สัมผัสใหม่ให้ใจสั่น l Made me

ตอนที่ 9 : ชีวิตฉันพลาดอะไรไปบ้าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 253
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    18 ก.ค. 63

 

-ร้าน Sweet me-

 

“งานนี้แกต้องใส่เครื่องแบบของทางร้านนะ”

 

พีชจัดแจงเอาชุดพนักงานของร้านมาทาบบนตัวฉันหลังจากสัมภาษณ์งานไปได้นิดหน่อยเจ้าของร้านก็ตกลงรับฉันเป็นพนักงานชั่วคราว ตอนนี้ฉันก็เลยกำลังยืนเป็นหุ่นให้พีชมันเลือกขนาดชุดให้

 

“เป็นไงได้สักตัวไหมแก” ฉันที่ยืนนิ่งอยู่นานก็ชักเมื่อยจนทนถามขึ้นมาไม่ไหว

 

“เออ คงได้แหละ แต่พี่เจ้าของครับไม่มีที่มันยาวกว่านี้เหรอ” 

 

“ก็มีอยู่แค่นั้นแหละ คนอื่นเขาก็ใส่กันไม่เห็นเป็นไร” 

 

เสียงเจ้าของร้านตะโกนกลับมาจากหลังเค้าเตอร์ ไม่ทันไรพีชก็หาเรื่องให้ฉันแล้วไหมล่ะ

 

“ไม่สั้นหรอกแก ฉันใส่ได้” 

 

ว่าแล้วฉันก็วิ่งปร๋อไปเปลี่ยนชุดในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าพนักงาน ก่อนจะออกมายืนหมุนไปหมุนมาให้พีชมันดู 

 

“เฮ้อ สั้นไปหน่อยนะแก แล้วตรงนี้ยังจะแหวกขึ้นมาอีก รู้งี้ฉันไม่ให้แกมาทำงานที่นี่ก็ดีหรอก ฉันลืมเรื่องชุดพนักงานผู้หญิงไปเลย”

 

“อะไรกันแกทำงานทุกวันจำชุดพนักงานหญิงไม่ได้ ได้ไงอ่ะ” 

 

ฉันว่าหน้ามุ่ย แปลกจริงมันก็น่าจะเห็นทุกวันจนชินตา

 

“ก็ฉันไม่ได้สนใจมองนี่ แต่พอเป็นแกใส่มันก็เออสั้นไปว่ะ” 

 

ชุดพนักงานของร้านสวีทมีคาเฟ่จะเป็นสีชมพูอ่อนทั้งของผู้หญิงและผู้ชาย ชุดพนักงานหญิงเป็นชุดกระโปรงแขนกุดที่ชายกระโปรงค่อนข้างสั้นและรัดรูป ตกแต่งด้วยระบายสีชมพูเล็กๆ ดูน่ารักอยู่รอบตัวชายกระโปรงและแหวกผ่าข้างขึ้นมาเล็กน้อย

 

ส่วนชุดพนักงานชายจะเป็นเสื้อเชิ้ตแขนสั้นและมีโบว์หูกระต่ายสีชมพู กางเกงเป็นอะไรก็ได้ ฉันเลยมักจะเห็นพีชใส่กางเกงยีนส์เป็นประจำ

 

“นี่จะบ่นเรื่องความยาวของชุดอีกนานไหมฮะ จะเริ่มเปิดร้านแล้วนะ” 

 

เจ้าของร้านเดินมาจัดแจงเสียบดอกไม้ในแจกันใส่น้ำของทุกโต๊ะ แล้วหันมามองฉันกับพีชอย่างเอือมๆ 

 

“ค่ะๆ เรียบร้อยแล้วค่ะ” 

 

ฉันกุลีกุจอจัดเสื้อผ้าที่เพิ่งเปลี่ยนมาให้เข้าที่ ฉันพร้อมจะเริ่มงานแล้วนะ

 

ร้านสวีทมีเป็นร้านขายขนมและน้ำหวานต่างๆ เมนูขายดีของร้านเป็นโกโก้ปั่นที่จะใช้ดาร์กช็อคโกแลตที่สับเป็นชิ้นๆ ใส่ลงไปด้วยให้รสชาติและรสสัมผัสต่างจากโกโก้ปั่นแบบธรรมดา 

 

นักศึกษาจากมหาลัยฉันชอบมานั่งทานขนมกันที่ร้านนี้ หลายคู่ก็มาจีบกันจนได้คบกันก็ที่ร้านนี้ ถ้าอยากรู้ความเป็นไปของนักศึกษาก็ต้องมานั่งทานน้ำปั่นร้านนี่แหละ 

 

ตอนนี้เกือบจะสี่ทุ่มแล้วอีกแค่ครึ่งชั่วโมงร้านก็ปิดลูกค้าเริ่มบางตา ฉันสังเกตว่าพีชกำลังถูกลูกค้าหญิงโต๊ะมุมริมหน้าต่างพูดจาหยอกล้ออยู่นานสองนานดูเหมือนมันกำลังจะเริ่มหมดความอดทน ฉันที่ยืนฟังอยู่นานจึงอดไม่ได้ที่จะเสนอหน้าเข้าไปช่วย

 

“คุณลูกค้าคะถ้าไม่สั่งอะไรเพิ่มเติมแล้วทางร้านขอเก็บเมนูนะคะ เพราะครัวจะปิดแล้วค่ะ” 

 

ลูกค้าหญิงนักศึกษาหน้าใสเริ่มย่นจมูก หรี่ตามองฉันอย่างรำคาญ 

 

“ฉันคุยกับพี่พีชอยู่ เธอเป็นใครทำไมถึงเข้ามายุ่งย่ะ” 

 

“อ้าวพีชนี่...” ฉันหันไปถามคนตัวสูงที่หน้าหวานๆ ตอนนี้เริ่มเหวอขึ้นมา 

 

“แกหลบไปก่อน ฉันจัดการเองนี่กิ๊กฉัน” 

 

พีชกระซิบเสียงเบาก่อนจะดันตัวฉันออกมา อ้าวนี่ฉันนึกว่าเพื่อนมีรสนิยมชอบเพศเดียวกันซะอีก

 

ตอนนี้ลูกค้าเริ่มบางตาฉันก็เลยว่างงานไม่รู้จะทำ อะไรจึงได้เริ่มเก็บของเตรียมจะกลับหอแต่จู่ๆ ก็สะดุดเข้ากับเสียงประหลาดที่หลังร้าน...

