Game of Creation(ประกาศิตเทพมารแสวงพ่าย)

ตอนที่ 4 : EP.02 เทพยุทธ์แสวงพ่าย(รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,825
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    3 ก.ย. 58




Game of Creation ภาค ประกาศิตเทพมารแสวงพ่าย


EP.02 เทพยุทธ์แสวงพ่าย

 

            ลานกว้างหน้าจวนเทพสวรรค์เมืองกิลกกุ๋นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างอันยิ่งใหญ่ตระการตาประจำกองทัพผ้าเหลือง วันนี้คับคั่งไปด้วยแขกเหรื่อผู้มีชื่อเสียงซึ่งถูกเชิญให้มาร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์ครั้งสำคัญของแม่ทัพเจ้าสวรรค์เตียวก๊ก ไม่ว่าจะเป็นบรรดาแกนนำสาวกที่รับหน้าที่เปรียบเสมือนเหล่าแม่ทัพนายกองคอยดูแลเหล่าทหารกองกำลังโจรโพกผ้าเหลือง หรือกลุ่มชาวยุทธ์ผู้มีชื่อเสียงจากดินแดนต่างๆนับพันรวมไปถึงกลุ่มคนผู้แอบแฝงกายมาหาข่าวและสังเกตความเคลื่อนไหวของกบฏชาวนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัตศาสตร์ก๊กนี้ ซึ่งในอนาคตอันใกล้ผู้สอดแนมบางคนจะกลายเป็นบุคคลผู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วแผ่นดิน

 

           กลางลานมีปะรำพิธีสูงราวสิบเมตรตกแต่งคล้ายบันไดทางขึ้นสวรรค์ ด้านบนสุดมีกระถางเก้าใบวางอยู่เป็นทรงกลม รอบข้างปักธงทิวเหมือนค่ายกลพิธีโบราณอะไรสักอย่างมีโต๊ะประกอบพิธีวางอยู่ใจกลาง ครั้นเมื่อถึงเวลาแม่ทัพเจ้าสวรรค์เตียวก๊กพร้อมด้วยเตียวโป้และเตียวเหลียงก็เดินออกมาจากภายในตำหนักเทพท่ามกลางเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีของบรรดาศิษยานุศิษย์ ทั้งผู้ที่เป็นพันธมิตรและศัตรูต่างก็มีความรู้สึกว่าเตียวก๊กช่างเป็นบุคคลที่มีพลังลึกลับบางอย่างซึ่งทำให้เขาดูน่าหวาดหวั่นและน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน ทันทีที่นั่งลงในตำแหน่งของตัวเองเตียวก๊กก็พลันยกมือขวาขึ้นบรรดาเสียงอื้ออึงเมื่อครู่ก็พลันเงียบลง

         “ขอขอบคุณทุกๆท่านที่ให้เกียรติมาร่วมงานชุมนุมที่ข้าเตียวก๊กผู้นี้จัดขึ้น” เสียงกล่าวทักทายอันเต็มเปี่ยมไปด้วยอำนาจแฝงพลังปราณมหาศาลกระจายไปทั่วบริเวณสถานที่จัดงาน จากนั้นแม่ทัพเจ้าสวรรค์ผู้นี้ก็เริ่มพูดเรื่องที่ตนเองได้รับโองการสวรรค์จากเซียนท่านหนึ่ง ให้มาช่วยเหลือใต้หล้าด้วยพลังวิเศษรวมถึงการโค่นล้มราชวงศ์ฮั่นที่เสื่อมทราม ทั้งยังกล่าวยกยอพรรคพวกของตนและใส่ไฟกองทัพซึ่งรับราชโองการมาปราบกบฏ

            “พลังวัตรลึกล้ำปานนี้ดูท่าข่าวลือนั่นคงจะมีเค้าความจริงอยู่หลายส่วน พวกท่านคิดว่ายังไง?” มือกระบี่ผู้หนึ่งกระซิบกระซาบกับผู้ที่นั่งอยู่ด้านซ้ายและขวาของเขา คนผู้นี้ท่วงท่าองอาจผ่าเผยแววตาเด็ดเดี่ยวมั่นคงเหมือนเหล่าบรรดายอดคนแห่งยุคมากกว่ามือกระบี่

           “คัมภีร์จักรวาลไท่ผิงร้ายกาจสมคำร่ำลือ หากสู้กันซึ่งๆหน้าแม้พวกเราสามคนจะร่วมแรงร่วมใจกันเต็มที่ก็คงยากที่จะเอาชนะปีศาจอย่างมัน แต่ถ้าพบกันในสมรภูมิจริงเตียวก๊กผู้นี้ย่อมต้องทอดร่างกลายเป็นศพภายใต้กลศึกและยุทธวิธีของท่านทั้งสอง”เสียงอันเบาเปรยขึ้นจากบัณฑิตหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านขวา ผู้พูดมีลักษณะท่าทางคล้ายผู้มีความรู้ท่วงท่าสงบเยือกเย็นแววตาแฝงแววสุขุมอยู่ไม่น้อย

