SEVENTEEN : Can I say for something? #SoonChan

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 167
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    20 มี.ค. 60

Chapter 7

 

                   หลังจากที่ผมดูทีวีกับสลับเล่นโทรศัพท์ไปได้หลายชั่วโมงแล้ว ช่วงแรกๆ ผมเห็นคนข้างๆ ยังอยู่ดีเล่นโทรศัพท์แล้วก็กินขนมอยู่นะ แต่พอมาตอนนี้ผมมองไปยังอีกคนก็เห็นว่าหลับไปซะแล้ว ไปอดหลับอดนอนมาจากไหนเนี่ย

 

                    ตอนนี้ก็ 5 โมงแล้วรู้สึกไม่อยากอยู่ห้องเลยอ่ะ ไปเดินเล่นที่สวนใกล้ๆ นี้ดีกว่า ผมคิดได้ดังนั้นเลยไปหยิบกุญแจห้องและก็ปิดประตู แต่เอ๊ะ ผมว่าควรบอกเขาก่อนดีกว่าเนอะ

 

พี่ซูนยอง ผมเดินเข้ามาสะกิดอีกคนที่กำลังนอนบนโซฟา นอนแบบนี้ตื่นมาคงเมื่อยคอแน่ๆ ผมเลยเดินเข้าไปในห้องนอนแล้วหยิบหมอนออกมา 1 ใบแล้วก็จัดท่าให้อีกคนนอนอย่างสบายๆ

 

อือ.. พอจัดการเสร็จจู่ๆ พี่เขาก็ส่งเสียงออกมา แล้วก็บิดนอนตะแคงเข้าไปทางข้างใน

 

พี่ผมเข้าไปสะกิดที่ไหล่เขาแต่ก็ไม่ตื่น แต่ก็ดีละกำลังหลับสบายเลยหนิ งั้นอนไปก่อนละกัน

 

ผมไปที่สวนสาธารณะนะ แล้วจะรีบกลับมาผมพูดเสร็จก็ยิ้มให้อีกคนอย่างอ่อนโยนแล้วก็เดินออกไปทันที

 

 

 

[ สวนสาธารณะ ]

 

                      ทันทีที่ชานเดินมาถึงสวนสาธารณะแห่งนี้ ก็เดินพร้อมกับสูดอากาศเข้าอย่างเต็มปอด และรู้สึกได้ว่าเขากำลังรู้สึกสบายใจ เพราะอากาศไม่ได้ร้อนไม่ได้เย็นมาก แต่เป็นอากาศสบายๆ พร้อมกับลมเย็นๆ นิดหน่อย บรรยากาศที่นี่เหมาะแก่การมาเดินเล่นจริงๆ

 

                       ร่างเล็กเดินมาตรงที่นั่งที่ว่างอยู่ เขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วก็กดถ่ายรูปตัวเองไว้ แล้วก็ถ่ายไปยังรอบๆ ตัวเขา

 

อา..สวยจังแสงดีจริงๆ เลยอ่ะร่างเล็กพูดพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างรู้สึกพึงพอใจแสงในภาพมาก เพราะไม่ว่าถ่ายไปตรงไหนมันก็ดูเข้าทางไปหมด ร่างเล็กถ่ายไปได้ทั้งหมดประมาณสิบกว่ารูปก็ลดตัวเครื่องลงมาแล้วก็มาไล่ๆ ดูรูปที่ตัวเองเพิ่งถ่ายไว้พร้อมกับอมยิ้มอยู่คนเดียว แต่แล้วจู่ๆ ก็ดันมีแจ้งเตือนขึ้นมาว่าแบตเหลือ 20% เลยทำให้ร่างเล็กผิดหน้าจอโทรศัพท์อย่างฉุนเฉียวนิดหน่อย

 

ทำไมแบตหมดเร็วจังวะเมื่อกี้ยัง 30 นะอีชานพูดบ่นกับตัวเองแล้วก็หันไปมองรอบๆ ตัวเอง ท้องฟ้าตอนนี้ก็ยังไม่ได้มืดมาก เขากะว่าอีกประมาณ 10 นาทีก็จะกลับแล้ว ร่างเล็กไปยังผู้คนที่เดินผ่านไปมาแล้วก็ดันไปสะดุดตากับเด็กน้อยคนนึงที่กำลังเล่นวิ่งไล่จับกับเด็กน้อยอีกคนนึง เขามองการเคลื่อนไหวของเด็กสองคนนั้นจากที่อารมณ์หงุดหงิดนิดหน่อยก็ฮีลขึ้นมายิ้มได้ จู่ๆ ชานก็รู้สึกเหมือนโทรศัพท์สั่นก็เลยหยิบขึ้นมาดูก็เห็นว่าเป็นพี่ซูนยองโทรมา

