[ Fic Conan ] Bourbon and Merlot Secret Love

ตอนที่ 10 : Chapter 10 New detective

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,052
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 77 ครั้ง
    11 ธ.ค. 62


 

“หวังว่าพวกเธอคงจะทำลายหลักฐานทุกอย่างหมดแล้วนะ”เสียงทุ้มเย็นเยียบเอ่ยขึ้น ก่อนที่ยกแก้วเหล้าออนเดอะร็อคขึ้นมาจิบเล็กน้อย

ตอนนี้พวกเขากำลังนั่งอยู่ในบาร์ร้านเดิมที่มักจะใช้เป็นที่นัดคุยกัน

“อ่า นายไม่ต้องห่วงหรอกน่า ฉันกับเบอร์เบิ้นทำลายหลักฐานไปหมดแล้วล่ะ”หญิงสาวเจ้านัยน์ตาสีม่วงอมเทาพูดขึ้น ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นคนที่ทำงานได้ดีแค่ไหนแต่ยินก็ยังนึกระแวงเธอไม่เลิก ไม่สิคนที่ยินระแวงคงจะเป็นชายหนุ่มผิวเข้มที่นั่งดื่มอยู่ข้างเธอต่างหากล่ะ

“ที่ฉันนึกสงสัยน่ะ ไม่ใช่เธอหรอกแมร์โลแต่เป็นแกต่างหาก”ยินพูดก่อนตวัดสายตาไปมองอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆร่างบาง

“อะไรกันครับ อย่ามานึกระแวงกันแบบนี้สิ ผมน่ะทำลายหลักฐานแล้วก็จัดฉากการตายทุกอย่างเรียบร้อย ไม่มีใครนึกสงสัยหรอกครับ”อามุโร่พูดอย่างสบายอารมณ์ เขาก็พอจะเดาได้อยู่แล้วว่ายินไม่มีทางเลิกระแวงเขาง่ายๆหรอก

“ตอนนี้พวกตำรวจก็คงสรุปว่าเป็นการฆ่าตัวตายไปแล้วล่ะ ถ้าไม่เชื่อก็รอฟังข่าวเอาเองสิ”ร่างบางผมสีส้มอ่อนพูดอย่างนึกรำคาญ เมื่อไหร่ยินจะเลิกระแวงคนรอบข้างเสียที เพราะนิสัยแบบนี้ในบางครั้งก็ทำให้เธอทำงานลำบากอยู่เหมือนกันแถมยังจะคอยจับตาดูพวกเธออีก


 

หมอนี่ไม่เคยไว้ใจใครนอกจากตัวเองเลยสินะ...


 

“เรื่องนั้นน่ะ ยังไงก็ช่างมันเถอะ แมร์โลกับเบอร์เบิ้นเป็นคนลงมือเองก็คงจะไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้วล่ะ แต่ว่าแล้วงานของพวกฉันล่ะ”เคียนติที่นั่งอยู่อีกโต๊ะหนึ่งกับกอร์นพูดแทรกขึ้นมา

“.....”

“พอดีว่าไรเฟิลของฉันมันอยากจะอาละวาดเต็มทีแล้วน่ะ”หญิงสาวว่าพร้อมกับยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวหมด

“ใจเย็นก่อน เคียนติ ตอนนี้เราต้องตามเก็บกวาดพวกคนทรยศซะก่อน แต่ยังไงซะงานกำจัดตัวเกะกะก็ต้องมีอยู่แล้วล่ะ”

“ฮะๆๆ ก็ดีน่ะสิ ไว้จะรอนะยิน”สไนเปอร์สาวหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

“แล้วงานครั้งต่อไปล่ะ...”แมร์โลถามชายหนุ่มผมยาวสีเงินด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

“แหม...ใจร้อนจังเลยนะ”เบลม็อทพูดด้วยน้ำเสียงเชิงหยอกล้อ


 

ครั้งนี้อามุโร่ได้แต่นั่งดื่มเงียบๆคอยนั่งฟังบทสนทนาของคนในองค์กร เพราะเขามีหน้าที่แค่รวบรวมข้อมูลและนำมาบอกเท่านั้น เรื่องรายละเอียดของการลอบสังหารครั้งต่อไปนั้นเขาเองก็อยากรู้แต่ถ้าหากเขาเอ่ยปากถามออกไปก็กลัวว่าพวกยินจะสงสัย เขาอาจจะถูกระแวงหนักกว่าเดิมก็ได้

“แต่ว่า...ถ้าได้รายละเอียดงานเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีนะ”

