ตั้งค่าการอ่าน

ค่าเริ่มต้น

  • เลื่อนอัตโนมัติ
    =*เทพธิดา*= [[สายลมและนาฬิกาทรายฤดูร้อน]]

    ลำดับตอนที่ #1 : - -สี่พี่น้อง ภูตแห่งฤดูกาล- -

    • อัปเดตล่าสุด 29 มี.ค. 50





               ในป่าใหญ่แห่งหนึ่ง  ณ ดินแดนที่ซึ่งไม่มีมนุษย์คนใดเข้าไปถึง เป็นที่อยู่ของเหล่าเทพ ภูต และปีศาจมากมาย 


               ในดินแดนแห่งนี้แบ่งเป็นป่าต่างๆ 


               ส่วนที่อยู่ของเหล่าเทพจะเป็น ป่าแห่งนิรันดร์กาล 


               ส่วนของภูตจะถูกเรียกว่า ป่าแห่งกาลเวลา 


               และของปีศาจจะอยู่ใน ป่าแห่งรัตติกาล 


               นอกจากนั้นบริเวณชายป่าจะมีประตูกลลอยอยู่กลางอากาศนับร้อย เป็นจุดเชื่อมต่อไปยังโลกอีกแห่งหนึ่ง





    สายลมและนาฬิกาทรายฤดูร้อน




               เส้นทางของหญิงสาวที่มีความรักอย่างหมดใจ และทุ่มเทไปเต็มที่นั้น มีเพียงสองเส้นทาง- - หนึ่ง..เป็นนางฟ้าที่งดงามและอ่อนโยนยามเมื่อได้พบกับรักอันอ่อนหวานที่แท้จริง หรือสอง..กลายเป็นปีศาจร้ายยามผิดหวังที่พร้อมจะทำลายล้างได้ทุกอย่าง  ทำไมทุกสิ่งถึงเปลี่ยนแปลงได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่คำว่ารักงั้นหรือ  เปลี่ยนหญิงสาวจากนางฟ้าที่อ่อนหวานกลายเป็นปีศาจที่แสนร้ายกาจ เปลี่ยนหญิงงามที่เย่อหยิ่งให้อ่อนโยนยิ่งกว่าใคร เปลี่ยนหญิงสาวที่แสนขี้อายให้อาจหาญกว่าชายใด  หรือกลับกัน..เปลี่ยนความองอาจของนักรบให้นุ่มนวลกว่าผ้าผืนใดในโลก 
     อานุภาพของคำๆนี้ มันจะมากขนาดนี้เชียวเหรอ..





               ภาพเบื้องหน้าที่เธอกำลังมองอยู่นั้น เป็นภาพพระอาทิตย์ยามอัสดง  นาซิ เหม่อมองไปอย่างไร้จุดหมาย ทุกๆวันไม่ว่าสิ่งใดจะเปลี่ยนแปลงไป แต่พระอาทิตย์ก็ยังคงขึ้นและตกแบบนี้เสมอ ไม่มีสิ่งใดที่จะหยุด หรือบังคับมันได้ แบบนี้เรียกว่านิรันดร์หรือเปล่าน้า  หญิงสาวนั่งลงพิงกับต้นไม้ในป่าแห่งกาลเวลา  เธอก้มมองดูดอกไม้ที่อยู่ใกล้ๆ มันเปลี่ยนสีที่กลีบไปเรื่อยๆตามธรรมชาติของดินแดนแห่งนี้ 
    ทุกๆสิ่งย่อมมีการเปลี่ยนแปลง แต่เหตุใดคนเรายังใฝ่หาคำว่านิรันดร์


               หญิงสาวจมกับความคิดของตนเองเงียบๆ  เธอนั่งอยู่อีกชั่วครู่ ความมืดก็เข้ามาแทนที่ในดวงตาของเธออย่างฉับพลัน จนทำให้เธอไม่สามารถมองเห็นอะไรได้นอกจากความมืดมิด


