นิยายลงไหใบใหญ่ของอิอ้อนเอง

ตอนที่ 1 : -one last time before the sun goes down- (pakakara+jyushimatsu?)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 43
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    16 เม.ย. 63

name: one last time before the suื goes down
paring: devil!Oso x pastor!Kara (x reaper!ichimatsu)
preface: โอโซมัตสึ  ชายหนุ่มผู้เป็นบุตรของซาตานได้รับมอบหมายให้มาพรากชีวิตของบาทหลวงผู้ใจดีท่านหนึ่ง คารามัตสึ แต่สุดท้ายก็ทำให้ภารกิจต้องแปรเปลี่ยนเมื่อเขาได้คอยอยู่ใกล้เคียงบ่าบาทหลวงผู้นี้
tags: drama/romance



------------------------------------------------------------------------




"นี่ๆ ท่านบาทหลวง"

เสียงทุ้มนุ่มที่แฝงไปด้วยความขี้เล่นแทรกดังขึ้นหลังจากร่างอ้อนแอ้นน่าถนุถนอมของบาทหลวงจะเดินออกมาจากโบสถ์มารับแสงแดดเล็กน้อย เจ้าของเสียงทุ้มเก็บปีกสีดำขลับกร้านก่อนจะเดินมาขนาบข้างตัวของชายผู้ขึ้นชื่อว่าคือบาทหลวงในทันที เป็นจังหวะเดียวกันกับที่บาทหลวงหนุ่มหันไปสบตากับดวงตาสีแดงโกเมนหม่นนั่นก่อนจะระบายยิ้มหวานให้

"ว่าไงท่านปีศาจ?"

เสียงหวานใสน่าฟังดังขึ้นก่อนจะเอียงคอให้อีกฝ่ายด้วยความงุนงง นั่นทำให้ปีศาจข้างๆตัวเขานั้นแอบอบยิ้มตามความน่ารักของบาทหลวง ผู้ที่เขาได้รับภารกิจมาก่อนจะยกนิ้วเรียวหยาบมาถูใต้จมูกตนเองและเปิดปากถามคำถามที่ทำให้ต้องเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของบาทหลวงไปตลอดไป





"ถ้าสมมตินะสมมติ! ถ้า...ข้าฆ่าท่าน"






น้ำเสียงทุ้มต่ำเว้นช่องไว้ก่อนจะเผลอสบตามองดวงตาสีฟ้าดั่งไพลินที่กำลังมองเขาด้วยความไม่เข้าใจ คิ้วหนาขนวดเข้าหากันจนแทบจะผูกกันนั่นมันทำให้โอโซมัตสึสะอึกคำพูดเข้าไปในลำคอของตนก่อนสถบออกมาเบาๆ

"ปล่าว ข้าไม่มีอะไรหรอกข้าก็แค่ล้อเล่นเฉยๆน่ะ~"

ปีศาจพูดปฎิเสธด้วยท่าทางชิลๆก่อนจะยกมือสากนั่นปัดป้องไปมาเชิงไม่มีอะไร แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความสงสัยในตัวของบาทหลวงหนุ่มลดลงไปเลยแม้แต่น้อย 
คารามัตสึถอนหายใจด้วยความอึดอัดในใจก่อนที่ริมฝีปากบางน่าจุมพิตจะประทับที่แก้มหยาบที่ไม่ค่อยได้รับการดูแลตามฉบับปีศาจจอมขี้เกียจ โอโซมัตสึมองเขาอย่างอึ้งๆก่อนจะได้ปริปากก็ถูกนิ้วเรียวบางสีเนื้ออ่อนออกแนวขาวแต่ก็ไม่ได้ซีดเซียวตามประสาคนที่ไม่ได้ไปไหนนอกจากโบสถ์มาสัมผัสริมฝีปากสากนั่นเชิงให้เพิ่งพูดแทรก


"ท่านรู้มั้ย ข้าน่ะเคยกลัวความตายมากๆเลยนะ"


