[ Fic Conan ] Bourbon and Merlot Secret Love

ตอนที่ 14 : Chapter 14 Blood Party ( Part II )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 793
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 78 ครั้ง
    11 ธ.ค. 62


 

หลังจากที่คุณนักสืบตัวน้อยวิ่งกลับเข้าไปในห้องจัดเลี้ยงแล้ว เบลม็อทก็ปลีกตัวไปอยู่มุมหนึ่งที่ปลอดคนเพื่อกดโทรศัพท์หาใครบางคนที่อยู่ในงาน

“ฮัลโหล นี่ฉันเองนะ”

‘มีอะไรหรือเปล่าครับ ทำไมคุณถึงไม่อยู่ในห้องจัดเลี้ยง’

“พอดีมีปัญหานิดหน่อยน่ะ”

‘ปัญหา?’

“คงต้องเปลี่ยนแผนกันนิดหน่อยนะ”

‘มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ’

“ฉันเจอนักสืบตัวน้อยคนนั้นอยู่ในงานนี้ด้วย ยังไงนายก็รีบบอกแมร์โลด้วยล่ะ เดี๋ยวฉันจะกลับเข้าไปในงานเพื่อเฝ้าจับตาเป้าหมาย”

‘เข้าใจแล้วครับ’


 

เธอจะหยุดพวกเราได้มั้ย... คุณ Silver Bullet


 


 

ชายหนุ่มผมบลอนด์วางสายจากเบลม็อทนัยน์ตาสีครามมองหาร่างของนักสืบวัยประถมที่อยู่ในงานนี้ด้วย พลันสายตาของเขาก็ไปเห็นอาจารย์โมริกำลังยืนดื่มไวน์อยู่บริเวณโต๊ะอาหารแล้วเขาก็เห็นร่างของนักสืบชั้นประถมวิ่งเข้ามาในห้องจัดเลี้ยงด้วยสีหน้าตื่นตระหนก


 

คงจะรู้อะไรมาสินะ....


 

เบลม็อทคงจะบอกอะไรมาล่ะสิ...


 

แต่ฉันคงให้เธอมาขวางงานนี้ไม่ได้หรอกนะ โคนันคุง....


 

อามุโร่รีบกดโทรศัพท์หาแมร์โลทันทีโดยพยายามไม่ให้ตัวเองเป็นจุดสังเกต ตัวเขาเองก็ไม่คิดว่าจะได้มาเจอคนรู้จักในที่แบบนี้เหมือนกัน แถมคนคนนั้นยังเป็นนักสืบตัวน้อยช่างสงสัยอีก มันยิ่งทำให้งานของเขายากขึ้นอีกแต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาเท่าไหร่นักเพราะยังไงเขาก็มีแผนสองอยู่


 

‘ว่าไง เบอร์เบิ้น’

“ตอนนี้เป็นไงบ้าง”

‘ตอนนี้ก็กำลังจัดการกับระบบวงจรไฟฟ้าอยู่ ทำไม... จะเริ่มแล้วเหรอ’

“เปล่า ตอนนี้คงต้องเปลี่ยนแผนนิดหน่อยน่ะ”

‘มีอะไรหรือเปล่า’

“เด็กคนนั้นอยู่ในงานนี้ด้วย โคนันคุงน่ะ”

‘อะไรนะ!’

“ถ้าทำอะไรตอนที่เด็กคนนั้นยังอยู่ก็อาจจะทำให้แผนเราเสียก็ได้”

‘เฮ้อ...เข้าใจแล้วตอนนี้นายยังจับตาดูเป้าหมายอยู่ใช่มั้ย’

“อืม เบลม็อทก็อยู่ด้วย”ว่าพลางเหลือบไปมองหญิงสาวผมบลอนด์ที่เดินกลับเข้ามาในห้องจัดเลี้ยงสายตาของเธอก็ยังจับจ้องไปที่ร่างของนักสืบวัยประถมที่กำลังยืนหันซ้ายหันขวาอยู่ในงาน สีหน้าแววตาของเจ้าหล่อนก็ไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไรดูท่าทางจะสนุกเสียด้วยซ้ำ


 

คงจะไปปั่นหัวอะไรเด็กคนนั้นล่ะสิ...


