหญิงสาวเจ้าของนัยน์ตาสีม่วงอมเทาด้วยท่าทีจริงจังยังไงเขาก็ไม่มีทางไว้ใจท่าทีไร้พิษสงของผู้หญิงคนนี้เด็ดขาด จนเสียงของรันทำให้เขาหลุดจากห้วงความคิด


 

“อีกอย่าง...คุณสึบารุเขาถามหาอาจารย์ด้วยล่ะค่ะ”รันพูดโดยไม่คิดอะไร


 

ปึง!


 

ชายหนุ่มผมบลอนด์เมื่อได้ยินชื่อของคนที่พาลไม่ชอบหน้าก็เผลอวางแก้วน้ำที่ตัวเองกำลังเช็ดอยู่เสียงดังทำเอาทุกคนถึงกับสะดุ้งน้อยๆ แถมเขายังเล่นปล่อยรังสีอำมหิตทำให้ทุกคนเกร็งกันไปหมด


 

“นี่ รันเธอจะพูดถึงคุณสึบารุทำไมเนี่ย”โซโนโกะหันไปกระซิบกับเพื่อนสนิท

“ขอโทษนะ...”รันที่เพิ่งรู้ตัวว่าพูดอะไรออกไปถึงกับนั่งเงียบ


 

   คุณอามุโร่น่ากลัวกว่าที่คิดแฮะ...โคนันคิด


 

เมื่อถึงช่วงเวลาหมดกะทำงานของอามุโร่แล้วเขาก็บอกลาทุกคนและขอตัวกลับพร้อมกับดึงแขนนานามิออกไปจากร้านด้วยกันอย่างนิ่มนวล พวกเขาขึ้นรถ RX-7 ของชายหนุ่มและขับออกไปจากหน้าร้านปัวโรต์ซึ่งทุกคนก็ได้แต่มองตามเงียบๆ


 

“เพิ่งเคยเห็นคุณอามุโร่หึงเป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ย”หลังจากที่สองหนุ่มสาวออกไปจากร้านแล้วโซโนโกะจึงเริ่มพูดขึ้น

“อืม...เธอคิดว่าคุณอามุโร่จะโกรธหรือเปล่า”รันพูดด้วยสีหน้ารู้สึกผิด

“เอาน่า...แบบนี้ก็น่าสนุกดีออก อยากจะรู้จริงๆเลยว่าถ้าคุณอามุโร่กับคุณสึบารุมาเจอกันจะเป็นยังไง”เด็กสาวพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น


 

มันน่าสนุกตรงไหนกันล่ะเนี่ย...โคนันคิด ก่อนจะหันไปคุยกับรัน


 

“นี่ พี่รันครับ คุณสึบารุเขาถามหาอาจารย์นานามิจริงเหรอ?”

“อืม ตั้งแต่เจอกันที่บ้านด็อกเตอร์เมื่อคราวก่อนก็เห็นเขาถามหาอาจารย์นานามิอยู่เหมือนกันนะ”

“งั้นเหรอครับ...”

“ฉันว่าคุณสึบารุต้องหลงเสน่ห์อาจารย์นานามิแน่ๆเลย”

“จะเป็นอย่างนั้นจริงเหรอ โซโนโกะ”

“แหม มันก็ต้องเป็นอย่างงั้นอยู่แล้วสิ ก็อาจารย์น่ะทั้งสวย ทั้งเก่ง ทั้งฉลาดแถมยังใจดีอีก ถ้าจะมีผู้ชายมาชอบก็คงจะไม่แปลกหรอก แต่ก็น่าเสียดายที่อาจารย์เขามีแฟนแล้ว”

“แต่ว่า...คุณอามุโร่กับอาจารย์เขาไม่เคยบอกว่าเป็นแฟนกันนี่”

“คงจะเขินไม่กล้าบอกล่ะมั้ง...แต่เธอเห็นขนาดนั้นก็น่าจะรู้นี่นา ทำตัวติดกันแทบจะตลอดเวลาแถมชอบไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ อีกอย่างเธอไม่เห็นสายตาเป็นห่วงเป็นไยของคุณอามุโร่เหรอแบบนั้นน่ะถ้าไม่ใช่แฟนแล้วจะเป็นอะไรได้ล่ะ”

“สองคนนั้นเองก็ดูเหมาะสมกันดีนะคะ”อาซึสะเสริม

“ใช่มั้ยล่ะคะ?”

