Game of Creation(ประกาศิตเทพมารแสวงพ่าย)

ตอนที่ 16 : EP.14 เพลิงเผาหน่วยเสบียง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,526
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    8 ก.ย. 58




    Game of Creation ภาค ประกาศิตเทพมารแสวงพ่าย


      EP.14 เพลิงเผาหน่วยเสบียง 

 

             ก่อนที่จะมีวีรบุรุษผู้กล้า ย่อมต้องมีจอมมารร้ายผู้สร้างยุคสมัยแห่งความวุ่นวาย ในสงครามชิงแผ่นดินจงหยวนนั้น ตั๋งโต๊ะได้จุดชนวนสวมบทบาทกังฉินผู้กดขี่ฮ่องเต้แล้ว และเหล่าผู้ร่วมต่อต้านก็ได้กลายสภาพเป็นเหล่าผู้กล้าไปโดยปริยาย แต่ในธุรกิจการค้าและดินแดนยุทธภพนั้นยังไม่มีใครตั้งตนเป็นจอมมารร้าย ซึ่งซันซั่งเทียนหมายคิดจะรับบทบาทนี้เอาไว้เสียเอง เพียงแต่ว่าจอมมารอย่างเขาคงไม่ได้เหมือนผู้ร้ายในนิยายหรือภาพยนตร์ เป็นคนที่ยากจะคาดเดา

             แผนขั้นต้นคือปั่นป่วนกองเสบียงของทั้งตั๋งโต๊ะและพันธมิตรกวนตง จากนั้นเปิดตัวด้วยธุรกิจเสบียงทัพและยาสมุนไพร ตามด้วยสร้างกองกำลังมือดีผู้ที่จะอุทิศชีวิตให้กับการรับใช้ตัวของเขา จากนั้นครอบงำวงการค้าด้านอื่นๆคอยกำหนดแนวทางตามที่ต้องการ นั่นคือความคิดคร่าวๆของชายหนุ่ม ดังนั้นสิ่งแรกที่เขาต้องทำคือสร้างความวุ่นวายด้านเสบียงอาหาร

           ทำให้ฝ่ายพันธมิตรกวนตงตกเป็นเป้าหมายแรก!

           ยามนี้กองเสบียงภายใต้สังกัดของอ้วนสุดถูกซันซั่งเทียนที่ปลอมตัวมิดชิดบุกจู่โจม ดาบของขุนพลร่างใหญ่ถูกหักอย่างง่ายดายด้วยมือของเขา ทั่วทั้งบริเวณเล็งเห็นแล้วว่าผู้มาไม่ธรรมดา บ้างกวาดสายตามองรอบๆด้วยเกรงจะมีคนซุ่มอยู่อีกมาก  ทั้งสองฝ่ายต่างคุมเชิงกันอยู่ขุนพลที่สูญเสียอาวุธบันดาลโทสะฟาดดาบส่วนที่เหลือโจมตี น่าเสียดายที่เขาพลาดท่าถูกกระแทกให้ถอยห่าง

      “ไม่ทราบว่าท่านจอมยุทธ์ต้องการสิ่งใดถึงได้มาเยี่ยมเยือนหน่วยขนส่งเสบียงของกองทัพพันธมิตรกวนตง” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ธรรมดา ขุนพลหน้าขาวจึงเปลี่ยนท่าทีมาเจรจาแทนการลงมือ ชายหนุ่มจึงได้โอกาสเล่าเรื่องที่กุขึ้นเมื่อครู่ออกไป

          “ข้าหัวหน้าหน่วยพยัคฆ์ ใต้สังกัดหัตถ์แห่งมัจจุราช ได้รับการจ้างวานจากคหบดีท่านหนึ่ง ให้ทำการทำลายเสบียงกองทัพสกุลอ้วน หากรักชีวิตก็ให้ทิ้งข้าวของทุกอย่างไว้แล้วไปเสียให้ไกลๆ ไม่เช่นนั้นจะไม่ไว้ชีวิต”

