[ Fic Conan ] Bourbon and Merlot Secret Love

ตอนที่ 15 : Chapter 15 Jealous

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 914
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 100 ครั้ง
    12 ธ.ค. 62

 

หลังจากงานเลี้ยงในคืนนั้น เช้าวันต่อมาโคนันก็รีบไปที่บ้านด็อกเตอร์อากาสะทันที พร้อมทั้งโทรหาอาจารย์โจดี้ให้มาพบที่บ้านด็อกเตอร์อากาสะด้วย


 

ทั้งด็อกเตอร์อากาสะและไฮบาระก็มีสีหน้าแปลกใจเมื่อเห็นท่าทีเคร่งเครียดของเด็กชายแต่ก็ไม่กล้าถามอะไรมากจนอาจารย์โจดี้มาถึงโคนันจึงเริ่มเข้าเรื่องและเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงรวมถึงตอนที่เขาเจอเบลม็อทด้วย

“แล้วไง สรุปพวกมันทำสำเร็จมั้ย”ไฮบาระถามหลังจากนั่งฟังอยู่นาน

“ฉันเองก็ไม่รู้แต่ตอนที่ฉันอยู่ในงานเบลม็อทก็อยู่ด้วยแถมตั้งแต่ตอนที่ประธานทาคาฮาชิถูกพาตัวออกไปก็ไม่มีแขกคนไหนออกไปห้องจัดเลี้ยงเลยสักคน”

“แต่เรื่องที่แชนเดอร์เรียตกลงมามันอาจจะเป็นอุบัติเหตุจริงๆก็ได้นะ”

“ไม่หรอกฉันคิดว่าน่าจะเป็นฝีมือพวกมันนั่นแหละ คงคิดจะยิงแชนเดอร์เรียให้ตกลงมาทับคุณทาคาฮาชิแต่ว่าเขาไหวตัวทันพวกมันก็เลยพลาด”

“แล้วเธอคิดว่าไงล่ะ cool kid”อาจารย์โจดี้ถาม

“ผมว่ายังไงพวกมันคงไม่หยุดแค่นี้ พวกมันคงมีแผนอะไรอีกแน่เพราะพวกมันยังไม่สามารถจัดการกับเป้าหมายได้”

“แล้วทำไมตอนนั้นนายถึงไม่ไปดูให้แน่ใจด้วยตาตัวเองล่ะ”ไฮบาระถาม เพราะปกติแล้วคุณยอดนักสืบจะไม่มีทางปล่อยให้คนอื่นต้องตกอยู่ในอันตรายแน่

“ฉันทำแบบนั้นไม่ได้น่ะสิ เพราะมีพวกมันอยู่ในงานตั้งสองคนถ้าฉันคลาดสายตาไปล่ะก็ไม่รู้ว่าพวกมันจะทำอะไรบ้าง”

“แล้วเธอมั่นใจได้ยังไงกันล่ะ cool kid ว่าไม่ใช่ฝีมือของเบลม็อทน่ะ”

“เพราะเบลม็อทยืนอยู่ในจุดที่ห่างจากเวทีมากน่ะครับ ถ้าพวกมันต้องการจะยิงแชนเดอร์เรียให้ตกลงมาล่ะก็...คนที่สามารถจะยิงได้ก็คือคนที่ยืนอยู่ใกล้กับเวทีหรือไม่ก็ยืนอยู่ข้างๆเวทีเท่านั้น แล้วอีกอย่าง...ก่อนงานจะเริ่มเบลม็อทบอกกับผมว่าคนที่จะลงมือไม่ใช่เธอแต่เป็นเบอร์เบิ้น ผมก็เลยค่อนข้างมั่นใจว่าไม่ใช่ฝีมือเธอแน่”

“ถ้างั้นเบอร์เบิ้นอาจจะเป็นลงมือหลังจากนั้นก็ได้นะ”

“ไม่มีทางเป็นไปได้หรอกครับ ก็ผมบอกแล้วไงว่าหลังจากประธานทาคาฮาชิถูกพาตัวออกไปก็ไม่มีแขกคนไหนออกไปจากห้องจัดเลี้ยงเลยสักคน แล้วหลังจากนั้นไม่นานเขาก็ไล่แขกทั้งหมดกลับ”

