มหากาพย์ AOV : เส้นทางสู่บัลลังก์

ตอนที่ 2 : พานพบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 68
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    23 พ.ย. 60

ในเช้าที่แสนมืดมน แสงแดดยามเช้าส่องเข้าไปในห้องนอนของเซนิสและ

บิดามารดา เซนิสค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆ เขายังต้องการที่จะนอนมากกว่านี้ก่อนที่

จะไปวิ่งเล่น เซนิสขยี้ตาหลายครั้งจนตาเขาชินกับแสง ด้านข้างของเขามี

พระมารดาบรรทมอยู่ นางตั้งครรภ์ใกล้จะคลอดเต็มที เซนิสตื่นเต้นมาก ใน

ที่สุดเขาก็จะได้มีเพื่อนเล่นแล้ว เซนิสเอื้อมมือเล็กๆของเขาไปสะกิดไหล่

พระมารดา 

"ท่านแม่ฮะ"

เขาเรียกนาง แต่นางก็ยังคงหลับต่อไป ไม่มีท่าทีตอบสนอง เซนิสจึงค่อยๆมุด

ตัวกลับลงไปใต้ผ้าห่มของเขาแล้วนอนต่ออย่างรวดเร็ว ไม่นานนักเขาก็หลับ

ไปด้วยความง่วงสุดขีด อีกด้านนึงของ แคสเซิ่ล ออฟ ดาวน์ เธนและมอทอส

กำลังคุยกันถึงเรื่องจดหมายขู่ปริศนาที่มอทอสได้รับ ไม่มีใครทราบว่า

จดหมายนี้ใครเป็นผู้เขียนและคนผู้นั้นต้องการอะไร เนื้อหาในจดหมายนั้นส่วน

ใหญ่เกี่ยวกับความไม่พอใจที่มอทอสปฏิเสธการทำสัญญากับวิหารแสง โดยมี

การขู่ไว้อย่างชัดเจนว่าคนเขียนจะทำลายราชวงศ์ของมอทอสให้ราบเป็นหน้า

กลอง มอทอสอ่านมันด้วยความใจเย็นที่สุดเท่าที่จะเย็นได้ เขาชำเลืองมอง

เธน เธนนั่งคิดวิตกกังวลถึงเนื้อความในจดหมายเป็นอย่างมาก หากมันเกิดขึ้น

จริง แคสเซิ่ล ออฟ ดาวน์ ต้องล่มสลายลงอย่างแน่นอน ผู้ต้องสงสัยในตอนนี้

มีเพียงคนเดียวเท่านั้น เป็นคนเดียวที่กล้าพอจะขู่กษัตริย์ และไม่พอใจในการ

ปฏิเสธสนธิสัญญา ตอนนี้ทั้งเธนและมอทอสเองต่างก็นึกถึงคนๆเดียวกัน 

"เทพีสงคราม 6 ปีก ลอเรียล"

เธนเอ่ยขึ้น 

"ข้าเองก็คิดเช่นเดียวกับเจ้า สหาย.. ถ้าเป็นนางล่ะก็ ต่อให้เป็นจักรวรรดิที่ใหญ่เพียงใด นางก็กวาดล้างได้จนสิ้นซาก"

มอทอสกล่าว

"งั้นเราควรทำเช่นไร ตอนนี้ทางเราเองก็ไม่มีหลักฐานอะไรเลย ซ้ำยังเรื่องเศรษฐกิจที่ตกต่ำลงเรื่อยๆอีก"

เธนและมอทอสมองหน้ากัน พวกเขาต่างครุ่นคิดถึงทางออกของปัญหาเพื่อ

ไม่ให้ แคสเซิ่ล ออฟ ดาวน์ ล่มสลายลง

ในช่วงบ่ายวันนั้นเอง เซนิสผู้ซุกซนสุดๆ ได้วิ่งไล่จับกระต่ายป่าตนหนึ่งอย่าง

ไม่ย่อท้อ เด็กชายวิ่งตามมันไปจนถึงชายแดนเมืองท่าคิลกรอธ ซึ่งเป็นป่า

ขนาดใหญ่กั้นระหว่างเมืองนั้นและหมู่บ้านเล็กๆหลังปราสาทโดยเขาเองก็ไม่รู้

เลยว่ามาได้อย่างไร ชายแดนป่านี้อยู่ไกลจากปราสาทเขาพอสมควร ทำไม

เขาถึงวิ่งมาที่นี่?เจ้ากระต่ายกระโดดหนีเข้าป่าไปแล้ว เด็กชายช่างใจอยู่ครู่

หนึ่ง เขาควรตามมันเข้าไปมั้ย? ถ้าในป่านั้นมีสัตว์อัตรายล่ะ เขาจะปลอดภัย 

มั้ย เมื่อคิดขึ้นได้เซนิสก็หันหลังกลับเตรียมจะเดินกลับวัง 

"ช้าก่อน.. เจ้าหนู..."

