Two World Chronicles - ผจญภัยพิภพสองโลก [ รีไรท์ ]

ตอนที่ 3 : Chapter 2 : สินค้าตัวอย่าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 320
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    22 ม.ค. 61



*เครดิตภาพจาก [ link ]




- Chapter 2 -
สินค้าตัวอย่าง




          "หมายถึงพวกชายชุดดำตรงนั้นสินะขอรับ" จิ้งจอกขนดำเปรยขึ้น พลางชี้อุ้งมือไปยังกลุ่มคนที่มันพูดถึง

          เมื่อเทรเวอร์ และเพื่อนอีกสองคนหันไปตามทิศนั้น ก็เห็นบอดี้การ์ดร่างท้วมสามคนสีหน้าเรียบขรึมเดินตรงมาหาพวกเขา ชายคนซ้ายและขวาสวมเสื้อสีขาวทับด้านนอกด้วยแจ็กเกตหนังสีดำอย่างดียาวถึงข้อแขน ต่างจากชายตรงกลางที่สวมเสื้อหนังสีเทา และมีเครื่องมือสื่อสารติดอยู่หลังใบหู ใบหน้าภายใต้แว่นสีดำของพวกเขา ดูเผินๆ ไปแล้วคล้ายคลึงจนเหมือนแฝดสาม

          ชายชุดเทาที่เป็นหัวหน้าเดินเข้ามาใกล้พวกเทรเวอร์ พลางกดปุ่มบนขาแว่น เลนส์ทั้งสองข้างพับเก็บลงไปอัตโนมัติราวกับหน้ากากล้ำยุค เขาเลื่อนตามองทั้งสามครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยประโยคแรก "วันนี้มีของอะไรมาเสนอท่าน เมจิกคอลเล็กเตอร์"

          "เอ้านี่ ลองเช็คของดูก่อนได้เลย" เทรเวอร์คว้าเป้ใบหนึ่งจากเกเบียล ก่อนโยนส่งให้

          ชายชุดเทารับเป้นั้นด้วยมือข้างเดียว พลางกระตุกยิ้ม สุ่มคว้าขวดโหลสองใบในเป้ส่งให้ลูกน้อง ชายชุดดำสองคนรับขวดโหล หมุนปุ่มบนขาแว่น เปลี่ยนมุมมองเป็นโหมดเอ็กซ์เรย์เพื่อสแกนสินค้าที่อยู่ด้านใน ก่อนพยักหน้าเป็นเชิงว่าทุกอย่างเรียบร้อย

          "เชิญทางนี้" ชายด้านหน้าพูดเสียงเรียบ ก่อนผายมือและเดินนำทั้งสามไป ทว่าลำตัวสีดำสะดุดตาที่ก้าวตามมา ทำให้เขาต้องเหลียวกลับไปมองอย่างสงสัย

          "...ยกเว้นไอ้จิ้งจอกนั่น รอข้างนอกนี่แหละ" ชายคนหัวหน้ากล่าวห้าม พลางเท้าสะเอว

          "เห ทำไมกันล่ะ ให้ข้าเข้าไปด้วยสิขอรับ ข้าไม่ซนหรอกนะ" เฟนริกซ์ยิ้มยียวน ยังวอนเดินตามไปครบสูตรกวนบาทา

          ชายชุดเทาเบ้ปากไม่สบอารมณ์ มือคว้าปืนสีขาวข้างเอวขึ้น ก่อนหมุนปรับเป็นโหมดเวทไฟฟ้า หันปากกระบอกเล็งไปยังจิ้งจอกขนดำที่ใบหูหลุบไปด้านหลัง

          "แฮร่ๆ โอเคฮะ พี่เบิ้ม" เฟนริกซ์ผงะถอย ปิดโหมดกวนประสาทชั่วคราว หลังเห็นกิ่งก้านไฟฟ้าแลบออกจากปลายกระบอกสีขาว

          "งั้น... ข้าจะรอตรงนี้แล้วกันเนอะ" จิ้งจอกขนดำยิ้มกริ่ม พลางขดตัวลงนอนบนพื้น



          พวกเทรเวอร์เดินตามชายลึกลับทั้งสามจนมาถึงขั้นบันไดกว้างที่ล้อมรอบประตูหน้าของอาคารร้างแห่งหนึ่ง ฝุ่นจับหนาบนพื้นซีเมนต์เหมือนถูกทิ้งร้างมาแรมปี สีสันที่เคยถูกพ่นบนกำแพงเลือนหายเป็นหย่อมๆ ดูไปแล้วไม่น่าเป็นสถานที่นัดพบแม้แต่น้อย หรือถึงจะเป็นแหล่งให้พวกแก๊งขี้ยามามั่วสุม ก็ยังมีที่เหมาะสมกว่านี้

          เทรสเริ่มเอะใจเมื่อมองสภาพอาคารผุพังตรงหน้า ซึ่งดูไม่ใกล้เคียงสถานที่นัดพบตามที่คอลเล็กเตอร์บอกเขาเลยแม้แต่น้อย เขาจึงเริ่มสงสัยแล้วว่าคนพวกนี้อาจจะเป็นพวกแอบอ้างเพื่อดักขโมยสินค้าก็เป็นได้ และมีวิธีเดียวที่จะทำให้เขาแน่ใจ

          "เฮ้ยๆ นี่มันไม่ใช่ที่นัดกันไว้นี่หว่า" เทรสชักสีหน้าเอาเรื่องเดินตรงเข้าไปหาคนหัวหน้า... แต่กลับเป็นเขาเองที่ต้องผงะถอย

