Game of Creation(ประกาศิตเทพมารแสวงพ่าย)

ตอนที่ 11 : EP.09 หนึ่งแขก สี่เจ้าบ้าน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,687
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    4 ก.ย. 58




 

Game of Creation ภาค ประกาศิตเทพมารแสวงพ่าย


EP.09 หนึ่งแขก สี่เจ้าบ้าน

 

             ข่าวลือเรื่องคำทำนายอนาคตและความพ่ายแพ้ของขุนพลมือดี ภายใต้สังกัดคนสนิทของเทพนักรบลิโป้ ได้แพร่กระจายไปทั่วเมืองลกเอี๋ยงอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่ผู้คนให้ความสนใจมากที่สุดไม่ใช่ความอัปยศของหลิวเต๋อ แต่เป็นเรื่องงานเลี้ยงของตั๋งโต๊ะในค่ำคืนนี้ ซึ่งบุคคลลึกลับผู้นั้นบอกกล่าวแก่เจ้าจวนล่าพยัคฆ์ ว่าจะเข้าร่วมงานสังสรรค์ดังกล่าว มีข่าวว่าภายในพระราชวังนั้น ได้มีการจัดเพิ่มกำลังพลฝีมือดีมากกว่างานเลี้ยงครั้งที่ผ่านๆมา เพื่อเตรียมรับมือกับเรื่องไม่คาดฝันที่อาจจะเกิดขึ้น บ้างเชื่อว่าเป็นเพียงข่าวลือซึ่งถูกปล่อยโดยทัพพันธมิตร 18 หัวเมืองเท่านั้น

              ยามนี้บุคคลผู้ตกเป็นข่าวกำลังดื่มชาชั้นเลิศแกล้มผลไม้แดนเหนือ อยู่ภายในศาลาริมน้ำบ้านตระกูลเยี่ย โดยมีชายหนุ่มหน้าตาคมคายหากแต่แฝงแววอมโรคนั่งเป็นเพื่อน บทสนทนาของคนทั้งคู่ดูจะมีแต่เรื่องราวไร้สาระ ซึ่งคนที่หยิบหยกขึ้นมาพูดย่อมเป็นซันซั่งเทียน จนกระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยามหัวข้อการสนทนาถึงเปลี่ยนไป ทันทีที่กุยแกกระอักเลือดออกมาเล็กน้อยเพราะโรคร้ายประจำตัว

           “อย่าหักโหมมากสิครับ สิ่งที่ผมทำได้คือต่อเทียนแห่งชีวิตให้ยืดยาวออกไป ไม่ใช่รักษาโรคร้ายให้หายขาดนะ” ซันซั่งเทียนบอกแก่คนตรงหน้า

            “ข้าเหลือเวลาอีกนานเท่าไหร่?” เจ้าของดวงตาสีดำอันหมองหม่นกล่าวถาม

            “ก็นานเท่าที่ผมต้องการ!”รอยยิ้มละไมแต้มอยู่บนใบหน้าเจ้าของดวงตาสีมรกต “อาจจะ 3วัน 7 วัน 6 เดือน 1ปี หรือนับสิบๆปี ตราบเท่าที่คุณยังทำให้ผมรู้สึกสนุก ตราบนั้นลมหายใจของคุณก็ยังคงอยู่ แต่ว่ายังไงผมก็ต้องถ่ายทอดพลังให้คุณทุกๆเดือน”

            “นี่ท่านกลายเป็นเจ้าชีวิตของข้าไปแล้วเรียบร้อยสินะขอรับ”กุยแกหรี่ตาลง แม้ใบหน้าจะดูอิดโรยแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความสุข เพราะอย่างน้อยๆชีวิตของเขายังสามารถกระทำเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ได้อีกหลายอย่าง “คืนนี้ท่านจะไปร่วมงานเลี้ยงสินะ”

            “ก็รับปากเขาไปแล้วนี่นา ที่สำคัญอาหารคงมีเพียบเชียวล่ะ” ซันซั่งเทียนเลียริมฝีปากอย่างชอบใจ เมื่อนึกถึงบรรดาทหารกล้าที่เปี่ยมด้วยพลังชีวิตของวัยฉกรรจ์ เชื่อว่าขอเพียงมีใครสักคนกล้าพอที่จะมาหาเรื่อง เขาก็สามารถใช้เป็นข้ออ้างดื่มกินได้จนพอใจ

