Game of Creation(ประกาศิตเทพมารแสวงพ่าย)

ตอนที่ 35 : EP.33 เทพธิดากับขุนพลพ่ายศึก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,272
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    29 ก.ย. 58



Game of Creation ภาค ประกาศิตเทพมารแสวงพ่าย


EP.33 เทพธิดากับขุนพลพ่ายศึก

 

              ท่ามกลางแสงดาวแพรวพราวยามราตรี ขบวนม้าเทียมเกวียนสองกลุ่มได้รวมตัวกันเพื่อเดินทางกลับสู่เมืองฮูโต๋ เหล่าจับกังแบกหามส่วนมากนอนหลับกันหมดแล้ว เหลือเพียงพลขับและเหล่ามือดีผู้รับอาสาเฝ้าเวรยาม ซึ่งต่างก็กระจายกำลังกันเดินตรวจตราขนาบข้างขบวนรถม้าเทียมเกวียน ซึ่งแล่นอย่างช้าๆไปตามถนนลูกรังยุคโบราณ

            เทพโอสถพิษหัตถาเสินหนง ยามนี้กำลังสนุกอยู่กับการเล่นหมากล้อมด้วยระบบโฮโลแกรม เมื่อเสินหนงวางหมากดำระบบสมองกลก็จะวางหมากขาวต่อ ทั้งสองฝ่ายประชันกันขณะนั่งอยู่บนหลังคารถม้าคันหนึ่งด้านหน้าขบวน ใบหน้าของเฒ่าชราผู้นี้ดูสงบและผ่อนคลาย ผิดกับความดุดันเกรี้ยวกราดเมื่อช่วงกลางวันราวกับเป็นคนละคน

           “เวลาแบบนี้ยังมีกะใจมาเล่นหมาก เฒ่าปีศาจเลอะเลือนแล้วหรือไร!”เสียงหนึ่งแว่วขึ้นตามสายลม ร่างชราวางมือจากกระดานหมากเงยหน้ามองพระจันทร์เสี้ยว

            “เด็กเปรตอย่างเจ้าจะเข้าใจอะไร? เมื่อมีความสุขจะไม่ให้เล่นสนุกหรืออย่างไร” คนสูงวัยตอบ ก่อนจะเริ่มเดินหมากดำอีกครั้ง

          “กล้าว่าฉันเป็นเปรตเลยเหรอเนี่ย หากไม่ใช่เพราะคำสั่งท่านพ่อ ฉันคงลงมือสั่งสอนแกให้เข็ดหลาบไปแล้วล่ะ”เสียงเกรี้ยวกราดตวาดก้อง

            “เมื่อก่อนเจ้าแพ้ข้ายังไง มาตอนนี้ก็มีผลไม่แตกต่าง เวลานี้หากข้าต้องการฝังเจ้าไว้ใต้แผ่นดินก็ไม่ใช่เรื่องยาก หากไม่มีคำสั่งท่านพ่อ” เทพโอสถเปรยขึ้น ระหว่างครุ่นคิดวิธีเอาชนะหมากกระดานที่กำลังเล่นอยู่

             “ไม่คิดเลยว่าเฒ่าปีศาจผู้รักสันโดษอย่างแก จะยอมทำตามคำสั่งท่านพ่อเป็นกับเขาด้วย”

             “เมื่อก่อนตอนที่ท่านพ่อเปิดศึกกับรัฐบาลโลก ข้าต้องหลบหนีอยู่นานหลายปี นับตั้งแต่ปี ค.ศ.2401-2405 แม้จะย้อนกลับมาสู่ยุคโบราณก็ยังต้องหนีหัวซุกหัวซุนมา 6-7ปี ความเป็นอยู่ยากแค้นแสนสาหัสเพราะความหวาดกลัว แต่แล้วจู่ๆอดีตพญามัจจุราชผู้นั้นก็ตามหาข้าจนพบพร้อมกับยื่นข้อเสนอว่า จารึกที่ข้ามีไม่ใช่ส่วนหลักที่ท่านต้องรวบรวม ความสามารถของข้าอาจจะทำประโยชน์ให้ท่านได้ ท่านให้ข้าเลือกว่าอยากทำงานรับใช้ท่าน แล้วมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบาย หรือเลือกสู้ตายไม่ก็หลบหนีไปตลอดชีวิตแบบเดิม” เฒ่าปีศาจเสินหนงกล่าวตอบเสียงปริศนาดังกล่าว “เจ้าเองก็อยากได้ชีวิตแบบเดิมๆกลับคืนมาเหมือนกันไม่ใช่หรือไง? ทำเป็นพูดจาว่าคนอื่นเขาไปทั่ว”