               “ทายซิ ใครเอ่ย?”  เสียงทุ้มดังขึ้นมาจากข้างหลังเธอ พร้อมกับมืออบอุ่นปิดอยู่ที่ดวงตา


               “เอาอีกแล้ว โอไรอัน ท่านไม่มีอะไรจะทำหรือไง”  สาวงามผมสีส้มแซมแดงตอบพลางแกะมือนั้นออก ชายหนุ่มผู้เข้ามาใหม่นั่งลงที่ข้างๆเธอ


               “วันนี้เจ้ามาเร็วจังนะ”


               “ก็ไม่นานเท่าไรหรอ ”  หล่อนพูดอย่างไว้ตัว แสดงให้เห็นว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่าไรนัก  “ข้าเพิ่งมาถึงเอง”


               “จริงเหรอ”  ชายหนุ่มแกล้งกระเซ้า  “แต่ข้าเห็นเจ้ามานั่งที่นี่เกือบครึ่งชั่วโมงแล้วนะ”


               “ท่านนิ!”  ใบหน้าของหญิงสาวแดงก่ำขึ้นมา เหมือนถูกจับผิดได้ หันไปแยกเขี้ยวกับเจ้าหนุ่มที่หัวเราะร่วน  “แอบมองดูข้าจากข้างบนรึ”  ข้างบน ที่นาซิพูดถึง คือที่ที่สูงขึ้นไปจากดินแดนที่อยู่อาศัยตอนนี้ เป็นสถานที่ที่มีดวงดาวต่างๆมากมายสถิตอยู่คอยหมุนโคจรไปตามทิศทางที่ถูกกำหนด  โอไรอันเองก็เป็นหนึ่งในดาริกาเหล่านั้น..ดาวนายพรานที่สุกสว่าง


               “ถ้าไม่ทำอย่างนั้น จะเห็นเจ้าปากไม่ตรงกับใจหรือไง”


               “ข้าไม่พูดด้วยแล้ว”  หญิงสาวผู้ทำหน้าที่เป็นภูตแห่งฤดูกาลลุกขึ้น แล้วเดินออกมา  โอไรอันตามเธอไปด้วย ไม่แปลกสำหรับใครๆเลย ที่จะเห็นชายหนุ่มและหญิงสาวทั้งสองคนอยู่ด้วยกัน  คนหนึ่งเป็นภูตแห่งฤดูร้อน ผู้ซึ่งเป็นพี่ใหญ่สุดในบรรดาพี่น้องแห่งฤดูกาลทั้งสี่คน  อีกคนเป็นเทพบุตร บุตรแห่งพระเจ้า ผู้สถิตอยู่บนฟากฟ้า ณ ดาวนายพราน


               “ไม่เอาน่า นาซิ ข้าแค่ล้อเจ้าเล่นเอง”   ชายหนุ่มตามไปง้อด้วย  “ข้ารู้ ถึงไม่ทำแบบนี้ ก็รู้อยู่แล้วว่าเจ้ารักข้ามาก”


                “แล้วใครบอกล่ะว่าข้ารักท่าน!”  เสียงของหญิงสาวกระชากขึ้นมาทันทีด้วยความเขินอาย  ไม่ว่านานเพียงใด เธอก็อดอายไม่ได้กับคำที่ออกมาจากปากเขาคำนั้น  เหมือนง่ายที่เขาพูด แต่มันซึมลงไปในหัวใจให้ได้ชุ่มชื่นทุกครั้งที่เอ่ย


               “ก็ใครล่ะ ที่คบอยู่กับข้าได้นานถึงเจ็ดปีล่ะ”


