Two World Chronicles - ผจญภัยพิภพสองโลก [ รีไรท์ ]

ตอนที่ 8 : Chapter 7 : ทางเลือกชี้ตาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 223
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    12 ก.พ. 61



*เครดิตภาพจาก [ link ]




- Chapter 7 -
ทางเลือกชี้ตาย



          "เฟนริกซ์ ฉ-ฉันจะสู้แรงมันไม่ไหวแล้ว ร-เร็วเข้า !" ชายหนุ่มร้องขอความช่วยเหลือหลังหมดทางเลือก ความว่องไวของซากศพตัวนี้ทำให้เขาไม่มีเวลาพอจะร่ายคาถาอะไรได้ คงต้องหวังพึ่งจิ้งจอกคู่หูแล้วในตอนนี้

          "ฉ-ฉัน ไม่กลัวแก..." เฟนริกซ์พูดบอกกับตัวเอง ขณะที่รวบรวมความกล้าเดินย่องเข้าไปหาหมาตัวสีดำ ลำตัวของมันสั่นเทา เมื่อเสียงขู่คำรามดังขึ้นเรื่อยๆ ในโสตประสาท

          "ฉ-ฉัน ไม่กลัวแก ฉัน.. ไม่กลัวแก... ก็บ้าแล้ว ฮือๆ" จิ้งจอกขนสีดำเบือนหน้าหนีจากแววตากระหายเลือด เสียงขู่คำรามของมันดังขึ้นไม่ขาดสาย อุ้งมือใหญ่ตวัดไปมากลางอากาศหวังตะครุบจิ้งจอกร่างเล็กทันทีหากหมุดยึดโซ่หลุดจากผนัง

          แต่ระหว่างที่สถานการณ์ของทั้งสองกำลังตึงเครียด เทรเวอร์ก็สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านเข้ามาในบริเวณนั้นอย่างฉับพลัน และเมื่อเขามองผ่านลำตัวซากศพก็เหลือบเห็นชายร่างสูงคนหนึ่งในชุดคลุมสีดำยืนอยู่หน้าซอย ใบหน้าเรียบขรึมถูกเงาของฮู้ดบดบังไปครึ่งหนึ่ง เขาจ้องมองเหตุการณ์ตรงหน้าก่อนคลี่ยิ้มให้กับชายหนุ่มที่กำลังจะถูกเขมือบโดยอมนุษย์

          "ช่วยด้วย ช่วยฉันที ร-เร็วเข้า !" เทรเวอร์ร้องลั่น หวังให้ชายคนนั้นเข้ามาช่วยดึงซากศพบ้าๆ นี่ออกจากตัวเขาโดยเร็ว เขาไม่สนแล้วว่าลักษณะการแต่งกายของผู้มาเยือนคนนี้จะเหมือนภาพในอดีตของตน

          ทว่ากลับไม่มีเสียงตอบใดๆ จากชายลึกลับ นอกจากแววตาสีแดงบนใบหน้าขาวที่ค่อยๆ เลื่อนลงต่ำ และริมฝีปากที่คลี่แสยะยิ้ม ดูเหมือนการที่เขาเห็นชายหนุ่มกำลังเอาชีวิตรอดตรงหน้าเป็นเรื่องสนุกสนาน

          "รึว่า...แกจะเป็นคน อั่ก อ-อยู่เบื้องหลังไอ้พวกบ้านี่" เขาเค้นเสียงอย่างคับแค้น เมื่อรู้เจตนาของชายตรงหน้าชัดเจน

          เทรเวอร์จึงร้องตะโกนให้ดังขึ้นหวังให้คนที่เดินผ่านไปมาได้ยินเข้า แต่เขาก็ต้องประหลาดใจที่ไม่มีใครสักคนบนทางเท้าหันมองมายังต้นเสียง หรือแสดงอาการรับรู้เลยแม้แต่น้อย ราวกับพวกเขาเห็นซอยนี้เป็นกำแพงทึบๆ ของอาคารเท่านั้น

          ชายในชุดคลุมเลิกสนใจชายหนุ่ม หันหลังกลับไปเพียงครึ่งตัว ก่อนเผยรอยยิ้มเย็นบนใบหน้าขาวซีด และเดินข้ามถนนไปยังตรอกซอยอีกฝั่งโดยที่ไม่มีใครในบริเวณนั้นสังเกตเห็นแม้แต่คนเดียว