             “ที่ฉันยอมติดตามรับใช้ ไม่ใช่ว่าฉันหวาดกลัวในพลังของท่านพ่อ จริงอยู่ที่จารึกระดับ A ของพวกเราไม่มีทางเอาชนะท่านได้ แต่ด้วยพลังของฉันการที่จะหลบหนีไปตลอดชีวิต ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรแต่ฉันเบื่อกับการหลบซ่อนแล้ว หัวใจมันเรียกร้องว่าอยากกลับไปสู่โลกอนาคต เพราะที่นั่นมีครอบครัวที่รักของฉันรออยู่”

             “โลกอนาคตหรือ? มีสิ่งใดน่าพิสมัยกันล่ะ กลับไปก็ต้องเลือกข้างระหว่างรัฐบาลโลกหรือฝ่ายปฏิวัติ สภาพอากาศหรือก็ย่ำแย่ภัยธรรมชาติก็รุนแรง โรคภัยก็มากมายจนนับไม่หวาดไม่ไหว สู่ยุคโบราณตอนนี้ก็ได้ มองไปทางไหนก็สดชื่นรื่นรม เต็มไปด้วยความสวยงามและปลอดภัย” เสินหนงเห็นแย้งกับเสียงปริศนาดังกล่าว

            “คนไม่เคยมีความรักย่อมไม่มีวันเข้าใจ” น้ำเสียงแฝงในตอบโต้ถ้อยคำเมื่อครู่

            “เลิกพูดเรื่องไร้สาระเถอะ มีอะไรจะปรึกษาก็รีบๆว่ามา” เทพโอสถกล่าวจริงจัง

             “ก็ได้ ข้าอยากให้ช่วยแนะนำเรื่องหนึ่ง ท่านพ่อร้องขอให้ข้าตรวจนับจำนวนที่แน่นอนของกองทัพพันธมิตรกวนตง ว่าใครกุมกำลังหลักๆเท่าไหร่ แต่คนมันมากมายซ้ำยังไม่อยู่กับที่ ข้าไม่รู้จะนับจำนวนยังไง เจ้ามากประสบการณ์ที่สุดคงจะช่วยข้าได้” เสียงนั้นกล่าวขึ้นอีก พร้อมกับการปรากฏตัวของไจ่ไจ๋ผู้คิดไม่ตกกับภารกิจที่ได้รับมอบหมาย

             “เจ้าเด็กโง่! ความสามารถของเจ้านั่นไงคือคำตอบ พลังในการควบคุมเงาทำไมไม่ใช้ล่ะ ยามค่ำคืนก็เรียกเงาทั้งหมดมา แบ่งหมวดหมู่ตามสังกัดแล้วค่อยรับจำนวน แค่นี้มันก็เรียบร้อยแล้ว” เสินหนงกล่าวพร้อมกับหัวเราะเยาะอีกฝ่าย

            “ทำไมข้าถึงคิดไม่ออกนะ” ไจ่ไจ๋บ่นให้กับความโง่งมของตนเอง ก่อนจะเลือนหายไปโดยไม่ถือสาท่าทางเยาะเย้ยของเฒ่าชราผู้นั้น




             ค่ำคืนพระจันทร์เสี้ยวแต้มขอบฟ้า หมู่มวลดาราเฉิดฉายแข่งแสง ทัพผู้กล้ากลับแตกพ่ายไร้เรี่ยวแรง อริแกร่งหรือมิตรเจ้าไร้ไมตรี... บทกวีอันไพเราะล่องลอยมาตามสายลม ขุนพลวัยกลางคนผู้พ่ายศึกคนหนึ่งก้าวเดินออกมานอกกระโจมค่ายพัก สายตาอ่อนล้ามองหาทิศทางของเสียงหวานซึ่งเมื่อครู่ คนผู้นี้คือซุนเกี๋ยนผู้ทรงธรรมแห่งทัพกวนตง ผู้ที่มิอาจทนความเหลวแหลกของเหล่าผู้นำทัพพันธมิตร จึงได้แยกออกตัวมาเป็นอิสระหมายกรีฑาทัพหมายรบแตกหักกับตั๋งโต๊ะ น่าเสียดายที่ฟ้าไม่เป็นใจหนุนเสริม ขุนพลผู้กล้าจึงสูญสิ้นแทบทุกสิ่งในชีวิต