“แล้วถ้าพวกมันลงมือหลังจากแขกกลับไปหมดแล้วล่ะ”ไฮบาระถามต่อ

“นั่นแหละที่ฉันกังวลพอฉันไปถามคุณสึกาวะเลขาของประธานทาคาฮาชิเขาก็บอกว่า ท่านประธานไม่อยากพบใคร แถมที่นี่ยังมีกล้องวงจรปิดถ้ามีคนน่าสงสัยเข้ามาพวกเขาก็ต้องรู้แน่ แต่ว่าหลังจากเกิดเรื่องพวกบอดี้การ์ดก็ไม่ได้ไปเฝ้าห้องที่ประธานคนนั้นพักอยู่ด้วยได้แต่เฝ้าอยู่ตรงชั้นล่างเท่านั้นแต่ถ้ามีคนน่าสงสัยขึ้นไปด้านบนพวกบอดี้การ์ดก็ต้องเห็น”

“หมายความว่า ถึงจะลงมือหลังจากที่แขกกลับไปหมดแล้วก็ยังเป็นเรื่องยากอยู่ดีสินะ”

“อืม...แต่ฉันว่าพวกมันคงมีแผนอีกแน่”

“ว่าแต่เธอมีเรื่องอะไรที่สงสัยงั้นเหรอโคนันคุง”FBI สาวถาม ยังไงเด็กคนนี้ก็ไม่มีทางเรียกเธอมาบอกเรื่องแค่นี้แน่

“ในช่วงที่พวกมันเคลื่อนไหวแบบนี้ ผมคิดว่าคุณมิซึนาชิ เรย์นะคงส่งข่าวอะไรมาบอกบ้างน่ะครับ”

“ไม่มีหรอก...”หญิงสาวส่ายหน้า

“เอ๊ะ? ไม่มีเลยเหรอครับ”โคนันทำสีหน้าแปลกใจ เขาคิดว่าเวลาแบบนี้คุณเรย์นะที่แฝงตัวเข้าไปในองค์กรน่าจะส่งข่าวอะไรมาบอกกันบ้าง อย่างน้อยก็น่าจะเป็นเรื่องการลอบสังหารของพวกมัน

“ช่วงนี้เธอเองก็ไม่ได้ติดต่อมาหาฉันพักใหญ่แล้วนะ ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า”โจดี้จับคางครุ่นคิด

“เธออาจจะหาจังหวะไม่ได้ก็ได้นะคะ เพราะพวกมันอาจจะคอยจับตาดูเธออยู่ก็ได้”เด็กหญิงผมน้ำตาลสรุปแต่โคนันก็ยังคิดไม่ตก


 

      มันเป็นเรื่องแค่นั้นก็คงจะดีสิ.....


 

      แต่ลางสังหรณ์ของเขาบอกว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น....


 

     ตั้งแต่เรื่องที่สมาชิกใหม่ขององค์กรเริ่มเคลื่อนไหว.....


 

     แล้วไหนจะเรื่องการลอบสังหารครั้งนี้อีก....


 

    เขาคิดว่ายังไงพวกมันก็ไม่มีทางหยุดแค่นี้แน่....


 


 

“นี่โคนันคุง ดูข่าวนี่สิ!!!”ด็อกเตอร์อากาสะตะโกนขึ้นมาทำให้เด็กชายหลุดจากภวังค์ความคิด


 


 

‘ช่วงเที่ยงคืนของวานนี้มีการพบศพของนักธุรกิจกลุ่มนายทุน นายทาคาฮาชิ โคเฮย์ ถูกยิงเสียชีวิตอยู่ในห้องพักของโรงแรมทาคาฮาชิ โฮเต็ล ที่เขาเป็นเจ้าของตำรวจสันนิษฐานเวลาเสียชีวิตไว้ประมาณ 3 ทุ่มถึง 4ทุ่มและในเวลาตี 2 ของวันนี้มีการพบศพของนายสึกาวะ มาซาโนริ เลขาของประธานทาคาฮาชิผูกคอตายอยู่ในห้องพัก ตำรวจจึงสันนิษฐานว่า เป็นการฆาตกรรมแต่ผู้ต้องสงสัยนั้นผูกคอตาย เมื่อตำรวจสืบย้อนกลับไปก็พบว่านายสึกาวะได้ยักยอกเงินบริษัทตำรวจจึงลงความเห็นว่าเป็นการฆาตกรรมและผู้ต้องสงสัยฆ่าตัวตายเพื่อหนีความผิดค่ะ...’


