SEVENTEEN : Can I say for something? #SoonChan

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 124
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    14 มี.ค. 60

Chapter 5

 

 

                              เริ่มกับเช้าวันใหม่ อากาศก็สดใสปกติดี แต่ยกเว้นอีชานนี่แหละ สภาพเขาดูเหมือนหมีแพนด้าสุดๆ เพราะตั้งแต่เมื่อคืนกว่าเขาจะได้นอนก็ปาไปตีสามกว่าๆ ได้ เพราะเขาเอาแต่คิดว่าพรุ่งนี้จะทำตัวยังไงดี จะมองหน้าพี่เขาติดไหมนะ แล้วพี่เขาจะตีตัวออกห่างรึเปล่า สารพัดความคิดที่โผล่เข้ามาในหัวเขาตอนนั้น เขาก็เลยถูกปลุกขึ้นมาโดยนาฬิกาอันแสนรักที่แทบจะปาทิ้งทุกครั้งในเวลาเช้า

 

                               อีชานหันไปมองเตียงข้างๆ ก็กลับพบว่ายังเห็ยซูนยองหลับอยู่คนตัวเล็กที่นึกถึงเรื่องเมื่อคืนก็เบิกตาโตแล้วรีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำจัดการกับตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้วออกมาจากห้องน้ำแบบเงียบๆ

 

 

ไม่ได้นะ เราจะไปโรงเรียนพร้อมพี่ซูนไม่ได้ ไม่งั้นใจได้เต้นแรงจนช็อคเข้าโรงพยาบาลแน่ๆ TT

 

 

ต้องรีบจัดการตัวเองซะละ

 

 

                              เวลาผ่านไปสักพักคนร่างเล็กก็แต่งตัวเสร็จแล้วก็หันกลับมาเพื่อที่จะไปหยิบนมออกมาจากตู้เย็นแต่ก็ต้องสะดุดตาไปที่เตียงของตวเอง ที่เห็นผ้าห่มถูกพับเรียบร้อย คนตัวเล็กขมวดคิ้วแล้วเงยหน้ามองตรงไปเตียงอีกฝั่งก็เห็นซูนยองลืมตาอยู่ ตาใสปิ๊งเลย แถมยังมองหน้าชานด้วยสายตานิ่งๆ อีก ทำเอาคนตัวเล็กเริ่มคิดไปไกลอีกละ

 

ไอ้เชี่ยยย ตื่นตอนไหนวะ

 

 

แล้วว.. ที่กูแต่งตัวไปเมื่อกี้พี่เขาก็เห็นหมดอ่ะดิ...

 

 

อ๊ากกกกกกกก แล้วกูจะเอาตัวไปมุดที่ไหนวะ

 

 

โอ้ยยยยย อายเว่ยยยยย

 

 

                                 ไม่ใช่ว่าที่ผ่านไม่เคยแต่งข้างนอกนะแต่..ตอนนั้นไอ้พี่ซูนหลับจริงๆ นี่หรือไม่ก็ปลุกให้ลุกขึ้นไปอาบน้ำ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอย่างที่สองมากกว่า แต่นี่..ลืมตาตอนไหน แล้วทันเห็นตูดน้อยผมมั้ย

 

 

ตื่นแล้วพับผ้าห่มมั่งดิพี่ซูนพูดออกเสียงภายในใต้ผ้าห่มนั่น ถึงจะเป็นเสียงอู้อี้แต่ก็พอทำให้ผมพอแปลออกได้

 

ค..ครับ

 

แล้วก็วันหลังนะ ถ้าจะแต่งตัวที่บ้านอื่นอ่ะต้องเช็คดูดีๆ ด้วยรู้ป่าวว่าเขาหลับจริงหรือแกล้งหลับ หรือจะให้ดีไปแต่งในห้องน้ำซะเชี่ยยย...จริงๆ ด้วย

 

งั้นพี่ก็..

 

เออ เห็นหมดละ ตูดก็ดำคนอะไรไม่รู้พี่ซูนยองพูดเสร็จก็ลุกขึ้นนั่งแล้วพับผ้าห่ม และลุกขึ้นเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ แต่ก่อนที่คนพี่จะเข้าห้องน้ำก็เอามือมาตบที่แก้มน้องเบาๆ แล้วเดินเข้าไป ปล่อยให้อีชานยืนอึ้งอยู่นานสองนาน

 

 

ไอ้คำพูดเมื่อกี้มัน...

