ฝืนชะตาภพ "รุ่งโรจน์เจิดจ้ามลายสูญในคืนเดียว"

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,060 Views

  • 28 Comments

  • 85 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    14

    Overall
    1,060

ตอนที่ 11 : 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 175
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    22 ก.พ. 62

ค่ำคืนที่ดึกสงัดไร้ดาวช่างมืดมนหนาวเหน็บ...


แต่การจากลาไม่เลือกเวลา ข้าขยับตัวน้อยๆ นั่งบนหลังคาชะโงกหน้าลงมามองความเป็นไปที่คุ้นเคย บ่าวเฝ้าหน้าจวนเริ่มผลัดเวรยาม แมวตัวหนึ่งขโมยปลาวิ่งออกมาจากโรงครัว คบไฟถูกจุดกระจายเป็นมุมกว้างตั้งแต่ชั่วยามที่แล้ว บรรดาสาวใช้ชั้นรองกำลังหัวหมุนเก็บกวาดเช็ดถูร่องรอยที่ดำเนินมาตลอดทั้งวันเพื่อที่จะเช็ดใหม่อีกครั้งในวันพรุ่งนี้


ม่านหน้าต่างไหววูบเห็นเป็นเงาร่างที่คุ้นเคยแวบผ่านไปมา ทุกย่างก้าวการเดินของเขาล้วนส่งผลต่อตัวข้าซึ่งซุ่มมองอยู่ข้างนอกทั้งสิ้น หลายวันมานี้เด็กคนนั้นใช่คิดถึงข้ามากหรือไม่? จะยังร่ำไห้โถมกายตีอกชกตัวกับพื้นน้ำตานองเหมือนเดิมหรือไม่


ในศีรษะผุดภาพห้วงคำนึงสุดท้าย เด็กหนุ่มคิ้วตาคมคายกระจ่างใสคนนั้นกล่าวออกมาว่า “...ข้ากำลังจะเป็นหนุ่ม เจ้าเข้าใจใช่ไหม?” แล้วกกหูที่ของเขาก็แดงเรื่อน่าเอ็นดูราวกับชาดแต้มเจ้าสาวก็มิปาน


ภาพอดีตผุดขึ้นมาในห้วงนิมิต และก่อนที่จะเคลิบเคลิ้มอาวรณ์ข้าก็รีบดึงสติ หักใจส่ายหน้า...


แม้ยังห่วงหาอาวรณ์แต่อย่างไรก็ตามความคิดถึงเหนี่ยวรั้งคนไว้ไม่ได้... ช่วงเวลาที่อยากยื้อให้ดำเนินต่อไปชั่วกาลก็เป็นไปไม่ได้เหมือนกัน วาสนาระหว่างเราเป็นของปลอม ถ้าข้าไม่จบมันก็เท่ากับทำร้ายเขา ข้าสะบั้นวาสนาครั้งนี้...เขาต้องขอบคุณข้าในสักวัน


เขาไม่ใช่ของข้า... ว่ากันตามตรงตั้งแต่แรกเด็กคนนั้นก็ถือกำเนิดมาเป็นของฟ้า หลายปีมานี้มีโอกาสได้ผูกวาสนาสร้างเรื่องราวที่งดงาม เฝ้ามองการเติบโตของเขา ข้ายังขอบคุณแทบไม่ทัน แล้วจะเรียกร้องอะไรที่ดีกว่านี้ได้อีก? คนเราไม่ใช่ว่าควรพอใจในสิ่งที่มีอยู่หรอกหรือ เรื่องที่แม้แต่มนุษย์ยังรู้หากข้าทำไม่ได้ก็ขายหน้าตายแล้ว


พยายามปั้นยิ้มกลบเกลื่อน สูดลมหายใจรวบรวมความกล้า ต่อหน้ามนุษย์คนหนึ่งจะแสดงความอ่อนแอไม่ได้ การพลัดพรากครั้งนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องมาถึงสักวัน แม้พวกเราจะดึงดันฝืนชะตาได้แต่ความฝันครั้งนี้จะสามารถยืดเยื้อต่อไปได้สักนานแค่ไหนกัน ท้ายที่สุดแล้วสังขารก็ไม่อาจต้านทานกาลเวลา เด็กน้อยที่เยาว์วัยสดใสบทสุดท้ายก็ต้องโรยราเป็นเถ้าธุลี


เช่นนั้นก็อย่าให้เขาต้องเสียเวลาอีกเลย...