 

“มะ...ไม่จริงน่า”โคนันเบิกตากว้าง

“ดูเหมือนว่าพวกมันจะทำสำเร็จนะ”ไฮบาระพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา

“Cool kid...”

“นี่เรา...พลาดเหรอเนี่ย”เด็กชายตบหน้าผากตัวเอง นี่เขาพลาดไปได้ยังไง พวกมันใช้วิธีไหนในการฆ่าคุณทาคาฮาชิเนี่ย แถมยังหาแพะรับบาปไว้พร้อมเสียด้วย

“ดูเหมือนว่าพวกมันจะเตรียมแผนมาอย่างดีเลยนะ”

“นั่นสิครับ แต่ว่า...”เขาเริ่มเอะใจบางอย่าง

“แต่ว่าอะไรเหรอ...”

“เวลาการตายของคุณทาคาฮาชิน่ะครับมันแปลกๆ”โคนันจับคางครุ่นคิด

“.....”

“งานเลี้ยงเริ่มตอน 2 ทุ่ม คุณทาคาฮาชิขึ้นไปกล่าวบนเวทีประมาณ 2 ทุ่มครึ่งช่วงเวลานั้นคือช่วงที่แชนเดอร์เรียตกลงมารวมเวลาที่คุณทาคาฮาชิถูกพาตัวออกไปด้วยแล้วมันแปลกๆ แปลว่าเขาถูกฆ่าตายหลังจากที่ถูกพาตัวออกไปได้ไม่นาน”

“นายบอกว่าหลังจากนั้นก็ไม่มีแขกคนไหนออกจากห้องจัดเลี้ยงเลยนี่ ตอนนั้นพวกมันมีกันสองคนไม่น่าจะแยกตัวไปฆ่าเขาได้สินะ”เด็กหญิงเริ่มคิดตาม

“อืม...แต่ถ้ามีคนที่สามล่ะก็...ไม่แน่นะ”

“ถ้าประธานคนนั้นกลับไปที่ห้องพักแล้วมีคนน่าสงสัยขึ้นไปกล้องวงจรปิดก็ต้องเห็นหรือไม่ก็พวกบอดี้การ์ดที่ยืนเฝ้าอยู่ชั้นล่างก็ต้องเห็นบ้างสิ”

“รู้สึกว่าพวกบอดี้การ์ดจะไม่ได้ยืนเฝ้าตั้งแต่แรกนะ แต่ไปยืนเฝ้าหลังจากเกิดเรื่อง”

“แล้วกล้องวงจรปิดล่ะ...”ด็อกเตอร์อากาสะถาม

“นั่นแหละครับที่ผมสงสัย...ถ้ามีพวกมันอยู่อีกคนล่ะก็...มันจะรอดจากการจับภาพของกล้องวงจรปิดไปได้ยังไง”เด็กชายเริ่มคิดหนัก ทั้งๆที่รู้ว่าเป็นฝีมือพวกมันแต่เขากลับทำอะไรไม่ได้เลย มิหนำซ้ำเขายังชะล่าใจปล่อยให้พวกมันทำสำเร็จอีก

“แมร์โล...”จู่ๆไฮบาระก็เอ่ยชื่อใครคนหนึ่งออกมา

เรียกความสนใจจากทุกคน

“คนที่คิดแผนแบบนี้ได้มีแค่แมร์โลเพียงคนเดียว”

“เธอจะบอกนี่เป็นแผนของแมร์โลงั้นเหรอ?”

