ฝืนชะตาภพ "รุ่งโรจน์เจิดจ้ามลายสูญในคืนเดียว"

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,059 Views

  • 28 Comments

  • 85 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    13

    Overall
    1,059

ตอนที่ 7 : 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 131
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    18 ก.พ. 62

ตั้งแต่นั้นรื่อกวงไม่เคยพูดถึงการแต่งงานอีก เขาก้มหน้าก้มตาสวดมนต์ ทำบุญ เป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ โดยไม่ถามไถ่ตั้งข้อสงสัยใดๆ ทั้งสิ้น ท่ามกลางเด็กวัยเดียวกันที่ซุกซนเล่นสนุก รื่อกวงกลายเป็นเต่าจำศีล ครั้งหนึ่งขณะกำลังทำบุญที่วัด เจ้าอาวาสชี้มาที่เขาอย่างพึงพอใจ


นั่นคุณชายน้อยสกุลรื่อ จิตใจเมตตาฝักใฝ่ธรรมเหนือผู้ใดเท่าที่อาตมาเคยพานพบ ยามอยู่ท่ามกลางเณรน้อยทั้งหลาย เขาในชุดฆราวาสกลับดูผ่องแผ้วเปี่ยมแสงแห่งธรรมยิ่งกว่า


นับแต่นั้นมาทั่วทั้งเมืองหลวงต่างพากันยกย่องสรรเสริญเขาราวกับเทพเซียนตัวน้อยๆ บ้างกล่าวว่าเขาเป็นเซียนจุติมาเกิด บ้างก็ว่าเขาเป็นปัจเจกพุทธเจ้าแบ่งภาคมาในร่างมนุษย์ที่แขนขาดเพราะต้องการบำเพ็ญเพียร ข้าฟังแล้วขำก๊าก ก็แค่ว่าที่สามีที่เพียรพยายามเพื่อสู่ขอข้าเท่านั้นเอง...


“อวิ๋นเล่อ คราวนี้เจ้าลงมาพบอันตรายใดๆ หรือไม่”


“ไม่มีหรอกน่า”


อีกประการคือนับตั้งแต่นั้นรื่อกวงมักเป็นกังวลกับทุกเรื่องจนกล่าวได้ว่าวิตกจริต เมื่อพบกันเขาจะสำรวจดูตัวข้าโดยรอบว่ามีส่วนใดบาดเจ็บหรือไม่ กุลีกุจอถามไถ่โน่นนี่วุ่นวาย ข้าเห็นใบหน้าเป็นกังวลไม่สบายใจให้นึกสงสารจึงให้ความร่วมมือมาโดยตลอด


ทว่าเนิ่นนานไปความห่วงใยของเขากลับเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่าย


“เจ้าอย่าเป็นกังวลเลย ข้าก็มาหลายครั้งแล้วไม่เห็นเป็นอะไรสักที”


“ประมาทได้หรือ เรื่องอย่างนี้พลาดหนเดียวเสียใจชั่วชีวิต” เขาพลิกแขนข้าสำรวจอย่างถี่ถ้วน “เจ้าเสียสละเพื่อข้าถึงเพียงนี้ เป็นข้าที่ไม่อาจทำสิ่งใดเพื่อเจ้าได้เลย”


“เจ้าก็กำลังหมั่นบำเพ็ญตนให้เป็นที่สบพระทัยเง็กเซียนฮ่องเต้เพื่อข้าอยู่มิใช่หรือ” ข้าใช้นิ้วจิ้มแก้มพองๆ เย้าแหย่เขาเล่น “ที่สำคัญคือเจ้าต้องรักษาคำมั่นสัญญาที่มอบไว้กับข้า”


“แน่นอน” รื่อกวงทุบอกมั่นใจ “ข้าจะรักมั่นซื่อสัตย์ต่อเจ้า ไม่ทำตัวเจ้าชู้วอแวกับหญิงใดเป็นอันขาด”


“ดี แล้วอย่าลืมว่าต้องปฏิเสธหญิงทุกคนที่เข้าหา ห้ามเหลือไมตรีใดๆ ทั้งสิ้น”


หนุ่มน้อยตรงหน้าเผยแววตาอ่อนโยนรักใคร่สุดหัวใจ “ไม่มีหญิงใดมองข้ามรูปโฉมพิกลพิการของข้าและรักข้าจากใจได้อย่างเจ้าหรอก”