เมื่อเทรเวอร์มองไปยังร่างชายลึกลับให้ชัด ก็สังเกตเห็นออร่าสีมวงจางๆ ที่ปกคลุมรอบลำตัว ซึ่งเป็นพลังเวทชนิดเดียวกันที่ปิดทางออกทั้งสองด้านของซอยนี้ไว้ เขามีคำถามผุดขึ้นเต็มหัวไปหมด ถึงแม้รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้จะไม่ใช่เวลาหาคำตอบที่ดีนัก

          ชายหนุ่มเหลือบตาไปยังจิ้งจอกคู่หูที่กำลังเดินอย่างกล้าๆ กลัวเข้าไปหาหมาร่างใหญ่ เฟนริกซ์ได้แต่หลับตาแน่น ตัวสั่นหงึก พยายามหักห้ามความกลัวอย่างเต็มที่เพื่อจะช่วยเจ้านายของมัน แต่กลับไม่ง่ายเหมือนอย่างที่คิด แค่มันเดินเข้าใกล้ร่างสีดำที่กำลังแยกเขี้ยวน้ำลายสอในระยะหนึ่งเมตรก็แทบจะทำให้มันลมจับแล้ว

          "เฟนริกซ์ๆๆ ขอร้องล่ะ ! เอามันออกไปที !" เทรเวอร์พยายามเรียกชื่อมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขารู้ดีว่าเวลาใกล้หมดลงไปทุกที หากเฟนริกซ์มัวแต่เสียเวลาสะกดความกลัวของตัวเองเพื่อเข้าไปเอาชิปการ์ดนั่น เขาคงจะต้องตกเป็นเหยื่อของอสูรร้ายตนนี้เช่นเดียวกับหญิงสาวเคราะห์ร้ายที่ตกเป็นข่าวเมื่อไม่นานนี้แน่

          "อย่าๆ ไม่เอาๆๆ อย่า !" ชายหนุ่มตาเหลือกสุดขีดเมื่อร่างด้านบนจับเข้าที่ท่อนแขนทั้งสองของเขาที่กำลังปัดป้อง ก่อนค่อยๆ ดันง้างมันออกไปข้างลำตัว แววตาสีแดงก่ำจ้องมองใบหน้าเหยเกของชายหนุ่ม พร้อมแยกเขี้ยวที่เต็มไปด้วยคราบเลือดเกรอะกรัง

          เทรเวอร์พยายามยื้อแรงจากมือซีดเซียวที่กดแน่นลงบนเนื้อแขน สะบัดดิ้นเต็มที่เพื่อที่จะดึงมือสองข้างกลับมา คมเขี้ยวนับร้อยส่งของเหลวสีแดงหนืดๆ ย้อยลงมาอย่างน่าสะอิดสะเอียน แต่ก็ทำได้เพียงถ่วงเวลาเล็กน้อยก่อนแขนทั้งสองข้างของเขาจะถูกกดให้ทาบลงไปกับพื้น

          "เฟนริกซ์ๆๆ ! ช่างชิปการ์ดมันแล้ว ช่วยฉันทีๆ !" เขาตะโกนลั่น ลำตัวสั่นเกร็งไปทั่งร่าง ขณะมุมปากที่ฉีกเป็นทางยาวเกือบถึงใบหูของร่างอมนุษย์เลื่อนออกห่าง มันเหยียดส่วนหัวขึ้นจนสุด ก่อนส่งเสียงแผดร้องราวอสุรกายที่กำลังจะขย้ำเหยื่อตรงหน้า

          ชายหนุ่มได้แต่หอบหายใจอย่างบ้าคลั่ง เมื่อเห็นโพรงปากเน่าเฟะของร่างด้านบนที่ค่อยๆ อ้าออกทีละนิด น้ำลายสีแดงข้นคลั่กไหลหนืดตามริมฝีปากขาวซีดที่แยกตัวออกจากกัน ซี่ฟันนับร้อยที่เรียงตัวเป็นชั้น และแหลมคมไม่ต่างจากฟันของฉลามค่อยๆ ปรากฏขึ้นด้านในปากที่อ้ากว้างจนใหญ่พอดีกับหัวของชายหนุ่ม

