Game of Creation(ประกาศิตเทพมารแสวงพ่าย)

ตอนที่ 51 : EP.49 พรรคมารก่อกวน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,522
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    4 ม.ค. 59




Game of Creation ภาค ประกาศิตเทพมารแสวงพ่าย


EP.49 พรรคมารก่อกวน

 

“เจ้าสำนักอินทรีแดง เว่ยต้าเฉินมาถึงแล้ว” ผู้อาวุโสสำนักจักรวาลประกาศรายนามแขกสำคัญอยู่บริเวณลานกว้าง  ชายวัยกลางคนผมเผ้าดกดำแววตากล้าหาญผิวดำแดง สวมชุดสีแดงสดภูมิฐานเดินขึ้นบันไดมาอย่างองอาจ ก่อนที่จะมีศิษย์สำนักจักรวาลไปเชื้อเชิญให้นั่งที่เก้าอี้ซึ่งถูกจัดเตรียมเอาไว้

“คนเยอะดีแฮะ”ซันซั่งเทียนยืนมองทุกสิ่งหลังฝูงชน

“สมณะเส้าเจ๋อ ตัวแทนจากวัดม้าขาวมาถึงแล้ว” บรรพชิตหนุ่มแน่นร่างกายใหญ่โตเต็มไปด้วยมัดกล้ามเดินขึ้นมาสู่ลานกว้าง อาภรณ์สีขาวสะอาดคลุมกายแววตามั่นคงหนักแน่น เขานั่งลงที่เก้าอี้ตัวหนึ่งซึ่งอยู่ตรงข้ามเก่าว่างอีกตัว

“เป็นเขา...”ซันซั่งเทียนยิ้มเจ้าเล่ห์ ยามนี้ชายหนุ่มอยู่ในชุดแบบชาวยุทธ์ทั่วไป แต่งกายด้วยผ้าสีขาวแบน้ำเงินคล้ายหิมะ สวมหน้ากากไม้สลักเรียบๆ เจาะรูเพียงตรงดวงตาป้ายหยกแสวงพ่ายสะท้อนแสงไฟวาบวับ เขาเดินฝ่าฝูงชนด้านหลังมายืนอยู่ใกล้กับเก้าอี้ตัวดังกล่าว พลางวางมือบนเก้าอี้นั้นแผ่วเบา ฝ่ายนักพรตฮัวเหลยผู้ดูแลงาน เห็นท่าทีดังกล่าวจึงกระซิบกระซาบบอกกับศิษย์ของตนให้รีบไปเรียนเชิญชายหนุ่มให้นั่งลงที่เก้าอี้ดังกล่าว เพราะนักพรตเฒ่าได้รับคำสั่งอดีตเจ้าสำนักให้ทำทุกสิ่งตามที่เขาต้องการ

“เชิญจอมยุทธ์นั่งให้สบาย ผู้น้อยจะไปเตรียมผลไม้กับชาเลิศรสมาให้” ศิษย์รับใช้คนนั้นบอกพร้อมจัดแจงยกสุราและกับแกล้มออกจากโต๊ะทางขวามือ ก่อนจะวางผลไม้และกาน้ำชาไว้แทนที่ ชายหนุ่มผู้มาจากอนาคตพยักหน้าพึงพอใจ

“ชายผู้นั้นช่างคุ้นตานัก”สมณะหนุ่มเส้าเจ๋อเปรยขึ้นเมื่อมองดูคนที่นั่งตรงกันข้ามกับตัวเอง แม้ตัวตาสีมรกตคู่สวยจะให้ความรู้สึกคุ้นเคย แต่พลังปราณที่แผ่ออกมากลับแตกต่าง ทำให้สมณะหนุ่มไม่มั่นใจว่าจะใช่คนเดียวกันหรือไม่

“ผลจากการสร้างเกาะโศกศัลย์ ทำให้พลังวัตรทั้งหมดของเราสูญสลาย ด้านรูปโฉมก็มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย เขาจึงจำไม่ได้แปลว่าฝีมือยังคงไม่เอาไหนเหมือนเดิม”ซันซั่งเทียนถอนหายใจทำหน้าผิดหวัง

