Two World Chronicles - ผจญภัยพิภพสองโลก [ รีไรท์ ]

ตอนที่ 7 : Chapter 6 : เงามืดที่ซ่อนเร้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 258
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    26 ม.ค. 61



*เครดิตภาพจาก [ link ]




- Chapter 6 -
เงามืดที่ซ่อนเร้น



          เทรเวอร์เดินออกมาจากร้านของเมดริดด้วยอาการที่ไม่สู้ดีนัก เขากุมขมับข้างหนึ่งที่ปวดหนึบ พลางเอนตัวลงบนม้านั่งที่ตั้งเยื้องอยู่ไม่ไกลจากอาคาร
          เฟนริกซ์รีบวิ่งออกมาจากประตูเลื่อนตรงไปหาชายหนุ่มอย่างเป็นห่วง อาการของเขาไม่เคยกำเริบหนักขนาดนี้มาก่อนในรอบหลายเดือน ถ้ามันรู้สักนิดว่าเมดริดจะพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องที่อาจสะกิดความหลังเจ้านายเข้า มันไม่มีทางปล่อยให้เขาต้องมารับรู้แน่นอน

          "แฮ่กๆ ไม่ๆ ฉันไม่อยากนึกถึงมันอีก เอามัน...อึก เอามันออกไปที" เทรเวอร์ยกมือสองข้างปิดทาบใบหน้าเหมือนคนที่กำลังสิ้นหวังเต็มที เท้าศอกบนขาตัวเอง นั่งพึมพำบางอย่างอยู่คนเดียว

          เทรเวอร์หยุดเสียงพึมพำนั่นไป เมื่อรู้สึกถึงแรงสะเทือนจากฝีเท้าเล็กที่กระโดดขึ้นมาบนม้านั่ง เขาเหลือบมองลงไปยังจิ้งจอกลำตัวสีดำที่นั่งอยู่ข้างๆ สบตากับมันด้วยสายตาที่ดูไม่พอใจนัก

          "ออกไป ฉ-ฉันอยากอยู่คนเดียว" ชายหนุ่มพูดเสียงหนักหวังไล่มันออกไปไกลๆ พลางเขยิบตัวออกห่าง แต่ไหนเลยใบหูของเฟนริกซ์จะจับโทนเสียงที่เขาพยายามปกปิดไม่ออก

          "ท่านอยากให้ข้ากอดปลอบใจล่ะซี้ ข้าดูออกนะ" เฟนริกซ์ยิ้มเจ้าเล่ห์ ทำให้ชายหนุ่มออกท่าทางหงุดหงิด "อือ เดี๋ยวก็ดีขึ้นเองนั่นล่ะ" เขาเปรยขึ้นอย่างเอือมๆ

          "ไม่เป็นไรน่าท่าน ข้าเข้าใจความรู้สึกนั้นดีนะ ระบายมันออกมาบ้างก็ไม่ใช่เรื่องผิดหรอกนะขอรับ" มันพูด พร้อมวางอุ้งมือข้างหนึ่งลงบนตักของเขา

          "อึก... แกมันจะไปรู้ได้ยังไงเล่า !" ชายหนุ่มไล่ลมผ่านซี่ฟัน หันหน้าหลบสายตาของเฟนริกซ์ไปอีกทาง

          "เรื่องนั้นวางใจเถอะฮะ ไม่มีใครเข้าใจความรู้สึกท่านได้ใกล้เคียงเท่าข้าหรอก แค่ท่านหลบสายตาไปมา ข้ายังรู้เลยว่าท่านซึ้งคำพูดข้าจนน้ำตาจะไหลแล้ว ฮรี่ๆ"

          "อืม... จะบอกอะไรก็รีบๆ พูดมา เลิกอ้อมค้อมได้ละ" เจ้าตัวขมวดคิ้ว เขาไม่ชอบเลยเวลามีใครมองสิ่งที่คิดในใจได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ถึงจะไม่ใช่เพราะความซึ้งแบบที่มันว่า

          "เจ้านายก็รู้นี่ฮะ ไม่ว่ายังไง ข้าก็ไม่ยอมให้ไอ้พวกนั้นมันเข้าใกล้ท่านอยู่แล้ว..."

          "เดี๋ยวเราจะผ่านเรื่องร้ายๆ พวกนี้ไปด้วยกันเหมือนทุกครั้งนะ โอเคไหม ยังไงจิ้งจอกน่ารักตัวนี้ก็ยืนอยู่ข้างท่านแน่นอนฮะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดอะไรขึ้น" เฟนริกซ์เผยรอยยิ้มหนึ่งให้ชายหนุ่ม ทว่าไม่ใช่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์ของจิ้งจอกในสายตาคนทั่วไป แต่หากเป็นรอยยิ้มที่เปรียบเหมือนคำมั่นสัญญา

          "เลิกพูดเหมือนฉันเป็นเด็กสักทีได้ไหม" ชายหนุ่มพูดพลางพ่นลมหายใจ

          "เราก็เด็กทั้งคู่นั่นแหละขอรับ ท่านยี่สิบกว่า ข้าสิบแปด เด็กตัวแสบกันทั้งคู่ซะด้วย" จิ้งจอกขนสีดำสบตากับเขา ก่อนเสียงหัวเราะจะหลุดจากรอยยิ้มบนปากเรียวยาว พร้อมอุ้งมือที่ตบรัวๆ บนขาชายหนุ่ม แววตาที่ดูมีความสุขของจิ้งจอกคู่หูทำให้รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าเขาอีกครั้ง

