SEVENTEEN : Can I say for something? #SoonChan

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 121
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    14 มี.ค. 60

Chapter 6

 

[ soonyoung part ]

 

                              เมื่อช่วงเช้าผมได้เรียนไปครึ่งวัน ผมคิดว่าชานคงกลับไปที่หอแปปเดียวแล้วก็กลับมาโรงเรียนแล้วก็ได้ ก็เลยไม่ได้โทรไปหรือส่งข้อความเช็คเลย พอหมดเวลาคาบแรก ผมก็ลุกขึ้นเดินลงไปชั้นล่างอีกชั้นแล้วมุ่งตรงไปที่ห้องของชานที่เรียนอยู่ แต่ผมกลับไม่พบเจ้าตัวเลย เลยเดินเข้าไปในห้องมุ่งตรงไปที่โต๊ะประจำของชานทันที ผมก็กลับไม่เห็นกระเป๋ษของชานอีกด้วย อะไรกันนี่ยังมาไม่ถึงอีกรึไง ซึงกวานที่เห็นผมเดินเข้ามาก็ทักทายผมตามปกติ ผมเลยถามออกไปว่าชานอยู่ไหน เด็กคนนั้นก็บอกชานไม่สบายหนิ แล้วก็ถามต่ออีกว่า แล้วพี่ไม่ได้รู้หรอ ผมเลยส่ายหน้าเป็นคำตอบ

                                                 

 

ไหนบอกว่าไปเอางานไง แต่แล้วทำไมบอกกับอีกคนว่าไม่สบาย? อะไรของไอเด็กนี่กันวะ

 

 

                         ผมไม่รอช้า ผมรีบวิ่งออกไปขึ้นไปชั้นบน เก็บกระเป๋าหนังสือแล้วก็วิ่งออกมาโดยที่เพื่อนของผมไม่รู้ซักคน เพราะหายหัวกันไปไหนก็ไม่รู้ ผมวิ่งไปที่ประตูหน้าโรงเรียนแล้วก็รายงานกับยามก่อนทันทีว่าจะกลับบ้านก่อน เขาก็ปล่อยเป็นว่าง่าย

 

 

                      ผมนั่งรกมาจนถึงป้ายที่ผมต้องลงแล้ว ผมก็ยิ่งรีบวิ่ง 4x100 เลย ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องรีบขนาดนี้แต่ผมรับรู้ถึงความรู้สึกของผมได้ว่ากำลังรู้สึกอย่างไร ผมเป็นห่วงชาน ใช่ผมเป็นห่วง เล่นไม่บอกไม่กล่าวกันซะแบบนี้แถมยิ่งไม่สบายอีก มันน่าโดนไหมล่ะ

 

 

 

[ หอ SC ]

 

 

 

                         ทันทีที่ผมมาถึงห้องแล้วก็รีบไขกุญแจเข้าไปแล้วชายตามองหาชานไปทั่ว เลยเดินเข้าไปในห้องนอนก็เห็นชานกำลังหลับอยู่ที่เตียงนุ่ม เห็นอย่างนั้นผมเลยถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เลย

 

 

แล้วทำไมต้องทำให้เป็นห่วงขนาดนี้วะ

 

 

                           ผมนำร่างของตนไปนั่งมองร่างเล็กที่กำลังหลับพริ้มอยู่อย่างนั้น แต่ทำไมที่หางตาถึงมีรอยคราบเหมือนน้ำตาล่ะ คงไม่ได้ร้องหรอกใช่ไหม แต่ว่านะเด็กคนนี้เป็นคนหน้าสวย หน้าสวยมาก ผิวขาวๆ ตาเล็กๆ จมูกสันโด่งหน่อยๆ ปากเรียวอมชมพู แถมเสียงก็หวานอีก รวมๆ แล้วเด็กคนนี้มันน่ารักนะครับ ก็ยอมรับว่ามีหวงบ้างเวลาที่ผู้ชายคนอื่นมันมาคุยกับน้อง สายตามันไม่ได้มองไปที่ตาน้องมันหนิครับ มันมองที่ปาก! ผู้รู้เพราะผมเห็นแถมผมก็มักจะเป็นแบบนั้นเสมอ ทำไมจะไม่รู้ว่าไอพวกผู้ชายแบบนั้นมันต้องการอะไร แต่ก็ยกเว้นไอฮ่าวมันนะ ก็ไม่ใช่ไม่หวงอ่ะแต่ผมรู้ว่าไอฮ่าวมันคงแค่นึกเอ็นดูน้องผมจริงๆ คงไม่ได้พิศวสน้องชายผมแบบไอพวกนั้นหรอก หึไม่ว่าจะรุ่นน้อง รุ้นพี่หรือเพื่อน ชานมันก็คุยได้หมดแหละ ไอเด็กอัธยาศัยดี ไอเด็กเฟรนลี่ ไอเด็กพูดมาก ไอเด็กหน้าสวย ไอเด็กน่ารัก โว้ยยยพอเหอะ ยิ่งมองยิ่งนึกก็ยิ่งบ้าแล้ว