          เทรเวอร์มองเห็นเงาของตนสะท้อนอยู่ในแววตาสีแดงก่ำดุจมัจจุราช บ่งบอกถึงความตายที่จะมาเยือนในไม่ช้า เสียงหอบใจของร่างนั้นอยู่ห่างใบหน้าเขาออกไปเพียงแค่ช่วงแขน

          ...เขาไม่เคยเข้าใกล้ความตายขนาดนี้มาก่อน

          ทว่าเมื่อเขาได้สัมผัสกลิ่นอายของความสิ้นหวัง สัญชาตญาณในตัวที่ควรจะพลุ่งพล่านเพื่อช่วยให้เอาชีวิตรอด กลับกลายเป็นความสงบนิ่งอย่างที่เขาไม่เคยได้รู้สึกมาก่อน ราวกับเป็นความต้องการจากจิตใต้สำนึกที่มักจะหาทางออกที่ง่ายที่สุดให้กับเขา

          'นี่เราต้องมาตายอนาถแบบนี้... งั้นรึ'

          'อืม มันก็... ไม่ได้แย่ซะทีเดียวนั่นล่ะนะ ยังไงมันก็เป็นสิ่งที่ฉันต้องการอยู่ลึกๆ'

          'บางทีนี่มันอาจจะ... ไม่ใช่โลกของฉัน โลกที่ต้องอยู่ไปวันๆ ต่อสู้กับความหวาดกลัว และฝันร้าย โลกที่ต้องแบกรับความสูญเสียจากอดีตอันเส็งเคร็ง และมืดมนนี่ ทั้งคนที่รักฉัน ทั้งเพื่อนที่พยายามปกป้องฉัน'

          'มันเจ็บปวด และทรมานเหมือนกันนะ การทนอยู่แบบนี้ ครั้งนี้ อาจเป็นโอกาสให้ฉันได้หลับสนิท...'

          '...อย่างที่ไม่ต้องกังวลอะไรอีกแล้ว... ก็ได้นะ'

          เทรเวอร์เริ่มหลับตาคู่นั้นลงอย่างสงบ ขณะที่ร่างด้านบนจับแขนสองข้างเขาไว้แน่น ซี่ฟันอันน่าสยดสยองที่เหยียดแหวกผ่านโหนกแก้มเล็งเป้าหมายไปยังส่วนหัวของเขา ก่อนใบหน้าของมันจะแหงนขึ้นจนสุด เพื่อเตรียมออกแรงขย้ำ !

          "เจ้านาย !"

          'เฟนริกซ์... เกือบสามปีแล้วสินะ ที่เราฝ่าฟันทุกอย่างมาด้วยกัน'

          'แกได้ให้ทุกอย่างกับฉันเกินกว่าที่เพื่อนคนหนึ่งจะให้ได้แล้ว และทุกอย่างก็เพื่อให้ฉันได้ก้าวต่อไปในโลกที่กำลังพังทลายใบนี้'

          'ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะ ครั้งนี้แกจะได้มีโอกาสไปสร้างชีวิตใหม่ เลิกมาจมอยู่เจ้านายไม่เอาไหนอย่างฉันเสียที'

          'ลาก่อนนะ เพื่อน... เพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน'

          เมื่อหมดห้วงความคิดสุดท้าย ร่างกายเขาก็ไม่ได้ขัดขืนอีกต่อไป ส่วนหัวของอมนุษย์เหวี่ยงกลับลงมาด้วยแรงที่พอจะคว้านกะโหลกหนาๆ ให้แยกออกเหมือนเนยแข็งที่ถูกตัดด้วยมีดอาบน้ำร้อน

          ...

          "เจ้-า..นา..ย !"

          เสียงหนึ่งดังเข้ามาในห้วงความคิดของเขา ถึงมันจะฟังดูแผ่วเบาเมื่ออยู่ข้างใน แต่นั่นก็เพียงพอแล้วที่เขาจะจับใจความประโยคนั้นได้ ชายหนุ่มค่อยๆ หันหน้าไปยังทิศทางของเสียง โดยที่ตายังคงปิดสนิท

          ...