 

 

ชิ-หา- ละจะโดนบ่นไหมวะ

 

ครับ พี่ซูนยอง

 

มึงอยู่ไหน

 

อยู่สวน มีอะไรป่าวพี่

 

ยังจะถามอีกไม่สบายอยู่ไม่ใช่ไง แล้วจะออกไปทำไมเอ่อ..นั่นไงโดนเข้าแล้ว...พี่ครับผมขอโทษคือความจริง..ผมสบายดี

 

กะ..ก็อยากออกมาเดินเล่นอ่ะ

 

แล้วนี่ไปกับใครใจเย็นๆ ก็ได้อิพี่นี่

 

ผมเอ่อ...มาคนเดียว แต่พี่ไม่ต้องห่วงนะผมกำลังจะกลับแล้ว ผมเอาโทรศัพท์ออกจากหูแล้วก็ดูเวลาตรงข้างบนก็เห็นว่าเป็นเวลาหกโมงครึ่งแล้ว แล้วก็มองไปยังท้องฟ้าก็เห็นว่าแทบจะไม่เห็นแสงพระอาทิตย์แล้วด้วย

 

เอ่อ..ขอโทษนะครับ ขอนั่งด้วยได้ไหมครับจากที่ชานกำลังถือสายกับซูนยองอยู่ จู่ๆ ก็มีผู้ชายคนนึงเดินเข้ามาละก็บอกขอนั่งด้วยตรงข้างๆ ชาน หน้าตาเขาคนนั้นก็จัดว่าดีมากๆ ชานเลยพยักหน้าหงึกๆ เชิงเป็นว่าให้เขานั่งได้

 

อะ..อ๋อดะ..ได้ครับ ชานหันหน้าไปทางอื่นแล้วก็คุยโทรศัพท์กับอีกฝ่ายอยู่

 

ใคร

 

ไม่รู้

 

กลับมาที่ห้องเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่กลับมาตอนนี้เดี๋ยวกะ.. ซูนยองที่ยังพูดไม่ทันจบประโยค ชายคนที่นั่งข้างๆ ชานก็เอ่ยถามชานขึ้นมา

 

ชื่ออะไรหรอครับ

 

อะ..อ๋อ อีชานครับ หรือจะเรียกว่าชานก็ได้นะชานพูดเสร็จแล้วก็ยิ้มไปให้อย่างมีมารยาท คือเขาไม่ได้ชอบนะแต่คือต้องมีมารยาท แต่แล้วจู่ๆ โทรศัพท์ชานก็สั่นมาหนึ่งครั้งแล้วก็ดับไป พอชานจะเปิดหน้าจอมันก็ไม่ขึ้นให้ แบตหมดแหงๆ อ่ะ

 

โทรศัพท์นายเป็นอะไรหรอ

 

อ๋อ แบตหมดน่ะครับ

 

ไปชาร์จที่หอพี่ไหม อยู่ใกล้ๆ นี้เอง

 

อะ..อ๋อไม่เป็นไรหรอกครับหอผมก็อยู่ใกล้ๆ เหมือนกัน แหะๆทำไมผู้ชายคนนี้น่ากลัวจังวะ

 

ฮ่าๆ เอางั้นหรอก็ได้นะ แต่อืม..ดูท่าเราน่าจะเด็กกว่าพี่มั้ง สวัสดีนะพี่ชื่อจอนวอนอู หรือจะเรียกวอนอูเฉยๆ ก็ได้เขาคนนั้นพูดเสร็จก็ส่งยิ้มมาให้ร่างเล็กทันที ชานก็ก็ยิ้มตอบให้เป็นมารยาท ถ้าไม่ว่าใครก็ตามที่เป็นผู้หญิงแล้วมานั่งอยู่ตรงนี้ก็คงตายกันไปตามๆ กัน แต่เพราะชานเป็นผู้ชายไงเขาก็ชอบผู้หญิงนะ แต่คงไม่มากเท่าควอนซูนยองหรอก

 

 

แต่ก็นั่นแหละ ควอนซูนยองคนนั้นเขาคือข้อยกเว้นของผม

 

 

ครับ พี่วอนอู^^”

 

อยู่ม. ไหนน่ะเราพี่อยู่ม.5นะ

 

ผมอยู่ม.4 ครับ พี่รุ่นเดียวกับพี่ชายผมเลย

 

หื้ออจริงอ่ะ คนในสายเมื่อกี้น่ะหรอ?” อะไรกัน..รู้ได้ไง

 