 

 

กรี้ดดดดดดดด กล้าดียังไงมาว่าตูดน้องชานดำวะ

 

 

อยากจะกรี๊ดให้ห้องแตกจริงๆ! ฮึ่ย!

จริงๆ นะนี่ไม่มีใครได้เคยเห็นตูดน้อยๆ ของผมเลยแม้แต่เพื่อนก็เหอะ แต่ก็นอกจากแม่และพ่อ..แต่นี่..

 

 

 

ไม่ได้การละ ยิ่งเป็นแบบนี้ก็ยิ่งอายอีก โว๊ะ! นี่ยังมีอะไรให้อายอีกมะ!” คนตัวเล็กพูดบ่นออกมามันก็เสียงดังพอที่จะทำให้คนในห้องน้ำได้ยินคำพูดนี้ ซูนยองที่ยืนพิงประตูก็ได้แต่ยืนขำ  แล้วก้พูดกับตัวเองว่า

 

ไอเด็กบ๊องเอ๊ยยยหลังจากนั้นซูนยองก็เดินไปอาบน้ำอย่างสบายตัวพร้อมกับฮัมเพลงไปด้วย ส่วนคนฝั่งด้านนอกก็หยิบนมออกแล้วเทใส่แก้ว แล้วกินไปอึกๆ จนหมดแก้ว พร้อมกับไปหยิบขนมมาแล้วทาแยมลงบนขนมปังโดยที่ไม่ลืมจะทำให้ซูนยองด้วย

 

                                 ซูนยองที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จก็เดินออกมาปิดประตูห้องนอนแล้วก็จัดการแต่งตัวตัวเองให้เรียบร้อย หลังจากนั้นเวลาผ่านไปไม่นานเขาก้เปิดประตูออกมาแล้วเดินออกมานั่งตรงข้ามกับอีชาน คนน้องเอาแต่กินๆ โดยไม่สนคนตรงหน้าเลย ซูนยองเลยยกยิ้ม ในใจเขาพร้อมที่จะแกล้งคนตัวเล็กจะแย่อยู่แล้ว ฮ่าๆๆ เวลาชานเขินนี่มันน่ารักดีนะ ฮ่าๆๆ หน้าโคดแดง

 

ผมกินเสร็จแล้ว ไปโรงเรียนก่อนนะ วันนี้มีนัดกับเพื่อนตอนเช้าอ่ะ ต้องรีบไปยังไม่ทันที่ซูนยองจะกลืนขนมปังคำแรกก็เงยหน้ามองคนน้องที่กำลังยืนพูด แหม่ คิดว่าดูไม่ออกไง? อยู่กันมาก็นานอยู่นะ ว่าอยากหนีอ่ะ หึ

 

แล้วทำไมไม่ไปด้วยกัน

 

ก็ผมรีบ แถมเพิ่งนึกออกด้วย ป่านนี้พวกนั้นถึงแล้วอ่ะ ผมไปก่อนนะไม่เนียนครับน้องไม่เนียน ไปเกลี่ยให้เนียนทั่วๆ ด้วยครับ คนอย่างชานน่ะเวลามันพูดโกหกนะต้องรีบๆ พูดแบบนี้แหละ หึ อย่าคิดว่าไม่สังเกตนะ

 

 

เอ้า แล้วทำไมกูต้องสังเกต _^_

 

 

เดี๋ยว กูไปด้วย เนี่ยยัดเสร็จละผมรีบยัดขนมปังเข้าปากพร้อมกับถือขนมปังออกมาหนึ่งคู่ แล้วก็มีมืออีกข้างถือกระเป๋า

 

พี่นี่มัน...