แทรกกายเข้าไปในม่านหน้าต่างอย่างเงียบงัน เวลาผ่านมาจนป่านนี้แต่เด็กคนนั้นก็ยังสามารถทำให้หัวใจข้าท่วมท้นไปด้วยความรู้สึกยากจะพรรณาเช่นเดิม ภายใต้แสงตะเกียงสีทองสลัวเสี้ยวหน้าคมเข้มตกกระทบเป็นเงาสายหนึ่งทอดยาวจรดผนังอีกฟาก คิ้วกระบี่ตาคมพวงแก้มที่เหลืออยู่น้อยบัดนี้ไม่มีร่องรอยนุ่มนิ่มอีกแล้ว


ข้ายกมือกุมอกสะกดความรู้สึกพลุ่งพล่านยากระงับลงท้องอย่างยากลำบาก แต่ทุกเส้นสายบนใบหน้านี้เคยขมวดรั้งเพื่อข้ายิ้มแย้มเบิกบานเพื่อข้า จะให้ตัดใจไร้รักไร้อาวรณ์ง่ายดายปานนั้นได้อย่างไร...


บุรุษหนุ่มตรงหน้าคิ้วตาคมคร้ามองอาจตวัดพู่กันอย่างตั้งอกตั้งใจ จู่ๆ ก็คล้ายรับรู้ความผิดปกติบางอย่างบ่าทั้งสองข้างแข็งเกร็งขึ้นมากะทันหัน ความเคร่งขรึมลึกล้ำพาดผ่านแววตา เขาเงยหน้าขึ้นกวาดตามองไปโดยรอบ รอยพู่กันชะงักขาดตอน หัวใจข้าแขวนอยู่บนเส้นด้าย...


ดอกไม้ดอกหนึ่งแทงทะลุผืนดินที่แตกระแหงเหมือนกับความอบอุ่นหวานล้ำซึ่งผุดขึ้นมากลางใจ จนถึงป่านนี้เขาก็ยังไม่ลืมข้า...


หลายวันบนสวรรค์ผันผ่านไปเป็นเดือนปีบนโลก จากเด็กหนุ่มเติบใหญ่เป็นชายหนุ่มที่งามสง่า แต่ทว่าจนบัดนี้คนก็ยังสามารถรับรู้ถึงการมีอยู่ของข้าได้ราวกับใจประสานใจเหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิด สิ่งที่เรียกว่าความยินดีลิงโลดเต้นระบำในอกข้าอย่างห้ามไม่อยู่ อดคิดไม่ได้ว่าหรือโลกนี้จะมีบางอย่างที่แม้แต่กาลเวลาก็ไม่อาจลบล้างได้จริงๆ ?...


“อวิ๋นเล่อหรือ...”


ชายหนุ่มเปล่งเสียงทุ้มต่ำออกมาอย่างไม่แน่ใจ ความเปลี่ยนแปลงกล้ามเนื้อบนใบหน้าเป็นไปอย่างเนิบนาบผิดกับบางอย่างในอกข้าเต้นที่กระหน่ำรุนแรง...