          “อะไรทำให้ท่านเล่ามั่นใจถึงเพียงนั้น”คราวนี้มือดาบบุคคลผู้นั่งอยู่ทางซ้ายกล่าวขึ้นบ้าง แววตาของเขาผู้นี้ซื่อตรงท่วงท่าผ่าเผยน้ำเสียงหนักแน่นเหมือนยอดขุนศึกผู้จงรักษ์

          “ตั้งแต่ที่เราท่านย่างเท้าเข้ามาในกิลกกุ๋นข้าเชื่อว่าทุกท่านทราบดีถึงจุดอ่อนสำคัญที่ซ่อนอยู่ในภาพลวงแห่งความเข้มแข็งของกลุ่มโจรโพกผ้าเหลือง”คนถูกถามตอบกลับด้วยปริศนา”กองทัพไร้ระเบียบ ชาวบ้านร้อยพ่อพันแม่หลากนิสัยไม่เคยถูกฝึกเป็นทหาร นานวันเข้ายิ่งเหมือนกองโจรซึ่งถูกประณามไปทั่วแผ่นดิน”

          “เตียวก๊กเองก็คงมองออก ถึงได้จัดงานนี้ขึ้นก่อนจะเริ่มสงครามแตกหักกับราชสำนัก”มือกระบี่กล่าว”เพื่อเรียกศรัทธากลับคืนและสร้างกำลังใจให้ขวัญทหาร”

          “เริ่มต้นด้วยความดีแต่ดำเนินไปด้วยความชั่ว ปล้นสะดมข่มเหงชาวบ้านภาพลักษณ์อันดีที่เคยสร้างสมมาสูญสลายหมดสิ้น มารู้สึกตัวเอาป่านนี้เตียวก๊กเอ๋ย...สายไปเสียแล้ว”

            ทั้งสามวิเคราะห์จุดอ่อนของกองทัพกบฏชาวนา พวกเขาคือคือโจโฉผู้บังคับการกรมทหารม้าเร็ว,ซุนเกี๋ยนผู้ช่วยแม่ทัพจูฮีและเล่าปี่ผู้นำทหารอาสา ซึ่งปลอมตัวเป็นชาวยุทธ์เข้ามาสืบข่าวนอกจากนี้ยังมีเหล่ามือดีของกองทัพแวดล้อมอยู่ใกล้ๆนับสิบ ทั้งสามพักการสนทนาเอาไว้เมื่อเห็นว่าเตียวก๊กกำลังจะเริ่มเข้าหัวข้อสำคัญของการจัดงาน ซึ่งแม่ทัพเจ้าสวรรค์แห่งกองทัพโพกผ้าเหลืองค่อยๆยืนขึ้นเดินออกมาด้านหน้าสายตาจดจ้องไปยังปะรำพิธีก่อนจะกระทำการสิ่งหนึ่งซึ่งเรียกเสียงฮือฮาจากทั่วทั้งลาน ภาพที่ปรากฏแก่สายตาผู้คนเรือนหมื่นซึ่งแวดล้อมอยู่โดยรอบคือภาพการย่างเท้ากลางอากาศบ่ายหน้าเข้าหาปะรำพิธีของเตียวก๊ก

          “เดินกลางอากาศได้?” โจโฉในคราบมือกระบี่อุทานออกมา

           “โลกนี้มีวิชาตัวเบาที่ร้ายกาจและพิสดารขนาดนี้เลยหรือ?”ซุนเกี๋ยนในคราบมือดาบกล่าวแววตาครุ่นคิด “หรือเขาจะมีได้รับการชี้แนะจากเทพเซียนจริง”

            ส่วนเล่าปี่ไม่กล่าวอะไรเพียงหรี่ตามองเล็กน้อยคล้ายกับกำลังวางแผนการบางอย่างอยู่ นอกจากทั้งสามและสายข่าวจากหัวเมืองต่างๆแล้วนั้นยังมีเหล่าชาวยุทธ์ชื่อดังอีกมากที่เข้าร่วมงานชุมนุม ไม่ว่าจะเป็นสมณะเจี้ยนคังรองเจ้าอาวาสวัดม้าขาว,นักพรตเที่ยนที่เจ้าสำนักตำหนักจักรวาล,พลพรรคเจ็ดภาคีกระบี่ มีผู้นำคือกระบี่ดรุณีจั่วหวนเจ้าวังจันทร์กระจ่าง,นักพรตพั่วเทียนเจ้าสำนักเทพกระบี่ฟ้า,บัณฑิตซือจางเจ้าหมู่ตึกเทพบัณฑิต,ซือไท่ฉางจื่อเจ้าสำนักอารามหยกขาว,อดีตแม่ทัพฮั่นหยางเยว่เจ้าสำนักองครักษ์หยกแดง,กระบี่บินเซียวเอ็งเจ้าหอเมฆาวายุและท้ายสุดกวนจงเจ้าสำนักกระบี่วีรชน รวมไปถึงยอดสำนักฝ่ายอธรรมไม่ว่าจะเป็นสองทูตตะวันจันทราหยางซ่ง,หยางซู่ของพรรคเทพผลึกฟ้าและสำนักอื่นๆ