 

ทำไมมคนพี่โวยวายเมื่อคนน้องพูดอย่างนั้น ชานรีบเดินออกมาแล้วใส่รองเท้าให้เรียบร้อยแล้วเดินออกไปโดยไม่รอพี่เลย และทางเดิมที่ชานลงไปนั่นก็คือบันได เพราะลิฟต์มันเสีย ซูนยองเลยได้แต่ส่งสายตาคาดแค้นแล้วบ่นทำปากขมุบขมิบ พร้อมกับใส่ร้องไปด้วยแม้กระทั่งตอนล็อคประตูห้องก็ยังบ่นไปอีก พอกลืนขนมปังเสร็จก็รีบวิ่งลงบันไดตามชานไปทันที ชานที่ได้เสียงฝีเท้าที่กระแทกแรงๆ เหมือนจะเป็นการวิ่ง ชานเงยหน้าขึ้นไปมองก็เห็นว่าเป็นซูนยอง ชานเลยรีบวิ่งลงบันไดไปอย่างรวดเร็ว

 

ย่าห์! หยุดนะ เจ้าเด็กนี่

 

ใครมันจะไปหยุดแล้วเดินไปกับคนแก่กันวะ เชอะ

 

[ป้ายรถเมล์]

 

รีบขนาดนี้เลยรึไง รอกันมั่งดิอีชานวิ่งมาถึงที่ป้ายรถเมล์ก่อนซูนยองในเวลาแค่ไม่กี่นาที พอซูนยองตามคนน้องมาทันก็บ่นเข้าใส่น้องซะ อีชานก็ทำเป็นหูทวนลมเหมือนไม่รับไม่ได้ยินอะไรเหมือนเคย

 

ย่าห์ หันมามองกูเส้ ซูนยองโวยวายแล้วจับร่างคนตัวเล็กให้หันเข้าหาตัวเอง พอน้องหันมาก็สบตากับซูนยองเข้าให้พอดี ตอนแรกอีชานมองด้วยสายตาเรียบเฉย แต่พอเห็นเหงื่อที่ไหลออกมาก็แอบหลุดขำออกมา

 

ขำไร

 

เหงื่อพี่ไหลเยอะไปป้ะ ผมยังไม่มีซักเม็ดเลยเนี่ย

 

ก็แหงล่ะ คนที่ไล่ตามมักจะเหนื่อยเสมอ

 

คนที่ไล่ตามมักจะเหนื่อยเสมอ..อืม..ก็จริง

 

ก็พักดิพี่ ไม่ก็ไม่ต้องตามแล้ว

 

ได้ไง คนนี้กูจริงจัง

 

รถมาละพอรถมาจอดอยู่ตรงที่ป้าย ชานก็เดินขึ้นรถไปโดยไม่ได้มองซูนยองก่อนเลย อะไรของมันวะ

 

 

 

 

[โรงเรียน]

 

 

                                         ตลอดทางที่นั่งรถมาโรงเรียน ต่างคนต่างก็ไม่ได้พูดกันเลย พอซูนยองจะหันมาคุยกับคนน้อง แต่ชานก็นอนใส่หูฟังแล้วก็หลับตาไป ซูนยองเลยคิดว่าชานน่ะหลับไปแล้ว แต่หารู้ไม่ว่าชานน่ะ ก็แค่ทำตัวไม่ถูกหลังจากที่ได้ยินประโยคนั้นก็เท่านั้นเอง ไม่รู้ว่าคำว่า คนนี้จริงจังนั้นหมายถึงใคร แต่ก็คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก พี่จีฮุนสินะ

 

ชาน ถึงโรงเรียนแล้วนะซูนยองหันมาเขย่าตัวคนตัวเล็กให้ตื่น ความจริงแล้วชานไม่ได้หลับเลยแม้แต่นิดเดียว เพียงแค่ปิดตาเฉยๆ เพลงก็ไม่ได้เปิดหรอก เขาแค่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยเท่านั้นเอง

 

อื้อ หะ..เห้ยยพี่ ผมลืมของสำคัญไว้ที่หออ่ะ พี่เข้าไปก่อนได้มั้ย เดี๋ยวผมกลับไปเอาแปปเดียว

 

ได้ไงวะ ค่อยกลับไปเอาไม่ได้หรอ

 

ไม่ได้อ่ะพี่ มันเป็นงานสำคัญที่ต้องส่งจารย์อ่ะ แกให้ส่งวันนี้วันสุดท้าย

 

เห้อออ มึงนี่จริงๆ เล้ยย

 

แหะๆ

 

รีบไปรีบมาล่ะ

 

อื้อ

 

