ข้านี่แหละคือจอมโจรผู้ยิ่งใหญ่

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 3,344 Views

  • 43 Comments

  • 249 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    36

    Overall
    3,344

ตอนที่ 12 : ข้ามาช่วยเจ้าแล้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 522
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 50 ครั้ง
    17 มี.ค. 62

เย่เฟิงเดินลึกเข้าไปในป่าร้อยอสูรพลางเก็บรวบรวมสมุนไพรไปตามทาง ตอนนี้ภายในตัวเขามีเม็ดยาพาเพลินอยู่ไม่น้อย เดี๋ยวเก็บหญ้าวิญญาณหอมหวน บางครั้งก็เจอเคลือหนอนสุรา ว่างๆเขาก็จะนั่งหลอมโอสถ เมื่อครั้งแรกที่เขาหลอมโอสถเขาใส่สมุนไพรแค่เล็กน้อยเท่านั้น ก็เนื่องมาจากวัตถุดิบที่มีจำนวนจำกัด แต่ตอนนี้เขาอยู่กลางดงป่ามีทั้งสมุนไพรและพิษมากมาย เขาเปิดโหมดคราฟ999% แล้วหยิบหญ้าวิญญาณหอมหวนหอบหนึ่งใหญ่ๆ และเคลือหนอนสุราเคลือหนึ่งใหญ่ๆ เขาโยนลงใส่หม้อต้มแกงก่อนที่จะปิดฝาเพียงเวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีก็มีเสียงดังปุ๊ง... 

พอเปิดออกมาคราวนี้เขาก็ได้ยาพาเพลินเม็ดเท่ากำมือ ในตอนแรกมีเพียงเม็ดเท่ายาพาราเซตาม่อนสองเม็ดเท่านั้น แต่เม็ดแค่นั้นกลับสร้างควันได้ไม่ต่างจากระเบิดควัน แล้วเม็ดเท่ากำปั้นล่ะ จะขนาดไหน "ฮ่าๆๆ เสี่ยงหงเก็บ" กิ๊วๆๆ 

"จะว่าไป เสี่ยวหงนอกจากเจ้าจะเก็บของ ข้ายังไม่เคยเห็นทักษะของเจ้าเลย" เย่เฟิงนึกขึ้นมาได้ นอกจากเขาจะไม่รอบคอบเข้าป่าโดยไม่มีอาวุธแล้ว ยังมองข้ามสกิลของสไลม์น้อยตัวนี้ ทีแรกเขาไม่ต้องการให้มันมาต่อสู้อะไรเพราะระดับของมันนั้นอ่อนแอ แต่ตอนนี้ระดับของมันคือ Lv3 เทียบเท่ากับรวบรวมลมปราณขั้นต่ำระยะสาม

"เสี่ยวหง ลองใช้เมือกพิษสิ" อุ๊กิ๊วๆ เย่เฟิงสั่งการ เสี้ยวพริบตารอบตัวของเสี่ยวหงก็มีเมือกค่อยๆซึมออกมาก่อนที่เมือกนั้นจะก่อเกิดเป็นไอน้ำราวกับกรด แน่แล้วว่าเมือกพิษก่อให้เกิดกาสพิษ พื้นผิวของต้นไม้ใบหญ้าที่สัมผัสโดนกาสเข้าไปก็เริ่มเหี่ยวเฉาและมอดไหม้ไปในที่สุด เมือกพิษยังคงไหลออกมาเรื่อยๆกลายเป็นแอ่งน้ำเหนียวๆมีกาสลอยออกมา "พอแล้ว... ต่อไปเกราะเด้งดึ๋ง"

สิ้นเสียงคำสั่งสไลม์ก็เลิกใช้สกิลเมือกพิษ ก่อนที่มันร้องอุกี๊ววออกมา มันแทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง "ทำไมไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นล่ะ" 