 

‘ช่วยไม่ได้...เดี๋ยวฉันจัดการเองก็แล้วกัน’

“แมร์โล...”

‘ไม่ต้องห่วงหรอกน่า...ตอนนี้นายคงทำงานเบื้องหน้าได้ลำบากงั้นฉันขอรับช่วงต่อเอง’

“.....”

‘นายช่วยอะไรฉันอย่างสิ’

“หืม?”


 


 

ใครกันนะที่พวกมันต้องการจะฆ่าในคืนนี้....


 

โคนันคิดพลางมองซ้ายมองขวาหันไปทางไหนก็มีแต่พวกนักการเมือง ดารานักแสดงแล้วไหนจะพวกคนใหญ่คนโตในวงการธุรกิจอีก แล้วเขาจะแยกออกได้ยังไงกันล่ะว่าเป็นใคร


 

แต่จะว่าไปตอนนั้นเบลม็อทบอกว่าคนที่ลงมือคือ เบอร์เบิ้นนี่นา...


 

โคนันจับคางครุ่นคิด แสดงว่าเบอร์เบิ้นก็ต้องอยู่ในห้องจัดเลี้ยงนี้แล้วแน่ๆ แล้วมันจะใช้วิธีการไหนในการฆ่าคนล่ะ แขกในงานก็ออกจะเยอะแยะขนาดนี้ ไม่สิ ถ้าเป็นพวกมันไม่ว่าวิธีไหนก็ทำได้ทั้งนั้นแหละ


 

“นี่โคนันอยู่นี่เองเหรอ”


 

เสียงของใครบางคนทำให้เด็กชายหลุดจากภวังค์


 

“พี่โซโนโกะ....”

“อย่าหายไปแบบนี้ได้มั้ย เดินตามหาซะให้ทั่วเลย”โซโนโกะบ่น

“เอ่อ...ขอโทษครับ”

“คุณทาคาฮาชิจะเริ่มกล่าวบนเวทีแล้วนะ ไปเร็ว”

“ครับ”


 


 

“ในโอกาสนี้ขอเชิญท่านประธานทาคาฮาชิขึ้นมากล่าวอะไรสักเล็กน้อยครับ”พิธีกรพูดก่อนจะผายมือเพื่อเชิญเจ้าภาพขึ้นมาบนเวที

ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทขึ้นไปบนเวทีพร้อมกับส่งยิ้มทักทายบรรดาแขกในงาน ก่อนสายตาของเขาจะไปสะดุดเข้ากับใครบางคน ร่างบางของหญิงสาวผมบลอนด์ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นมูฟวี่สตาร์ของอเมริกา เขาชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะกลับทำสีหน้าเรียบเฉยดั่งเดิม

โคนันหรี่ตามองท่าทางของประธานทาคาฮาชิที่ดูน่าสงสัย


 

พรึ่บ!


 

จู่ๆ ไฟทั้งห้องจัดเลี้ยงก็ดับลงกะทันหัน


 

เสร็จกัน!!!


 

ปึง!


 

โครม!


 

เพล้ง!


 

เสียงของอะไรบางอย่างหล่นแตกดังขึ้นท่ามกลางความมืด


 

พรึ่บ!