                                 ก่อนหน้านี้ก่อนที่อีชานจะลุกขึ้นตามซูนยองไป จู่ๆ เขาก็เกิดอาการไม่อยากไปโรงเรียนซะงั้น เหมือนไม่มีอารมณ์ทำอะไรทั้งสิ้น ถ้าไปโรงเรียนคงได้แค่ฝืนๆ ไปแบบไม่เต็ม 100 แน่ๆ แถมรู้สึกปวดๆ หัวด้วยไงไม่รู้ วันนี้ขอนอนพักสักวันเถอะ แล้วก็ส่วนเรื่องงานน่ะ เขาก็แค่โกหกซูนยองให้ตายใจเท่านั้นเอง

 

                                 เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงรถเมล์สายที่อีชานนั่งมาก็ถึงตรงป้ายสถานีที่ชานจะต้องลงพอดี ชานเดินใส่หูฟังที่ไม่ได้เปิดเพลงเหมือนเดิมไปทางหอของเขา ชานล้วงหากุญแจที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงก่อนจะไขประตูนั่นอย่างไม่รีบร้อน

 

เห้อออ ให้ตายสิชานเดินเข้ามาในห้องแล้วมุ่งตรงไปที่เตียงของเขาทันที พร้อมกับนอนลงทับไปที่หมอนนุ่มๆ นั่นด้วยความเหนื่อย เขาไม่รู้ว่าเขาเหนื่อยอะไร แต่ที่รู้คือเขาเหนื่อยมาก ทั้งๆ ที่ก็ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย

 

ได้ไง คนนี้กูจริงจังประโยคนี้ยังคงก้องเข้ามาในระบบประสาทสมองเขาอยู่เสมอ ทำไมแค่ประโยคๆ เดียวต้องทำให้เขารู้สึกเบื่อหน่ายเป็นที่สุดด้วย เขาคงมีสิทธิ์กับซูนยองได้แค่พี่น้องใช่ไหม คงไม่มีทางได้เลื่อนสถานะใดๆ แน่นอน

 

เห้ออเป็นอีกรอบที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ที่ชานยังคงนอนอยู่อย่างนั้นแล้วถอนหายใจออกมา ชานเอื้อมมือล้วงไปหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงก่อนจะค่อยๆ เลื่อนมือไปกดโทรหาใครบางคน

 

ซึงกวานนี่

 

[ชาน มึงอยู่เนี่ย]

 

วันนี้กูไม่ไปโรงเรียนนะ ฝากลาจารย์ให้ด้วย

 

[เอ้า ไมวะ]

 

ปวดหัวนิดหน่อยว่ะ

 

[ปกติอึดจะตายไป]

 

ก็วันนี้กูไม่ไหวนี่ ฮึกก แค่นี้นะยังไม่ทันที่ปลายสายจะพูดอะไรต่อ ชานก็กดวางสาย เขาไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไร รู้แค่ว่าแม้นว่าเขาจะคุยโทรศัพท์กับเพื่อนรักของเขาอยู่แต่ก็ดันมีภาพหลายภาพเข้ากระทบมาในหัว บวกกับประโยคนั่นของซุนยอง นี่เขารักซูนยองมากเกินไปงั้นหรอ

 

ไม่ได้นะชาน มึงจะให้เขามีอิทธิพลต่อใจมึงมากกว่านี้ไม่ได้นะ

 

ฮือออออออออออในที่สุด อีชานก็ปล่อยโฮออกมา คนแปลกหน้าที่กลายมาเป็นคนรู้จัก เขารักและรู้จักควอนซูยองมาเกือบปี แต่ก็ไม่คิดว่าเขาจะมีอิทธิพลต่อใจเขาได้มากขนาดนี้ บางคนอาจจะดูว่ามันเวอร์เกินไปหรือเปล่า แต่สำหรับผม ความรู้สึกของเรามันก็มีแค่เราที่รู้ว่าเรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลย เขาเหนื่อยที่จะต้องเห็นซูนยองแอบมองจีฮุน ในตอนที่จีฮุนกำลังคุยกับเพื่อนอีกคนนึง สายตาของซูนยองมันก็เจ็บ ชานรู้ แต่ชานทำอะไรไม่ได้ ทำได้แค่ให้พี่เขายิ้มต่อไป

 

