Two World Chronicles - ผจญภัยพิภพสองโลก [ รีไรท์ ]

ตอนที่ 9 : Chapter 8 - เส้นทางลึกลับ (30%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 201
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 ก.พ. 61



*เครดิตภาพจาก [ link ]




- Chapter 8 -
เส้นทางลึกลับ



          "อ-โอย นี่มันที่ไหนกันเนี่ย..."

          เสียงของชายคนหนึ่งดังก้องขึ้นท่ามกลางความมืด ตามด้วยเสียงโอดโอยของกลุ่มชายราวห้าหกคนที่เพิ่งได้สติ พวกเขาพยายามคลำมือไปรอบตัว ก่อนสัมผัสได้ถึงพื้นหินเปียกผิวขรุขระ และไอชื้นจากแอ่งน้ำที่ลอยตัวขึ้นมาเคลือบฝ่ามือ

          เสียงหยดน้ำเล็กๆ ที่หยดลงมากระทบพื้นหินดังขึ้นเป็นระยะ บรรยากาศโดยรอบทั้งอึมทึม และอับชื้นเป็นพิเศษจนทุกคนรู้สึกอึดอัดไปตามๆ กัน รวมถึงความร้อนที่ค่อนข้างสูงทำให้เหงื่อผุดขึ้นตามผิวหนังจนเหนอะหนะไปหมด

          ชายคนหนึ่งดันตัวลุกเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าซึ่งอยู่ไม่ไกล มือคลำถอดเสื้อกั๊กหนังสีดำของตัวเองออก ก่อนเอ่ยถามขึ้น "เฮ้ย พวกแกตรงนั้นเป็นใครวะ !" เขาหันหน้าไปมาในความมืดสนิท ไม่แน่ใจทิศทางของผู้ฟังนัก

          "นี่แกจำเสียงพวกเดียวกันไม่ได้รึไงฟะ" ชายที่อยู่ด้านหลังเขาตอบกลับ

          'กรึ่ก'

          ชายร่างท้วมริมผนังหินเปิดไฟฉายบนที่ติดบนกระบอกปืนสีขาว พร้อมเลื่อนมันส่องไปรอบๆ เพื่อให้รู้แน่ชัดว่าเขามาอยู่ที่ไหนกันแน่ วงกลมสว่างสีขาวเลื่อนไปตามผนังหินที่เป็นหลุมเป็นบ่อ ก่อนฉายไล่ขึ้นไปจนถึงด้านบน

          เมื่อเขาแหงนมองไปยังปลายลำแสงนั้น ก็พบกลุ่มแท่งหินย้อยขนาดใหญ่ที่งอกลงมาจากเพดานยาวเกือบสามเมตร ทำให้พอจินตนาการได้ว่าที่นี่มีขนาดใหญ่โตแค่ไหน

          ทุกคนเปิดไฟฉายขึ้นมาบ้าง และเริ่มส่องสำรวจไปรอบๆ ก็พบว่าตัวเองอยู่ในถ้ำขนาดใหญ่พร้อมกับบอดี้การ์ดชุดดำคนอื่นๆ พวกเขาต่างประหลาดใจว่าตัวเองถูกย้ายมาอยู่ในสถานที่นี้ได้ยังไง เพราะจำได้ว่าเมื่อสิบนาทีก่อนยังกราดยิงต่อสู้กับพวกชายหนุ่มที่หน้าตึกของดีออสอยู่หยกๆ

          "แล้วพวกเรา... มาอยู่ที่นี่ได้ไงกันวะ" ชายร่างสูงเอ่ยถาม ก่อนเดินมารวมตัวกับคนอื่น

          "รอยแยกมิติจากแบตเตอรี่ปืนที่ระเบิด คงย้ายเรามาอยู่ที่นี่ล่ะมั้ง อืม... ว่าแต่มีใครติดต่อคนในเมืองได้บ้างรึเปล่า" ชายร่างท้วมลองเสนอวิธี ก่อนจะเปิดมือถือโฮโลแกรมเพื่อเลื่อนหารายชื่อติดต่อ

          "ไม่ได้ ไม่มีสัญญาณเลย"