“หืม?”เบลม็อทเลิกคิ้วอย่างนึกสงสัย

“ฉันกับเบอร์เบิ้นจะได้รวบรวมข้อมูลได้เร็วยิ่งขึ้นยังไงล่ะ”

“รู้สึกว่าจะเป็นมหาเศรษฐีนักลงทุนน่ะ”

“สถานที่ล่ะ”

“ก็...งานเลี้ยงในโรงแรมที่มันเป็นเจ้าของนั่นแหละ”

“งั้นเหรอ...”ร่างบางพยักหน้ารับรู้และยกค็อกเทลขึ้นจิบ ตอนนี้เธอก็พอจะเดาออกแล้วว่าเป้าหมายต่อไปคือใคร

“ถ้าต้องลงมือในงานที่มีแต่พวกคนดังๆมาร่วมงานแล้วล่ะก็...ผมคงต้องหาวิธีเข้าใกล้เป้าหมายแล้วสินะครับ”ชายหนุ่มผมบลอนด์พูด ฐานะของเขาก็ไม่ใช่คนมีหน้ามีตาทางสังคมเป็นแค่นักสืบเอกชนกับพนักงานร้านปัวโรต์เท่านั้นถ้าคนระดับเขาไปร่วมงานของคนใหญ่คนโตล่ะก็คงเป็นเรื่องยุ่งแน่ เขาคงต้องหาวิธีเข้าใกล้เป้าหมายแบบไม่ให้มีใครสงสัยซะแล้วสิ

“ก็ใช้วิธีเดิมที่เคยทำนั่นแหละ เบอร์เบิ้น”แมร์โลพูดอย่างรู้ทัน

“นั่นสินะ...”

วิธีที่ว่าก็คือ การที่เขาทำตัวเป็นนักสืบหาวิธีการที่จะให้ใครสักคนจ้างเขาเพื่อเข้าใกล้เป้าหมายได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

“แต่งานนี้ดูเหมือนจะยากกว่าเดิมนิดหน่อยน่ะ จะให้ฉันไปช่วยด้วยมั้ยล่ะ”หญิงสาวผมบลอนด์ยาวยื่นข้อเสนอ

“ที่ว่าไปช่วยเนี่ย ไปช่วยทำงานให้มันง่ายขึ้นหรือว่าไปช่วยเฝ้าจับตาดูเรากันแน่ครับ”อามุโร่เอ่ยถามอย่างจับผิด

ใครๆก็รู้ว่าเบลม็อทเป็นผู้หญิงเจ้าความลับที่อันตราย ถ้านอกจากเรื่องงานแล้วเขาก็ไม่ค่อยอยากจะยุ่งกับผู้หญิงคนนี้สักเท่าไหร่แต่การที่เธอเสนอตัวมาทำภารกิจด้วยก็คงจะมีเรื่องอะไรแน่ๆ

“ฮะๆๆ ว่าคนอื่นเป็นคนขี้ระแวงแต่ตัวเองนี่ก็ไม่ต่างกันเลยนะ เบอร์เบิ้น”

“แล้วผมเดาถูกมั้ยล่ะครับ...”

“ไม่ต้องห่วงไปหรอกน่า ฉันไม่ไปทำให้แผนของพวกเธอเสียหรอกตราบใดที่มันไม่มีอะไรผิดพลาด แล้วก็...ไม่ต้องห่วงว่าฉันจะไปเป็นก้างขวางคอพวกเธอหรอกนะ หึๆๆ”

“สงสัยว่างานนี้เราต้องให้ดาราดังอย่าง คริส วินยาร์ดช่วยซะแล้วล่ะนะ”

“อ่า...นั่นสินะ”

ถ้าหากงานนี้มีแต่พวกคนดังไปร่วมงานล่ะก็วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือการให้มูฟวี่สตาร์ของอเมริกาอย่างคริส วินยาร์ดเข้าไปร่วมเป็นแขกในงานด้วยเพื่อเป็นฉากบังหน้าดึงความสนใจของแขกในงานเขากับแมร์โลจะได้ทำงานง่ายขึ้นและจะได้ไม่กลายเป็นจุดสนใจ


 


 


 


 


 


 


 


 

‘เมื่อวานนี้เวลา 18 นาฬิกา มีการพบศพประธานบริษัทนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ นายทาจิบานะ คาสึฮิโกะ ในห้องพักของโรงแรมไฮโด้ ตำรวจสันนิษฐานเวลาเสียชีวิตไว้เป็นเวลาประมาณบ่าย 2 โมง สาเหตุการเสียชีวิตคาดว่าน่าจะมาจากการได้รับพิษไซยาไนด์ซึ่งผสมอยู่ในแก้วชาที่พบในที่เกิดเหตุ ตำรวจจึงคาดว่าน่าจะเป็นการฆ่าตัวตาย ทั้งนี้....’