“แขกทุกท่านมากันครบแล้ว ทางสำนักตำหนักจักรวาลของเรา จึงขอเปิดงานล้างมือในอ่างทองคำของอดีตเจ้าสำนัก ณ บัดนี้”ผู้อาวุโสประกาศเปิดงานเมื่อได้เวลา

ฟ้าว! เสียงวัตถุแหวกอากาศดังก้องขึ้น พร้อมการปรากฏของโลงสีดำขนาดใหญ่ ที่มีคนสวมชุดดำและขาวท่าทางดุดันประคองมา พวกมันนำโลงวางลงลานกว้างบรรดาศิษย์สำนักจักรวาลต่างชักกระบี่พุ่งทะยานหมายขัดขวาง แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ภายในกระบวนท่าเดียว ร่างของศิษย์ทั้งสี่ถูกซัดไปหลายๆทางก่อนจะระเบิดเลือดเนื้อสาดกระจายสร้างความแตกตื่น

ศิษย์คนหนึ่งลอยไปทางสมณะเส้าเจ๋อ เขาใช้ฝ่ามือยูไลประคองเอาไว้อย่างระมัดระวัง พลังธรรมสอดแทรกเข้าร่างหมายทำลายพลังมารที่แทรกซึม น่าเสียดายที่เขายังไม่บรรลุธรรมถึงขั้นสูงไม่อาจช่วยชีวิตคนจากพิษพลังวัตรอันชั่วร้ายได้ แต่ศิษย์คนดังกล่าวก็ได้ตามลงในสภาพศพที่สมบูรณ์ เพียงมีเลือดพุ่งออกจากทวารทั้งเจ็ดเท่านั้น

ศิษย์คนสุดท้ายถูกซัดลอยมาทางซันซั่งเทียน ชายหนุ่มคลี่มือโบกสะบัดเบาๆร่างของศิษย์คนดังกล่าวก็ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ เขายกกาน้ำชาขึ้นรินอย่างไม่ใส่ใจสิ่งต่างๆรอบข้าง พลังวัตรพิสดารแทรกซึมเข้าร่าง มันไม่ได้ทำลายพิษเพียงแต่ซ่อมแซมส่วนที่ถูกทำลายอย่างรวดเร็ว เมื่อร่างกายฟื้นฟูแล้วกว่าพลังทำร้าย พิษร้ายก็ค่อยสูญสิ้นอานุภาพจนกระทั่งหายไปในที่สุด ซันซั่งเทียนสะบัดมือออกร่างของคนๆนั้นก็กลิ้งไปบนพื้น ก่อนที่เขาจะรู้สึกตัวแล้วขยับกายลุกขึ้นยืนในที่สุด สร้างความแปลกใจให้กับแขกเหรื่อทุกคน

“ขอบคุณจอมยุทธ์ที่ช่วยชีวิต”ศิษย์คนดังกล่าวคุกเข่าคำนับก่อนจะลุกขึ้นถอยห่างออกจากบริเวณนั้น

“ไม่คิดเลยว่าบนเขาแห่งนี้จะพอมีคนเก่งๆอยู่บ้าง” เสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

มันเป็นเสียงที่ทั้งกังวานและก็เปี่ยมด้วยพลังวัตรอันมากล้น บรรดาผู้ด้อยพลังยุทธ์ต่างก็ยกมือปิดหูกันจ้าละหวั่น ทว่าไม่อาจปิดกั้นเสียงนั้นได้ สติของพวกเขาปั่นป่วนจบแทบคลุ้มคลั่ง ทว่าบรรดาชาวยุทธ์หลายคนไม่ได้รับผลดังกล่าว เพราะเป็นผู้มากประสบการณ์และมีพลังวัตรลึกล้ำ