ไม่รอให้ข้าขานรับเขาก็ถอนหายใจออกมา มือวางพู่กันปาดเช็ดรอยหมึกบนผ้าที่เตรียมไว้แล้วยกขึ้นคลึงหว่างคิ้วตนเองเบาๆ แล้วรอยยิ้มเย้ยหยันก็กระจายพาดผ่านแววตา “...โง่งมนัก จนป่านนี้ยังไม่ตื่นจากฝันอีก”


กระแสน้อยเนื้อต่ำใจตลอดจนคับแค้นแผ่กำจายออกมาหนาแน่นจนข้าหายใจไม่ออก เริ่มรู้สึกถึงบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง นี่คือรื่อกวงของข้าแน่หรือ? เด็กหนุ่มที่กระจ่างใสเจิดจ้าทั้งยังนุ่มนวลราวกับสายน้ำจะเป็นเจ้าของกลิ่นอายเย็นเยียบลึกล้ำเช่นนี้ได้อย่างไร ที่แท้หลายปีมานี้เขาต้องเผชิญหน้ากับอะไรบ้าง...


ผู้มีบุญซึ่งเดิมทีควรหลุดพ้นจากวัฏฏะสังสารกลับต้องได้รับทุกขเวทนาที่เหนือวิบากกรรมลิขิต...


ถ้อยคำของเซียนเหวินจวินพลันลอยล่องอยู่ในหัว อุณหภูมิในกายข้าดิ่งวูบรัดรึงอัดแน่นเต็มอกจนแทบทรุดทั้งยืน ...หรือข้าจะช้าไปเสียแล้ว ทุขเวทนาที่เหนือวิบากกรรมของเขาได้เริ่มขึ้นแล้ว...


ชายหนุ่มแค่นเสียงลุกขึ้นแขนเสื้อหนากว้างกวาดพรึบบังเกิดเป็นภาพที่เย่อหยิ่งงดงาม รื่อกวงน้อยของข้าเติบโตมาได้งดงามจริงๆ คิ้วคางบางคมนัยน์ตาเฉียบแหลมใสกระจ่างทั้งยังแฝงกลิ่นอายบุรุษเพศที่ลึกล้ำเข้มข้นแต่ไฉนถึงมีบางอย่างไม่ถูกต้อง?


“...รื่อกวง”


ราวกับเวลาหยุดหมุน แผ่นหลังที่กว้างใหญ่หยุดชะงักแข็งค้างกับที่ คนเอี้ยวตัวกลับมาสีหน้าตื่นตะลึงเหมือนไม่ชื่อหูตัวเอง


พู่กันบนโต๊ะกลิ้งหลุนๆ ร่วงหล่นลงมากระทบพื้นฝากรอยหมึกปื้นใหญ่ไว้บนกระดาษขาวเหมือนกับสีหน้าของเขาที่ดำดิ่งมืดครึ้มลงทุกที ชายหนุ่มตรงหน้าหันกายกลับมากะพริบตาหลายครั้ง มือข้างหนึ่งใต้แขนเสื้อกำแล้วคลายหลายรอบยังมิอาจเก็บงำร่องรอยสั่นสะท้านได้


“...เป็นเจ้าจริงๆ หรือ”


ลมหนาวพัดเข้ามาวูบใหญ่นำพากลิ่นอายหนาวเหน็บตกกระทบแช่แข็งใจคน ข้าพยายามยืนหยัดต่อหน้าเขาด้วยท่าทีสง่างามทรงภูมิอย่างสุดความสามารถแต่จนแล้วจนรอดกลับไม่อาจปกปิดความประหม่าสั่นพร่าในแววตาได้


“...เป็นข้าเอง”


 “...”


เส้นสายความตื่นตะลึงกลืนกินใบหน้าหล่อเหลาตรงหน้า ข้าถึงกับเห็นความปิติยินดีตลอดจนคับแค้นหนาวเหน็บวิ่งพล่านในดวงตาที่คุ้นเคยคู่นั้น รื่อกวงกะพริบตาปริบๆ เสียงแหบพร่า “...ข้าไม่ได้ฝันไปใช่หรือไม่?”