          "เอาล่ะ ไปหาอะไรกินกันดีกว่านะ นี่ก็เกือบบ่ายโมงแล้ว" เฟนริกซ์เอ่ยปากชวน ก่อนกระโดดลงจากม้านั่ง พลางกระดิกหางอย่างดีอกดีใจที่เจ้านายของมันอาการดีขึ้น

          "อื้ม ก็ว่าอย่างนั้นแหละ" เขาลุกขึ้น เลื่อนมือเกาหลังใบหูมันอย่างเอ็นดู



          สองคู่หูเดินลัดเลาะตามทางเท้าไปเรื่อยๆ เพื่อไปยังร้านอาหารขึ้นชื่อของย่านนี้ ซึ่งอยู่อีกฟากหนึ่งของแถวอาคารยาวเหยียดริมถนน ตึกแต่ละหลังตั้งเรียงกันอยู่อย่างเบียดเสียดโดยไม่มีซอยที่เป็นทางเชื่อมไปยังอีกฝั่ง ทำให้การเดินเท้าจากจุดนี้จำเป็นต้องเดินอ้อมไปไกลไม่ต่ำกว่ายี่สิบช่วงตึก ชายหนุ่มผู้รู้ทุกซอกทุกมุมของเมืองนี้เหมือนเป็นสนามหลังบ้านของตัวเองคงจะเสียชื่อไม่น้อยถ้าหากใช้เส้นทางแบบคนทั่วไป

          "เอ นี่ไม่ใช่ทางปกติที่เรามากันนี่นา" เฟนริกซ์ทักท้วง เอียงคอไปมาอย่างสงสัย

          "นี่ทางลัดไงล่ะ มาสิ" เทรเวอร์กวักมือเรียก เดินนำตรงไปยังรั้วไม้ที่ขวางกั้นซอยแคบๆ ด้านข้างบ้านสองชั้นหลังหนึ่ง

          แผ่นไม้กว้างหลายสิบแผ่นของรั้วถูกยึดเรียงด้วยแถบโลหะบาง โดยมีประตูทางเข้าอยู่ด้านซ้าย ซึ่งเจ้าของบ้านเป็นคนคล้องกุญแจไว้เพื่อไม่ให้ใครเข้ามาบุกรุกในเวลาที่เขาออกไปทำงานข้างนอก

          เทรเวอร์หันมองไปรอบตัวเพื่อเช็กให้แน่ใจว่าไม่มีกล้องวงจรปิดที่กำลังจับภาพเขาอยู่ และพบว่าบริเวณนี้เป็นจุดเดียวที่มุมกล้องส่องมาไม่ถึง ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอก่อนคลี่ยิ้มเมื่อเห็นว่าทางสะดวก หยิบคลิปหนีบกระดาษจากกระเป๋าแจ็กเกตออกมาบิดเป็นเส้นตรง

          "เห นี่ท่านขี้เกียจเดินอ้อม จนถึงกับต้องงัดบ้านคนอื่นเลยเหรอเนี่ย" เฟนริกซ์เปรยขึ้น พลางยืนกอดอก

          "พูดมากน่า ไปดูต้นทางซะ ทำตัวให้มีประโยชน์หน่อย" เทรเวอร์ชี้นิ้วออกคำสั่ง ก่อนลงมือเสียบลวดเข้าไปในกลไลของตัวล็อก และเริ่มใช้วิชาสะเดาะกุญแจ

          เฟนริกซ์อยากจะแย้งความคิดบ้าๆ ของเขาอยู่ไม่น้อย แต่ก็ได้ถอนหายใจ เดินออกมาตรงหน้าฟุตบาท มองไปรอบๆ ให้แน่ใจว่าไม่มีใครเดินผ่านมาเห็นเข้า มันไม่ชอบใจเท่าไหร่นักที่เจ้านายมักชอบทำอะไรแหกกฎชาวบ้าน เพื่อแลกกับความสะดวกสบายเพียงเล็กน้อย ซึ่งไม่ว่าจะคิดในแง่มุมไหนก็มองไม่เห็นความคุ้มค่าเลยสักนิด แต่หลายครั้งมันก็ต้องจำยอมทำตามเพื่อความสบายใจของเจ้านาย

          ชายหนุ่มใช้เวลาไม่ถึงนาที ก็ปลดแม่กุญแจที่คล้องอยู่บนกลอนออกมาได้สำเร็จ เขาไม่รอช้าผลักบานประตูรั้วเข้าไป ทว่าเขากลับต้องประหลาดใจ เมื่อพบว่ามันฝืดกว่าที่คิดไว้มาก เหมือนมันติดน้ำหนักของอะไรบางอย่างที่ด้านใน

          เทรเวอร์จึงออกแรงผลักบ้านไม้นั้นเพิ่มขึ้นอีก พลางใช้ลำตัวดันช่วยอีกแรง แต่ระหว่างที่เขากำลังออกแรงผลักซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสียงแหลมจากบานประตูที่เสียดสีกับพื้น...

          ...ก็ไปปลุกบางอย่างด้านในเข้าโดยไม่ตั้งใจ

          'กรรร...'