อุ๊กิ๊วๆๆ สไลม์ร้องออกมาทำท่าทางเกรงๆ เย่เฟิงพลันเข้าใจทันทีแม้จะฟังไม่ออกแต่ก็อาจจะสื่อสารกันด้วยจิตใจอะไรทำนองนี้ เย่เฟิงลองต่อยไปที่สไลม์เบาๆ อุ๊กิ๊วๆๆ มันบอกว่าแรงอีกๆ เย่เฟิงเริ่มออกแรงต่อย แรงขึ้น และแรงขึ้น สไลม์เมื่อโดนต่อยก็เด้งไปเด้งมาเป็นลูกบอลชนต้นไม้เด้งลงพึ้น กระดอนไปไกล เขาลองใส่เต็มแรงดู ปัง! เสี่ยวหงเด้งกระดอนไปไกลลิ่ว แต่แถบHP ของมันลดลงทีละ4-5 มากสุดก็10 นี่คือผลของการป้องกันการโจมตีแบบกระแทก ลดความเสียหาย90% เย่เฟิงพลันเข้าใจขึ้นมา 

ไม่ใช่ว่าสไลม์ตัวนี้อ่อนแอ ถ้ามันใช้เกราะเด้งดึ๋งแล้วให้หมาป่าเขี้ยวโลหิตคาบเข้าปากแล้วใช้เมือกพิษนั่นก็สามารถสังหารหมาป่าเขี้ยวโลหิตได้เลย

"เสี่ยวหง ใช้เปลี่ยนรูปลักษณ์" สไลม์เสี่ยงหงร้องอุกิ๊วๆ บอกให้เขากำหนดสิ่งที่ต้องการเปลี่ยน "เปลี่ยนเป็นดาบ" เสี่ยวหงรับคำสั่ง ยืดๆหดๆตัวกลายเป็นรูปดาบ

"เจ๋ง" แต่เขาก็ไม่รู้ว่ามันจะใช้อะไรได้หรือเปล่า ไม่ใช่ว่าเป็นดาบเด้งดึ๋งๆฟันไม่เข้าหรอกนะ แต่นั้นก็เกินความคาดหมายของเขา เมื่อเขาลองฟันไปที่ต้นไม้ต้นหนึ่ง มันขาดออกเป็นสองท่อน นั่นแสดงว่ามันมีคุณสมบัติของดาบโดยแท้จริง

"สุดท้ายแล้วเสี่ยวหง ข้าจะให้สมุนไพรเจ้า แล้วให้เจ้าไปพักผ่อน" เย่เฟิงกล่าวออกมา ตอนนี้เขากำลังมองหาวิธีใช้เสี่ยวหงให้เกิดประโยชน์สูงสุด มันสามารถพลิกแพลงทักษะไปตามสถานการณ์ได้มากมาย "ฟิวววววชั่น" เห็นชื่อสกิล ความจูนิของเขาก็หลุดออกมา

หนึ่งคนกับอีกหนึ่งสไลม์หลอมรวมร่างกับเป็นหนึ่งเดียว ผิวของเย่เฟิงพลันเปลี่ยนไปเป็นสีชมพู ใบหน้าของเขาเองก็เปลี่ยนไปเหมือนมีจงอยหยดน้ำงอกออกมาที่หัว และมีรูเล็กๆที่หัวกระโหลกด้านข้างและหน้าอกของเขา กล้ามเนื้อดูเหมือนจะนูนขึ้น และเขารู้สึกว่าตัวเองเหมือนจะมีเขี้ยวงอกออกมาเหมือนแวมไพร์ 

[ติ๊ง... สกิลพิเศษรวมร่างฟิวชั่น  

  ฮีลลิ่งเฟคเตอร์(ติดตัว) : ฟื้นฟูอาการบาดเจ็บได้ในเวลาอันรวดเร็ว  
  
  กายาเด้งดึ๋ง(ติดตัว) : เปลี่ยนร่างกายให้เหมือนกับยางยืดสามารถลดแรงกระแทกได้
  
  งอกเซลล์ (ใช้ลมปราณผู้อัญเชิญเพิ่มอีก10หน่วย/วินาที) : งอกอวัยที่หลุดออกจากร่างกาย    
                                                                           
                                                                                                      ] 