คะ..ครับ พี่รู้ได้ไงอ่ะ

 

คงเดาไม่ยากอ่ะ แต่ฉันว่าพี่ชายนายน่าจะหวงนายมากๆ เลยนะ

 

เหอะ อิพี่คนนั้นหรอ ผมว่าไม่อ่ะ

 

จริงหรอ หึ แต่พี่ว่าถ้ามีคนเมาแถวนี้คงจับนายไปข่มขืนแล้วแน่ๆล่ะ

 

ฮ่าๆ คงไม่หรอกพี่ มาข่มขืนผมเนี่ยนะ? เป็นไปไม่ได้หรอกชานพูดแล้วก็หัวเราะกลบเกลื่อนไป

 

จริงๆ นะขนาดบางคน..ที่ยังไม่ได้เมายังรู้สึกอยากเลยชานหันกลับมามองหน้าวอนอูอย่างงงๆ คือ..อะไรอ่ะ

 

อ่า..งั้นหรอครับ ทำไมล่ะมันมีเหตุผลไหมครับ?”

 

มันเป็นไปตามอารมณ์น่ะชาน ฮ่าๆ อย่าไปสนใจมันเลย แต่พี่ว่าวันหลังอย่าใส่มาแบบนี้ดีกว่านะ เพราะว่า..มันบางมากๆ เลยล่ะวอนอูพูดเสร็จก็ใช้สายตาคมบวกกับความเจ้าเล่ห์มองไล่มาทางหน้าอกของเด็กที่อยู่ข้างๆ ชานก็เลยมองตามสายตาที่วอนอูมอง เขาก็เริ่มรู้สึกได้ว่ามันชักจะแปลกๆ แล้วนะ

 

อะ..โอเคครับ ผมจะไม่ใส่แล้วก็ได้ แหะๆ เริ่มเย็นแล้วอ่ะผมกลับบ้านก่อนนะ ชานลุกขึ้นมาแล้วก็ยิ้มให้กับคนตรงหน้า วอนอูพอลุกยืนขึ้นมาก็กลายเป็นว่าชานต้องเงยหน้ามองร่างสูงอีกคนที่กำลังส่งยิ้มมาให้

 

ป่ะ งั้นเดี๋ยวพี่ไปส่งนะ

 

ไม่ต้อง! กูพากลับได้!” มือเรียวหนาของวอนอูที่กำลังจะเอื้อมไปจับมือน้อยๆ ของร่างเล็กก็ดันถูกซูนยองเดินเข้ามาขวางแล้วก็บังชานเอาไว้

 

พี่ซูนยองร่างเล็กเผลอพูดชื่อของแผ่นหลังคนตรงหน้าออกมาอย่างเบาๆ เพราะชานเองก็รู้สึกตกใจไม่น้อย เพราะรู้สึกเหมือนกับว่าเพิ่งจะขาดสายกันไปเมื่อกี้เอง แถมพี่เขาก็หายใจแรงๆ ด้วย คงวิ่งมาสินะ ตอนนี้สายตาของซูนยองและวอนอูกำลังส่งถึงกันอย่างไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย ชานเริ่มรู้สึกแปลกๆ มากขึ้นเลยต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อขัดสายตาของสองคนนี้

 

หึร่างชายที่สูงกว่าซูนยองมองหน้าซูนยองแล้วกระตุกปากทำเอาซูนยองเลือดร้อนมากกว่าเดิม แต่เขาเองเลือกที่จะเก็บอารมณ์ไว้ก่อน

 

เป็นอะไรกับน้องของคนด้านหลังหรอครับ?” วอนอูพูดออกมาด้วยสีหน้าและน้ำเสียงเชิงกวนๆ ซูนยองที่กำลังจะเอ่ยปากพูดก็โดนเจ้าตัวเล็กที่อยู่ข้างหลังชิงไปพูดซะก่อน

 

เอ่อ..พี่วอนอู นี่พี่ซูนยองนะพี่ชายผมเองชานเดินออกมาข้างๆ ระหว่างเขาทั้งสองคนแต่ก็ดูเหมือนไม่มีใครสนใจคำพูดของชานเลย

 

แท้รึเปล่าครับชานวอนอูพูดด้วยถ้อยคำและน้ำเสียงสุภาพ แต่สายตานั้นก็ยังไม่ละไปจากซูนยอง

 

มะ..