ดวงตาสีฟ้าไพลินของบาทหลวงที่ปกติมักส่องประกายตอนนี้กลับฉายแววหม่นลงราวกับข่มความรู้อะไรบางอย่าง ความรู้สึกที่ปีศาจตรงหน้าเขาอาจจะไม่เคยรับรู้มาก่อนไม่เคยเข้าใจมันแต่รอยยิ้มหวานที่เคยวาดไว้บนใบหน้าไข่มนของบาทหลวงหนุ่มก็ยังคงไม่หายไป ริมฝีปากกระจับพูดต่อ

"แต่เมื่อข้าพบท่านข้าก็เปลี่ยนความคิดไป...เปลี่ยนจากเคยกลัวเป็นเชิดชู แต่ข้าเองก็ไม่ได้บอกนะว่าเชิดชูความมืดหรือสรรเสริญความตายดั่งยมทูตอะไรแบบนั้นหรอกนะ!แต่ข้าน่ะเข้าใจแล้วว่าความตายไม่ได้น่ากลัวเลยแม้แต่น้อย"

"ดังนั้น...ถึงข้าจะตาย แต่ข้าได้ตายในอ้อมกอดของปีศา-"

"ไม่สิ...ถึงแม้ข้าจะต้องตายเพราะฝีมือของคนรักอย่างท่านก็ตาม ข้าก็จะน้อมรับมันไว้"

"ต่อให้ข้าต้องตายก็ขอแค่ข้าได้ตายในอ้อมกอดของท่านก็พอแล้วล่ะ"

รอยยิ้มหวานของบาทหลวงนั่นช่างไร้เดียงสาและน่าถนุถนอมจนปีศาจนั้นแทบอยากจะกอดร่างอ้อนแอ้นนั้นไว้ในอ้อมกอดแต่มันก็ทำไม่ได้ มือเขาไม่ยอมขยับเลยแม้แต่น้อยสุดท้ายแล้วเจ้าปีศาจผู้ชั่วร้ายก็ได้แต่ยิ้มด้วยความคารมณ์ดีตามฉบับตนตอบให้กับบาทหลวงผู้โง่เขลา

"งั้นอย่ามากลับคำทีหลังล่ะ!"

"เอ๊ะ?"
.
.
.
.
.
.
.
เปลวไฟสีแดงสดที่ลุกลามไปทั่วได้ปลุกเขาขึ้นมาบนโลกแห่งความจริงความจริงที่เขาเลี่ยงไม่ได้ โอโซมัตสึมองไปรอบๆตอนนี้เขาอยู่ตรงกลางโบสถ์ที่กำลังถูกเผาจนมีแต่ควันดำขโมงเต็มไปหมด ดวงตาสีแดงโกเมนหม่นแสดงถึงความเศร้าโศกและโกรธแค้นก่อนจะก้มลงมองร่างของบาทหลวงที่หายใจรวยรินเนื่องจากบาดแผลขนาดใหญ่ตรงหน้าท้องเนียน

เขารู้สึกโกรธไม่น้อยที่จู่ๆก็มีคนเข้ามาแทรกแซงในภารกิจที่เขาได้รับมอบหมายไม่สิ เขาขอยกเลิกทำภารกิจบ้านี่ไปแล้วแต่เจ้าซาตานเพี้ยนนั่นก็ยังไม่ยอมหยุดส่งคนมาระรานอยู่เรื่อยๆแต่คราวนี้มันมีอะไรมากกว่านั้น...

ไอ้ซาตานหรือพ่อเวรนั่นกลับส่งน้องชายของเขามาทำภารกิจแทน

ปีศาจหนุ่มขบเขี้ยวตนด้วยอารมณ์ที่คุกกรุ่นพร้อมจะจะเปิดศึกกับยมทูตตรงหน้าที่ยืนมองพวกเขาอยู่ราวกับว่าเขาคนนั้นคือคนที่ถือไพ่ได้เหนือกว่า พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำจะหัวเราะหึๆด้วยน้ำเสียงที่ดูสมเพชเต็มทนดวงตามสีม่วงดั่งอเมทิสต์เม็ดงามมองผู้ที่มีศักดิ์เป็นพี่ชายด้วยสา่ยตาที่เต็มไปด้วยด้วยความเวทนาและผิดหวังในตัวเขาพี่เขาเป็นอย่างมาก

"นี่เจ้าหลังรักเจ้ามนุษย์นี่จนถึงกับยกเลิกภารกิจเลยเหรอ? ไม่สมกับเป็นเจ้าเลยนะท่านพี่..."