“มันก็จริงนะ...”รันเริ่มเห็นด้วย


 

แต่คนที่เป็นฝ่ายนั่งคิดไม่ตกอยู่ดูเหมือนจะเป็นเด็กแว่นชั้นประถมที่นั่งจับคางครุ่นคิดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด สักพักหนึ่งเขาก็ขอตัวไปบ้านด็อกเตอร์อากาสะอย่างไม่รีรอ


 


 


 


 


 


 


 

“ทำไมนายถึงไม่ค้านคำพูดของเด็กผู้หญิงคนนั้นล่ะ”นานามิถามขึ้นเพื่อทำลายความเงียบขณะนั่งมองวิวนอกรถ

“อ่อ คำพูดของคุณโซโนโกะกับเรื่องของเราน่ะเหรอ”อามุโร่ถามขณะที่สายตาจับจ้องไปตามท้องถนน

“....”

“ทำไม? เธอคิดจะให้ฉันค้านอะไรงั้นเหรอ”

“ก็เรื่องนั้น...”

“ถึงจะไม่เคยพูด...แต่ในสายตาของทุกคนตอนนี้เขาก็มองว่าเราเป็นแฟนกันไปหมดแล้วไม่เห็นจะเสียหายตรงไหนนี่”

“นายคงจะตั้งใจล่ะสิ...ตั้งใจให้ทุกคนคิดว่าเราเป็นแฟนกัน”หญิงสาวหันมามองหน้าอีกฝ่าย

“.....”ร่างสูงไม่ตอบอะไรเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากเท่านั้นแต่มันก็ทำให้หญิงสาวนึกหมั่นไส้อยู่ไม่น้อย

“ขอเตือนไว้ก่อนนะ ว่านายมีสิทธิ์แสดงความเป็นเจ้าของฉันได้แค่ตอนนี้เท่านั้น”

“ฉันรู้...”

เขารู้ดีว่าเขาสามารถแสดงความเป็นเจ้าของกับเธอได้แค่ตอนนี้เท่านั้นแต่ถ้าหากเป็นในองค์กรเขาไมมีสิทธิ์ที่จะแสดงความเป็นเจ้าของกับเธอได้เลยเพราะสถานะระหว่างเขากับเธอมันต่างกันมาก เขาอาจจะเป็นเจ้าของตัวเธอได้แต่สิ่งหนึ่งที่ในตอนนี้เขายังไม่ได้มาเป็นเจ้าของก็คือ หัวใจ ของเธอ

“เป็นอะไรไปอีกล่ะ...อย่าบอกนะว่า...คิดมากกับคำพูดของฉัน”ร่างบางแกล้งหยอก เมื่อเห็นว่าร่างสูงขมวดคิ้วยุ่งจนแทบจะเป็นปม

“เปล่า...”

“อย่ามาโกหก...อยู่ด้วยกันมาตั้งนานคิดว่าฉันดูไม่ออกหรือไง”

“......”

“ฉันไม่ได้บอกว่านายไม่มีสิทธิ์แสดงความเป็นเจ้าของกับฉันแต่ก็อย่าให้มันมากเกินไปก็แล้วกัน”

“คิดจะปลอบใจฉันเหรอ?”