          "ฉันว่าแกคงรอได้อีกนิด" ชายชุดเทาคว้าปืนเล็งมายังเทรส วงเวทสองชั้นปรากฏขึ้นด้านหน้าปากกระบอก เมื่อนิ้วชี้เขาสัมผัสไก เทรเวอร์รีบเดินเข้าไปสะกิดลำตัวเทรส ส่งสายตาเป็นเชิงเตือนว่าเขากำลังจะทำเสียแผน

          "ยังฉลาดอยู่บ้างนี่" ชายคนหัวหน้ายิ้มเยาะ พลางเก็บปืนลงตามเดิม

          เขาเลื่อนมือให้สัญญาณกับลูกน้อง ทั้งสองพยักหน้าตอบรับ เดินเยื้องไปยังเสาสองต้นของอาคาร กอ่นทาบฝ่ามือลงไปพร้อมกัน

          "ไบโอเมทริกซ์รหัส MC4425 อนุญาตการเข้าถึง.. ปิดสนามเวทลวงตา" ] แสงสีฟ้าสว่างตอบรับเมื่อการยืนยันตัวตนเสร็จสิ้น

          สิ้นเสียงจากเครื่องสแกน ม่านพลังสีฟ้าก็ปรากฏขึ้นรอบอาคารชั้นล่าง ก่อนระดับของมันจะค่อยๆ ลดลงทีละนิดจนดูคล้ายม่านพลังที่กำลังแหวกออก สภาพชั้นล่างของอาคารร้างในสายตาทั้งสามเริ่มบิดพลิ้วเป็นลอนคลื่น และถูกแทนที่ทีละน้อยด้วยกำแพงโลหะสีเงิน โดยมีประตูทางเข้าทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีฟ้าน้ำทะเล ตัดกับตัวอักษรสีขาว 'ขุมทรัพย์แห่งดีออส'

          เมื่อชายคนหัวหน้าเก็บแว่นลง และยื่นใบหน้าเข้าไปไกล้กับบานประตู แท่นบางอย่างก็เลื่อนออกจากช่องเล็กบนผิวโลหะ ลายวงจรที่ฝังบนบานประตูใหญ่เรืองแสงขึ้น ขณะที่ลำแสงแถบหนึ่งกวาดลงบนม่านตาของเขา

          "ยืนยันตัวตนสำเร็จ ยินดีต้อนรับสู่ คอลเล็กชั่นเวทมนตร์ของ ท่านดีออส" ]

          ไม่นานนัก บานประตูใหญ่สองบานก็ค่อยๆ เลื่อนเปิดขึ้นจากจุดกึ่งกลาง เผยความมืดด้านในให้เล็ดลอดออกมาทีละนิด

          "เชิญเข้ามาได้เลยชายคนหัวหน้าผายมือเรียกทั้งสาม ก่อนส่งสัญญาณให้ลูกน้องสองคนเฝ้าด้านนอกไว้

          เทรเวอร์เหลือบมองด้านในอาคารสักพัก ก่อนตัดสินใจเดินตามชายตรงหน้าเข้าไปเป็นคนแรก บรรยากาศด้านในทั้งมืด และเย็นยะเยือกราวกับช่องแช่แข็ง จนทั้งสามต้องห่อตัวกันเกรียวขณะที่เดินตามเข้าไป

          ชายชุดเทาเดินตรงไปที่เสาต้นหนึ่งบริเวณกึ่งกลางห้องอย่างไม่รู้สึกร้อนหนาว ก่อนเลื่อนนิ้วกดปุ่มสีฟ้าที่เรืองแสงในความมืด และทันใดนั้น ! ไฟทั้งห้องก็สว่างพรึ่บขึ้น

          เทรเวอร์และเพื่อนทั้งสองหยีตาลง ยกมือบังแสงจ้าที่แยงตาเข้ามาฉับพลัน เมื่อม่านตาพวกเขาเริ่มปรับตัวกับแสงสว่าง ก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้องทรงโดนัท ที่รายล้อมไปด้วยกระจก เสาตรงกึ่งกลางห้องหมุนตัวเล็กน้อยก่อนพื้นรอบๆ แกนจะยุบตัวลงที่ละบล็อก เปลี่ยนตัวเองเป็นบันไดวนลงสู่ชั้นใต้ดิน

          "เชิญทางนี้ชายที่เปิดทางลับเดินนำลงไปด้านล่าง เทรเวอร์หันมองเพื่อนอีกสองคน ก่อนจะก้าวเดินตามไป เสียงก้องวังวานดังขึ้นเมื่อฝีเท้าหลายคู่กดน้ำหนักลงบนแท่นบันไดสีเทา

          ทว่าก่อนที่เทรเวอร์จะเดินลงไปถึงด้านล่าง แขนของเขาก็ถูกมือแห้งกร้านของชายตรงหน้าคว้าเอาไว้ ทำเอาสะดุ้ง

          "นี่พ่อหนุ่ม..."

          "หืม มีอะไรเหรอ" ชายหนุ่มถาม

          "ถอดชิปการ์ดพลังเวทไว้ตรงนี้ด้วย" ชายชุดเทาพูด พลางยื่นมือรอรับ

          "อ้อ จริงสิ โทษที" เทรเวอร์นึกขึ้นได้ ดึงชิปการ์ดสีดำจากปลอกแขนตัวเองส่งให้

          เมื่อเทรสและเกเบียลเดินตามชายหนุ่มจนถึงชั้นเบื้องล่าง ก็ถึงกับอุทานขึ้นด้วยความตื่นตา ของสะสมเวทมนตร์มากมายในตู้กระจกใสจัดเรียงอย่างสวยงามขนาบทางเดินราวกับพิพิธภัณฑ์จัดแสดงงานศิลป์ ส่วนของสะสมหายากอย่าง อัญมณีหกมิติ และ ผลึกหางมังกรสายฟ้า ถูกตั้งไว้ในโซนต่างหาก และถูกป้องกันอย่างดีด้วยสนามพลังเวทมนตร์ที่พร้อมแผดเผาคนที่คิดขโมยมัน 