"เจ้าไม่รู้จักข้าดีนักหรอกอิจิมัตสึ! เจ้ากล้าพูดว่านี่ไม่สมเป็นข้า?!"

โอโซมัตสึพยายามข่มอารมณ์โกรธไม่ให้ปะทุก็หมดความความอดทนจนตวาดเสียงสูงใส่ร่างสูงในชุดยมทูตสีดำขลับดั่งขนอีกา มือหนายังคงกุมมืออันซีดเซียวของบาทหลวงที่ลมหายใจยังรวยรินใกล้จะเข้าเฝ้าพระผู้เป็นเจ้าที่เขาได้นับถือเข้าไปทุกทีดวงตาสีฟ้าไพลินกำลังสั่นไหวและหม่นลงไปเหมือนกับท้องฟ้าที่เริ่มมืดครึ้มราวที่กำลังโห่ร้องและปรบมือต้อนรับให้ร่างในอ้อมกอดของเขาที่กำลังจะพบกับความ ตาย  

"ท่า...ปีศา..."

เสียงหวานที่สั่นไหวงึมงำในลำคอดังขึ้นมือขาวดั่งหิมะที่ตอนนี้เปรอะไปด้วยเลือดของบาทหลวงนั่นยกขึ้นมาเกลี่ยเกศาสีดำขลับของผู้ที่อยู่เหนือร่างตนก่อนจะสูดลมหายใจเข้าไปเฮือกใหญ่พร้อมแต้มรอยยิ้มสีหวานนั่นบนใบหน้าตนด้วยความฝืน

"ข้าบอ...แล้วใ่ช่มั้...ข้าน่ะไม่เค...กลั...ความตายเล... ค่อก!"

เลือดสีข้นทะลักออกมาจากปากคนที่ฝืนพูดโอโซมัตสึไม่รู้จะพูดอะไรออกไปทำได้แต่กอดตัวของคารามัตสึแน่นขึ้นราวกลับไม่อยากให้ร่างเล็กนั่นหายไปสุดท้ายมือที่กำลังสั่นเทาบาทหลวงก็ดึงโอโซมัตสึเข้ามารับสัมผัสจากริมฝีปากสีกุหลาบอุ่นนั่นอย่างเบาๆกลิ่นและรสสนิมในปากของทั้งคู่ผสมผสานกันการจุมพิตอันเนิบนาบและยาวนานของทั้งสองทำเอายมทูตที่กำลังมองพวกเขาทั้งด้วยความริษยาและเบื่อหน่ายแต่ก็ทำอะไรไม่ได้และไม่อยากขัดมากนักเพราะเช่นไรมันก็ไม่มีปาฎิหารย์เกิดขึ้นอยู่แล้วเพราะนี่คือโลกแห่งความจริง อิจมัตสึจึงทำได้แต่ยืนดูเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเงียบและทำหน้าที่ผู้ดูที่ดี

"ถึงแม้...ข้...ต้องตาย...ขอแค่ได้อยู่อ้..มกอ...ของท่าน ข้าก็จ...ยอมรับมันไว้..."

"ข้ารัก..ท่า- อุ้ก! อั่ก-"

ยังไม่ทันได้พูดจบบาทหลวงก็สำรอกเลือดออกมาระลอกใหญ่ก่อนที่ร่างบางกระตุกเหมือนกับว่าร่างกายนั้นรับความเจ็บปวดนั้นจนไม่ไหวแล้วเอวบางนั้นบิดเบี้ยวไปมาอย่างรุนแรง ดวงตาสีฟ้าไพลินที่เคยสั่นระริกและเต็มไปด้วยน้ำตาสีใสเปรอะเต็มใบหน้าจะแปรเปลี่ยนเป็นดวงตาสีเทาดั่งเพชรเงางามและปิดลงไปในที่สุด ร่างกายที่เคยอบอุ่นที่เคยกอดไว้ก็เริ่มเย็บเฉียบขึ้นมีแต่เพียงความอบอุ่นของเลือดสีแดงสดข้นที่ยังทะลักออกมาจากบาดแผลตรงหน้าท้องเนียนสีขาวส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งผสมกับกลิ่นไฟที่เริ่มขยายแผ่เป็นวงกว้างและมอดกางเขนไปเป็นตอตะโกเสียแล้ว