“แล้วใครกันล่ะที่ทำหน้าเหมือนเด็กโดนขัดใจน่ะ”

“หึ...แล้วว่าไงล่ะ จะไปทะเลตามคำชวนของพวกคุณโซโนโกะหรือเปล่า”

“รีบเปลี่ยนเรื่องเชียวนะ...ก็รับปากไว้แล้วก็คงต้องไปนั่นแหละ อีกอย่างเด็กพวกนั้นก็คงจะดีใจเหมือนกัน”

“เห...ใจดีจังนะ”ชายหนุ่มล้อ

“อย่างน้อยฉันก็ไม่ใช่พ่อพระอย่างนายก็แล้วกัน”ร่างบางเหน็บแนมกลับ

“ไม่หรอก...ถ้าเทียบกับคนอื่นในองค์กรแล้วเธอก็ยังเป็นคนมีหัวใจอยู่”

“อย่ามองคนอื่นแค่ที่รู้จักภายนอกสิบางทีคนคนนั้นอาจจะมีอะไร ซ่อน อยู่ในใจก็ได้ถ้านายไม่มอง ให้ลึกลงไป ก็ไม่มีทางรู้หรอก”

“แล้วมันต้องมองให้ลึกลงไปขนาดไหนเหรอ คนคนนั้นถึงจะยอม เปิดใจ ให้กับเรา”

“เบอร์เบิ้น...”เธอรู้ความหมายแฝงที่เบอร์เบิ้นพูดแต่หมอนี่กลับดูอะไรไม่ออกเลย ทั้งๆที่เป็นคนฉลาดแท้ๆ

“ถือซะว่าฉันไม่ได้พูดก็แล้วกัน”ร่างสูงตั้งหน้าตั้งตาขับรถต่อไปเรื่อยๆโดยไม่พูดอะไรอีก

นานามิเหลือบสายตามองอีกฝ่ายเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปให้ความสนใจกับวิวนอกรถเช่นเดิม


 

        ใจคนเป็นสิ่งที่ยากจะหยั่งถึง...


 

          ต่อให้มองลึกลงไปแค่ไหน....


 

             ก็ยากที่จะเข้าใจได้....


 


 


 


 


 


 

“ถ้าเป็นแบบนั้นฉันก็ไม่ไปด้วยหรอก”ไฮบาระว่าพลางเชิดหน้าหนี

ที่โคนันรีบมาที่นี่ก็เพื่อบอกเรื่องของนานามิเพื่อไม่ให้ไฮบาระไปเที่ยวทะเล ถึงจะทำให้เด็กหญิงไม่ได้ไปเที่ยวและร่วมสนุกกับคนอื่นแต่ก็เป็นการกันไว้ดีกว่าแก้ถ้าหากความลับของไฮบาระแตกขึ้นมาก็จะเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งหลังจากที่เขาบอกเด็กหญิงก็รีบปฏิเสธทันที

“ฉันจะมาบอกเธอเรื่องนี้แหละ...ยังไงเธอก็คงจะต้องอยู่กับด็อกเตอร์นั่นแหละนะ”

“ก็ต้องเป็นอย่างงั้นอยู่แล้วสิ..”ไฮบาระว่าพลางทำหน้าหงุดหงิด

จนโคนันได้แต่ยิ้มแห้งๆ เขารู้ดีว่าไฮบาระหงุดหงิดเรื่องที่ไม่ได้ไปทะเลในช่วงวันหยุดฤดูร้อนแต่มันก็ช่วยไม่ได้ยังไงนี่ก็เพื่อความปลอดภัยของตัวไฮบาระเอง

“แล้วเอาไงล่ะ...ใครจะเป็นคนไปดูแลเด็กพวกนั้นถ้าฉันกับด็อกเตอร์ไม่ไปด้วย”

“แล้วคุณสึบารุล่ะ”ด็อกเตอร์อากาสะถาม

“เอ๊ะ?”

“ถ้าให้คุณสึบารุไปดูแลเด็กพวกนั้นล่ะก็...คงหายห่วงแน่”

“แต่ว่าถ้าให้คุณสึบารุไปด้วยล่ะก็...”