          เสียงครางต่ำของสัตว์นักล่าดังขึ้นหลังรั้วไม้ เฟนริกซ์หลุบหูลงไปด้านหลัง ชะงักเท้าที่เดินตามเจ้านายของมันในทันที ทั้งกลิ่นสาบ และเสียงครางอันคุ้นเคยทำให้จิ้งจอกร่างเล็กรู้ได้ว่าภัยอันตรายแบบไหนกำลังรออยู่ด้านใน

          "เอ่อ... เจ้านาย เราไปกันทางเดิมได้ไหม ค-คือข้าไม่ถูกกับหมาง่ะ" เฟนริกซ์คว้าขาชายหนุ่มด้วยอุ้งมือที่กำลังสั่นหงึก แววตาเรียวเล็กจ้องมองขึ้นไปยังเจ้าของร่าง พยายามโน้มน้าวให้เขาเปลี่ยนใจ

          'แง่ง !' 'คลิ้งๆๆ !'

          "มันโดนล่ามโซ่อยู่ กระโดดยังไงก็ไม่ถึงตัวหรอก มาเถอะ" เทรเวอร์ยืนยันคำเดิม เดินแทรกผ่านช่องประตูไม้ที่เปิดออกได้แค่หนึ่งในสาม ก็พบกับเจ้าของเสียงที่ถูกล่ามโซ่อยู่กับผนัง มันแยกเขี้ยวขู่คำรามอย่างบ้าคลั่ง ก่อนวิ่งตรงมายังคนแปลกหน้าทั้งสอง สายโซ่ถูกดึงจนสุดความยาว แรงกระชากจากปลอกคอโลหะหยุดร่างนั้นไว้ตรงกึ่งกลางซอย

          เทรเวอร์เดินเข้าไปอย่างไม่เกรงกลัว แต่ก็ต้องแปลกใจที่อยู่ๆ ร่างใหญ่นั้นเงียบเสียงเห่าไป จมูกกลมโตของหมาตัวโตกระดิกไปมาขณะมันได้กลิ่นของแขกไม่ได้รับเชิญอีกตัวด้านนอก เมื่อแววตาสีน้ำตาลแดงเหลือบเห็นจิ้งจอกด้านหลังชายหนุ่ม ก็พลันส่งเสียงเห่าดังก้องไปทั่วซอย วิ่งรั้งกับสายโซ่ด้วยท่าทางบ้าคลั่งกว่าเดิม

          "เจ้านาย ข-ข้า กลัวจริงๆ นะ ท-ท่านก็รู้" มันพูดเสียงสั่นเหมือนพร้อมจะร้องไห้เต็มที่ หันหน้าหลบสายตากระหายเลือดของหมาพันธุ์ร็อตไวเลอร์ที่กระโจนตัวออกมาอย่างบ้าคลั่งจนแผ่นโลหะเล็กๆ ที่คล้องยึดกับสายโซ่สั่นสะเทือน

          เฟนริกซ์ขนลุกเกรียวเมื่อหมุดยึดเริ่มส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดดังน่ากลัว ราวกับสัตว์บ้าคลั่งตัวนี้จะหลุดออกมาได้ทุกเมื่อ มันได้แต่กลัวตัวสั่นจนขาตายทำอะไรไม่ถูก ยิ่งลำตัวที่ผอมแห้งเหลือแต่กระดูก และน้ำลายฟูมปากไหลหยดย้อยของมัน ก็เสริมความน่าสยดสยองเข้าไปอีกขั้น

          "โอยๆ แกนี่มัน... เอ้อ ช่างเหอะ หนนี้หนเดียวนะเฟ้ย" เทอร์เวอร์เดินกลับออกมา เลื่อนมือดึงประตูไม้ปิดลงตามเดิม ก้มตัวลงลูบแผ่นหลังของจิ้งจอกที่กำลังตื่นกลัวจนตัวสั่น ก่อนเกาแถวลำคอให้มันรู้สึกดีขึ้น

          "เออๆ ลุกขึ้นได้ละ รีบๆ เดินเข้าล่ะ โคตรหิวเลยเนี่ย" เทอร์เวอร์พูดขึ้น พลางตบหลังมันเบาๆ จิ้งจอกขนสีดำคลี่ยิ้ม ซุกใบหน้ากับมือเจ้านายที่ยังเข้าใจมันอยู่บ้าง

          ทว่ารอยยิ้มนั้นพลันจางหาย...

          เมื่อมันเห็นสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังจะทำต่อไป...

          เฟนริกซ์ได้แต่ทำตาค้าง เมื่อเห็นมือข้างหนึ่งของเขากดปุ่มถอดชิปการ์ดจากปลอกคอของมัน และมืออีกข้างก็ตรงเข้าช้อนลำตัวสีดำเอาไว้

          "ด-เดี๋ยว เจ้านายๆ เจ้านายจะทำอะไร !" เทอร์เวอร์อุ้มตัวมันขึ้น ล็อกแน่นในวงแขนกะไม่ให้มันขยับเขยื้อนไปไหนได้ สายตาจิ้งจอกร่างเล็กเบิกโพลงยิ่งกว่าเดิมเมื่อพบว่าทิศทางที่เจ้านายกำลังพามันไปนั้น คือบานประตูไม้ที่กำลังเปิดแง้มจนเผยให้เห็นสัตว์กระหายเลือดอีกครั้ง