           “โองการสวรรค์ระบุชัดฟากฟ้าตายแล้ว! ยุคสมัยของฮั่นสิ้นสุดทุกคนล้วนมีสิทธิ์โค่นล้ม วันนี้ข้าเตียวก๊กขออาสาเป็นคนแรก ข้าขอประกาศสงครามโค่นล้มราชวงศ์ฮั่นเหมือนเมื่อครั้งเล่าปังโค่นล้มฉิน” สิ้นคำกล่าวเสียงเฮก็กึกก้องขึ้นอีกวาระหนึ่ง ซักพักเตียวก๊กจึงยกมือให้สัญญาณทั่วทั้งลานก็เงียบลง “เชิญทุกท่านดื่มด่ำกับอาหารและสุราเลิศรสได้”

          หลังจากนั้นบรรดาสาวงามเจ้าพนักงานก็พากันขนเอาข้าวปลาอาหารหลายสิ่งหลายอย่างออกมาจากอาคารโดยรอบ ก่อนจะนำมาวางให้กับบรรดาแขกทั้งหลายที่นั่งรออยู่กับที่โดยมีนักดนตรีและนางรำคอยบรรเลงเพลงขับกล่อมสร้างความสนุกสนานภายในงาน จนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบชั่วยามจากงานเลี้ยงอาหารก็กลายเป็นงานชุมนุมถกวรยุทธ์และเรื่องราวทางการเมืองต่างๆ จนกระทั่งเตียวเหลียงลุกขึ้นจากนี่นั่งเดินมายังหน้าทางลงจากจวนเทพสวรรค์

         “เมื่อทุกท่านอยู่กันพร้อมหน้าข้าอยากจะขอให้พวกท่านช่วยเป็นสักขีพยานในการสำเร็จโทษคนทรยศของกองทัพผ้าเหลืองเรา” เสียงนั้นดุดันเหี้ยมเกรียมผิดกับเตียวก๊กราวกับไม่ใช่พี่น้องร่วมสาบานกัน บรรดาชาวยุทธ์และสาวกทั้งหลายต่างก็เกิดความสงสัยว่าใครคือคนทรยศที่จะถูกจัดการต่อหน้าผู้คนเรือนหมื่นที่ชุมนุมกันอยู่ ณ ที่แห่งนี้

          “เอาตัวมันออกมา” คราวนี้เตียวโป้เป็นผู้ออกคำสั่ง ก่อนจะมีทหารสี่นายฉุกกระชากลากถูกนักโทษสองคนหนึ่งเฒ่าชราหนึ่งเด็กเยาว์วัย

           “ท่านกระบี่สีชาด!” ซุนเกี๋ยนอุทานขึ้นด้วยความตื่นตระหนก เพราะนักโทษคนนั้นคือเจ้าหอสุขสันต์สำนักฝ่ายธรรมซึ่งตนเองเคยไปหาสู่อยู่ตลอดจนกระทั่งเมื่อสามเดือนก่อนกระบี่สีชาดก็หายสาบสูญไปพร้อมกับหลานสาวภายหลังที่กองทัพโจรโพกผ้าเหลืองบุกโจมตี

           “แรกเริ่มเดิมทีเฒ่าชราผู้นี้เคยร่วมมือกับเราด้วยดีเสมอมา แต่ไม่กี่เดือนก่อนกลับตีตัวออกห่างมิหนำซ้ำยังส่งข่าวบอกกับราชสำนักถึงแผนการของเราหลายต่อหลายเรื่อง วันนี้ข้าจะเด็ดหัวมันและหลานสาวต่อหน้าทุกท่าน” เตียวเหลียงกล่าว

          “คิดข่มขวัญทุกคนสินะ” โจโฉเปรยขึ้นแผ่วเบา

          “แม้จะลำบากใจแต่เราท่านจะยื่นมือเข้ายุ่งเกี่ยวไม่ได้”เล่าปี่ออกความเห็น

           “ข้าเข้าใจ”ซุนเกี๋ยนก้มหน้าลงเพาะไม่ต้องการเห็นภาพการสังหารอันโหดร้าย

           จังหวะที่เตียวเหลียงกำลังจะลงมือสังหารกระบี่สีชาดและหลานสาว สมณะเจี้ยนคังพร้อมลูกศิษย์ก็พลันลุกขึ้นเดินออกจากที่นั่งบ่ายหน้าออกจากลานกลางทันที นอกจากนั้นยังมีซือไท่ฉางจื่อเจ้าสำนักอารามหยกขาวพร้อมลูกศิษย์ และนักพรตเทียนที่ที่กระทำการในลักษณะเดียวกัน เตียวก๊กที่ลอบสังเกตการณ์อยู่ก็พลันยกมือขึ้นฟ้าก่อนจะสะบัดนิ้วลง เปลวเพลิงสายหนึ่งก็พลันพุ่งออกจากฝ่ามือของเขาตรงเข้าสมณะสูงศักดิ์ในทันที