                ก็จริงอยู่ หล่อนคิด  ถ้าเธอไม่ชอบผู้ชายคนนี้จริง เธอคงไม่ทำกิริยาที่น่ารังเกียจแบบนี้หรอก บางครั้งเธอก็อยากทำตัวอ่อนหวานให้สมกับที่เป็นคนรักกัน แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าชายผู้นี้เธอก็ทำไม่ได้  เธอเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ ทำไมถึงปฏิบัติกับเขาเหมือนคนอื่นๆไม่ได้  แล้วจะปรึกษาใครก็ไม่ได้ด้วย  น้องๆของเธอยังไม่มีใครเคยมีความรักเลยสักคน 


               - -น้องสาวที่น่ารักของเธอ  ฮารุ ฟุยุ อะกิ- -



               “ทำไมเงียบไปล่ะ ข้าพูดถูกใจเจ้างั้นรึ”  เสียงของเจ้าหนุ่มผ่านแว่วเข้ามาในสมอง


               “เปล่าสักหน่อย ไหนวันนี้ท่านบอกว่าจะพาข้าไปเที่ยวยังไงล่ะ”


               ชายหนุ่มกับหญิงสาวเดินจับมือกันไป  นาซิรู้ว่าเธอชอบเวลาช่วงนี้มากที่สุด หากหยุดมันลงที่ตรงนี้ได้ เธอก็จะทำ ไม่มีสิ่งใดที่เธอปรารถนามากไปกว่าการได้ใช้ชีวิตกับคนที่เธอรักมาก และเธอรู้ดี เขาคนนี้ก็รักเธอมากเช่นกัน


               ความรักแบบนี้ ใช่รักนิรันดร์หรือเปล่าน้า..



                                                                       ...........................................



               “พี่นาซิ”  เสียงของฟุยุดังขึ้นมา ภูตสาวแห่งฤดูหนาวผู้มีผมดำขลับดุจท้องฟ้าในยามค่ำคืน  “ข้ารอมาตั้ง 7 ปีแล้ว เมื่อไรจะได้ยินข่าวดีของพี่บ้างล่ะค่ะ”  น้องสาวคนที่สามเอ่ยหยอกล้อแกล้งพี่สาวของเธอ  นาซิเงยหน้าขึ้นมา เธอเปลี่ยนท่านั่งเป็นไขว่ห้างก่อนที่จะเท้าคางอย่างไว้เชิงตอบไป  ทั้งๆที่ใจของเธอเต้นไม่เป็นจังหวะแล้ว


               “พูดถึงเรื่องอะไร? ข่าวดี?”  พี่สาวคนโตเสแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง 


               ตอนนี้พวกเธอภูตแห่งฤดูกาลทั้งสี่คนซึ่งมี นาซิ ฮารุ ฟุยุ และอะกิ  อยู่ในอาณาเขตส่วนตัวของอะกิผู้ซึ่งเป็นน้องเล็กสุด  


              ในป่าแห่งกาลเวลานั้น เมื่อเข้าไปลึกจะแบ่งเป็นหลายมิติ  แต่ละส่วนเป็นอาณาเขตส่วนตัว  คล้ายกับคนแต่ละคนมีห้องของตัวเอง  มีลักษณะแตกต่างกันออกไป ซึ่งหากไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของแล้วก็ไม่สามารถล่วงล้ำเข้าไปได้ 
    อาณาเขตของอะกิเป็นแบบเด็กๆ  เธอชอบสิ่งสวยงาม และความเพ้อฝันของเธอทำให้มีดอกไม้หลากสีหลายชนิดขึ้นอยู่ในอาณาเขตของเธอ  มีดอกไม้ขนาดใหญ่ขึ้นอยู่มากมาย แซมกับดอกขนาดปกติ และขนาดเล็กจิ๋ว  กลางอาณาเขตมีดอกขนาดใหญ่กว่าตัวคนมากสองดอกผุดขึ้นมา  กลีบของมันโค้งงออย่างสวยงาม  หนึ่งในนั้นเป็นที่นอนของตัวเธอเอง  ส่วนอีกดอกฟุยุกำลังนั่งหวีผมที่เงางามของเธออยู่