 

โคนันเริ่มคิดมากถ้าให้คุณสึบารุไปด้วย เขาล่ะไม่อยากจะคิดถ้าสึบารุไปเจอกับคุณอามุโร่ล่ะก็....


 

“มีอะไรหรือเปล่าคุโด้คุง...”

“คือว่า...”


 

  ติ๊ง หน่อง


 

เด็กชายยังไม่ทันจะได้พูดอะไร เสียงกดกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้น ด็อกเตอร์อากาสะจึงเดินไปเปิดประตู ก็พบว่าเป็นชายร่างสูงเจ้าของผมสีพีชเมื่อเห็นว่าเป็นคนรู้จักชายร่างท้วมจึงเชิญเขาเข้ามาในบ้าน


 

      พอพูดถึงปุ๊บก็มาปั๊บเลยนะ คุณสึบารุเนี่ย....โคนันคิดพลางทำหน้าเอือมๆ


 

“มีอะไรกันงั้นเหรอครับ”สึบารุถามเมื่อเห็นทุกคนยืนจ้องมาที่เขาโดยมีเด็กแว่นทำหน้าเอือมๆใส่

“เอ่อ...คือว่านะ สึบารุคุง”

หลังจากนั้นด็อกเตอร์อากาสะก็เล่าถึงเรื่องที่พวกเขาจะไปทะเลแต่ว่าติดธุระด่วนเลยไม่สามารถไปได้เลยอยากจะฝากสึบารุให้ไปดูแลเด็กๆแกงค์นักสืบเยาวชน ซึ่งสึบารุก็ตอบรับคำขอของด็อกเตอร์ด้วยความเต็มใจ

“นี่ๆ คุณสึบารุครับ”โคนันกระซิบเรียกชายหนุ่ม

ร่างสูงย่อตัวลงเพื่อฟังสิ่งที่เด็กชายจะพูด

“คุณสึบารุรู้จักกับอาจารย์นานามิมาก่อนใช่มั้ยครับ”โคนันเอ่ยถามในสิ่งที่เขาคาใจที่เขามาที่นี่เขาก็หวังจะมาเจอสึบารุด้วย

ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากพร้อมกับลืมตาข้างหนึ่งขึ้น

“แล้วเธอคิดว่าไงล่ะ...”

โคนันมองหน้าชายหนุ่มนิ่ง ร่างสูงปิดตาลงเหมือนเดิมและกลับไปยืนเต็มความสูง


 


 


 


 


 


 

เมื่อถึงวันออกเดินทางโมริก็ได้เตรียมเช่ารถตู้เพื่อที่จะขนคนจำนวนมากไปได้ พวกเด็กๆกลุ่มนักสืบเยาวชนเมื่อรู้ว่าจะได้ไปเที่ยวทะเลก็ทำท่าตื่นเต้นดีใจกันใหญ่แต่ก็แอบบ่นเสียดายที่ไฮบาระและด็อกเตอร์อากาสะไม่ได้ไปด้วยกัน


 

  ก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ...ก็ตอนนี้มีพวกขององค์กรคนหนึ่งมาอยู่ใกล้ตัวแบบนี้ก็ยิ่งต้องระวัง


 

โคนันคิดพลางเหลือบมองไปทางร่างบางผมสีส้มอ่อนที่กำลังยืนคุยอยู่กับอามุโร่


 

“สวัสดีครับทุกคน” เสียงทุ้มทักทายพร้อมด้วยร่างสูงผมสีพีชเดินเข้ามารวมกลุ่มกับทุกคนในมือหนาก็ถือกระเป๋าเดินทางมาด้วยใบหนึ่ง

“อะ...คุณสึบารุจะไปด้วยเหรอครับ”มิซึฮิโกะถาม

“อ่า...ใช่แล้วล่ะ ด็อกเตอร์อากาสะเขาฝากให้ฉันมาดูแลพวกเธอด้วยน่ะอีกอย่างฉันก็ถือโอกาสไปพักผ่อนด้วยไงล่ะ”

“งั้นเหรอครับ...”

