คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #9 : งานเลี้ยงต้อนรับ
รุ่งเช้าของวันใหม่ อวี้เหมยรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนวนรอบตัวเธอ เธอตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย พลางกุมขมับที่เริ่มเจ็บแปลบเมื่อคิดถึงฤทธิ์ของสุราที่เธอดื่มเมื่อคืนนี้ จนทำให้เธอสงสัยว่า แค่แก้วเดียวทำไมถึงได้ส่งผลร้ายขนาดนี้
“บ้าจริง! แค่สุราแก้วเดียวเอง ทำไมมันถึงได้ทำร้ายฉันขนาดนี้!” อวี้เหมยพึมพำกับตัวเอง พลางถอนหายใจอย่างหมดหวัง ก่อนที่จะนึกย้อนกลับไปถึงเมื่อคืนที่ผ่านมา แต่ภาพความทรงจำกลับมีเพียงความพร่าเบลอ ไม่มีอะไรชัดเจนเลยแม้แต่น้อย
“เฮ้อ…กลับมาได้ยังไง?” เธอนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง มองไปรอบๆ ห้องที่ดูคุ้นเคย แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความสงสัย ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความอายที่ไหลเข้ามาแทนที่ ภาพที่เธอจำไม่ได้ ทำให้เธอไม่สามารถแน่ใจได้เลยว่าเมื่อคืนนี้เธอทำอะไรไปบ้าง
“ต้องเป็นเม่ยหลันแน่ๆ ที่พากลับมา” อวี้เหมยคิดในใจ ขณะกำลังพยายามนึกถึงเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น หากเธอทำเรื่องน่าขายหน้าหรือเป็นที่หัวเราะเยาะของคนอื่น เธอก็ยิ่งรู้สึกเครียดมากขึ้นไปอีก
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้น พร้อมกับเสียงของเม่ยหลันที่ดังเข้ามา “คุณหนู คุณหนูตื่นหรือยัง? วันนี้มีอาหารเช้าเตรียมไว้ให้แล้วนะเจ้าคะ”
“อืม…ตื่นแล้ว” อวี้เหมยตอบเสียงแหบแห้ง ขยี้ตาไปมาเพื่อให้เห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น แม้จะคิดในใจว่าถึงเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับเม่ยหลัน และต้องรู้ให้ได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนคืออะไร
ประตูเปิดออก และเม่ยหลันก็เดินเข้ามาในห้อง สีหน้าของเธอเป็นไปอย่างปกติ แต่ความจริงแล้วในใจของเธอเองก็มีกระแสความกังวลอยู่ไม่น้อย เนื่องจากเธอรู้ดีถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน
“คุณหนูรู้สึกดีขึ้นหรือยังเจ้าคะ?” เม่ยหลันถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย แต่ภายในกลับมีรอยยิ้มที่เก็บซ่อนไว้ นางเองรู้ว่าควรจะพูดอะไรหรือไม่พูดอะไรดี เพื่อไม่ให้คุณหนูของนางรู้สึกอายจนเกินไป
“ดีขึ้นนิดหน่อย ขอบใจเจ้ามากนะ” อวี้เหมยพยายามตอบกลับด้วยรอยยิ้ม แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ค่อยเป็นธรรมชาติเท่าไรนัก
เม่ยหลันส่งยิ้มกลับมา ก่อนจะเข้าไปช่วยนางจัดเตรียมตัวสำหรับอาหารเช้า “ถ้าอย่างนั้นคุณหนูล้างหน้าล้างตาก่อนเถอะเจ้าค่ะ จะได้ไปทานอาหารเช้า เดี๋ยวจะได้มีแรงไว้คิดเรื่องอื่นๆ”
“อืม…เจ้าพูดถูก!” อวี้เหมยรับคำอย่างลังเล เมื่อคิดถึงเรื่องที่ต้องทำและต้องพูด แต่กลับรู้สึกว่าความอยากรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้มีมากกว่า
หลังจากที่ทั้งสองคนไปถึงโต๊ะอาหารที่เตรียมไว้ ก็เริ่มมีกลิ่นอาหารหอมกรุ่นโชยเข้ามา ทำให้หัวใจของอวี้เหมยรู้สึกตื่นตัวขึ้นมาอีกครั้ง เธอนั่งลงที่โต๊ะพลางสังเกตเห็นเม่ยหลันกำลังจัดอาหารให้เธออย่างเรียบร้อย
“เม่ยหลัน” อวี้เหมยเรียกเสียงเบา “เมื่อคืน…มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า?” นางกัดฟันถามออกไปด้วยความกล้า เพราะรู้ดีว่ามันคือคำถามที่สำคัญที่สุดในตอนนี้
เม่ยหลันมองหน้าอวี้เหมยอย่างลังเล ก่อนจะเอ่ยออกไปอย่างระมัดระวัง “ก็…ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ คุณหนูเพียงแค่ดื่มมากไปหน่อย…จนเผลอหลับไป” นางหยุดพูดและส่งยิ้มบางๆ
คำพูดของเม่ยหลันทำให้หัวใจของอวี้เหมยเต้นแรง ทั้งความโล่งอกและความกังวลยังคงประเดประดังอยู่ในใจ “ไม่มีอะไร…จริงๆ หรือ?”