 

ปิ๊บ


 

“ให้ตายสิเช้ามาก็เจอข่าวฆ่าตัวตายเลยเหรอเนี่ย”โมริบ่นหลังกดปิดทีวีก่อนจะจุดบุหรี่สูบ

“ได้ยินข่าวแบบนี้แล้วก็ไม่อยากไปโรงแรมไฮโด้เลยนะเนี่ย”รันว่า มือบางกำสายกระเป๋าสะพายแน่น ตอนนี้เธออยู่ในชุดไปรเวทพร้อมออกไปข้างนอกแต่ข่าวเมื่อกี้ก็ทำเธอหน้าถอดสี

“มีอะไรเหรอ รัน”โมริหันมาถามผู้เป็นลูกสาว

“คือว่า หนูมีนัดกับโซโนโกะว่าจะไปกินเค้กไวกิ้งกันน่ะค่ะ แต่พอเห็นแบบนี้แล้วมันก็...”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ พี่รัน คดีนั่นคงไม่เกี่ยวกับที่เราจะไปกินเค้กไวกิ้งกันหรอกครับ”โคนันว่าเสียงใส

“อืม...อะ แย่แล้ว เรารีบไปกันเถอะโคนันคุง เดี๋ยวจะสายนะ”เด็กสาวเงยหน้ามองนาฬิกาที่ติดอยู่บนฝาผนังห้องก่อนจะอุทานออกมา

“คะ...ครับ”

ให้ตายสิยัยรันตอนแรกบอกว่าไม่อยากไปแต่พอนึกถึงเค้กไวกิ้งนี่รีบเชียวนะ...โคนันคิดในใจ


 


 


 


 


 


 


 


 

“ขอโทษทีนะ โซโนโกะที่มาช้าน่ะ”รันวิ่งเข้ามาเพื่อนสนิทสาวที่กำลังนั่งรออยู่ตรงป้ายรถเมล์

“อ่า ไม่เป็นไรหรอก ตอนแรกฉันก็นึกว่าเธอจะไม่มาแล้วซะอีกนะ”โซโนโกะพูด

“ก็...แหม...คือว่า...”รันได้แต่ยิ้มแห้งๆ

“ตอนแรกพี่รันก็ไม่อยากจะมานั่นแหละครับ”โคนันพูดแทรก

“ทำไมล่ะ รัน”เด็กสาวผมสั้นจ้องหน้าเพื่อนสนิทเขม็ง

“คือว่า...”

“ก็เรื่องข่าวฆ่าตัวตายที่โรงแรมไฮโด้นั่นแหละครับ”เด็กแว่นยังคงพูดต่อ

“อ่อ หมายถึงคดีของประธานทาจิบานะสินะ”โซโนโกะนึกขึ้นมาได้เมื่อเช้านี้เธอก็ดูข่าวนี้เหมือนกัน

“อืม ใช่แล้วฉันว่าเราไปวันอื่นกันดีกว่ามั้ย โซโนโกะ”

“ทำแบบนั้นได้ที่ไหนกันล่ะ รัน โปรโมชั่นเค้กไวกิ้งมีวันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้วนะ”

“เอ๊ะ? จริงเหรอ?”

“ก็ใช่น่ะสิ ยังไงซะเรื่องคดีนั่นน่ะก็ไม่เกี่ยวกับเราอยู่แล้วนี่นา”

“แต่ว่าจะให้ไปนั่งกินเค้กในโรงแรมที่มีคนตายเนี่ยนะ”รันพูดด้วยสีหน้าหวาดๆถึงแม้เธอจะเจอคนตายมาหลายครั้งแต่เธอก็ทำใจให้ชินไม่ได้สักที

“แหม ไม่เป็นไรหรอกน่าคนอื่นเขาก็ไปกันนะ”

“พี่รัน ไม่ต้องห่วงไปหรอกครับคงไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรอก”โคนันพูดปลอบเพื่อให้หญิงสาวสบายใจ

“ใช่แล้วล่ะ นึกถึงเค้กไวกิ้งไว้สิ รัน”โซโนโกะพูดก่อนจะดึงมือรันขึ้นไปบนรถเมล์ที่มาจอดเทียบป้ายพอดีโดยมีโคนันเดินตามขึ้นไป