 

ไม่เสือกนะ จอนวอนอู

 

เอ่อ..พี่วอนอูผมขอตัวกลับก่อนนะ ผมเริ่มอยากเข้าห้องน้ำแล้วอ่ะชานรู้สึกเริ่มท่าจะไม่ดี เลยเดินเขามาจับที่แขนซูนยองแล้วก็พยายามถอยห่างออกมา วอนอูละสายตาจากซูนยองสำเร็จแต่ก็มองมายังชานด้วยอีกเช่นกัน สายตาดูเปลี่ยนไปอย่าฉับพลันกลายเป็นว่าดูเป็นมิตรและอ่อนโยนมาก เขายิ้มให้แล้วก็พยักหน้า ชานเลยยิ้มตอบแล้วก็โค้งคำนับให้ แล้วก็รีบพาซูนยองเดินออกไป

 

 

หึ ไอ้ซูนยอง

 

 

 

 

 

 

             ชานควงแขนลากอีกคนออกมาได้ไกลอยู่พอสมควรแล้ว ตอนนี้มีแค่แสงไฟข้างทางที่กำลังส่องมาเป็นทางสว่างให้

 

รู้จักกับมันได้ไงซูนยองหยุดเดินแล้วก็ถามอีกคนด้วยเสียงเรียบนิ่งแต่ก็ส่งสายตามองไปข้างหน้า ไม่ได้มองหน้าร่างเล็กเลย

 

กะ..ก็พี่วอนอูขอมานั่งด้วย แล้วก็รู้จักกัน ชานพูดเสียงแผ่วเพราะดูท่าทางอีกคนจะดูโกรธอยู่ไม่น้อย มันก็สมควรอยู่หรอกเพราะนี่มันก็ดึกแล้ว

 

บอกแล้วใช่ไหม อย่าใส่เสื้อตัวนี้ออกมาข้างนอก มันบางอ่ะมึงไม่เห็นบ้างหรอร่างสูงยิ่งพูดน้ำเสียงก็ยิ่งใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย ชานที่รู้สึกกลัวเพราะไม่เคยเห็นซูนยองมุมนี้เลยเอาแต่ก้มหน้าสำนึกผิด

 

น้องชานขอโทษ..น้องชานลืม..ร่างเล็กพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือคล้ายกับว่าจะร้อง ซูนยองหันมาทางร่างเล็กก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา

 

 

มึงก็อย่าทำให้กูเป็นห่วงดิวะซูนยองเอื้อมมือไปจับตัวชานแล้วก็กอดร่างเล็กเอาไว้อย่างแนบแน่น ตอนนี้ใบหน้าของชานจมอยู่ในหน้าอกของอีกคนพอดี โดยที่มีมือเล็กๆ ของชานมากอดตอบด้วย ซูนยองลูบหัวชานอย่างอ่อนโยนเหมือนคล้ายว่ากำลังปลอบบวกความรู้สึกเป็นห่วง

 

พี่ซูนยองเป็นห่วงชานหรอเสียงอู้อี้เล็กๆ ที่ดังออกมาจากหน้าอกของอีกคนซูนยองก็ยังลูบหัวชานอยู่อย่างนั้นแล้วก็กำชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นกว่าเดิม จมูกสันโด่งของอีกคนก็อยู่ในแถวๆ ซอกคอขาวๆ ของร่างเล็ก ซูนยองเลยสูดกลิ่นหอมๆ ของอีกคนเข้าเต็มปอด แล้วก็กดจูบค้างไว้ไปตรงบริเวณซอกคอนั่นอย่างเบาๆ

 

อืม..อย่าหายไปไหนอีกนะพอซูนยองผละจูบจากที่ซอกคอขาวๆ นั่นออกมาก็ไปกระซิบที่ข้างหูข้างชานเบาๆ แต่เพราะด้วยตามสัญชาตญาณพอปลายปากของซูนยองมาโดนที่ใบหูของชาน ชานก็ผลักซูนยองออกไปทันที ตอนนี้ชานรู้สึกใจเต้นแรงมากๆ แถมยังทำตัวไม่ถูกด้วยไม่กล้าสบตาคนเป็นพี่เลย

 

อะ..เอ่อ ผมปวดฉี่อ่ะ ผมกลับห้องก่อนนะชานแค่คิดว่าไม่รู้จะหลบหน้าซูนยองตอนนี้ยังไง เพราะตอนนี้เขารู้สึกหน้าตัวเองร้อนมาก ชานเลยพูดทั้งๆ ที่มองหน้าไปทางอื่นแล้วพอพูดเสร็จก็วิ่งไปเลย แถมไม่รู้ด้วยว่าอีกคนมีสีหน้ายังไง

 

 

