ลมหวน(ทวง)รัก

ตอนที่ 30 : บทที่ 6.3 หน้าที่ของคนรัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,366
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    2 ต.ค. 62

และวันนั้นทั้งสองก็แยกกันแบบเบลอๆ สีดาขอร้องให้เขาปล่อยเธอลงตรงนี้ โดยที่เธอจะกลับไปพักผ่อนที่บ้าน ตลอดทางที่นั่งรถเมล์ปล่อยให้สายลมเย็นๆ พัดตีหน้าเธอเฝ้าภาวนาขอให้ไม่เกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นในอนาคต ยาคุมฉุกเฉินก็กินแล้ว เธอคงไม่โชคร้ายพลาดพลั้งท้องหรอกมั้ง

ด้านธเนศไม่เป็นอันทำอะไร หลังจากอยู่รอจนอีกฝ่ายขึ้นรถโดยสารไปแล้วเขาก็ขับรถกลับมาทำงานต่อที่มหาวิทยาลัย และที่นี่ก็มีปัญหามากมายให้ตามแก้ แต่รอบนี้ดูเหมือนจะ เกินแก้ไปแล้ว

“ผมว่าถึงเวลาแล้วนะ ถ้าคุณไม่ไปศึกษาต่อก็คงต้องลาออก”

มีเพียงสองทางให้เลือกเท่านั้น แม้ธเนศจะเก่งกาจจนหาตัวจับยากแต่เขาก็จบแค่ปริญญาตรี เป็นที่ครหาของอาจารย์ท่านอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยเพราะทุกคนต่างก็จบสูงๆ กันทั้งนั้น

“อย่าทำให้พ่อคุณลำบากใจเลย ท่านต้องการเห็นคุณใช้ชีวิตที่ดี”

ธเนศนั่งฟังคณบดีพูดพร่ำอยู่เงียบๆ ไม่ออกความเห็นหรือแสดงอาการใดๆ 

“สมัยนี้ปริญญาตรีสอนปริญญาตรีไม่ได้แล้วครับ มันนานเกินไปสำหรับอายุงานของคุณ คุณอายุแค่ 37 ผมว่าใช้เวลาไม่เกิน 2 ปีคุณก็จบโทได้สบายๆ และถ้าจะต่อปริญญาเอกเลย ทางมหาวิทยาลัยของเราก็พร้อมให้การสนับสนุน”

 

สีดาลงจากรถเมล์ในเวลาห้าโมงตรง หลังแยกกับเขาเธอจึงตัดสินใจไปร้านหนังสือแถวบ้าน ใช้เวลาอยู่ในนั้นทั้งวันจนกระทั่งสี่โมงเย็น และเมื่อเดินเข้ามาในซอย สิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว เธอผ่านหน้าบ้านธเนศที่ขณะนี้รถเขาจอดอยู่ในนั้นเป็นที่เรียบน้อย แต่พักหลังเขาไม่ยักกะคลุมผ้าแฮะ

สีดาสลัดหัวด้วยไม่อยากคิดถึงเขาให้ใจว้าวุ่น เธอเดินดุ่มๆ เข้าบ้านขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมลงมาทำกิจวัตรประจำวันนั่นก็คือพาเจ้าทาโร่ไปเดินเล่นในหมู่บ้าน

“จา วันนี้มาเร็วๆ หน่อยนะลูก” มารดาตะโกนออกมาจากห้องครัว

“ทำไมอะแม่ กะว่าจะกลับสักทุ่มนึงนะเนี่ย โร่มันไม่ได้ออกไปเดินเล่นนานแล้ว”

สีดาตะโกนตอบท่าน แต่รายนั้นเงียบสนิทไม่มีการตอบรับ พานให้คู่สนทนาสงสัยรีบเดินจ้ำๆ เข้ามาในครัว

“แม่...” สีดาเสียงเครือยามเห็นมารดานั่งอยู่บนเก้าอี้ น้ำตาท่านไหลรินทั้งใบหน้ายังแดงลามลงมายังลำคอ

“ยายป่วยหนัก คืนนี้แม่ต้องไปหายาย”

ตากับยายอาศัยอยู่ที่จังหวัดสระบุรี ซึ่งเมื่อปีก่อนตาเพิ่งเสียชีวิตลงด้วยโรคหัวใจล้มเหลว หลังจากนั้นมายายก็อยู่อย่างเหงาๆ กับป้าจี่พี่สาวแท้ๆ ของแม่และเป็นลูกสาวคนโตของยาย โชคดีที่สระบุรีมีครอบครัวของป้าตั้งรากฐานอยู่ที่นั่น ทำให้ยายไม่ต้องเหงาใช้ชีวิตเพียงลำพัง

“ยายเป็นอะไรมากไหม จาอยากไปหายาย” สีดาน้ำตาคลอยามนึกถึงยายแท้ๆ หากมารดาสั่นหน้าพลางยกมือปาดน้ำตา