 

ไฟในห้องจัดเลี้ยงกลับมาสว่างอีกครั้ง แขกในงานต่างส่งเสียงเอ๊ะอะโวยวายเนื่องจากตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า ภาพแชนเดอร์เรียที่ตกลงมากลางเวที พร้อมด้วยร่างของประธานทาคาฮาชิที่นั่งหน้าถอดสีอยู่กับพื้น บรรดาบอดี้การ์ดที่อยู่ในงานต่างก็รีบวิ่งเขาหาเจ้านายของตนพร้อมทั้งช่วยกันพยุงร่างของเขาขึ้น


 

“ไม่เป็นไรใช่มั้ยครับ คุณทาคาฮาชิ”โมริรีบวิ่งเข้ามาตรงหน้าเวที

“เอ่อ...ไม่เป็นไรครับโชคดีที่ผมหลบทันแชนเดอร์เรียมันก็เลยแค่เฉี่ยวแขนเสื้อผมขาดน่ะครับ”ชายวัยกลางคนพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแววตายังคงตื่นตระหนก

“ตอนนี้ให้ท่านประธานไปพักก่อนเถอะครับ”โมริหันไปกระซิบกับเลขาคนสนิท ซึ่งเขาก็พยักหน้ารับก่อนจะพาประธานออกไปจากห้องจัดเลี้ยง โดยยกหน้าที่ที่เหลือให้พิธีกรเป็นคนจัดการแก้สถานการณ์ไปก่อน


 

“นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ยทำไมแชนเดอร์เรียนี่มันถึงได้ตกลงมาได้”โมริตั้งข้อสงสัย

โคนันเดินไปตรวจสอบรอบๆแชนเดอร์เรียที่ตกลงมา แขกหลายคนในงานต่างลงความเห็นว่ามันเป็นอุบัติเหตุแต่เขาไม่คิดอย่างนั้น


 

ต้องเป็นฝีมือพวกมันแน่ๆ....


 

โคนันหันไปมองบรรดาแขกในงานซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีเบลม็อทรวมอยู่ด้วยเจ้าหล่อนมองมาทางเขาและยกยิ้มอย่างมีเลศนัย


 

ดูเหมือนว่าเบลม็อทจะไม่ใช่คนลงมือจริงๆสินะ....


 

แต่เป็นเบอร์เบิ้น....


 


 

“โซ่มันเก่าแล้วก็เลยขาดตกลงมางั้นเหรอ?”


 

“อาจารย์คิดว่าเป็นแบบนั้นเหรอครับ”


 

เสียงของใครบางคนทำให้ทั้งโมริและโคนันหันไปมอง ร่างของชายหนุ่มผมบลอนด์นัยน์ตาสีครามเดินแหวกออกมาจากฝูงชนมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา

“อามุโร่คุง / คุณอามุโร่”ทั้งโคนัน โมริและโซโนโกะต่างก็มีสีหน้าแปลกใจ

 

ทำไมคุณอามุโร่ถึงมาอยู่ที่นี่ได้....โคนันคิดในใจ


 

“แล้วทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ”

“อ่อ พอดีผมถูกว่าจ้างมาน่ะครับ”พนักงานร้านปัวโรต์รีบสวมบทเป็นนักสืบทันที

“ว่าจ้างงั้นเหรอ?”

“ครับ พอดีว่าท่านประธานทาคาฮาชิเขาให้ผมมาสืบคดีน่ะครับ”

หลังจากนั้นอามุโร่ก็อธิบายอะไรหลายๆอย่างให้ทุกคนฟัง ที่เขาเลือกที่จะมาปรากฏตัวให้พวกอาจารย์โมริเห็นก็เพราะต้องการจะดึงความสนใจของนักสืบตัวน้อยที่กำลังยืนทำสีหน้าเคร่งเครียดอยู่ข้างๆเขาโดยที่เด็กชายไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกจ้องมองอยู่ งานนี้เขาคงต้องส่งไม้ต่อให้กับแมร์โลแล้วล่ะนะ ขอฝากด้วยก็แล้วกัน...คุณคู่หู


 


 

นี่มันไม่ใช่อุบัติเหตุ....แต่เป็นฝีมือของเจ้าพวกนั้น


 

แสดงว่าเป้าหมายของพวกมันก็คือ ประธานทาคาฮาชิ....


