Two World Chronicles - ผจญภัยพิภพสองโลก [ รีไรท์ ]

ตอนที่ 4 : Chapter 3 : กฎของพลังเวท

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 242
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    5 ม.ค. 61



*เครดิตภาพจาก [ link ]




- Chapter 3 -
กฎของพลังเวท



          กลุ่มชายชุดดำกระจายกำลังกันออกไปเพื่อหาที่กำบังในอาคารสองข้างทาง ปืนหลายสิบกระบอกยกขึ้นเล็งพร้อมกันไปยังรถตำรวจ พวกเทรเวอร์ที่อยู่กลางดงรีบพากันวิ่งหลบไปยังริมถนนฝั่งซ้าย ไม่มีใครอยากอยู่เป็นเป้านิ่งให้โดนยิงพรุนทั้งร่างเท่าไหร่นัก

          วงเวทหลายสิบวงปรากฏขึ้นปลายลำกล้องสีขาวด้านหลังที่กำบัง พร้อมด้วยเสียงอึกทึกเมื่อฝ่ายชายชุดดำเริ่มเปิดฉากยิง ห่ากระสุนพลังเวทนับร้อยพุ่งตรงไปยังตำรวจทั้งสามคนที่ยืนอยู่ด้านหน้าคันรถ ทว่าสีหน้าพวกเขากลับเรียบเฉย ราวกับสถานการณ์การตรงหน้าไม่ได้เป็นปัญหาเท่าไหร่

          "เปิดโล่กำบังเลย !" ตำรวจคนหนึ่งออกคำสั่งกับชายร่างท้วมที่พิงอยู่ท้ายคันรถ

          "จัดให้ครับ" เขาตอบรับ พร้อมกดปุ่มรีโมทในมือ

          ดวงไฟสถานะของอุปกรณ์ด้านบนหลังคารถติดสว่างขึ้น แสงสว่างวาบหนึ่งถูกปล่อยออกมา ก่อนโล่พลังเวทสีฟ้าโปร่งใสจะปรากฏขึ้นรอบคันรถ ปกป้องเจ้าหน้าที่ทั้งสามที่อยู่ภายในอาณาเขตของมัน

          เมื่อกลุ่มกระสุนพลังเวทพุ่งเข้ามากระทบสนามพลังของโล่ครึ่งวงกลม ก็ถูกสะท้อนกลับไปทุกทิศทุกทาง ลำอากาศนับร้อยวิ่งสวนกันไปมาเสมือนเส้นตาข่ายคมกริบไขว้กันจนละลานตา เป็นกรรมของพวกเทรเวอร์ที่ต้องวิ่งคลานหาที่หลบกันจ้าละหวั่น เพื่อหาช่องทางลัดเลาะไปยังซอยข้างตึกร้าง ห่ากระสุนที่พุ่งกลับไปมาจากทั้งสองฝ่ายเปลี่ยนถนนทั้งเส้นเป็นสมรภูมิในชั่วพริบตา

          "เรียกศูนย์ๆ เราต้องการกำลังเสริมด่วน ซอย 14 ถนนมิวเบิร์ก เรากำลังเจอกับกลุ่มบอดี้การ์ดอาวุธครบมือหลายสิบคน" ตำรวจคนหนึ่งพูดกับเครื่องสื่อสารบนฝ่ามือที่มีภาพใบหน้าของตำรวจในกรมฉายลอยอยู่ อีกสองคนยิงต่อสู้กับกลุ่มชายชุดดำที่หลบอยู่ในที่กำบัง

          "ทางนี้ เร็วเข้า !" เทรเวอร์กวักมือเรียกเพื่อนอีกสองคน ก่อนวิ่งนำเข้าไปในซอยข้างตึกร้างพร้อมเฟนริกซ์ ซึ่งก็โชคไม่ดีที่หัวหน้าบอดี้การ์ดได้ยินเสียงฝีเท้าพวกเขาเข้า

          เมื่อชายชุดเทาหลือบเห็นพวกเทรเวอร์ถือโอกาสชวดเป้เงินหนีไป จึงออกคำสั่งกับลูกน้องสี่คนที่หลบในที่กำบังใกล้ๆ กัน "แยกไปจับพวกมันมา" เขาออกคำสั่ง พลางเสียบแบตเตอรี่ตลับใหม่เข้าด้ามปืน

          "ได้เลยลูกพี่" ชายทั้งสี่ตอบรับ ก่อนวิ่งอ้อมเข้าซอยไป


          "หยุดเดี๋ยวนี้นะเห้ย !"

          เสียงของชายชุดดำสวมแว่นสี่คนดังไล่หลังพวกเทรเวอร์ที่กำลังวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนไปตามซอยแคบๆ ปากกระบอกปืนในมือพวกเขาส่งเสียงดังกึกก้อง พร้อมลำอากาศหลายเส้นพุ่งเฉียดลำตัวทั้งสี่ไปมาอย่างน่าหวาดเสียว

          เทรเวอร์เห็นท่าไม่ดี จึงตัดสินใจงัดแผนหลอกล่อที่วางไว้เพื่อสลัดพวกบอดี้การ์ดให้หลุด เขาส่งสัญญาณให้เพื่อน พลางกวักมือไปยังทางแยกด้านหน้า เทรสดึงเป้อีกใบที่พับซ่อนไว้ในช่องซิปกระเป๋าด้านหลัง ก่อนโยนให้ชายหนุ่ม

          "แยกกันตรงนี้ เดี๋ยวฉันล่อพวกมันเอง !เทรเวอร์บอกกับเพื่อนอีกสองคน

          พวกเขาทั้งหมดวิ่งเข้าทางแยกซ้ายตรงมุมตึก ซึ่งทำหน้าที่เป็นจุดบอดได้อย่างดีเยี่ยม ก่อนเทรส และเกเบียลจะวิ่งเลี้ยวออกไปยังอีกซอยหนึ่งเพื่อแยกกลุ่มกับเทรเวอร์ตรงจุดนี้ ชายหนุ่มคลี่เป้ในมือใบนั้นขึ้นสะพายหลัง และทำทีวิ่งหนีตามทางตรงต่อไปเพื่อหลอกล่อ และมันได้ผล ชายชุดดำสามคนวิ่งตามเขาอย่างไม่ลดละมาจนถึงตรอกซอยยาวที่ไร้ทางแยก พวกเขาหมุนปุ่มบนตัวปืนเปลี่ยนเป็นโหมดไฟฟ้าเล็งไปยังร่างชายหนุ่ม และเหนี่ยวไกพร้อมกัน !