          “เคล็ดเพลิงน้ำแข็งพิสุทธิ์” สมณะเฒ่าเกร็งพลังวัตรสร้างเกราะคุ้มกาย ประกายไฟดังกล่าวไม่อาจแผ้วพานท่านได้

          “ยังไม่ทันได้ล่ำลาเหตุใดท่านจะรีบกลับเสียล่ะเจี้ยนคังไต้ซือ” เตียวก๊กกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงทรงพลังอันก้องกังวานไปทั้งลานกลาง

          “อันธรรมดาบรรพชิตไม่ควรยุ่งเรื่องทางโลก ยิ่งมีกลิ่นคาวเลือดยิ่งไม่สมควรเมื่อท่านเชิญเราก็มาแต่หากมีเรื่องไม่ดีไม่งามเราย่อมต้องจากไป” น้ำเสียงที่ตอบกลับก็ทรงพลังไม่แพ้กัน จากนั้นสมณะเจี้ยนคังก็เดินต่อโดยไม่สนใจกับท่าทีที่โกรธเกรี้ยวของทหารโจรผ้าเหลือง

           “ข้าคงต้องรั้งท่านเอาไว้ก่อนเสียแล้ว ไม่เช่นนั้นในวันหน้ากองทัพผ้าเหลืองจะสู้หน้าใครได้” เตียวก๊กตวาดพลางสะบัดมือคล้ายกับกำลังทำพิธีกรรมบางอย่าง ฉับพลันท้องฟ้าก็ส่งเสียงโครมครามราวกับเทพอัสนีพิโรธ ประกายแสงสว่างวาบขึ้นเป็นระยะๆก่อนจะผ่าเปรี้ยงลงมาเบื้องหน้าสมณะเฒ่า

          “เคล็ดเพลิงน้ำแข็งพิสุทธิ์พลังเต็มสิบ ร่างทองพระพุทธ” เจี้ยนคังไม่ประมาทโคจรพลังเต็มกำลังก่อเกิดภาพลักษณ์ของพระพุทธรูปองค์ใหญ่ครอบร่างตนเองและลูกศิษย์เอาไว้ สายฟ้าที่รุนแรงทลายร่างทองจนปริแตกสลายไป แต่ทว่าสมณะเฒ่าและลูกศิษย์กลับบาดเจ็บเพียงผิวเผิน

          “วัดม้าขาวสมชื่อถ้ำเสือแดนมังกร ดูท่าฝ่ามือเทพยูไลคงเป็นหนึ่งในแผ่นดินจริงๆ” โจโฉกล่าวชื่นชมจากใจจริง

           “วิชาเซียนควบคุมธรรมชาติก็ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันนัก”ซุนเกี๋ยนกล่าวเสริมตามสถานการณ์ “ท่านเล่าคิดว่าอย่างไร?”

          “ขึ้นชื่อว่าบรรพชิตย่อมสละทางโลกไม่ชอบการเข่นฆ่า ตรงข้ามกับเตียวก๊กที่ทำได้ทุกอย่างหากการต่อสู้ยืดเยื้อสมณะเฒ่าคงไม่พ้นกลายเป็นศพ” เล่าปี่ออกความเห็น

           เตียวก๊กทะยานตัวกลางอากาศเสมือนหนึ่งเดินอยู่บนพื้นดินสองมือกางออกกว้างก่อนจะเกิดเสียงฟ้าคำรามขึ้นเป็นระยะๆ เหล่าทหารผ้าเหลืองโห่ร้องยินดีเมื่อผู้นำแสดงอิทธิฤทธิ์ ข้างฝ่ายสมณะเจี้ยนคังยังคงตั้งมั่นในสติไม่หวั่นไหวต่อสิ่งใด ชาวยุทธ์หลายคนบ้างเลื่อมใสบ้างกลัวเกรง แต่คนผู้หนึ่งกลับไม่รู้สึกยินดียินร้ายอะไรเอาแต่ชิมรสผลไม้จากจานที่วางอยู่เบื้องหน้า ในที่สุดแม่ทัพเจ้าสวรรค์ก็เริ่มลงมือสายฟ้าเส้นแล้วเส้นเล่าปรากฏขึ้นสมณะเจี้ยนคังอาศัยร่างทองคลุมกายปัดพลังงานออกไปรอบๆ บรรดาทหารและเหล่าชาวยุทธ์ต่างถอยออกห่างเพื่อหลบเลี่ยงอันตรายคงเหลือไว้แต่ชายหนุ่มปริศนาผู้นั้น    

           “หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเราคงพ่ายแพ้แน่”สมณะเจี้ยนคังครุ่นคิดพลางปัดสายฟ้าออกพร้อมกับถอยร่นไปยังประตูหน้าหวังปลักตัวออกจากสถานที่แห่งนี้                