          เทรเวอร์เผยแววตาเป็นประกาย เขาทึ่งไม่น้อยกับของสะสมเวทมนตร์มูลค่าสูงลิ่วเกินจินตนาการในห้องโถง แม้แต่ของตั้งโชว์ในโซนธรรมดา และพรมสีแดงบนพื้นที่พวกเขาเหยียบตอนนี้ ก็มีมูลค่าเหยียบหนึ่งแสนมากัสเข้าไปแล้ว

          ชายชุดดำเดินนำพวกเขามาตามทางเรื่อยๆ ก่อนจะหยุดลงเมื่อถึงหน้าประตูบานหนึ่ง

          "รออยู่ตรงนั้นแหละ" ชายชุดเทาพูด พลางเลื่อนมือกันทั้งสามที่กำลังเดินอย่างเพลิดเพลิน

          เขาปรายตามองชายหนุ่มครู่หนึ่งด้วยสายตาเหี้ยมเกรียม ก่อนเดินตรงไปยังหน้าประตู กดปุ่มบนเครื่องอินเตอร์คอมที่ฝังบนผนัง "พวกเขามาถึงแล้วครับ ท่านดีออส" เสียงนั้นส่งเข้าไปหาใครบางคนที่อยู่ในห้องผนังทึบ

          "ให้เข้ามาได้" ] เสียงทุ้มตอบผ่านลำโพง

          เมื่อประตูเปิดออก ทั้งสามก็เห็นบอดี้การ์ดสองคนในชุดเกราะสีขาวยืนอยู่ตรงมุมห้อง และชายร่างท้วมผมสีขาวที่นั่งอยู่หลังโต๊ะกระจกขนาดใหญ่ ดวงตาสีน้ำตาลข้างหนึ่งเลื่อนจากสินค้าบนโต๊ะจ้องตรงมายังชายทั้งสาม ก่อนม่านตาเรียวยาวสีม่วงอีกข้างหลังกรอบแว่นหนาจะกลอกตามขึ้นมาช้าๆ เทรเวอร์เผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เมื่อสบตากับนัยน์ตาเทียมน่าขนลุกของนักสะสมคนนี้

          "อืม... มีอะไรมาเสนองั้นรึ ถ้าของมีตำหนิ หรือราคาไม่ถึงห้าหมื่นมากัสล่ะก็ อย่าเสียเวลาเลย" ดีออสพูด พลางเลื่อนมือหมุนปุ่มบนแว่นเพื่อปรับโฟกัส

          "โอยๆ รับรองเลยคุณดีออสว่าคุ้มค่าเวลาแน่นอน เพราะนี่... คือสินค้าที่เรากำลังพูดถึง" เทรเวอร์พูดโน้มน้าว ก่อนยกขวดโหลสองใบขึ้นวางบนโต๊ะด้านหน้าชายผมขาว

          ดีออสเลื่อนขวดโหลนั้นเข้ามาใกล้ตัว หมุนปุ่มซูมบนแว่นเพื่อตรวจดูสินค้าอยู่พักใหญ่ ท่าทางดูสนใจไม่น้อย แต่เมื่อเขาส่องดูทุกซอกทุกมุมของเขากวางสีน้ำตาลที่เป็นผลึกใส และหนังงูสีรุ้งงามตา ก็พบตำหนิบางอย่างบนตัวสินค้าที่ทำให้เขาถึงกับส่ายหน้า และเหลือบตามองทั้งสาม



          'ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ'

          เฟนริกซ์เก็บลิ้นที่กำลังเลียอุ้งเท้า เมื่อมันได้ยินเสียงจากเครื่องสื่อสารที่หนีบไว้ข้างปลอกคอ ซึ่งเป็นสัญญาณจากเจ้านายว่า ถึงตามันแล้วที่จะเดินตามแผนที่วางไว้

          "ได้เวลาแล้วสินะ"

          มันเหยียดอุ้งเท้ายืดเส้นยืดสาย เดินตรงไปยังตึกที่มีบอดี้การ์ดสองคนยืนเฝ้าไว้ เมื่อชายชุดดำทั้งสองเหลือบเห็นลำตัวจิ้งจอกสีดำสะดุดตาเดินเข้ามาใกล้ พวกเขาก็หันหน้ามองกัน พร้อมเลื่อนระดับปืนในมือขึ้น ไม่แน่ใจในจุดประสงค์ของมันนัก

          "เฮ้ย ! ไอ้เปี๊ยก บอกแล้วไงว่าให้รออยู่ตรงนั้น" ชายคนซ้ายพูดขึ้น พร้อมเล็งปืนไปยังส่วนหัวของจิ้งจอก

          "เอ ก็ข้ารอจนเบื่อแล้วนี่นา เลยมาเดินเล่นฆ่าเวลานิดหน่อยเอง" เฟนริกซ์ทำหน้าแป้นแล้น

"ไม่ต้องมาเนียน กลับไปที่เดิมซะ" พวกเขาเริ่มไม่สบอารมณ์

          "ใจร้ายจังเลยนะพี่เบิ้ม หรือจริงๆ แล้วแค่กลัวจะสู้ข้าไม่ได้มากกว่าล่ะ โด่ว" มันเอียงคอ พลางแลบลิ้นปลิ้นตาล้อเลียน