            “ข้าเองก็คิดว่าจะเริ่มแผนการแล้วเช่นกัน สิ่งที่มีคือสติปัญญาและกลอุบายแห่งพิชัยสงคราม คนที่จะหนุนเสริมให้ข้ากระทำการสำเร็จได้ ต้องเป็นคนที่มีคุณสมบัติตรงตามต้องการ น่าเสียดายที่ฝ่ายตั๋งโต๊ะไม่มีคนถูกใจข้าเลยสักคน”

          “คนที่ถูกใจคุณอาจจะอยู่ในทัพพันธมิตร 18 หัวเมืองก็ได้ ว่าไหม?” เสียงนั้นดูคล้ายหยั่งเชิง

           “เป็นเช่นนั้นจริงขอรับ” กุยแกยิ้มตอบกลับ

           “เอาเถอะ! ผมไม่คิดเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับการทำงานของคุณอยู่แล้ว แต่อย่าได้ลืมล่ะว่าคนอื่นอาจจะเป็นนายเหนือหัวของคุณ แต่ผมคือเจ้าชีวิตอย่าได้คิดเสี่ยงอันตรายมากไปเกินไปจนทำให้ผมขาดทุนซะล่ะ”น้ำเสียงนั้นดูหนักแน่นจริงจัง

           “ข้าพยายาม”กุยแกรับคำ

           “ไกอาขออุปกรณ์ส่งสัญญาณฉุกเฉินหน่อย” เขากล่าวผ่านคลื่นโทรจิต ไม่กี่วินาทีโลหะสีดำสนิทมันเงาทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสก็โผล่ออกมากลางอากาศ ซันซั่งเทียนคว้าเอามันมาไว้ในมือก่อนที่จะวางทาบกลางอกของกุยแก “เจ็บหน่อยนะ”

             ฉึก! เสียงโลหะคมกล้าแทงเข้ากลางหน้าอก วัตถุลึกลับดังกล่าวค่อยๆฝังเข้าไปภายในผิวหนัง เลือดแดงฉานไหลซึมออกมาจากบาดแผลดังกล่าว กุยแกฝืนเจ็บอดกลั้นไม่ยอมร้องออกมาสักนิดแม้ร่างจะสั่นสะท้านไม่ยอมหยุดก็ตาม เมื่อฝังอุปกรณ์เสร็จสิ้นชายหนุ่มก็ถ่ายถอดพลังชีวิตเสริมเข้าไป บาดแผลจึงเริ่มสมานตัวเช่นเดียวกับสีหน้าที่ขึ้น อาการเจ็บปวดเองก็ทุเลาลง เมื่อวานนี้เขาซูบซีดไร้สีเลือดเหมือนคนใกล้ตาย แต่ยามนี้กลับดูอิ่มเอิบมากขึ้นใบหน้าเองก็มีเลือดฝาด ร่างกายก็สามารถลุกเหินได้เกือบเหมือนคนปกติ

          “เวลาที่นายมีอันตรายให้เอามือกดหน้าอก ผมจะสามารถรับรู้ได้ไม่ว่าจะอยู่ไกลกันสักแค่ไหน”ชายหนุ่มผู้มาจากโลกอนาคตอธิบาย

         --ต้องยกความดีความชอบให้ฉันนะ ที่สร้างดาวเทียมพิเศษขึ้นมาโดยใช้ชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆของยานอวกาศที่หล่นลงมาบนโลกผ่านเอราเกจ--

         “เงียบไปเลยไกอา แค่นึกถึงพลังที่สูญเสียไปตอนส่งดาวเทียมเข้าสู่วงโคจรของโลกฉันก็อยากจะร้องไห้ล่ะ สิ้นเปลืองอย่างที่สุดแถมยังต้องพักฟื้นนานเกือบสามเดือน” เขาบ่น

         --แต่สิ่งที่ได้กลับมาก็คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มไม่ใช่หรอ เท่ากับว่านายมีระบบปฏิบัติการณ์ดาวเทียม สามารถใช้ GPS ตามตัวเด็กๆในสังกัดหรือพวกสาวๆที่ไปปักธงเขาเอาไว้ ไหนจะใช้ตรวจสอบข้อมูลภาคพื้นดินได้ไม่ต่างจากดาวเทียมทางการทหารของศตวรรษที่ 24 --