             “โอ้สวรรค์...ท่านหมายกลั่นแกล้งซ้ำเติมข้าหรือไร จึงได้ส่งเสียงลอยตามลมมาตอกย้ำผู้พ่ายศึกเช่นนี้ อันตัวข้านั้นทำผิดเช่นไรท่านถึงได้ลงโทษให้ต้องประสบเคราะห์กรรม” ผู้แซ่ซุนถึงกับหลั่งน้ำตาให้กับความไม่เอาไหนของตนเอง ที่ไม่อาจกระทำการใหญ่ช่วยเหลือบ้านเมือง ซ้ำยังนำพาลูกน้องผู้ภักดีไปตายเสียตั้งมากต่อมาก

             “ที่ท่านพ่ายเพราะไม่รู้จักกาละแห่งฟ้า เหตุแห่งความพินาศเพราะไม่รู้จักพึ่งพาผู้ยิ่งใหญ่ หากท่านยอมละศักดิ์ศรีความเย่อยิ่ง มีหรือที่ฟ้าจะทอดทิ้งให้ต้องสูญสิ้นทั้งชีวิต” เสียงหวานซึ้งเสียงเดิมกล่าวขึ้น มันก้องกังวานไปทั่วราวกับเสียงจากสรวงสวรรค์

           “ท่านคือผู้ใด? โปรดปรากฏตัวเถอะ!” ซุนเกี๋ยนผู้แน่ใจว่าไม่ได้คิดไปเองร้องบอก

           “ข้ามาเพื่อเจรจา” เสียงหวานนั้นกล่าวขึ้นอีก พร้อมกับสายลมเย็นพัดโชยผ่านทั่วเนินสูง กลิ่นหอมอ่อนๆของมวลพฤกษาคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ต้นไม้ใบหญ้าพลันออกดอกบานสะพรั่งสวยงามแม้เป็นยามราตรีแลผิดฤดูกาล

             ร่างงามระหงในชุดผ้าแพรบางเบาสีชมพูอ่อน ปรากฏให้เห็นจากส่วนยอดของต้นไม้ใหญ่โดดเด่น นางโบกสะบัดฝ่ามือร่ายรำไปมาก่อนที่จะชี้นิ้วเข้าหาซุนเกี๋ยน ฉับพลันผ้าแพรบางผืนยาวก็พุ่งออกมาจากแขนเสื้อ มันพลิ้วไหวตรงลงมาจรดผืนดินเบื้องหน้าของขุนพลพ่ายศึก นางผู้ลึกลับทำท่าทางเอียงอายร่ายรำราวกับเทพธิดา สองขางามก้าวสู่ผืนผ้าซึ่งทอดยาวจากฟ้าสู่ดิน พลันเหินทะยานไต่ผ้าโดยไม่ต้องย่างก้าวราวกับเทพเซียน

          “ท่านเป็นเทพธิดาหรือไร เหตุใดจึงสร้างเรื่องมหัศจรรย์เช่นนี้ได้” ซุนเกี๋ยนกล่าวพลางผายมือไปยังบรรดาต้นไม้ใบหญ้า ซึ่งยามนี้มีดอกบานสะพรั่งสีสันสดใจ

          “ข้ามิอาจเอื้อมเป็นถึงขั้นนั้นหรอก หากจะเป็นก็คงเป็นผู้รับใช้เทพเซียน ที่ได้รับมอบซึ่งอิทธิฤทธิ์อันวิเศษในการกระทำการต่างๆ” นางแย้มยิ้มบอกกล่าวผ่านหน้ากากผีเสื้อที่ปกปิดใบหน้า