          "ไอ้นี่หนิ อยากโดนไฟฟ้าหมื่นโวลต์นักใช่มั้ย !ชายทั้งสองเหนี่ยวไกพร้อมกันหลังหมดความอดทน กระสุนไฟฟ้าพุ่งลงแอ่งน้ำขังที่เฟนริกซ์ยืนอยู่ ทว่าทั้งสองกลับต้องประหลาดใจเมื่อเจ้าจิ้งจอกอ้อนบาทาตัวเมื่อครู่ได้หายไปเสียแล้ว ทิ้งไว้เพียงกระแสไฟฟ้าที่กระจายตัวในแอ่งน้ำว่างเปล่า

          พวกเขารู้ตัวอีกที เฟนริกซ์ก็มายืนอยู่ด้านหลังเรียบร้อยแล้ว โดยพวกเขาไม่ทันมองด้วยซ้ำว่ามันไปอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่

          "นี่แกเป็นตัวอะไรกันแน่วะ" ชายทั้งสองรีบเล็งปืนไปยังเป้าหมายอีกครั้ง เผยสีหน้าประหลาดใจไม่น้อย หลังเห็นความว่องไวของสัตว์เวทมนตร์ชนิดนี้

          "ฮรี่ๆๆ ข้าว่าพี่เบิ้มต้องหัดดูสารคดีบ้างแล้วล่ะ" จิ้งจอกขนดำเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนปานดาวห้าแฉกหน้าลำตัวจะเรืองแสงสีฟ้าขึ้น



          "ทำฉันเสียเวลาจริงๆ ฉันไม่ให้ของพรรค์นี้แปดเปื้อนคอลเล็กชั่นหรอกนะ เชิญออกไปได้" ดีออสถอนหายใจ พลางโบ้ยหน้าให้บอดี้การ์ดลากตัวพวกเทรเวอร์ออกไป

          "โถ่ เดี๋ยวสิ ท่านดีออส เรายังเหลือของอีกอย่างนึงในกระเป๋าใบนี้ รับประกันได้ว่าถ้าพลาดไปล่ะก็ ท่านจะต้องเสียใจแน่" เทรเวอร์รีบโน้มน้าว พลางลากกระเป๋าสีเงินขึ้นไปวางไว้บนโต๊ะ

          "5423" เขาบอกรหัสของกระเป๋า

          ดีออสกระตุกยิ้ม ก่อนเลื่อนมองแผงตัวเลข กดรหัสตามที่ชายหนุ่มบอก เสียงปี๊บดังขึ้นเมื่อรหัสยืนยันถูกต้อง เขาดันเปิดกระเป๋าใบนั้นอย่างเร่งรีบ อยากรู้ว่าจะเป็นสินค้าแบบไหนกันแน่

          แต่แล้ว... เขาก็ต้องขมวดคิ้ว เมื่อสินค้าด้านในกระเป๋าอย่างที่เขาคคาด กลับกลายเป็นเครื่องมือรูปทรงประหลาดที่เปล่งแสงสีม่วง พร้อมแท่นเวลาที่นับถอยหลัง

          เทรเวอร์ และเพื่อนอีกสองคนหมุนปุ่มบนตลับเล็กๆ ด้านในเสื้อ ตามแผนที่วางไว้ ก่อนอุปกรณ์ในกระเป๋าบนโต๊ะจะทำหน้าที่ของมัน

          "จับมันไว้ ! ...'วู้ม !!' กว่าดีออสจะรู้ตัว ก็ไม่ทันการเสียแล้ว คลื่นสีม่วงระเบิดออกไปทั่วห้อง ทุกคนที่อยู่ในสนามเวทนั้นหยุดนิ่งไปเป็นเหมือนเป็นอัมพาตชั่วขณะ ยกเว้นทั้งสามที่ติดอุปกรณ์ป้องกันไว้ ซึ่งรัศมีพลังเวทที่กว้างขวางจากเครื่องสะสมพลังเวทบนโต๊ะ ทำให้ชายชุดเทาหน้าห้องได้รับผลของมันไปด้วย

          "รีบโกยเงินแล้วเผ่นเร็ว !"

          เทรเวอร์วิ่งไปหยิบคีย์การ์ดผ่านประตูจากกระเป๋าเสื้อดีออส และไม่ลืมที่จะวิ่งตรงไปคว้าชิปการ์ดสีดำคืนจากชายหน้าห้อง ขณะที่เทรสกับเกเบียลช่วยกันงัดลิ้นชักในห้อง ยัดแผงการ์ดสีฟ้าสำหรับบรรจุเงินดิจิตอลอันละสองหมื่นมากัสใส่จนเต็มกระเป๋าเป้



          "เอเรียโนส อิมโมบิลัส ! (เวทสะกดการเคลื่อนไหว)"

          เมื่อเฟนริกซ์ร่ายคาถา วงเวทสีม่วงก็ผุดขึ้นจากพื้นตรงตำแหน่งที่บอดี้การ์ดทั้งสองยืนอยู่ สะกดให้พวกเขายืนแน่นิ่ง ขยับเขยื้อนไม่ได้ไปชั่วขณะ

          "ว้า แย่จังน้า พี่เบิ้มขยับตัวไม่ได้ซะแล้วจิ้งจอกขนดำส่งรอยยิ้มกวนบาทา ยกตัวยืนสองขา ก่อนเดินตรงไปคว้าปืนสองกระบอกที่เหน็บข้างเอวชายทั้งสองที่ยืนนิ่งเป็นรูปปั้น

          "หลุดไปได้เมื่อไหร่แกโดนดีแน่ ไอ้จิ้งจอกเกรียน"

          "เอ เห็นเมื่อกี้บอกว่าไฟฟ้าจากปืนนี่... หมื่นโวลต์งั้นสินะ" มันเปรยขึ้น พลิกปืนไปมาเหมือนเจอของเล่นชิ้นใหม่ ก่อนหันปากกระบอกตรงไปยังทั้งสอง

          "ถ้าเกิดเหนี่ยวไกตรงนี้ มันจะเป็นยังไงน้อประกายไฟฟ้าแลบขึ้นเมื่อมันลองแตะไกเล่น

          "เฮ้ยๆ วางเดี๋ยวนี้ ไอ้จิ้งจอก มันไม่ใช่ของเล่นนะเว้ย !"