         “ฉันเกลียดความรู้สึก เวลาที่ใช้ชิ้นส่วนจารึกแห่งพลังงาน มันเหมือนมีอะไรสักอย่างวิ่งพล่านไปทั่วทั้งร่าง น่าขนลุกจะตาย” ซันซั่งเทียนทำหน้าซังกะตายเมื่อนึกถึงยามที่ตัวเองกลายเป็นเตาปฏิกรณ์พลังงาน

         --เลิกบ่นได้แล้ว เอาเวลาไปคิดเรื่องงานคืนนี้ดีกว่า--

          “แล้วคุณไม่ไปงานเลี้ยงรึครับ?” ซันซั่งเทียนกล่าวถามกุยแกหลังจากเสียเวลากับโปรแกรมสมองกลอย่างไกอาอยู่ครู่หนึ่ง

          “ไม่ล่ะขอรับ ขอพักผ่อนอยู่ที่นี่จะดีกว่า” คนถูกถามกล่าวตอบ

          “ หวังว่างานคืนนี้จะไม่น่าเบื่อเกินไปนะ” เจ้าของดวงตาสีมรกตเปรยขึ้น “ผมขี้เกียจจัดการเรื่องจุกจิก รบกวนนายด้วยก็แล้วกัน”

           ชายหนุ่มผู้มาจากโลกอนาคตลุกขึ้นเดินเข้าไปกระซิบบางอย่างกับคู่สนทนา กุยแกรับฟังอย่างตั้งใจพลางพยักหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงตอบรับ ก่อนที่ซันซั่งเทียนจะพลิ้วกายจากไปเพื่อหาอะไรทำฆ่าเวลา  กุนซือหนุ่มจึงลุกเดินออกจากศาลาบ่ายหน้าไปยังเรือนใหญ่ของบ้านตระกูลเยี่ย เพื่อจัดการสิ่งที่ได้รับมอบหมาย นั่นก็คือสิ่งปกปิดใบหน้าสำหรับค่ำคืนนี้


 

        ลกเอี๋ยงค่ำคืนนี้ท้องฟ้ากระจ่างใส ขบวนเกี้ยวและโคมไฟมากมายคลาคล่ำอยู่บนถนนทุกสายที่มุ่งตรงเข้าสู่วังหลวง เงาร่างสายหนึ่งเหินทะยานเหนือหลังคาบ้านเรือนอย่างไร้สุ้มเสียง แสงจันทร์นวลสาดล่องลงสู่พื้นเบื้องล่างเผลให้เห็นบุรุษหนุ่มในชุดแฟชั่นตามแบบฉบับหนุ่มหล่อยุคศตวรรษที่ 20 เขาสวมเสื้อคอวีสีครีมกางเกงยีนส์ขาม้าสีดำเข้ม รองเท้าแตะหนังรัดส้น สวมเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำ ทับผ้าคลุมสีหม่นและหน้ากากอสุรกายไม้แกะสลัก

         --“แต่งตัวไม่เข้ากับยุคสมัยเอาเสียเลย”-- 

            “หุบปากไปเลยไกอา ฉันชอบแต่งตัวสไตล์นี้นี่นา โชคดีที่ย่อส่วนเก็บเอาไว้ในตัวนายหลายชุด แค่คิดว่าต้องใส่ชุดยุคโบราณที่แสนรุ่มร่ามเคลื่อนไหวไม่สะดวก ฉันก็ปวดหัวจะตายล่ะ”

           ใช้เวลาเพียงครึ่งก้านธูปซันซั่งเทียนก็มายืนอยู่บนกำแพงพระราชวังเรียบร้อย บรรดาทหารยามตรวจตากันอย่างคึกคัก ซึ่งต่อให้มีเวรยามมากกว่านี้สักร้อยเท่าก็ยากที่จะหาเขาพบ เพราะท่าร่าง “ก้าวพริบตา” ที่เขาบัญญัติขึ้นโดยอาศัยพื้นฐานวรยุทธ์ผสานกับพลังของจารึกแห่งความเร็วนั้น ในโลกนี้มีน้อยคนนักที่จะสังเกตเห็น