“ว่าแต่คุณคุโรชิยะก็ไปด้วยเหรอครับ”ร่างสูงหันไปถามหญิงสาวอีกคนหนึ่ง

“ค่ะ พอดีว่าฉันเองก็อยากไปพักผ่อนอยู่เหมือนกัน”

“เป็นความคิดที่ดีเลยนะครับ”

“ว่าแต่...คุณคือ โอกิยะ สึบารุสินะครับ”ชายหนุ่มผมบลอนด์ถามแทรกขึ้นพลางจ้องหน้าอีกฝ่ายเขม็ง

“ครับ...แล้วคุณคือ...”

“อามุโร่ โทโอรุครับ เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์โมริ”

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

“เช่นกันครับ...”เมื่อพูดจบอามุโร่ก็ยืนจ้องหน้าอีกฝ่ายเขม็งด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร ฝ่ายสึบารุก็ยืนมองอีกฝ่ายนิ่งไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้านอะไรราวกับทั้งสองฝ่ายจะแผ่รังสีฟาดฟันกันเสียให้ได้ทำให้คนอื่นที่ยืนมองอยู่โดยรอบทำสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก


 

คิดถูกมั้ยเนี่ยที่ให้คุณสึบารุไปด้วย...หวังว่าถ้าไปถึงทะเลที่อิซึแล้วคงไม่มีฆ่าหมกทะเลกันหรอกนะ


 

โคนันคิดในขณะที่ยืนมองสองหนุ่มที่กำลังจะเปิดศึกชิงนางกัน (?) ในไม่ช้านี้


 

“เอาล่ะ จะไปกันได้หรือยัง?”เสียงของโมริทำให้ทุกคนหลุดออกจากสถานการณ์แปลกๆตรงหน้าและดูเหมือนว่าโมริจะเป็นคนเดียวที่ไม่ได้รับรู้ถึงบรรยากาศรอบตัวที่กำลังแผ่กดดันอยู่

และเมื่อทุกคนมากันครบแล้วก็ทยอยกันขึ้นรถตู้โดยมีโมริเป็นคนขับ สึบารุเป็นคนนั่งข้างคนขับคอยบอกทางและคนอื่นๆก็นั่งเบาะหลังกันตามลำดับ นานามิเลือกที่จะนั่งข้างหน้าต่างและมีร่างสูงผมบลอนด์นั่งอยู่ข้างๆตามด้วยโคนันและรันส่วนพวกเด็กๆกับโซโนโกะก็นั่งเบาะหลังสุด

ระยะทางจากโตเกียวถึงอิซึก็ไม่ได้ใกล้เท่าไหร่นักทำให้พวกเด็กๆผล็อยหลับกันไปรวมถึงนานามิด้วยร่างบางเผลอเอนหัวไปซบไหล่คนข้างๆโดยไม่รู้ตัว อามุโร่ยกยิ้มถึงจะเป็นคนที่ชอบทำตัวจริงจังแค่ไหนแต่ยังไงเธอก็ยังเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่มีมุมแบบนี้เหมือนกัน ร่างสูงค่อยๆจัดท่าทางให้อีกฝ่ายนอนสบายที่สุดโดยระวังไม่ให้หญิงสาวตื่น รันและโซโนโกะที่เห็นแบบนั้นก็ได้แต่ลอบยิ้มก่อนจะหันมามองหน้าอย่างรู้กัน สึบารุเองก็ลอบมองการกระทำนั้นผ่านกระจกมองหลังเขาลอบยิ้มเล็กน้อย อามุโร่เงยหน้าสบตาอีกฝ่ายผ่านกระจกมองหลังด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรเท่าไหร่นัก เขาไม่ชอบให้หมอนี่มายุ่งวุ่นวายกับแมร์โลเลยจริงๆ

   