 

 

                         ผมจัดการอุ้มชานให้นอนในท่าดีๆ ส่วนผมเองก็ลงไปนอนกับน้องด้วย ผมจับผ้าห่มที่อยู่ปลายเตียงมาห่มให้น้องและผม ผมเอาแขนไปวางรองหัวชานแล้วก็หันไปทางชาน แล้วก็กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ปกติผมไม่เคยนอนกอดน้องมันนะ แต่ก็นี่ครั้งแรกล่ะวะ ที่จู่ๆ ก็รู้สึกอยากกอดคนตรงหน้าไม่อยากให้ไปไหน ผมมองหน้าไปที่เปลือกตาร่างบางอยู่อย่างนั้น ตามมาด้วยจมูกและจบด้วยที่ปากอมชมพูนั่น ทำไมตอนนี้จู่ๆ ผมก็รู้สึกอย่างลองชิมรสชาติปากของเด็กคนนี้จัง แต่ผมต้องยับยั้งความคิดนี้ไว้ เพราะผมทำไม่ได้ เพราะจู่ๆ หน้าจีฮุนมันก็ลอยขึ้นมาผมเลยสะบัดหัวเป็นเชิงไล่ความคิดนั่นไป ผมเลยตัดสินใจหลับเลยดีกว่า จะได้ไม่ฟุ้งซ่านและไม่จินตนาการไปไกลด้วย

 

 

แต่เด็กคนนี้มันแปลกๆ นะครับ

 

 

ยิ่งนับวันผมก็รู้สึกแปลกๆ กับเจ้าเด็กคนนี้ บ้าจริง

 

 

                           ผมหลับไปได้ซักแป๊ปก็รู้สึกตัวลืมตาขึ้นมา ก็ยังเห็นเด็กน้อยคนนี้ยังหลับพริ้มอยู่ ผมยกยิ้มขึ้นมาก่อนจะเอานิ้วที่สากนิดหน่อยของผมไปแตะที่จมูกของอีกคนอย่างเบาๆ ผมมองดูนาฬิกาที่ข้อมือตัวเองก็เห็นว่าเกือบจะเที่ยงแล้ว ยัยเด็กคนนี้ถ้าตื่นมาคงต้องหิวแน่ๆ งั้นลุกขึ้นไปซื้อข้าวมาดีกว่า ผมเอาแขนออกอย่างช้าๆ แล้วเอาหมอนอีกใบมาหนุนให้ชานนอนแทนมันดูอ่อนโยนใช่ไหมล่ะครับ

 

 

 

...อืม

 

ชานน่ะคนแรกเลยนะ ที่ผมทำแบบนี้ให้...

 

 

 

 

                              พอผมลงไปหาซื้อข้าวอะไรเสร็จก็จัดการเทใส่ในจานทันที ตอนนี้ผมรู้สึกว่ากำลังมีคนมองผมอยู่แหละ อืมจริงด้วย เจ้าชานมันตื่นแล้วหนิ ผมไล่กวาดสายตามองใบหน้าสวยของชานที่จ้องมายังผม สภาพมันตอนเพิ่งตื่นนี่น่าฟัดชะมัด

 

 

เอ๊ะเดี๋ยว น่าฟัดไรวะ โว้ยยยยยยย ออกไปขากความคิดกูเดี๋ยวเน้!!