             “เช่นนั้นหรือ?” ซุนเกี๋ยวหรี่ตาลงเล็กน้อยคล้ายกับกำลังชั่งใจว่าจะเชื่อนางดีหรือไม่ “แล้วท่านมีชื่อเสียงเรียงนามว่ากระไร”

              “ซันฮิวฮิว(นุ่มละมุน) แห่งสิบศักดิ์สิทธิ์เกาะโศกศัลย์ สมญาเทพธิดาหมื่นผกา” ริมฝีปากแดงระเรื่อเอื้อนเอ่ยวาจาตอบกลับ พลันต้นหญ้าที่ขึ้นอยู่รอบๆนางก็ผลิดอกเสริมความงามให้นาง ดุละม้ายคล้ายเทพธิดามากกว่ามนุษย์

             “แม่นางมาหาข้าด้วยธุระอันใดหรือ?” ซุนเกี๋ยนกล่าวถามในสิ่งที่สงสัยมานาน

             “ข้ามาเพื่อเจรจา หากท่านยินยอมเข้าร่วมกับนายของข้า ตระกูลซุนย่อมมีโอกาสพลิกฟื้นกลับคืนมาเป็นใหญ่ กลายเป็นขุนพลค้ำยันบัลลังก็ราชวงศ์ฮั่นดังที่ท่านต้องการ หรือต่อให้ท่านหมายครองแผ่นดินขอเพียงมีผลงานใหญ่ ย่อมได้สมปรารถนา”

            “จะให้ข้าคอยรับใช้ทำเรื่องต่างๆให้กับพวกท่านหรือ?” ขุนพลพ่ายศึกเผยแววหนักใจ

            “ไม่ต้องกลัวชื่อเสียงจะด่างพร้อย หากท่านต้องการงานเลวทรามต่ำช้าย่อมไม่ต้องฝืนใจกระทำ ขอเพียงเมื่อเรียกใช้งานท่านก็กระทำตามหน้าที่อย่างดีที่สุดก็พอ” นางกล่าวพลางถอยห่างออกไปสองสามก้าว

            “หากข้าปฏิเสธล่ะ”ซุนเกี๋ยนกล่าวทีเล่นทีจริงคล้ายต้องการหยั่งเชิง

            “หากท่านไม่ยอมรับข้อเสนอข้าก็เพียงแค่จากไป แต่ท่านก็จะหมดโอกาสพลิกฟื้น ลูกน้องที่ตายก็ตายเปล่า ครอบครัวที่อยู่ข้างหลังก็คงลำบากเหลือแสน แม้แต่ท่านและลูกเมียก็คงไม่พ้นความพินาศ หากท่านยอมโอนอ่อนเข้าร่วมย่อมนับได้ว่ามีวาสนา ของจำเป็นทั้งหลายจะถูกนำมาให้ใช้เป็นทุนรอน เพียงแค่รับปากข้าจะบันดาลให้เห็นในทันที”

             “ข้า!” ขุนพลพ่ายศึกคิดหนัก เขายกสองมือขึ้นมาดูมันเต็มไปด้วยบาดแผล ครั้นหันหลังกลับไปมองดูค่ายพัก บรรดาทหารทั้งหลายก็ร้องครวญครางด้วยความเจ็บป่วยหิวโหย

            “ยอดคนที่ดีย่อมห่วงใยผู้อื่นมากกว่าตนเอง ตงฉินที่ซื่อตรงย่อมสนใจไพร่ฟ้ามากกว่าขุนนางและพวกพ้อง ยามนี้กองทัพท่านพินาศสิ้นทหารกล้าเจ็บป่วยอดอยาก ท่านจะเลือกทางเดินไหนให้พวกเขา ความอยู่รอดหรือปากทางสู่ยมโลก” นางกล่าวเตือนสติโน้มน้าวจิตใจของเขา

           “หากข้ายินยอมท่านจะบันดาลให้ข้าเห็นเลยใช่ไหม ว่าพวกท่านช่วยเหลือได้จริง?”