ดวงตาสีแดงโกเมนหม่นตอนนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงเลือดสดๆดั่งทับทิมเม็ดโตน้ำตาของลูกชายซาตานผู้แกร่งกล้าได้หลั่งออกมาเป็นครั้งแรกในชีวิตเมื่อร่างในอ้อมกอดของเขาเริ่มเย็นเฉียบไปแล้วเป็นสัญญาณว่าคนในอ้อมอกแกร่งของได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับมาได้อีกแล้ว
น้ำตานั่นทำเอาเจ้าของดวงตาสีอเมทิสต์ที่กำลังเศร้าใจเช่นกันแสร้งหัวเราะดั่งลั่นไปทั่วโบสถ์ที่กำลังลุกเป็นไฟรอบๆกายของทั้งสามและสวมบทเล่นเป็นตัวร้ายในบทร่ายรำนี้ต่อไป

"ข้าเข้าใจแล้วว่าท่านพี่รักเจ้าบาทหลวงนี่ขนาดไหน! ถึงขนาดกลับตัวกลับใจจากการเป็นปีศาจขอยกเลิกภารกิจแล้วก็หนีจากใต้ภิภพเพื่อขึ้นมาอยู่กับเจ้าบาทหลวง..."

 "นี่น่ะหรอความรักที่สามารถทำให้ท่านละทิ้งจากตัวตนที่เป็น?"

อิจิมัตสึพูดดูถูกดูแคลนผู้เป็นพี่ด้วยความละอายและผิดหวัง แต่เขาเองก็แอบปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาเองก็แอบหลงรักบาทหลวงที่หมดหายใจสิ้นใจตายคาอกของโอโซมัตสึตรงหน้าเขาเช่นกันแต่ยังไงหน้าที่คือหน้าที่ เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะตอบรับหรือปฏิเสธงานที่ถูกนายเหนือหัวสั่งมาได้เขาคือปีศาจในคราบยมทูตธรรมดาๆไม่ใช่ปีศาจชั้นสูงแบบโอโซมัตสึที่จะสามารถทำอะไรก็ได้ตามใจชอบก็ได้
ถ้าจะให้พูด โอโซมัตสึได้แย่งทุกๆอย่างไปจากเขาแม้แต่หน้าที่การงาน,สถานะทางสังคมภายใต้ภิภพรวมถึงคนที่เขานั้นหลงรักด้วย
ด้วยความคิดชั่ววูบนั่นทำให้ดวงตาสีม่วงอเมทิสต์แสดงถึงดวงตาอันปวดร้าวดั่งอัญมนีที่แตกหักและไร้ค่า 
ซึ่งนั่นก็ไม่ต่างจากสถานะของเขาหากเทียบกับพี่ชายของเขาผู้ได้รับทุกๆอย่างจากพ่อ
.
.
.
.
ดวงตาที่แตกสลายไปเพราะความรักและริษยาที่มีต่อพี่ของตน
.
.
.
.
โอโซมัตสึที่เห็นความรู้สึกเพียงชั่ววูบนั่นก็ทำให้เขาเข้าใจทุกอย่าง 
ยมทูตผู้ขึ้นชื่อว่าคือน้องของตนที่อยู่ตรงหน้านั้นก็ไม่ได้ต่างจากเขาเลยก็เป็นได้เพียงเหล่าปีศาจผู้โง่เขลาที่พยายามแย่งชิงบาทหลวงผู้น่าสงสาร มือซีดบางของผู้ที่ควรจะหมดลมหายใจไปแล้วถูกยกขึ้นมาทาบบนใบหน้าหยาบกร้านของโอโซมัตสึด้วยมือของปีศาจอย่างอาลัยอาวรณ์
อิจิมัตสึที่เห็นภาพตรงหน้าเขาก็แอบโมโหเล็กน้อย เขายังไม่เคยได้จับผิวพรรณเนียนของบาทหลวงเลยแม้แต่น้อยแต่คนตรงหน้ากลับได้สัมผัสได้ทุกอย่างบนร่างกายของบาทหลวง 
ในเมื่อบาทหลวงได้ตายไปแล้วก็ถือว่าตัวเขานั้นสำเร็จภารกิจและจะได้ยศถาบรรดาศักดิ์ที่เขาสมควรจะได้รับจากท่านพ่อเสียที ถึงแม้นั่นจะแลกกับการสูญเสียคนที่เขารักจนสุดหัวใจแต่ก็อย่างที่เขาที่คิดไป แล้วเขาห้ามได้ด้วยเหรอ? สถานะของเขาในตอนนี้เองก็ไม่ต่างจากจัณฑานที่ต้องรับใช้คนตายเป็นโลกาใต้ภิภพอย่างน่าอดสูเท่านั้น ไม่มีสิทะิ์พูดอะไรทั้งนั้น