"เหยด" เย่เฟิงที่พึ่งจะรวมร่างกับสไลม์อุทานออกมาตาโตเท่าไข่ห่านด้วยความตกละลึง "สมแล้ว สมแล้วที่ใช้ลมปราณ50หน่วยต่อนาที ฮ่าๆๆ" เย่เฟิงลองต่อยอากาศอย่างแรงดูผลปรากฎว่าแขนของเขานั้นยึดยาวออกไปอีกสามเมตร "ฮ่าๆๆๆ...หมัดปืนยางยืด" ปัง!ๆๆๆๆๆ หมัดของเขากระทบเข้ากับอากาศจนเกิดเสียงดัง สกิลแรก รักษา สกิลสองเปลี่ยนร่างเป็นยางดูดซับการโจมตี สกิลที่สามพิเศษสุด งอกอวัยวะ

"ข้า ข้าคือจอมมารเย่เฟิง ถ้าข้าหามีกางเกงสีขาวและเข็มขัดตัวM มันก็คงจะเจ๋ง แบบนี้ต้องสั่งทำแล้ว" หลังจากที่ได้เห็นรูปลักษณ์ของตัวเองเขาก็พลันนึกถึงจอมมารในเรื่องลูกแก้วมังกร "ที่นี่คงจะไม่มีดาวไซย่าใช่มั๊ย" เนื่องจากว่ามันเหมือนมากเกินไปจนเขาสับสน ก่อนที่เขาใช้ฝ่ามือปิดหน้าให้เห็นแต่ตาก่อนที่จะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงใหญ่ๆแบบตัวร้ายในละคร"และแล้วจอมมารก็ถือกำเนิด" 

เห็นแถบลมปราณของสไลม์ใกล้จะหมดไปเขาก็ยกเลิกการฟิวชั่นทันที ก่อนที่จะให้เสี่ยวหงกินสมุนไพรและพืชมีพิษจนอิ่มแล้วก็เก็บไป ต้องให้มันพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูลมปราณ นี่เป็นความรู้พื้นฐานของตำราตระกูลหง และยังเป็นพื้นฐานของผู้ใช้สัตว์อสูร มันไม่ใช่แค่เขาเท่านั้นที่รวมร่างกับสัตว์อสูรได้ แต่ผู้ใช้สัตว์อสูรส่วนมาก ก็ทำได้เช่นกัน

เขาเดินลัดเลาะเข้าไปในป่าเรื่อยๆ โฮกกก! จู่ๆเสียงของสัตว์อสูรขนาดใหญ่ก็ยังขึ้น เย่เฟิงจึงใช้ย่องเบาแล้วเดินไปทางเสียง ภาพข้างหน้าก็ปรากฎขึ้นชายคนหนึ่งกำลังล่อนจ้อนไม่ใส่อะไรกำลังด่อมๆมองๆไปยังทางที่มีเสีงคำรามของสัตว์อสูร แล้วเขาก็เหลือบไปเห็นสาวน้องผมสีฟ้ามัดแกละกำลังเผชิญหน้ากับพยัคฆ์ทมิฬ "ซือหยิน" เย่เฟิงตกใจที่ได้มาเห็นนางที่นี่ แต่พลันนึกถึงยาถอนพิษที่ตนบอก ก็มีความเป็นไปได้ที่นางกำลังมาหาสมุนไพรและเลือดอสรพิษหยก

"บักซบ หยินเอ๋อของข้ากำลังโดนพวกวิตถารตามสะกดรอย สโตคเกอร์โรจจิตเหรอ ไม่ได้การแล้ว ข้าจำเป็นต้องช่วยนาง ไม่เช่นนั้นศักดิ์ศรีของของนางต้องย่อยยับแน่" เย่เฟิงวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว หึ เรื่องพูดเลียขาประจบนายเขานั้นนับว่าถนัด แต่เรื่องพูดข่มอีกฝ่ายนั้นเขาขั้นเซียนเลยล่ะ ฉับพลันเขาก็ออกมาจากสถานะย่องเบา ชายโรคจิตพลันรู้ตัวสะดุ้งโหยง