ฮ่าๆ หน้าแดงชะมัดซูนยองพูดกับตัวเองก่อนจะเดินตามชานไปอย่างช้าๆ เพราะยังไงก็ต้องเจอกันที่ห้องอยู่แล้ว

 

 

ย๊ากกก เจ้าควอนซูนยองง!!!! << Lee Chan

 

 

 

 

 

 

 

[ soonyoung part] (ย้อนเวลากลับไปเมื่อที่ตื่นแล้ว)

 

 

อา...กี่โมงแล้วเนี่ยในตอนนั้นผมตื่นขึ้นมาแล้วก็ควานหาโทรศัพท์ตัวเองตอนนี้ก็เวลา 6:45 แล้ว แล้วทำไมห้องมันเงียบๆ จังวะ

 

ชานผมเรียกชื่ออีกคนแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับมาเลย หายไปไหนวะ

 

ชานโว้ยผมเรียกอีกครั้งแต่ก็ไร้เสียงตอบรับมาอีกเช่นเคย ผมเลยรีบลุกขึ้นนั่งแล้วมองไปยังรอบๆ ห้องก็ไม่เห็นวี่แววของเด็กคนนั้นเลย ผมเดินเข้าห้องนอนไปก็ไม่เห็นอีกคนพอเปิดประตูห้องน้ำก็ไม่เจออีก อะไรวะ หายไปไหน ผมเลยตัดสินใจลงลิฟต์มายังชั้นล่างแต่ลืมไปว่าโทรศัพท์ก็มีหนิแล้วทำไมไม่โทรวะ ผมคิดได้ดังนั้นเลยรีบหาชื่อของเจ้าเด็กคนนั้นแล้วก็กดโทรออกทันที

 

 

ตื้ด ตื้ด

 

 

รับดิวะ!

 

 

ครับ พี่ซูนยอง รับแล้วๆ เสียงแม่งใส

 

มึงอยู่ไหน

 

อยู่สวน มีอะไรป่าวพี่ถ้าไม่มีก็ไม่โทรไปหรอก

 

ยังจะถามอีกไม่สบายอยู่ไม่ใช่ไง แล้วจะออกไปทำไม

 

กะ..ก็อยากออกมาเดินเล่นอ่ะเดินเล่น? หวังว่าคงไม่ได้ใส่อิเสื้อสีขาวบางๆ นั่นกับเกงขาสั้นไปเดินหรอกนะ ถ้าเป็นจริงแม่งจะไม่ห่วงแล้ว

 

แล้วนี่ไปกับใครผมถามออกไปด้วยเสียงเรียบนิ่ง

 

ผมเอ่อ...มาคนเดียว แต่พี่ไม่ต้องห่วงนะผมกำลังจะกลับแล้ว ก็เพราะว่าคนเดียวนั่นแหละอิเด็กนี่ ทำไรไม่ห่วงตัวเองเลยเว้ย

 

เอ่อ..ขอโทษนะครับ ขอนั่งด้วยได้ไหมครับอ่าวๆ เสียงใครล่ะวะนั่น แต่..ทำไมมันคุ้นๆ จังวะ

 

อะ..อ๋อดะ..ได้ครับ เอ้า ให้มันนั่งอีก อิเด็กมารยาทดี อิเด็กหยิ่งไม่เป็น!

 

ใครผมเริ่มรู้สึกไม่ไหวใจกับผู้ชายคนเมื่อกี้ มัน...ไม่รู้ว่ะ รู้แค่ไม่ชอบ

 

ไม่รู้เออตอบดี

 

กลับมาที่ห้องเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่กลับมาตอนนี้เดี๋ยวกะ.. ผมยังไม่ทันที่จะพูดให้จบประโยคก็โดนอีกฝ่ายตัดสายไปซะก่อน ผมเลยกดโทรหาอีกครั้งแต่มันก็ปิดเครื่อง เห้ยไรวะ แม่งวิ่งไปหาก็ได้วะ

 

 

                   ทันทีที่ผมมาถึงสวนสาธารณะแห่งนี้ก็กวาดสายตาหาเจ้าเด็กนั่นทันที ผมเดินไปเรื่อยๆ ก็เห็นมีเด็กผู้ชายคนนึงที่ใส่เสื้อสีขาวผมผมมองไม่ค่อยเห็นว่าผมสีอะไรแต่ผมจำได้ว่าผมชานมันสีน้ำตาลเข้มแล้วก็กับผู้ชายที่ผมสีดำสนิทบวกกับเสื้อเชิ้ตสีขาวกำลังมองไปยังเจ้าเด็กคนนั้น ในที่สวนแห่งนี้ก็แทบจะไม่มีใครแล้วจะก็มีพวกผู้ใหญ่หรือพวกวัยรุ่นกำลังมาเดินเล่นกัน