           “บรรพชิตเฒ่าอีกไม่นานก็ต้องหมดแรง”เตียวโป้กล่าวอย่างถือดี

           “ทำตัวเก่งกล้าต่อหน้าพี่ใหญ่สมควรตาย” เตียวเหลียงว่าพร้อมหัวเราะด้วยท่าทีอหังการ

           “ข้าช่วยท่านเอง” นักพรตเทียนที่แม้อยู่ฝ่ายเต๋าซึ่งชิงดีชิงเด่นกับพุทธมาตั้งแต่อดีต แต่ตัวท่านก็เปี่ยมด้วยคุณธรรมและความดีเมื่อเห็นผู้ทรงศีลไร้มลทินถูกรังแกย่อมอดไม่ได้ที่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ เพลงกระบี่สองสัณฐานจักรวาลจึงเปล่งอานุภาพเข้าเสริมปราณคุ้มกายของบรรพชิตเฒ่า

          “พุทธเต๋าร่วมทาง จะขาดข้าไปได้อย่างไร” ซือไท่ฉางจื่อคำรามก้องสะบัดพู่ในมือทะยานตัวเข้าร่วม อาศัยเคล็ดใจนิพพานเสริมส่งช่วยให้ร่างทองพระพุทธแกร่งกร้าวขึ้นมากสายฟ้าทั้งหลายล้วนไม่อาจแพ้วพานได้อีก

           “หมื่นฟ้าอัสนีสวรรค์” เตียวก๊กบังเกิดโทสะระเบิดพลังงัดหนึ่งในไม้ตายออกมาใช้ ท้องฟ้าสีดำทะมึนปกคลุมทั่วบริเวณประกายฟ้าแลบฟ้าร้องปรากฏอยู่เนืองๆ ก่อนที่สายฟ้านับร้อยจะผ่าลงมาทำลายทุกสิ่งทุกอย่างเบื้องล่าง หากไม่ใช่เพราะชาวยุทธ์และเหล่าผู้มาร่วมงานหลบภัยออกไปไกลคงไม่พ้นมีคนบาดเจ็บล้มตายนับพัน

          “มันบ้าไปแล้ว” สามผู้อาวุโสฝ่ายธรรมะกล่าวระหว่างปัดสายฟ้าให้แฉลบออกด้านข้าง

          “พุทราเม็ดนี้ท่าทางน่าอร่อยแฮะ”ชายหนุ่มผู้วุ่นอยู่กับการชิมผลไม้ค่อยๆส่งของกินเข้าปากโดยไม่สังเกตเลยว่าอันตรายกำลังใกล้เข้ามา ในที่สุดเคราะห์ร้ายก็มาเยือนเมื่อสายฟ้าเส้นหนึ่งถูกปัดเข้าใส่เขาพอดิบพอดี

           ตูม! เสียงระเบิดดังก้องขึ้นพร้อมกับความตกใจของสามบรรพชิตต่างศาสนา เพราะไม่คิดว่าจะมีใครกล้านั่งอยู่ในบริเวณที่เกิดความพินาศอย่างหนัก แต่เมื่อกลุ่มควันจางหายไปชายหนุ่มผู้นั้นกลับยังคงอยู่ดีมีสุขไร้รอยแผลใดๆ ทว่านอกจากตัวเขาแล้วไม่มีสิ่งใดสมบูรณ์รวมทั้งผลไม้ในมือและในจานซึ่งเป็นของชอบของเขา

          “กล้าดียังไงมารบกวนเวลาทานอาหารของผม” เสียงนุ่มเปรยขึ้นแผ่วเบา หากแต่สุ้มเสียงดังกล่าวกับกังวานก้องยิ่งกว่าครั้งที่เตียวก๊กพูดตอนเริ่มงานเสียอีก ชายหนุ่มปริศนาในชุดหนังสีดำมันเงาค่อยๆลุกขึ้นพลางปัดเศษผ้าคลุมที่ไหม้ไฟทิ้งไป พริบตานั้นบรรยากาศแสนอึดอัดก็ได้เข้ามาปกคลุมโดยรอบบริเวณผู้คนต่างหายใจไม่ทั่วท้องบ้างถึงกับเหงื่อโชกแบบไม่รู้สาเหตุ

          เจ้าของดวงตาสีมรกตแปลกตาใบหน้าหล่อเหลาเกลี้ยงเกลาผิวขาวผ่องผิดรูปลักษณ์ชาวตงง้วนค่อยๆมองสำรวจรอบๆ ก่อนจะปรายหางตาไปยังประพิธีที่เป็นศูนย์กลางของพลังงานสายฟ้า เขาค่อยๆยกมือซ้ายขึ้นก่อนจะงอนิ้วกลางแล้วใช้นิ้วหัวแม่มือกดเอาไว้ แล้วปล่อยออกคล้ายกับดีดอะไรสักอย่าง ประกายแสงสีฟ้าวาบหนึ่งก็พุ่งออกจากนิ้วตรงเข้าหาเตียวก๊กในทันที

          --(หลบเร็วเตียวก๊ก)--  เสียงลึกลับเสียงหนึ่งก้องขึ้นภายในหัวของแม่ทัพเจ้าสวรรค์ เตียวก๊กรีบเร่งทะยานตัวขึ้นเหนือท้องฟ้าหลบการโจมตี ทว่าปะรำพิธีเมื่อต้องลำแสงดังกล่าวก็เกิดการระเบิดส่งเสียงกึกก้องกัมปนาทก่อนจะพังทลายลงโดยไม่เหลือเค้าแห่งความสวยงามเหมือนเมื่อครู่