          "ไม่เอาๆ อย่า ได้โปรด ! เจ้านายๆๆ ข้าขอร้อง !" เฟนริกซ์แหกปากร้องตะโกนลั่น ดีดดิ้นไปมาบนท่อนแขน ลำตัวสั่นเกร็งไปหมดทั้งร่างพร้อมแววตาที่ตื่นกลัวสุดขีด หูมันหลุบพับลงจนสุด ขณะเสียงแหลมของโซ่โลหะที่ดังกึงกังและเสียงคำรามน่ากลัวกำลังดังลั่นในโสตประสาท

          "แป๊บเดียวเองน่า อย่าโวยวายนักเลย" เทรเวอร์บอกจิ้งจอกร่างเล็กที่กำลังโหวกเหวกโวยวายหลับตาแน่น พลางเดินเลียบกำแพงอีกด้านอย่างระวัง

          "ป-ปล่อยข้านะ ปล่อยข้า.. ไม่เอาๆ ไม่ๆๆ !" เฟนริกซ์สะบัดตัวดิ้นไปมา พยายามยื้อแรงของเจ้านายที่กดลำตัวมันไว้ในอ้อมแขน เลือดที่กำลังสูบฉีดไปทั่วร่างจิ้งจอกขนสีดำเร่งจังหวะขึ้นเรื่อยๆ พร้อมลมหายใจหอบถี่แทรกผ่านช่องปอดที่โดนกดทับ

          "ฮื้อ อย่าๆ มันจะกัดข้าแล้ว ไม่เอาๆๆ !" จิ้งจอกร่างเล็กตะโกนสุดเสียง พร้อมสะบัดหน้าไปมา เมื่อคมเขี้ยวของหมาสีดำร่างใหญ่เฉียดลำตัวมันไปนิดเดียว เทรเวอร์จึงออกแรงกดบนตัวมันแน่นขึ้นอีก "ชู่วๆๆ ใจเย็น ! แป๊บเดียว ใจเย็นก่อนได้ไหม" เทรเวอร์ลูบตามลำตัวปลอบมันให้สงบลง ขณะเดินลัดเลาะริมกำแพงหลบหมาบ้าคลั่งที่พยายามตะกุยให้ถึงตัว

          "ล-แล้ว ท-ท่านจะเดินช้าอยู่ทำไม รีบเดินไปเร็วๆ เข้าสิ! ฮื้อๆ! ช่วยด้วยๆๆ!" เฟนริกซ์หลับตาแน่น สะบัดดิ้นหนักกว่าเดิม เสียงหายใจเริ่มพ่นออกมาไม่เป็นจังหวะ บวกสายตาของสัตว์นักล่ากระหายเลือดที่จ้องเขม็งขึ้นมาทำให้มันแทบคุมสติไว้ไม่อยู่

          ชายหนุ่มเห็นอาการมันย่ำแย่ลงเรื่อยๆ จึงรีบออกวิ่งไปยังประตูรั้วอีกด้าน ถีบบานไม้ออกไปพร้อมปล่อยจิ้งจอกขนดำจากอ้อมแขน เฟนริกซ์รีบกระโดดลงมา และวิ่งวนไปทั่วซอยอย่างตื่นตระหนก ก่อนเซล้มอย่างหมดเรี่ยวหมดแรงลงข้างลังโลหะอันใหญ่

          เทรเวอร์เดินไปหาจิ้งจอกที่กำลังนอนฟุบหน้าลงพื้นอุุ้งมือปิดใบหูแน่น ลำตัวสั่นหงึกด้วยความหวาดกลัว ก่อนเขาจะนั่งลงข้างๆ จิ้งจอกคู่หู เสียงครางที่ส่งผ่านลำคอของมันออกมาในตอนนี้เป็นเสียงที่แฝงไปด้วยความเศร้า และหวาดหวั่นในเวลาเดียวกัน

          "แฮ่กๆๆ... ท-ทำไม ทำไมท่านถ-ถึงทำกับข้าแบบนี้... ฮึกๆ" จิ้งจอกขนดำสะอื้น น้ำตาเริ่มไหลจากนัยน์ตาที่ก้มลงมองพื้นอย่างเศร้าสร้อย 

          "ข-ข้าเคยไปทำ... อะไรให้ท่านเจ็บช้ำงั้นเหรอ... ฮึก ข้า ก-ก็เชื่อฟัง คอยเป็นห่วงท่านมาตลอด.. นะ"

          ชายหนุ่มก้มหน้าลงอย่างสำนึกผิด แววตาสีฟ้าได้แต่มองอาการของจิ้งจอกตรงหน้าอย่างเป็นห่วง เขาสงสารมันจับใจ และเริ่มรู้สึกผิดไม่น้อยในสิ่งที่ทำลงไป เทรเวอร์รู้ดีว่าเฟนริกซ์ใส่ใจความรู้สึกเขาอย่างดีมาตลอดตั้งแต่ครั้งแรกที่พบเจอกัน จะมีแต่เขาเองที่หลายครั้งกลับเห็นแก่ตัว และเพิกเฉยกับความรู้สึกของมัน

          ถึงแม้ว่าเฟนริกซ์เคยเล่าเหตุการณ์ในอดีตที่โดนหมาพันธุ์นี้รุมกัดระหว่างถูกไล่ล่าให้ฟัง แต่เขาเองก็ไม่คาดคิดว่ามันจะอาการหนักได้ถึงขนาดนี้ ด้วยคิดว่าแค่วิ่งผ่านซอยแป๊บเดียว ไม่ได้จับมันขังรวมกับหมาตัวนี้สักหน่อย แต่นั่นก็เป็นเพียงสิ่งที่เขาทึกทักเอาเองโดยไม่สนใจความรู้สึกของอีกฝ่าย