          กลุ่มก้อนไฟฟ้าสี่ห้าลูกพุ่งผ่านทางเดินที่ขนาบด้วยกำแพงตึกตรงมายังร่างเทรเวอร์ พร้อมกิ่งก้านเล็กสีขาวที่แผ่กระจายไปทั่ว เขาเอี้ยวตัวหลบนัดแรกได้หวุดหวิด และวิ่งหลบเข้าซอยด้านขวาได้ทัน แต่สิ่งที่เขาไม่ทันสังเกตคือกระสุนไฟฟ้าอีกนัด ที่สะท้อนกำแพงและพุ่งตรงมาหาทางด้านหลัง

          "สเฟียเรียส พาสิเดียม ! (โล่ป้องกันพลังเวท)" เฟนริกซ์ร่ายคาถาสร้างโล่รอบตัวชายหนุ่มได้ทันเวลา พลางกระโดดหลบเส้นสายฟ้าที่สะท้อนจากทรงกลมโปร่งแสง

          "แกสองคนแยกไปหาพวกนั้นให้เจอ กระเป๋าเงินอีกใบอยู่ที่มัน !" ชายที่สวมหมวกพูดขึ้น ก่อนชายชุดดำสองคนจะวิ่งแยกออกไปค้นหาตามคำสั่ง

          เทรเวอร์เห็นท่าไม่ดี รีบลากนิ้วเลื่อนหารายชื่อบนหน้าจอมือถือที่ฉายลอยจากฝ่ามือ ก่อนกดปุ่มโทรอย่างไม่ลังเล หลังใช้เวลาเชื่อมต่อสักพัก ภาพใบหน้าของคนที่ปลายสายก็ปรากฏขึ้น พร้อมเสียงที่ส่งผ่านมา

          "เมดริดๆ ! กูเจอปัญหาเข้าแล้วว่ะ หาเส้นทางสลัดไอ้พวกนี้ที"

          ["ไม่ต้องห่วง ฉันเตรียมไว้แล้ว วิ่งตามที่ฉันบอกแล้วกัน"] เสียงปลายสายพูดอย่างมั่นใจ ตามด้วยเสียงปุ่มกดรัวบนคีย์บอร์ด

          ["เอาล่ะ วิ่งตรงไปอีกสองบล็อกแล้ว เลี้ยวเข้าแยกซ้ายเลย"] เมดริดบอก

          "เอเรียโนส อิมโมบิลัส (สะกดการเคลื่อนไหว) จงขาตายไปซะ !"

          เฟนริกซ์เปิดเวทเขตแดนดักหน้าชายทั้งสามหวังสะกดให้หยุดนิ่ง แต่พวกเขากลับไหวตัวทัน กระโดดข้ามวงเวทสีม่วง และโต้กลับมาด้วยกระสุนไฟสามนัด เฟนริกซ์สไลด์ตัวหลบเปลวไฟที่พุ่งเฉียดขนหางมันได้หวุดหวิด

          ["เข้าแยกซ้าย แล้วปีนข้ามกำแพง"]

          เทรเวอร์วิ่งเข้าซอยด้านซ้ายตามที่เมดริดบอก ก็พบว่ามันเป็นซอยแคบๆ ที่เต็มไปด้วยน้ำขัง มีท่อนเหล็กใหญ่หลายสิบแท่งสำหรับก่อสร้างวางพิงผนังตึกไว้ ซึ่งสุดทางมีลังขยะขนาดใหญ่ด้านหน้ากำแพงสูงสองเมตร

          ทั้งสองรีบวิ่งแจ้นเพื่อไปยังกำแพงตรงสุดทาง ขณะที่ชายชุดดำที่ตามมากำลังเสียบตลับแบตเตอรี่อันใหม่ ยิงกระสุนแรงดันอากาศสามนัดซ้อนไปยังร่างชายหนุ่ม ทว่าเขาวิ่งหลบเข้าหลังกลุ่มท่อนเหล็กได้ทัน ก่อนเงื้อเท้าถีบมันจนล้มลงมาขวางทาง

          ชายชุดดำกระโจนหาที่หลบท่อนเหล็กที่ล้มครืนกันจ้าละหวั่น เทรเวอร์ และเฟนริกซ์ใช้จังหวะชุลมุนวิ่งตรงไปยังสุดทาง ยันเท้ากับลังขยะกระโดดข้ามกำแพงไปยังอีกฝั่ง

          ทั้งสองดีใจอยู่ได้ไม่นานนัก บอดี้การ์ดสองคนนั้นก็ข้ามกำแพงตามพวกเขามาทันจนได้ ก่อนจะเริ่มยิงกราดอีกครั้ง เทรเวอร์ยิงปืนในมือสวนกลับไปบ้าง แต่ด้วยความแม่นอันเหลือเชื่อของเขา กระสุนที่ยิงออกไปหลายสิบนัดจึงได้แต่ฝังตามกำแพงสองข้างทาง เขาโยนปืนที่แบตเตอรี่หมดทิ้งไป และยกปืนอีกกระบอกเล็งไปที่บอดี้การ์ดสองคนด้านหลัง ทว่าปืนในมือที่เขากำลังจะเหนี่ยวไกถูกกระสุนไฟฟ้าพุ่งเข้าใส่จนหลุดกระเด็น