          เฟนริกซ์หมุนปรับโหมดของปืนเป็นเวทลม ก่อนเลื่อนปืนสองกระบอกไพล่หลัง เดินไปรอบตัวบอดี้การ์ดร่างใหญ่

          "ฮรี่ๆ พี่เบิ้มคิดว่าน้ำเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดีไหมฮะ" เฟนริกซ์เอ่ยถามด้วยสีหน้ายียวน

          "ก็แหงสิวะ" ชายคนซ้ายรีบตอบทันควัน

          "ผิดถนัดเลยจ้า แสดงว่าตอนเรียนคาบวิทย์ ม.ต้น ไม่เคยฟังครูสอนเลยใช่ไหมนักเรียน" จิ้งจอกขนดำดัดเสียงเป็นอาจารย์ พลางส่ายหน้าเบาๆ

          "นี่แกจะเล่นลิ้นอะไรวะ คลายเวทเดี๋ยวนี้ ก่อนแกจะโดนหนัก !" ชายอีกคนตวาดใส่มันอย่างเหลืออด

          "จริงๆ แล้ว น้ำบริสุทธิ์นำไฟฟ้าได้ห่วยแตกมากเลยนะ รู้ไหม แหนะๆ งงอ่ะเด้ ฮรี่ๆ ถ้างั้นเรามาพิสูจน์กันเถอะเฟนริกซ์ว่า ก่อนยิงกระสุนลมลงแอ่งน้ำด้านหน้าชายทั้งสอง น้ำสาดกระเซ็นบนลำตัวพวกเขาจนเปียกปอน

          จิ้งจอกร่างเล็กหันมองชายชุดดำที่ยืนนิ่งกับที่ ก่อนเผยรอยยิ้มน่าขนลุกจนพวกเขาเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ มันหัวเราะในลำคอเมื่อเห็นสีหน้าซีดเผือดของชายทั้งสอง ก่อนจะพูดต่อ "แต่น่าเสียดาย..."

          "...ว่าน้ำที่มีสารอื่นที่เจือปน อย่างแอ่งน้ำขังนี่ กลับเปลี่ยนให้น้ำเป็นตัวนำไฟฟ้าที่โคตรคูลได้" มันพูด พลางเลื่อนอุ้งมือสีดำหมุนปุ่มบนตัวปืนเป็นโหมดไฟฟ้า 

          "เฮ้ยๆ ! อย่านะเว้ย !พวกเขาพร้อมใจกันตะโกนลั่น

          "อาดิโอส" เฟนริกซ์กล่าวลา เหนี่ยวไกยิงกระสุนไฟฟ้าเข้าใส่ร่างทั้งคู่ จนลงไปนอนชักกะแด่วที่พื้น

          เฟนริกซ์แลบลิ้นเลียมุมปากหลังได้เล่นสนุกเรียบร้อย ขณะเดินไปยังร่างบอดี้การ์ดที่หมดสติไป เลื่อนอุ้งมือควานหาตลับแบตเตอรี่พลังเวทในกระเป๋ากางเกง ซึ่งก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เจ้านาย และเพื่อนอีกสองคนวิ่งหน้าตาตื่นออกมาจากประตูโลหะ เฟนริกซ์จึงวิ่งเข้าไปสมทบ

          "เอ้านี่ เจ้านาย รับ !" เฟนริกซ์โยนปืนสองกระบอกที่ใส่แบตเตอรี่เต็มให้ เทรเวอร์รีบคว้ามันไว้กระบอกหนึ่ง ก่อนโยนส่งอีกกระบอกให้เทรสเพื่อเตรียมตั้งรับกับพวกบอดี้การ์ดที่กำลังจะตามออกมาเป็นพรวนในไม่ช้า

          "เฮ้ย ! อย่าหนีนะเว้ย !" ชายชุดดำห้าคนวิ่งกรูออกมาจากประตูโลหะ ยกปืนในมือขึ้นพร้อมเปิดฉากยิง

          "แยกกัน เร็ว !" เทรเวอร์ออกคำสั่ง พวกเขาวิ่งแยกเป็นสองกลุ่มเข้าตึกร้างสองข้างทางพร้อมปืนคนละกระบอก เทรเวอร์ กับเฟนริกซ์วิ่งหลบเข้าหลังเสาต้นใหญ่ในอาคารด้านขวา ส่วนเทรส และเกเบียลวิ่งไปหลบหลังกำแพงตึกด้านซ้าย

          "เก็บไอ้หนวดสองคนนั้นซะ เงินอยู่ที่พวกมัน !" หัวหน้าชายชุดดำโบกมือเรียกลูกน้องอีกสี่คนให้มารวมกันหน้าอาคารที่เทรสและเกเบียลใช้เป็นที่กำบัง แต่ก็ทิ้งระยะพอสมควร

          พวกบอดี้การ์ดทั้งห้าเริ่มเปิดฉากยิง กระสุนแรงอัดอากาศที่พุ่งตรงมาด้วยความเร็วเหนือเสียงเจาะผิวของกำแพงที่ชายร่างท้วมสองคนอาศัยเป็นที่กำบัง