พริบตานั้นสิ่งละอันพันละน้อยในอดีตค่อยๆ แจ่มชัดหวนคืนสู่สายตาอีกครั้ง ดูเหมือนว่าเคยมีก้อนแป้งน้อยคนหนึ่งน้ำตาอาบหน้าร้องถามข้าด้วยประโยคนี้เช่นกัน


“...หากนี่คือความฝัน ข้ายินดีฝันเป็นเพื่อนเจ้า” ข้ายิ้มขื่น เพิ่งเข้าใจว่าสุขทั้งน้ำตาเป็นเช่นไร


ชายหนุ่มอ้าปากแล้วหุบหลายรอบ ใบหน้าที่ขาวซีดอยู่แล้วกำจายความแห้งแล้งเป็นทวีคูณ แววตาอาบย้อมไปด้วยหิมะนับไม่ถ้วนทำให้คนมองหนาวเหน็บสุดขั้วหัวใจ


เขาระบายยิ้มแข็งทื่อออกมาได้อย่างงดงามช่ำชอง “ไม่รบกวนท่านเซียน เรื่องที่ไร้แก่นสารพรรค์นี้ลำพังข้าคนเดียวก็เกินพอ”


โดยไม่สนสีหน้าตกตะลึงเผือดสีของข้า แขนเสื้อกว้างหนาก็สะบัดพรึบเป็นวงกว้างกรีดสายตาเหมือนกับท่าทางเย็นชาของเขา รื่อกวงหมุนตัวหันหลังใช้แผ่นหลังกว้างตระหง่านเผชิญหน้ากับข้า มองจากตรงนี้รู้สึกราวกับชั่วกัปชั่วกัลป์อย่างไรอย่างนั้น “ไม่ได้พบกันห้าปีได้ นึกไม่ออกจริงๆ ว่าอะไรทำให้ท่านนึกถึงสถานที่ซอมซ่อกับคนพิการที่อาศัยอยู่นี่ขึ้นมาได้”


กาลเวลาหล่อหลอมขัดเกลามนุษย์ออกมาสารพัดรูปแบบ บนหนทางที่ทอดยาวบางคนตกต่ำบางคนรุ่งโรจน์และบางคนก็โยนบางสิ่งทิ้งไว้กลางทาง สำหรับรื่อกวง...ชัดเจนแล้วว่า สิ่งที่เขาโยนทิ้งไปคือความงดงามไร้เดียงสาที่ล้ำค่าในวันวาน ฉับพลันนั้นความรู้สึกอ้างว้างเหน็บหนาวพลันสาดเทลงมากลางใจข้า


...เขาหันหลังแล้ว หรือว่าตอนนี้มีเพียงข้าที่จดจำเรื่องราวเหล่านั้นเพียงลำพัง?


ข้าขบริมฝีปากหลุบตาไหล่ลู่ลงไม่กล้าสู้หน้าอีกฝ่าย ควรพึงสังวรณ์ไว้อย่างหนึ่งว่าผู้ริเริ่มเล่นนอกกติกาก่อนก็คือข้า การที่จะคับแค้นโกรธเคืองโชคชะตานั้นข้าไม่ทำเป็นอันขาด


“ห้าปีมานี้...เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”


“ก็เป็นอย่างนี้ไง”


ชายหนุ่มเอี้ยวตัวกลับมาใบหน้าคมคร้ามหล่อเหลารอยยิ้มแต้มมุมปากหากแต่กระจายไม่ถึงดวงตา


มองดูการแต่งกายแม้จะเป็นสีเรียบทึมแต่ก็สง่างามสูงศักดิ์ชะรอยคงไม่ได้รับความยากลำบากอะไรนัก แต่รอยยิ้มแข็งกระด้างของเขาต่างหากที่เปิดเผยร่องรอยความโหดร้ายที่เผชิญ ต่อหน้าความผิดที่ก่อเอาไว้ข้าก้มหน้าจมูกแสบร้อนหายใจไม่ออกอยู่บ้าง


“รื่อกวง ข้า...ข้าขอโทษ”


“มีอะไรให้ขอโทษ โง่งมก็คือข้า ลุ่มหลงก็คือข้า” ชายหนุ่มยิ้มแย้ม มือข้างหนึ่งตะปบลูบแขนเสื้อที่ว่างเปล่าอีกข้างของตัวเอง “เดิมทีคนพิการก็ไม่มีอะไรให้เพ้อฝันอยู่แล้ว หลายปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นกำไรก็แล้วกัน”