 

แต่ว่า พวกมันทำพลาดหรือยังไงกันนะ...


 

ไม่หรอก...พวกมันไม่มีทางทำพลาดแบบนี้แน่ๆ


 

เบลม็อทก็ไม่ได้ทำอะไร...หรือว่าพวกมันมีแผนอะไรอีก


 

โคนันจับคางยืนคิดไม่ตกเขามองไปยังร่างบางของหญิงสาวผมบลอนด์ก็พบว่าเธอยังอยู่ในห้องจัดเลี้ยงไม่ได้ออกไปไหน เบอร์เบิ้นเองก็คงจะอยู่ในนี้ด้วยไม่ว่ายังไงเขาคิดว่าพวกมันคงคิดจะลงมือทำอะไรอีกแน่เพราะตอนนี้พวกมันยังจัดการกับเป้าหมายไม่สำเร็จ


 


 


 


 


 


 

ร่างบางของหญิงสาวผมสีส้มอ่อนกำลังยืนหลบอยู่ในมุมมืดของทางเดินที่ไม่มีใครเห็น หลังจากที่เธอจัดการกับระบบไฟฟ้าและกล้องวงจรปิดแล้วเธอก็รีบมายังชั้นที่เป็นห้องพักของประธานทาคาฮาชิ ใครจะคิดว่าสุดท้ายเธอก็ต้องเป็นคนจัดการกับ เหยื่อ ด้วยตัวเอง ทั้งๆที่ตอนแรกแค่มาทำหน้าที่ซัพพอร์ตเบอร์เบิ้นเท่านั้นแต่นึกไม่ถึงว่าเธอจะต้องเป็นคนลงมือเสียเองแต่ก็ดีเหมือนกันที่เบอร์เบิ้นไม่ต้องเสี่ยง ตอนแรกที่เบอร์เบิ้นโทรมาบอกว่านักสืบตัวน้อยอยู่ในงานนี้ด้วยเธอเองก็ตกใจเหมือนกัน ถ้าเป็นแบบนั้นเด็กคนนั้นคงทำแผนเสียแน่ๆ เธอก็เลยเสนอที่จะใช้แผนสอง โดยขอให้เบอร์เบิ้นสร้างความวุ่นวายเล็กๆในงานทำให้ประธานทาคาฮาชิขวัญเสียและปลีกตัวออกมาจากห้องจัดเลี้ยง ซึ่งดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะทำสำเร็จ ประธานทาคาฮาชิเลือกที่จะมานั่งพักในห้องรับรองก่อนที่จะไล่คนอื่นออกไปจากห้องเหลือเพียงเขากับเลขาคนสนิทอย่างสึกาวะเท่านั้น เธอก็แค่รอจังหวะเท่านั้น คิดดังนั้นก็หยิบปืนกับที่เก็บเสียงออกมาเตรียมไว้ ถึงเธอจะไม่ค่อยชอบงานแบบหาแพะรับบาปเท่าไหร่นักแต่นี่ก็ถือเป็นหน้าที่หนึ่งในฐานะคนขององค์กรถ้าเธอเลือกปฏิบัติล่ะก็ ป่านนี้เธอคงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้หรอก


 

ทั้งๆที่ตอนแรกตั้งใจจะฆ่าแค่ประธานคนนั้นคนเดียวแท้ๆ....


 

แต่นี่กลับต้องมาหาแพะรับบาป ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอไม่ค่อยจะชอบเท่าไหร่นัก...