ผมรีบเดินเร็วเข้าไปทางนั้นผมเห็นเด็กคนนั้นลุกขึ้นและมันใช่เลย เด็กคนนั้นคือชาน และก็มีไอผู้ชายคนนั้นลุกขึ้นตามมา...แต่เดี๋ยวนะ...นั่นมัน...ไอ้วอนอู? ผมไม่รอช้า ผมรีบเร่งสปีดข้อเท้าตัวเองแล้ววิ่งไปหาชานทันที

 

ป่ะ งั้นเดี๋ยวพี่ไปส่งนะ

 

ไม่ต้อง! กูพากลับได้!” ผมเอามือไปคว้าจับมือเล็กของชานไว้ก่อนมัน แล้วก็เอาชานมาไว้ข้างหลังตัวเอง ไอ้วอนอูนี่มัน...

 

พี่ซูนยองเสียงของเด็กคนข้างหลังผมเอ่ยชื่อผมออกมาแต่ผมก็ทำเป็นไม่ได้ยิน ตอนนี้สายตาของไอวอนอูมันดูไม่เปลี่ยนไปเลย ยังดูแข็งกร้าวเหมือนเดิม

 

หึวอนอูมันมองหน้าผมแล้วกระตุกปากและส่งเสียงหึออกมาในลำคอ ทำให้ความรู้สึกผมตอนนี้กำลังพุ่งปรี๊ดมาก แต่ก็เลือกที่จะเก็บอารมณ์ไว้ดีกว่า เพราะตรงนี้มันสาธารณะเกินไปผมยังไม่อยากมีเรื่อง

 

เป็นอะไรกับน้องของคนด้านหลังหรอครับ?” ไอวอนอูมันพูดออกมาด้วยสีหน้าและน้ำเสียงกวนๆ แม่งไม่เปลี่ยนไปจริงๆ ว่ะ

 

เอ่อ..พี่วอนอู นี่พี่ซูนยองนะพี่ชายผมเองชานเดินออกมาข้างๆ ระหว่างผมและมัน

 

แท้รึเปล่าครับชานวอนอูมันพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูอบอุ่น แต่สายตามันก็ยังจ้องมองมาที่ผมเหมือนเดิม

 

มะ..

 

ไม่เสือกนะ จอนวอนอู คราวนี้ผมเป็นฝ่ายตอบโต้กลับบ้าง แล้วก็แสยะยิ้มให้ดูท่ามันน่าจะหัวเสียอยู่นะ ดูสิดวงตานี่สั่นเลยอ่ะ

 

เอ่อ..พี่วอนอูผมขอตัวกลับก่อนนะ ผมเริ่มอยากเข้าห้องน้ำแล้วอ่ะ ชานพูดเสร็จมันก็เดินมาจับแขนผมแล้วก็พาผมเดินออกไป ผมเลยเปลี่ยนสายตามองมาทางร่างเล็กแบบไม่เลิกวาง ผมมองดูแผ่นหลังของเจ้าเด็กคนนี้ทำไมรู้สึกว่าเสื้อมันบางกว่าเก่าวะ หรือรู้สึกไปเอง ช่างมันตอนนี้แค่ผมเห็นคนตรงหน้าปลอดภัยผมก็โอเคแล้ว แต่จะไม่โอเคก็อิชุดนี้นี่แหละ แม่งผมก็ไม่เข้าใจตัวเองนะว่าทำไม ก็ใช่ว่าจะไม่เคยไม่เห็นใครใส่แบบนี้มันก็ต้องเห็นนั่นแหละ ไอจีฮุนมันก็ใส่เวลาอยู่บ้านมันแต่ผมก็ไม่ได้รู้สึกอะไรแบบนี้มาก่อนเลย อาจจะมีบางอารมณ์ที่รู้สึกกินไอจี้มันแต่ถ้าให้ผมล้มเลิกความคิดนั่นผมก็ทำมันได้ แต่ผิดกับชาน ทำไมมันรู้สึกต่างกัน

 

โว้ยยยยย!! ซูนยองนั่นน้องมึง!!