                              หลายครั้งที่เขาอยากบอกความรู้สึกข้างในนี้ออกไปให้ซูนยองได้รู้ แต่มันคงเร็วเกินไปสำหรับเขาทั้งสองคน ชานเองก็กลัวว่าถ้าบอกไปแล้วพี่เขาจะยิ่งถอยห่างจากเขาหรือเปล่า แต่อีกมุมหนึ่งชานก็คิดว่ามันก็มีหลายครั้งที่ซูนยองเหมือนจะห่วงและหวงเขา ในเวลาที่มีรุ่นพี่หรือรุ่นน้องมาคุยกับเขา จนบางทีเขาก็แอบคิดไป แต่แล้วซูนยองมักจะพูดออกมาตลอดว่า น้องกู กูหวงทุกคำทุกประโยคที่พูดออกมา มักจะมีคำว่าน้องมาก่อนเสมอ ซึ่งมันก็เหมือนจะดีแต่ก็ไม่

 

ก็นะ คนมันไม่ได้คิดกับเขาแค่พี่หนิ เป็นน้องรักของเขาต่อไปนะ ชาน J

 

 

 

10:00 a.m.

 

                               ตอนนี้สอบโมงแล้วหลังจากที่อีชานนอนร้องไห้แล้วก็เผลอหลับไปในที่สุด แต่จนตอนนี้เองชานก็ยังคงนอนหลับอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่ว่ามีบุคคลอีกคนหนึ่งมาเยือนเขา และมองชานอย่างไม่เข้าใจ

 

                                ซูนยองกลับมาที่หอเมื่อรู้ว่าชานไม่สบาย แต่เขาก็ไม่เข้าใจทำไมคนไม่สบายต้องร้องไห้ด้วย ที่เขารู้ว่าชานร้องน่ะไม่ใช่อะไรนะ แต่เพราะคราบน้ำตาที่มันยังติดอยู่ มือหนาค่อยๆ เอื้อมไปเช็ดมันอย่างค่อยๆ แล้วก็ลูบหัวร่างบางอย่างอ่อนโยน ซูนยองยืนมองคนน้องที่นอนหลับอยู่ได้สักพักก็รู้สึกเคลิ้ม เลยพาตัวเองวางกายลงข้างๆ อีชานอย่างช้าๆ เพื่อไม่ให้ร่างบางรู้สึกตัว มือหนาค่อยๆ เอื้อมไปหยิบผ้าห่มขึ้นมาห่มให้ชานและตามด้วยตัวเอง มือหนาของซูนยองพาไปยกหัวชานอย่างช้าๆ ให้มานอนหนุนบนแขนของตัวเอง ซูนยองมองหน้าชานอยู่อย่างนั้นไปได้ไม่กี่นาที เขาก็เริ่มหลับตามและนอนหลับตามชานไป โดยที่มีอีชานอยู่ในอ้อมกอด

 

 

12.12 p.m.

 

ร่างเล็กค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองมีผ้าห่มมาห่มตัวเองแล้ว ทั้งๆ ที่เขาจำได้ว่าไม่ได้ห่มแน่ๆ ชานเลยขมวดคิ้วอีกเมื่อได้ยินเสียงดังแกรกๆ ที่มาจากข้างนอก ชานค่อยๆ ขยี้ตาแล้วเดินออกจากห้องนอนไปตามเสียง  ตรงฝั่งครัวชานก็พบร่างอีกคนกำลังเทอาหารใส่จานอย่างละเมียดละไม ร่างสูงที่รู้สึกเหมือนมีคนมองอยู่ก็หันมาตามความรู้สึกของตน

 

อ้าววไง ตื่นแล้วหรอ ไม่สบายก็ไม่บอกนะ

 

หะ..ห้ะ อะ..อ๋ออ ก็ไม่รู้อ่ะแหะๆ

 

วันหลังต้องบอกฉันด้วย เข้าใจไหม

 

ครับ

 

ต้องบอกฉันเป็นคนแรก

 

ทำไมต้องคนแรก

 

ก็ถ้าฉันเป็นคนสำคัญ นายก็ต้องบอกฉันคนแรกสิ

 

เหอะ พี่หลงตัวเองไปละ

 

ไม่รู้แหละ มา กินกันได้แล้วหิวไม่ใช่ไง เห็นท้องร้องบ่อยนะเรา

 