“ใช่ ผู้หญิงคนนั้นเจ้าแผนการมากกว่าที่นายคิดนะ”

“พลาดท่าจนได้...”โคนันพึมพำ สุดท้ายเขาก็ต้องมาสะดุดเพราะคนเจ้าแผนการงั้นเหรอเนี่ย


 

“แมร์โลเหรอ? จะว่าไป cool kid บอกว่าเธอคนนั้นเข้ามาอยู่ใกล้ตัวแล้วนี่เห็นว่าเป็นอาจารย์พาร์ทไทม์ที่โรงเรียนเทย์ตันใช่มั้ย”หญิงสาวชาวต่างชาตินึกสงสัย

“ครับ ตอนนี้ผมก็คอยระวังเธออยู่ว่าแต่อาจารย์โจดี้ไม่มีข้อมูลของแมร์โลมากกว่านี้แล้วเหรอครับ”

“นอกจากเรื่องที่เธอเป็นนักวางแผนขององค์กรแล้วก็เป็นคนโปรดของบอสแล้วก็แทบจะไม่มีข้อมูลอื่นเลยนะ”

“งั้นเหรอครับ...”

“เห็นคุณเรย์นะบอกว่าเธอเป็นคนเจ้าความลับเหมือนกับเบลม็อทนั่นแหละ”

โคนันขมวดคิ้ว เขาเชื่อในสิ่งที่คุณเรย์นะบอก เพราะขนาดเป็นแค่อาจารย์สอนพาร์ทไทม์ที่ชื่อ คุโรชิยะนานามิยังเป็นคนลึกลับ ขนาดที่ว่าไม่เคยเล่าเรื่องของตัวเองให้ฟังเลยถ้าพวกรันไม่ถามแต่ถึงจะยอมเล่าเธอก็ไม่ยอมเปิดเผยเรื่องของตัวเองเท่าไหร่นัก ไม่ต้องสงสัยเลยว่าถ้าอยู่ในองค์กรเธอจะเจ้าความลับขนาดไหน

“ในสถานการณ์แบบนี้ลำบากจริงๆเลยแฮะ”

“ในสถานการณ์ที่หมาป่าสองตัวออกล่าเหยื่อพร้อมกันแบบนี้ก็คงทำอะไรได้ลำบากหน่อยล่ะนะ”ไฮบาระพูด

“นี่ อย่างน้อยก็ช่วยเป็นเดือดเป็นร้อนหน่อยเถอะไฮบาระ เรื่องนี้มันเกี่ยวกับตัวเธอนะ”

“ก็ฉันบอกไปแล้วไงว่ายิ่งนายทำตัวเด่นเท่าไหร่ผู้หญิงคนนั้นก็จะยิ่งสงสัยแล้วก็พร้อมที่จะวางแผนตลบหลังนายทุกเมื่อเหมือนเรื่องนี้ไง”เด็กสาวว่าอย่างหมดความอดทน

นักสืบวัยประถมได้แต่ปิดปากเงียบที่ไฮบาระพูดมันก็ถูกแต่จะให้เขาทนดูสิ่งที่พวกมันทำโดยที่เขาไม่ทำอะไรเลยมันก็ดูจะไม่ใช่นิสัยของเขา

“เรื่องคราวนี้ถือว่าเป็นตัวอย่างจากการที่นายชะล่าใจปล่อยให้พวกมันทำตามแผนสำเร็จก็แล้วกันนะ”ไฮบาระพูดอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะเดินผ่านหน้าโคนันไป


 

   ยัยไฮบาระทำไมจะต้องมาพูดตอกย้ำเขาด้วยล่ะเนี่ย!?


 

“อาจารย์โจดี้ครับถ้าคุณเรย์นะติดต่อมารีบมาบอกผมด้วยนะครับ”เด็กสาวหันไปคุยกับ FBI สาว

“จ๊ะ”โจดี้พยักหน้ารับ


 

  เขามีลางสังหรณ์ว่าพวกมันคงไม่หยุดแค่นี้แน่....


 

   พวกมันคงต้องมีแผนการอะไรอีกแน่...