เขาโมโห โกรธแค้น และกำลังเหน็บแนมประชดประชัน ทั้งหมดนี้ข้าล้วนแจ่มแจ้งอยู่แก่ใจดังนั้นทุกความหยาบคายของเขาข้าจึงได้แต่ปล่อยผ่านคล้อยตามไม่กล้าบันดาลโทสะยิ่งไม่ต้องพูดถึงไม่มีปัญญาทำเช่นนั้นด้วย


“ผ่านมาหลายปีท่านกลับมาคราวนี้มีธุระอะไร”


“...” ข้าเม้มปากกะพริบตาถี่ๆ พยายามยกยิ้ม “เจ้าจะไม่ถามหน่อยหรือว่าเหตุใดข้าจึงไม่มา ไม่ถามหน่อยหรือว่าเวลาที่ผ่านมาสูญไปอย่างไรบ้าง?”


รื่อกวงชะงักนิ่งไปก่อนจะสลัดความวูบไหวมุมปากประดับยิ้มอีกครั้ง “...ที่แท้ท่านก็มาเล่นทายคำถามนี่เอง”


“...”


“ได้!” เขาตบเข่าฉาด รอยยิ้มไปไม่ถึงดวงตา “งั้นเรามาเล่นกัน”


“...”


“ด้ายแดงขาดง่าย แต่สายสวาทยากจะตัดรอน...เดิมทีปีแรกข้าสันนิษฐานว่าเป็นเพราะคนรักหึงหวงแง่งอนจึงไม่ยอมมาพบหน้า แต่ต่อมาข้าก็พบว่าสันนิษฐานผิด เวลาผันผ่านไปเร็วราวกับสายน้ำ หากเจ้ามีใจรักใคร่อาวรณ์ข้าสักนิดจะไม่มีแม้แต่ทอดสายตามองข้าเชียวหรือ และหากเจ้าทอดสายตามองข้าจะไม่เห็นความระทมขมขื่นน่าเวทนาของชายพิการคนหนึ่งเชียวหรือ? เป็นไปไม่ได้หรอก คำตอบที่ถูกต้องคือแต่ไหนแต่ไรมาเจ้าก็เป็นเทพธิดาเจ้าสำราญที่รักจะหาเรื่องสนุกใส่ตัวอยู่แล้ว ข้าก็แค่...ของเล่นที่หมดสนุกแล้วของเจ้า!


หัวใจข้าถูกสาดด้วยน้ำแข็งหนาวจัดเย็นยะเยือก...


วันนี้ข้ามาเพื่อตัดสัมพันกับเขา เรื่องที่ทำให้เขาหักใจหันหลังได้ข้ายอมทำทั้งสิ้น เช่นนี้แล้วคำดุด่าประนามของเขามีเหตุผลอะไรที่ข้าจะไม่รับ? ข้าควบคุมร่างที่ไร้เรี่ยวแรง พยายามหยัดยิ้มออกมา


 “ถูกแล้ว ข้าเป็นเซียนไร้ใจ... ในเมื่อเจ้าก็ตระหนักแล้วเหตุใดจึงยังปล่อยตัวปล่อยใจใช้ชีวิตไปกับความลุ่มหลงอย่างสิ้นเปลืองเช่นนี้? ทำไมไม่ถนอมตนเองสักหน่อย? จะให้ดีเจ้าสมควรใช้ชีวิตอย่างเริงร่าเบิกบานลืมข้าไปจึงจะถูก”


ภายใต้ใบหน้าว่างเปล่าแววตาของเขาอัดแน่นไปด้วยสารพัดอารมณ์ราวกับธารน้ำกระทบฝั่งเกิดเป็นคลื่นลูกแล้วลูกเล่าไม่สิ้นสุด ชายตรงหน้ากล่าวเสียงเย็นชา