“โรคคนแก่นั่นละ จาไปไม่ได้หรอก แม่ไปคราวนี้ว่าจะอยู่กับยายจนกว่าจะหายดี”

“กี่วันอะแม่ วันศุกร์เลิกเรียนแล้วจาจะตามไปนะ”

“แต่จาต้องติวเพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยนะลูก แม่อยากให้ลูกตั้งใจทำเรื่องนั้นก่อน”  แม้ลูกสาวจะไม่ค่อยตั้งใจเรียนแต่นางก็ยังหวังให้ลูกสอบเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ ได้ สีดาทำหน้าคล้ายจะร้องไห้ ณ ตอนนี้เธอเป็นห่วงทั้งยายทั้งแม่

“แล้วแม่จะไปยังไง”

“เดี๋ยวพ่อขับไปส่ง และคงอยู่ค้างกับแม่สักสองสามคืนนะลูก”

“แล้วนี่พี่เดี่ยวรู้หรือยัง” เธอถามถึงรามฤทธิ์

“พี่เขารู้แล้ว จะตามมาวันศุกร์เพราะมีอบรมที่ลำพูน”

“อ้าว! สรุปหนูต้องอยู่บ้านคนเดียวเหรอ” สีดาตกใจที่หวยมาออกที่ตัวเอง หากมารดาส่ายหน้า  

“อยู่กับทาโร่ไง แม่ฝากพี่แดนไปส่งเราตอนเช้าด้วย” แม่ว่าอย่างนั้น

“ไม่เอาอะ เดี๋ยวจาไปเองก็ได้ไม่ต้องลำบากพี่แดนหรอก”

สีดาเริ่มปิดกั้นธเนศอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้คงเป็นการหลบหน้าหลบตาที่แสนยาวนาน เพราะระหว่างเราทั้งคู่ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไป คร้านจะเข้าหน้ากันไม่ติดเสียด้วยซ้ำ

สรุปเย็นนั้นสีดาไม่ได้พาทาโร่ออกไปเดินเล่น แต่เธอก็ออกมานั่งคุยนั่งเล่นกับมันอยู่หน้าบ้าน สองร่างทั้งคนและสุนัขต่างก็มองรั้วตาละห้อย

“อยากออกไปวิ่งที่สวนใช่ไหม” ฝ่ามือบางลูบหัวเจ้าทาโร่ มันคงเหงาเพราะปกติเคยออกไปวิ่งเล่นที่สวนหย่อมในหมู่บ้าน

“พรุ่งนี้พี่พาไปนะ”

ว่าแล้วก็กอดร่างใหญ่โตของเจ้าขนปุย ทาโร่เกยหน้าไปมาซ้ายขวาราวกับดีใจที่เจ้าของสุดที่รักกอดมันไว้ กระทั่งเสียงสตาร์ทรถบ้านข้างๆ ดังขึ้น สีดาจึงปล่อยสุนัขเป็นอิสระอย่างรวดเร็ว

บ้าไปแล้วแน่ๆ ไอ้จาเอ๊ย แค่ได้ยินเสียงรถเขาใจก็สั่นจนต้องวิ่งมาหลบร่างบางแง้มประตูไว้เล็กน้อย พอให้เห็นภาพจากข้างบ้าน ธเนศเดินกลับมาเพื่อเลื่อนประตูรั้วปิด ใบหน้าเขาเรียบเฉยไม่แสดงอาการใดๆ ทั้งการแต่งตัวยังดูสบายๆ เพราะสวมเพียงเสื้อโปโลกับกางเกงขาสั้น

“อ๋า ไปออกกำลังกายสินะ”

สีดาไม่รู้ว่าพี่แดนไปออกกำลังกายที่ไหน อย่างไร? เธอรู้เพียงว่าเขามักจะไปออกกำลังกายสามวันต่อสัปดาห์นั่นก็คือ วันจันทร์ พุธ และวันศุกร์ ที่เธอรู้ก็เพราะว่าอยู่บ้านใกล้กันมานานเข้าปีที่ 11

และเขาก็ทำอย่างนี้ตั้งแต่วันแรกที่ย้ายเข้ามา จวบจนถึงวันที่เขาขับรถออกไปโดยไม่หันมามองบ้านของเธอแม้แต่น้อย เชอะ! ไม่มองก็ไม่มองนะ สีดาได้แต่คิดในใจด้วยความเจ็บปวดที่ก่อตัวขึ้น เธอแอบมองเขาในระหว่างที่เขาแทบจะไม่แลกันด้วยซ้ำ


รีอัปลมหวนทวงรัก เพื่อเป็นตัวอย่างในการตัดสินใจซื้อนิยายจ้า อัปให้อ่าน 70% ของเนื้อหาทั้งหมดค่ะ สนใจกดซื้อนิยายผ่านเมบได้ที่ลิงก์ด้านล่างค่ะ

ลมหวน(ทวง)รัก
พี่แดนกับจา



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

529 ความคิดเห็น