 

 

อ้าววไง ตื่นแล้วหรอ ไม่สบายก็ไม่บอกนะ ผมเลือที่จะถามแบบนั้นออกไปเพื่อที่จะยับยั้งความคิดตัวเอง

 

หะ..ห้ะ อะ..อ๋ออ ก็ไม่รู้อ่ะแหะๆ คนไรไม่รู้ว่าตัวเองไม่สบายแต่กลับโทรบอกซึงกวานว่าไม่สบายวะ (งงไหม55555)

 

วันหลังต้องบอกฉันด้วย เข้าใจไหม ผมพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

ครับ มันตอบรับแล้วก็เดินไปหยิบแก้วมาหนึ่งใบ แล้วก็จัดการรินน้ำในเหยือกให้ตัวเอง

 

ต้องบอกฉันเป็นคนแรก

 

ทำไมต้องคนแรก อ่าววว

 

ก็ถ้าฉันเป็นคนสำคัญ นายก็ต้องบอกฉันคนแรกสิ

 

เหอะ พี่หลงตัวเองไปละ อ้าววไอเด็กนี่

 

ไม่รู้แหละ มา กินกันได้แล้วหิวไม่ใช่ไง เห็นท้องร้องบ่อยนะเรา

 

พี่รู้ได้ไง โหกูนอนกอดกับมึงขนาดนั้นห้องก็เงียบ แค่จับท้องนิดหน่อยท้องมึงก็สั่นแล้วชานน

 

ก ก็เดาอ่ะ กินได้แล้ว แถต่อไปๆ อย่าให้น้องมันรู้ -.-

 

ทำไมพี่แปลกๆ

 

แปลกยังไง

 

ไม่พูดมึงกูกับผมแล้วหรอ

 

ก ก็แล้วทำไม หรือจะให้ฉันกลับไปพูดแบบนั้นอีกอ่ะ ก็ว่าจะลองปรับตัวแล้วนะ ถามทำไมเนี่ย

 

อะไรของพี่เนี่ยย ผมก็แค่สงสัยเอง

 

กินข้าวเลยๆ

 

แล้วพี่ไม่มีเรียนหรอ

 

เด็กนี่ถามมากจริง กินไปเถอะหน่า ผมบอกปัดๆ ไป เดินไปล้างมือในอ่างล้างจาน

 

พี่จะไปเรียนอีกไหมอ่ะ วันนี้เลิกบ่ายสามตอนนี้ก็...บ่ายโมงครึ่งแล้ว เออไม่ไปดีกว่า

 

กินไปก่อนเถอะหน่า เดี๋ยวค่อยคุยกัน ยาวางไว้ตรงนี้ผมวางยา 1 เม็ดในแก้วใบเล็กๆ วางมันไว้บนโต๊ะที่ชานกินข้าว แล้วก็เดินมุ่งไปที่ห้องน้ำทันที พอผมปิดประตูผมก็รู้สึกมีคำถามที่ชานถามมาเข้ามาอยู่ในหัว

 

ไม่พูดมึงกูกับผมแล้วหรอ

 

ทำไมงั้นหรอ...ไม่มีเหตุผลว่ะชาน อาจจะเป็นเพราะ...มึงมั้ง....

 

 

 

 

 

 

[ Chan Part ]

 

                          เวลาผ่านไปประมาณ 15 นาทีผมก็จัดการกินข้าวเสร็จแล้วตามกินยาตามที่พี่ซูนยองตั้งไว้ให้ ผมว่ามันชักจะแปลกๆ นะ ปกติพี่ซูนสนใจผมซะที่ไหนล่ะ วันนี้พี่จีฮุนก็ไปโรงเรียนไม่ใช่หรอ เพราะรู้สึกเหมือนเห็นแว๊บๆ ตรงทางฝั่งตรงข้าม ในตอนที่พวกผมกำลังลงจากรถ แล้วทำไมถึงมาหาผมอ่ะ ติดพี่จีฮุนไม่ใช่หรอไงแล้วมาหาผมทำไมวะ ว่าจะขออยู่เงียบๆ คนเดียว ไหงดันมีอิตาพี่บ้านี่มาด้วยอ้ะ

 

                          ผมลุกขึ้นเก็บจาน แล้วก็ล้างจานทำความสะอาดเรียบร้อยก็เดินไปนั่งเล่นเปิดทีวีที่ห้องนั่งเล่น ผมนั่งดูรายการในทีวีไปได้ไม่นานพี่ซูนยองก็ออกมาพร้อมกับเปลี่ยนเสื้อและกางเกงเป็นเสื้อผ้าที่ใส่อยู่บ้าน  คงไม่ไปเรียนแล้วสินะ แล้วทำไมไม่ไปเรียนวะ

 