 

แต่คนที่ทำให้ทุกอย่างต้องเป็นแบบนี้คือเธอเองนะ...เอโดงาวะ โคนันคุง


 


 


 


 


 

“ชิ นี่มันบ้าอะไรกัน”ชายวัยกลางคนสบถขึ้นมาอย่างหัวเสียในขณะที่เขานั่งพักอยู่บนโซฟาตัวยาว

“ใจเย็นก่อนครับ ท่านประธาน”สึกาวะเตือน

“นายจะให้ฉันใจเย็นอย่างนั้นเหรอ เห็นมั้ยว่าฉันเกือบตายเพราะไอ้แชนเดอร์เรียบ้านั่น ถ้าฉันไม่ไหวตัวทันล่ะก็ป่านนี้คงตายไปแล้วล่ะ”

“ยังไงก็คงจะเป็นอุบัติเหตุนั่นแหละครับ”

“อุบัติเหตุงั้นเหรอ?”ทาคาฮาชิย้ำพร้อมทั้งจ้องหน้าเลขาทำเอาอีกฝ่ายได้แต่ปิดปากเงียบ

“นายรู้มั้ยว่าตอนที่ฉันขึ้นไปบนเวทีฉันเห็นใครอยู่ในงาน”

“......”

“ฉันเห็น พวกมัน คนหนึ่งอยู่ในงานนี้”

พวกมัน งั้นเหรอครับ”สึกาวะพอจะเดาออกว่าท่านประธานหมายถึงใคร

พวกมัน คงตั้งใจที่จะมาฆ่าฉันแล้วก็...จะมาเอาเจ้าสิ่งนี้”พูดพลางชูเมมโมรี่การ์ดที่เอาออกมาจากกระเป๋าเสื้อขึ้นมา

“ท่านประธานครับ...นั่นมัน”

“อ่า ฉันเอาไว้เป็นหลักประกันความปลอดภัยให้ตัวเองน่ะ แล้วพวกมันก็คงอยากได้คืนด้วย”

“ยังไงท่านก็ต้องระวังนะครับ พวกมันคงคิดจะมาจัดการกับท่านแน่”

“อ่า พวกมันก็มาแล้วไง แต่ฉันไม่ยอมง่ายๆหรอก”ทาคาฮาชิพูดด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจ

“ท่านประธาน...”

“ยังไงตอนนี้นายก็ไปไล่แขกในงานกลับให้หมดจะอ้างเหตุผลอะไรก็ได้ ฉันขออยู่คนเดียว”

“เข้าใจแล้วครับ”เลขาหนุ่มค้อมหัวเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไปจากห้อง


 

“ใครจะยอมให้พวกแกมาฆ่าฉันง่ายๆกันล่ะ”ชายวัยกลางคนพึมพำ ก่อนจะเอาเมมโมรี่การ์ดเก็บใส่กระเป๋า ถ้าพวกมันคิดจะฆ่าเขา เขาก็จะเอาเมมโมรี่การ์ดนี่ต่อรองกับพวกมัน

ทาคาฮาชิก้มหน้าลงต่ำเพื่อสงบจิตสงบใจที่ฟุ้งซ่านของตัวเองและเขาก็ได้ยินเสียงเหมือนมีคนเปิดประตูเข้ามาอีกครั้ง พอเงยหน้าขึ้นมาเขาก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

“นี่แก...!!!”

“เป็นอะไร...ตกใจเหรอคะ ท่านประธานทาคาฮาชิ”

หญิงสาวเจ้าของนัยน์ตาสีม่วงอมเทาเหยียดยิ้ม

“ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้...”

“ไม่เห็นต้องถามเลยนี่ คุณก็รู้ว่าฉันมาทำไม”

ชายวัยกลางคนได้แต่ลอบกลืนน้ำลาย

ของ อยู่ที่ไหน?”ร่างบางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

“ขะ...ของอะไร”

“คิดจะแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องงั้นเหรอคะ”มือบางหยิบปืนออกมาจ่อตรงหน้าของคนที่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้จนตอนนี้หน้าเริ่มถอดสี

“ถะ...ถ้าแกฆ่าฉันเรื่ององค์กรต้องถูกเปิดเผยแน่”เขาเริ่มขู่

“และก่อนที่จะเป็นแบบนั้น ฉันถึงต้องกำจัดคุณก่อนไงล่ะ”

“....”