          "เจ้านาย ข้ามาแล้ว !"

          "หืม ?"

          ...

          "มาช่วยท่านแล้ว !" ประโยคสุดท้ายทำให้ชายหนุ่มตื่นจากภวังค์ ดวงตาสีฟ้าค่อยๆ เปิดขึ้นอีกครั้ง

          และเมื่อเขาเลื่อนมองผ่านหางหาไปยังต้นเสียง ก็เห็นร่างจิ้งจอกสีดำวิ่งรี่เข้ามาพร้อมแผ่นรั้วไม้หักครึ่งที่มีตะปูตัวหนึ่งปักคาไว้ "ฟ-เฟนริกซ์..."

          "เลิกยุ่งกับเจ้านายข้าซะ !" เฟนริกซ์ตะโกนลั่น ก่อนกระโดดขึ้นเหวี่ยงแผ่นไม้ฟาดเข้ากลางหน้าซากศพตัวนั้นอย่างจัง ตะปูด้านแหลมคมเจาะทะลุเข้าไปในเบ้าตาของมัน อมนุษย์ตนนั้นแผดเสียงร้องอย่างบ้าคลั่ง มือสองข้างปาดไปมาบนใบหน้า พยายามดึงตะปูโลหะที่งองุ้มออกจากเนื้อตาสีแดงโลหิต

          "เจ้านาย รีบหนีกันเร็วเข้า !"

          เฟนริกซ์ใช้จังหวะนี้ รีบลากตัวเจ้านายออกห่างร่างอมนุษย์ที่กำลังสะบัดลำตัวไปมาอย่างบ้าคลั่ง มันงับปากเรียวยาวลงบนเสื้อแจ็กเกตของเขา พร้อมออกแรงดึงเต็มที่หวังพาชายหนุ่มออกจากซอยนี้ให้เร็วที่สุด ทว่าเจ้าของร่างกลับไม่พยายามพยุงตัวเองลุกขึ้นแต่อย่างใด

          "เร็วเข้า มันกำลังจะฟื้นตัวแล้วนะ !" เฟนริกซ์พยายามเรียกสติของเขา แต่นัยน์ตาสีฟ้าก็ยังคงมองนิ่งไปยังซากศพเดินดินที่ดึงตะปูยาวหลุดออกมาพร้อมลูกตาสีขาว เลือดสีแดงฉานไหลทะลักออกมาจากเบ้าตาที่ลึกโบ๋ ก่อนฝ่าเท้าขาวซีดที่หักงอผิดรูปจะค่อยๆ หมุนกลับไปยังสองคู่หูอย่างช้าๆ

          ถึงทางรอดของทั้งสองจะอยู่ห่างออกไปเพียงสิบก้าว แต่เวลานั้นก็ใกล้หมดลงไปทุกที เฟนริกซ์เห็นท่าไม่ดี ลำพังแค่แรงของมันพาร่างเจ้านายออกไปไม่ทันแน่ ก่อนอมนุษย์ตัวนี้จะพร้อมจู่โจมอีกครั้ง มันจึงปล่อยซี่ฟันที่งับแขนเสื้อ ตรงเข้าเขย่าตัวชายหนุ่มที่สายตาเหม่อลอยเพื่อเรียกสติ

          "นี่ท่านๆ เราต้องหนีกันแล้ว มองหน้าข้าสิ เราจะต้องรอดไปด้วยกัน เคไหม !" เฟนริกซ์ตะโกน พร้อมกับทาบอุ้งมือลงบนหน้าของเทรเวอร์ที่กำลังก้มลงต่ำ และช้อนคางให้เงยขึ้นโดยเร็ว

          "ได้ยินข้าไหม เร็วเข้าสิ ไปกันได้แล้ว !" เฟนริกซ์เขย่าใบหน้าเขาไปมาพักหนึ่ง ก่อนร่างของชายหนุ่มจะเริ่มตอบสนอง

สายตาของเขาค่อยๆ เลื่อนมองสูงขึ้นจากพื้นจนสบตากับจิ้งจอกคู่หู ริมฝีปากขยับพูดบางอย่างออกมาด้วยเสียงแผ่วเบา "หนี... ไปซะ ฉ-ฉันคงไม่รอดแล้วล่ะ"