          การไล่ล่ายังคงดำเนินต่อไป เวทลมเจาะทะลวงตามกำแพงจนเกิดเป็นกลุ่มควันคละคลุ้ง แนวรูพรุนปรากฏไล่เป็นทางบนผนังคอนกรีตตรงไปยังชายหนุ่มที่วิ่งเลี้ยวเข้ามุมตึกซ้าย พร้อมจิ้งจอกขนสีดำ

          ["เอาล่ะสุดท้ายแล้ว ตรงไปสุดทางอีกสี่บล็อก แล้วเลี้ยวขวา ทะลุเข้าประตูหลังร้านภัตตาคาร"]

          "นี่แกอำเล่นเรอะ มีกล้องให้เพียบเลยในนั้น" เทรเวอร์แย้ง มันไม่น่าจะเป็นความคิดที่ดีเลย

          ["ฉันแฮ็กกล้องในร้านได้ห้านาที ทำเวลาเข้าล่ะ"] เมดริดตอบกลับอย่างไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนอะไร เหมือนกับได้วางแผนทั้งหมดไว้แล้ว

          สองคู่หูวิ่งต่อไปตามเส้นทางของเมดริดจนเริ่มเหนื่อยอ่อน เสียงหายใจหอบถี่ขณะวิ่งหนีจากการถูกไล่ล่าชนิดไม่มีเวลาให้เวลาพัก ทั้งสองไม่รู้ว่าจะหนีไปเรื่อยๆ แบบนี้ได้อีกนานเท่าไหร่ แต่รู้เพียงว่าทางรอดเดียวของพวกเขาในตอนนี้คือประตูสีขาวหลังร้านภัตตาคารที่อยู่ตรงสุดทาง ซึ่งใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ในสายตาทั้งสอง โดยไม่มีตรอกซอย หรือทางแยกใดๆ ให้หนีอีกแล้ว

          แต่ระหว่างที่เวลาหนีรอดของพวกเขาใกล้จะหมดลง เทรเวอร์ก็เหลือบเห็นแอ่งน้ำใหญ่ด้านหน้า และคิดแผนบางอย่างขึ้นมาได้ ถึงเขารู้ดีว่ามันเสี่ยงใช่เล่นกับระดับพลังเวทที่ไม่ค่อยคงเส้นคงวาของตน เขาเคยเกือบหนาวตายครั้งที่เคยหลงในป่าเพราะใช้เวทจุดฟืนไม่ติด และเคยสร้างวีรกรรมด้วยการเกือบเผาบ้านทั้งหลังมาแล้วเช่นกัน

          แต่ครั้งนี้... ทางรอดเดียวของเขากลับต้องขึ้นอยู่กับมัน

          "เฟลมมินิสโซเนม ! (กระสุนเพลิง)"

          'ฟูม !'

          เปลวไฟจากมือชายหนุ่มสัมผัสกับแอ่งน้ำขังบนพื้น เปลี่ยนมันกลายเป็นหมอกไอน้ำคละคลุ้งไปทั่ว จนชายสองคนที่ตามมามองเห็นอะไรได้ไม่ถนัดนัก พวกเขาหยุดฝีเท้าที่กำลังวิ่ง กวาดสายตามองไปรอบๆ กลุ่มควันสีขาว พร้อมเล็งปืนไปด้านหน้า หาวี่แววของชายหนุ่ม และจิ้งจอกตัวป่วน

          แต่บอดี้การ์ดทั้งสองหารู้ไม่ว่ามีฝีเท้าสองคู่กำลังใช้ไอน้ำเป็นที่กำบัง เดินอ้อมมายังด้านหลังพวกเขาอย่างช้าๆ ชายชุดดำกวาดศูนย์เล็งปืนไปมาอย่างระวังระไว เดินตรงไปตามทางเรื่อยๆ จนทะลุออกมาจากหมอกสีขาว ก็พบว่าด้านหน้าเป็นซอยตันที่ไร้ทางหนี

          หมอกไอน้ำที่จางลง เผยให้เห็นร่างท่อนบนของชายหนุ่มที่ในมือเงื้อท่อนไม้ขึ้น และแสงเรืองรูปดาวห้าแฉกที่ปรากฏอยู่ในม่านหมอก เทรเวอร์เปิดการโจมตีด้วยการฟาดท่อนไม้ไปที่หลังคอชายด้านขวา ทว่าเสียงหวีดหวิวที่ลากผ่านอากาศ ทำให้เขาเบี่ยงตัวหลบได้ทัน หันมาคว้าท่อนไม้ยื้อแย่งกับชายหนุ่ม ชายชุดดำอีกคนรีบวิ่งเข้าไปตะลุมบอน

          "เอเรียโนส อิมโมบิลัส ! (สะกดการเคลื่อนไหว)" เฟนริกซ์ร่ายเวทล็อกขาคนซ้าย กระโดดคว้าปืนในมือเขา หมุนเปลี่ยนเป็นโหมดไฟฟ้ายิงเข้าใส่เจ้าของปืน ชายชุดดำชักกระตุกในท่ายืน ก่อนร่วงลงไปกองกับพื้น เฟนริกซ์รีบเลื่อนปากกระบอกเล็งไปยังชายคนถัดไป ทว่าเจ้านายที่กำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับเขา และหมุนเปลี่ยนตำแหน่งไปมา ทำให้มันเล็งได้ไม่ถนัด