          “น่ากลัว!” ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็คิดแบบเดียวกัน

         --“ตรวจพบการโทรจิต รูปแบบเจ้าหน้าที่รัฐบาลโลก”--

          เสียงปริศนาแว่วขึ้นจากความว่างเปล่าก่อนที่จะมีลูกทรงกลมสีดำปรากฏออกมาราวกับเมื่อครู่มันได้ล่องหนอยู่ ชายหนุ่มลึกลับปรายตามองรอบๆคล้ายไม่ใส่ใจในสิ่งที่ตัวเองพึ่งกระทำไป เขาหลับตาลงช้าแล้วสูดหายใจลึกๆจนกระทั่งได้สัมผัสกับกลิ่นที่แสนคุ้นเคย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาของเขาก่อนที่ลูกทรงกลมจะถูกโยนขึ้นฟ้า มันแยกตัวออกเป็นชิ้นเล็กๆเสมือนตัวต่อก่อนจะประกอบเข้าด้วยจนมีลักษณะคล้ายกับปืนสไนเปอร์แบบโลกอนาคต

          ปัง! เสียงลั่นไกปืนกึกก้องไปทั่ว พร้อมกับเงาร่างสายหนึ่งที่พุ่งออกจากจวนเทพสวรรค์บ่ายหน้าขึ้นเหนือ โดยมีโลหะสีดำจากปลายปืนพุ่งติดตามไปอย่างกระชั้นชิด ก่อนจะพุ่งทะลุร่างคนผู้นั้นตามมาด้วยเสียงระเบิดดังกึกก้อง ข้างฝ่ายชายหนุ่มปริศนาเมื่อยิงปืนนัดแรกแล้วก็ปล่อยมือจากปืนสไนเปอร์ ทันทีที่ถูกวางจากปืนก็กลับสภาพเป็นทรงกลมสีดำตามเดิม เตียวก๊กเห็นดังนั้นก็เบนสายฟ้าทั้งหมดมาโจมตีบุรุษแปลกหน้าในทันที สายฟ้านับร้อยนับพันฟาดลงแทบจะพร้อมๆกัน

          “น่าเสียดาย ไม่ใช่พวกที่ครอบครองจารึกส่วนหลัก” เขาเปรยขึ้นเบาๆ

        --“ถูกต้อง มันเป็นเพียงแค่เจ้าหน้าที่ธรรมดาซึ่งมีอุปกรณ์ของทางกองทัพ ยังดีที่พวกมันไม่มีโปรแกรม AI พิเศษแบบนาย ไม่งั้นมันคงหนีไปนานแล้วถ้ารู้ว่าคนที่มาเป็นนาย คงไม่อยู่ให้นายเล่นงานได้หรอก”--

          “อย่าคิดมากน่าไกอา ผมมันระดับไหนแล้ว!” เขากล่าวพร้อมกับยกมือซ้ายชูนิ้วชี้ขึ้น “เรียกใช้พลังพิเศษจารึกแห่งอัสนี”

          ไม่ทันขาดคำพลังสายฟ้าทั้งหมดของเตียวก๊กกลับไปรวมอยู่ที่นิ้วของชายผู้นั้นจนก่อเกิดลูกพลังทรงกลมที่อัดแน่นไปด้วยประกายสายฟ้าขนาดใหญ่ ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดต่างตื่นตะลึงกับสิ่งที่เห็นสายตานับพันนับหมื่นจดจ้องไปยังชายหนุ่มปริศนาผู้ที่กระทำเรื่องเหลือเชื่อเกินกว่าที่พวกเขาจะจินตนาการถึง

           “ท่านปู่ พี่ชายท่านนั้นเก่งจังเลย” เด็กสาวที่ถูกล่ามโซ่อยู่กล่าวขึ้นด้วยความชื่นชม “เขาเป็นใครหรือคะ?”

           “รูปร่างสง่างาม พลังเหนือมนุษย์เช่นนี้เขาย่อมเป็นเทพเซียนจากสวรรค์ ใช่แล้วเขาคือผู้ที่ฟ้าส่งมาลงโทษเตียวก๊กที่หลงลืมอุดมการณ์อันดีใช้พลังเซียนในทางที่ผิด” กระบี่สีชาดกล่าวด้วยความเชื่อมั่นและเลื่อมใส

            “หุบปากเดี๋ยวนี้” เตียวเหลียงที่กำลังร้อนใจถึงกับบันดาลโทสะฟาดดาบเข้าใส่กระบี่สีชาดในทันที เฒ่าชราหลับตาพริ้มพร้อมรับชะตาแต่เขาก็ปรากฏรอยยิ้มที่มุมปากเพราะเชื่อว่าอีกไม่นานคนแซ่เตียวทั้งสามพร้อมลูกสมุนชั่วช้าจะตายตามเข้าไปในที่สุด