“คิกๆๆ มีแต่ข้าที่มองเห็นเพชรแท้ในโคลนตม กลัวเหลือเกินว่าหญิงพวกนั้นทราบเข้าแล้วจะเสียดาย กระโจนเข้ามาช่วงชิงเจ้าไปจากข้า” ว่าแล้วก็ทำหน้าละห้อย “ถึงตอนนี้เทพเซียนตัวน้อยผู้ไร้อำนาจฤทธิ์เดชไม่มีผู้เกื้อหนุนจะเอาปัญญาที่ไหนมาสู้รบปรบมือกับพวกนาง”


ข้าออดอ้อนเด็กชายตรงหน้า ลอบปรายตามองเล็กน้อยพบว่าเขากำลังทำสีหน้าเป็นกังวล


“อวิ๋นเล่อ” เสียงเด็กชายครางเบาๆ “เจ้ายังต้องสู้รบกับผู้ใดอีก เพียงได้รับความรักจากเจ้าก็เป็นวาสนานับสิบชาติของข้าแล้ว ไหนเลยจะทรยศต่อวาสนาที่บรรจงสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบากได้”


“ผู้ใดจะทราบ บนสวรรค์ฐานะของข้าหาได้ต่างอันใดจากสาวใช้ หน้าที่ข้าคือเฝ้าตำหนักสัมผัสสวรรค์ต้องปัดกวาดเช็ดถูดูแลสิ่งของภายใน มีอันใดผิดพลาดข้าผู้รับผิดชอบต้องถูกลงทัณฑ์อย่างมิอาจเลี่ยง บรรดาเทพชั้นสูงมีอิทธิฤทธิ์บันดาลลมฝนได้ดังใจมีหน้ามีตามากมาย เทียบกันแล้วข้าไม่มีศักดิ์บนสวรรค์และไม่มีตัวตนบนโลกมนุษย์ ไม่มีที่ไหนเป็นที่ของข้า...นอกจากข้างกายเจ้า”


บีบน้ำตาปั้นแต่งเรื่องราวกันเข้าไป...


สิ่งที่พูดมีทั้งจริงบ้างเท็จบ้างคละเคล้าปรุงรสออกมาได้กลมกล่มชวนน้ำตาไหล อันตัวข้าวันๆ นั่งจับเจ่าอยู่ในตำหนักไม่มีผู้ใดเรียกใช้ได้แต่นั่งว่างจนต้องแล่นมาหารื่อกวงถึงที่อย่างไรเล่า


รื่อกวงหน้าเครียด “บนสวรรค์ก็ไม่ได้ทำให้เจ้าสุขสบายนัก เช่นนั้นไยเจ้าจึงไม่...เฮ้อ ช่างเถิด”


“...”


“บนนั้นลำบากมากหรือไม่”


เขาเปลี่ยนเรื่องคุยแล้ว ข้าหลุบตาต่ำกำลังครุ่นคิดว่าควรตอบอย่างไรให้เพิ่มความนิยมชมชอบมากขึ้น มิคาดจู่ๆ รื่อกวงกลับจับมือข้าขึ้นมาบีบนวด บางอย่างในหัวใจพลันอิ่มเอิบเต็มตื้นขึ้นมาอย่างน่าประหลาด


เขาอมยิ้มหว่างคิ้วแฝงความทุกข์โศก มือยังคงนวดคลึงนิ้วให้ข้า ปากบ่นพึมพำ “เสียดายนักแขนนี้มีข้างเดียว หาไม่ตอนนี้ข้าคงบีบนวดให้เจ้าได้ผ่อนคลายเต็มที่”


คนผู้นี้เฝ้าเป็นกังวลอยู่เรื่องเดียว เรื่องเดิม ไม่เคยปล่อยวางได้สักทีจนข้าต้องทำความเข้าใจกับเขาหลายต่อรอบ ภายหลังชักเหนื่อยหน่ายจึงตัดสินใจหยิบยืมถ้อยคำจากนิยายประโลมโลกที่เซียนสาวบนสวรรค์ชอบอ่านกัน อีกทั้งข้ายังขอให้พวกนางช่วยจดประโยคดีๆ น่าสนใจมาให้เพื่อใช้ในการนี้โดยเฉพาะ


“รื่อกวง แขนขาดไม่ใช่เรื่องน่าประหลาด ต้องแขนเกินสิจึงจะน่ากลุ้มใจ”


“...”


เด็กชายกะพริบตาปริบๆ เหยียดริมฝีปาก “อืม น่ากลุ้มใจจริงๆ นั่นแหละ”


เราสองอมยิ้มในความเงียบ จู่ๆ รื่อกวงก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ “จะว่าไปพักนี้ข่าวลือวิตถารบ้านสกุลหลิวค่อนข้างโด่งดังเกินไปหน่อยแล้ว ล่าสุดมีบัณฑิตคนหนึ่งเอาเรื่องราวมาผูกกันแต่งเป็นนิทานสยองขวัญวิตถารขายใต้ดิน”


ในที่สุดเขาก็รับรู้ถึงความพยายามของข้า! รู้สึกได้เลยว่านัยน์ตาตัวเองหรี่โค้งยิบหยีขณะเอนกายเกาะแขนเขา “แล้วบิดาเจ้าคิดเห็นเช่นไร?”