          “เหลวไหลสิ้นดี เสี่ยงชีวิตเช่นนี้คุ้มแล้วหรือ?” ขุนพลร่างใหญ่ในชุดเกราะแดงตวาด

          “เสี่ยงชีวิต?  หึ! คงจะเข้าใจอะไรผิดแล้ว ข้ายังไม่เห็นเลยว่าการจัดการพวกเจ้าทั้งหมดนี่ จะเป็นการเสี่ยงชีวิตตรงไหน” ชายหนุ่มใช้เสียงทีเล่นทีจริงทั้งยังทำตัวตามสบาย

          “เจ้าเด็กอวดดี”

           ขุนพลร่างใหญ่ในชุดเกราะแดง บันดาลโทสะโคจรพลังลมปราณ ถ่ายทอดลงในดาบที่เหลืออยู่เพียงครึ่ง แล้วฟันฉับใส่ต้นคอของโจรป่าจำแลง ซันซั่งเทียนเหยียดรอยยิ้มเยาะดีดนิ้วชี้ขวากระแทกกับคมดาบ ชั่วขณะปลายนิ้วของเขาคล้ายเรืองแสงสีส้มแผ่ความร้อนจัดวูบหนึ่ง ผู้ลงมือกลับถูกแรงกระแทกผลักตกรถม้า ซ้ำยังถอยหลังไปอีกหลายก้าว มันยกอาวุธคู่กายขึ้นดูปรากฏรูโหว่เด่นชัดตรงจุดที่ถูกนิ้วจิ้มเข้าเมื่อครู่ ทั้งขบวนแตกตื่นกับระดับฝีมือของโจรป่าผู้นี้

           “ฝีมือร้ายกาจนัก คงไม่ด้อยไปกว่านายท่าน”นายกองเกราะสีเหลืองครุ่นคิดด้วยความกังวล

           “พวกเราเองก็ไม่อยากขัดความต้องการของท่าน แต่สิ่งของเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นต่อความอยู่รอดของกองทัพ หน่วยของพวกเรามีหน้าที่คุ้มกันเสียงเหล่านี้ไปส่งที่ค่าย พวกเราย่อมไม่อาจมอบให้ท่านขอได้โปรดเห็นใจ”ขุนพลหน้าขาวกล่าวขึ้นเพื่อถ่วงเวลาเลี่ยงการปะทะ

           “คุ้มแล้วแล้วหรือ...ที่ต้องเอาชีวิตมาทิ้งเพราะเสบียงแค่นี้” ซันซั่งเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ มันฟังดูเย็นยะเยือกขนผู้คนขนลุกซู่

           “เจ้าโจรชั่วคิดว่าข้าจะกลัวเจ้ารึไง”คนที่เพิ่งถูกทำร้ายแผดเสียงก้อง

             ข้างฝ่ายพลคุ้มกันนับร้อยต่างพากันส่งเสียงร้องข่มขวัญ  เจ้าของดาบดาบหักครึ่งกระโดดขึ้นรถม้าใช้พาดคอซันซั่งเทียน มืออีกข้างก็กดบ่าเอาไว้พร้อมถ่ายทอดพลังวัตรกดดันเพื่อทำการจับกุม  มิคาดข้อมือของมันกลับถูกโจรป่าจำแลงตรงหน้าคว้าจับเอาไว้แน่น

           “ไม่เจียมตัว” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏ

           “เจ้า!

           “สายเกินไปแล้ว”ซันซั่งเทียนกระซิบแผ่นเบา

           ชายคนนั้นหน้าถอดสีเมื่อรู้สึกว่าทั้งพละกำลังตลอดจนกลิ่นอายแห่งชีวิตของตนเองค่อยๆรั่วไหลออกไปจากร่าง  เรี่ยวแรงที่เคยมากล้นมาโดยตลอด ก็ค่อยๆถดถอยลงไปเพียงเวลาไม่กี่วินาทีราวกับถูกอะไรสักอย่างดูดกลืนไป แม้แต่แรงจะพูดยังไม่เหลือ ร่างของเขาทรุดลงกลิ้งตกจากรถม้าลงไปนอนกองกับพื้นท่ามกลางความแตกตื่นของคนอื่นๆ 

           “มันใช้วรยุทธ์อะไรของมัน”ขุนพลขาวครุ่นคิดแต่กลับหาคำอธิบายให้กับตัวเองไม่ได้

          “ ข้าจัดการเอง”นายกองชุดเหลืองตวัดหอกในมือแทงเข้าหา

          “เชิญ!