          เทรเวอร์เบี่ยงตัวหลบหมัดชายร่างกำยำ ก่อนสวนหมัดตรงเข้าท้องน้อย ทว่าอีกฝ่ายยกมือคว้ากำปั้นนั้นไว้ทัน และหมุนเหวี่ยงเขาไปติดกำแพงอีกด้าน ชายหนุ่มตั้งการ์ดป้องกันหมัดฮุกที่พุ่งตรงเข้ามา และอ้อมไปด้านหลังชายชุดดำ กระชากเสื้อเขาไปด้านหลังพร้อมเตะตัดขาหวังดึงให้ล้มหงาย แต่เขาออกแรงต้านไว้ และสวนกลับมาด้วยลูกถีบเข้าเต็มชายโครงส่งร่างชายหนุ่มกระเด็นกลิ้งไปติดถังขยะด้านหลังร้าน

          ชายชุดดำใบหน้าเหี้ยมเกรียมคว้าปืนที่หล่นอยู่ เดินตรงมาหาเทรเวอร์ที่กำลังนอนจุกอยู่ที่พื้น ก่อนจะเหลือบเห็นความว่างเปล่าด้านในกระเป๋าเป้ที่หล่นอยู่ใกล้ๆ เขากระทืบเท้าอย่างหัวเสีย วิ่งตรงเข้ามากระชากคอเสื้อแจ็กเกตชายหนุ่มขึ้น พร้อมจ่อปืนไปยังหน้าผากที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อของเขา

          "ทีนี้บอกมาซะ ว่าไอ้เพื่อนอีกสองตัวของแกมันอยู่ที่ไหน" ชายชุดดำถาม นิ้วเลื่อนเข้าไปยังตำแหน่งพร้อมเหนี่ยวไก

          "ใครมันจะไปบอกง่ายๆ กันวะ ดูหนังมากไปเหรอลุง อ่อก..." เทรเวอร์ชะงักประโยค ลำตัวถูกเหวี่ยงกระแทกเข้ากับลังโลหะ "บอกมาซะ ก่อนแกจะเจ็บหนักกว่านี้ !" เขาตะโกนอย่างเหลืออด บีบลำคอชายหนุ่มยกรูดขึ้นกับตัวถัง

          "ค่อกๆ โอเค... จะบอกให้ก็ได้... เพื่อนกูอีกสองคนก็อยู่ด้านหลังมึงตอนนี้ไงล่ะ" ชายชุดชำเลืองมองไปด้านหลังก็เห็นจิ้งจอกตัวหนึ่งกำลังเล็งปืนมาที่เขา ชายร่างท้วมหัวเราะหึๆ กับมุกตื้นๆ ของสองคู่หู พลางเบี่ยงตัวออกมาด้านข้าง ให้เฟนริกซ์เห็นใบหน้าเจ้านายของมันให้ชัดๆ

          "พวกแกเองคงจะซี้กันมากเลยสินะ" ชายชุดดำพูด พลางเลื่อนปืนมาจ่อไปที่ขมับของชายหนุ่ม "ทีนี้เปิดปากบอกมาซะ ไอ้จิ้งจอกเกรียน ว่าเพื่อนอีกสองคนนั่นอยู่ที่ไหน !" เขากระแทกมือเข้ากับลังโลหะ กดไกปืนเข้าไปลึกขึ้น เผยรอยยิ้มมุมปากเมื่อเห็นท่าทีเป็นกังวลของเฟนริกซ์

          จิ้งจอกขนดำถอนหายใจยาว มันลำบากใจไม่น้อยเมื่อมีชีวิตของเจ้านายเป็นเดิมพัน และไม่มีทางเลือกอื่นในตอนนี้นอกจากทำตามที่มันบอกไปก่อน เฟนริกซ์ยกขาซ้ายขึ้น ก่อนกดเปิดแอปแผนที่ในมือถือโฮโลแกรม ซึ่งมีวงกลมสีแดงบอกตำแหน่งของเทรส และเกเบียลอยู่ อย่างไม่เต็มใจนัก

          "โอเค... นี่เป็นแผนที่ตำแหน่งอีกสองคนที่มีเครื่องติดตามตัวอยู่" เฟนริกซ์ยื่นอุ้งมือเข้าไปใกล้ เพื่อให้ชายตรงหน้าเห็นภาพแผนที่นั้นชัดขึ้น

          ชายชุดดำหันมองชื่อซอยบนภาพแผนที่ที่ฉายบนอุ้งมือของเฟนริกซ์ครู่หนึ่ง ก่อนจะโทรติดต่อไปยังบอดี้การ์ดอีกสองคนที่กำลังแยกไปตามหา โดยที่ยังคงเล็งปากกระบอกปืนจ่อหน้าผากชายหนุ่ม แต่ในขณะนั้นเองเทรเวอร์ก็ค่อยๆ เลื่อนมือไปยังของบางอย่างที่หลบมุมอยู่อีกด้าน ก่อนส่งสัญญาณให้เฟนริกซ์ ทำให้สีหน้ากังวลของจิ้งจอกขนดำเปลี่ยนเป็นคลี่ยิ้มอย่างมีเลศนัย

          ชายชุดดำพยายามโทรติดต่ออยู่สองครั้ง แต่กลับไม่มีการตอบรับจากปลายสาย "โถ่เว้ย ! มีแต่พวกไม่ได้เรื่อง" เขาสบถ

          "ข้าว่าคงกระจอกจนโดนเก็บไปแล้วล่ะม้าง ฮรี่ๆ ท่านดีออสเสียเงินจ้างไปได้ยังไงเนี่ย" จิ้งจอกขนดำได้ทียั่วโมโห

          "หน็อย ไอ้บ้านี่ ! อยากให้เล่นบทโหดนักใช่ไหม !" ชายชุดดำจ่อปืนไปยังขมับของเทรเวอร์อีกครั้ง ด้วยสีหน้าเอาจริงกว่าครั้งที่แล้ว

          "บอกลาเจ้านายของแกได้เลย !" เขาออกแรงกดลงบนไกปืน แสงเรืองรูปดาวห้าแฉกปรากฏขึ้นระหว่างปากกระบอกสีขาวกับใบหน้าของชายหนุ่ม...