เอ่อ..พี่ไม่ไปเรียนหรอผมถามอีกคนที่เข้ามานั่งข้างๆ ผม

 

เห็นชุดไหมล่ะ จะให้ไปเรียนชุดนี้หรอถามดีๆ ไหมวะชอบชวนทะเลาะจริง

 

แล้วทำไมไม่เรียน แล้วรู้ได้ไงว่าผมไม่สบายเรื่องนี้มีแค่ซึงกวานที่รู้ และอาจจะมีไอน่อนด้วย

 

ก็ไม่เห็นมึง กูเลยไปถามซึงกวาน ซึงกวานก็บอกมึงไม่สบาย แค่นั้น เป็นคำสรรพนามไวชิ-หา-

 

ผมก็ไม่ได้เป็นอะไรมากซักหน่อย ถ้าพี่ไปมันก็ยังทันนะ ไม่เห็นต้องมาห่วงผมเลย

 

ใครห่วงมึง กูก็ขี้เกียจเรียนวันนี้เหมือนกัน

 

อ่า..พอเจอคำตอบนี้เข้าไปผมก็ไปไม่ถูกเลยครับ โอเค้ ผมเข้าข้างตัวเองมากไปสินะ โอเคๆ ขี้เกียจก็ขี้เกียจ ผมกำลังจะลุกขึ้นไปเปลี่ยนชุด จู่ๆ ผมก็โดนมือของอีกคนมาจับที่ข้อมือผมไว้ ใจผมตอนนี้มันเต้นแรงมากๆ เลยอ่ะ มาจับทำไมวะะะะ ฮืออออออ

 

ไปไหน ฝากเอาขนมให้ด้วยดิ

 

ไปเปลี่ยนชุด.. เอ่อ... คือที่จับไว้นี่แค่เพื่อบอกแค่นี้หรออ!! ตะโกนบอกแบบปกติก็ได้ไหมวะะะ ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมใจเต้นแรงหนักกว่าเดิมอีก...

 

 

 

ไอพี่บ้า T/////T

 

 

 

                     ผมเดินออกมาจากห้องนอนด้วยความที่ผมชอบใส่เสื้อผ้าสบายๆ เลยใส่แค่เสื้อสีขาวแล้วก็กางเกงขาสั้น ผมเดินไปหยิบขนมตามที่พี่ซูนมันบอก เอาไปแค่ 2 ถุงก็ได้มั้ง

 

อะผมยื่นถุงขนมหนึ่งซองไปให้กับอีกคน แล้วก็นั่งขัดสมาธิข้างๆ อีกคนแล้วก็เอาหมอนมาวางไว้ที่หน้าตัก แต่คนข้างๆ ผมนี่สิคือตอนนี้เขามองผมตั้งแต่หน้าผมแล้วก็ไล่ลงมาเรื่อยๆ แต่ไม่เห็นขาเพราะผมปิดขาไว้ แล้วคือ..จะมองทำไมครับ

 

นึกไงใส่ตัวนี้

 

ผมก็ใส่แบบนี้ตั้งนานแล้วนะ

 

อย่ามา มึงไม่ค่อยใส่ตัวนี้ เอ้า พี่คนนี้นี่

 

ก็เสื้อส่งซักหมดเลยอ่ะ จะให้ผมเอาตัวไหนมาใส่ล่ะผมบอกไปพร้อมกับทำปากยื่นๆ แล้วทำไมวะ ทำไมจะใส่ตัวนี้ไม่ได้

 

กูให้มึงใส่แค่ในห้องพอ ห้ามใส่ออกไปข้างนอกเด็ดขาด เข้าใจไหม อีกคนพูดดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง คือ..ผมทำไรผิดวะ ก็แค่เสื้อสีขาวไหมอ่ะ

 

ทำไม

 

ไม่ต้องถามเอ้าถ้าไม่ติดว่าผมยังให้เกียรติ ยังเคารพพี่มันอยู่นะ ผมว่าผมลุกขึ้นแล้วชี้หน้าแล้วแหละ

 

ไม่มีเหตุผล

 

จำเป็น?”