          "นี่ๆ ไม่เอาน่า โทษทีแล้วกัน ไม่นึกว่าแกจะกลัวขนาดนี้" เทรเวอร์ยิ้มให้จิ้งจอกคู่หู เลื่อนมือไปลูบหลังคอของมัน เฟนริกซ์สะดุ้งพร้อมผงะถอย เมื่อความรู้สึกของมือหนาที่ลูบผ่านลำตัวไม่ต่างอะไรกับเมื่อนาทีที่แล้ว ก่อนเจ้านายจะจับมันส่งเข้ามาในซอยนรก ที่เต็มไปด้วยเสียงคำรามดุร้าย และสายตากระหายเลือดของสิ่งที่มันกลัวที่สุดในชีวิต

          "ฮึ่ย ! ไม่ต้องเลย ... จะมาปลอบข้าทำไม ยังไงท่านก็ไม่เคยสนใจข้าอยู่แล้วนี่" เฟนริกซ์ตัดพ้อ ยกอุ้งมือปัดแขนเขาออก ก่อนลุกเดินหนีไปอีกด้าน กระแทกตัวลงพื้นนั่งชันเข่า ส่งสายตาเอือมระอาไปหาชายหนุ่มที่เดินเข้ามาหามันอีกครั้ง

          "เหยๆ นั่นแกงอนงั้นสินะ" เทรเวอร์พูดหยอกล้อ พลางดึงหนังแก้มงอนตุ๊บป่องของมันเล่น ก่อนจะอดขำไม่อยู่กับท่าทางงอนได้โล่ของมัน

          "ข-ข้า..เปล่าเลย ขอรับ" อุ้งมือสีดำผลักมือชายหนุ่มออก หลบสายตาเขาไปอีกทาง ท่าทางของเฟนริกซ์ยังเคืองเจ้านายอยู่ไม่น้อยที่มันใส่ใจความรู้สึก และคอยห่วงใยเขาอยู่เสมอ แต่ดูจากสิ่งที่ได้รับตอบแทนในครั้งนี้แล้วก็รู้ได้ว่าเขาเห็นมันเป็นแค่สิ่งของไร้ชีวิต ไม่ได้สนใจความรู้สึกมันนักหรอก

          "นี่ อย่าให้มันเป็นเรื่องนักได้ไหม ก็ขอโทษไปแล้วไง"

          "ขอโทษทำไมล่ะขอรับ ข้ามันก็เป็นแค่จิ้งจอกไร้ประโยชน์สำหรับท่าน" จิ้งจอกขนสีดำพูด พลางลุกขึ้น เดินคอตกไปยังซอยอีกด้านโดยไม่หันกลับมามองเขาอีกแล้ว

          "นี่เฟนริกซ์ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะเฟ้ย... เฮ้ย ! ฟังอยู่รึเปล่าเนี่ย" เขากล่าวขอโทษที่ทำร้ายความรู้สึกของมัน ฝีเท้าจิ้งจอกขนสีดำหยุดอยู่ด้านหน้าทางเท้า ยกใบหูสองข้างตั้งชันขึ้นมาพร้อมรับฟังสิ่งที่ชายหนุ่มจะบอกกับมัน

          "นี่ ฟังนะ ถ้าฉันรู้สักนิดว่าแกกลัวขนาดนี้ ฉันคงไม่..." เสียงเขาสะดุด เมื่อเห็นเฟนริกซ์ทำหูทวนลมย่ำเท้าเดินต่อไป

          "เฮ้ย แล้วนั่นแกจะไปไหน" เทรเวอร์เอ่ยถาม

          จิ้งจอกขนสีดำไม่ตอบอะไร ยืนกอดอกพร้อมหรี่ตา หันหน้ากลับมาหาชายหนุ่ม "ก็ร้านอาหารที่ท่านรีบไปนักหนาไงล่ะ หุ้ย !" มันพูดห้วน ก่อนสะบัดหน้าไปอีกทางออกท่าทางงอนเต็มที่

          "เฮ้ยๆ อย่าเคืองกันเลยน่า ฉันไม่รู้จริงๆ โอเคไหม... เอาล่ะๆ มื้อนี้จะพาไปกินบุฟเฟ่ต์เบคอนที่แกชอบไง ดีเปล่า" เขาเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ยื่นข้อเสนอที่มันไม่อาจปฏิเสธได้

          "เอ้าๆ ว่าไงล่ะ สนใจล่ะสิ" เทรเวอร์เปรยขึ้นอีกครั้ง เมื่อไม่มีเสียงตอบจากมัน

          "หืมมม.."

          ชายหนุ่มเอะใจที่เห็นจิ้งจอกขนสีดำได้แต่ยืนนิ่ง สายตามันมองสูงขึ้นไปเหมือนกำลังจับจ้องอะไรบางอย่าง...