          เทรสหมุนเปลี่ยนโหมดปืนในมือ เบี่ยงลำตัวออกมายิงสวนกลับไปบ้าง ลำอากาศสีขาวพุ่งทะลุขาชายชุดดำคนหนึ่งร่วงลงพื้น ก่อนพวกมันที่เหลือจะแยกกันไปหาที่กำบัง และยิงตอบโต้กลับมาชุดใหญ่ พร้อมตีวงล้อมขนาบเข้ามาเรื่อยๆ ไม่ปล่อยโอกาสที่สองให้เทรสได้โต้กลับ

          เทรเวอร์ที่อยู่อีกฝั่งเห็นท่าไม่ดี จึงช่วยยิงกระสุนเวทดักหน้าชายสี่ห้าคนที่กำลังปิดล้อมตึกฝั่งตรงข้าม ถึงเขาจะไม่แม่นพอจะยิงโดนใครในระยะนี้ แต่ก็พอจะยิงกดดันไม่ให้พวกนั้นไปถึงตัวเพื่อนง่ายๆ

          ขณะที่การต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายยังคงดำเนินต่อไป เทรเวอร์ก็เหลือบเห็นลูกน้องอีกคนวิ่งจากตึกของดีออสมาสมทบกับกลุ่มชายชุดดำ ทว่าสิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มเบิกตากว้างไม่ใช่ร่างชายสูงโปร่งดูไร้พิษสง แต่เป็นปลายกระบอกปืนกลที่โผล่ออกมาจากกระเป๋าเป้ที่เขาสะพายหลัง

          เทรเวอร์รีบเปลี่ยนเป้าหมายไปยังชายคนนั้นทันที ทว่าเขาไม่ได้แสดงท่าทางเกรงกลัวกระสุนไฟฟ้าที่พุ่งเฉียดลำตัวไปมา ถอดกระเป๋าสะพายลงพื้น ก่อนรูดซิปเปิด และยกปืนกลมือในนั้นออกมายกประทับข้างเอว เล็งไปยังเสาของอาคารที่เพื่อนสองคนของเทรเวอร์ใช้กำบังอยู่ จับคันบังคับพร้อมกระหน่ำยิง 

          'ตรืดๆๆๆ !'

          เสียงอื้ออึงดังขึ้นจากปากกระบอกหมุนคว้าง พร้อมกระสุนแรงอัดอากาศนับร้อยที่พุ่งเจาะทะลวงเสาคอนกรีตเป็นหลุมเป็นบ่อไม่ต่างอะไรจากลูกตะกั่ว เสาถูกกัดเซาะลึกลงไปทีละนิดจนเริ่มเห็นโครงเหล็กด้านใน ดูเหมือนทั้งสองเริ่มตกที่นั่งลำบากเสียแล้ว

          "โอ๊ย ! หูข้า" เฟนริกซ์อุดสองหูไว้แน่น เสียงดังอื้ออึงทำเอามันทำอะไรแทบไม่ถูก

          "โหดกันจังเลยแฮะ งั้นต้องเจอของเล่นที่จิ๊กมาหน่อย" เทรเวอร์หยิบแท่นโลหะกลมแบน รูปร่างคล้าย 'กับระเบิด' มาวางไว้บนพื้น ก่อนดึงชิปการ์ดสีดำจากกระเป๋าเสื้อเสียบช่องปลอกแขนตัวเอง ปานรูปเปลวไฟหลังฝ่ามือเขาเรืองแสงสีส้มขึ้น ขณะที่กำลังร่ายคาถา

          "เฟนริกซ์ ถ่วงเวลาให้ที" เทรเวอร์พูด ระหว่างที่เปลวไฟแล่นจากฝ่ามือเข้าไปในแท่น

          "จัดไปขอรับ สเฟียเรียส พาสิเดียม ! (โล่ป้องกันพลังเวท) สนามพลังจงปรากฏรอบตัวข้า" เฟนริกซ์เปิดโล่รอบตัว รอจังหวะที่ชายชุดดำกำลังเปลี่ยนแบตเตอรี่พลังเวทของปืนกล ก่อนวิ่งมาตรงบันไดที่มีแผงคอนกรีตกั้นไว้ และผิวปากส่งสัญญาณให้เทรสที่อยู่อีกฝั่ง

          เทรสพยักหน้า หมุนปรับระดับพลังบนปืนเป็นระดับสูงสุด หาจังหวะที่พวกบอดี้การ์ดกำลังเปลี่ยนแบตเตอรี่ ชะเง้อหน้าออกมาจากหลังกำแพง สายตามองผ่านศูนย์เล็งของปืนกระบอกเล็กในมือไปยังด้ามท้ายของปืนกลที่บรรจุแบตเตอรี่ แต่ลำตัวของชายชุดดำสองคนที่เข้ามาบังทำให้เขาเล็งได้ไม่ถนัดนัก

          "เฮ้ ! ทางนี้จ้า พี่เบิ้ม" เฟนริกซ์วิ่งออกมากลางวง ทำหน้าล้อเลียนเต็มที่

          "ไอ้บ้านี่ !" บอดี้การ์ดสองคนใบหน้าคุ้นตา วิ่งตามจิ้งจอกขนดำที่เล่นงานพวกเขาไว้แสบสัน พร้อมระดมยิงกระสุนไฟฟ้าเข้าใส่ราวกับแค้นกันมาแรมปี ซึ่งก็แน่นอนว่าโล่รอบตัวเฟนริกซ์สะท้อนมันออกไปได้หมด

          แต่จุดประสงค์ของมันไม่ได้แค่ตั้งใจกวนประสาทเหมือนทุกครั้ง แต่หากทำให้สิ่งกีดขวางการยิงของเทรสหายไป เมื่อครั้งก่อนที่เทรสออกล่าสัตว์ในป่าเวทมนตร์ เขายิงปืนไรเฟิลจากระยะสี่ร้อยเมตรเข้าท้ายทอยกวางเมลามอสที่กำลังวิ่งเต็มฝีเท้ามาแล้ว จึงทำให้เป้านิ่งในระยะนี้ง่ายเหมือนปลอกกล้วย

          "ทำดีมาก เจ้าจิ้งจอก'ปัง !'