เย่เฟิงหลี่ตามองอย่างเหยียดหยามก่อนที่จะเงยหน้าขึ้น "อ๋อ" เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง มันเป็นการวางท่าที่จะทำให้ตัวเองดูเหนือกว่า ก่อนที่เขาจะเหลือบไปมองซือหยินที่กำลังสู้อยู่กับพยัคฆ์ทมิฬ แล้วก็หันกลับมามองโรคจิตนี่ การแสดงต่อไปก็คือการมองตั้งแต่หัวจรดเท้า นั่นจะทำให้ผู้ที่ถูกมองรู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังพิจารณาตัวเอง และทุกสิ่งทุกอย่างในตัวกำลังจะถูกสายตานี่เปิดเผย มันเหมือนกับการที่ไปบ้านของแฟนสาวครั้งแรกและถูกแม่ของแฟนมองตั้งแต่หัวจรดเท้า มันจะทำให้อีกฝ่ายร้อนรน นี่เราตัดเล็บหรือยัง หนวดขึ้นหรือเปล่า ท่ายืนดูดีมั๊ย ผมตัดเรียบร้อยหรือเปล่า การแต่งตัวแลดูมีฐานะมั๊ย

"นางชื่อว่าซือหยิน นางเป็นเมียของข้าเย่เฟิงคนนี้ เราทำลูกกันหลังอาหารเช้า กลางวัน เย็น และก่อนนอน กระทั่งตอนตื่นนอน เรานัดกันมาเปลี่ยนบรรยากาศบ้างที่ป่าท่ามกลางสายตาเหล่าสัตว์อสูรก็น่าตื่นเต้นไม่น้อย เฮ้อ..น่าเสียดายที่ลีลาของนางนั้นยังไม่ถึงขั้น นี่ต้องได้ให้ข้าสอนแล้ว ว่าแต่ตาเฒ่าตัณหากลับ เจ้าแก้ผ้าล่อนจ่อนตามแอบดูเมียของข้าแบบนี้เจ้ามีอะไรจะแก้ตัว" เย่เฟิงพูดข่มว่านั่นคือเมียของข้า อย่างน้อยโรคจิตมันต้องรนรานบ้างหล่ะ ยิ่งเอ่ยถึงกิจกรรมที่พวกเขามีต่อกันแล้ว นั่นจะทำให้ลดกำลังใจของอีกฝ่ายได้

มันเคยมีครั้งหนึ่งที่เขาไปเที่ยวกับเพื่อน แล้วก็มีหญิงสาวมานั่งร่วมด้วยพวกเขากินกันอย่างสนุกสนาน จนกระทั้งมีชายคนหนึ่งอ้างว่ามาตามหาแฟนจากนั้นก็พยายามพาหญิงสาวที่นั่งกับพวกเขาไป เย่เฟิงกอดเอวสาวคนนั้นก่อนที่จะกระชากให้หญิงสาวมานั่งบนตักก่อนที่จะมองดูชายคนนั้นแล้วยักคิ้วใส่ราวกับตัวร้าย ก็เขามีเพื่อนหนิจะกลัวไร สุดท้ายชายคนนั้นก็คอตกเดินจากไป นี่นับเป็นประสบการณ์เล็กๆ

"ข้าซือหยวนเป็นบิดาของนาง เจ้ากล่าวว่าเจ้าเป็นสามีนาง?" เฒ่าตัณหากลับเอ่ยขึ้นมาด้วยสีหน้าจริงจังและดูเหมือนจะโกรธมาก 

"ฮ่าๆๆ บิดาของนางรึ เจ้ากำลังจะบอกว่านางคือเด็กในสังกัดของเจ้า?" มีหรือที่เย่เฟิงจะเชื่อ บิดา? บิดาบ้านไหนเขาล่อนจ้อนตามแอบดูลูกสาวกัน อาเสี่ยอาเฮียส่วนมากก็มักจะเรียกสาวที่ตัวเองเคยนอนด้วยว่าลูก ลูกอย่างงั้น ลูกอย่างงี้ แต่ก็ไม่พ้นไปจบที่ม่านรูด เขารู้ดีนักล่ะ

"อะไร? เด็กในสังกัด?" ซือหยวนพูดอย่างงุนงง เขาไม่เคยได้ยินสรรพนี้ ถ้าให้พูดกันตรงๆแล้วซือหยวนไม่ควรจะมาพูดเล่นลิ้นกับเด็กกวนบาทานี่ แต่เพราะพลังปราณของเขานั้นหมดไปแล้วหลังจากที่สู้กับจระเข้เกราะเพชรเจ้าบึงแห่งบึงมรณะ เขาจึงไม่มีทางเลือก