ในที่สุดพวกเขาก็เดินทางมาถึงอิซึกัน ทุกคนทยอยลงจากรถ พวกเด็กๆชมรมนักสืบเยาวชนก็พากันตื่นเต้นเมื่อเห็นทะเลอยากจะรีบลงไปเล่นน้ำแต่ก็ต้องเช็คอินที่โรงแรมให้เรียบร้อยเสียก่อน

และทุกคนก็ตกลงกันว่าใครจะนอนกับใครแต่ด้วยจำนวนคนที่ไม่ลงตัวก็เลยจะต้องมีคนนอนห้องเดี่ยวก็คือ นานามิ อามุโร่และสึบารุ เพราะถ้าให้อามุโร่กับสึบารุนอนห้องเดียวกันมีหวังได้ตีกันตายไปข้างหนึ่งแน่ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีปากมีเสียงกันแต่ว่าแค่ที่แผ่รังสีทะมึนใส่กันก็พอจะเป็นหลักฐานได้แล้วว่าสองคนนี้คงจะไม่มีทางญาติดีกันอย่างแน่นอนพอทุกคนคิดแบบนั้นก็เลยตกลงให้ทั้งสองฝ่ายแยกห้องกันจะดีกว่าซึ่งทั้งสองหนุ่มก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ส่วนนานามิก็ขอแยกอยู่ห้องเดี่ยวอยู่แล้ว หลังจากนั้นทุกคนต่างก็แยกย้ายกันไปเก็บของที่ห้องของตนเอง


 

เมื่อนานามิมาถึงห้องของตนเองร่างบางก็จัดการข้าวของของตนเองและมายืนชมวิวของทะเลอิซึผ่านกระจกใสของห้อง พอเธอได้เห็นวิวของทะเลแล้วกลับรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก


 

     คิดถูกแล้วจริงๆที่รับคำชวนมาเที่ยวทะเล...


 

ร่างบางคิดและเดินมานั่งบนโซฟาและหลับตาลงครู่หนึ่งเพื่อพักสายตา


 

ก๊อก ก๊อก


 

เสียงเคาะประตูทำให้หญิงสาวลืมตาขึ้นมาและเดินไปเปิดประตูและพบว่าคนที่มาเคาะห้องของเธอก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เบอร์เบิ้นนั่นเอง ร่างบางจึงเชิญอีกฝ่ายเข้ามาในห้อง

“มีอะไรหรือเปล่า ห้องตัวเองก็มีไม่อยู่”ร่างบางแกล้งกวนอีกฝ่าย

“อยากมาอยู่ห้องแฟนแล้วมันผิดเหรอ?”ร่างสูงก็ไม่ยอมแพ้กวนหญิงสาวกลับ

“อย่าได้ใจให้มันมากนักนะ เบอร์เบิ้น”หญิงสาวเตือน

“ไม่เห็นเป็นไรเลย อย่าซีเรียสสิ”

“แล้วมีอะไรล่ะ?”

“ก็แค่อยากมาดูว่าเธอเป็นไงบ้าง สบายใจขึ้นมั้ย?”

“เรื่องอะไรล่ะ?”

“จากเรื่องงานน่ะ ฉันรู้ว่าเธอเต็มที่กับงานเสมอแต่มันก็ต้องมีเวลาพักกันบ้าง จริงมั้ย?”

“ก็...ทริปนี้ก็ถือว่าไม่เลวสำหรับการมาพักผ่อน”

“ดีแล้วล่ะ...”


 

ติ๊ด ติ๊ด


 

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น มือบางหยิบโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาดูก็พบว่าเป็นเมลจากเบลม็อท

ในขณะที่นานามิกำลังจะกดเมลเพื่อเปิดอ่าน มือหนาก็หยิบโทรศัพท์ของร่างบางออกจากมือเสียก่อนและเอาไปใส่ในกระเป๋ากางเกงของเขา

“นี่! เอาโทรศัพท์ฉันคืนมานะ”

“ไม่ ก็บอกแล้วไงว่าให้มาพักผ่อน ปล่อยเรื่องงานไปบ้างก็ได้”

“แต่ว่า...”