          ทว่าก่อนที่เขาจะเหนี่ยวไก เทรเวอร์ก็จับขวดแก้วในมือให้ถนัด ก่อนเหวี่ยงฟาดเข้าหน้าชายคนนั้นเต็มแรง

          'เพล้ง !'

          ชายชุดดำล้มหงายไปพร้อมขวดแก้วที่แตกเป็นเสี่ยง สะบัดหัวไปมาอย่างมึนงงจากขวดแก้วหนักๆ ที่ฟาดเข้ามากลางหน้าผาก ชายหนุ่มใช้จังหวะนี้รีบถอยห่างออกมา เพื่อให้จิ้งจอกคู่หูรับช่วงต่อ

          "ฮรี่ๆ รับพรจากเทพเจ้าสายฟ้าไปซะ" เฟนริกซ์ไม่พูดพร่ำมากนัก เหนี่ยวไกยิงกระสุนไฟฟ้าเข้าใส่ ส่งร่างชายชุดดำลงไปนอนชักกระแด่วข้างเพื่อนบอดี้การ์ดอีกคนที่นอนไม่ได้สติ

          ชายหนุ่มคว้าปืนจากจิ้งจอกคู่หู กับปืนอีกกระบอกที่หล่นอยู่บนพื้น ซุกเข้าไปในถุงขยะสีดำด้านในลังโลหะที่บรรดาขยะเปียกกำลังส่งกลิ่นเหม็นเน่าชวนคลื่นเหียนได้ที่ เพื่อจะได้ไม่มีใครตามแกะรอยจากลายนิ้วมือของเขา

          "ไปเร็ว" ชายหนุ่มกวักมือเรียกจิ้งจอกขนดำ ขณะที่เปิดประตูหลังร้านภัตตาคารเข้าไป



          "แฮ่กๆ... แฮ่ก สนุกเป็นบ้าเลยเว้ย"

          เทรเวอร์รีบเดินออกจากประตูหน้าร้านภัตตาคารพร้อมเฟนริกซ์โดยไม่สนใจนักกับเสียงก่นด่าของเจ้าของร้าน ก่อนหลบมุมเข้าไปในซอยข้างร้านด้วยสภาพเหงื่อไหลท่วม นั่งพิงกำแพงอย่างหมดสภาพ

          แต่สิ่งที่ทั้งสองเห็นตรงอีกฝั่งของถนน ทำให้อะดรีนาลีนในตัวพวกเขาต้องพลุ่งพล่านอีกครั้ง เทรเวอร์มองหน้าจิ้งจอกคู่หูเป็นตาเดียวกัน ก่อนกลับหลังหันย่องลึกเข้าไปในซอยอย่างเบาฝีเท้า

          "ถึงสายในพื้นที่ทราบ ขณะนี้มีผู้ต้องสงสัยหลบหนี ชายหนุ่มชาวเนมอร์ผมดำตาฟ้า กับจิ้งจอกสีดำ อาจมีอาวุธครบมือและเป็นอันตราย"

          'เก๊ง กลุกๆๆ !'

          ตำรวจสองนายที่นั่งฟังวิทยุอยู่ในรถหันมายังต้นเสียงอะไรบางอย่าง และพบว่ามันมาจากซอยข้างร้านฝั่งตรงข้าม

          เมื่อสายตาคมกริบสองคู่เลื่อนมองไปยังทิศของเสียง ก็เห็นถังสีสองใบที่กำลังล้มกลิ้ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลนักจากชายหนุ่ม และจิ้งจอกขนดำ ที่ทำท่าทางมีพิรุธชอบกล เจ้าหน้าที่ขมวดคิ้วเมื่อลักษณะทั้งสองดูคุ้นๆ กับสิ่งที่เขาได้ยินไปเมื่อครู่

          "เฮ้ย ! สองคนนั่นไง จับมันเลย"

          ชายหนุ่มไม่รอให้เจ้าหน้าที่วิ่งมาถึงตัว กระโดดข้ามลังขยะโลหะสองลังและถีบมันปิดเส้นทางไว้ ก่อนโกยแน่บเข้าไปในซอยพร้อมเฟนริกซ์อย่างไม่คิดชีวิต ทว่าทางแยกด้านในซอยอย่างที่เขาหวัง กลับเป็นผนังกำแพงตันๆ ไร้ทางหนี

          "ซอยตัน พับผ่าสิ !" เขาสบถ

          "ทิ้งอาวุธในมือซะ และชูมือขึ้นเหนือหัว !" ตำรวจสองนายออกคำสั่ง เล็งปืนพร้อมเหนี่ยวไกจากที่กำบัง

          เทรเวอร์ถอนหายใจอย่างเซ็งๆ ก่อนทิ้งปืนในมือ หันหลังชูมือให้ตำรวจอย่างเลี่ยงไม่ได้

          "แล้วข้าเป็นจิ้งจอก ต้องยกมือ หรืออุ้งมือกันแน่ฮะ คุณตำรวจ" เฟนริกซ์หันไปถาม ทำหน้าบ้องแบ๊วใส่ตำรวจ

          "อย่ามาเล่นลิ้น ชูมือขึ้นเดี๋ยวนี้ !" เจ้าหน้าที่ตะโกนลั่น นี่มันกะกวนประสาทกันชัดๆ