“อะ...อืม”ถ้าโคนันคุงกับโซโนโกะบอกว่าไม่มีอะไรเธอก็จะพยายามไม่คิดมาก

ในรถเมล์มีคนเยอะเสียจนไม่มีที่นั่งสองสาวจึงต้องหาที่ยืนเบียดกับคนจำนวนมากซึ่งเด็กแว่นก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก

“แต่ว่าไปแล้วรันเนี่ยสุดยอดไปเลยนะ ชนะการแข่งคาราเต้ระดับภูมิภาคได้เนี่ย”โซโนโกะคุยเปลี่ยนเรื่องเพื่อไม่ให้เพื่อนสาวคิดมาก

“อืม...ที่ฉันชนะได้เพราะท่าเตะสลาตันที่รุ่นพี่คาซึมิสอนน่ะ”


 

น่าสงสารคู่ต่อสู้จังเลยแฮะ....โคนันคิด


 

“งั้นฉันก็จะทำตามสัญญาโดยการเลี้ยงเค้กไวกิ้งเธอจะได้เก่งขึ้นอีก”

“อือ...จะกินให้เยอะๆแล้วก็เก่งขึ้นอีก”หญิงสาวยิ้มรับก่อนจะหัวเราะคิกคักกันสองคน


 

จะอ้วนมากกว่ามั้ง...โคนันคิดพลางทำหน้าหน่ายๆ


 

หลังจากนั้นโซโนโกะก็ชวนรันคุยเรื่องที่ชินอิจิสารภาพรักกับรันหน้าหอนาฬิกาบิ๊กเบนในลอนดอนโดยไม่รู้เลยว่าคนที่ตัวเองกำลังพูดถึงอยู่นั้นก็คือเด็กแว่นชั้นประถมที่ตอนนี้กำลังทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่

“อะ...โรคจิต...โรคจิตจับก้นฉัน”จู่ๆโซโนโกะก็ร้องโวยวายออกมาก่อนจะหันไปจับมือของผู้ชายที่อยู่ด้านหลัง

“นายเองสินะ เจ้าโรคจิต”

“ปะ...เปล่านะ ผมแค่...”ชายร่างสูงสวมหมวกปิดตาส่ายหน้าเป็นพัลวัน

“อย่ามาเฉไฉนะ จัดการมันเลยรัน...”

“อืม...”หญิงสาวพยักหน้ารับก่อนจะตั้งท่าซึ่งอีกฝ่ายใช้เท้าเตะเข่าเธอไว้ได้ทันก่อนที่จะตวัดขาเพื่อเตะกลับแต่รันก็พลิกตัวหลบไปตั้งหลัก

“แหม...สมกับเป็นแชมป์คาราเต้ระดับภูมิภาคเลยนะ”

“ระ...รัน”โซโนโกะเอ่ยเรียกชื่อเพื่อนสาวอย่างห่วงๆ

“ถอยไปก่อนโซโนโกะ โรคจิตคนนี้เก่งมาก”

“เอ๋!? ไม่ใช่นะ”

“ผมว่าไม่ใช่หรอกครับ”เด็กแว่นแย้งขึ้น

“เอ๊ะ?”

“ก็ผมเห็นว่าเขาจับมือเจ้าโรคจิตที่จับก้นพี่โซโนโกะได้แล้ว ทีนี้พี่โซโนโกะก็ไปจับมือคนๆนั้นแทนน่ะครับ”โคนันอธิบาย

“อ่อ...นี่สินะ”ชายสวมหมวกปิดหน้าจับมือเจ้าโรคจิตตัวจริงก่อนจะชูขึ้น

“อ้าว...งั้นคนที่เป็นโรคจิตก็นายน่ะสิ”หญิงสาวผมสั้นพูดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด ชายโรคจิตตัวจริงเมื่อเห็นเป็นแบบนั้นก็เหงื่อตกรีบวิ่งลงจากรถทันทีเมื่อรถจอดเทียบป้าย

“ต้องขอโทษจริงๆนะคะที่เตะออกไปโดยไม่ถามก่อน”รันก้มหัวขอโทษชายที่ถูกหาว่าเป็นโรคจิตด้วยความรู้สึกผิดเต็มที่เพราะตนนั้นใจร้อนเกินไป

“ไม่เป็นไรหรอก เข้าใจกันได้แบบนี้ก็ดีแล้วล่ะ”ชายคนนั้นโบกมือไปมาเป็นการบอกว่าเขาไม่ได้ถือสาเอาความอะไร

“ค่ะ...”