“ช่วยไม่ได้...ขอกำจัดคนทรยศก่อนก็แล้วกัน แล้วเรื่องของค่อยว่ากัน”แมร์โลเชื่อว่ายังไงซะผู้ชายคนนี้ก็ไม่มีทางเก็บของชิ้นสำคัญไว้ห่างตัวแน่ ของ จะต้องอยู่กับตัวเขาแน่

“ยะ...อย่านะ”ทาคาฮาชิอยากจะร้องให้คนช่วยแต่ว่าในชั้นนี้ก็ไม่มีใครนอกจากเขาคนเดียว

“ร้องให้คนช่วยไปก็ไม่มีประโยชน์หรอกหรือต่อให้มีบอดี้การ์ดมาช่วยยังไงฉันก็จัดการคุณได้อยู่ดี”

“ฉันเป็นคนที่คอยให้เงินสนับสนุนองค์กรนะ ถ้าขาดฉันไป...”

“เรื่องนั้นก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ถ้าขาดคุณไปมันก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อองค์กรอยู่แล้ว ยังไงซะคุณก็เป็นแค่พวกปลายแถวขององค์กร”

“ระ...เรื่องนั้น”

“คนที่ใช้อำนาจขององค์กรเพื่อความสุขความสบายของตัวเองอย่างคุณน่ะ แค่นี้ก็ถือว่าฝันดีมาพอแล้วล่ะ”

“กะ...แก”


 

ปัง!


 

กระสุนปืนถูกยิงออกมาจากปืนที่ใส่ที่เก็บเสียงเจาะทะลุหน้าผากร่างของชายวัยกลางคนนอนแน่นิ่งด้วยสีหน้าเวทนา แมร์โลรีบค้นหา ของ ที่ทาคาฮาชิน่าจะเก็บไว้กับตัว และเธอก็พบว่ามันถูกเก็บอยู่ในกระเป๋าเสื้อของเขานั่นเอง แมร์โลรีบเก็บเมมโมรี่การ์ดอย่างรวดเร็วสิ่งนี้เป็นของชิ้นสำคัญจะให้มันไปตกอยู่ในมือใครไม่ได้เด็ดขาด พอได้ของที่ต้องการมาแล้วร่างบางก็รีบติดต่อหาคู่หูทันที

“เบอร์เบิ้น...”

‘เป็นยังไงบ้างแมร์โล’

“ทางนี้ได้ของที่ต้องการแล้ว ทางนายล่ะ”

‘ทางนี้ก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรนะ เพราะประธานคนนั้นก็ไล่แขกกลับหมดแล้ว’

“ตอนนี้ท่าทางของเด็กคนนั้นเป็นยังไงบ้างล่ะ”

‘ก็ทำท่าคิดไม่ตกอยู่เหมือนเดิมนั่นแหละแต่กว่าจะรู้ตัวก็คงจะสายไปแล้วล่ะ’

“งานเสร็จแล้วล่ะ ไว้เจอกันตรงจุดนัดพบ”

‘เข้าใจแล้ว...’

เมื่อทำงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จร่างบางก็รีบออกจากห้องพักทันทีโดยจัดการทำลายหลักฐานลบรอยนิ้วมือต่างๆที่จะเป็นหลักฐานมัดตัวเธอได้


 

สุดท้ายเธอก็ต้องเป็นคนย้อมงานเลี้ยงครั้งนี้ให้เป็นสีเลือด...ด้วยมือของเธอเอง


 


 


 

“งานเสร็จแล้วงั้นสินะ”ร่างบางผมสีบลอนด์เอ่ยถาม หลังจากที่พวกเขาทั้งสองคนแยกตัวออกมาจากงานเลี้ยงได้ก็รอแมร์โลอยู่ที่จุดนัดพบ

“ครับ ถ้ามันจะง่ายขนาดนี้ก็ไม่เห็นต้องให้คุณมาด้วยเลย”