 

 

รู้จักกับมันได้ไงผมตัดสินใจหยุดเดินตรงหน้าซอกซอยเล็กๆ ที่ไม่มีใครอยู่ แล้วก็ถามคนตรงหน้า

 

กะ..ก็พี่วอนอูขอมานั่งด้วย แล้วก็รู้จักกัน พี่วอนอูงั้นหรอ หึ

 

บอกแล้วใช่ไหม อย่าใส่เสื้อตัวนี้ออกมาข้างนอก มันบางอ่ะมึงไม่เห็นบ้างหรอผมพูดแล้วก็ไล่ตามองไปที่ชาน แต่ชานมันก็เอาแต่ก้มหน้า ผมเองก็ไม่เคยโกรธจริงจังใส่ชานเลยนะ นี่เป็นครั้งแรก

 

น้องชานขอโทษ..น้องชานลืม..น้องชาน? เห้ยหูฝาดป่าววะ นี่ครั้งแรกที่ชานพูดแทนชื่อตัวเองแล้วก็มีน้องนำหน้านะ น่ารักว่ะ สงสัยต้องแกล้งโกรธจริงจังให้มากๆ สินะ แต่ตอนนี้เสียงของชานพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆ เหมือนเสียงคนจะร้อง ผมเลยมองหน้าชานแล้วก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

 

มึงก็อย่าทำให้กูเป็นห่วงดิวะผมพูดออกไปแล้วก็เดินเข้าไปหาชานหนึ่งก้าว แล้วก็ดึงชานเข้ามากอดปลอบ แล้วก็ลูบหัวไปเบาๆ คนตรงหน้าถึงส่วนสูงจะห่างจากผมไม่มากแต่พอกอดแล้วเข้าก็จมในหน้าอกของผมอยู่ดี

เอาจริงๆ ผมก็ไม่ได้โกรธอะไรชานมากมายหรอก แค่แบบ...หวงมั้ง

 

พี่ซูนยองเป็นห่วงชานหรอเสียงอู้อี้เล็กๆ ที่ดังออกมาจากหน้าอกของผม ผมยังลูบหัวชานอยู่อย่างนั้นแล้วก็กำชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นกว่าเดิม จมูกสันโด่งของผมตอนนี้ก็อยู่ในแถวๆ ซอกคอขาวๆ ของร่างเล็ก ผมไม่ได้ตั้งใจนะแต่จมูกผมมันจดกับซอกคอขาวๆ ของชานจริงๆ ผมแลยอดไม่ได้ที่จะไม่อดสูดดมกลิ่นหอมๆ หวานๆ นั่น ชานเป็นคนไม่ใช้น้ำหอมแต่มันหอมก็มักจะหอมออกมาอยู่เสมอ จู่ๆ ผมก็นึกอยากเป็นเจ้าของเด็กคนนี้ ไม่อยากให้ใครเข้ามายุ่งด้วย ผมเลยกดจูบค้างลงไปที่ซอกคอขาวนั่น โดยที่อีกคนก็ไม่ได้ดิ้นหรือขัดขืนเลย

 

ทำไมจู่ๆ ถึงรู้สึกแบบนั้นขึ้นมาล่ะวะ

 

นอกจากจีฮุนก็มีชานนี่แหละที่ผมรู้สึกแบบนี้ แต่มันมากกว่านั้น

 

 

                 ผมรู้สึกกับชานมากว่าจีฮุนอยู่ ชานน่ะผมอยากดูแล อยากคอยอยู่ใกล้ๆ รู้สึกอยากปกป้อง ไม่อยากให้จากไปไหน ส่วนกับไอจีฮุนมันผมบอกเลยนะผมน่ะชอบจีฮุนก่อนที่จะมีเด็กคนนี้เข้ามาในชีวิตผมซะอีก จนมาเริ่มช่วงหลังๆ ที่ผมพอรู้ว่าตัวเองรู้สึกเฉยๆ กับจีฮุนไปบ้าง มีใจเต้นแรงบ้างเป็นบางครั้งแต่ก็ไม่ได้รู้สึกดีใจจนกรีดร้องโวยวายในใจขนาดนั้นแล้ว กับเด็กคนนี้ผมก็ไม่ได้ใจเต้นแรงอะไรมากนะ อาจจะเพราะว่าเมื่อก่อนผมไม่ได้คิดที่จะสนใจอีกคนเลย

 

 

                  จนกระทั่งมาวันไหนก็ไม่รู้ ผมดันมาเป็นห่วงเจ้าเด็กนี่จนได้ ผมไม่รู้ว่าสังเกตน้องมันไปตั้งแต่ตอนไหน แต่ผมรู้หมดว่าใครเคยเข้ามาจีบเด็กนี่บ้าง ใช่ว่าตอนนี้จะไม่มีมันก็มีอ่ะแหละ แต่เพราะว่าผมเป็นพี่ชายชานไงเลยใช้สิทธิ์ตรงนี้เดินเข้าไปกอดคอชานแล้วก็แกล้งมัน ผมไม่ได้พูดอะไรกับคนพวกนั้นนะ แค่แบบบางทีเล่นๆ กันผมก็หันไปมองสบตาพวกนั้นบ้าง แล้วจู่ๆ ก้มหน้ากันไปเลย ถามว่าหวงไหมมันก็หวงอ่ะ แถมไอเด็กนี่มันก็เฟรนลี่เกิ๊นน จะไม่ให้หวงได้ไงล่ะครับ