           “เพียงท่านรับปากยอมรับใช้นายข้าชั่วชีวิต ทั้งท่านและทหารรวมถึงครอบครัวของพวกเขา จะไร้ซึ่งความอดอยากตราบเท่าที่ยังรักษาสัญญาอยู่ หากกลับคำตระบัดสัตย์จะได้รับเพียงความตาย”นางตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง

            “เช่นนั้นข้ายอมรับใช้นายของท่านไปชั่วชีวิต ลูกหลานของข้าเองก็จะสานต่อเจตนารมของข้า ขอเพียงแผ่นดินสงบสุขปวงประชาไม่ต้องทุกข์ยาก ข้าซุนเกี๋ยนพร้อมสละสิ้นซึ่งทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียงหรือแม้กระทั่งชีวิต” เขายืนยันหนักแน่น

           “ดี! งั้นพวกเราไปกันเถอะ” นางสะบัดแขนเสื้อปล่อยผ้าแพรไปรัดตัวของซุนเกี๋ยน พร้อมกับเหินทะยานด้วยวิชาตัวเบาอันลึกล้ำ ประกอบกับรองเท้าแบบพิเศษที่เป็นของโลกอนาคต ซึ่งช่วยให้ก้าวกระโดดเพียงครั้งไปได้ไกลเกือบ 10 เมตร

           ชั่วพริบตาทั้งสองก็มาไกลกว่าหนึ่งลี้ บนเนินโล่งมีม้าเทียมเกวียนเรียงรายกันอยู่นับสิบนับร้อย บนเกวียนเหล่านั้นล้วนเต็มไปด้วยข้าวของจำเป็น ไม่ว่าเป็นดาบเหล็กทวนแกร่งหรือแม้แต่เกาทัณฑ์และลูกธนู นอกจากนี้ยังมีเสื้อผ้ารวมทั้งชุดเกราะกับยาสมุนไพร มองไกลๆเห็นกระสอบข้าวสารและเกลือกองอยู่จำนวนมาก ฝูงไก่ฝูงหมูก็ดีนับร้อยตัว เรียกได้ว่าสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้กับกองทัพของเขาได้อย่างดี

             “ดาบเหล็ก 800 เล่ม หอก 500 เล่ม ทวน 300 เล่ม เกาทัณฑ์ 100 คัน ลูกธนู 10,000 ดอก ชุดเกราะ 1,000 ตัว ข้าวสาร 200 กระสอบ เกลือ 50 กระสอบ หมู 200 ตัว ไก่ 300 ตัว เนื้อแห้ง 100 ชั่ง สมุนไพรหลายชนิด 100 ชั่ง เงินทุน 1,000 ตำลึงทอง ของทั้งหมดเป็นของท่านนับแต่นี้” นางบอกกล่าวพร้อมกับผายมือให้ดูของทั้งหมด

            “ท่านให้ข้าทั้งหมดเลยหรือ?”

            “ถูกต้อง นี่แค่ส่วนหนึ่งในอนาคตหากท่านมีผลงาน ย่อมได้รับมากกว่านี้นับร้อยนับพันเท่า”

             “แล้วข้าต้องทำอย่างไรต่อ?” ซุนเกี๋ยนกล่าวถาม ยามนี้สีหน้าเขาดูดีขึ้นผิดหูผิดตา เพราะสามารถยกภูเขาออกจากอกได้แล้ว

           “ไม่ต้องสนใจเรื่องของตั๋งโต๊ะอีก เดินทางกลับเมืองของท่านเพื่อซ่องสุมกำลังเถิด นายข้าบอกว่าท่านน่าจะไปเยือนเมืองลกเอี๋ยงดูสักครั้ง”

           “ไปทำไม ที่นั่นเหลือแต่ซากแล้วไม่ใช่หรือแม่นาง” ขุนพลผู้พ่ายศึกกล่าวถามด้วยความสงสัย

           “ท่ามกลางสิ่งเหล่านั้นมีตราหยกแผ่นดินอยู่ ท่านควรเก็บรักษาเอาไว้ แล้วพบกันใหม่คราวหน้า” กล่าวจบนางก็พลิ้วกายเหินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า จนกระทั่งหายลับไปในที่สุด ซุนเกี๋ยนมองตามด้วยความตื่นตะลึง เมื่อไกลห่างจากเป้าหมายแล้วนางก็พลันถอดหน้ากากออก เผยความงามอวดดวงจันทร์และหมู่ดาว