            ชายหนุ่มเหยียดร้อยยิ้มแววตาคมกล้าดุจกระบี่ชั้นยอด เขาใช้มือเปล่าคว้าจับหอกที่พุ่งเข้ามาอย่างไม่สะทกสะท้าน ทั้งยังออกแรงกระชากให้เจ้าของอาวุธเสียหลัก โดยไม่ลืมที่จะฉวยโอกาสนั้นใช้มือสัมผัสกับร่างกายอีกฝ่าย

            ฉับพลันร่างฉกรรจ์ของนายกองหนุ่มก็สะดุ้งเฮือกแผดเสียงร้องลั่น ร่างกายอันกำยำกลับดูไร้ชีวิตชีวาคล้ายพลังชีวิตทั้งหมดภายในร่างถูกดูดออกไปจนหมดสิ้น ตรงข้ามกับโจรป่าจำแลงที่ดูจะสดชื่นผิดธรรมชาติเสมือนหนึ่งร่างกายเต็มไปความชุ่มชื่นของเด็กหนุ่มนับร้อยคน

           “วิชามาร”ขุนพลหน้าขาวเลิกลั่ก

            ชั่วพริบตาคนผู้นั้นก็หมดสภาพ ส่วนคนอื่นๆต่างกระชับดาบในมือแน่นด้วยความหวั่นเกรง

          “ข้าต้องการแค่เสบียงที่ขนมา แค่มอบของมาทุกคนก็เดินทางต่อได้โดยปลอดภัย” ซันซั่งเทียนทำเสียงเข้มดุดัน

            ข้างฝ่ายเหล่าผู้คุ้มกันยังมีท่าทีลังเล เขาจึงคิดที่จะข่มขวัญอีกเล็กน้อยด้วยการใช้พลังของจารึกแรกกำเนิดที่ช่วงชิงมาจากการกลืนกิน “นีโอมิวแทนท์” ผู้หนึ่งในยุคสมัยที่เขาจากมา ความสามารถนี้มีผลในการควบคุมวัตถุทุกชนิดที่ไม่ใช่สิ่งมีชีวิต คล้ายกับการสร้างสนามพลังแม่เหล็ก  โจรป่าจำแลงยิ้มละไมพลางยกมือขึ้นฟ้าจากนั้นจึงตวัดมือลง พลันอาวุธที่พวกเขานั้นถืออยู่ก็สั่นไหวราวกับมีชีวิต พวกมันต่างพุ่งออกมามือของผู้เป็นนายหมุนวนรอบตัวโจรป่าแล้วจึงพุ่งลงปักพื้นโดยรอบของรถม้าคันนั้น เจ้าม้าเทียมรถส่งเสียงร้องด้วยความตกใจวิ่งพุ่งเข้าหาดงดาบที่ปักอยู่ ซันซั่งเทียนไม่คิดสังหารมันพลิกมือรั้งดาบตัดเชือกที่ผูกตัวม้ากับรถ พร้อมกับแหวกดงดาบออกเปิดช่องให้พวกมันวิ่งเตลิดไป ท่ามกลางเสียงร้องอื้ออึงของเหล่าสมุนแน่นอนว่าฝีมือระดับนี้ย่อมเหนือล้ำกว่าประมุขป้อมล่าพยัคฆ์อยู่หลายขุม

           “นี่คือคำเตือนสุดท้าย” เขายื่นคำขาด

           ทหารที่เหลือรอดต่างมองหน้ากันไปมา คล้ายกับไม่รู้จะทำอย่างไรดี

           “หากจอมยุทธ์ได้สิ่งที่ต้องการแล้ว จะยอมละเว้นพวกเราจริงหรือไม่?”