          ท่ามกลางบรรยากาศที่เริ่มตึงเครียด เทรเวอร์ก็คิดแผนบางอย่างขึ้นมาได้ เขาเขี่ยเท้าสะกิดจิ้งจอกคู่หู ขณะที่ตำรวจกำลังหยิบกุญแจมือเดินเข้ามาใกล้ เฟนริกซ์ส่ายหน้าเบาๆ หลังรู้ว่าแผนนี้มันฆ่าตัวตายชัดๆ ดีไม่ดีจะเผาตัวเองไปพร้อมกับตำรวจนั่นแหละ

          เทรเวอร์ไม่ฟังที่มันแย้งนัก ขยับปากให้สัญญาณนับถอยหลัง จิ้งจอกขนดำถอนหายใจ ก่อนปานดาวห้าแฉกหน้าลำตัวมันจะเรืองแสงขึ้น เป็นสัญญาณตอบรับว่าพร้อมจัดไปตามแผน

          ชายหนุ่มชูฝ่ามือเล็งไปยังที่กำบังของตำรวจทั้งสอง เปลวไฟเล็กๆ ปรากฏด้านหน้าฝ่ามือหนา ก่อนปานรูปไฟหลังมือจะเรืองแสงขึ้น

          "เอาก็เอาวะ... เฟลมมินิสโซเนม ! (กระสุนเพลิง)"

          ตำรวจสองนายรีบถอยหนีหลังเห็นแสงสีส้มในมือชายหนุ่มกำลังม้วนตัว กระโจนหลบกำแพงปากซอยคนละด้าน หมุนปุ่มบนหมวกเพื่อเปิดโล่ป้องกันพัลวัน ก่อนลำเปลวไฟที่พุ่งจากฝ่ามือเทรเวอร์จะกลายเป็น...

          ...ละอองสะเก็ดไฟที่ลอยละลิ่วลงพื้นซอย

          ใบหน้ายิ้มเหี้ยมของตำรวจสองนายค่อยๆ โผล่จากสองข้างกำแพง ก่อนปากกระบอกของปืนพกสีขาวที่ใส่แบตเตอรี่มาเต็มจะเล็งมาหาเทรเวอร์ "ยิงเลย !"

          "ฉิบหายเอ๊ย !"

          เทรเวอร์สไลด์ตัวหลบหลังลังขยะแทบไม่ทัน ขณะที่อีกฝั่งเริ่มเปิดฉากยิง กระสุนเวทลมปะทะเข้ากับลังโลหะรัวๆ จนยุบเป็นหลุมเป็นบ่อ เขาสอดสายตามองหาปืนกระบอกที่หล่นไปเมื่อกี้ แต่โชคร้ายว่ามันตกอยู่ภายใต้ดงกระสุน

          "บ้าจริง ปืนมันหล่นอยู่ตรงนั้น !

          "ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวข้าหยิบให้เอง !" เฟนริกซ์อาสา

          จิ้งจอกขนดำกะระยะเล็กน้อย กระโจนตัวออกไปพร้อมเปิดโล่รอบตัวป้องกันลำกระสุนที่พุ่งเฉียดไปมา คาบปืนกลางซอยและวิ่งกลับมาจุดเดิม ชายหนุ่มรับมันมา ก่อนปรับโหมดปืนเป็นเวทไฟ

          ชายหนุ่มใช้โอกาสที่อีกฝ่ายเปลี่ยนแบตเตอรี่ยิงโต้กลับไปบ้าง ทว่าแต่ละนัดที่ยิงออกไปก็ไม่ได้โดนใครเข้าเลย หรือจะว่าตามจริง ก็ไม่เฉียดแม้แต่ลังขยะที่ตำรวจใช้เป็นที่กำบังเลยด้วยซ้ำ

          "เจ้านาย เอาไงกันดีเนี่ย !" เฟนริกซ์ถามเผื่อจะมีแผนสำรอง พลางอุดหูกันเสียงปืนของตำรวจที่ดังก้องซอยในตอนนี้

          "ไม่รู้แล้วเว้ย จะให้ลองเสี่ยงดูอีกรอบไหมล่ะ !" เขาตะโกนถาม แทรกเสียงที่ดังอื้ออึง

          "ยังไงก็ได้ !" จิ้งจอกขนดำก็ไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่า

          เทรเวอร์สูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนเตรียมใช้เวทไฟอีกเป็นครั้งที่สอง และหวังว่าครั้งนี้คงจะได้เรื่องขึ้นมาบ้าง เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามตั้งสมาธิให้มากกว่าครั้งที่แล้ว ก่อนชูฝ่ามือขวาออกไปด้านหน้า

          "เฟลมมินิสโซเนม ! (กระสุนเพลิง)"

          แสงสีส้มของลูกไฟขนาดใหญ่จากฝ่ามือชายหนุ่มที่สะท้อนบนนัยน์ตาของเจ้าหน้าที่ทั้งสอง ทำให้พวกเขาเริ่มไม่แน่แล้วใจว่าโล่ป้องกันจากหมวกที่สวมใส่จะต้านทานพลังงานนี้ได้ไหว เหลือเพียงสัญชาตญาณเอาตัวรอดที่ย้ำเตือนว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอันตรายแค่ไหน

          "หลบเร็ว !"