“แมร์โล ตั้งแต่ที่เธอกลับมาจากอเมริกาเธอก็ไม่ได้หยุดพักเลยนะ นี่ก็มีโอกาสได้มาพักผ่อนแล้วทั้งทีทำไมถึงไม่ใช่เวลาให้คุ้มล่ะ ทำไมจะต้องห่วงเรื่องงานอยู่อีก”

“......”ร่างบางเบือนหน้าหนี

“เธอเป็นถึงคนของรัมนะ แค่กำหนดการของงานเลื่อนไปนิดหน่อยพวกนั้นก็ไม่กล้าทำอะไรเธอหรอก”

“ฉันไม่ได้กลัวเรื่องนั้น...ฉันไม่เคยกลัวพวกนั้นด้วยซ้ำ”

“.......”

“ฉันก็แค่ไม่ชอบทำอะไรค้างๆคาๆ นายเองก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ?”

“ใช่ ฉันรู้ แต่คนเราก็ต้องมีเวลาพักผ่อนกันบ้างสิ”

“....”

“แมร์โลฉันอยากให้เธอทำตัวเป็นคนธรรมดาสักวันหนึ่งได้มั้ย อย่างน้อยก็ในระหว่างที่อยู่ที่นี่ เธอช่วยลืมงานขององค์กรไปให้หมดแล้วใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดาได้หรือเปล่า?”

“เบอร์เบิ้น....”

“ฉันเป็นห่วงเธอนะ อย่างน้อยฉันก็อยากให้เธอได้ผ่อนคลายได้พักจากงานพวกนั้นบ้าง”เขาเองก็ไม่อยากให้แมร์โลต้องมานั่งคิดมากวางแผนการเพื่อที่จะฆ่าคนอยู่ตลอดหรอกนะ แล้วเธอเองก็ต้องมือเปื้อนเลือดไม่รู้กี่ครั้ง ทั้งๆที่ไม่ชอบที่จะลงมือเองแต่เพราะไม่ไว้ใจคนของยินแมร์โลถึงต้องลงมือทำงานนี้ด้วยตัวเองเขาคนหนึ่งนี่แหละที่รู้ว่าเธอไม่ชอบทำอะไรแบบนี้

“เอาล่ะๆ ก็ได้ ฉันยอม...”หญิงสาวยกมือทั้งสองข้างเป็นเชิงยอมแพ้ ตอนนี้เธอชักเริ่มสงสัยแล้วว่าใครกันแน่ที่มีตำแหน่งในองค์กรสูงกว่ากัน

“.....”

“ฉันยอมทำตามที่นายบอกก็ได้”

ชายหนุ่มคลี่ยิ้มพร้อมกับลูบผมของร่างบางเบาๆ

“ทีนี้ก็เอาโทรศัพท์ฉันคืนมาได้แล้ว”

“ไม่ จนกว่าจะกลับจากทะเลฉันจะไม่คืนโทรศัพท์ให้เธอเด็ดขาด”

“นี่ เบอร์เบิ้น...”

“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ฉันอยากให้เธอมาเที่ยวพักผ่อนนะ”ร่างสูงพูดเมื่อเห็นหญิงสาวทำหน้าขมวดคิ้วเป็นปม

“นายนี่มัน...”

“อาจารย์คะ...อุ๊ย”

เป็นรันที่เปิดประตูเข้ามาตามมาด้วยโซโนโกะ พวกเธอชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าอาจารย์สาวไม่ได้อยู่คนเดียว

“ขะ...ขอโทษค่ะ คือว่า หนูเคาะประตูแล้วแต่ไม่มีคนมาเปิดก็เลยถือวิสาสะเข้ามา”รันก้มหัวขอโทษเธอก็ไม่คิดว่าคุณอามุโร่จะอยู่กับอาจารย์นานามิได้

“มีอะไรเหรอ?”