“นี่นายเห็นฉันเป็นตัวเกะกะหรือไง”เบลม็อทพูดด้วยน้ำเสียงติดจะไม่พอใจ

“เปล่าครับ ก็แค่คิดว่างานแค่นี้คงไม่ต้องให้ถึงมือคุณก็ได้”

“เฮอะ ทำเป็นพูดดีไปเถอะ ทีตอนแรกทำท่าทางเป็นห่วงเป็นใยกันซะจนน่าหมั่นไส้ พอตอนนี้ทำมาเป็นพูดดี”

“แต่ว่าก็เสียดายนะครับ เด็กคนนั้นน่ะ”เบอร์เบิ้นรีบเปลี่ยนเรื่อง

“อ่า นั่นสินะ แต่วันนี้ก็ได้เจอเด็กคนนั้นด้วยก็ถือเป็นความโชคดีอย่างหนึ่งล่ะกัน”


 

น่าเสียดายที่เธอหยุดพวกเราไม่ได้นะ คุณ Silver Bullet....


 

“งั้นเหรอครับ...”

“ยังไงก็ตามฉันขอตัวกลับก่อนล่ะ ฉันโทรเรียกยินมารับแล้วล่ะ”

“เอ๊ะ? แล้วเรื่องของล่ะครับ”อามุโร่มีสีหน้าแปลกใจ อย่างน้อยเบลม็อทก็น่าจะเอาเมมโมรี่การ์ดกลับไปให้ยินสิแต่นี่เธอกลับดูเหมือนจะไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่นัก

“ของนั่นน่ะเอาไว้ที่แมร์โลก็ได้นี่ ยังไงซะเธอก็ต้องเอาไปให้รัมอยู่แล้ว”หญิงสาวพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกไป

เป็นจังหวะเดียวกันกับที่แมร์โลเดินมาหาเขาพอดี

“แล้วเบลม็อทล่ะ”

“กลับไปก่อนแล้วล่ะ เห็นว่าโทรให้ยินมารับแล้วล่ะนะ”

“งั้นเราก็กลับกันบ้างเถอะ...”

“อืม...”ชายหนุ่มพยักหน้ารับก่อนจะเดินนำไปที่รถของตนที่จอดไว้


 


 


 

บนรถ RX-7 หญิงสาวเอาแต่นั่งเงียบไม่พูดอะไรได้แต่นั่งเท้าคางมองวิวนอกรถไปเรื่อยๆจนอามุโร่เป็นฝ่ายเอ่ยปากพูดขึ้นมาก่อน

“ได้ของมาแล้วสินะ”

“อือ อยู่กับฉันนี่แหละ”แมร์โลพยักหน้ารับก่อนจะชูเมมโมรี่การ์ดให้เขาดู มันเป็นเมมโมรี่การ์ดที่เก็บข้อมูลขององค์กรเอาไว้

“....”

“แล้วเด็กคนนั้นเป็นยังไงบ้างล่ะ คงจะหัวปั่นเลยล่ะสิ”

“อ่า ก็นะ...เท่าที่ฉันเห็นเขาก็วิ่งไปทั่วงานเหมือนพยายามหาหลักฐานอะไรบางอย่างแล้วก็เดินไปถามแขกคนนู่นทีคนนี้ทีแล้วก็คอยจับตาดูเบลม็อทไม่ให้คลาดสายตาเลยล่ะ แต่ถึงจะพยายามแค่ไหนมันก็เปล่าประโยชน์อยู่ดีเพราะยังไงเธอก็ทำงานสำเร็จแล้วนี่”

“เรียกได้ว่า ความพยายามในครั้งนี้สูญเปล่าสินะ”


 

ต่อไปเธอก็ต้องจัดการหาแพะรับบาปสินะ...