“อีกอย่างเธอก็เป็นสเปคผมด้วย เพราะงั้น...ยกโทษให้”อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมาสบตากับหญิงสาวอย่างสื่อความหมายทำเอารันหน้าแดง


 

อะไรของเจ้าหมอนี่เนี่ย...โคนันทำหน้าตื่นตระหนก


 

“ว่าไปนั้น...ว่าแต่พวกเธอจะไปไหนกันเหรอ?”

“โรงแรมไฮโด้ค่ะ”

“งั้นเหรอ...บังเอิญจังเลยนะผมก็กำลังจะไปที่นั่นเหมือนกัน”


 

อย่าทำเป็นตามน้ำได้มั้ย...ไอ้เจ้าบ้าเอ้ย!!!

โคนันคิดในใจด้วยสีหน้าหงุดหงิด


 

เมื่อมาถึงจุดหมายปลายทางชายหนุ่มที่ถูกเข้าใจผิดคนนั้นก็แยกไปที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของโรงแรม


 

คงจะมีธุระที่นี่จริงๆนั่นแหละนะ...โคนันคิด


 

“นี่ พี่รันครับเรารีบไปกินเค้กกันเถอะ ผมหิวแล้วอะ”

“นั่นสินะ ว่าแต่เค้กไวกิ้งเนี่ยเขาจัดกันที่ไหนเหรอ?”

“หืม? เอ่อ...รู้สึกว่าจะเป็นคาเฟ่ชั้นสองน่ะ”โซโนโกะหยิบมือถือขึ้นมาเช็ค

“งั้นเราก็ขึ้นลิฟต์ไปชั้นสองกันเถอะครับ”โคนันชี้และเตรียมวิ่งไปขึ้นลิฟต์แต่ก็มีคุณป้าคนหนึ่งเดินออกมาจากลิฟต์เสียก่อน

“อ้าว จะไปไหนเหรอจ๊ะ พ่อหนู”หญิงสาวคนนั้นย่อตัวลงมาถาม

“จะไปกินเค้กไวกิ้งที่จัดที่ชั้นสองน่ะครับ”

“งั้นลิฟต์ตัวนี้คงพาไปไม่ได้หรอกจ๊ะ เพราะนี่มันคนละตึกกันจ๊ะ”

“ขอโทษด้วยนะคะ”รันที่เดินตามหลังมาเอ่ยขอโทษตามมารยาท

“ไม่เป็นไรค่ะ ตอนลำบากก็ต้องช่วยกันนั่นแหละนะ”

หญิงสาวผละออกจากกลุ่มของพวกโคนันก่อนจะเดินไปทักทายกลุ่มคนอีกกลุ่มที่น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกันที่นั่งรออยู่และเดินออกจากโรงแรมไป


 


 

“เอ๋!!! หมดแล้วงั้นเหรอ”

“ครับ คือว่าลูกค้าที่มานอกเหนือจากการสั่งจองมากันเยอะมาก เค้กก็เลยไม่พอน่ะครับ”

“อะไรกันเนี่ย...”

เมื่อมาถึงที่คาเฟ่พนักงานกลับบอกว่าไม่สามารถให้ลูกค้าต่อคิวเพิ่มได้แล้วก็เล่นทำเอาโซโนโกะคอตกกันเลยทีเดียว


 

ตึง!!!


 

ทันใดนั้นก็เหมือนมีเสียงอะไรบางอย่างตกลงมาตามด้วยเสียงโวยวายของกลุ่มคนที่อยู่ที่ลานจอดรถ

“เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ”โคนันรีบวิ่งไปยังลานจอดรถและเอ่ยถามคุณลุงกับคุณป้าสามคนที่กำลังยืนอยู่

“ผะ....ผู้ชายคนนี้ตกลงมาจากด้านบน”หญิงสาวร่างท้วมชี้ไปยังศพของผู้ชายที่นอนจมกองเลือด

โคนันหน้าถอดสี

“ตอนที่พวกเรากำลังจะถอยรถผู้ชายคนนี้ก็ตกลงมา “นะ...นั่น ฉันเห็นเงาคนบนดาดฟ้า”คุณป้าที่เคยพูดคุยกับโคนันชี้ไปยังด้านบนของตึก