1 ใน 3 ประมุขพรรคมาร เซียงอู๋หมิง”นักพรตเฒ่าฮัวเหลยเปรยขึ้น

“ยุคนี้มีสามพรรคมาร น่าดูชมจริงๆ”ซันซั่งเทียนยิ้มอย่างพอใจ

ร่างหนึ่งทะยานขึ้นมาจากขั้นบันได ก่อนที่จะพลิ้วกายหมุนลอยไปยืนอยู่บนซุ้มประตูสำนักตำหนักจักรวาล ชายวัยกลางคนผมเผ้าสีขาวโพลนราบเรียบ คิ้วแดงก่ำราวกับเปลวเพลิงแววตาดุดันน่าหวาดกลัว ชายผู้นั้นร่างกายสูงใหญ่อยู่ในชุดสีดำมันเงาทั่วร่างมีออร่าลมปราณพวยพุ่งออกมาอย่างไม่อาจปกปิดได้ ข้างกายของเขามียอดฝีมืออีกสี่คนปรากฏอยู่เคียงข้าง ทุกคนล้วนมีอายุเกิน 50 ด้วยกันทั้งนั้น จากลักษณะท่าทางการแต่งกายบ่งชี้ว่าเป็นเหล่าผู้อาวุโสพรรคมาร เซียงอู๋หมิงวางมือไขว้หลังวางท่าใหญ่โต ปรายตามองชาวยุทธ์เรือนพันอย่างไม่ใยดี

“ชาวยุทธ์จงหยวนล้วนตกต่ำ ในที่นี่มีเพียงหยิบมือที่คู่ควรให้ข้าสยบ”

“ท่านพูดจาใหญ่โต ฝีมือจะแค่ไหนกันเชียว” เจ้าสำนักอินทรีย์แดงกล่าวด้วยความเดือดดาล

“บังอาจ” ผู้อาวุโสพรรคมารที่ถือไม้เท้าต้นหลิวตวาด เขาเตะปลายหลังคาซุ้มให้พุ่งเข้าหาเว่ยต้าเฉินด้วยความเร็วสูง เจ้าสำนักอินทรีย์แดงวาดมือตั้งรับรวดเร็วราวกับอินทรีย์ร่อนถลา พลังสองสายปะทะเกิดเสียงดังครืน เว่ยต้าเฉินยังคงยืนมั่นไม่ถอยหลังบ่งบอกถึงฝีมือที่สูสี

“วันนี้เป็นงานของฝ่ายธรรมะ ใยพวกท่านจึงมาก้าวก่าย”สมณะเส้าเจ๋อลุกจากที่นั่งเดินออกมากลางลาน”ท่านประมุขเซี่ยงชื่อเสียงโด่งดังทั่วยุทธภพ ได้ยินมาว่าท่านได้รับการทาบทามจาดอ้วนสุดให้ร่วมเป็นพันธมิตร การมาก่อกวนสหายของกองซุนจ้านในคราวนี้จะไม่เป็นการสร้างเรื่องผิดใจให้กับขุนพลทั้งสองฝ่ายหรอกหรือ?”

“เจ้าอายุยังน้อย ยากจะเข้าใจเรื่องของสงคราม”เซียงอู๋หมิงกล่าว“แม้เจ้ามีฝีมือแต่น่าเสียดายที่ยังไม่ได้อยู่ในสายตาของข้า”

“จะอยู่หรือไม่อยู่หาได้มีความสำคัญใดๆ ข้าเป็นแขกย่อมต้องช่วยรักษาหน้าเจ้าภาพที่มีน้ำใจเชิญ”สมณะหนุ่มกล่าวหนักแน่น

เซียงอู๋หมิงหัวเราะหึในลำคอ พลางเร่งเร้าพลังวัตรอันมหาศาลเปล่งอานุภาพของยอดวิชาวิถีจอมราชันย์ วรยุทธ์โบราณที่ฌ้อปาอ๋องเซี่ยงอวี่ใช้พิชิตเหนือใต้มาแล้วในยุคก่อน พลังปราณที่รุนแรงเกินกว่าชาวยุทธ์ทั่วไปทำให้ชายหนุ่มผู้มาจากอนาคตเลิกคิ้วสูง เพราะพลังดังกล่าวมีพลังวัตรสูงถึง 400 ปี ซ้ำยังกล้าแกร่งรุนแรงยิ่ง ชายหนุ่มรู้สึกถึงพลังที่แสนคุ้นเคยบางอย่าง