 

“อื้อ”

 

“จุ๊บ”

 

“จูบอีกสิคะ”

 

“อ่า”

 

“น่านะคะ”

 

“อืม พอแล้วนะ”

 

เสียงชายหญิงคู่หนึ่งกำลังพลอดรักเสียงอ่อนหวานกระซิบกระซาบแผ่วเบามาตามสายลม เสียงนั้นดังมาจากบริเวณห้องน้ำของร้าน คงเป็นลูกค้าสักคู่ที่กำลังจูบปาก...เอ่อกำลังแสดงความรักต่อกันอยู่

 

อยู่ๆ ฉันก็หน้าเห่อร้อนขึ้นมาเมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อวานที่พี่ปุณกับผู้หญิงคนนั้นในความมืดสลัวของห้องและเสียงสัมผัสกันของผิวกายและริมฝีปากเป็นเสียงบางอย่างที่กระตุ้นให้ฉันรู้สึกตื่นเต้นและใจสั่นอย่างบอกไม่ถูก

 

ฉันได้แต่ยืนตัวแข็งด้วยหัวใจเต้นไม่เป็นส่ำอยู่ที่ใกล้นั่นเอง ตลอดชีวิตที่ผ่านมาฉันยังไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้เลยสักครั้ง ไม่แม้แต่จะคิดลองจนกระทั่งเมื่อวาน... 

 

พี่ปุณนั่นเองที่ทำให้ฉันเกิดความรู้สึกว่าที่ผ่านมาชีวิตฉันพลาดอะไรไปบ้างนะ ชีวิตวัยเด็กที่แม่เสีย พอเข้าวัยรุ่นก็ถูกประคบประหงมเหมือนไข่ในหิน แม้จะเข้ามหาวิทยาลัยแล้วก็ยังไม่เคยมีแฟนเลยสักครั้ง

 

ชีวิตคนอื่นคงมีแฟน มีคนรัก มีเรื่องนั้นนี่อะไรมากมายให้ทำมากกว่าการเรียน อ่านหนังสือแล้วก็ไปสอบ ดูอย่างพีชสิฉันเข้าใจมาตลอดว่ามันชอบผู้ชายแต่วันนี้กลับมาเจอว่ามันกำลังหยอกล้อกับผู้หญิงคนหนึ่งอยู่

 

แกร๊ก 


จู่ๆ ชายหญิงที่เมื่อครู่พลอดรักกันอยู่ในห้องน้ำก็เปิดประตูออกมา ฉันเงอะงะทำอะไรไม่ถูกแค่คิดว่าเมื่อกี้ทั้งคู่แอบทำอะไรกันในห้องน้ำก็รู้สึกหน้าแดงไปหมดแล้ว แล้วนี่เขาไม่คิดว่าฉันเป็นพวกโรคจิตมาแอบฟังรึไง ทันทีที่คิดได้แบบนั้นฉันก็รู้ว่าต้องรีบหนีก่อนจะดีกว่า

 

“นี่เธอมาแอบฟังเหรอ ไม่มีมารยาท” 

 

เสียงแหลมเล็กหวีดขึ้น มือเรียวที่เคลือบเล็บด้วยสีแดงใสแวววาวจับข้อมือฉันไว้ก่อนจะจิกเล็บยาวที่ถูกแต่งแต้มไว้อย่างดีนั่นลงที่เนื้อฉัน

 

“โอ๊ย ปะเปล่านะคะ ขอโทษคะ” 

 

ฉันได้แต่ก้มหน้าไม่กล้ามองคนทั้งสอง ความรู้สึกเจ็บที่ข้อมือจนนึกอยากจะสะบัดมือนั่นออกไปแต่นึกขึ้นได้ว่านี่ฉันเป็นพนักงานตัวเล็กๆ จะสะบัดมือลูกค้าได้ยังไงแถมยังในวันที่มาทำงานวันแรกอีก

 

แต่จู่ๆ ก็มีมือหนามาคว้ามือเล็กนั่นก่อนจะสะบัดออกอย่างแรง ฉันค่อยๆ เงยหน้ามองหน้าเจ้าของมือหนานั่นช้าๆ คู่รักของผู้หญิงคนนี้ช่วยฉันไว้งั้นเหรอ 

 

“พี่ปุณ!!” 

 

“ยัยน้อง!!!”

 

แต่พอฉันเงยหน้ามองเขาเต็มตากลับรู้สึกว่าไม่น่าเลยฉันไม่น่าจะเงยหน้าขึ้นมาให้เขาเห็นฉันเลย ครั้งที่แล้วฉันก็โดนดุก็เพราะมาเห็นอะไรแบบนี้ แต่ครั้งนี้โอ๊ยให้ตายสิมันยิ่งกว่าครั้งที่แล้ว

 

ฉันคิดว่าพี่ปุณเพิ่งจะเล่นจ้ำจี้กับนักศึกษาหญิงในห้องน้ำ!!

 

 

>>>

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น