ไม่มีสิทธิ์อะไรตั้งแต่แรกเกิดด้วยซ้ำไป

ยมทูตรีบออกจากโบสถ์ที่กำลังล่มสลายไปเพราะไฟโลกัณฑ์ แต่ก็ยังไม่ลืมทิ้งท้ายให้โอโซมัตสึที่กำลังนั่งกอดร่างไร้วิญญาณด้วยสายตาที่คาดเดาไม่ออก นั่นมันทำให้อิจิมัตสึอึดอัดจนแทบอยากจะต่อยหน้าอีกฝ่ายให้รู้แล้วรู้รอดไปแต่ก็ทำไม่ลง เขาจะทำร้ายปีศาจที่คนที่ตนแอบรักไม่ได้มันก็ไม่ต่างจากทำร้ายคนที่เขารักเลยเช่นกัน

"การที่เจ้าคร่ำครวญให้ตายยังไง ไอ้บาทหลวงเฮงซวยคนรักเจ้ามันก็ไม่กลับมาหรอก"

"...นั่นมันก็เพราะเจ้าไม่ใช่รึไง?"

"แล้วเจ้าคิดว่าข้าอยากทำมันนักรึไง? เลิกพาลไปทั่วได้แล้ว"

คำพูดนั่นทำให้โอโซมัตสึนิ่งไปชั่วขณะก่อนจะระบายยิ้มที่อิจิมัตสึเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก รอยยิ้มที่ดูอบอุ่นต่างจากรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เลือดเย็นที่เขาได้พบพานมันจากทั้งพี่ใหญ่และพ่อของทั้งสองมาทั้งชีวิต

'นี่พี่ข้าเปลี่่ยนไปขนาดนี้เพราะบาทหลวงนี่น่ะหรือ?'

"ข้ารักคารามัตสึ"

เสียงทุ้มนุ่มดังหลังจากที่พวกเขาทั้งสองเดินออกมาจากโบสถ์ที่กลายเป็นตอตะโกพร้อมกับศพของ บาทหลว ในอ้อมกอดโอโซมัตสึ อิจิมัตสึเหล่มองพี่ชายตนด้วยความงุนงงพร้อมกับสายฝนที่เริ่มตกลงมาพรำๆหลังจากที่ก่อนหน้านี้ท้องฟ้ามันมืดสนิท ชะล้างไฟโลกัณที่กำลังแผดเผ

"...เรื่องนั้นข้ารู้ ไม่งั้นข้าจะพูดเช่นนั้นกับท่านพี่ไปทำไม?"

เสียงเรียบต่ำตอบกลับไปเมื่อเห็นปีศาจผู้เป็นพี่ชายเงียบไปราวกับต้องการให้ยมทูตข้างกายตอบอะไรตนไปบ้าง

"ข้าน่ะ อยู่ไม่ได้หรอกหากไม่มีเขาแล้ว"

ดวงตาสีแดงโกเมนหม่นมองไปที่ร่างของผู้ที่จากไปแล้วที่ตนโอบไว้ น้ำเสียงอันเจ็บปวดไร้ความขี้เล่นแบบที่เคยเป็นทำเอาอิจิมัตสึอึดอัดจนอยากจะร้องตะโกนออกมาดังๆว่า

'ไม่ใช่แค่เจ้าคนเดียวที่เสียใจเขาเองก็เสียใจ เสียใจมากๆเลยด้วย!'