“นั่นอาจเป็นเพราะข้าไม่ใช่เทพเซียน แล้วก็ไม่ได้ไร้ใจอย่างท่าน”


ข้าถูกสีหน้าแววตาหนาวเหน็บไร้เยื่อใยของเขาตัดรอนจนไปต่อลำบาก ถึงกระนั้นเมื่อเทียบกับวันคืนที่นับวันรอจะได้พบเขาอีกครั้งลำพังคำพูดไม่กี่คำก็ถือว่าคุ้มค่ามาก ว่ากันตามตรงเซียนอวิ๋นเล่อเป็นเพียงตัวตนที่ไร้แก่นสารซึ่งเผอิญผ่านเข้ามาในเส้นทางที่ทอดยาวรุ่งโรจน์ของเขาเท่านั้น สามารถแลกเปลี่ยนไออุ่นกันได้ในชั่วข้ามคืนก็ไม่มีอะไรให้เสียใจแล้ว


“อ้อ” ข้าพยักหน้าแสร้งทำเป็นไม่รู้สึกรู้สา “วันนี้ข้ามาเพราะนึกถึงเรื่องเก่าๆ ตั้งใจจะคุยเล่นกับเจ้าให้นานสักหน่อย แต่ในเมื่อเจ้าบ้านไม่ต้อนรับอวิ๋นเล่อก็ไม่กล้าทู่ซี้”


รื่อกวงสีหน้าเย็นชาเรียบเฉย แววตามืดสนิทลึกล้ำยากเกินหยั่งถึง หว่างคิ้วแผ่กำจายความหยิ่งผยองออกมาเลือนรางขณะสะบัดแขนเสื้อ


“เชิญท่านเซียน! รื่อกวงไม่ส่ง!


ลมหนาวพัดวูบเข้ามา เสียงกิ่งไม้โอนเอนดังแกรกกรากแผ่กลิ่นอายความหวาดหวั่นไร้รูปลักษณ์กลืนกินจิตใจคนฟังอย่างไม่รู้ตัว ยิ่งลมหนาวพัดเข้ามาเปลวเทียนก็ยิ่งวูบไหวเลือนลาง ท่ามกลางความเหน็บหนาวรื่อกวงของข้าทรุดกายนั่งบนเก้าอี้ไอค่อกแค่กอย่างรุนแรง เงาร่างที่ทอดยาวจรดพื้นมองอย่างไรก็โดดเดี่ยวอ้างว้างราวกับวิญญาณที่หลงทาง


__________________________


รื่อเป็นคนชะตารันทดนะ คือ...ตั้งแต่ต้นจนจบน้องเป็นหมากที่ถูกควบคุมปั่นหัวโดยคนอื่นทั้งนั้น 

เขาอยากมาก็มาอยากไปก็ไป ไม่มีอะไรที่น้องเลือกได้เลย

มีใครชอบนางเอกเรื่องนี้มะ ถามจริง


รัก.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #24 Stangwannakorn (@Stangwannakorn) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:34
    ร้องไห้เลยอะ ฮือ
    #24
    0
  2. #17 ArthitThipmanee (@ArthitThipmanee) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:28
    สงสารน้องจริงๆ เล่นกับความรุ้สึกคนไม่ดีนะ กรรมตามสนอง
    #17
    0
  3. #16 meduzabencz (@meduzabencz) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:43
    สงสารรรรรรรรรรรร
    #16
    0
  4. #15 Dark'angel (@6120) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:50
    บีบคั้นเหลือเกินน ฮือออ
    #15
    0
  5. #13 Mui25200511 (@Mui25200511) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:11
    น่าสงสารๆๆๆๆๆ ร้องไห้ แปป
    #13
    0
  6. #12 Chinachi (@Chinachi) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:10

    แงงงงง ตะไมดราม่าเฉยเลยยยยย เค้าเสียใจ TT

    #12
    0
  7. #11 gift_03 (@5687083) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:53

    T T สงสารน้องงงงงงงงงงงงงงงง เศร้าาาาาาาาาาาาา

    #11
    0