“จารึกแรกกำเนิด”ซันเซียงเทียนเปรยแผ่วเบา

ลมปราณอันรุนแรงโหมกระหน่ำทั่วลานกว้าง เหล่าชาวยุทธ์ต่างไม่อาจยืนได้อย่างมั่นคงยกเว้นซันซั่งเทียนกับนักพรตเทียนที่ผู้ที่ยังไม่ปรากฏกาย เซียงอู๋หมิงลอบมองชายสวมหน้ากากไม่วางตา ก่อนจะเร่งเร้าพลังวัตรมาผนึกไว้ในมือกลายเป็นลูกพลังทรงกลมใสราวกับแก้ว ประมุขพรรคมารซัดพลังนั้นเข้าใส่ซันซั่งเทียน ชายหนุ่มใช้เก้ากี้หยั่งเท้าดีดตัวลอยขึ้นสูงจากพื้นหลายเมตร เขาไม่ใช้พลังของจารึกแรกกำเนิดใช้เพียงวิชาตัวเบาแบบพื้นๆที่จดจำมาจากชาวยุทธ์ทั่วไปเท่านั้น ถึงกระนั้นพลังชีวิตที่ได้รับมาจากทหารของฮัวหยงหลายพันคง ยังคงเหลืออยู่ร่วมห้าหมื่นปีเท่านั้นก็มากพอแล้วที่จะทำให้วิชาตัวเบาธรรมดากลายเป็นระดับสุดยอด

ตูม! เสียงลูกพลังปะทะเก้าอี้ยังสนั่นหวั่นไหวจนเหลือแต่เศษซาก ซันซั่งเทียนพลิ้วกายลงยืนกับพื้นเงยหน้ามองบุคคลผู้อยู่บนซุ้มประตูอย่างสนใจ แรกเริ่มเดิมทีเขาคิดว่าเหตุการณ์วันนี้เขาคงไม่ต้องออกแรง แต่ทว่ากลับเจอคู่ต่อสู้ฝีมือร้ายกาจ ด้านนักพรตเทียนที่ยังคงปรับตัวย่อยสลายพลังของเขาอยู่ต้องใช้เวลาอีกราวครึ่งชั่วยาม หากเขาไม่ทำอะไรที่เขาช่วยนักพรตเฒ่าไปคงเสียแรงเปล่า

“ไม่ทราบว่าน้องชายมีนามว่าอะไร?”เซียงอู๋หมิงถามไถ่

“ซั่งเทียน...”ชายหนุ่มเสียงแผ่วลงกล่าวไม่จบประโยค เขาพึ่งนึกขึ้นได้ว่ายังไม่มีแซ่ปลอมใช้เลยสักแซ่ จะใช้แซ่ซันเหมือนตอนแรกก็ไม่ได้ เพราะมันจะกลายเป็นการเปิดเผยอีกฐานะหนึ่งของเขา ชายหนุ่มครุ่นคิดถึงประวัติศาสตร์และนิยายต่างๆที่เคยอ่านมา ดวงตาสีมรกตคู่สวยพลันเหลือบไปเห็นเบ็ดหลายคันเกลื่อนอยู่ใกล้กับห้องครัวฟากหนึ่งของลาน คงเกิดจากพลังวัตรของเซียงอู๋หมิงที่ระเบิดออกมาเมื่อครู่”ข้ามีนามว่า เจียงซั่งเทียน”

“เจียงซั่งเทียน” ประมุขพรรคมารเลิกคิ้วสงสัย”ข้าไม่เคยได้ยินชื่อ”

“ปกติข้าไม่ชอบวุ่นวายกับยุทธภพ วันๆเอาแต่ตกปลาหาผลไม้ คราวนี้แวะมาเยี่ยมสหายเก่าจึงได้มีโอกาสเปิดหูเปิดตา”