"เฮ้อ...เจ้านี่ไม่รู้อะไรจริงๆเลยนะท่านพ่อตา ถ้างั้นก็ดูนี่" เย่เฟิงเรียกสไลม์ออกมาก่อนที่จะหยิบเอาผ้าสีแดงมีขนขยุกขยิก4-5เส้นออกมา นั่นทำให้ซือหยวนตะลึงเล็กน้อย

"อัญเชิญสัตว์อสูร เจ้าเป็นผู้ใช้สัตว์อสูร?" ซือหยวนอุทานออกมา 

"นั่นไม่สำคัญ สิ่งสำคัญมันอยู่ตรงนี้" เย่เฟิงกางกางเกงในสีแดงลายลูกไม้ออก ตรงเป้าของมันมีรอยเลือดเปรอะอยู่ "นี่คือของขวัญที่นางให้ข้าในครั้งแรกที่เราเจอกัน

"ไม่ ข้าไม่เชื่อ" ซือหยวนกล่าวตัวสั่นด้วยอารมณ์โกรธสุดขีดเขาไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดว่าบุตรสาวของนางจะทำแบบนี้ แต่ครั้นมองไปยังกางเกงในดีๆ สีที่เขาคุ้นเคย ลวดลายลูกไม้ที่เขาเคยแอบมองตอนสาวรับใช้เอาออกมาตาก รอยตำหนิที่สายรัดมันหลวมๆและขาดไปช่วงหนึ่ง เขาคุ้นเคยมันดีนักล่ะ

พุ๊ฟฟฟ...ซือหยวนกระอักเลือดออกมาอย่างเหลืออด ไม่เคยมีใครมาทำให้เขาโกรธแบบนี้มาก่อน แต่ถ้าเป็นอย่างที่เจ้าเด็กสารเลวคนนี้กล่าวนั่นแปลว่าเด็กน่าตายนี่เป็นลูกเขยของตนอย่างลับๆ และเป็นคนรักของบุตรสาวอย่างแท้จริง รอยเลือดนั่นบ่งบอกแล้วว่าบุตรสาวของตนนั้นเสียซ...เป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว อยากจะโกรธแต่ก็โกรธไม่ได้ อยากจะฆ่าชายคนนี้แต่ตนกลับลมปราณหมด มันอึดอัดเสียจนเขากระอักเลือดออกมา

เย่เฟิงเก็บกางเกงในเข้าไปยังสไลม์ก่อนที่จะเก็บสไลม์กลับไป ก่อนที่เขาจะเก็บกางเกงในเขาไม่พลาดโอกาศอันดีดมเข้าไปหนึ่งทีให้ชายวิตถารคนนี้ดู หึ แกอิจฉาข้าจนกระอักเลือดเลยหรือ? แกอยากจะดมล่ะสิ ฝันไปเถอะ

"แค่คนโรคจิตที่ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะจับไก่ ข้าจะไม่เอาความกับเจ้า ใสหัวไปซะ ไม่อย่างนั้นก็อย่าหาว่าข้าไม่เตือน" เย่เฟิงกล่าวออกมาอย่างเย็นชา

"เจ้า เจ้า" ซือหยวนชี้เย่เฟิงอย่างเหลืออด "ข้ากำลังคุ้มกันนางและดูแลนางอย่างลับๆเมื่อนางมาที่ป่านี้ ข้าจะต้องรับประกันว่านางจะปลอดภัย" เขาอธิบายออกมาก็แทบจะลมจับ นี่ตนต้องมาอธิบายอะไรแบบนี้ด้วยหรือ

เห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่ยอมรามือไปง่ายๆเย่เฟิงก็เหลืออดเช่นเดียวกัน แต่เรื่องแบบนี้มันไม่สมควรจะถึงแก่ชีวิต เขาหยิบยาพาเพลินเม็ดกลมโตออกมา "ข้าเตือนเจ้าแล้วนะ ข้าไม่ได้อยากจะทำอย่างนี้นะ" สิ้นการสนทนา เย่เฟิงโยนลูกบอลยาพาเพลินไปหาซือหยวนก่อนมันจะระเบิดปุ๊งออกมาเหมือนระเบิดควัน 