            “ก็สวยดี” ชายหนุ่มกล่าวทันทีที่มาถึงตำหนักกลางที่ใช้จัดงานเลี้ยง สายตาของเขากวาดมองความโอ่อ่าของตำหนักอันตระการตา ซึ่งตั้งตระหว่างอยู่เบื้องหน้าแวดล้อมด้วยตำหนักบริวารมากมาย เขาลดความเร็วลงใช้เพียงท่าร่างธรรมดาๆ แต่นั่นก็พอเพียงแล้วที่จะก้าวเท้าหนึ่งครั้งพุ่งขึ้นสูงหลายขั้นบันได บรรดาทหารองครักษ์หลายคนที่เห็นเขาใช้ผ้าคลุมปกปิดร่างกายต่างก็กรูกันเข้ามาขัดขวาง แต่มีคนใดสามารถแตะต้องชายผ้าคลุมสีหม่นได้ ที่ขั้นบนสุดมีขุนพลยอดฝีมือในชุดเกราะศึกดสามคนเฝ้ามองเขาอยู่

           “เจ้านั่นนะรึคนในข่าวลือที่ว่า ดูไม่ค่อยเท่าไหร่เลยนี่ คนของท่านคงฝีมือไม่ได้ความเองมากกว่า ฮ่าๆ”ฮัวหยงกล่าวเยาะเย้ยขุนพลที่ยืนอยู่ข้างๆ

           “หวังว่าท่านพี่ฮัวจะทำได้ดีกว่าคนของข้าก็แล้วกัน” เตียวเลี้ยวตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หากแต่สายตายังคงจดจ้องไปยังชายปริศนาที่กำลังใกล้เข้ามาทุกขณะ

         “ท่าร่างช่างคุ้นตานัก” เสียงอันทรงพลังอำนาจของลิโป้กล่าวขึ้น “รึว่าเป็นมันผู้นั้น?”

           ยังไม่จบประโยคผู้มาเยือนก็หยั่งเท้าลงเบื้องหน้าคนทั้งสาม ดวงตาสีมรกตภายใต้หน้ากากจดจ้องอยู่ที่พวกเขา พร้อมกับผ้าคลุมที่โบกสะบัดไปมาตามแรงลม ฮัวหยงไม่รีรอที่จะปลดอาวุธตวัดคมทวนเท้าใส่ ทว่ามันกลับไม่ผ่านฝ่าผ้าคลุมที่ถูกทำให้เป็นเหล็กกล้าเข้าไปได้ ในชั่วพริบตานั้นลิโป้กลับชิงระเบิดพลังมหาศาลซัดฝ่ามือทั้งสองออกไป ซันซั่งเทียนยกมือแทงนิ้วเข้าไปตรงๆ หากแต่รวดเร็วยิ่งกว่าจนอยู่ห่างจากหน้าผากของเทพนักรบเพียงหุนเดียว ลิโป้รั้งพลังกลับพลางดีดตัวออกห่างในทันที

          เตียวเลี้ยวใช้โอกาสนั้นแทงคมหอกเข้าใส่ซ้ำยังแฝงพลังวัตรเอาไว้ไม่น้อย ซันซั่งเทียนตีลังกาสามตลบขึ้นสู่เบื้องบน แล้วปล่อยท่าดรรชนีจากนิ้วก้อยขวาเข้าใส่ขุนพลหนุ่ม

         “ดรรชนีกระบี่เก้าลำนำ ทุ่งหิมะสุดขั้ว”

           ไอเย็นยะเยือกสีฟ้าอ่อนพวยพุ่งออกจากนิ้ว ซ้ำยังกระจายตัวไปรอบบริเวณ อุณหภูมิรอบๆลดต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด เลือดลมในตัวของขุนพลชื่อดังทั้งสามเริ่มติดขัด มือเท้าชาด้านแทบไร้ความรู้สึกบ่งบอกถึงพิษไอเย็นอันน่าหวาดหวั่น

          “เพลงทวนเทพนักรบ พิฆาตประหารสิ้น”