“พวกพี่รัน รออยู่ที่นี่กับคุณยามแล้วก็ช่วยโทรเรียกรถพยาบาลกับตำรวจทีครับ ผมจะขึ้นไปบนดาดฟ้ากับพวกเขาสามคนนี้”เด็กแว่นหันไปสั่งพวกรันที่วิ่งตามมาทีหลัง


 

เมื่อมาถึงดาดฟ้าโคนันก็พบกับรองเท้าที่ถอดเอาไว้ถูกวางทับไว้บนเสื้อนอก

“ฉันคงดูผิดไปสินะ เงาคนที่ฉันเห็นคงเป็นเสื้อนอกตัวนี้สินะคะ”หญิงสาวพูดด้วยท่าทีเกรงๆ

เด็กชายจับคางครุ่นคิดเพราะเขารู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่มันสะกิดใจแปลกๆ


 

“ฆาตกรรม...”


 

“........”เด็กชายค่อยๆหันไปตามต้นเสียง


 

“ใช่มั้ยเจ้าหนู...”


 

ชายปริศนาที่มีหมวกคลุมใบหน้ายกยิ้มให้กับเขา


 

หมอนี่!?


 

ผู้ชายปริศนาคนนั้นอธิบายถึงเรื่องการจัดฉากการฆ่าตัวตายเสียจนหมดเปลือกทำให้โคนันได้แต่นึกสงสัยในความสามารถในการสันนิษฐานของชายตรงหน้า หลังจากนั้นพวกเขาทั้งหมดจึงลงมายังลานจอดรถเพื่อพบกับตำรวจที่รันเรียกมา ตามที่ตำรวจบอกผู้ตายคือลูกชายเจ้าของโรงแรมนี้และกำลังมีข่าวอื้อฉาวเรื่องคดีการฟอกเงินซึ่งกำลังหลบหนีนักข่าวอยู่จึงไปอาศัยชั้นหกของโรงแรมเป็นที่หลบ

“แล้วทำไมชั้นหกของโรงแรมถึงได้มีผู้ตายอาศัยอยู่คนเดียวล่ะ”

“คงเพราะเกิดข่าวลือแปลกๆขึ้นในโรงแรมน่ะครับ ส่วนชั้นห้าก็ถูกปิดเพราะกำลังตรวจสอบเรื่องคดีนั้น ส่วนตั้งแต่ชั้นสี่ลงไปสามารถใช้เป็นห้องพักได้ตามปกติครับ”ทาคางิรายงาน

“ข่าวลือแปลกๆเหรอ?”สารวัตรเมงูเระเลิกคิ้วสงสัย

“ผะ...ผีไงล่ะคะ”หญิงสาวร่างท้วมในกลุ่มผู้พบศพโพล่งขึ้นมาเรียกความสนใจให้กับทุกคน

“ในโรงแรมนี้น่ะมีข่าวลือว่ามีผีตาแก่นั่งรถเข็นด้วยน่ะสิคะ”

“แล้วทำไมถึง...”

“เพราะเขาเป็นคุณพ่อของฉันเองค่ะ”

แล้วผู้หญิงคนนั้นก็เริ่มเล่าถึงเรื่องการตายของพ่อแม่ของเธออย่างละเอียด

“ยังไงก็คงต้องไปตรวจสอบห้องพักของผู้ตายก่อนล่ะนะ เฮ้อ...แต่ว่าแย่จริงๆเลยนะที่มีคดีเกิดขึ้นพร้อมกันสองคดีในโรงแรมเดียวกันแบบนี้เนี่ย”สารวัตรร่างท้วมได้แต่ถอนหายใจ

“เอ๋? ที่นี่เคยมีคดีเกิดขึ้นมาก่อนเหรอฮะ”ชายปริศนาที่ยืนอยู่ข้างโคนันถามขึ้น

“อืม...ใช่แล้วล่ะ ก็เมื่อวานนั้นไงที่มีข่าวว่าพบศพของประธานบริษัทนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ศพที่พบน่ะอยู่บนชั้นห้าของโรงแรมนี้”หมวดทาคางิตอบแทน

“งั้นเหรอฮะ...แบบนั้นก็น่าตื่นเต้นดีนะ ว่ามั้ยเจ้าหนู”อีกฝ่ายพูดด้วยน้ำเสียงเริงร่าก่อนจะเอามือมายีหัวโคนันเล่น

“นี่...ให้มันน้อยๆหน่อยมีคนตายไปตั้งสองคนนะ”สารวัตรเมงูเระดุ

“คร้าบบบ / คร้าบบบ”

“ว่าแต่เธอน่ะเป็นใคร?”