            “เดิมทีข้าก็ไม่ได้คิดจะฆ่าใครอยู่แล้ว สองคนนี้ก็เช่นกันถึงจะดูเหมือนไร้ทางรักษา แต่ที่จริงข้ายังออมมือให้อยู่ เพียงดูแลดีๆทานอาหารที่มีประโยชน์กับพวกของบำรุงสักหน่อย ไม่กี่เดือนก็เดินเหินได้ปกติ  ต่อไปในภายภาคหน้าหากได้ยินคนที่มีความสามารถเหมือนๆกับข้า พร้อมทั้งเอ่ยชื่อหัตถ์มัจจุราชก็ขอให้อย่าเข้าไปขวางทาง เพราะพวกเจ้าอาจไม่โชคดีเช่นวันนี้” น้ำเสียงนั้นเย็นยะเยือกจนผู้คนพากันเสียวสันหลังวาบ

           “พวกเราจะจำใส่ใจไว้”ขุนพลขาวทรุดลงคุกเข่าใช้ศีรษะโขกพื้นคำนับ คนอื่นๆก็พลันทำตามโดยมิได้นัดหมาย แม้พวกเขาจะรักศักดิ์ศรีแต่ชีวิตก็สำคัญ  หากทำอะไรบุ่มบ่ามจะพลอยตายแบบไร้ค่าเสียเปล่าๆ ดังนั้นจึงเลือกยอมก้มหัวชั่วขณะเพื่อกลับไปส่งข่าว

           “ลาก่อน!

            สิ้นคำซันซั่งเทียนก็ทะยานตัวขึ้นฟ้าสูงเหนือพื้นนับสิบเมตรโดยไม่มีการตั้งท่าโคจรพลังใดๆ พลังที่แฝงเอาไว้ในรถม้ากระจายไปทั่วจนเกิดการลุกไหม้ สะเก็ดไฟกระดอนกระจายไปยังรถคันอื่นๆ บรรดาทหารแตกฮือถอยหนีกันจ้าละหวั่น ชายหนุ่มยืนมองผลงานตัวเองอยู่กลางอากาศ ก่อนจะพลิ้วหายไปในผืนป่าอย่างไร้สุ่มเสียงราวกับภูตพราย ท่ามกลางเสียงฮือฮาของเหล่าผู้คุ้มกันขบวนเสบียง  ขุนพลหน้าขาวรีบช่วยคนที่ถูกดูดพลังไปออกมาจากจุดอันตราย ก่อนจะยืนตะลึงพรึงเพริศกับสิ่งที่เห็น แววตาปรากฏความชื่นชมไม่น้อยกล่าวเบาๆกับตัวเอง

          “ข้าคงได้เห็นเทพยดาเข้าให้แล้ว”

          

             ถามโลกหล้าอันรักนั้นเป็นเช่นใด  ใยดวงใจเฝ้าพร่ำรำพันหา  ยามชิดใกล้ให้หอมกรุ่นชื่นชีวา ครั้นร้างลาชอกช้ำเฝ้าคร่ำครวญ  เสียงหวานละมุนแฝงความคิดถึงร่ายบทกวีคลอเสียงพิณกังวานเศร้า เคล้าสายลมเย็นพัดโชยระลอกแล้วระลอกเล่า  ยามนี้เตียวเสี้ยนนั่งบรรเลงพิณอยู่ศาลาริมสระบัวภายในจวนขุนนางอ้องอุ้น แม้ท่วงทำนองจะไพเราะเสนาะหูปานใด ใจของนางก็หาได้มีความสุขตามไม่  เพราะผ่านไปเจ็ดวันแล้วบุรุษผู้เป็นรักแรกพบของนางก็ยังไม่ส่งข่าวอันใดกลับมา หรือว่าชาตินี้นางจะไม่มีโอกาสได้พบหน้าเขาอีกแล้ว

           “หรือท่านหลงลืมข้าแล้ว...”เสียงเศร้ากล่าวแผ่วเบา นิ้วของนางกรีดกรายสายพิณอย่างช้าๆ “หรือว่าท่านรู้ความในใจของข้า แล้วเห็นว่าหญิงที่ต้องใช้มารยาหลอกล่อบุรุษเช่นข้า ไม่คู่ควรกับเทพเจ้าแบบท่าน” ยิ่งคิดยิ่งกลัดกลุ้ม