 


 


 


 


 


 


 


 

หลายวันต่อมาหลังจากงานลอบสังหารนักธุรกิจนายทุนสำเร็จเป็นที่เรียบร้อย นานามิก็กลับมาใช้ชีวิตตามปกติและรอรายละเอียดของงานที่จะได้รับมอบหมายในครั้งต่อไป วันนี้เป็นวันหยุดเธอไม่ต้องไปสอนหนังสือที่โรงเรียน ร่างบางจึงออกมาเดินซื้อของในซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้ๆคอนโด วันนี้เธอใส่ชุดไปรเวทสบายๆ สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวกับกางเกงยีนส์และรองเท้าคัชชูส้นเตี้ย นานๆทีเธอจะได้พักสบายๆแบบนี้

แต่ในขณะที่เธอกำลังเดินดูของอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงคนทัก

“อ้าว นั่น คุณคุโรชิยะไม่ใช่เหรอครับ”

เมื่อเธอหันไปก็พบกับร่างสูง ผมสีพีชที่กำลังยกยิ้มทักทายเธอ ผู้ชายที่เธอไม่อยากเจอหน้ามากที่สุด


 

                     โอกิยะ สึบารุ...


 

“อ้าว ทำไมทำหน้าแบบนั้นละครับ”ชายหนุ่มถามกลับเมื่อเห็นว่าเธอทำสีหน้าแปลกๆใส่เขา

“สวัสดีค่ะ คุณโอกิยะ”ร่างบางพยายามทักทายให้เป็นปกติที่สุด

“ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอคุณที่นี่”

“แล้วการที่ฉันมาเดินห้างแบบนี้มันแปลกตรงไหนเหรอคะ?”

“ผมไม่คิดว่าผู้หญิงอีโก้สูงอย่างคุณจะมาทำอะไรในที่แบบนี้น่ะครับ”

“งะ...งั้นเหรอคะ”หญิงสาวเผลอคิ้วกระตุกโดยไม่ได้ตั้งใจเมื่อได้ยินคำพูดเมื่อครู่


 

เพิ่งเคยเจอกันแค่ครั้งเดียวทำอย่างกับรู้จักเธอดีอย่างนั้นแหละ....


 

“จริงสิ คุณคุโรชิยะทำอาหารเป็นมั้ยครับ”จู่ๆร่างสูงตรงหน้าเธอก็เปลี่ยนเรื่อง

“ก็ทำเป็นอยู่นะคะ ทำไมงั้นเหรอคะ?”

“ดีเลยครับ ช่วยผมเลือกวัตถุดิบทำแกงกะหรี่หน่อยสิครับ”

“เอ๊ะ?”นานามิเลิกคิ้วสงสัย

“ถือว่าช่วยผมหน่อยล่ะกันนะครับ”

พูดจบร่างสูงก็ดึงข้อมือเธอไปเพื่อช่วยเลือกของ เธอก็เลยต้องช่วยเขาเลือกของอย่างช่วยไม่ได้ หลังจากที่ได้ของครบแล้วเขาก็เอาของไปเก็บที่รถ ในขณะที่เธอกำลังจะขอตัวกลับร่างสูงกลับเรียกเธอไว้ก่อน

“เอ่อ...เดี๋ยวครับคุณคุโรชิยะ”

“มีอะไรอีกล่ะคะ?”ร่างบางถามด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

“ให้ผมไปส่งมั้ยครับ”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันเอารถตัวเองมา”

“งั้นเหรอครับ งั้น...ไปทานข้าวกันมั้ยครับมีร้านอาหารอยู่ใกล้ๆพอดีเดินไปอีกนิดเดี๋ยวก็ถึงไม่ต้องใช้รถด้วย”

“แต่ว่า...”นานามิกำลังจะปฏิเสธแต่ร่างสูงพูดขัดขึ้นมาเสียก่อน

“ถ้ากลัวแฟนคุณเข้าใจผิดก็ค่อยอธิบายให้เขาฟังทีหลังนะครับ”สึบารุพูดก่อนจะดึงข้อมือของเธอเดินมาเรื่อยๆจนถึงร้านอาหารแห่งหนึ่ง

“ถ้าคุณรู้ว่าฉันมีแฟนแล้วทำไมคุณถึงทำแบบนี้ล่ะ”ร่างบางถามลองเชิง หลังจากที่ทั้งคู่นั่งทานอาหารไปได้สักพักหนึ่ง