ยังจะนึกว่าบุตรชายตนต่ำช้าเลวทรามอยู่อีกหรือไม่? ข้าถามในใจเพราะที่ทำไปทั้งหมดล้วนเพื่อยกยอรื่อกวงทั้งนั้น


“บิดา...” เด็กชายขมวดคิ้ว “ข้าไม่ได้คุยกับบิดามาสักพักแล้ว แต่คาดว่าเขาน่าจะรังเกียจเรื่องพรรค์นี้ เจ้าถามทำไม?”


ข้าหัวเราะ “เพียงอยากทราบความเห็นผู้อาวุโส เรื่องบางอย่างมุมมองมนุษย์กับสวรรค์เห็นกันคนละอย่าง พวกเจ้ามองจากที่ใกล้ พวกเรามองจากที่ไกล ผลลัพธ์ย่อมไม่เหมือนกันแน่นอน”


“อืม...คงเป็นเช่นนั้น”


รื่อกวงตอบสั้นๆ เห็นได้ชัดว่าไม่สนใจเรื่องนี้


ข้าผิดหวังเล็กน้อย...ความพยายามอย่างยากลำบากถูกเขาเมินสิ้น เรื่องที่ข้าทำสะท้านสะเทือนทั่วตลาดทุกครัวเรือนล้วนโจษจันเล่าขานสนุกสนานแต่จะมีความหมายใด ข้าหาได้ทำเพื่อพวกเขาเสียหน่อย ส่วนคนที่ข้าทำให้กลับไม่รู้ไม่ชี้เสียนี่


 

เป็นตอนเช้าที่มืดครึ้ม ฝนฟ้ากำลังตกห่าใหญ่ ต้นไม้ใบหญ้าเปียกชุ่มเฉอะแฉะ ลมฝนหอบเอาความหนาวเย็นและกลิ่นไอดินเข้ามาทางหน้าต่าง เป็นยามเช้าที่ไม่มีใครต้องการลุกจากเตียงแต่ทว่าผู้ใดใช้ให้หนุ่มน้อยของข้าขยันขันแข็งเหนือผู้คนเล่า เขามุดออกจากผ้านวมทั้งอากาศเย็นสบายน่านอนที่สุดแล้วล้างหน้าแปรงผมไปสำนักศึกษาแต่เช้าตรู่


เด็กรับใช้กางร่มไปส่งเป็นกรณีพิเศษ ข้าเห็นเด็กอื่นมือหนึ่งถือร่มอีกมือหิ้วหนังสือไม่ต้องมีใครช่วย พวกเขามองรื่อกวงเหมือนตัวประหลาด ใครบางคนพึมพำเบาๆ ว่า


“ฝนตกแดดออกล้วนเดือดร้อนผู้อื่นทั้งสิ้น”


ถ้อยคำที่ดูไม่มีอะไรแอบแฝงกลับเป็นความนัยรู้กันว่าหมายถึงผู้ใด...


รื่อกวงน้อยไม่ตอบโต้ ยังคงเดินย่ำแอ่งน้ำฝ่าละอองฝนไปจนถึงห้องเรียน เด็กรับใช้มองซ้ายมองขวาท่าทางฮึดฮัดไม่พอใจสายตาผู้คน เมื่อมากเข้าก็สุดจะทนกัดฟันกระซิบ


“นายน้อย ให้บ่าวสั่งสอนพวกมันหน่อยดีหรือไม่?ลูกขุนนางนั้นก็ช่างเถิด แต่พวกเด็กท้ายตลาดที่บิดามารดาพอมีฐานะอยู่บ้างกล้าดีทำมาอวดอ้างข่มเหงนายน้อยสกุลรื่อ...พวกเราบ่าวสกุลรื่อไม่ขอทน!


“ชู่ว” รื่อกวงตวัดสายตาปรามบ่าวของตน “ไม่ใช่หน้าที่ของเจ้า กลับไปซะ”


“นายน้อย...”