          "ทางนี้ก็ไม่ได้เหมือนกัน"

          "บ-บ้าจริง ง่อยสนิทเลย"

          ทุกคนประสบปัญหาที่ไม่ต่างกันนัก พวกเขาพยายามโทรติดต่อเพื่อนบอดี้การ์ดที่อยู่ในเมืองอัสมาเนียหลายครั้ง ทว่าหน้าต่างกรอบสีแดง 'ไม่พบสัญญาณ' ก็ยังคงฉายแสดงขึ้นบนฝ่ามือ

          สีหน้าแต่ละคนเริ่มเป็นกังวลกับสถานการณ์ในตอนนี้ ทว่าไม่ใช่การหาทางออกจากที่นี่หรอกที่กวนใจพวกเขา แต่เป็นอาณาเขตดินแดนที่อยู่เหนือขึ้นไปจากถ้ำแห่งนี้ ซึ่งอาจลดโอกาสในการหนีรอดของพวกเขาลงไปอีกขั้น

          "นอกเขตสัญญาณ... อย่าบอกนะว่า เราหลุดมาอยู่ในแถวอาณาจักรเวทมนตร์" ชายที่ถอดเสื้อกั๊กพูดเสียงสั่น เหมือนเขาจะรู้สถานการณ์ในตอนนี้ได้ก่อนใครเพื่อน

          "แกหมายถึงอาณาจักรเนมอร์น่ะเรอะ อ่า.. บ้าเอ๊ย เราคงไม่ถูกแขวนคอข้อหาบุกรุกใช่ไหม" บอดี้การ์ดคนหนึ่งเสริมพร้อมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เมื่อเขาคิดถึงการลงโทษในแบบยุคกลาง

          "แกจะกลัวอะไรเล่า ก็อย่าให้มันจับได้สิฟะ" ชายอีกคนแย้งในความกลัวเกินเหตุของเขา

          "งั้นมาช่วยกันหาทางออก ก่อนจะมีคนจับได้แล้วกัน" ชายร่างท้วมเปรยขึ้น ก่อนเดินนำไปยังอีกฝั่งของถ้ำที่ยังไม่มีใครสำรวจ มือคว้ากระบอกปืนเลื่อนไฟส่องไปตามผนังหินทึบ

          แต่ถึงเขาจะพยายามมองดูบริเวณนั้นจนทั่วแล้วก็ตาม กลับไม่มีช่องว่าง หรือซอกหินใดที่ใหญ่พอให้เดินผ่านไปได้แม้แต่จุดเดียว จะมีก็เพียงช่องเล็กๆ ที่พอให้แขนสอดเข้าไปได้เท่านั้น

          "มีใครเห็นทางไปต่อบ้างไหม" เขาเอ่ยถาม พลางหันไปยังกลุ่มชายชุดดำที่กำลังง่วนกับการส่องไฟฉายไปรอบๆ

          "ไม่เจอเลยว่ะ ฟรอส รอบๆ มีแต่ทางตัน" คนที่อยู่ใกล้ชายร่างท้วมตอบ ตามด้วยชายชุดดำอีกสี่คนที่เลื่อนไฟฉายลงต่ำ และหันกลับมาส่ายหน้าพร้อมกัน

          ในขณะที่ทุกคนกำลังเดินสำรวจไปรอบๆ อีกครั้ง เพื่อเช็กให้แน่ใจว่าไม่พลาดช่องทางตรงไหนไป ฟรอสก็เหลือบไปเห็นเพื่อนบอดี้การ์ดคนหนึ่งคว้าปืนขึ้นระดับอก และหมุนเล็งปากกระบอกไปยังโพรงกัดเซาะบนหนังถ้ำด้านขวา

          "เฮ้ย แล้วแกจะทำอะไรวะนั่น ดีคอน !" เขารีบพูดขึ้นเป็นเชิงห้ามปราม  

          "จะมัวหาทางกันอยู่ทำไม ก็สร้างทางของเราเองขึ้นมาซะก็สิ้นเรื่อง" เพื่อนเขายักไหล่ ก่อนนิ้วเขาจะออกแรงกดลงบนไกปืน วงเวทสีส้มสองวงที่ปรากฏขึ้นรอบตัวปืนทำให้ทุกคนรู้ได้ทันทีว่าเขากำลังเปิดโหมดเวทไฟ พร้อมปรับพลังงานเป็นระดับสูงสุด

          "หยุดนะเห้ย !" ฟรอสรีบวิ่งตรงเข้าไปห้าม แต่ก็ไม่ทันการ...