          “หน้าที่ของสิบศักดิ์สิทธิ์เสร็จสิ้นแล้ว ข้าคงต้องรีบกระทำภาระอีกอย่างให้เรียบร้อยโดยไว จะได้กลับไปหาท่านสักที ลิโป้เอ๋ยตั๋งโต๊ะเอ๋ย...ความพินาศกำลังรอพวกท่านอยู่” นางแย้มยิ้มพลางหัวเราะด้วยความพึงพอใจ เมื่อคิดว่าอีกไม่นานความฝันของนางก็จะเป็นจริง


***อันนี้ตอนของวันพรุ่งนี้นะครับ เพราะพรุ่งนี้คงเตรียมเรื่องหลักยาวๆ ไม่ได้มาอัพแน่ๆเลยลงให้อ่านกันก่อน 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,707 ความคิดเห็น

  1. #3378 ๏ปลิงหลงทาง๏ (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 30 กันยายน 2558 / 01:32
    #3,378
    0
  2. #3372 slzyzero (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 30 กันยายน 2558 / 00:25
    สนุกครับ
    #3,372
    0
  3. #3371 คมดาบพิรุณ (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 กันยายน 2558 / 22:26
    ตัวละครในสามก๊กที่มีบทบาทน้อยๆ เอามาเล่นในบทบาทใหม่น่าจะสนุกดีนะ อย่างตอนนี้ซุนเกี่ยน ให้เป็นเจ้าแห่งกั้งตั้ง แทนซุนกวนไปเลย อีกคนเตียนเสี่ยนสินะ ที่จริงตัวตนของเตียนเสี่ยนไม่มีในประศาสตร์ เป็นตัวละครที่ถูกแต่งขึ้นมา ผมว่าไรต์เล่นกับตัวละครตัวนี้ได้เยอะ
    #3,371
    0
  4. #3370 inasba (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 กันยายน 2558 / 21:57
    เตียวเสี้ยนชัวๆเลยนะนิ
    #3,370
    0
  5. #3369 นะบันเรอ (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 กันยายน 2558 / 21:12
    เตียวเสี้ยน?
    #3,369
    0
  6. #3368 mak663 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 กันยายน 2558 / 20:36
    ใช้จริงด้วย
    #3,368
    0
  7. #3367 kimurakung (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 กันยายน 2558 / 19:45
    ที่แท้ 10 ศักดิ์สิทธ ิ์เป็นคนจากโลกอนาคตนี่เอง
    #3,367
    0
  8. #3366 ฟาร์น (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 กันยายน 2558 / 19:44
    เตียวเสี้ยนครับ
    #3,366
    0
  9. #3365 Rinray (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 กันยายน 2558 / 19:24
    ซันฮิวฮิว คือ แม่นาง.....สินะ = =
    #3,365
    0
  10. #3364 สิ้นเสียงปักษา (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 กันยายน 2558 / 19:22
    ใช่เตียวเสี้ยนรึเปล่าคะ? กลายเป็น 10 ศักสิทธิ์แล้วจะรู้สึกกับพระเอกยังไงเนี่ย? จะรักเหมือนเดิมหรือว่ากลายเป็นรู้สึกเหมือนพ่อลูกกันไปแล้ว -0-
    #3,364
    1
    • #3364-1 คนเพิ่งผ่านมา (จากตอนที่ 35)
      8 ตุลาคม 2558 / 19:40
      เดาว่า คงไม่ได้เหมือน คนแรกครับ เพราะคนแรกตายไปแล้ว พอใส่พลังเข้าไปเลยกลายเป็นแวมไพร์



      แต่เตียวเสี้ยนยังมีชีวิต น่าจะถ่ายพลังวัตรไปให้ แล้วให้ฝึกวิชา



      เพราะตาเฒ่า กับ เด็กน้อย ยังเป็นมิวแท้นที่มาเข้าร่วมเลย



      น่าจะคงทำสัญญาหรือไม่ก็ อะไรสักอย่างแล้วแต่ผู้แต่งนั่นหละ 555+



      #3364-1
  11. #3363 Tamil shadow (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 กันยายน 2558 / 19:10
       Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl
     

       Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl


       Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl 

     

