ตอนที่ 2 : 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 186
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    12 ก.พ. 62

                นามของข้าคือ อวิ๋นเล่อ ประจำการตำหนักสัมผัสสวรรค์อันเป็นเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ชั้นในพระราชฐานไม่อนุญาตให้ผู้ใดล่วงล้ำเป็นอันขาดด้วยภายในเก็บรักษาของวิเศษล้ำค่ามากมายแทบจะเรียกได้ว่าหัวใจแดนสวรรค์เลยทีเดียว


               ตัวข้าถือกำเนิดในเขตตำหนักสัมผัสสวรรค์ ผู้คนกล่าวว่าสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นล้วนเป็นเพราะมีวาสนา ข้ากำเนิดตรงนี้จึงได้รับมอบหมายหน้าที่ให้เป็นหนึ่งในเทพธิดาดูแลตำหนักดังที่เห็น อันที่จริงข้าว่าฝ่ายทะเบียนออกจะขี้เกียจเดินเรื่องย้ายสำมะโนครัวมากกว่าจึงอ้างเหตุผลชุ่ยๆ เช่นนี้


               ทว่าตำหนักสัมผัสสวรรค์มีสิ่งใดไม่ดี? แม้จะน่าเบื่อหน่ายไม่มีงานมีการทำทว่าก็เพราะไม่มีงานทำไม่ใช่หรือข้าจึงมีโอกาสลงไปเที่ยวเล่นโลกมนุษย์บ่อยครั้งอย่างที่เห็น!!!


              พักนี้กิจธุระของข้ายามอยู่บนโลกมนุษย์มีเพียงอย่างเดียวคือจับตามองรื่อกวง อืม...สำคัญสุดๆ เชียวล่ะ


               เด็กชายทอดกายบนเก้าอี้หวาย มือพลิกหน้าหนังสืออ่านเงียบๆ มีสมาธิใจจดใจจ่อ ข้าเฝ้าเขาอย่างเบื่อหน่ายเช่นนี้นับชั่วยามแล้ว หากเขาไม่เปลี่ยนไปทำอย่างอื่นเห็นทีข้าคงต้องเลิกสนใจเขาเสียที! ชั่วความคิดรื่อกวงพลันพลิกปิดหนังสือวางลงบนตั้งข้างๆ ...เด็กคนนี้จากที่ติดตามเฝ้ามองมาหลายวันพบว่าดีงามเกินไปใส่ซื่อเกินไป เวลาแอบลักลอบทำเรื่องบางอย่างจึงน่าสนใจเป็นพิเศษ ยิ่งเห็นนัยน์ตาเขาเป็นประกายทั้งกลัวทั้งกล้าข้าที่เฝ้ามองอยู่ก็ยิ่งตื่นเต้น


               เขาหันซ้ายหันขวาเมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครเฝ้ามองจึงค่อยๆ หยิบหนังสือเล่มเล็กบางเท่าฝ่ามือออกมาจากด้านล่างสุดของกลอน ข้าหูกางตาตั้งดีดกายผึงคอยมองเหตุการณ์ด้วยความตื่นเต้น! ว่าแล้วเชียว แม้แต่รื่อกวงก็ต้องมีเรื่องน่าสนใจอยู่บ้าง ข้าใคร่รู้สุดแสนว่าหนังสือความลับของเขามีสิ่งใดกันแน่?


               รื่อกวงกลืนน้ำลายดังเอื๊อกก่อนจะเริ่มเปิดหนังสืออย่างทะนุถนอม...


               ข้ายืดหน้าเข้าไปใกล้แทบจะแนบสนิทกับตัวเขาอยู่รอมร่อ


               ในใจข้าพบเจอกับความตื่นเต้นให้ความรู้สึกกระชุ่มกระชวยเหลือประมาณ!


               “...”


               “...”


               ข้าจินตนาการไปต่างๆ นาๆ ว่าอะไรคือความลับที่คุณชายน้อยผู้นี้บอกใครไม่ได้ อาจจะเป็นตำราชุนกงฉบับพกพา หรือหนังสือลับใต้ดินอะไรสักอย่าง ทว่าเมื่อได้เห็นตัวหนังสือเต็มสองตาข้าพลันวูบโหวง หัวเราะไม่ได้ร่ำไห้ไม่ออก ที่แท้หนังสือลับเล่มนี้หาใช่อะไรที่พิสดารเกินจินตนาการหากแต่เป็น...