'เสียใจตอนที่เจ้าบาทหลวงเลือกท่านพี่ไม่ใช่ตัวข้า เสียใจที่ต้องฆ่าคนที่ตนรักกับมือ!'

'เจ้าคิดว่าข้ามีความสุขนักรึอย่างไร?' 

แต่สุดท้ายยมทูตก็ไม่ได้กล่าวร้ายหรือด่าอะไรให้กับปีศาจผู้มีศักดิ์เป็นพี่เพราะตอนนี้ทั้งคู่ก็เสียใจพอๆกันไม่มีใครหรอกที่จะสามารถยิ้มได้หลังจากสูญเสียคนสำคัญไปแบบไม่กลับมา และทั้งคู่คงจะไม่มีโอกาศได้พบพานกับคนรักของตนอีกแล้ว
.
.
.
.
.
.
.
.
จริงน่ะหรือ?
.
.
.
.
.
.
.
.
.
"นี่คาราจาง นี่จังมีคำถามแหละ"

ชายหนุ่มร่างสูงที่กำลังนอนบนตักของชายผู้ที่ถูกถามในห้องนั่งเล่นของบ้นมัตสึโนะ
หน้าตาของทั้งคู่ดูคล้ายคลึงกันเหลือเกิน 


แต่ในคล้ายคลึงก็ยังมีความแตกต่างอยู่


"ว่าไงเหรอโอโซมัตสึ?"

มือแข็งกร้านของชายผู้ตั้งคำถามนามว่า โอโซมัตสึ จับมือของคารามัตสึทั้งสองข้างอย่างถนุถนอม เขาระบายยิ้มที่ดูเป็นคนขี้เล่นแต่ก็ดูลึกลับให้ได้ประจักษ์ ก่อนเอ่ยถามคำถามประหลาดๆจนพี่ให้เขาถึงกับตกใจไปตามๆกัน

"นายรักฉันม้ั้ย?"

เสียงที่ฟังดูขี้เล่นแต่ใบหน้านั้นกลับเต็มไปด้วยความจริงจังทำเอาชายในชุดปาก้าสีน้ำเงินนั้นได้แต่อ้ำอึ้งด้วยความเคอะเขินไม่กล้าตอบ เขารีบเบนสายตาหลบใบหน้าคมนั่นไปก่อนจะค่อยพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ดูเบาแต่หนักแน่นในเวลาเดียวกัน

"ก็ต้องรักอยู่แล้วสิ"

หลังพูดจบเขาก็ค่อยๆหันหน้ากลับมามองปฏิกิริยาของพี่ตนก็พบว่าเจ้าตัวยิ้มแฉ่งให้อยู่ น้ำเสียงหัวเราะที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความดีใจกลบเสียงหัวเราะที่ดูน่าเศร้าและดูสิ้นหวังไปจนหมดสิ้น

"ขอบคุณนะที่ยังรักกันอยู่ ขอบคุณจริงๆ"

"เดี๋ยวสิ อยู่ๆพูดเรื่องอะไรเนี่ย?"

"อะไรล่ะนายเขินเหรอ แหมอิไต๊มัตสึเนี่ยน่ารักจังน้--อุ๊ก?!"

ยังไม่ทันจะจบประโยคก็โดนคารามัตสึประเคนหมัดเข้าแก้มไปเรียบร้อย เมื่อโอโซมัตสึค่อยๆยันตัวลุกหมายจะแกล้งเจ้าตัวต่อก็ดันไปเห็นสิ่งที่น่ารักสุดๆเข้าให้ เพราะน้ำตาสีใสติดอยู่ข้างหางตาเฉียบคมของคารามัตสึแถมกับใบหน้าที่ดูแดงเพราะทั้งเขินและโกรธนั่นมันทำให้เจ้าตัวน่ารักขึ้นเป็นกอง 

'ข้างหน้าของเขานี่มันคือเทวดาใช่มั้ย?!'