          "ไม่ได้ ยังไงข้าก็ไม่มีทางทิ้งเจ้านายไปหรอก !" เฟนริกซ์ยืนยันคำเดิม ไม่ว่ายังไงเจ้านายก็ต้องรอดออกไปพร้อมกับมันด้วย ทว่าชายหนุ่มยังคงก้มหน้านิ่ง ไม่ได้สนใจคำพูดของมันนัก

          เฟนริกซ์ออกท่าทางกังวล พลางหันกลับไปยังร่างอมนุษย์เป็นพักๆ เมื่อเสียงครางต่ำดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แขนสองข้างของมันคว้าสะเปะสะปะไปรอบๆ จากประสาทการมองเห็นที่หายไปครึ่งหนึ่ง

          "เราจะหนีไปด้วยกันแบบทุกครั้งไง มาเร็วขอรับ !" จิ้งจอกขนสีดำพูด พลางยื่นอุ้งมือข้างหนึ่งให้เขาหวังให้รีบหนีไปด้วยกัน มันยิ้มอ่อนเมื่อเห็นชายหนุ่มเงยใบหน้าขึ้น

ทว่าแววตาสีฟ้าของเจ้านายที่มันรู้จัก แววตาของชายหนุ่มผู้รักอิสระ และสนุกไปกับการได้ใช้ชีวิต กลับเลือนหายไป จนเหลือไว้เพียง...


          ...สายตาอันว่างเปล่า ที่ไม่อาจถ่ายทอดอารมณ์ใดๆ ออกมาได้อีก


          "ฉ-ฉัน ไม่อยากอยู่อีกต่อไปแล้ว" ชายหนุ่มพูดเสียงแหบแห้งผ่านลำคอ ราวกับหมดสิ้นความยินดีกับทุกสิ่ง

          "จ-เจ้านาย" เฟนริกซ์อ้ำอึ้งกับประโยคที่เขาพูดออกมาไม่น้อย ถึงมันจะเข้าใจความรู้สึกของชายหนุ่มเพียงใด แต่มันก็ไม่มีเวลามัวแต่มานั่งเจรจาดีๆ อีกแล้ว ไม่ช้าซากศพตัวนั้นก็จะพร้อมจู่โจมอีกครั้ง จึงถึงเวลาต้องใช้ไม้แข็งกันบ้าง

          "นี่ไม่ใช่เวลามัวแต่มาคิดเรื่องแบบนี้นะ !" เทรเวอร์ถึงกับสะดุ้ง เมื่ออุ้งมือสีดำตบลงบนไหล่เขาอย่างแรง

          "คิดถึงสิ่งที่มันเคยทำกับหมูบ้านท่านตอนนั้น สิขอรับ ! มันตามไล่ล่าชาวบ้านทีละคนสองคน มันฉีกทึ้งร่างของพวกเขา ข้ารู้ว่าท่านยังจำเสียงกรีดร้องของพวกเขาได้ดี !"

          "ม-ไม่ หยุด อย่าพูดถึงมัน" เขาเริ่มยกมือกุมขมับเมื่อภาพบางอย่างถูกขุดคุ้ยขึ้นมาในหัว

          "ทุกคนที่ท่านรู้จัก ทุกคนที่ท่านรักก็ต้องตายไปเพราะไอ้พวกเดนมนุษย์นี่ !"

          "ฉ-ฉันบอกให้แกหยุดพูด" ชายหนุ่มกัดฟันกรอด พูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง พลางเลื่อนมือไปยังลำคอของเฟนริกซ์ มือข้างนั้นสั่นระริก พยายามหักห้ามอารมณ์ไม่ให้เผลอบีบคอมันเข้า

          "ยังจำที่มันทำกับแม่ท่านได้ใช่มั้ย !" เฟนริกซ์ยังคงขุดคุ้ยลงไปเรื่อยๆ "ไม่ ไม่เอา หยุดทีได้โปรด" เทรเวอร์หลับตาแน่น พร้อมส่ายหัวไปมาอย่างบ้าคลั่ง