          เทรสเหนี่ยวไก ส่งระสุนไฟฟ้าปะทะกับด้ามปืนกลที่บรรจุแบตเตอรี่อย่างจัง และมันได้ผล แผงวงจรเกิดโอเวอร์โหลด ทำให้พลังเวทที่บรรจุอยู่ด้านในเกิดภาวะไม่เสถียร ชายชุดดำเห็นท่าไม่ดีโยนปืนกลทิ้งลงพื้น ก่อนรีบเตือนบอดี้การ์ดคนอื่นที่อยู่ในบริเวณนั้น เทรเวอร์ได้จังหวะที่ต้องการ โยนแท่นสีดำที่บรรจุพลังเวทไฟจนเต็มไปยังกลุ่มชายชุดดำห้าคนที่กำลังวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน

          แท่นนั้นตกลงข้างกระบอกปืนกล และทันทีที่เวลานับถอยหลังหมดลง แท่นนั้นก็ส่งเปลวไฟลูกใหญ่ระเบิดออก กลุ่มชายชุดดำทั้งหมดรีบนอนหมอบลงบนพื้น

          ทว่าเปลวไฟเจิดจ้าที่น่าจะแผดเผาพวกเขากลับไหลเข้าไปรวมในแบตเตอรี่ของปืนกลที่กำลังบวมแดง และเปล่งแสงสีส้มเจิดจ้า และนั่นก็เป็นสัญญาณเตือนก่อนการระเบิดที่ร้ายแรงยิ่งกว่าจะตามมา

          'ตูม... !'

          แสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้น ก่อนเกิดระเบิดอย่างรุนแรงอัดเข้าไปยังจุดศูนย์กลาง คว้านร่างชายชุดดำ และทุกอย่างในบริเวณนั้นหายวับ เหลือร่องรอยเพียงหลุมครึ่งวงกลมเรียบบนพื้น และกลุ่มเศษซากปูนของตึกร้างสองข้างทางที่ร่วงหล่นลงมา

          "เกมโอเวอร์..." เทรเวอร์พูดขึ้น ก่อนคว้าไฟแช็กจุดบุหรี่ที่คาบในปากอย่างสบายอารมณ์

          แต่เหมือนคิวบู๊ของชายหนุ่มจะยังไม่จบสิ้น เมื่อเขาเหลือบเห็นชายชุดดำสองคนกำลังวิ่งไล่กวดเฟนริกซ์มาติดๆ ซึ่งทิศทางที่จิ้งจอกคู่หูวิ่งมาก็ดันเป็นเสาต้นเดียวกับที่เขากำลังซ่อนตัว

          "ตายซะ ไอ้จิ้งจอก แกโดนถลกหนังแน่ !" กระสุนเปลวไฟแล่นออกจากปืนสองกระบอกพุ่งเฉียดขนของจิ้งจอกร่างเล็กหายไปหลายเส้น ก่อนมันจะวิ่งหลบเข้าไปในอาคารเพื่อให้ชายหนุ่มรับช่วงต่อ

          เทรเวอร์ถอนหายใจอย่างไม่สบอารมณ์ เมื่อมีคนมาขัดจังหวะความสุนทรีย์ในการสูบบุหรี่ของเขา จึงต้องเตรียมโจมตีระยะประชิดอย่างเลี่ยงไม่ได้ ชายหนุ่มพ่นควันกลุ่มสุดท้าย ก่อนดึงมวนสีขาวออกจากปาก และจับมันไว้แน่นขึ้น รอจังหวะให้คนแรกวิ่งเข้ามาถึงตัว

          "ตราประทับแผดเผา" เทรเวอร์พูดเสียงเอือม จิ้มปลายมวนร้อนแดงลงไปบนหน้าผากชายตรงหน้า

          "อ้ากกก !!ชายชุดดำร้องลั่น ก่อนโดนบาทาของเทรเวอร์ถีบอัดกลางลำตัวลงไปกระแทกอีกคนจนล้มกลิ้งตามบันไดชนิดหมดสภาพ เทรเวอร์ยืนมองชายที่กำลังโกรธจนเลือดขึ้นหน้า พยายามดันตัวลุกขึ้น แต่ชายหนุ่มก็ยังสูบบุหรี่ต่อไปอย่างไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อน

          "หนอย อย่าอยู่เลยแก !ชายคนนั้นบันดาลโทสะ คว้าปืนจ่อหน้าผากชายหนุ่ม

          แต่ก่อนที่นิ้วเขาจะได้ทันสัมผัสไก แขนขาสองข้างก็พลันชักกระตุก ตาเหลือกขึ้นด้านบน ล้มลงไปกองกับพื้นเป็นเพื่อนบอดี้การ์ดอีกคน

          "โหมดไฟฟ้าปืนนี่เจ๋งเป็นบ้าเลยเว้ย" เทรสเก็บปืนที่เพิ่งลั่นไกลงข้างเอว

          "เอ่อ เจ้านาย คือว่า.." เฟนริกซ์ดึงขากางเกงชายหนุ่ม พลางชี้อุ้งมือไปยังทิศของเสียงบางอย่าง

          เมื่อเทรเอวร์หันไปตรงตึกของดีออส ก็เห็นชายชุดดำราวสิบคนที่วิ่งมาสมทบ และคราวนี้มาพร้อมอาวุธครบมือทั้งนั้น

          "... เอาล่ะ เห็นทีต้องรีบเผ่นกันก่อนแล้ว"