คิดแล้วก็รีบกระโจนเข้าหาร่างสูงโปร่งทันที ร่างที่ทับซ้อนกันยิ่งทำให้อุณหภูมิในร่างกายนั้นมันยิ่งสูงขึ้นคารามัตสึที่ตอนแรกยังมีความโกรธต่อพี่ใหญ่ไม่น้อยก็ถูกความเขินอายกลบไปจนหมดสิ้น เขาพยายามพลักร่างเหนือกายเขาออกเนื่องด้วยว่าพละกำลังเขาเยอะกว่าคนข้างบนอยู่แล้วจึงดันออกอย่างง่ายดาย ดวงตาสีอความารีนต์ใสดั่งท้องทะเลสั่นระริกไปมา
บรรยากาศยามเย็นด้วยมีแสงอาทิตย์สีส้มสาดส่องลงมาจูบกายทั้งสองพร้อมกับคำมั่นสัญญาและคำขออันดูหอมหวานช่างดูบาดตาสำหรับใครบางคนที่อยู่ภายหลังประตูบ้านนั้นเหลือเกิน

"รักกันดีสินะพี่ใหญ่กับไอ้เฮงซวยเนี่ย..."

เสียงเท้าของอิจิมัตสึค่อยๆจากไปหลังบานประตูนั้นช้าๆก่อนจะสวมรองเท้าของตนแล้วจากไปจากบ้านมัตสึโนะ ดวงตาสีม่วงอเมทิสต์ฉายแววไร้ความรู้สึกแต่ยังไงเขาก็ยังไม่สามารถปฏิเสธน้ำตาที่พรั่งพรูออกมาได้ 

เขาดีใจที่ทั้งสองรักกันแต่เขาเองก็เสียใจที่ชาตินี้เขานั้นก็ยังไม่ได้บาทหลวงผู้นั้นมาครอบครอง อิจิมัตสึนั่งลงบนเก้าอี้สวนสาธารณะของอาคัตสึกะก่อนจะมือของสองนั้นกุมเสื้อสีม่วงเข้มตนไว้ก่อนจะค่อยๆร้องออกมาเงียบๆเพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกต


ทำไมกันนะ

ทำไมผมถึงไม่ได้บาทหลวงมาครอบครองกันนะ?

ทำไมพระเจ้าต้องทรงกลั่นแกล้งผมขนาดนี้?

รึเพราะบาทหลวงผู้สูงส่งก็ควรจะบรรจับกับปีศาจชั้นสูงงั้นเหรอ?

ตรรกะบ้าบออะไรกัน!



"นี่พี่อิจิมัตสึ? ร้องไห้อยู่อย่างนั้นเหรอ?"

เสียงของจูชิมัตสึดังอยู่ข้างหูเมื่อเขาหันไปก็พบกับรอยยิ้มอันสดใสคอยยิ้มให้เขาอยุ่ ก่อนจะค่อยๆสวมกอดปลอบชายหนุ่มขี้แงเมื่อกี้อย่้างแผ่วเบา

"กำลังเสียใจอยู่อย่างงั้นเหรอ?"

"ไม่เป็นไรหรอกนะ!"

เสียงพูดของจูชิมัตสึดูสั่นเครือจนทำอิจิมัตสึเริ่มสงสัยแต่ไม่สามารถเห็นหน้าของชายหนุ่มผู้เป็นน้องได้เพราะจูชิมัตสึเองก็กำลังก้มหน้าอยู่ มือสากของอิจิมัตสึค่อยๆเงยขึ้นใบหน้าอันสดใสของจูชิมัตสึพร้อมกับดวงตาสีนิลประกายอำพันที่ดูเปล่งประกายซะจนแสบตาเจ้าตัวว่าจบก็นั่งลงข้างๆพี่ชายของตน

"เพราะผมน่ะ ไม่ชอบเห็นน้ำตาของพี่สุดเข้มแข็งของผมหรอกนะ!"

"เพราะตอนนี้เราก็รู้สึกเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?"