          เขาจึงค่อยๆ หันมองตามขึ้นไป และพบกับเงาของชายร่างท้วมสูงคนหนึ่งที่ทอดใกล้ลงมาบนลำตัวเฟนริกซ์ทีละนิด

          เสียงครางต่ำลอดออกมาจากเจ้าของลำตัวที่รูปร่างเหมือนมนุษย์ หากแต่แววตาสีแดงก่ำ และเส้นสีดำตามลำตัวของมันนั้นไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นมนุษย์อีก เสื้อผ้าตามลำตัวมันขาดหลุดลุ่ย บาดแผลเหวอะหวะนับสิบรอยจากการโดนกัดปรากฏทั่วลำตัวขาวซีด

          "เจ้านาย ! รีบหนีไปเร็ว !" เฟนริกซ์หันตะโกนบอกชายหนุ่ม เตรียมพร้อมร่ายเวทเต็มที่

          แววตาของร่างเน่าเปื่อยเริ่มเรืองแสงสีแดงอำพันขึ้น เสียงกระดูกบดกันดังลั่นขณะที่มันเริ่มขยับแขนขา ก่อนจะวิ่งตรงเข้ามาหาพวกเขาทั้งสองอย่างบ้าคลั่ง

          ชายหนุ่มกลับหลังวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต สีหน้าเขาหวาดกลัวสุดขีดกับสัตว์ประหลาดในอดีตที่ตามหลอกหลอนอีกครั้ง แต่หารู้ไม่ว่าพลังชีวิตน้อยนิดของเฟนริกซ์ไม่ใช่สิ่งที่มันต้องการ แต่เป็นพลังชีวิตของมนุษย์ในวัยหนุ่มสาวที่มีพลังเวทไหลเวียนอยู่

          ร่างอมนุษย์จับจ้องเทรเวอร์ที่เป็นเหยื่ออันโอชะ เปลี่ยนจากท่าเดินเป็นวิ่งคลานมาตามพื้นอย่างรวดเร็ว ก่อนกระโดดตรงเข้าเกาะขาชายหนุ่มจนล้มกลิ้งไปข้างลังขยะ

          "ฉิบหายเอ๊ย ไม่เอาๆ อ-อย่าเข้ามานะเว้ย ฮื้อ ช่วยด้วยๆ ! เฟนริกซ์ ช-ช่วยที !" เทรเวอร์ดีดดิ้นไปมาสุดแรงเกิด สีหน้าตื่นกลัวปรากฏขึ้นบนใบหน้าขาวที่เหงื่อกำลังพร่างพราย สะบัดขาสุดแรงหวังดิ้นให้หลุดเงื้อมมือของซากศพ ทว่าลำพังเขาเองไม่อาจสู้แรงของมันได้

          "เอเรียโนส อิมโมบิลัส (สะกดการเคลื่อนไหว) เลิกยุ่งกับเจ้านายข้าซะ !" เฟนริกซ์ตะโกนร่ายคาถา แต่กลับมีบางอย่างที่ทำให้มันประหลาดใจ "หะ..หา อะไรเนี่ย" เฟนริกซ์เกาหลังหัวอย่างงงๆ เมื่อไม่มีอะไรเกิดขึ้นหลังคำร่ายที่ควรจะทำให้วงเวทสีม่วงปรากฏขึ้นที่เป้าหมาย

          "เฟนริกซ์ๆๆ ! ล็อกขามันทีๆ ร-เร็วเข้าสิโว้ย !" ชายหนุ่มร้องโวยวายเมื่อซากศพตรงหน้าคลานขึ้นมาถึงลำตัว แขนสองข้างของเขาเริ่มหมดแรงยื้อเข้าไปทุกที

          "เอเรียโนส อิมโมบิลัส (สะกดการเคลื่อนไหว) ติดสิๆๆ !" เมื่อเฟนริกซ์ลองร่ายอีกครั้ง บนพื้นที่มันเล็งไว้กลับมีเพียงความว่างเปล่าเช่นเดิม จิ้งจอกร่างเล็กขมวดคิ้วเข้าหากัน ก่อนเอะใจนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้...

          "เห เจ้านายดึงชิปการ์ดข้าไปนี่นา"

          ชายหนุ่มพยายามตั้งสติขณะเบี่ยงคอหลบซี่ฟันที่เกือบงับเข้ากลางใบหน้า เลื่อนขาสองข้างคล้องไปบนลำตัวชายที่คร่อมอยู่ด้านบน มือขวาดันยื้อกับส่วนหัวของมันที่ดันลงมาซ้ำๆ อย่างบ้าคลั่ง

          "อย่าอยู่เลยแก !" เขารวบรวมแรงขาทั้งหมดเหวี่ยงลำตัวมันกระแทกเข้ากับลังขยะอย่างจัง ก่อนกำปั้นมือซ้ายจะตะบันหน้ามันไปอัดกับผิวโลหะจนกรามบิดเบี้ยว และยกฝ่ามือขวาขึ้นก่อนกล่าวคำร่าย

          "เฟลมมินิส.. บ้าเอ๊ย !ทว่าก่อนที่ชายหนุ่มจะได้ทันร่ายเวทกระสุนเพลิง ร่างของมันก็กระโดดเข้ามาหา และเลื่อนมือซีดเซียวคว้ามือเขาไว้ได้อีกครั้ง ซี่ฟันแหลมคมผิดมนุษย์ขย้ำเฉียดเนื้อแขนไปมาอย่างหวุดหวิด