 

งั้นผมก็จะใส่

 

แล้วแต่เอ้า ทำไมง่ายงี้อ่ะ โอ้ยยยสับสนโว้ยยยย  อีกคนก็ไม่สนใจอะไรเลยหันกลับไปดูทีวีต่อแล้วก็ปล่อยให้ผมมองหน้าอีกคนแล้วก็กรีดร้องในใจอยู่คนเดียว

 

 

 

มองหน้าทำไม หน้ากูเหมือนคนที่มึงชอบหรอ อึก.... พอได้ยินคำนี้ผมก็รีบหันหน้ากลับทันที ก้อนเนื้อที่อยู่ข้างซ้ายมันก็เริ่มทำงานเร็วๆ ถี่ๆ เพิ่มขึ้นอีกแล้ว อะไรกัน

 

 

เหอะผมเบะปากใส่ไปอย่างนั้นแหละ ทั้งๆ ที่ความจริง....

 

 

เออใช่ เพิ่งรู้หรอ หน้าเหมือน เหมือนมาก จบไหมครับ!!!!

 

 

 

                      ผมก็ทำได้แค่พูดตะโกนในใจนั่นแหละ ถึงแม้ว่าความจริงจะอยากตะโกนใส่คนตรงหน้าไปมากแค่ไหนยังไงก็ต้องเก็บอาการเข้าไว้ แล้วก็ทำเป็นดูทีวีกินขนมไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมรู้สึกได้ว่ากำลังโดนอีกคนมองแต่ผมก็ไม่หันไปหรอก ถึงหันไปหัวใจได้วายกันพอดี แค่นี้ใจมันก็แทบจะออกมาเต้นข้างนอกอยู่แล้ว

 

 

หึ









: ซูนยองเปลี๊ยนไป๋ น้องชานหนูต้องใจเย็นๆ นะลูก5555555555

Talk : ไรท์กลับมาแล้วคร่าา แหร่ๆ หายไปเป็นเดือนอีกแล้วเลาขอโทษ .__. เลาเพิ่งจะมีเวลาว่างเองไปเคลียงานของโรงเรียนมา คิดถึงรีดเดอร์ที่น่ารักทุกคนจังเลยยยย ช่วงนี้ปิดเทอมไปยาวๆ จะพยายามมาอัพบ่อยๆ นะคะ ^^ 


** ฝากเม้นกันด้วยน้าา ตรงไหนใช้คำหรือสำนวนผิดยังไงก็มาบอกได้นะคะ เราจะปรับปรุงแก้ไข **


ปล. ตอนนี้ไรท์แอบไปเปิดเรื่องใหม่มาด้วยค่ะ ( . . ) เป็นออลชาน เรื่องนี้เป็นฟิคใสๆ (?) ความหื่นกามแทบไม่มี (?) 5555555 ยังไงก็ฝากด้วยทั้งสองเรื่องเลยนะคะ เรื่องที่เป็นของออลชานกำลังจะลงตอนที่ 1 ภายในวันนี้ไม่ก็พรุ่งนี้นะคะ ^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

51 ความคิดเห็น

  1. #40 Ooo~ Ray~ooO (@lekpanut) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 02:09
    โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย พี่ซูนนนนนนนนนนนนนนนนนน เป็นห่วงก็บอกว่าเป็นห่วงสิคะ และอยากเห็นพี่ซูนหึงชาน หวงชาน มากๆๆๆๆๆๆๆๆ เวลามีคนมาจีบชาน แค่คิดก็ยิ้มล่ะ และสุดท้ายขอบคุณไรท์ที่มาอัพให้นะคะ จะรออ่านตอนต่อไปแล้วก็อีกเรื่องด้วยนะคะ ออลชาน อ่านแล้วชานน่ารักกกกกกกกกกกก
    #40
    0
  2. #39 beyourfangirl (@beyourfangirl) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 18:00
    โอ้ยยยยย ไม่ไหวแล้ววววว เขินนนนนนน พิซุนอยากฟัดน้องก็ฟัดได้เลยค่าาาาา เรารออ่านอยู่ 555555 ส่วนน้องชายก็น่ารักกก หนูดื้อเยอะๆเลย อิพี่ชอบพูดจาไม่ดีใส่หนูนัก หนูก็ดื้อเยอะๆเลย ใส่เสื้อขาวบางๆเกงขาสั้นไปข้างนอกเลย งื่อออ ดูซิ อิพิซุนจะมีรีแอคชั่นยังไงบ้าง 55555 แค่คิดก็สนุกแล้ว
    #39
    0
  3. วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 10:09
    พี่ซูน เป็นห่วงก็บอกว่าเป็นห่วงดิวะ-3-
    #38
    0