“ก็ผมบอกแล้วไงครับว่าถ้ากลัวแฟนคุณเข้าใจผิดก็ค่อยอธิบายให้เขาฟังทีหลังก็ได้ ยังไงซะมื้อนี้ก็ถือว่าผมเลี้ยงเพื่อขอบคุณที่คุณช่วยผมเลือกของทำแกงกะหรี่ก็แล้วกันนะครับ”

“คุณคิดว่าแฟนฉันใจดีขนาดนั้นเลยเหรอคะ”

“เปล่าครับ...ผมคิดว่ายังไงคุณก็คงเคลียร์กับแฟนคุณได้อยู่ดีแต่...ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเคลียร์กันแบบไหนนะครับ”สึบารุว่าพลางยกยิ้มมุมปาก

นานามิหรี่ตามองอีกฝ่าย

“พูดเหมือนรู้จักแฟนฉันเลยนะคะ”เธอเริ่มรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้จะคล้ายๆใครบางคน

“ฮะๆๆ ผมก็แค่เดาไปงั้นแหละครับตามนิสัยของผู้ชายน่ะ”

“....”

“เพราะผู้ชายน่ะถึงแม้จะชอบหึงหวงแต่ว่าเพื่อคนที่รักก็พร้อมที่จะเข้าใจแล้วคอยอยู่เคียงข้างเสมอ”

“เอาคำพูดนี้ไปจีบสาวที่ไหนมาหรือเปล่าคะ”

“เปล่าครับ พอดีผมเคยเรียนรู้จากผู้ชายคนหนึ่งน่ะ ถึงแม้เขาจะไม่พูดอะไรแต่เขาก็คอยเฝ้าดูแลเธอแล้วก็คอยเป็นห่วงอยู่เสมอ จนสุดท้ายพวกเขาก็ได้อยู่เคียงข้างกัน”

“อ่านนิยายมากไปหรือเปล่าคะ”เธอเริ่มรู้สึกเอียนๆกับประโยคเมื่อครู่แต่มันกลับทำให้เธอนึกถึงใครบางคนขึ้นมา


 

    คนที่คอยอยู่ข้างๆเธอทั้งในยามที่เธอสุขและทุกข์...


 

    คอยเป็นห่วงและดูแลเธออยู่เสมอ....


 

    และเป็นคนที่เข้าใจความรู้สึกและความคิดของเธอมากที่สุด....


 


 

“ผมก็แค่พูดตามที่คิดน่ะครับ”


 

เมื่อพวกเขาทั้งสองคนทานอาหารเสร็จก็พากันเดินกลับที่หน้าซุปเปอร์มาร์เก็ตที่พวกเขาจอดรถไว้

“งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ ขอบคุณที่เลี้ยงนะคะ”หญิงสาวค้อมหัวเป็นการขอบคุณเล็กน้อยก่อนจะขึ้นรถสปอร์ต Honda NSX สีเงินของตนเองและขับออกไปฝ่ายสึบารุก็มองรถสปอร์ตคันหรูที่ขับออกไปจนลับสายตา เขายกยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะลืมตาข้างหนึ่งภายใต้กรอบแว่น


 

  ดูเหมือนว่านายจะดูแลผู้หญิงของตัวเองได้ดีเหมือนเดิมเลยนะ เบอร์เบิ้น....


 

ร่างสูงปิดตาลงเหมือนเดิมก่อนจะขึ้นรถเต่าคันสีแดงของตนเองและขับออกไป


 


 


 


 

เมื่อกลับมาถึงคอนโดนานามิก็เดินขึ้นลิฟต์และตรงไปยังห้องของตัวเองตามปกติแต่ระหว่างนั้นเธอกลับเห็นใครบางคนยืนอยู่ตรงหน้าห้องเธอ ร่างสูงผมบลอนด์ยืนกอดอกพิงผนังด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“เบอร์เบิ้น...”เธอเรียกชื่ออีกฝ่าย

ร่าสูงหันมาสบตากับอีกฝ่าย แววตานั้นแฝงความไม่พอใจบางอย่างอยู่

“นายมาทำอะไรเนี่ย”

“จะยืนคุยกันตรงนี้จริงๆเหรอ”อามุโร่ถามด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ

นานามิรู้สึกว่าชายหนุ่มตรงหน้าเธอกำลังแผ่รังสีกดดันเธออยู่ ร่างบางไขกุญแจเข้าไปในห้องพร้อมกับเชิญอีกฝ่ายเข้ามา อามุโร่เข้ามานั่งตรงโซฟานิ่งไม่พูดอะไรพร้อมกับดึงร่างบางมานั่งบนตักเขาและกอดเอวบางไว้แน่น

“มีอะไรหรือเปล่า เบอร์เบิ้น”

“วันนี้เธอไปไหนมา”ร่างสูงถามเสียงเข้ม

เบอร์เบิ้นไม่เคยใช้น้ำเสียงกดดันเธอแบบนี้ยกเว้นเวลา โกรธ

“ทำไมงั้นเหรอ”ร่างบางถามลองเชิงอีกฝ่าย

“ฉันให้เธอตอบคำถามฉันไม่ใช่ให้เธอมาถามฉันกลับ”พูดแบบนี้แสดงว่าโกรธอยู่จริงๆด้วยแต่ว่าเรื่องอะไรล่ะ

“วันนี้ตอนเช้าฉันอยู่ที่ห้องส่วนตอนบ่ายก็ออกไปที่ซุปเปอร์...นี่หรือว่านาย...”นานามิเริ่มนึกได้ว่าชายหนุ่มนึกโกรธอะไรเธอ

“ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร”เมื่อเห็นว่าร่างบางเริ่มเข้าใจแล้วเขาจึงถามต่อ

“โอกิยะ สึบารุ นักศึกษาปริญญาโท คนรู้จักของโคนันคุงน่ะ”

“เป็นแค่คนรู้จักแต่ต้องถึงกับไปเดินห้างกินข้าวด้วยกันเลยเหรอ?”

“ฉันไม่ได้เต็มใจไปสักหน่อย”

อามุโร่นิ่งเงียบไปพักใหญ่ วันนี้เขาไปซื้อของตามคำขอของคุณอาซึสะที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตแล้วบังเอิญไปเห็นว่าแมร์โลกำลังเดินเลือกซื้อของกับผู้ชายที่เขาไม่เคยเห็นหน้าเขาจึงแอบตามไปเรื่อยๆแล้วก็เห็นว่าทั้งสองคนเข้าไปทานอาหารที่ร้านอาหารใกล้ๆพอเขาเห็นแบบนั้นก็ทำให้นึกหงุดหงิดขึ้นมา เมื่อกลับมาถึงร้านปัวโรต์เขาเล่นแผ่รังสีใส่คนในร้านซะจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้โชคดีที่ช่วงนี้หมดกะเวลาทำงานของเขาพอดีเขาจึงขอตัวกลับทันทีและมายืนรอแมร์โลที่คอนโดอยู่พักหนึ่ง

“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่ชอบให้เธอไปยุ่งกับผู้ชายคนอื่น”

“แล้วนายจะให้ฉันทำยังไงนายถึงจะหายโกรธ หืม?”ร่างบางถามเสียงอ่อนหวังให้อีกฝ่ายใจเย็นลงก็รู้อยู่หรอกว่าหมอนี่ชอบทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจโดยเฉพาะกับเธอแต่เธอกลับไม่นึกรำคาญนิสัยแบบนี้ของเขาเลยแม้แต่น้อย

อามุโร่ไม่พูดอะไรได้แต่เชยคางอีกฝ่ายก่อนจะประทับริมฝีปากปากของตนเองกับริมฝีปากของอีกฝ่าย ซึ่งร่างบางเองก็ตอบรับจูบของอีกฝ่ายเป็นอย่างดีพวกเขาจูบกันอยู่พักหนึ่งก่อนที่มือบางจะตีไหล่คนร่างสูงเบาๆเพื่อบอกให้เขาหยุดเพราะเธอเริ่มขาดอากาศหายใจ ร่างสูงผละออกอย่างนึกเสียดาย

“จำไว้ว่าถ้ามีครั้งหน้าอีกฉันไม่หยุดแค่จูบแน่”ชายหนุ่มผมบลอนด์ว่าก่อนจะกระชับเอวบางให้เข้ามาใกล้ยิ่งขึ้นเพื่อเป็นการบอกเป็นนัยๆว่าเขาจะทำมากกว่านี้