               อาณาเขตของอะกิ จะมีกลีบดอกไม้ และใบไม้ปลิวตกมาจากข้างบนอยู่เสมอ  น้องสาวคนนี้เคยให้เหตุผลว่า เพราะมันทำให้เธอไม่รู้สึกเหงาเวลาอยู่คนเดียว  อีกอย่างเธอเป็นภูตฤดูใบไม้ร่วง  เพราะงั้นเธอย่อมที่จะชอบเวลามีดอกไม้  หรือใบไม้ปลิดปลิวล่วงหล่นจากต้นของมัน 


               ในหนึ่งปีจะมีเพียงสัปดาห์เดียวเท่านั้นที่พวกเธอทั้งสี่คนจะได้อยู่รวมกันแบบนี้ เพราะหน้าที่ที่ผูกมัด  ทำให้พวกเธอแต่ละคนต้องลงไปทำงานที่โลกมนุษย์คนละฤดู  จึงไม่มีโอกาสที่จะอยู่ด้วยกันทั้งหมดมากนัก


      
               “ฟุยุ พูดอะไรแบบนั้น”  ฮารุเอ่ยขึ้น เธอนั่งพิงหลังของพี่สาวเธออยู่  “ข่าวดีอะไรกัน ตอนนี้ใครๆก็ยอมรับพวกเขากันแล้ว ก็อยู่ด้วยกันเกือบตลอดเวลามาตั้งนานแล้วนิ  จะแต่งหรือไม่ก็คงมีค่าเท่ากันล่ะมั้ง”


                “พี่ฮารุล่ะก็ ไปแกล้งพี่นาซิได้ไง”  อะกิพูดขึ้นมาบ้าง ก่อนที่นาซิจะทันโต้แย้งอะไร  “อย่างพี่สาวของพวกเรานะเหรอ จะไม่สนใจชายที่ไม่มีอะไรดีอย่างโอไรอัน”  


               ฮารุ..น้องสาวคนที่สอง..ภูตแห่งฤดูใบไม้ผลิหัวเราะคิกคัก ก่อนจะเอ่ยเสริม  


               “ใช่ เขาไม่มีอะไรเลย ก็แค่เป็นบุตรของพระเจ้าผู้เป็นใหญ่เหนือใครทั้งปวง  ไม่ได้เก่ง ดีเลิศมากมาย ก็แค่สามารถเอาชนะพวกเราสี่คนได้ง่ายๆ และเขาก็ไม่ได้เชี่ยวชาญอะไร ยกเว้นแต่ธนูที่สามารถหลับตายิงได้”


               “ข้าเพิ่งรู้นะ ว่าพวกเจ้าเป็นนักประชดประชันที่เก่งมาก” นาซิพูดกระแทกออกไป แต่ก็ไม่ได้ทำให้น้องๆของเธอหยุดการสนทนาลงได้


                “ไม่เอาน่าพี่นาซิ พี่ก็รู้อยู่แล้วว่าพวกเรารักพี่ หวังดีต่อพี่นะ”  ภูตใบไม้ผลิปลอบพี่สาวของตน ตามด้วยเสียงของอะกิ


                “และน้องก็อยากเรียกโอไรอันร่าเป็นพี่เร็วๆสักด้วย”


                “อะกิเจ้าเงียบนะ”  คนถูกรุมหน้าแดงมากขึ้น “พวกเจ้าไม่มีเรื่องอื่นจะพูดกันแล้วใช่ไหม!”  หล่อนตวาดขึ้นมา


                “ก็ใช่นะสิ ในพวกเราทั้งสี่คน มีพี่คนเดียวที่มีความรัก แล้วจะให้พวกเราพูดถึงคนอื่นเหรอค่ะ”