           พลังปราณรวมตัวเป็นคมทวนชั้นเลิศนับร้อยนับพัน พุ่งโจมตีผู้มาเยือนจากทั่วสารทิศ ซันซั่งเทียนคลี่ยิ้มพอใจก่อนจะยกนิ้วหัวแม่มือขึ้นเพื่อขับเคลื่อนพลังสายหนึ่งเข้าต้านรับ ประกายแสงสีทองสว่างวาบจากปลายนิ้ว ม่านพลังโปร่งใสราวกับลูกแก้วปรากฏขึ้นโอบล้อมตัวเขาเอาไว้ เสียงปะทะของพลังวัตรสองสายก้องกังวานคล้ายการฟาดฟันคมอาวุธในสมรภูมิ ทวนปราณเริ่มปรากฏรอยบิ่นในขณะที่ลูกแก้วโปร่งแสงยังคงสมบูรณ์พร้อม

         “ได้เวลาโต้กลับแล้ว!” ซันซั่งเทียนตวัดมือลงแสงจากปลายนิ้วโป้งพุ่งออกไปคล้ายกับกระบี่เล่มหนึ่งที่ทรงอานุภาพ   “ดรรชนีกระบี่เก้าลำนำ กระบี่ภูษาฟ้าเจดีย์วิเศษ”

          ปราณกระบี่ผนึกรูปลักษณ์เป็นศาตราเรียบๆสีทองเล่มหนึ่ง ทว่าอานุภาพกลับไม่ได้น้อยนิดเหมือนภาพลักษณ์ที่เห็น ลิโป้ใช้พลังถึง 8 ส่วนในการสกัดมันเอาไว้ซึ่งดูจะตึงมือเขาไม่น้อย เตียวเลี้ยวเห็นท่าไม่ดีรีบหนุนเสริมโดยเลือกโจมตีจากด้านหลัง คมอาวุธฟาดเข้าใส่จุดตายหมายฟันร่างเป็นสองท่อน ซันซั่งเทียนรั้งนิ้วกลับกระบี่เล่มดังกล่าวก็พุ่งหลุดจากการหยุดรั้งของเทพนักรบ มันหมุนคว้างอย่างรวดเร็วเข้ากระแทกกับตัวทวนของเตียวเลี้ยวจนแตกกระจาย

         เพล้ง! เสียงแตกหักดังแว่วขึ้น เช่นเดียวกับคมกระบี่ปราณที่พุ่งเข้าใส่กลางหน้าผากของขุนพลหนุ่ม ก่อนที่จะมีพลังอันดำมืดสายหนึ่งปรากฏขึ้นที่ด้านบน ทว่าพลังมันกลับอ่อนแรงลงจนผู้มาใหม่สามารถหลบหลีกได้ไม่ยากนัก

         ปราณสีดำอันแสนชั่วร้ายสร้างความกดดันให้กับชายหนุ่มผู้มาจากโลกอนาคตไม่น้อย ในที่สุดเขาก็เลิกล้มความคิดที่จะเล่นงานเตียวเลี้ยวโดยหันปลายกระบี่ขึ้นเบื้องบนแทน

        “เพลงทวนเทพนักรบ ไร้สงครามไร้ข้า” ลิโป้คำรามลั่นวัดกระท่าพุ่งเข้าทางด้านหลัง

        “ปราณอหังการสุดฟ้า ทลายนภา” ฮัวหยงผู้นิ่งอยู่นานเสริมพลังรุกเข้ามาทางด้านซ้าย

        “เคล็ดใจยอดบุรุษ ใจยอดขุนพล” เตียวเลี้ยวเสริมพลังรุกเข้าตรงหน้า

        “มือประทับทมิฬ ดับพิภพ” พลังอันดำมืดรุกรานด้านบน

        “น่าสนุกดีจริงๆ” ซันซั่งเทียนแผดเสียงขึ้น พร้อมกับหัวเราะร่าด้วยความชอบใจ เกือบปีแล้วที่เขาไม่ได้รู้สึกสนุกมากขนาดนี้ “ดรรชนีกระบี่เก้าลำนำ ผนึกสมุทรไร้ประมาณ”

              กระบี่ปราณสีฟ้าน้ำทะเลปรากฏขึ้น พลังปราณอันมหาศาลดุจคลื่นน้ำในมหาสมุทรกระจายออกรอบตัวของชายหนุ่ม พลังอันรุนแรงปะทะเข้ากับพลังสี่สายของยอดฝีมือแห่งยุค รอยยิ้มชั่วร้ายปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาของซันซั่งเทียน เขาออกแรงมากขึ้นพลังก็ยิ่งถาโถมออกจากร่าง ทั้งสี่ถูกผลักออกไปคนทิศละทาง ตามมาด้วยเสียงระเบิดดังกึกก้องกัมปนาทพื้นตำหนักรวมไปถึงบันไดทางขึ้นเสียหายยับเยินเป็นบริเวณกว้าง