 

นานามิรู้ดีว่านั่นไม่ใช่คำขู่แต่เป็นคำเตือน บางทีเบอร์เบิ้นก็ชอบทำตัวเป็นเด็กหวงของแต่เธอก็รู้ดีว่าภายใต้ความเอาแต่ใจนั้น เบอร์เบิ้นแคร์เธอมากแค่ไหนไหนทำเอานึกถึงคำพูดของนายโอกิยะ อะไรนั่นขึ้นมาเลย

“แล้วนายคิดว่าฉันจะยุ่งกับผู้ชายคนไหนได้อีก หืม?”

เบรนเดส...”ร่างสูงตัดสินใจพูดชื่อใครคนหนึ่งออกมา ทำให้แมร์โลชะงักไปพักหนึ่ง นัยน์ตาสีม่วงอมเทาดูสั่นไหวก่อนจะกลับมาเป็นปกติ เธอจ้องหน้าร่างสูงนิ่งก่อนจะเอ่ยปากพูด

“นายจะพูดถึง คนที่ตายไปแล้ว ทำไม?”

หมอนั่น ไม่เคยตายไปจากความทรงจำของเธอ”

“คนเราจะลืมอดีตกันง่ายๆได้ที่ไหนกันล่ะ ถ้าเลือกได้ฉันก็อยากลืมอดีตพวกนั้นไปให้หมดเหมือนกัน”

หญิงสาวเบือนหน้าหนี ตอนนี้อามุโร่รู้ว่าตอนนี้เขาพลาดแค่ไหนเพราะเขาดันเผลอหลุดปากพูดถึงอดีตที่ร่างบางอยากจะเก็บมันเอาไว้ในส่วนลึกที่สุดของความทรงจำหรือไม่มันก็อาจจะเป็นอดีตที่เธออยากจะลืมที่สุด แต่เพราะความหึงหวงของเขามันทำให้เขาเผลอหลุดปากพูดออกมาจนได้

“ขอโทษนะ...”ร่างสูงพูดเสียงแผ่วพลางลูบผมอีกฝ่ายเป็นการปลอบโยน

“ฉันเคยบอกนายแล้วไม่ใช่เหรอว่าอย่าพูดถึง ผู้ชายคนนั้น ให้ฉันได้ยินอีก”

“....”อามุโร่ไม่พูดอะไรแต่เขายื่นหน้าไปจูบหน้าผากร่างบางเบาๆ

“ตอนนี้ฉันมีแค่นายคนเดียว”แมร์โลพยายามพูดด้วยน้ำเสียงปกติและหันมามองหน้าชายหนุ่ม

ชายหนุ่มจับมือหญิงสาวพร้อมกับบีบเบาๆ

“หวังว่านายจะรักษา สัญญา ที่ให้ไว้กับฉันนะ”

“แน่นอน...”เขาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

ร่างบางเอนศีรษะซบกับไหล่กว้างของชายหนุ่มและหลับตาลงครู่หนึ่งโดยที่มือหนาก็คอยลูบผมอีกฝ่ายเบาๆเป็นการปลอบโยน


 

เขาไม่เคยลืม สัญญา ที่ให้ไว้กับแมร์โลเลย...


 

แน่นอนว่าเขาจะรักษา สัญญา...


 

จนกว่าจะถึงเวลานั้น...


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 100 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

118 ความคิดเห็น

  1. #41 Papaprincess (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 01:26
    ขอร้องงต่อเถอะค่ะไม่ไหวแล้วฟกก์ดาว​บี​พ​่​บ​รี​อด​ีมอทวเตาื
    #41
    0
  2. #39 Ayase Mayuri. (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 18:39
    บักเบรนเดสมันคือไผ!
    #39
    1
    • #39-1 Silver Thorn(จากตอนที่ 15)
      16 เมษายน 2562 / 19:49
      ต้องรอตามลุ้นค่ะ~
      #39-1
  3. #38 JP.PiM (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 17:14
    สนุกไม่ไหวแล้วววว รอ^^
    #38
    0
  4. #37 Bloodhound (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 19:58

    สนุกค่าาา รอน้าาา

    #37
    0