 

อืม..อย่าหายไปไหนอีกนะผมผละจูบจากซอกคอขาวนั่นก่อนจะไปกระซิบที่หูของน้องมันเบาๆ แล้วปากผมก็ไปโดนกับหูน้องมันด้วย น้องมันก็เลยผลักผมออกแล้วก็ทำเป็นมองไปทางอื่น

 

อะ..เอ่อ ผมปวดฉี่อ่ะ ผมกลับห้องก่อนนะ เด็กตรงหน้ามันพูดแล้วก็มองไปอีกทาง คือกูอยู่ทางนี้นะชาน..มึงมองอะไรวะ ผมเด็กนี่บอกผมเสร็จแล้วก็วิ่งไปเลย ผมยิ่งเห็นก็เลยหัวเราะกับตัวเองเบาๆ

 

ฮ่าๆ หน้าแดงชะมัด จริงๆ นะหน้าน้องมันตอนที่ออกมาจากกอดผมอ่ะ หน้าแดงมากๆ เลยอ่ะยิ่งหูนะยิ่งโคตรแดง อะไรมันจะน่ารักขนาดนี้วะ แล้วผมก็เดินตามรอยวิ่งของชานไปแบบรีบร้อนเพราะหออยู่แค่ตรงหน้าแล้ว และเดี๋ยวอีกอย่างยังไงผมก็ต้องเจอน้องที่ห้องอยู่แล้ว ค่อยแกล้งต่อก็ได้






TalK : วอนอู? วอนอูเป็นคร๊ายยยย ทำไมสองคนนี้รู้จักกันก่อนแล้วด้วยล่ะ //มีใครงงตรงไหนบ้างไหมคะ ไรท์พยายามแต่งเรื่องให้มันต่อๆ กันนะเพราะไรท์ลืมพล็อตหมดเลย555555555 เลยมานึกเอาใหม่สดๆ เลยค่ะ แล้วก็พยายามมาลงให้ยาวกว่านี้นะ ยังไงก็ฝากคอมเม้นก็ต่อด้วยนะคะ ว่าเป็นยังไงกันบ้าง ส่วนคอมเม้นทุกคอมเม้นก่อนหน้านี้ไรท์อ่านทุกอันเลย อ่านไปก็ยิ้มไป ฮืออขอบคุณมากๆ นะคะที่ติดตามเรื่องของไรท์รวมถึงเรื่องใหม่ด้วย เย่ๆ ดีใจมากๆ เลยค่ะ ขอบคุณที่ให้กำลังใจนะคะเราจะมาต่อเรื่อยๆ ค่าา ^^



"ฝากเม้นต่อด้วยนะคะ55555555 รักน้าาา รักรีดเดอร์ที่สุดเล้ยยย"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

51 ความคิดเห็น

  1. #42 Ooo~ Ray~ooO (@lekpanut) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 02:14
    โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ชอบตอนนี้อ่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา พี่ซูนหวงชานมากกกกกกกกกกกกก อยากให้มีอีก พี่ซูนจะได้รู้ความรู้สึกที่มีต่อชานมากขึ้นไปอีก อีกประเด็นพี่วอนอูกับพี่ซูนรู้จักกันมาก่อนเหรอออ มีเรื่องแน่ๆๆๆๆ แล้วก็ขอบคุณไรท์ที่มาอัพต่อให้นะคะ ชอบเรื่องมากกกกกกกก นั่งรอทุกวันว่าไรท์จะอัพตอนใหม่ยัง สู้ๆค่ะ เป็นกำลังใจให้ ^^
    #42
    0
  2. #41 beyourfangirl (@beyourfangirl) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 01:24
    อมก น้องชานเรียกตัวเองว่าน้องชานแล้วใจพรี่อ่อนยวบเลยจ้าาาาา น่ารักมาก ยอมแล้ว หนูจะเอาอะไรลูก พรี่จะหามาให้หมดเลย ฮื่ออออ วอนอูคือใคร น่าสงสัยมาก ร้ายใช่มั้ย เจ้าซุนสู้ๆนะ รู้ใจตัวเองได้แล้ว
    #41
    0