          ตำรวจทั้งสองรีบกระโดดหลบไปคนละทิศ หลังเปลวไฟม้วนตัวระเบิดเป็นลำพุ่งตรงมา เปลวไฟหลายพันองศาตัดผ่าลังขยะเป็นสองท่อน ลำเปลวเพลิงสีส้มโชติช่วงพุ่งต่อไปจนถึงอีกฟากถนน ระเบิดกระจกรถตำรวจทุกบานจนแตกละเอียดทันทีที่สัมผัส

          ตำรวจทั้งสองเห็นความอันตรายของชายหนุ่ม จึงรีบเปิดมือถือโฮโลแกรมเพื่อขอกำลังเสริม แต่ก็ต้องประหลาดใจเมื่อพวกเขาเห็นจิ้งจอกลำตัวสีดำยืนอยู่ตรงหน้าแล้ว ซึ่งทั้งสองไม่ทันสังเกตเลยว่ามันวิ่งมาตั้งแต่เมื่อไหร่

          "หมวกนี่ไม่ต้องใส่หรอกนะคุณตำรวจ แบบนี้เท่กว่าเยอะ" เฟนริกซ์ยืนสองขาพิงรถตำรวจ อุ้งมือกำลังควงหมวกหนังสีดำสองใบของเจ้าหน้าที่ไปมา

          "เฮ้ย เอาคืนมา !" ตำรวจรีบตรงเข้ามาคว้าหมวกใบนั้นคืน ทว่ากว่ามือชายทั้งสองจะเข้ามาถึงตัว เฟนริกซ์ก็โยนมันทิ้งไปแล้ว

          "ม่ายคืน ฮรี่ๆๆ โอ๊ะ สงสัยจังเลยว่าไอ้เหล็กวงๆ นี่มาจากไหน" เฟนริกซ์ยิ้มเจ้าเล่ห์ พร้อมทิ้งสลักวงกลมสีเงินสามอันในมือ

          เจ้าหน้าที่ทั้งสองเริ่มเอะใจ เลื่อนตามองลงไปบนเข็มขัดรอบเอวที่มีลูกระเบิดสีขาวเหน็บติดอยู่ และรู้ได้ว่าทันทีว่า จิ้งจอกเกรียนตัวนี้ไปเอาสลักพวกนั้นมาจากไหน "ฉิบหายแล้ว !"

          'ตูม... !'

          คลื่นพลังเวทสีฟ้าระเบิดออก แผ่กระจายบนพื้นถนนบนวงกว้าง เจ้าหน้าที่สองนายหยุดนิ่งไปพร้อมกับมิติเวลาโดยรอบ วงเวทอักขระสวยงามปรากฏขึ้นรอบอาณาเขตครึ่งวงกลม

          "วู้ว ! ภาพนี้หายากสุดๆ เจ้านายๆ ถ่ายให้ข้าหน่อย !" เฟนริกซ์ยื่นหน้าเข้าไปกลางเฟรม โดยมีภาพตำรวจสองนายที่หน้าตาเหวอได้ที่เป็นแบล็คกราวน์

          "แกนี่มัน... เออๆ ยิ้มนะ" เทรเวอร์ถอนหายใจในความเกรียนทุกสถานการณ์ของมัน ก่อนจะกดปุ่มเปิดแอปกล้องจากมือถือโฮโลแกรม ถ่ายรูปให้อย่างเอือมๆ

          "ถึงเวลาชิ่งแล้ว ไปเร็ว !" เทรเวอร์รีบวิ่งนำจิ้งจอกคู่หูหลบหนีเข้าตรอกซอยเพื่อกลับที่พัก




เมืองอัสมาเนีย

ณ ตรอกซอยแห่งหนึ่ง ในย่านดาวน์ทาวน์


          ตามปกติแล้วตรอกซอยที่มืดมิด และชื้นแฉะแห่งนี้ ดูไม่น่าเป็นจุดสนใจของใครเท่าไหร่นัก นอกเสียแต่พวกอาชญากรที่มักก่อเหตุฉกชิงวิ่งราวอยู่บ่อยครั้ง ทว่าตอนนี้กลับมีกลุ่มคนที่เดินมามุงดูกันแน่นขนัดรอบเทปสีเหลืองที่ปิดล้อมสถานที่เกิดเหตุ พร้อมรถตำรวจสองคันที่จอดอยู่ด้านนอก

          "ขอทางให้เจ้าหน้าที่ด้วยครับ" ตำรวจร่างใหญ่เดินแหวกฝูงชน ลอดตัวผ่านเทปเหลือง ตรงไปยังชายสวมแว่นที่นั่งอยู่ใกล้ร่างหญิงสาวที่นอนแน่นิ่งจมกองเลือด

          สีหน้าเรียบขรึมของเขาเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจที่ผุดขึ้นบนใบหน้า เมื่อเห็นนัยน์ตาเบิกกว้างของหญิงสาวที่ส่วนหัวถูกกัดแหว่งเหลือเพียงครึ่งซีก เขารู้ดีว่า แม้แต่กระสุนของปืนลูกซองก็ยังสร้างความเสียหายไม่ได้ขนาดนี้

          "นี่ก็รายที่สามของเดือนนี้แล้ว เรากำลังเจอฆาตกรต่อเนื่องรึ คุณนักสืบเฮนจ์" ตำรวจถามชายตรงหน้าอย่างวงสงสัย

          "คุณคิดถูกเรื่องฆาตกรต่อเนื่อง เว้นเสียแต่ว่า รอยบาดแผลนี่ไม่ได้เกิดจากฝีมือของคนหรอกนะ" เขาตอบ พลางเสยผมบนตัวศพที่ปิดบาดแผลออก ก็พบว่าลักษณะการฉีกขาดของเนื้อเยื่อไม่ได้เกิดจากกระสุนปืนลูกปราย ทว่าเป็นร่องรอยเฉพาะที่เกิดจากคมเขี้ยวนับร้อยที่เจาะผ่านกะโหลก และฉีกกระชากเนื้อทั้งก้อนแหว่งหายไปอย่างรวดเร็ว

          "ผมว่าไม่มีสัตว์เลี้ยงที่ลงทะเบียนในเมืองตัวไหน ที่มีขากรรไกรใหญ่แบบนั้นหรอกนะ" ตำรวจพูดเสริม เขาไม่คิดว่ามันจะเป็นไปได้

          "ผมไม่ได้บอกว่าเป็นฝีมือพวกสัตว์เลี้ยง... แต่เป็นอะไรที่แย่กว่านั้นเยอะ" เฮนจ์เปิดเสื้อบนตัวศพออก ชี้ให้เส้นสีดำตามลำตัวหญิงสาวที่แพร่กระจายออกไปอย่างช้าๆ

          แววตาของชายร่างใหญ่เบิกกว้าง เมื่อเจอเข้ากับสิ่งที่เขาไม่คาดคิด เขารีบพลิกฝ่ามือขวาขึ้น เลื่อนหารายชื่อติดต่อบนมือถือโฮโลแกรม ก่อนกดโทรออกอย่างไม่ลังเล

          "เจ้าหน้าที่วิลเลี่ยม เหมือนเราจะเจอปัญหาใหญ่แล้ว ส่งหน่วยพิสูจน์เวทมนตร์มาด่วนเลย !"