          "คิดสิๆๆ เอาไงดีวะจิ้งจอกขนสีดำได้แต่ลังเล เลื่อนสายตามองไปรอบๆ รีบคิดแผนที่จะช่วยเจ้านายของมันได้ แต่ทุกอย่างกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด ในเมื่อพลังเวทในตอนนี้ก็ใช้งานไม่ได้ แถมรอบๆ ตัวก็ยังไม่มีอาวุธที่ถือถนัดมือพอจะฟาดใส่ร่างเน่าเฟะตรงหน้าได้ หรือก็มีแต่ของหนักเกินกว่ามันจะยกไหวทั้งนั้น

          "บ้าเอ๊ย ! เฟนริกซ์ ก-แกทำอะไรอยู่เล่า ! ฮื้อๆ ไม่เอาๆ ทำอะไรสักอย่างสิโว้ย !" เขาตะโกนเรียกขอความช่วยเหลือ ลำพังตัวเขาเองคงสู้แรงมันได้ไม่นานแน่

          "โถ่เว้ย เอาก็เอาวะ !" เฟนริกซ์พูดขึ้น ก่อนจะขบซี่ฟันเข้าหากัน สีหน้าจริงจังของมันมองตรงไปด้านหน้าเมื่อตัดสินใจอะไรบางอย่างได้ ขาหลังสองข้างค่อยๆ เหยียดไปด้านหลังเพื่อเตรียมออกแรงส่ง

          จิ้งจอกร่างเล็กวิ่งตรงไปหาเจ้านายด้วยความเร็วเต็มฝีเท้า ก่อนอาศัยแรงดีดจากขาหน้ากระโดดขึ้นไปถีบอุ้งเท้าเข้าหน้าร่างอมนุษย์ ทว่าเจ้าของใบหน้าขาวซีดกลับไม่สะทกสะท้าน เลื่อนมืออันปราดเปรียวข้างหนึ่งคว้าขามันไว้ได้กลางอากาศ และเหวี่ยงลำตัวมันไปยังกำแพงไม้ด้านหลังด้วยแรงราวสัตว์ป่า ท่าทางมันจะมองจิ้งจอกขนสีดำเป็นแค่ตัวน่ารำคาญเท่านั้น

          โชคดีว่าอุ้งเท้าทั้งสี่ของเฟนริกซ์ตั้งท่ารับแรงกระแทกจากแผ่นไม้ไว้ได้ทัน เลยไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ พร้อมอาศัยแรงดีดพุ่งตัวกลับลงมาใกล้ชายหนุ่มอีกครั้ง

          "จ-เจ้านาย เอาชิปการ์ดมาให้ข้าเร็ว !" เฟนริกซ์ตะโกนบอกเจ้านาย พลางชะเง้อมองหาสิ่งของที่น่าจะใช้เป็นอาวุธได้ในถังขยะข้างซอย แต่ก็โชคร้ายที่มันกลับว่างเปล่า ไม่มีของอะไรให้มันหยิบยืมมาใช้ได้เลย

          ชายหนุ่มดันศอกกดลำคอชายร่างท้วม พยายามต้านแรงไว้ครู่หนึ่งขณะที่มือควานหาชิปการ์ดในกระเป๋าเสื้อ เจ้าตัวยกมือขึ้นบีบลำคอของร่างขาวซีดเพื่อป้องกันคมเขี้ยวที่น้ำลายสอได้ที่ เลื่อนมือล้วงหาในช่องเก็บของต่อไปจนครบทุกช่อง แต่กลับไม่พบชิปการ์ดสีดำที่ว่า

          "ไม่เจอเลย ม-มันคงจะหล่นอยู่แถวนี้ล่ะ เร็วเข้า !" เมื่อว่าจบ เทรเวอร์ก็ออกแรงยื้อกับอมนุษย์ที่เรี่ยวแรงมันไม่ลดลงเลยสักนิด ต่างจากเขาที่เริ่มจะต้านแรงมันไม่ไหวแล้ว

          จิ้งจอกขนสีดำรีบกวาดสายไปรอบๆ เพื่อมองหาชิปการ์ดที่น่าจะหล่นอยู่แถวนั้นจนทั่ว แต่ก็ไม่พบวี่แววของมัน จนกระทั่งเมื่อเฟนริกซ์ตัดสินใจมองกลับไปด้านในประตูรั้วที่เปิดแง้ม จึงพบกับความจริงที่น่าขนลุก...

          "อ้าว... เชี่ยแล้วไง ฮือ" เฟนริกซ์ถึงกับสบถ เมื่อเห็นชิปการ์ดสีดำหล่นอยู่ด้านหน้าหมาลำตัวสีดำที่จับจ้องสายตากระหายเลือดมาหามัน พร้อมเสียงครางต่ำในลำคอ




ไรท์เตอร์ : จอมมารสีเทา




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

199 ความคิดเห็น

  1. #198 หมวกแมว (@catwiz) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 19:32