"เจ้า เจ้า เจ้าสารเลว อย่าให้ข้ารอดออกไปได้ ข้าจะสับเจ้าเป็นชิ้นๆ" ซือหยวนเผลอสูดเอาควันเข้าปอดไปฟอดใหญ่ก่อนที่จะกล่าวออกมาเสียงแหบแห้ง

"ซือหยินข้ามาช่วยเจ้าแล้ว" ตอนนี้ซือหยินกำลังนั่งสมาธิฟื้นฟูลมปราณอย่างลืมเลือนตัวตน เย่เฟิงวิ่งเข้าไปหาซือหยินอย่างร้อนรน ซือหยวนกำลังมองร่างชายหนุ่มที่วิ่งเข้าไปหาบุตรสาวคนรักของตนอย่างสนิทสนม ก่อนที่ร่างนั้นจะสะดุดล้มหัวขมำพื้นก่อนที่จะไปถึงนางแล้วลุกขึ้นมาใหม่อย่างเก้ๆกังๆ

"พู๊ฟฟฟ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ" ซือหยวนหัวเราะออกมาอย่างสุดเสียง อนิจจาลมปราณของเขาฟื้นขึ้นมาช้าไปเพียงหนึ่งก้าว ตอนหัวเราะเขาสูดเอาควันเข้าปอดไปหลายคำ เสียงหัวเราะที่แฝงพลังลมปราณทำให้ต้นไม้ใบหญ้าสั่นไหว เย่เฟิงถึงกับหน้าซีดเผือดสี

"อ๊าาา..."ซือหยินได้ยินเสียงหัวเราะอันน่ากลัวก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา แต่ยังไม่ทันตั้งตัวก็โดนใครไม่ทราบมาอุ้มนางแล้ววิ่งไป รู้สึกตัวอีกทีก็เห็นว่าเป็นเย่เฟิง ตอนนี้สมองของนางนั้นงุนงงไปหมด เกิดอะไรขึ้น พลันเหลือบไปมองหน้าเย่เฟิงก็เห็นว่าเขามีสีหน้าที่จริงจัง กัดกรามกรอดวิ่งอย่างสุดชีวิตจนเหงื่อไหลไคลย้อย กับเสียงหัวเราะที่น่ากลัวนั่น นางก็พลันเข้าใจว่ามีเหตุอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับตน นางหารู้ไม่ว่าที่เขาเหงื่อไหลก็เพราะความอับอายที่ตนสะดุดขาตัวเองล้ม แต่บุรุษเจ้ากรรมก็ตีเนียนราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

"มีคนวิปริตไม่ใส่เสื้อผ้าบตะสูงส่งตามเจ้ามา ถ้าข้ามาช้ากว่านี้อีกนิดเกรงว่าเจ้าจะเจอเรื่องร้ายเข้าให้แล้ว" เย่เฟิงพยายามอธิบาย 

ฮ่าๆๆๆๆ ฮะ ฮะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่าาาาาๆๆๆๆ

ได้ยินเสียงกลั้นๆและลมปราณอันแข็งแกร่งที่แฝงมากับเสียงหัวเราะนางก็พลันขนลูกซู่ไปถึงหัว "คะ คงมีแต่พวกโรคจิตวิปริตเท่านั้นที่หัวเราะได้น่าเกียจน่ากลัวเช่นนี้" ในใจก็พลันโล่งใจที่เย่เฟิงมาช่วยตนได้ทันท่วงที ถ้าซือหยวนมาได้ยินคำพูดของคนผู้เป็นบุตรสาวคาดว่าคงจะกระอักเลือดออกมาจนหมดตัวเป็นแน่




 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 50 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 20:16
    ขออีกๆ555
    #26
    0
  2. วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 20:16
    ขออีกๆ555
    #25
    0
  3. #17 marmira (@marmira) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 01:35
    5555จี้จุดขำผมเลย
    #17
    0
  4. #16 berfuk (@berfuk) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 23:33
    555555
    #16
    0