ไรท์เตอร์ : จอมมารสีเทา




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

199 ความคิดเห็น

  1. #183 ItsFreakingCool,man! (@Ariana_za555) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:37
    การไล่ล่ายังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง
    ใช้พลังเวทย์ได้ก็ได้เปรียบงี้แหละ
    เฟนริกซ์เท่ห์มาก
    อยากรู้ว่าคนกับจิ้งจอกอยู่ด้วยกันได้ไงฟะ 
    #183
    1
    • #183-1 (@Artcyber) (จากตอนที่ 4)
      27 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:16
      นิสัยไปคนละขั้วเรยเนอะ 555 จิ้งจอกช่างจ้อ กับชายหนุ่มผู้เงียบขรึม อินดี้
      #183-1
  2. วันที่ 13 มกราคม 2561 / 02:18
    ซอมบี้!? Chapter 3 ก็เอาแล้วเรอะ!
    #166
    1
  3. #164 Battlists26 (@DDnewest) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 10:49
    นักสืบเฮนจ์ ทำไมหน้านักสืบในเมืองนี้ในอุดมคติจะต้องเป็นชายวัยทองเกือบแก่นะ
    #164
    2
    • #164-1 จอมมารสีเทา (@Artcyber) (จากตอนที่ 4)
      4 มกราคม 2561 / 12:41
      ไม่ได้แก่นา แค่ใส่แว่นเอง อาจจะเป็นเนิร์ดหนุ่มก็ได้
      #164-1
    • #164-2 Battlists26 (@DDnewest) (จากตอนที่ 4)
      4 มกราคม 2561 / 12:51
      คงจะไม่เนิร์ดจนถูกใครจับจิ้นกะเทรเวอร์นะ
      #164-2
  4. #163 Battlists26 (@DDnewest) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มกราคม 2561 / 03:03
    อยากเห็นรูปเฟนริกซ์เต็มตัวจัง ยืนสองขาแบบเท่ห์ๆฮาๆด้วยยิ่งดีมาก 55555
    #163
    2
    • #163-1 จอมมารสีเทา (@Artcyber) (จากตอนที่ 4)
      4 มกราคม 2561 / 12:40
      ยืนสองขาโชว์พุง คาบกุหลาบมาจีบสาว คงเท่ไม่เบา 555
      #163-1
    • #163-2 Battlists26 (@DDnewest) (จากตอนที่ 4)
      4 มกราคม 2561 / 12:50
      พุงคงไม่เผละเพราะเบค่อนนะ จะดูไม่สมาร์ทเกรียน 55555
      #163-2
  5. วันที่ 26 พฤษภาคม 2560 / 13:59
    อเล็กซ์โดนหิ้วไปแล้ว ต้องบอกว่าชอบการบรรยายซะทุกตอนเหมือนจะไม่เบื่อที่จะบอก ขอบคุณที่แต่งให้อ่าน
    #43
    1
    • #43-1 จอมมารสีเทา (@Artcyber) (จากตอนที่ 4)
      26 พฤษภาคม 2560 / 14:09
      ขอบคุณที่รับชมนะครับ : D ยินดีเลยที่ได้แต่งนิยายมาแบ่งกันความสนุกกันครับ

      Writer : จอมมารสีเทา
      #43-1
  6. #32 Siriporn Pok (@0816588016) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 19:20
    เนื้ออลังการมาก รู้สึกเข้าถึงอารมณ์ระดับปลานกลางถึงมาก5555
    #32
    1
    • #32-1 จอมมารสีเทา (@Artcyber) (จากตอนที่ 4)
      22 พฤษภาคม 2560 / 19:22
      ช้าก่อนท่าน the flash อ่านไวไปล้าววว 5555 ไรท์แต่งให้มิทันแน่เลย : 3

      Writer : จอมมารสีเทา
      #32-1
  7. #10 LatezBahm (@LatezBahm) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 01:52
    แอบยาวแฮะตอนนี้ ขอปักไว้ก่อน
    #10
    1
    • #10-1 จอมมารสีเทา (@Artcyber) (จากตอนที่ 4)
      4 พฤษภาคม 2560 / 23:10
      อ่ะ ให้ธง 1 อันกับเสื่อ 1 ผืน

      Writer : จอมมารสีเทา
      #10-1
  8. #8 DDnewest (@DDnewest) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 23:50
    เมลิอุส อ่านแล้วนึกภาพลอร์ดซิธจาก Star Wars ผสมกับซารูแมนจาก Lord of the Ring ชัดๆ พ่อมดตาแก่ชั่วร้ายอำมหิต ถล่มอาณาจักรซะอลังการงานสร้างมาก สงสัยอเล็กซ์จะได้เป็นพระรองของเรื่องก็คราวนี้แหละ
    #8
    1
    • #8-1 MistaielArenia. (@browjung2549) (จากตอนที่ 4)
      4 พฤษภาคม 2560 / 21:41
      คิดเหมือนกันเรยยยยยยยย
      #8-1