“เอ่อ…ไม่มีอะไรจริงๆเจ้าคะ” เม่ยหลันยืนยัน พร้อมกับซ่อนรอยยิ้มไว้ในใจ เนื่องจากนางรู้ดีว่าคุณหนูของนางได้ทำเรื่องที่ค่อนข้างแปลกประหลาดในคืนนั้น แต่ก็ไม่อยากให้เธอต้องอับอายมากไปกว่านี้
“ถ้าเช่นนั้น…ทานอาหารกันเถอะ” อวี้เหมยตัดสินใจที่จะไม่คิดมาก เธอเริ่มตักอาหารในจานแต่ในใจก็ยังสงสัยว่าเมื่อคืนนี้ได้ทำอะไรไปบ้าง
ในขณะที่พวกเธอกินอาหารกันต่อไป อวี้เหมยกลับรู้สึกได้ถึงความตึงเครียดในอากาศ แต่ไม่อาจรู้ได้ว่าอาจมีสิ่งที่น่าตื่นเต้นรออยู่ข้างหน้า เมื่อตอนนี้เธอได้แต่หวังว่าตัวเองจะไม่ทำให้ชีวิตของเธอพังพินาศไปมากกว่านี้…
“จริงสิ วันนี้มีงานเลี้ยงใช่ไหมนะ?” อวี้เหมยถามขึ้นมาอย่างกระตือรือร้น หลังจากที่เริ่มรู้สึกดีขึ้นจากฤทธิ์สุรา “เม่ยหลัน ช่วยเตรียมชุดให้ข้าหน่อยนะ”
เม่ยหลันทำหน้าลังเลเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงห่วงใย “คุณหนู ไหวหรือเจ้าคะ? เมื่อคืนดื่มมากไป อาจจะไม่สบายได้”
อวี้เหมยพยายามยิ้มให้เต็มที่ แม้ว่าหัวใจจะยังเต้นตึกตักอยู่ก็ตาม “ไม่เป็นไรหรอก ข้าต้องไปงานเลี้ยง! มันสำคัญนะ และที่สำคัญ ข้ามีสิ่งที่ต้องทำ
“แต่…หากคุณหนูยังรู้สึกไม่สบาย…” เม่ยหลันยังคงแสดงความห่วงใย แม้ว่านางจะรู้ดีว่าคุณหนูของนางมีความตั้งใจที่แข็งแกร่ง
“เม่ยหลัน อย่าเป็นห่วงเลย” อวี้เหมยยืนยัน “ข้าจะพยายามให้ดีที่สุด ข้าไม่อยากพลาดงานเลี้ยงนี้”
“ถ้าเช่นนั้น ก็ให้บ่าวจะช่วยเตรียมชุดให้นะเจ้าคะ” เม่ยหลันตอบอย่างระมัดระวัง แสดงความยินดีในใจที่คุณหนูตัดสินใจจะไปงานเลี้ยง
อวี้เหมยรู้สึกได้ถึงความกระตือรือร้นที่เพิ่มขึ้นในใจ เธอรู้ว่าการไปงานเลี้ยงนี้หมายถึงโอกาสในการแสดงตัวตนของเธอ และอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงในชีวิตของเธอ “ขอบใจมากนะ เม่ยหลัน ข้ารู้ว่าทุกอย่างจะต้องออกมาดี”
“ข้าจะทำให้ดีที่สุดเจ้าค่ะ” เม่ยหลันตอบอย่างมั่นใจ “ข้าจะไปเอาชุดมาให้เดี๋ยวนี้เลย”
เม่ยหลันรีบไปที่ห้องเก็บเสื้อผ้า ขณะที่อวี้เหมยนั่งคิดถึงงานเลี้ยงที่จะเกิดขึ้นและภาพในอนาคตที่เธอหวังไว้ หัวใจของเธอเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความกังวล แต่เธอก็มั่นใจว่าเธอจะต้องเป็นที่จดจำในงานเลี้ยงนี้ให้ได้
เม่ยหลันกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับชุดที่สวยงามและมีสีสันสดใส “นี่คือชุดที่ข้าเลือกให้เจ้าค่ะ คิดว่ามันเหมาะกับคุณหนูนะเจ้าคะ”
อวี้เหมยมองไปที่ชุดแล้วรู้สึกตื่นเต้น “ว้าว! สวยมากเลย ข้าชอบมาก! ขอบใจเจ้าจริงๆ”