มีเสียงหนึ่งปรากฎขึ้น เสียงนั้นช่างอ่อนหวานและไพเราะ  ดุจดั่งเสียงของผืน

ป่าที่งดงาม และลึกลับ เซนิสหันหน้าไปมาตามหาที่มาของเสียงอยู่พักนึงก่อน

ที่เขาจะสะดุดตาเข้ากับบางสิ่ง สิ่งนั้นนอนอิดโรยราวกับว่าถูกทำร้ายมา มัน

นอนหลบอยู่หลังพุ่มไม้ด้านหน้าเขาในป่ามนตรา ห่างจากเขาเพียงไม่กี่เมตร

เท่านั้น เมื่อเซนิสค่อยๆย่องเข้าไปหา สิ่งนั้นก็ส่งเสียงอีกครั้ง

"ด..ได้โปรด.. ช่วยข้าด้วย.."

มันเงยหน้าลุกออกมาจากพุ่มไม้ ลักษณะของมันเหมือนกับกวางไม่มีผิด เว้น

แต่ขนของมันเป็นสีฟ้าและส่วนตัวช่วงบนตลอดไปจนถึงหัวนั้น เป็นลักษณะ

ของหญิงงามคนหนึ่ง ที่มีเขากวางสีน้ำตาลอยู่บนหัว ทั่วทั้งตัวของนางมีแต่

บาดแผลเต็มไปหมด ไม่นานนักนางก็ล้มลงสลบไป เซนิสคืดว่านางคงตาย

แล้วเป็นแน่ เขาเดินเข้าไปแตะตัวนาง ขนบนตัวนางช่างนุ่มดุจก้อนเมฆก็มิ

ปาน เขาค่อยๆลากร่างของนางเข้าป่ามนตราไปโดยไร้ซึ่งความกลัวต่อป่า

"ข้าจะพาร่างเจ้าไปส่งในป่าที่น่าจะเป็นบ้านเจ้าละกันนะ"

เด็กชายพาร่างของนางเข้าป่าลึกไปเรื่อยๆจนเจอกระท่อมร้างแห่งนึงซึ่งน่าจะ

เป็นบ้านของนาง เด็กชายพานางเข้าบ้านไป ทว่าเมื่อก้าวขาเข้าอาณาเขต

เพียงนิดเดียวเท่านั้น เด็กชายก็ถูกโจมตีด้วยสายฟ้าฟาดสีมรกต เซนิสกระ

เด็นออกมา เบื้องหน้าปรากฎชายผู้นึง ในมือเขายังมีประกายไฟฟ้าอยู่ ชายคน

นั้นแสยะยิ้มมองหน้าเซนิสและเอ่ยออกมาว่า



"ขอบใจเจ้ามากเลยนะเจ้าหนูที่พานางนี่กลับมาหาข้า 5555555 นางคงจะรอดจากข้าไปแล้ว ถ้าไม่บังเอิญโชคร้ายเจอเโ้กโง่ๆอย่างเจ้า"

อเลสเตอร์ปล่อยสายฟ้าเข้าใส่เซนิสอีกครั้ง เซนิสน้ำไหลพรากออกมาด้วย

ความเจ็บปวด เขากรีดร้องอย่างทุกข์ทรมาณ

"555555555555 เจ้าเด็กน้อยที่น่าสงสาร อึดกว่าที่ข้าคิดไว้ซะอีกนะ ถ้าเป็นคนปกติคงตายไปแล้วล่ะ 555555555"

อเลสเตอร์หัวเราะอย่างสะใจ ในขณะที่เซนิสกำลังจะสิ้นใจตายนั้นเอง ก็มี

บางอย่างเกิดขึ้น บนพื้นที่อเลสเตอร์ยืนปรากฎวงแหวนสีชมพูระเรื่อขึ้น จาก

นั้นไม่นาน อเลสเตอร์ก็ถูกลำแสงสีเหลืองทองประกายที่ลงมาจากด้านบน

กระแทกร่างเขาอย่างแรง จนตัวเขานั้นทรุดลงไป ในตาที่พร่ามัวเต็มทีของเซ

นิสมองเห็นสตรีนางนึงกำลังรักษาร่างของนางกวางที่เขาพามาอยู่ อีกด้านเขา

เห็นอเลสนอนแน่นิ่งอยู่ในลูกกรงแสงสีชมพู เขามองไปที่นางกวางอีกครั้ง 

สตรีปริศนาค่อยๆเดินเข้ามาหาเขา ทั้งสองสบตากันอยู่พักนึง นางช่างสวย

เหลือเกิน งดงามเกินกว่าจะเป็นมนุษย์ ดั่งนางฟ้าที่สง่างาม เซนิสค่อยๆๆสลบ

ไปอีกครา แต่เขาก็ยังทันได้ยินนางเอ่ยข้างหูเขา

"ข้าชื่ออิลลูเมีย เผื่อเจ้าอยากจะถาม"

อิลลูเมียมองร่างของเด็กชายด้วยรอยยิ้มใจดี ก่อนจะช้อนร่างเขาขึ้นมาอุ้มไว้

แล้วเดินจากไป โดยมี เปย์น่า นางกวางที่เซนิสพามามองตามหลังจนอิลลูเมีย

เดินพ้นสายตาไป..


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น

  1. #5 Slayer_-_Yamato (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 16:19
    ซุกซนจริงพ่อตัวน้อย อร๊่าคคคคคค ตั้ลลั้คน่าชังฮรือออ อุ้มกลับได้มั้ยค่ะ #โดนถีบ
    #5
    0