    เช็ก>เช็ค


    ลาก่อนเทรเวอร์ //เช็ดน้ำตา

    #198
    0
  2. #187 ItsFreakingCool,man! (@Ariana_za555) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:11
    พฤติกรรมทุกอย่างมีสาเหตุเสมอ แต่ถ้าเป็นปมฝังใจก็คงแก้ยาก
    ตัวติดกันตลอดเวลาก็งี้ ทะเลาะกันบ้าง แต่หวังว่าต่อไปพวกแกคงจะเข้าใจกันมากขึ้นนะ
    ปัญหาเข้ามาเรื่อยๆ ตอนสุดท้ายนี่ชิบหายของจริง
    #187
    0
  3. #186 ItsFreakingCool,man! (@Ariana_za555) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:11
    พฤติกรรมทุกอย่างมีสาเหตุเสมอ แต่ถ้าเป็นปมฝังใจก็คงแก้ยาก
    ตัวติดกันตลอดเวลาก็งี้ ทะเลาะกันบ้าง แต่หวังว่าต่อไปพวกแกคงจะเข้าใจกันมากขึ้นนะ
    ปัญหาเข้ามาเรื่อยๆ ตอนสุดท้ายนี่ชิบหายของจริง
    #186
    1
    • #186-1 (@Artcyber) (จากตอนที่ 7)
      27 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:27
      ทั้งคู่ต่างมีอดีตโหดร้าย และปมในใจของตัวเอง ซึ่งพวกเขาก็ต่างพยายามจะลืม หรือหลีกเลี่ยงมันให้มากที่สุด
      #186-1
  4. #171 LachitaChadow (@LachitaChadow) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 21:31
    บอกได้คำเดียว ซวย
    #171
    1
  5. #170 Battlists26 (@DDnewest) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 20:45
    อะไรกัน เฟนริกซ์ตุ้ยนุ้ยแท้ๆ ดันกลัวร็อตไวเลอร์

    ว่าแต่... เฟนริกซ์งอนสะบัดตูดดูเป็นผู้หญิงนะ
    #170
    1
    • 25 มกราคม 2561 / 20:50
      แต่ละคนต่างก็มีความหลังที่อยากลืม แม้แต่จิ้งจอกเกรียนหน้าแป้นแล้นอย่างเฟนริกซ์ ที่ดูไม่น่าจะผ่านอดีตที่เลวร้ายใดๆ มา แต่นั่นเป็นเพียงภาพมายาภายนอกที่สร้างขึ้นเพื่อปิดบังมัน
      #170-1
  6. #113 LLพ้ใจตัวLoJ (@zymethza55) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 16:30
    ก็ว่าแหละอ่านข้ามนี้เอง~ !!! ก็สงสัยว่าเทรเวอร์มันโผล่ไปที่ป่าได้ไง

    ลีดเดอร์ : เทนเวอร์อย่าเลียนแบบตัวละครในนิยายเรานะ ที่ติดคุกจนไม่มีอนาคตน่ะ~!!!
    #113
    0
  7. วันที่ 13 มิถุนายน 2560 / 15:18
    3!! 555 เทรเวอร์นี่ซวยซ้ำซ้อน ไปเสริมดวงนะพ่อหนุ่ม555 ลุ้นไปอีกค่า
    #59
    1
    • #59-1 จอมมารสีเทา (@Artcyber) (จากตอนที่ 7)
      13 มิถุนายน 2560 / 15:42
      พระเอกมีความสามารถพิเศษในการเฉียดคุกตารางครับ 555+

      Writer : จอมมารสีเทา
      #59-1
  8. #35 Siriporn Pok (@0816588016) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 19:25
    รอ3!! 55555 เมื่อไหร่จะนับ
    #35
    0
  9. #24 Time Twis (@timetwis) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2560 / 19:04
    แรงดันไฟฟ้า ความต่างศักย์ ศักดาไฟฟ้า หน่วยเป็น โวลท์(volt or voltage) ส่วนปริมาณทางกระแสหน่วยเป็นแอมแปร์ (Amp or Ampere) ส่วนเรื่องความสัมพันธ์แรงดัน กระแสกับร่างกายมนุษย์ลองดูวิดีโอนี้ดูครับ https://youtu.be/9iKD7vuq-rY
    #24
    1
    • #24-1 จอมมารสีเทา (@Artcyber) (จากตอนที่ 7)
      16 พฤษภาคม 2560 / 19:34
      ขอบคุณมากครับที่เตือนไรท์ตรงจุดนี้ ควรเปลี่ยนเป็นใช้คำว่า แรงดันไฟฟ้าแทนเพื่อไม่ให้เข้าใจคลาดเคลื่อนเรื่องหน่วย : D ส่วนตัวเลขไรท์จะลองเทียบกับปริมาณกระแสไฟบ้านทั่วๆไปดูอีกทีครับว่ามีปริมาณ Amp เท่าไหร่ เพื่อปรับแรงดันไฟฟ้าที่มีหน่วยเป็น Volt ให้อยู่ในระดับที่ร่างกายพอรับไหว (คล้ายๆกับปืน teaser ช็อตไฟฟ้า)

      Writer : จอมมารสีเทา
      #24-1
  10. #23 DDnewest (@DDnewest) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 12:25
    สั้นจัง รีดว่ารวมตอนดีกว่ามั้ย จะได้อ่านต่ออย่างจุใจ จาก chapter 2 ควรรวมใน chapter 1นะ
    #23
    1
    • #23-1 จอมมารสีเทา (@Artcyber) (จากตอนที่ 7)
      15 พฤษภาคม 2560 / 12:47
      มันตัดตอนได้ตรงฉากกำลังลุ้นพอดี เลยสั้นไปหน่อย : D
      ไว้ตอนอื่นๆจะพยายามแต่งประมาณ 2 พันคำ up แล้วกันนะ

      Writer : จอมมารสีเทา
      #23-1