          "แล้วยังจะยอมให้มันเอาชีวิตท่านไปง่ายๆ แบบนี้อีกเหรอ ! "

          "ฉันบอกให้หยุดพูด ไม่งั้นฉันจะเผาแกซะ !" เทรเวอร์ตรงเข้าคว้าใบหูข้างหนึ่งของมันไว้ เสียงหายใจหอบดังฟืดฟาด แววตาสีฟ้าที่หดเล็กจ้องมองจิ้งจอกตรงหน้าอย่างโมโหสุดขีด พร้อมปานในมือขวาที่เรืองแสงสีส้มขึ้น

          "ทั้งๆ ที่มันพรากทุกอย่างไปจากท่าน แล้วจะยังกลัวหัวหดไม่กล้าสู้กับพวกมันอีกงั้นเหรอ ! ท่านนี่มันขี้ขลาดที่สุดเลย !" เฟนริกซ์ตะโกนใส่หน้าชายหนุ่มจนผงะถอย พลางกระแทกอุ้งมือเข้ากลางลำตัวผลักเขาล้มลงไปนอนหงาย เทรเวอร์ถึงกับเลือดขึ้นหน้า รีบดันตัวลุกอย่างกระฟัดกระเฟียด ก่อนยกฝ่ามือขวาตั้งขึ้น

          "ได้ ! จะเอาใช่ไหม ! เฟลมมินิสโซเนม ! (กระสุนเพลิง)"

          เสียงตะโกนลั่นอย่างเดือดดาลดังขึ้น พร้อมกลุ่มเปลวไฟสีส้มที่พวยพุ่งจากฝ่ามือชายหนุ่มเข้าใส่ร่างของจิ้งจอกสีดำ เฟนริกซ์ยิ้มมุมปาก ก่อนเบี่ยงตัวหลบอย่างง่ายดาย เปลวไฟจึงพุ่งต่อไปที่ร่างอมนุษย์ตนนั้น มือขาวซีดทั้งสองรีบยกขึ้นมากันใบหน้าจากรังสีความร้อน ก่อนหันหนีด้วยท่าทางหวาดกลัวสุดขีด

          หลังแสงสีส้มที่สะท้อนในแววตาแดงก่ำหายวับไป เจ้าของร่างก็หันมองไปยังเนื้อตัว และแขนขาตัวเองที่ควรจะพุพองจากความร้อนเปลวไฟ แต่กลับไม่มีแม้แต่ส่วนใดของลำตัวที่ถูกเผาไหม้

          มันแผดเสียงคำราม ก่อนวิ่งรี่เข้ามาหาชายหนุ่มอีกครั้ง และผลักเขาจนล้มลงไปนอนหงาย เฟนริกซ์พยายามกัดลากลำตัวซากศพนั้นออกห่างเจ้านายเต็มที่ แต่ก็โดนเหวี่ยงกระเด็นออกไปด้านหลัง

          'ตูม !'

          เสียงระเบิดที่ดังตามมาทำให้ทั้งสามหันกลับไปมองเป็นตาเดียวกันที่ต้นเสียง กลุ่มควันลอยขึ้นจากรั้วไม้ที่ถูกเจาะเป็นรูกลม จุดร้อนสีแดงปรากฎขึ้นรอบๆ รอยไหม้สีดำ

          เมื่อควันสีเทานั้นจางลง ช่องไม้นั้นก็เผยให้เห็นมุมมองของอีกฝั่ง พวกเขาหันมองไปยังหมุดยึดโลหะที่กำลังร้อนแดง ซึ่งตอนนี้มันไม่ได้เชื่อมกับสายโซ่อีกแล้ว เสียงครางต่ำของหมาตัวโตดังขึ้น พร้อมเสียงครูดของเส้นโลหะหนักๆ ที่ลากมาตามพื้น

          "เว้ยๆๆ มันหลุดออกมาแล้ว เจ้านาย ช่วยข้าด้วยๆๆ !" เฟนริกซ์หางตั้งหน้าซีดเผือด วิ่งเข้าไปหลบหลังชายหนุ่มแทบไม่ทัน ขณะที่หมาตัวสีดำวิ่งรี่เข้ามาหาจิ้งจอกตัวสีดำอย่างรวดเร็ว ซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ซากศพตัวนี้กำลังหามุมขย้ำเทรเวอร์ให้ถนัด และเข้ามาบังทั้งสองไว้พอดี