“ดีใจที่คุณหนูชอบเจ้าค่ะ” เม่ยหลันยิ้มอย่างมีความสุข “ถ้าเช่นนั้น ข้าจะช่วยคุณหนูแต่งตัวให้เรียบร้อยนะเจ้าคะ”
อวี้เหมยพยักหน้าอย่างเห็นด้วย ขณะที่เม่ยหลันเริ่มช่วยจัดการชุดและแต่งตัวให้นาง ในขณะเดียวกัน ความคิดเรื่องงานเลี้ยงก็เริ่มทำให้เธอรู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง
เมื่อถึงเวลางานเลี้ยง อวี้เหมยรู้สึกตื่นเต้นจนแทบจะเก็บอาการไม่อยู่ ในขณะที่เสียงดนตรีไพเราะและเสียงหัวเราะของผู้คนดังมาจากห้องโถงใหญ่ เธอทำใจให้มั่นคง และตัดสินใจเดินหลบพวกสาวใช้ที่คอยดูแลอยู่ โดยตั้งใจจะแอบเข้ามาในงานเลี้ยง
เธอใช้ความระมัดระวังเดินผ่านประตูด้านข้างที่เปิดอยู่ และทันทีที่ก้าวเข้าไปในห้องโถงใหญ่ สายตาของนางก็ถูกดึงดูดไปที่ผู้คนที่แต่งกายสวยงามที่นั่งอยู่รอบๆ โต๊ะอาหาร และยังมีการแสดงศิลปะการต่อสู้ที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา
“ว้าว!” เสียงอุทานหลุดออกมาจากปากของเธออย่างไม่รู้ตัว
อวี้เหมยค่อยๆ เดินเข้าไปในงานเลี้ยง โดยมีรอยยิ้มกว้างบนใบหน้า แต่ในขณะเดียวกันก็พยายามไม่ให้ใครสังเกตเห็นเธอมากเกินไป เธอคิดว่างานนี้เป็นโอกาสที่ดีในการเรียนรู้เกี่ยวกับคนในจวน และที่สำคัญคือการได้เห็นบรรยากาศที่ต่างจากชีวิตประจำวันของเธอ
ขณะที่เธอเดินสำรวจไปตามบริเวณงานเลี้ยง หูของเธอเริ่มได้ยินเสียงพูดคุยกันเกี่ยวกับการเดินทางของผู้มาเยือน การคาดการณ์เกี่ยวกับสงครามที่กำลังจะมาถึง และข่าวสารที่เกี่ยวกับการเมืองหลวง
“คุณชายใหญ่อวี้ช่างงดงาม…” เสียงหนึ่งกล่าวขึ้น พร้อมกับเสียงหัวเราะของกลุ่มผู้หญิงที่นั่งอยู่ใกล้ๆ
"นั่นสิ ข้าคงต้องหาที่นี่บ่อยๆเสียแล้ว"
อวี้เหมยรู้สึกขนลุกกับสิ่งที่ได้ยิน ในขณะนั้นเอง ความรู้สึกที่เธอเคยมีเมื่อคืนเริ่มกลับมาเป็นระลอก นางรู้สึกว่าเธออยากมีความโดดเด่นแบบนั้นบ้าง เธอพยายามรวบรวมความกล้าและก้าวไปข้างหน้า เพียงเพื่อให้เธอได้สัมผัสกับชีวิตใหม่ที่เธอปรารถนา
ในขณะที่เธอกำลังหลงใหลในบรรยากาศของงานเลี้ยง เสียงดนตรีที่บรรเลงอย่างไพเราะก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง
“ใครให้เจ้าเข้ามากัน!”
-----------------------------------------------------------
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามเรื่องนี้จนถึงตอนนี้นะคะ! ถ้าชอบตอนนี้และอยากเป็นกำลังใจให้นักเขียน สามารถส่งของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ มาให้ได้เลยนะคะ ขอบคุณทุกการสนับสนุนมาก ๆ เลยค่ะ ^-^
ความคิดเห็น