              นางอาจจะคิดผิดก็ได้ที่ยอมรับปากท่านปู่ เข้าร่วมแผนสาวงาม

           วันนี้นางอยู่ในชุดอาภรณ์สีชมพูอ่อน ประดับผมด้วยปิ่นหยกสามเล่ม ใบหน้านวลเนียนริมฝีปากแต้มชาดสีอ่อน  นางวางมือจากพิณไม้เนื้อดีสลักลวดลายบุพชาติ เยื้องกรายไปริมศาลาทอดสายตามองดอกบัวที่บานสะพรั่งส่งกลิ่นหอม ใจเหม่อลอยไปแสนไกล

           เสียงย่ำเท้าแว่วเข้ามาใกล้เรียกสติของนางให้คืนกลับ โฉมงามปรายตามองตามทิศทางเสียงพลันเห็นชายสูงวัยอายุประมาณ 50 ปี สวมใส่เสื้อผ้าเนื้อดีสีเขียวหม่น ผมเฝ้าหงอกขาวแซมดำ ใบหน้ารูปไข่อิ่มเอิบแววตาสีน้ำตาลแฝงแววผู้รอบรู้ บุคลิกองอาจเปิดเผย ถัดจากชายสูงวัยไปด้านหลังสองสามก้าวปรากฏบุรุษวัย 30เศษ หน้าตาดีผิวขาวเหลืองท่วงท่าทะมัดทะแมงเหมือนผู้เปี่ยมทักษะ

          “คารวะท่านพ่อ” เตียวเสี้ยนย่อตัวทำความเคารพตามธรรมเนียม

          “พ่อไม่ได้มาเยี่ยมหลายวันเจ้าสบายดีไหม?” อ้องอุ้นไต่ถามน้ำเสียงห่วงใย

          “ข้ามีความสุขดี ท่านพ่อไม่ต้องเป็นห่วง” นางแย้มยิ้มพร้อมลอบชำเลืองมองชายหนุ่มผู้นั้น   

          “ได้ยินเจ้าพูดเช่นนี้พ่อก็สบายใจ”บิดาบุญธรรมกล่าว พลางมองสายตาบุตรี

           “ท่านนี้คือ?” เตียวเสี้ยนเอ่ยถาม ในใจรู้สึกไม่ถูกชะตากับชายหนุ่ม เพราะนางเห็นสายตาอันกอปรไปด้วยราคะและความลุ่มหลงประดับอยู่บนใบหน้าของเขาอย่างชัดเจน 

          “ข้ามีนามว่ากั่วเทียนเป็นนายกองใต้สังกัดท่านลิโป้ ยินดีที่ได้พบแม่นาง”

          “ที่แท้ก็นายกองกั่วนี่เอง ผู้น้อยเตียวเสี้ยนเลื่อมใสมานานแล้ว” แม้จะไม่ชอบพอ แต่นางก็ยังวางตัวดีพูดคุยตามมารยาท เพื่อไม่ให้กระทบถึงแผนการ

          “ใบหน้าหมดจด กิริยาอ่อนช้อย ท่วงท่าดุจเทพธิดาสมคำร่ำลือ ท่านอ้องอุ้นมีบุตรสาวเช่นนี้นับว่าคู่ควรแล้ว” กั่วเทียนหันไปกล่าวกับผู้อาวุโสกว่าแต่หางตายังคงชำเลืองมองนางไม่วางตา โฉมงามเตียวเสี้ยนเบือนหน้าออกไปมองดอกบัวในสระด้วยกระอักกระอ่วนใจ

            ขุนนางใหญ่มองปราดเดียวก็รู้ถึงเจตนาของทั้งกั่วเทียนและบุตรสาวของตน จึงได้คิดหาทางคลี่คลายสถานการณ์อันน่าอึดอัด  “น้องกั่วเดินทางมาเหนื่อยๆ ข้าว่าไปพักผ่อนที่เรือนรับรองก่อนจะดีกว่า คาดว่าอีกไม่นานคนอื่นๆก็จะมาถึงแล้ว”

           หมัดพยัคฆ์มองหน้าอ้องอุ้นแล้วหันไปมองสาวงามผู้กำลังหันหลังให้เขาอย่างชั่งใจ ก่อนจะยกมือคำนับผู้อาวุโส คนสูงวัยผายมือเชิญแล้วจึงเดินนำหน้า กั่วเทียนจำต้องเดินตามทั้งที่ไม่ต้องการ หากเขาคิดขัดใจเจ้าบ้าน คงถูกนายของเขาตำหนิเอาแน่