 

“นั่นสิ...”อามุโร่เหลือบมองท่าทีของหญิงสาวข้างกายดูเหมือนว่าเธอจะมีอาการหงุดหงิดเล็กๆอยู่เหมือนกันคงจะเป็นเพราะทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้แต่แรกสินะ


 

บทสนทนาของพวกเขาจบลงเพียงเท่านั้นและรถ RX-7 สีขาวก็มุ่งหน้าไปตามท้องถนนยามรัตติกาลเรื่อยๆ


 


 


 

บนรถปอร์เช่ 356A หญิงสาวเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลนั่งไขว่ห้างเท้าคางมองวิวนอกรถไปเรื่อยจนชายหนุ่มผมสีเงินเป็นคนเอ่ยทำลายความเงียบ

“ได้ ของ มาหรือเปล่า”

“อ่อ ของ อยู่ที่แมร์โลน่ะ”เบลม็อทตอบด้วยท่าทีสบายๆ

“หืม?”ยินมีท่าทีแปลกใจนิดหน่อยเท่าที่เขาฟังจากแผนคนที่ควรได้ ของ มาน่าจะเป็นเบลม็อทสิทำไม ของ ถึงไปอยู่ที่แมร์โลได้

“พอดีต้องเปลี่ยนแผนกันนิดหน่อยน่ะ”หญิงสาวอธิบาย

“เจ้าสุนัขดมกลิ่นนั่นทำพลาดหรือไง”

“เปล่า ก็แค่...แมร์โลขอเป็นคนลงมือเองน่ะ แต่ยังไงก็ไม่มีปัญหาอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ยังไงซะ ของ นั่นก็ต้องส่งให้รัมอยู่แล้ว การที่มือซ้ายของรัมจะได้ของไปก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก”

“เออ...”

“ว่าแต่ทางนายล่ะเป็นไงบ้างได้ข่าวอะไรจาก แม่มือสังหาร นั่นบ้างหรือยัง”เบลม็อทเปลี่ยนเรื่อง

“ยัง...”

“ท่าทางงานกำจัดหนูคราวนี้คงยากพอตัวเลยสินะ แม่นั่น ถึงไม่ติดต่อมาเลยน่ะ”

“ยังไง แม่นั่น ก็ไม่มีทางทำงานพลาดอยู่แล้วไม่จำเป็นที่จะต้องร้อนใจนี่”ยินพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

“หึ...”หญิงสาวผมบลอนด์ยกยิ้มมุมปาก ท่าทางยินจะไว้ใจผู้หญิงคนนี้มากสินะ

“น่าแปลกนะที่เธอถามถึง ซีลวาเน แบบนี้”ยินว่าพลางเหลือบมองหญิงสาวเล็กน้อย

“ไม่เห็นจะแปลกเลยยังไง แม่นั่น ก็เป็นคนของนายด้วยไม่ใช่เหรอ”เบลม็อทยืดตัวมาด้านหน้าเพื่อคุยกับยิน

“แล้วมันทำไม...”

“ก็แค่...หวังว่า ซีลวาเน จะกลับมาทันการแสดงในองก์ต่อไปนะ”

“เออ...ฉันก็หวังไว้แบบนั้นเหมือนกัน”

เบลม็อทกลับไปนั่งไขว่ห้างที่เบาะด้านหลังเหมือนเดิมพลางเหยียดยิ้มน้อยๆอย่างนึกสนุก


 

ถ้า ซีลวาเน กลับมาเมื่อไหร่ละครลอบสังหารองก์ต่อๆไปต้องสนุกขึ้นอีกแน่...


 


 


 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 78 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

118 ความคิดเห็น

  1. #59 autumn morning^^ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 01:39
    ตอนแรกนึกว่าเป็นคุราโซ่ซะอีก พลาดเเล้วเรา
    #59
    0
  2. #36 Minny45210 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 12:04
    โคนันจะไขคดีนี้ไปได้รึป่าว ไปรอตอนหน้าเถอะ555
    #36
    0
  3. #35 Ayase Mayuri. (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 02:50

    ตะ ตะ ตัวละครใหม่!!!
    #35
    0