พี่รู้ได้ไง

 

ก ก็เดาอ่ะ กินได้แล้ว

 

ทำไมพี่แปลกๆ

 

แปลกยังไง

 

ไม่พูดมึงกูกับผมแล้วหรอ

 

ก ก็แล้วทำไม หรือจะให้ฉันกลับไปพูดแบบนั้นอีกอ่ะ

 

อะไรของพี่เนี่ยย ผมก็แค่สงสัยเอง

 

กินข้าวเลยๆ

 

แล้วพี่ไม่มีเรียนหรอ

 

เด็กนี่ถามมากจริง กินไปเถอะหน่า

 

พี่จะไปเรียนอีกไหมอ่ะ

 

กินไปก่อนเถอะหน่า เดี๋ยวค่อยคุยกัน ยาวางไว้ตรงนี้ซูนยองวางยา 1 เม็ดในแก้วใบเล็กๆ วางมันไว้บนโต๊ะที่ชานกินข้าว แล้วก็เดินมุ่งไปที่ห้องน้ำทันที

 

อะไรของพี่เขาวะ คือ..ชานคิดว่าควรเอายานี่ให้พี่ซูนมากกว่านะ





Talk แอนด์ สารภาพบาป: สวัสดีค่า กลับมาแล้วว หลังจากที่ห่างหายไปนานมากๆ ตอนแรกเราวางแผนไว้ค่ะว่าจะลงให้ทุกตอนจนถึงจบให้ครบเลยก่อนวันขึ้นปีใหม่ กะว่าจะลงเมื่อวานแต่ว่าเนื้อเรื่องที่เราเซฟไว้มันหายหมดเลยค่ะ เลยต้องมาพิมพ์ใหม่ ขอโทษที่ทำให้รอกันนานนะคะ เราจะพยายามนึกเรื่องแล้วก็มาลงเรื่อยๆ น้าา อย่าเพิ่งเบื่อเค้านะ T____T

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

51 ความคิดเห็น

  1. #37 MegThomas0284 (@MegThomas0284) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 19:05
    กรี๊ดดดดดดดดด ไรท์คัมแบคค /ร้องไห้หนักมากกกกกกกกกกกกกกกก 
    #37
    0
  2. #36 Ooo~ Ray~ooO (@lekpanut) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 16:12
    ไรท์มาต่อแล้วววว น้ำตาจิไหล รอไรท์ตลอดเลยนะ TT ขอบคุณที่มาอัพให้นะคะ
    #36
    0
  3. #35 Wwoozi (@nnbh614) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 20:30
    คุณไรท์เตอร์คัมแบคคคค???? นี่รออ่านอยู่เลยนะเนี่ยย????5555555 คนนี้จริงจังที่ซูนบอกต้องหมายถึงชานสิ!! ซูนยองก็นะจริงจังกับน้องได้แล้ววว55555 สู้ๆนะเธออ เรารออ่านยู่วว อิ้
    #35
    0
  4. #34 beyourfangirl (@beyourfangirl) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มกราคม 2560 / 23:38
    กรี๊ดดดดดดด ขอบคุณที่กลับมาค่าาาา เรารออย่างมีความหวังมาตลอด 5555555
    น้องชานลูกกกก คิดเข้าข้างตัวเองบ้างก็ได้ โถ่วววว แอบขำซีนแซวก้นน้อง 555555 เจ้าควอนซุนคนบ้า ว่าน้องก้นดำได้ไง แกล้งน้องนี่สนุกมากเลยสิ 555555 ตอนที่ซุนบอกคนนี้จริงจัง โอ้ย เรากรี๊ดเลย แต่น้องชานไม่เข้าใจ แถมคิดไปนู่น โถ่วเอ้ย ลูกแม่
    ไรท์ขา ถ้าเราเข้าใจไม่ผิดตอนน้องร้องไห้หลับไปแล้วตื่นมาคือเที่ยงวันใช่มั้ย ถ้าเที่ยงวันใช้ 12.12 pm นะคะ ถ้า 12 am นี่เที่ยงคืนแล้วค่ะ ถ้าว่างๆอย่าลืมรีไรท์นะคะ จะรอติดตามตอนต่อไปนะคะ
    สวัสดีปีใหม่ค่า เลิ้บบบบ
    #34
    0