          หมาตัวโตเบรกอุ้งเท้าตัวเองไว้ไม่ทัน กระแทกเข้าใส่ร่างอมนุษย์นั้นอย่างจังจนกระเด็นเข้าไปติดกำแพง ขณะที่แรงเหวี่ยงส่งร่างมันล้มกลิ้งต่อไปตามพื้นซอย

          "แว้ก ! หนีเร็วๆๆ !" เฟนริกซ์ใช้จังหวะนี้วิ่งนำออกไปตัวแรก ไม่รีรอเจ้านายที่เพิ่งจะยันตัวลุกขึ้นได้หยกๆ

ซึ่งก็โชคร้ายเป็นของมันที่หมาตัวนั้นลุกขึ้นมาได้ก่อนที่ฝีเท้าเล็กๆ ของมันจะพาไปถึงหน้าซอย หมาร่างใหญ่วิ่งไล่ตามไปอย่างบ้าคลั่งโดยไม่สนใจชายหนุ่มที่คั่นอยู่ระหว่างทาง

          "แว้ก ! ช่วยด้วยๆๆ ช่วยที ว้าก !" เฟนริกซ์โกยแน่บอย่างไม่คิดชีวิต อะดรีนาลีนในตัวมันสูบฉีดเต็มที่จนหัวใจแทบจะหลุดออกมานอกซี่โครง แต่ก็ไม่อาจสู้ความเร็วของหมาตัวโตที่วิ่งเต็มฝีเท้าได้ ขมเขี้ยวของมันโผล่พ้นหนังปากสีดำที่อ้าออก ปลายจมูกอยู่ห่างจากปุยหางของเฟนริกซ์ไปเพียงไม่กี่คืบ

          และแล้วเฟนริกซ์ก็พลาดท่า รีบร้อนวิ่งจนสะดุดขาตัวเองล้มหงาย ขากรรไกรที่ใหญ่พอๆ กับหัวจิ้งจอกขนดำอ้าออกกว้าง พร้อมจะขย้ำลงไปบนหน้าท้องขาวของมัน

          "อ้ากกก ! อย่าๆๆ ได้โปรด !" เฟนริกซ์ตะโกนลั่นพร้อมหลับตาแน่น ลำตัวดีดดิ้นไถลไปตามพื้นอย่างสุดชีวิต พร้อมขาสี่ข้างปัดพันกันมั่วไปหมด

          เมื่อชายหนุ่มเริ่มได้สติ และเห็นจิ้งจอกคู่หูกำลังอยู่ในอันตราย เขาก็ยกฝ่ามือขวาขึ้นเล็งไปยังลำตัวของหมาตัวนั้น ก่อนจะร่ายเวทบทหนึ่งออกไป "เฟลมมินิส..."

          ทว่าก่อนที่เขาจะพูดถึงประโยคท้าย ก็มีบางสิ่งที่ทำให้ตาเขาเบิกโพลงขึ้น


          'งีดๆ ! เอ๊งๆๆ !'

          เสียงกัดกร้วมดังมาจากลำตัวของหมาสีดำที่กำลังดิ้นพราดบนพื้น มันแผดเสียงร้องอย่างเจ็บปวด เมื่อคมเขี้ยวของอมนุษย์กัดคาอยู่ที่ท่อนขาสะบัดไปมาด้วยความหิวกระหาย เลือดอุ่นๆ พุ่งกระเซ็นออกมาตามบาดแผลลึกที่เนื้อถูกคว้านหายไป เหลือเพียงกระดูกร่องแร่งสองท่อนที่ยังยึดขาให้ติดอยู่กับที่

          แววตาสีน้ำตาลแดงเหลือกกว้าง ตะเกียกตะกายพยายามคลานหนีอย่างสิ้นหวัง ปื้นเลือดที่หยดพาดเป็นทางยาวบนพื้นค่อยๆ ไหลไปรวมกับแอ่งน้ำขังบนพื้นซีเมนต์ กลุ่มน้ำใสสะท้อนภาพของร่างขาวซีดที่กระโจนตัวผ่านเข้ามาด้วยความเร็วผิดมนุษย์ ก่อนคมเขี้ยวจะฝังเข้าไปกลางลำคอของหมาผู้โชคร้าย

          'งีดๆๆ ! ... งีด'


          "รีบหนีกันเร็วขอรับ !"