“อ่อ ผมเป็นนักสืบชื่อเซระฮะ”

“นักสืบเหรอ?”


 

เห็นเค้าลางความยุ่งยากมาแต่ไกลเลยนะเนี่ย...


 

“ยังไงก็ตามไปตรวจสอบห้องพักของผู้ตายก่อนเถอะ”สารวัตรร่างท้วมรีบตัดบท


 

ทุกคนจึงขึ้นไปบนชั้นหกโดยมีกลุ่มคนที่รู้จักกับผู้ตายสามคนรวมถึงโคนันและนักสืบที่ชื่อเซระติดส้อยห้อยตามไปด้วยเมื่อไปถึงห้องพักของผู้ตายและเริ่มลงมือตรวจสอบอะไรหลายๆอย่าง เซระจึงได้ข้อสรุปข้อสันนิษฐานของตนเองและอธิบายให้คนอื่นฟังแต่กลับกลายเป็นว่าข้อสันนิษฐานนั้นผิดพลาดไม่เป็นไปตามที่คิดไว้ สุดท้ายโคนันจึงต้องโทรเข้าโทรศัพท์มือถือของสารวัตรเมงูเระและคลี่คลายคดีโดยใช้เสียงของคุโด้ ชินอิจิ เมื่อคดีถูกคลี่คลายลงแล้วทุกคนก็ตั้งใจว่าจะแยกย้ายกันกลับและในขณะที่โคนัน รันและโซโนโกะกำลังจะเดินออกจากโรงแรม นักสืบที่ชื่อเซระคนนั้นเข้ามาพูดคุยกับโคนันอีกเล็กน้อยและทิ้งท้ายคำพูดบางอย่างเอาไว้ให้โคนันฉงนใจ


 

“เดี๋ยวเราก็ต้องได้เจอกันอีกแน่นอน...โคนันคุง”


 

โคนันเดินครุ่นคิดถึงคำพูดของนักสืบคนนั้นไปตลอดทางแต่ในขณะเดียวกันหางตาของเด็กชายก็เหลือบไปเห็นรถ RX-7 สีขาวกำลังเคลื่อนตัวออกจากหน้าโรงแรมไฮโด้ทำให้เขานึกแปลกใจ


 

รถคันนั้นเหมือนรถคุณอามุโร่เลยแฮะ...


 

แล้วคุณอามุโร่จะมาทำอะไรที่นี่ล่ะ?


 

คงจะเป็นแค่รถรุ่นเดียวกันล่ะมั้ง....


 

เด็กชายคิดก่อนจะเดินไปพร้อมกับพวกรัน


 


 


 


 

“ทั้งๆที่ตั้งใจจะมาดูท่าทีของพวกตำรวจที่ทำคดีนั้นแท้ๆแต่กลับต้องมาเจอคดีซ้อนกันอีกเหรอเนี่ย”เสียงหวานบ่นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เพื่อต้องการมั่นใจกับผลงานที่ตนเองทำแมร์โลกับเบอร์เบิ้นจึงมาจับตาดูท่าทีของตำรวจที่ทำคดีของทาจิบานะแต่กลับมีคดีอื่นแทรกเข้ามาแถมพวกเขาก็ยังเห็นนักสืบตัวน้อยอยู่ในที่เกิดเหตุอีก พวกเขาจึงได้แต่เฝ้าจับตามองอย่างห่างๆเท่านั้น เพราถ้าออกไปปรากฎตัวให้เด็กคนนั้นเห็นมีหวังได้ตั้งข้อสงสัยกับพวกเขาแน่

“แต่ที่คาดไม่ถึงก็คือ...มีเด็กคนนั้นอยู่ในที่เกิดเหตุด้วยนะ”

“นายนี่ก็ท่าทางจะสนใจเด็กนั่นซะเหลือเกินนะ เบอร์เบิ้น”

“อ่า ก็นิดหน่อยน่ะ”

“แต่ว่า...สิ่งที่ฉันสนใจน่ะไม่ใช่แค่เด็กคนนั้นหรอก”

“หืม?”ชายหนุ่มผมบลอนด์เลิกคิ้วสงสัย

“ฉันสนใจเขานะ...คนที่คุยกับเด็กคนนั้นก่อนจะแยกกันน่ะ”


 

หน้าตากับแววตาของคนๆนั้นคล้ายกับใครบางคนที่เธอรู้จัก...


 

หรือเธออาจจะแค่คิดไปเองก็ได้....