               เป็นกวีเกี้ยวพา!


               แม้จะทราบว่าความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงสมควรปิดบังทว่าผู้อื่นเขาอ่านชุนกงกันหลายรอบไอ้หนูของข้ายังลูบคลำ กวีเกี้ยวพา อยู่เลย! น่าสมเพชอะไรอย่างนี้!! 


               ข้าแทบหลั่งน้ำตาด้วยความสงสาร ด้วยอาศัยมนต์กำบังกายแอบเข้าบ้านผู้คนมาแล้วมากมายข้าจึงพบว่าเรื่องรักใคร่พรรค์นี้หาใช่เรื่องแปลกใหม่ ต่อให้ปิดบังก็ยังเป็นปกติของโลกอยู่ดี จะมีก็แต่ไอ้หนูรื่อกวงนี่แหละที่ไม่ปกติ


               ข้าเหลือบมองเด็กชายที่หน้าแดงแต่พยายามทำเป็นเคร่งขรึมแล้วเบ้ปาก มิทราบจะอับอายไปไย? สิ่งที่ทำหาใช่เรื่องผิด...อันที่จริง...เด็กคนนี้ไม่ทราบด้วยซ้ำว่าคำว่า ผิด ที่แท้มีหน้าตาเป็นอย่างไร


               ในใจผุดคำนิยามเกี่ยวกับตัวเขาขึ้นมาได้ รื่อกวงคนนี้เหมาะสมกับคำว่า จิตวิญญาณอันบริสุทธิ์ โดยแท้!


               ข้ามองเขาอ่านบทกวีไปได้ครึ่งเล่มโดยตลอดการอ่านเจ้าเด็กรื่อกวงทำเต็มไปด้วยความหวาดระแวงทำเสียราวกับปฏิบัติการปล้นบ้านก็มิปาน อ่านไปสองคำหันหลังที อ่านอีกสองคำหันหลังอีกที ข้ามองจนเหนื่อย มิทราบว่าเด็กนี่อ่านรู้เรื่องได้อย่างไร? ผ่านไปสักพักเขาค่อยปิดหนังสือ นิ้วเรียวปานลำเทียนลูบไล้ปกอย่างทะนุถนอมก่อนจะสอดเข้าใต้กองหนังสืออย่างเงียบเชียบพร้อมกับหยิบเล่มบนขึ้นมาอ่านทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น


ความใสซื่อผุดผ่องของเขาราวกับดอกบัวที่ชูช่อผลิบานขึ้นมาจากโคลนตม! ยากยิ่งนักที่จะหาลักษณะอันประเสริฐเช่นนี้ในตัวมนุษย์ที่เต็มไปด้วยความสกปรกโสมม ในใจข้าเวลานี้ยกให้เขาเป็นโพธิสัตย์ตัวน้อยเรียบร้อยแล้ว ขาดก็แต่โต๊ะหมู่บูชากราบไหว้เท่านั้น


               เวลาผ่านไปข้ายังเฝ้ามองเขาไม่ห่าง ยิ่งดูยิ่งน่า...เลื่อมใส


               ครั้งหนึ่งในสำนักศึกษามีเด็กตัวโตวิ่งเข้ามาผลักศรีษะรื่อกวง อนิจจาไอ้หนูแขนเดียวของข้าจะสู้ได้อย่างไร ข้าตามติดระยะประชิดหวังจะพบพานเหตุการณ์น่าตื่นเต้นตามประสาหนุ่มแรกรุ่นมิคาดรื่อกวงเพียงเงยหน้าขึ้นเรียบเฉย ไม่ถือโทษโกรธเคืองเพียงจัดเสื้อผ้าอ่านหนังสือเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทำเอาข้าที่กำลังจะโมโหแทนถึงกับอึ้งค้าง


               ไอ้หนูนี่จะไม่มีจิตคิดแค้นเคืองบ้างจริงๆ น่ะหรือ?


               บ้าไปแล้ว ขืนไม่มีก็ไม่ใช่มนุษย์แล้ว! แม้แต่เซียนน้อยอย่างข้ายังเข้าใจคำว่า แค้นนี้ต้องแก้ให้หายแค้นเลย เป็นแค่มนุษย์ถือดีอย่างไรถึงกับสามารถตั้งมั่นในคุณความดีล้ำหน้าข้า!