          เขาได้แต่มองลำของเปลวไฟที่พวยพุ่งจากปากกระบอก ตามด้วยเสียงดังลั่นจากอากาศโดยรอบที่ร้อนขึ้นอย่างฉับพลัน ลำแสงที่ละลายได้แม้แต่โลหะพุ่งตรงเข้าไปในซอกหินแคบๆ ก่อนแรงอัดมหาศาลจะทำหน้าที่ของมัน

          'ตูม !'

          แสงสีส้มวาบหนึ่งทาทาบบนผนังถ้ำจนสว่างไสว แรงระเบิดส่งสะเก็ดหินปลิวว่อนไปทั่ว กระแสลมที่กวาดออกมาจากจุดระเบิดกระชากร่างบอดี้การ์ดล้มคะมำไปตามๆ กันบนพื้นหิน

          "โอะ... โอย บ้าจริง"

          เสียงโอดโอยดังระงมจากกลุ่มชายที่กำลังปัดฝุ่นหินตามเนื้อตัว และพยุงตัวลุกขึ้น เมื่อม่านฝุ่นสีขาวเบาบางลงจนพวกเขามองเห็นอะไรได้ถนัดอีกครั้ง รูโหว่ขนาดใหญ่ที่เชื่อมทางทะลุไปยังอีกด้านก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า

          พวกเขาเผยสีหน้าดีอกดีใจได้แค่ครู่หนึ่ง ก่อนเสียงพูดคุยอื้ออึงจะกลับกลายเป็นความเงียบอีกครั้ง ชายชุดดำต่างหันมองไปยังเสียงประหลาดที่ถูกส่งลงมาจากเพดานถ้ำ พร้อมแรงสั่นสะเทือนเล็กๆ ที่ทุกคนสัมผัสได้

          'แกร่ก.. แกร่ก คึ่กๆๆ'

          "รีบหาที่หลบเร็ว !"

          ฟรอสตะโกนบอกทุกคน ขณะที่แรงสั่นสะเทือนกำลังส่งไปทั่วผนังถ้ำจนเศษหินเริ่มถล่มลงมาทีละน้อย รอยแตกจากเพดานเริ่มปริเป็นแนวยาวลงมาจนเกือบถึงพื้นหินแข็งด้านล่าง พวกเขาวิ่งหลบเศษหินย้อยคมๆ ที่ร่วงหล่นลงมากันจ้าละหวั่น ก่อนวิ่งมารวมตัวกันบริเวณกึ่งกลาง

          แรงสั่นสะเทือนเริ่มทวีความรุนแรงจนเหมือนแผ่นดินไหวขนาดย่อม ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าสถานที่นี้อาจถล่มลงมาได้ทุกเมื่อ และทับทุกคนให้จมอยู่ใต้ซากปรักหักพังได้ในไม่กี่นาที


------- (30%) -------
To be continued...





ไรท์เตอร์ : จอมมารสีเทา



199 ความคิดเห็น

  1. #176 Battlists26 (@DDnewest) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:41
    มากันคนละกลุ่มเลย 55555 ขอแย่งบทจากเฟนริกซ์สินะ
    #176
    1
  2. #37 DDnewest (@DDnewest) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 19:42
    จากการต่อสู้เล็กๆระดับสตรีทไฟท์ กลายเป็นสงครามระดับวัยโจ๋ในการ์ตูนญี่ปุ่นซะงั้น ลีลาใช้ได้ไม่เบานิ เทรเวอร์
    นี่แค่ตัวร้ายกระจ๊อกกลุ่มแรกในเรื่อง ยังเล่นไม่ซื่อขนาดนี้ ถ้าต้องออกผจญภัย จะขนาดไหน

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 24 พฤษภาคม 2560 / 19:52
    #37
    0