           “น่ารำคาญใจ” นางเปรยขึ้นเมื่ออีกฝ่ายพ้นสายตาไปแล้ว

          

           ครั้นอยู่ตัวคนเดียว เตียวเสี้ยนจึงถอนหายใจคราหนึ่งพร้อมกับนั่งลงที่โต๊ะหินอ่อน  มือนางลูบไล้อยู่บนหีบไม้สีน้ำตาลแก่มันเงา ภายในบรรจุอาภรณ์ชุดที่ใส่เมื่อสมัยเด็ก เมื่อครั้งถูกชายหนุ่มช่วยชีวิต

          “ตอนนี้ท่านอยู่ที่ไหนนะ...”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,707 ความคิดเห็น

  1. #3505 My.sister (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2558 / 23:45
    อีชะนี!! หมั่นไส พระเอกต้องชั่ว เอ้ย ต้องสร้างคนไปป่วนจิ บทชะนีอ่ะ ลดๆไปเลย
    #3,505
    0
  2. #3129 Rikuoi (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 กันยายน 2558 / 01:10
    รีบมาจัดการเรื่องเตี้ยวเสี้ยนเลย เชือดลิโป้ ฆ่าตั๊งโต๊ะ ปราบอ้วนเสี้ยว สังหารอ้วนสุด กำราบซุนเกี๋ยน ทำลายโจโฉ กดดันเล่าปี่ รวมแผ่นดินเป็นหนึ่ง สถาปนาราชวงศ์ใหม่จากนั้นก็ส่งหูตาไปทั่วแผ่นดินสืบหาร่องรอยพวกมิวแทน มีเวลาว่างก็ไปปลอบโยนเธอซะ^^ 
    #3,129
    1
    • #3129-1 1Bishop1(จากตอนที่ 16)
      19 กันยายน 2558 / 09:55
      แอบเห็นด้วยนิดๆ =w=
      #3129-1
  3. #3119 Rinray (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 กันยายน 2558 / 00:17
    คิดถึงเพลง เธออยู่ไหน อ่ะ
    #3,119
    0
  4. #3118 slzyzero (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 กันยายน 2558 / 22:52
    สนุกครับ
    #3,118
    0
  5. #3117 ๏ปลิงหลงทาง๏ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 กันยายน 2558 / 22:35
    #3,117
    1
    • #3117-1 เพลงพิภพ(จากตอนที่ 16)
      8 กันยายน 2558 / 23:34
      แก้ไขเรียบร้อยครับ ขอบพระคุณอย่างที่สุดที่กรุณาช่วย ^^
      #3117-1
  6. #3116 ๏ปลิงหลงทาง๏ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 กันยายน 2558 / 22:10
    ข้า กับ ผม จ้า

    #3,116
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #3116-2 เพลงพิภพ(จากตอนที่ 16)
      8 กันยายน 2558 / 23:34
      แก้ไขเรียบร้อยครับ ขอบพระคุณอย่างที่สุดที่กรุณาช่วย ^^
      #3116-2
  7. #3115 นะบันเรอ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 กันยายน 2558 / 21:36
    ปักธงแล้วก็ไม่รับผิดชอบ แย่จริงน้าา
    #3,115
    0
  8. #3112 Cocoz (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 กันยายน 2558 / 20:29
    ขอบคุณครับ 
    #3,112
    0
  9. #3111 Ariana S.Florence (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 กันยายน 2558 / 19:44
    -แผนขั้นต้นคือปั่นป่วนกองเสบียงของทั้งตั๋งโต๊ะและ "พันธมิตรร" กวนตง
    -ยามนี้กองเสบียง... "ทัง้" สองฝ่าย...
    -ข้าหัวหน้าหน่วยพยัคฆ์..... ไม่เช่นนั้น "ผม" ไม่ออมมือ
    -ขุนพลร่างใหญ่ในชุดเกราะแดง..... ซ้ำยังถอยหลังไปอีกหลาย "เก้า"
    -เสียงย่ำเท้าแว่วเข้ามา..... โฉม "งาน" ปรายตา...
    -ได้ยินเช่นนี้ "ปู่" ก็สบายใจ
    -หมัดพยัคฆ์มองหน้าอ้องอุ้น..... "คน" ถูกนายของเขาตำหนิเอาแน่