“คือว่า พวกหนูจะมาชวนอาจารย์ไปที่ชายหาดกันน่ะค่ะ”

“แต่ว่าคุยธุระกันให้เสร็จก่อนก็ได้นะคะ”โซโนโกะเสริม

“เอาเป็นว่าเดี๋ยวอาจารย์ตามลงไปก็แล้วกัน”

“ค่ะ/ค่ะ”ทั้งสองสาวตอบรับก่อนที่เด็กสาวผมน้ำตาลจะดันไหล่เพื่อนสาวคนสนิทออกไปจากห้อง


 

เมื่อเด็กสาวทั้งสองออกไปจากห้องแล้ว นานามิก็หันกลับมามองหน้าร่างสูงอีกครั้ง

“ยังไงก็ตามฉันขอยึดโทรศัพท์เธอไว้จนกว่าจะจบทริปนี้”

หญิงสาวหมดคำพูดจะเถียงจึงได้แต่ยืนเงียบ

“ฉันขอกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องก่อนนะเธอเองก็รีบเข้าล่ะจะได้ไปรวมตัวกับทุกคน”ชายหนุ่มพูดก่อนที่จะเดินออกไปจากห้อง

หญิงสาวได้แต่มองตามก่อนจะถอนหายใจ เธอไม่รู้จะทำยังไงแล้วเหมือนกันก็ได้แต่ไปหยิบเสื้อผ้ามาเปลี่ยนเพื่อลงไปที่ชาดหาดพร้อมกับทุกคน


 

             แต่มันก็จริงอย่างที่เบอร์เบิ้นพูด...


 

        เบอร์เบิ้นคอยเป็นห่วงเธออยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม...


 

         ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนหมอนั่นก็มองออกหมดทุกอย่าง....


 

          ถ้าเธอจะทำตัวเป็นคนธรรมดาสักวันอย่างที่เขาบอกก็คงจะไม่ผิดอะไรสินะ....


 

__________________________________________________________________________________________


 

มาต่อแล้วค่าาาาา ตอนนี้ต้องขอบคุณโซโนโกะที่ชงให้ทั้งสองคนได้เป็นแฟนกัน ถึงแม้จะเป็นในมโนของนางก็เถอะ 5555. ในตอนนี้หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมถึงดูหลุดๆ คือไรท์อยากให้มีตอนชิวๆกันบ้างนะคะเห็นว่าซีเรียสดราม่ากันมาเยอะแหละขอตอนสบายๆสักหน่อยก่อนที่จะกลับไปซีเรียสต้มมาม่ากันต่อ 555 ทิ้งเม้นท์ไว้เป็นกำลังใจและฝากติดตามตอนต่อไปกันด้วยนะคะ


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 

              


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

114 ความคิดเห็น

  1. #60 autumn morning^^ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 02:23
    ขอเปลี่ยนจอสันนิษฐาน ชูจังดับน้องน่าจะไม่ได้อดีตร่วมกันแนวคนรักหรอก ออกแนวกวนประสาทเฉยๆมากกว่า และที่สีบารุทำอยู่ตอนนี้ก็คงเพราะกวนประสาเหมือนเดิมล่ะมั้ง
    #60
    0
  2. #43 Papaprincess (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 12:50
    ยังไม่ได้หัวใจงั้นหรอ​ ยังไงๆเนี่ย​ รอตอนต่อไปเลยค่ะ​ สู้ๆนะคะ
    #43
    0
  3. #42 NamikoMeiko_AaM (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 12:25
    แนะนำให้ใส่บีกินีสีแดง5555
    #42
    2
    • #42-1 Silver Thorn(จากตอนที่ 16)
      22 เมษายน 2562 / 12:42
      รู้เลยค่ะว่าอามุโร่จะทำหน้ายังไง 555
      #42-1