      
    #3,363
    0
  12. #3362 นายตัวร้าย (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 กันยายน 2558 / 19:01
    เปิดตัวตอนละคน
    #3,362
    0
  13. #3361 ดูกันยาวๆ (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 กันยายน 2558 / 18:44
    #3,361
    0
  14. #3359 คนเทพๅ//2 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 กันยายน 2558 / 18:31
    เปิดตัวกันทีละคนเลย
    #3,359
    0
  15. #596 Keattiprapol Sukkum (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2558 / 15:53
    เขียนตอนนี้มาให้ ค้างงง
    #596
    0
  16. #595 Poowadeh Suwannarat (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2558 / 15:44
    รออ่านครัช
    #595
    0
  17. #594 inasba (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2558 / 15:41
    ตอบให้ดีๆนะจิ้นกว่าง
    #594
    0
  18. #591 ไม้ (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2558 / 15:29
    ถ้าตามที่ว่า เหมือนเป็นไอเท็มรูปแบบการ์ด แทนที่จะมาแย่งพวก อาวุธวิเศษ ยาเทวดา วิชาชั้นยอด

    ก็มาแย่งสิ่งที่คนยุคนี้มโนเป็นศิลาหรือจารึกจากสวรรค์ แบบนั้นจะทำให้ออกแฟนตาซีมากขึ้นกว่าตอนนี้

    เท่าที่อ่านยังเป็นกำลังภายในแบบแทรกแฟนตาซีหน่อยๆอยู่เลย
    #591
    0
  19. #589 j-teana (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2558 / 15:05
    สนุกมาก มาต่อไวๆนะ
    #589
    0
  20. #588 PrinceOom (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2558 / 14:59
    จัดไปครับ เอาตามที่ไรเตอร์ว่าละกัน
    #588
    0
  21. #587 reader (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2558 / 14:33
    รู้สึกสั้น อึก กระอัก อยากอ่านต่ออะ

    (อ่านรวดเดียวเลย)
    #587
    0
  22. #586 miss Iu (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2558 / 13:50
    เอางั้นก็ดี จะได้สิจ่รย์ถูก
    #586
    0
  23. #584 อ้นคุง_ (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2558 / 13:41
    ขอบคุณครับ
    #584
    0
  24. #583 มารคิงคอง (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2558 / 13:39
    ขอบคุณครับ
    #583
    0
  25. #582 Comrade (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2558 / 13:37
    คุณธรรมและความภักดี มันก็เป็นกลวิธีประเภทหนึ่ง ของผู้มีความรู้ สำหรับส่งคนโง่ไปตาย
     "หงสาจอมราชันย์"

    #582
    3
    • #582-2 อัลโตนิโอ(จากตอนที่ 35)
      28 พฤษภาคม 2558 / 13:50
      โดนอ่ะ
      #582-2
    • #582-3 WonderFul Life(จากตอนที่ 35)
      28 พฤษภาคม 2558 / 14:24
      ถ้ามี ไลท์ ให้กดงกดไปแล้ว นะเนี่ย
      #582-3
  26. #581 ไม่ทราบว่าเปงคัย (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2558 / 13:19
    ขอบคุณครับ
    #581
    0
  27. #580 Chimaera-Dek-D (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2558 / 13:12
    ข้อ 4. จากบทที่แล้ว ถ้าออกมาแบบขำ ๆ เป็นคลายตัวโจ้ก ก็น่าสนุกดีนะครับ อาจจะมีอ่อยตัวหลักบ้างก็น่าสนุก
    ส่วนของเรื่องการ์ดพอมาคิดตาม ถ้าเอาแบบอุปกรณ์เสริม ก็ดูไม่มีปัญหา ถ้าเป็นแนวออนไลน์คงจะคล้ายกับ บัตรกลับเมือง ใช้เสริมแบบติดเงื่อนไข ก็น่าจะได้...
    แค่ความเห็นจาก 1 ผู้อ่าน (ก็เคยอ่านนิยายแนวการ์ดนะ แต่อ่านได้ไม่นานก็หยุดอ่าน อาจจะไม่ใช่เพราะการ์ด แต่อาจจะเป็นเพราะเนื้อเรื่อง ทำให้ไม่มีอารมณ์ติดตามมากเท่าไหร่)


    #580
    0
  28. #579 Zodass (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2558 / 13:07
    สนุกมากครับ
    #579
    0