          ทั้งสี่วิ่งลัดเลาะตามซอกซอยไปจนถึงถนนใหญ่ โดยมีกลุ่มชายชุดหนังสีดำวิ่งไล่มาติดๆ พวกเขาไม่ปล่อยให้พวกเทรเวอร์ลอยนวลไปง่ายๆ แน่ จนกว่าจะชิงเป้ที่บรรจุเงินกลับคืนให้ดีออสได้ ซึ่งเป้ที่ว่าตอนนี้อยู่ที่เทรสและเกเบียลอย่างละใบ

          แต่เมื่อพวกเขาวิ่งหนีจนมาถึงปากถนน ซึ่งเป็นทางหนีรอดเดียวในตอนนี้... สิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่ากลับรออยู่ตรงหน้า

          "หยุดเดี๋ยวนี้ ! นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ"

          ตำรวจสามคนในชุดเสื้อเกราะสีดำดูล้ำยุคก้าวลงมาจากรถที่จอดลอยเหนือพื้น ก่อนยกกระบอกปืนในมือขึ้นประทับเล็ง ช่วงลำตัวของเจ้าหน้าที่สวมด้วยแจ็กเก็ตสีขาวอย่างดี ปลายตะเข็บแซมสีเขียว เข็มขัดรอบเอวเต็มไปด้วยอุปกรณ์ไฮเทคสำหรับจับอาชญากร

          พวกเทรเวอร์ และกลุ่มชายชุดดำได้แต่หันมองหน้ากัน ทำตาปริบๆ เมื่อนึกถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

          "ฉิบหายแล้ว !

      



ไรท์เตอร์ : จอมมารสีเทา




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

199 ความคิดเห็น

  1. #196 หมวกแมว (@catwiz) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 17:19

    แจ็กเกต>แจ็คเก็ต

    กอ่น>ก่อน

    ไกล้>ใกล้

    //มีลืมtab บรรทัดนึง

    คคาด>คาด

    ระสุน>กระสุน


    ง่ายไป! ไปขโมยของเขา จะรอดมั้ย3หน่อ ถถถ

    (ทำไมเพื่อนอีกคนไม่ค่อยพูดถึงเลย มนุษย์ไร้บท? มนุษย์จืดจาง!?)

    #196
    0
  2. #182 ItsFreakingCool,man! (@Ariana_za555) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:00
    ตอนปกติ ชีวิตก็มีความสุขดี 
    เราตื่นเต้นกับทุกอย่างที่มีในนี้เลย
    ละชายชุดดำพวกนั้นต้องการอะไร ทำไมต้องตามจองล้างจองผลาญขนาดนี้ด้วย
    #182
    1
    • #182-1 จอมมารสีเทา (@Artcyber) (จากตอนที่ 3)
      27 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:46
      ชายชุดดำ เป็นลูกน้องของดีออสไงฮะ เพิ่งเข้าไปขโมยของเขาเมื่อกี้นี่นา 555
      #182-1
  3. #159 Battlists26 (@DDnewest) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 19:12
    รู้สึกว่าเหมือนเกมแนว 3rd person ที่เคยดูทาง youtube นะ มีปืนเวทมา adapt ด้วย
    #159
    2
    • #159-1 จอมมารสีเทา (@Artcyber) (จากตอนที่ 3)
      24 ธันวาคม 2560 / 18:11
      เกมไหนอ่ะครับ 3rd person นี่มันกว้างมากเลยนะ 555
      #159-1
    • #159-2 Battlists26 (@DDnewest) (จากตอนที่ 3)
      24 ธันวาคม 2560 / 18:21
      น่าจะเป็น alice madness หรือไม่ก็ overwatch แบบโลกเวทมนตร์ผสมวิทยาการสไตล์ดิสโทเปียน่ะ
      #159-2
  4. #31 Siriporn Pok (@0816588016) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 19:17
    ใครงะ ใครๆ
    #31
    0
  5. #7 dutchi100 (@dutch6544) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 22:40
    ไม่นะ!! อย่าบอกนะว่าเขาคือ...!!?
    กำลังมันส์เลยครับไรต์ วางแผนและทำคอมโบกันดีมากครับ อ่านเพลินเลยตอนที่บวกกัน 555+
    สู้ๆนะครับไรต์ เป็นกำลังใจให้นะครับ ^ ^
    #7
    2
    • #7-1 Darkcyl3er (@Artcyber) (จากตอนที่ 3)
      23 เมษายน 2560 / 01:29
      ชายชราไง : 3 จะใครเล่า 555
      ขอบคุณคร้าบ กำลังใจมาเต็มหลอดเลย : D
      Writer : Darkcyber
      #7-1
    • #7-2 MistaielArenia. (@browjung2549) (จากตอนที่ 3)
      4 พฤษภาคม 2560 / 21:13
      //ตรูไม่น่าอ่านเม้นเล๊ยยยยยยยย
      #7-2
  6. #6 DDnewest (@DDnewest) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 20:45
    กลายเป็นสงครามระดับ Starship Troopers เวอร์ชั่นแฟนตาซี

    นักเวทย์ / นักรบ vs ออร์ค / ปีศาจ
    #6
    2
    • #6-1 Darkcyl3er (@Artcyber) (จากตอนที่ 3)
      23 เมษายน 2560 / 01:27
      ไปๆมาๆกลายเป็นศึก the lord of the rings ไปซะแล้ว 555
      Writer : Darjcyber
      #6-1
    • #6-2 MistaielArenia. (@browjung2549) (จากตอนที่ 3)
      4 พฤษภาคม 2560 / 21:33
      เหมือนมว้วกกกกกกกกกกกกกกกกกก
      เหมือน GoT+LOTR+HP
      #6-2