“งั้นหรือ?”ประมุขพรรคมารยิ้มที่มุมปาก ส่งสายตาให้กับผู้อาวุโสทั้งสี่

พวกเขาทั้งหมดพลันทะยานลงจากซุ้มประตู ตั้งท่าร่ายรำวรยุทธ์พลางชักอาวุธประจำกายเข้ารุกไล่ซันซั่งเทียน ชายหนุ่มพลิกกายตีลังกาหลับหลังสองแขนเสื้อสะบัดปลดปล่อยกลไกของปลอกแขน อาวุธลับทำมือสิบชิ้นก็พลันพุ่งออกมาสำแดงเดช ซันซั่งเทียนห่อหุ้มพวกมันด้วยพลังวัตรควบคุมด้วยแรงดึงดูดของพลังชีวิต อาวุธลับเหล่านั้นก็ก็หมุนวนต่อสู้ราวกับมีชีวิตจิตใจ เมื่อพุ่งเลยศัตรูไปก็วกกลับมาทำร้ายด้านหลังคล้ายผีร้ายพัวพันไม่เลิกรา แต่สี่ผู้อาวุโสก็ยังตั้งสติมั่นคงโต้ตอบได้อย่างสูสี ซึ่งสร้างความพอใจให้กับซันซั่งเทียนเป็นอย่างมาก 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,707 ความคิดเห็น

  1. #3612 ชาลี (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 6 มกราคม 2559 / 08:03
    ถึงไงประวัติศาสตร์ก็เปลี่ยนแล้วหลังจบเรื่อง

    หาเ.มี.ยสักคน อยู่ต่อไปเลย หรือไม่ก็ออกจาก

    โลกหาระบบสุริยะใหม่ไปป่วนพวกดาว แฟนตาซี

    ที่มีเวท จิต ปราณ สัตว์อสูร ต่อผมว่าก็ดีนะครับ

    เพราะผมเชื่อว่าไม่ได้มีแค่โลกเราเท่านั้นที่มีสิ่ง

    มีชีวิต



    ผมว่าไรท์พยายามทำออกมาให้เหมือนวนลูป

    ท่าไม่ย้อนกลับมากวนอูคงไม่มีง้าวมังกรเขียว

    ที่เลื่องชื่อในปัจุบน แสดงว่า ง้าวมังกรเขียวหรือ

    เหตุการณ์โจรผ้าเหลือง เป็นเหตุการณ์ที่พวกคนใน

    อนาคตทำเอาไว้จนเป็นประวัติศาสตร์ แล้ววนไปมา

    อยู่แบบนี้ แล้วสุดท้ายที่บอกว่า เตียวเสี้ยวตาย

    เธออาจใช้ภาพมายาที่ได้มาสร้างขึ้น .หลบไปอยู่

    กับพระเอกเป็นต้น



    สู้ๆต่อไปนะครับและสรรค์สร้างผลงานคุณภาพออก

    มาเพื่อพวกเราชาวรีดเดอร์ เย้



    ปล.หลังจบเรื่องนี้อยากให้พระเอกสร้างยานไปดาว

    ดาวแฟนตาซีจริงๆนะ คงจะป่วน และจะมันขนาดใหน

    สุดท้ายขอบคุณไรตเตอร์ครับ
    #3,612
    0
  2. #3611 APRIL (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 5 มกราคม 2559 / 18:32
    รอไม่นานหรอก แต่เกือบลืมเนื้อเรื่องไปหมดแล้ว~ 5555 ยังติดตามอยู่นะจ้า
    #3,611
    0
  3. #3610 สายลม (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 5 มกราคม 2559 / 18:04
    รอนานมาก~ ครับ คิดว่าจับยัดลงโถดองไปซะละ

    ยังติดตามอยู่นะ อัพตอนใหม่ไวๆนะรับ
    #3,610
    0
  4. #3609 miss Iu (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 5 มกราคม 2559 / 18:03
    มาแล้วววววววว
    #3,609
    0
  5. #3608 inasba (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 5 มกราคม 2559 / 11:46
    ขอบคุณที่มาต่อ หายไปนานเลย
    #3,608
    0
  6. #3607 kimurakung (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 5 มกราคม 2559 / 10:56
    ประมุขมาร ทำไมมีจารึกแรกกำเนิดได้นะ .. ต้องมีพวกมิวแทนต์หนุนหลังแน่ๆ
    #3,607
    0
  7. #3605 mak663 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 5 มกราคม 2559 / 04:37
    ตอต่อ
    #3,605
    0
  8. #3604 slzyzero (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 5 มกราคม 2559 / 00:31
    ติดตามครับ
    #3,604
    0
  9. #3603 Zebastian Michaelis (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 5 มกราคม 2559 / 00:05
    หนุกค่าาา
    #3,603
    0
  10. #3602 Cocoz (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 23:51
    สนุกมากครับ
    #3,602
    0
  11. #1115 loliz (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2558 / 01:47
    ชอบพระเอกชอบเล่นไม่เป็นเรื่อง แล้วมาเดี้ยงซะเองล่ะมั้งเนี่ย