           “ท่านเซียนช่วยท่านปู่ด้วย” เด็กสาวร้องขึ้น

          “หืม!” แม้เสียงนั้นจะเบาเพียงใด แต่ดูเหมือนว่าชายหนุ่มปริศนาจะได้ยินมันอย่างชัดเจนมันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความชื่นชมรวมไปถึงความคาดหวังเกี่ยวกับตัวเขา เสียงแบบนี้ความรู้สึกแบบนี้เขาไม่เคยได้สัมผัสมันมาก่อนดังนั้นชายหนุ่มจึงตัดสินใจกระทำเรื่องบางอย่างโดยการขว้างบอลสายฟ้าเข้าใส่เตียวก๊กส่วนตัวเองก็... “เรียกใช้พลังจารึกแห่งความเร็ว ก้าวพริบตา!

          ไม่ถึงเสี้ยววินาทีชายหนุ่มก็วิ่งจากกลางลานกว้างมาปรากฏกายอยู่หน้าเตียวเตียวเหลียงทั้งที่ห่างกันไกลมาก

         “เจ้า!”เตียวเหลียงอุทานด้วยความตกใจ เพราะคิดไม่ถึงว่าคนตรงหน้าจะมีความสามารถมากขนาดนี้ แถมดาบที่ฟันลงไปกลับถูกนิ้วเพียงนิ้วเดียวสกัดเอาไว้ได้มิหนำซ้ำยังแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยหล่นลงพื้นเกลือนกลาด

         “ไม่ต้องห่วงผมยังไม่อยากฆ่าใคร” เขาตอบก่อนที่ใช้นิ้วชี้จิ้มเบาๆที่อกของเตียวเหลียง

         “อั่ค!” แม่ทัพเจ้ามนุษย์ของกองทัพโพกผ้าเหลืองเหมือนกับถูกกระแทกอย่างแรงจนลอยละลิ่วไปไกล เตียวโป้พยายามเข้าไปช่วยกลับถูกพลังที่แฝงอยู่เล่นงานไปด้วยอีกคน พลังลึกลับภายในร่างค่อยเสื่อมถอยลง ซึ่งเป็นผลมาจากอุปกรณ์ของโลกอนาคตที่ฝังอยู่ในตัวถูกพลังของชายหนุ่มปริศนาทำลายไปจากการกระทำเมื่อครู่ ทั้งสองแม้รอดตายแต่ก็บาดเจ็บไม่น้อยส่วนเตียวก๊กแม้จะระเบิดพลังทั้งหมดต้านรับพลังงานสายฟ้าจำนวนมากแต่ก็ไม่อาจได้รับชัยชนะ แม้จะไม่ตายแต่พลังมหาศาลก็ทำลายอุปกรณ์โลกอนาคตในตัวจนหมดสิ้นยามนี้เขาไม่ต่างอะไรจากคนธรรมดาหาใช่ผู้วิเศษอีกต่อไปแล้ว

         “ร้ายกาจ!” ทุกคนต่างอุทานออกมาพร้อมๆกัน

          “งานเลี้ยงเลิกราแล้ว ขอให้ทุกคนกลับไปที่ของตัวเองซะ ถ้ายังอยู่ผมจะถือว่าพวกคุณอยากเล่นสนุกกับผม” เขากล่าวด้วยพลังอันเกรี้ยวกราดเหมือนลำโพงขนาดยักษ์ที่ผู้คนนับหมื่นล้วนได้ฟังอย่างชัดถ้อยชัดคำ “น่าเสียดายที่กองทัพผ้าเหลืองจะล่มสลายในอนาคตอันใกล้ และราชวงศ์ฮั่นเองก็ใกล้หมดอายุขัยเช่นกัน”

           คำกล่าวนั้นทำเอาสายสืบของราชสำนักและเหล่าโจรโพกผ้าเหลืองใจสะท้านไปตามๆกัน เขาสะบัดมือน้อยๆไปยังจวนเทพสวรรค์ด้านหลังพริบตาเตียวสิ่งก่อสร้างที่สวยงามก็พลันระเบิดออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย พร้อมๆกับศรัทธาและกำลังใจของเหล่าสาวกซึ่งดับลงไปพร้อมๆกัน นับเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่นำพาความพินาศมาสู่กบฏชาวนาก๊กนี้

          “พาหลานคุณไปได้แล้ว” ชายผู้นั้นกล่าวกับกระบี่สีชาดพร้อมกับสะบัดนิ้วทำลายเชือกที่มัดอยู่ให้ ผู้เฒ่ากล่าวขอบคุณชายหนุ่มพร้อมกับอุ้มหลานหลบหนีไป เด็กสาวมองใบหน้าของเขาเอาไว้วางตาราวกับต้องการจะจำให้ขึ้นใจ ด้านชายหนุ่มปริศนาก็หัวเราะร่าก่อนจะทะยานตัวจากไปอย่างผู้ชนะเขากล่าวทิ้งท้ายเอาไว้ว่า “ฟากฟ้าตายแล้ว กองทัพโพกผ้าเหลืองเองก็เช่นกัน เมื่อใดราชวงศ์ฮั่นใกล้ถึงครามล่มสลาย เมื่อนั้นผมจะกลับมาอีกครั้ง”