 

“เดี๋ยวนี้กล้าสนใจผู้ชายคนอื่นนอกจากฉันงั้นเหรอ แมร์โล”ชายหนุ่มว่าเสียงเข้ม เขาเห็นผู้ชายสวมหมวกคนหนึ่งเดินออกมาจากโรงแรมพร้อมกับพวกโคนันเขาเองก็นึกสงสัยอยู่เหมือนกันแต่แมร์โลกลับมาบอกว่าสนใจหมอนั่นงั้นเหรอ

“แหม หึงฉันหรือไง”หญิงสาวหยอกล้ออีกฝ่ายที่ตอนนี้หน้านิ่วคิ้วขมวด

“....”

“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ฉันอยู่กับนายแทบจะตลอดเวลานายคิดว่าฉันมีเวลาว่างไปสนใจผู้ชายคนอื่นหรือไง”

“ก็เธอเพิ่งจะพูดออกมานี่นา”

“นายนี่มันเด็กจริงๆเลยนะ ที่ว่าสนใจน่ะเพราะเรื่องงานต่างหากล่ะ”ตอนแรกกำลังคุยเรื่องงานกันอยู่ดีๆตอนนี้กลับกลายเป็นว่าเธอกับเบอร์เบิ้นมานั่งง้องอนกันเสียอย่างนั้น

“.....”

เมื่อเห็นชายหนุ่มนิ่งเงียบไม่พูดอะไรเอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาขับรถเธอจึงตัดสินใจยื่นข้อเสนอบางอย่างที่ชายหนุ่มคงไม่มีทางปฏิเสธอย่างแน่นอน

ถ้าอยากจะดื่มไวน์ล่ะก็...คืนนี้ก็มาที่ห้องฉันสิ

เบอร์เบิ้นก็ยังนิ่งเงียบไม่พูดอะไรแต่เธอเห็นว่าเขายกยิ้มมุมปากเล็กน้อยแม้จะเพียงแค่แวบเดียวก็ตาม


 

คืนนี้เธอคงต้องเหนื่อยอีกแล้วสินะ...จากความเอาแต่ใจของเบอร์เบิ้นน่ะ


 

—————————————————————

มาต่อเรียบร้อยค่ะ ไรท์กะว่าจะมาต่อสักตอนก่อนที่จะไปสอบ 9 วิชาสามัญ แต่พอไรท์มาดูยอดเฟบก็พบว่ายอดเฟบนิยายเรื่องนี้ลดลงจนไรท์รู้สึกท้อ 555 อันนี้ไรท์ขอบ่นหน่อยนะคะเพราะไรท์รู้สึกท้อจริงๆ ถ้าแต่งไม่สนุกหรือไม่ถูกใจก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ แต่เพราะยังคลายปมอะไรหลายๆอย่างยังไม่หมดแถมยังไม่ถึงครึ่งเรื่องด้วยก็อยากฝากให้ติดตามกันต่อด้วยนะคะ

ในตอนนี้บทของพระ-นางก็จะมาแบบฟินๆเล็กๆเพราะตอนนี้เราโยนบทให้เด็กแว่นเสียส่วนใหญ่ ไม่สนุกยังไงก็ขอโทษด้วยนะคะ ฝากเม้นเป็นกำลังใจด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 77 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

118 ความคิดเห็น

  1. #30 Ayase Mayuri (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 17:42

    เขาจะไปกินอะไรกันอ่ะ เราไม่รู้เลยจริงๆ...จริงนะ //หลบสายตา
    #30
    0
  2. #29 BT_KOOKIE (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 11:20
    สนุกจร้าาา มาต่อเร็วๆนร้าา
    #29
    0
  3. #28 pwwww (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 10:54
    สนุกมากค่ะไรท์ รอตอนต่อไปน้าา
    #28
    0
  4. #27 สองดาวจุด (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 08:13

    ที่ยอด fav หายน่าจะเป็นเพราะลงไม่บ่อยและไม่ต่อเนื่องนะครับ แนะนำลงอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 ตอนไปเลยคนติดตามจะได้เยอะๆครับ

    #27
    1
    • #27-1 Silver Thorn(จากตอนที่ 10)
      10 มีนาคม 2562 / 08:22
      ขอบคุณนะคะ สำหรับคำแนะนำแต่ช่วงนี้ไรท์ไม่ค่อยว่างเท่าไหร่ก็เลยแต่งเก็บไว้ทีละนิดแล้วค่อยอัพทีเดียว ถ้าว่างเมื่อไหร่ก็จะมาลงให้บ่อยขึ้นนะคะ
      #27-1