“ไป”


เห็นรื่อกวงออกคำสั่งเสียงแข็ง เด็กรับใช้ได้แต่ผงกหัวเซื่องซึมเดินคอตกกลับไป


เด็กหนุ่มเดินไปลากเบาะรองนั่งจากหลังห้องมาปูรองแล้วหยิบหนังสือขึ้นมาทบทวนตำราอย่างเงียบๆ  บรรยากาศเคร่งขรึมนิ่งสงบของเขาตัดความทโมนซุกซนของเด็กทั่วไปแล้วให้ความรู้สึกห่างเหินราวกับมีกำแพงสูงมาขวางให้อยู่คนละโลก ท่ามกลางเด็กชายจำนวนมากรื่อกวงของข้าคล้ายกับถูกกีดกันออกจากผู้ ไม่เป็นที่ต้องการต้อนรับของใครทั้งสิ้น


หนังสือเล่มหนาถูกตั้งขึ้นบดบังใบหน้าเจ้าของ มีแต่ข้าที่มองทะลุเข้าไปจนเห็นความโดดเดี่ยวอ้างว้างในแววตาคมกล้าอย่างชัดเจน


ไม่ได้นะ...โลกนี้มีคนประเภทหนึ่งที่ดีงามเกินไป ผุดผ่องเกินไป ถึงกับไม่สามารถสู้รบปรบมือกับความโหดร้ายได้ ได้แต่ก้มหน้ายอมรับอย่างเงียบๆ ข้าไม่ต้องการให้รื่อกวงของข้าต้องแบกรับชะตากรรมนั้น เป็นคนดีที่น่าเวทนา เพียงแต่ว่าทบทวนดูอีกทีหากผิดไปจากนี้เขาก็ไม่ใช่รื่อกวงที่ข้านิยมชมชอบอีกแล้ว


ดังนั้นข้าจึงบังเกิดความปรารถนาเร้นลับบางอย่างที่กระเพื่อมไหว ผุดพรายขึ้นมาราวฟองน้ำที่ลอยลิ่วขึ้นสู่ผิวคลื่น เป็นความปราถนาอันเรียบง่ายเพียงต้องการซบหน้าลงบนบ่า ใช้สองมือโอบกอดปลอบโยนส่วนที่ลึกที่สุดอ้างว้างที่สุดในใจเขา แล้วจากนั้นก็จะฝังร่างแนบสนิทดูดกลืนลักพาตัวเขาไว้ในกายข้า ไม่ยอมให้ความเจ็บปวดแผ้วพานเขาอีกชั่วชีวิต...


แต่ในความเป็นจริงพวกเรากลับไม่มีสิทธิ์แม้แต่จูงแขนต่อหน้าผู้คนด้วย ระหว่างเราเป็นความสัมพันธ์ที่เลื่อนลอยว่างเปล่า ลึกซึ้งแต่ไร้แก่นสาร ไม่มีแม้แต่อนาคตให้วาดฝัน


สุดท้ายแล้วพวกเราต่างก็เป็นฝุ่นธุลีไร้ค่าที่ต้องยอมจำนนท์ต่อโชคชะตาฟ้าลิขิต


ใจข้าหัวเราะเยาะหยัน เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เริ่มรู้สึกว่าลิขิตฟ้าก็ไม่ได้ยุติธรรมชวนให้ยินยอมพร้อมใจสักเท่าไร


ฝนเริ่มซาแล้ว กระพรวนที่แขวนไว้เหนือหน้าต่างเริ่มส่งเสียงกริ๊งกร๊างเสนาะหูเวิ้งว้างอย่างบอกไม่ถูก อาจารย์เคราขาวอุ้มคัมภีร์หลายเล่มเดินเข้ามาในห้อง พวกเด็กๆ ไม่กล้าชักช้าแม้จะอิดออดแต่ก็ยังต้องแยกย้ายกลับไปประจำที่ เสียงท่องหนังสือต่อจากหน้าเมื่อวานดำเนินขึ้นอีกครั้ง


ข้าหันไปมองนอกหน้าต่าง ทั่วผืนฟ้าหาแสงสว่างเล็ดลอดออกมาจากหมู่เมฆไม่ได้สักกะผีก ทันใดนั้นขอบตาพลันอุ่นร้อนอย่างไร้สาเหตุ...ช่างเป็นวันที่อึมครึมเหมือนใจคน



______________


จากนี้ไปจะเข้าสู่ช่วงชี้ชะตากันละ


เรื่องนี้ความรว้ายยยยของนางเอกมันขับเน้นความดีงามของก้อนแป้ง


ว่ากันจริงๆ ไม่ค่อยมีใครมองนางเอกเท่าไร ทุกคนมาเพื่อพระเอกทั้งน้านนนน


รัก.



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #21 mtpsz (@supakron1218) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:30
    5555 นางเอกนิสัยไม่ดีแกล้งพระเอก มาเพื่อพระเอกแน่นอนคะ
    #21
    0