เมื่อประโยคสุดท้ายหลุดออกมาจากปากของเด็กชายผู้เป็นดั่งดวงตะวันก็ทำให้พี่ของเขาตกใจอยู่ไม่น้อย น้องคนที่ห้าต้องการจะสื่ออะไร?

เขาไม่เข้าใจซักนิด...

"น-นายหมายความว่าไงน่ะจูชิมัตสึ?"

"ที่ว่าเราเองก็เหมือนกั..."

"การตกหลุมรักคนของศาสนามันไม่ใช่เรื่องที่ดี"

"อีกอย่างบาทหลวงก็ไม่สามารถที่จะสมรสหรือมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งซึ่งนั่นคือกฏหมายเด็ดขาด"

"ถึงแม้คารามัตสึนี่ซังจะรักใครก็ตามจุดจบก็คือความตายอยู่ดี"

จูชิมัตสึพูดด้วยใบหน้าที่ไร้รอยยิ้มทำให้บรรยากาศมันดูจริงจังจนน่าอึดอัด น้ำลายเหนียวฝืดติดในลำคอจนพูดอะไรไม่ออกความรู้สึกที่มันจุกจากเหตุการณ์ที่พบมาเมื่อครู่กับความจริงในสมัยชาติคราก่อนก็ตบหน้าเขาซ้ำอีกทีจนมันพูดไม่ออก แต่น้ำตาก็ไม่ยอมไหลออกมาแม้แต่หยดเดียว
จูชิมัตสึยังคงนั่งนิ่งๆมองพี่ชายตนก่อนจะลูบหัวพี่ตนอย่างแผ่วเบาและเผยยิ้มกว้างอันสดใสที่จุดประกายโลกให้สว่างขึ้น

"เศร้าไปมันก็ไม่ได้หรอกนะ! ถึงจะเสียใจไปร้องไห้ไปพี่ก็ทำให้ทั้งคู่จากกันไม่ได้หรอก"

"ดังนั้นพี่ก็ต้องลึกขึ้นพร้อมที่จะเผชิญกับมันแล้วก็กามข้ามมันไปให้ได้! ใช่มั้ยล่ะฮะ?"

อิจิมัตสึได้แต่นั่งนิ่งไม่พูดอะไร สายตาที่มองไม่ออกทำให้จูชิมัตสึชะงักคำพูดของตนไปชั่วขณะก่อนที่จะมีเสียงหัวเราะหึๆดังออกมาจากคนที่ยังคงนั่งกมหน้าก้มตาอยู่

"นายพูดถูก...แต่ฉันต้องการเวลาอีกซักหน่อย"

"งั้นเราก็มาพยายามด้วยกันนะฮะ! ก้าวผ่านปัญหาไปด้วยกันล่ะ ฮะฮ่าดูน่าสนุกจังนะ!"

ว่าแล้วทั้งสองก็เดินกลับบ้านอย่างมีความสุข เตรียมพร้อมที่จะเดินทางบนเส้นทางที่เรียกว่า 'ชีวิต' ต่อไป


when there's snow, there's always fall.
when we are alone, our curtain always fall.
 
when there's rain, there's always sunshine.
shining against beautiful vines.

just one last time before the sun goes down.

E N D ?

---------------------------------------------------------------------------


สวัสดีค่ะเราcherimatsuเอง! ก็จบไปแล้วนะคะกับพาร์ทแรก(ตอนสุดท้ายมันเหมือนม.ม.จูชิอิจิลยนะเนี่ย ให้ตายสิ5555) เรารู้ว่าต้องมีคนงงแน่ๆเลยว่าอิจิตกหลุมรักคารามัตสึได้ยังไงซึ่งนั้นก็คือพาร์ทต่อไปที่เรากำลังแต่งนี่ล่ะค่ะแต่คงจะมีต่อแค่พาร์ทเดียวแล้วก็อาจจะหายยาวเลยนะคะ5555 
สารภาพว่าแต่งแล้วเหนื่อยมากไม่ไหว เรื่องนี้คือดองรวมๆ5เดือนได้เพราะเราชอบหมดแพชชั่นระหว่างแต่งบ่อยๆด้วย แง
ยังไงก็ขอฝากตัวเอาไว้ตรงนี้นะคะ!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น