          เฟนริกซ์ตะโกนเรียกเจ้านาย ก่อนวิ่งนำออกไปยังฟุตบาทด้านนอกอย่างไม่รีรอ เทรเวอร์หันกลับไปด้านในซอยนั้นครู่หนึ่ง เลื่อนตามองสภาพน่าสยดสยองของหมาสีดำที่นอนแน่นิ่งจมกองเลือด โดยที่ร่างขาวซีดยังคงควักลำไส้ร่างไร้วิญญาณออกมาสวาปามอย่างหิวกระหาย

          รสขมเริ่มวิ่งไล่จากหน้าท้องขึ้นมาจนถึงลำคอชายหนุ่ม เขาหักห้ามตัวเองเต็มที่ไม่ให้อาเจียนออกมากับความน่าสะอิดสะเอียนตรงหน้า ก่อนจะรีบออกวิ่ง หนีไปให้พ้นจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็วโดยไม่คิดหันกลับไปอีกเป็นครั้งที่สอง

          ลำพังเพียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ก็เสมือนทำให้แผลในจิตใจของเขาปริขึ้นจากรอยเย็บอีกครั้ง และเหมือนฝันร้ายเมื่อครั้งอดีตที่คอยตามหลอกหลอนเขาอย่างไม่จบไม่สิ้น

          เพียงฝันร้ายนี้ ต่างออกไปจากที่เขาประสบอยู่ทุกค่ำคืนโดยสิ้นเชิง...

          เพราะบัดนี้... มันได้หลุดออกมาในโลกความจริงที่แสนสงบสุขของเขาเสียแล้ว



"It's hard to wake from a nightmare

when the nightmare is real"

"มันยากนักที่เราจะตื่นจากฝันร้าย เมื่อฝันร้ายนั้นคือความเป็นจริง"

- Kristin Cashore -







ไรท์เตอร์ : จอมมารสีเทา




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

199 ความคิดเห็น

  1. #188 ItsFreakingCool,man! (@Ariana_za555) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:50
    จะมีช่วงเวลาสงบสุขบ้างมั้ยเนี่ย
    ตอนนี้แอบซึ้งนะ น่าสงสารทั้งคู่เลย
    #188
    0
  2. #174 Toeyy' (@nonzee) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:48
    #174
    1
  3. #173 Battlists26 (@DDnewest) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:43
    ถึงเฟนริกซ์เป็นจิ้งจอก แต่ใจหล่อยิ่งกว่าเทรเวอร์อีกนะ ทำไมพระเอกหน้าหล่ออย่างเทรเวอร์จึงดราม่าจนเฟนริกซ์เพลียเรื่อย เวลามีซอมบี้มาเอี่ยว
    #173
    1
  4. #36 Siriporn Pok (@0816588016) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 19:28
    โอ๊ย น่ารัก ขอสักตัวได้ไหม
    #36
    1
    • #36-1 จอมมารสีเทา (@Artcyber) (จากตอนที่ 8)
      22 พฤษภาคม 2560 / 19:31
      ได้เลยครับ แพ็กลงกล่องแปป เดี๋ยวส่ง ems ไปให้เลยครับ : D

      Writer : จอมมารสีเทา
      #36-1
  5. #26 dutchi100 (@dutch6544) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 08:55
    เอางั้นเลยนะเทรเวอร์ 5555+
    ลุ้นมากครับไรต์ โดยเฉพาะตัวตรงระเบียง 555
    กำลังมันส์เลยครับ สู้ๆนะครับไรต์ ติดตามอยู่นะครับ :D
    #26
    0
  6. #25 DDnewest (@DDnewest) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2560 / 20:57
    เฟนริกซ์ไปฝึกกายกรรมมาจากไหน หลบตำรวจได้ชำนาญมาก

    เฟนริกซ์เป็นจิ้งจอกสองบุคลิกเหรอ แล้วเทรเวอร์จะรอดมั้ย
    #25
    0