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 3 มิถุนายน 2558 / 02:12
    #1,115
    0
  12. #1114 crimbo (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2558 / 01:13
    รอต่อค่ะ
    #1,114
    0
  13. #1113 ชิฟฟอน (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2558 / 01:10
    แบบเดิมก็ดีอยู่แล้วนี่ ลดดีกรีความม่วงนี่โอเคถือว่าให้หลายคนสบายใจ แต่ยังเพิ่มบทให้ผู้หญิงอีกเหรอ แบบนี้คงเรียกว่าไม่เปลี่ยนแปลงไม่ได้หรอก แต่ก็เอาตามที่ผู้แต่งสบายใจละกันครับแต่จะรอดูว่ามันจะสนุกคงเดิมไหม
    #1,113
    0
  14. #1111 mak663 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2558 / 00:59
    ok ลงมาเลย
    #1,111
    0
  15. #1110 ssd (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2558 / 00:59
    ตาม คห.1103 เห็นด้วยคับ
    #1,110
    0
  16. #1109 =_=!!!KwAnZ@ (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2558 / 00:44
    รอติดตามตอนต่อไป
    ความคิดเห็นของ #1103 ดีกว่านะไรไม่ต้องเพิ่มบทสาวๆหรอก

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 3 มิถุนายน 2558 / 00:49
    #1,109
    0
  17. #1108 เอิน ราชบุตร (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2558 / 00:41
    จัดปาย
    #1,108
    0
  18. #1107 ไม่ทราบว่าเปงคัย (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2558 / 00:35
    ขอบคุณครับ
    #1,107
    0
  19. #1105 Rinray (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2558 / 00:32
    รอพรุ่งนี้.............
    #1,105
    0
  20. #1103 GiGa max (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2558 / 00:19
    เอื่ม ผมว่า อย่าเพิ่มบทให้สาวๆเลยดีกว่าครับ พอจะรู้ มันอาจจบไม่ค่อยดี


    เอาเพิ่มแบบ มิตรภาพ หรือ ทราบซึ้งบุญคุณ ความอบอุ่น ไรแบบนี้ ดีกว่าไหมครับ

    น่าจะตอบโจทย์ความต้องการ ของพระเอกที่อยากมีครอบครับอะไรแบบนี้อ่ะครับ 
    #1,103
    4
    • #1103-3 เหลือง..8995 (จากตอนที่ 51)
      3 มิถุนายน 2558 / 02:33
      แล้ว8ากนั้นพระเอกก็ไป ขุดเหมืองกับบรตดาเพื่อนๆทังหล่ย ด้วยรอยยี้มแห่งความ สุข หลังจากขุดเหมือง(ทอง) ทุกคนก็เหนืรอยล้า ล้วนแล้วแต่มีเหงื่อโทรมกาย แต่จิตใจเบีกบานนัก แล้วบรรดาหนุ่มๆ ก็หัวร่อ ออกมา อุ ว๊ะ ฮา ! ฮา ! ช่างสุขใจ ชั่งเทืยจมีครอบครึวแล้ว ฮ่า! ฮ่า!

      ปล. มีหญิงหน่อยก็ดีรู้สืกเรื่องนี้ ขาดรสชาติ พิกลๆ



      ป ลี่ง. พิมผิดขอภัยเพราะพิมพ์ที้โทลาสับงับ พ้ม!
      #1103-3
    • #1103-4 Zebastian Michaelis(จากตอนที่ 51)
      5 มกราคม 2559 / 00:08
      ยังไม่มีเมียก็ใช่ว่าจะต้องขุดเหมืองนี่คะคุนเหลือง..8995 ขอจบแบบสวยๆ พร้อมมิตรภาพดีๆ ต่อกันดีซะกว่า
      #1103-4