               ยังหรอก...


               ข้าตัดสินใจรอดูต่อไป...


               รื่อกวงชอบนั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ เขาดูราวกับเทวดาตัวน้อยๆ มีความนุ่มละมุนชวนให้เข้าใกล้โดยเฉพาะสัตว์น้อยใหญ่ทั้งกระต่ายกระรอกกระทั่งนกก็ล้วนชื่นชอบเขาทั้งสิ้น ต่อมาข้าพบว่าเป็นเพราะเขามักนำเมล็ดธัญพืชและข้าวไปหลอกล่อผูกมิตรมากกว่า เดี๋ยวนี้เห็นรื่อกวงเดินมาสัตว์น้อยใหญ่ละแวกนั้นรู้กันว่าลาภปากอีกแล้ว


              บิดาของรื่อกวงเป็นชายวัยกลางคนท่าทางเคร่งขรึมเข้มงวด ข้าเห็นเขาเรียกรื่อกวงไปทดสอบความรู้สองสามครั้ง ทุกครั้งรื่อกวงล้วนตอบได้อย่างฉะฉานทว่าครั้นถึงคราวเขียนพู่กันทีไรอาการมือไม้สั่นมักจะปิดไม่อยู่ จากย่ำแย่อยู่แล้วกลายเป็นอุบาทว์หนักเข้าไปอีก บิดารื่อกวงขมวดคิ้วส่ายหน้าถอนหายใจ ไม่ตำหนิไม่ชมเชยเพียงไล่ให้กลับห้อง วันนั้นรื่อกวงขังตัวเองไว้ในห้อง


  ผู้อื่นไม่ทราบแต่ข้าทราบดี... เขาใช้แขนข้างเดียวที่มีอยู่ฝึกเขียนพู่กันทั้งคืน


              ยิ่งนานวันข้ายิ่งแน่ใจว่าโลกทั้งใบจะหา จิตวิญญาณอันบริสุทธิ์ เหมือนเด็กคนนี้ไม่มีอีกแล้ว...


               ข้าอยากทำอะไรเพื่อเขาบ้าง อะไรสักอย่างให้เด็กหน้านิ่งคนนี้ยิ้มกว้างดีอกดีใจสมเด็กได้ ทว่าครั้งเดียวที่เห็นเขาหลุดสีหน้าน่าดูชมคือยามอ่าน กวีเกี้ยวพา แก้มแดงๆ นั่นจับตาจนข้าลืมไม่ลง ดังนั้นข้าจึงตัดสินใจร่างกวีบทหนึ่งขึ้นมา


               ตัวข้าเทพธิดาอวิ๋นเล่อแห่งตำหนักสัมผัสสวรรค์กำเนิดเกิดมาเพื่อดูแลความเรียบร้อยของตำหนักเท่านั้น ความรู้ด้านกวีของข้ามีน้อยกว่าหางอึ่ง ข้ากลับสวรรค์พลิกตำรากาพย์กลอนยกใหญ่ใช้ความพยายามมากโข กระดาษดีๆ มากมายถูกขยำแล้วขยำอีกสุดท้ายจึงได้แผ่นที่น่าพอใจขึ้นมาแผ่นหนึ่ง...


               ข้าจับกระดาษยกขึ้นมาพลิกหน้าหลังชมดูโดยละเอียด ในใจคิดถึงวันพรุ่งนี้บนโลกมนุษย์

 



               รื่อกวงกำลังเดินกลับจากสำนักศึกษาเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือข้าแอบสอดจดหมายตัวเองไว้ในหนังสือเขาด้วย ยิ่งคิดก็ยิ่งตื่นเต้นจนยิ้มกว้าง ปรารถนาใคร่รู้เหลือเกินว่าสุดท้ายแล้วเรื่องราวจะเป็นไปในทิศทางใด