               “ฟุยุ แม้แต่เจ้าก็เป็นไปด้วยหรือ”  นาซิพูดอย่างเบื่อหน่าย เมื่อหันไปทางน้องสาวคนที่สามของตน  ผมยาวจรดปลายขาทำให้เธอต้องเสียเวลาแปรงผมนานกว่าคนอื่น 


                “ฟังนะ พี่กับโอไรอัน ไม่ได้มีอะไรกัน พี่ยังไม่เคยบอกว่าจะคบกับเขา”  นาซิพูดในสิ่งที่ค่อนข้างจะขัดแย้งกับความจริงเมื่อเดือนก่อนที่โอไรอันเพิ่งสาบานกับเธอว่า



                 ‘ความตายเท่านั้นที่จะพรากเราได้’



               น้ำเสียงและท่าทางของเขาทำให้เธอเชื่อมั่นได้ว่า มีเพียงเขาเท่านั้น..ชั่วชีวิตนี้  เขาจะอยู่กับเธอตลอดไป ความตั้งใจของเขาสะท้อนออกมาทางแววตาให้เธอได้รับรู้  นั่นทำให้เธอรู้สึกเป็นผู้หญิงที่มีค่า..มีความหมายยิ่งขึ้น เมื่อเจอคนที่ต้องการเธออย่างแท้จริง


               “แต่การกระทำมันสำคัญกว่าคำพูดนะ”  ฮารุพูดดักคอขึ้นมา  “แล้วพี่ก็ทำให้พวกเราเห็นว่า พี่อยู่กับคนที่ไม่ใช่แฟน นานกว่าน้องๆของพี่อีก ”


               “ถ้าพวกเจ้ายังไม่เปลี่ยนเรื่องพูดล่ะก็  พี่จะกลับเขตของพี่แล้วนะ”  นาซิเตือนเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งก็ได้ผล ทำให้หัวข้ออื่นผุดขึ้นมาแทน 


               พวกเธอคุยกันนาน จนกระทั่งหลับไปทั้งสี่คนในอาณาเขตของอะกิ  ดอกไม้ที่โปรยปรายลงมาไม่มีวันหมดจากท้องฟ้าที่ค่อยเปลี่ยนสี ตามความรู้สึกของเจ้าของอาณษเขต เมื่อน้องสาวคนสุดท้องหลับสนิท  ท้องฟ้านั้นก็มืดลง จนไม่สามารถมองเห็นอะไรได้



               ในนิทราราตรีนั้น นาซิฝันเห็นตัวเองในชุดนางฟ้าสีขาวบริสุทธิ์  ยืนข้างกายชายหนุ่มคนหนึ่ง เธอแย้มยิ้มอย่างมีความสุขมากที่สุดเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งพึงจะยิ้มออกมาได้  หญิงสาวคล้องแขนที่เบาะบางของเธอไปที่แขนอันกำยำของชายหนุ่ม  เมื่อเธอหันหน้าไปมองดู โอไรอันก็ดึงเธอเข้าไปกอด  แล้วก้มลงเหมือนจะประทับจูบสาบาน - -ยังไม่ทันที่ริมฝีปากของทั้งสองจะสัมผัสกัน เจ้าหล่อนก็ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมา เธอมองไปรอบๆ เห็นฮารุนอนอย่างเรียบร้อยข้างๆเธอ  ตรงข้ามเป็นอะกิ ส่วนฟุยุนั้นอยู่ถัดไปจากฮารุ หญิงสาวเอาผ้าห่มแตะที่ริมฝีปาก พลางยิ้มออกมาอย่างเสียดาย


                “หากความรักที่เป็นนิรันดร์มีจริงล่ะก็ ข้าก็อยากให้เป็นท่าน.. โอไรอัน”  เธอพึมพำออกมาก่อนที่จะคล้อยหลับไปอีกครั้ง


                                                     ……………………………

    ติดตามเรื่องนี้
    เก็บเข้าคอลเล็กชัน

    ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    อีบุ๊ก ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    ความคิดเห็น

    ×