          คำกล่าวนั้นเกิดจากความคึกคะนองและการสร้างเรื่องหาอะไรสนุกๆทำตามนิสัย แต่ผู้คนไม่ได้รู้จักเขาจึงไม่คิดว่ามันเป็นแค่เรื่องขำขันที่ไม่ได้จริงจังอะไร พวกเขาล้วนปักใจเชื่อว่าคำพูดนั้นคือคำทำนายลิขิตสวรรค์ไม่นานเรื่องนี้ก็แพร่ไปทั่วแผ่นดิน

         “ท่านปู่เมื่อข้าโตขึ้นข้าจะเป็นเจ้าสาวให้ท่านเซียน”นางกล่าวด้วยความชื่นชม

         “เหลวไหลน่าผู่เยว่ หลานจะแต่งงานกับท่านเซียนได้ยังไงกัน” กระบี่สีชาดดุหลานสาวแต่นางกลับไม่รับฟังซ้ำยังตั้งปณิธานแน่วแน่

          นับจากนั้นกองทัพกบฏชาวนาโจรโพกผ้าเหลืองก็เสื่อมถอยลงถนัดตา รบคราใดก็พ่ายแพ้อย่างต่อเนื่องเหล่าสาวกทหารกล้าเริ่มลนลานหวาดกลัว เตียวก๊กเองก็ล้มป่วยเพราะตรอมใจจนตายในที่สุด สองพี่น้องก็ตายเพราะการรบหลังจากนั้นไม่นานส่งผลให้กองทัพไท่ผิงล่มสลายลงอย่างราบคาบภายใต้ฝีมือของเหล่าผู้กล้า ซึ่งโจโฉ,ซุนเกี๋ยน,เล่าปี่เองก็มีส่วนในชัยชนะครั้งนั้น เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามที่คนประหลาดพูดไว้ หลายคนจึงเริ่มเชื่อเรื่องวาระสุดท้ายของราชวงศ์ฮั่น

         ดูท่าความวุ่นวายครั้งใหญ่คงจะมาเยือนในไม่ช้า...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,707 ความคิดเห็น

  1. #3279 โอตะคุง (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กันยายน 2558 / 14:30
    มังกรอหังการหมาป่าคะนองศึก ภาค 3 รึป่าวเนี้ย
    #3,279
    0
  2. #3197 นายตัวร้าย (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 กันยายน 2558 / 20:36
    สนุกมากเลยนะ
    #3,197
    0
  3. #3058 ouploy741 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กันยายน 2558 / 10:34
    โคตรดี ดีงามมาก
    #3,058
    0
  4. #3054 xzerox2 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กันยายน 2558 / 10:11
    สวดยอดเลยลูกเพ่ สนุกจริงๆครับ นิสัยพระเอกยี้ไม่ค่อยรู้ร้อนรู้หนาวเหมือนเคย(แล้วก็เป็นประเภทไม่หาเรื่องก่อน แต่ถ้ามีมาหาเรื่องก็อัดยับ) อิอิ สู้ๆครับ
    #3,054
    0
  5. #3039 slzyzero (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กันยายน 2558 / 23:13
    ติดตาม
    #3,039
    0
  6. #3014 slzyzero (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2558 / 14:08
    สนุกครับ
    #3,014
    0
  7. #3001 Cocoz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2558 / 22:27
    ขอบคุณครับ
    #3,001
    0
  8. #2986 ทาคาโตะ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2558 / 08:41
    ขอบคุณครับที่มาต่อ กำลังมึนๆงงๆ อยู่เลย มาต่อไวๆนะครับ(แกล้งมึนเผื่อไรเตอร์มาเพิ่มให้อีก 3 ตอนแก้มึน อิอิ)
    #2,986
    0
  9. #2985 mak663 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2558 / 00:33
    ยาวอีกแน่
    #2,985
    0
  10. #2983 Cocoz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2558 / 22:57
    ขอบคุณครับ
    #2,983
    0
  11. #2981 Rinray (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2558 / 22:14
    5555 สนุกดีๆ
    #2,981
    0
  12. #2979 Knight of Shadow (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2558 / 21:23
    เจ๋งๆ รอตอนใหม่ๆนะ
    #2,979
    0
  13. วันที่ 20 พฤษภาคม 2558 / 14:25
    โหดได้ใจเลยครับ ^^
    #160
    0
  14. #67 Zodass (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 10:08
    สนุกมากครับ
    #67
    0
  15. #41 menk01245 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2558 / 22:17
    สนุกมากครับ ติดตามๆ
    #41
    0
  16. วันที่ 16 พฤษภาคม 2558 / 03:07
    สนุกมากค่ะ รอติดตามตอนต่อไปนะค่ะ
    #15
    0
  17. #14 pgolf0009 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2558 / 01:56
    ตอนหน้ามาเร็วๆนะครับ
    #14
    0