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 8 กันยายน 2558 / 19:57
    #3,111
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #3111-2 เพลงพิภพ(จากตอนที่ 16)
      8 กันยายน 2558 / 23:33
      แก้ไขเรียบร้อยแล้ว ขอบพระคุณมากครับที่ช่วยสละเวลาหาคำผิดให้ผม
      #3111-2
  10. #3110 mak663 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 กันยายน 2558 / 19:38
    สั้นไปไม
    #3,110
    0
  11. #3109 Tamil shadow (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 กันยายน 2558 / 19:01
       Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl
     

       Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl


       Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl 

     

      
    #3,109
    0
  12. #3108 คนเทพๅ//2 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 กันยายน 2558 / 18:33
    น่าสงสารเตี้ยวเสี้ยนจัง
    #3,108
    0
  13. #148 My.sister (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2558 / 08:18
    สู้ๆน๊าซันซั่งเทียน ฆ่ามันเลย!! เอ๊ยไม่ดี พวกนั้นมาตามคำเชิญแกนิ ห้ามฆ่าๆ
    #148
    0
  14. #147 Beer Sukrit Papakho (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2558 / 08:14
    อ่านไปอ่านมาเหมือนคนติดยา มาต่ออีกนะเดี๋ยวลงแดง อิอิ
    #147
    0
  15. #146 รามิเรส (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2558 / 07:48
    ขอบคุนคับ
    #146
    0
  16. #145 Palathip Sinsungworn (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2558 / 07:46
    ได้นอนบ้างไหม55 เห็นอัพยาวเลย

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 20 พฤษภาคม 2558 / 08:56
    #145
    1
    • #145-1 ApocalypseSage(จากตอนที่ 16)
      20 พฤษภาคม 2558 / 18:19
      นอนครับ งานที่บ้านไม่เยอะช่วงนี้เลยลงบ่อย
      #145-1
  17. #144 Poowadeh Suwannarat (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2558 / 07:45
    ชอบครับ...มาอัพไวๆหน่อยนะครับค้างอะ
    #144
    0
  18. #143 Natdanai Wichapong (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2558 / 07:38
    ขอบคุณครับ มีคำผิดด้วยน่ะครับตรงชื่อหลายหลิน
    #143
    0
  19. #142 zeroreach (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2558 / 07:34
    ชอบทำให้อยากแล้วก็จากไป ไรเตอร์ใจร้าย
    #142
    0
  20. #141 WonderFul Life (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2558 / 07:21
    โหยย !! ตาเฒ่ามันเก่งขนาดรับมือพระเอกเราได้เลยรึเนี่ย ร้ายกาจๆ ///// แต่มาเจือกทำไมเจ้าของร้านจะคิดค่าเสียอยู่ เหอะๆ
    #141
    0
  21. #140 Zodass (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2558 / 06:50
    สนุกมากครับ
    #140
    0
  22. #137 ultraman (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2558 / 06:18
    สำนักฝักยุทธ์=สำนักฝึกยุทธ



    หลายหลินหวัง=หลานหลินหวัง



    บัญญัติเอไว้=บัญญัติเอาไว้



    สาวหาว=สามหาว



    รำคาน=รำคาญ



    ศิษย์เอง=ศิษย์เอก



    หลังหลาน=หลังร้าน



    ครั้งเดียง=ครั้งเดียว



    ขอบคุณมากครับ ตอนนี้ชอบตอนเสี่ยวเอ้อมุ่งจดค่าเสียหาย 555



    รออ่านตอนต่อไปครับ
    #137
    1
    • #137-1 ApocalypseSage(จากตอนที่ 16)
      20 พฤษภาคม 2558 / 07:02
      แก้ไขเรียบร้อย ขอบคุณมากครับ
      #137-1
  23. #136 Rinray (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2558 / 06:09
    ไปหลังหลาน = ไปหลังร้าน
    #136
    0
  24. #135 Rinray (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2558 / 06:02
    see you again - -
    #135
    0