           “น่ากลัวเหลือเกิน” ทั้งสี่คิดในใจ

            “จะสู้ต่อรึจะเริ่มงานเลี้ยง” เขากล่าวถามคนทั้งสี่ขณะร่อนลงสู่พื้น ไอสังหารอันเข้มข้นกับพลังวัตรอันมากล้นที่แผ่ออกมาอย่างต่อเนื่อง บั่นทอนความฮึดสู้ของยอดคนทั้งสี่

           “พวกเราเป็นเจ้าบ้านย่อมไม่ควรมีเรื่องกับแขกเหรื่อ เมื่อครู่เป็นเพียงการเล่นสนุกขอท่านผู้มาเยือนอย่าได้ถือสา” ผู้มาใหม่กล่าวออกมา ขุนพลทั้งสามจึงนิ่งเงียบไม่มีท่าทีจะสู้ต่อ แสดงให้เห็นถึงฐานะอันสูงส่ง

          “ก็ดี ผมแค่อยากมาหาอะไรอร่อยๆกิน ไม่ได้อยากมาตีกับใคร”

           “ข้าตั๋งโต๊ะยินดีต้อนรับท่านสู่งานเลี้ยงของข้า”

           ค่ำคืนอันแสงวุ่นวายกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,707 ความคิดเห็น

  1. #3067 ทาคาโตะ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กันยายน 2558 / 12:41
    ขอบคุณครับสนุกมากเลยครับ ^_^
    #3,067
    0
  2. #3065 ouploy741 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กันยายน 2558 / 11:37
    อิอิอิรอ
    #3,065
    0
  3. #3063 xzerox2 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กันยายน 2558 / 11:02
    น่าจะดูดพลังมาเลยอิอิ สู้ๆครับสนุกมากเลยครับ
    #3,063
    0
  4. #3052 keycronos (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กันยายน 2558 / 09:15
    รอตอนต่อไปสนุกมากครับ
    #3,052
    0
  5. #3051 slzyzero (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กันยายน 2558 / 02:22
    สนุกครับ
    #3,051
    0
  6. #3048 miss Iu (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กันยายน 2558 / 01:55
    เปิดตัวอลังการมาก
    #3,048
    0
  7. #3046 Cocoz (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กันยายน 2558 / 00:31
    ขอบคุณครับ 
    #3,046
    0
  8. #3041 mak663 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 กันยายน 2558 / 23:43
    มันดีมาไวอะ
    #3,041
    0
  9. #3038 Tamil shadow (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 กันยายน 2558 / 22:34
       Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl
     

       Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl


       Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl   Flghtlngl 

     

      
    #3,038
    0
  10. #75 Zodass (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 10:53
    สนุกมากครับ
    #75
    0
  11. #64 ทาคาโตะ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 09:31
    โอ๊ะ โอ ท่าทางรัฐบาลโลกจะพลาดแล้วที่ส่งมาในอดีต เพราะท่าทางอดีตจะโดนแก้ไขมั่วไปหมดแน่ๆ
    #64
    0
  12. #63 ธานี สุวรรณฉวี (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 09:22
    ขอบคุณครับ
    #63
    0
  13. #61 Natdanai Wichapong (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 08:52
    ขอบคุณครับ
    #61
    0
  14. #60 รามิเรส (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 08:43
    ขอบคุนคับ
    #60
    0
  15. #58 Poowadeh Suwannarat (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 08:09
    สนุกดีครับจินตนาการบรรเจิดมากรออ่านครับ
    #58
    0
  16. #57 WonderFul Life (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 07:43
    สนุกมากครับบบบบ ///// รอตอนต่อไปนะครับบบ
    #57
    0
  17. #56 teem080 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 07:37
    ผมอ่านรวดเดียวมันมาก สนุกด้วย กดติดตาทเลยละกัน น๊าาาา
    #56
    0
  18. #55 mak663 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2558 / 07:14
    ขอบคูณ
    #55
    0