               จวบจนเขากลับจวน อาบน้ำกินข้าวเรียบร้อยจึงนั่งบนโต๊ะเขียนหนังสือ เปิดหนังสืออ่านเล่มแล้วเล่มเล่า ข้าลุ้นด้วยใจระทึกมิทราบว่าเมื่อใดจะถึงเล่มนั้นที่สอดจดหมายข้าอยู่ เวลาผ่านไปเกิดกลัวขึ้นมาอยากฉกจดหมายกลับคืนเสียให้รู้แล้วรู้รอดทว่านึกๆ ไปก็มิทราบจะหวาดกลัวสิ่งใด นี่เพียงหยอกล้อสนุกสนานเท่านั้น รื่อกวงก็ด้วย...ข้าจะทำให้เด็กชายยังไม่หนุ่มมีประสบการณ์รักแรกดังวสันต์ผลิบานหอมหวานในใจเป็นความทรงจำมิรู้ลืมให้ดู หึ!


               นั่นอย่างไรเล่า เขาพลิกหนังสือจนจดหมายข้าร่วงหล่นลงมาโน่นแล้ว!


               รื่อกวงก้มตัวลงเก็บจดหมายข้าก็ก้มตามเรียกได้ว่าระทึกขวัญทุกลมหายใจ เด็กชายหน้าตาคมคายขมวดคิ้วสงสัยก่อนจะลงมือแกะจดหมายที่อยู่ในมือ ทันทีที่คลี่ออกอ่านสิ่งที่ประจักษ์แก่สายตาคือกวีเกี้ยวหนุ่มจากข้า --- เซียนอวิ๋นเล่อ!


                    รื่อกวงตกใจจนจดหมายในมือร่วงผล็อยอีกรอบ เขาหายใจแรง หน้าแดงก่ำซับสีเลือด แม้ในจดหมายจะเป็นเพียงกวีไม่กี่บรรทัดแต่เจ้าโง่ตรงหน้ากลับจดจ้องอย่างตั้งใจ กวาดตามองทุกบรรทัด ทุกเส้นสาย ทุกตัวอักษร ไม่มีเล็ดลอดตกหล่นแม้แต่น้อย เห็นได้ชัดว่าสิ่งนี้มีสำคัญกับเขามากเหลือเกิน


               ข้าลุ้นระทึก มิทราบว่าเขาจะรู้สึกเช่นไร หากทำให้เขาดีอกดีใจได้ก็นับว่าเป็นความสำเร็จของข้าแล้ว หลังจากอ่านซ้ำวนไปวนมาหลายรอบในที่สุดรื่อกวงก็กะพริบตาปริบๆ ขยี้ตาอีกทีก่อนจะก้มหน้าต่ำ หลังม่านผมปรกใบหน้าข้าเพ่งดูพบว่า...


               ไอ้โง่กำลังยิ้ม


               เป็นรอยยิ้มโง่งมเซ่อซ่าทั้งยังอ่อนหวานอย่างที่สุดชนิดที่ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน ชั่วขณะของลมหายใจนั้นข้าพลันพบว่าเรื่องไร้สาระที่กระทำก็เข้าทีเหมือนกัน


               และแล้วโดยไม่ทันคิดอะไรทั้งสิ้น จู่ๆ ข้าก็ยิ้มตามไม่รู้ตัว...


               คืนนั้นภายใต้แสงตะเกียงวูบไหว รื่อกวงยังอ่านจดหมายซ้ำอีกหลายรอบ จนก่อนนอนยังหยิบมาอ่านอีกจึงจะยอมดับตะเกียงนอนได้ เขาเก็บจดหมายไว้ใต้หมอนก่อนลูบหมอนเบาๆ ราวกับปลุกปลอบสิ่งของข้างใต้นั่น ข้าเฝ้ามองรื่อกวงนอนอมยิ้มกับตัวเอง ได้ยินปากเขาท่องเนื้อความในจดหมายเบาๆ ซ้ำไปซ้ำมาจนผล็อยหลับไป


               “เอกบุรุษสุดประเสริฐ งามสง่าล้ำเลิศเก่งกล้าเหนือใคร ลายพู่กันท่านคมกล้าราวดาบไกว ข้าติดตาเข้าแล้วอย่างไร ยอดบุรุษชายชาติอาชาไนย มิทราบควรทำประการใด วานผู้เห็นใจช่วยชี้แนะที”



____________________

กลอนไม่ได้ว้าวเท่าไร ทำไงได้ นางเอกเรื่องนี้โง่ 55555



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

0 ความคิดเห็น