มิอาจรัก

ตอนที่ 8 : บทที่ 3.2 สัมผัสหวาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 365
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    28 มิ.ย. 61




“พี่ว่าเรียนเถอะ ไม่ไปโรงเรียนก็ไม่เป็นไร แต่อย่างน้อยก็ควรเรียนที่บ้าน อย่าทำให้ทุกคนเป็นทุกข์ไปมากกว่านี้เลย อีกสิบห้านาทีเจอกันข้างล่างนะ...พี่บังคับ

มาวินตีหน้าเครียด ก่อนหันหลังก้าวยาวๆ จากไป วีชนัฏได้แต่นั่งตัวชา พูดไม่ออกกับสิ่งที่ได้ยินจากมาวิน พี่ชายเธอพูดว่า อย่าทำให้ทุกคนเป็นทุกข์ไปมากกว่านี้

นั่นสิ! เธอไม่ควรนำความทุกข์แผ่วงกว้างไปให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง เธอควรตั้งหน้าตั้งตาทำอะไรเพื่อคนที่รักและเป็นห่วงอย่างคนในครอบครัวบ้าง...

มาวินกลับมาที่ห้องรับแขก บอกทั้งคู่ว่าอีกสิบห้านาทีวีชนัฏจะลงมา ไม่รู้เป็นอะไรเหมือนกัน จู่ๆ โซลก็ใจสั่นเอาดื้อๆ เขาลุ้นกับการปรากฏตัวของเด็กสาววัยสิบแปด

วิน ฉันต้องไปทำงานแล้ว อยู่นานกว่านี้ไม่ได้หรอก ตอนนี้ที่แผนกกำลังวุ่นวาย

อ้าว! ฉันก็ต้องไปเหมือนกัน ไปพร้อมกันเลยสิ

ปรางทิพย์ดูนาฬิกาข้อมืออีกหน เธอต้องไปเดี๋ยวนี้น่ะสิ อยากเจอวีต้าก็อยากเจอ แต่น้ำเสียงลูกน้องที่โทรมาเมื่อครู่ทำให้หัวหน้านั่งไม่ติด โซลมองปรางทิพย์ที่ร้อนรนด้วยความเข้าใจ เพราะเมื่อกี้เขาก็นั่งฟังอยู่ด้วย

ไปทำงานเถอะ โซลรอคนเดียวได้ เขาเสนอ

ไม่เป็นไรหรอก อยู่ด้วยกันทั้งคู่นั่นแหละ เดี๋ยวปรางนั่งแท็กซี่ไปทำงานเอง

ฉันไม่ยอมให้ไปคนเดียวหรอก เอาอย่างนี้แล้วกัน ถ้ายังงั้นเราไปกันเลยก็ได้ คงไม่มีปัญหาอะไรแล้วล่ะ ถ้ายังไงฝากน้องด้วยนะโซล มีอะไรที่รับไม่ไหวก็โทรมาได้ตลอดเวลา

มาวินยื่นนามบัตรให้ โซลพยักหน้าตอบตกลง มาวินมั่นใจว่าวันนี้คงไม่ราบรื่นแน่นอนเพราะน้องสาวของเขาคงพยศไม่มากก็น้อย

 ร่ำลากันพอหอมปากหอมคอ มาวินและปรางทิพย์จึงเดินทางไปทำงาน  โซลได้แต่นั่งรอเวลาต่อไปด้วยใจจดจ่อ ทว่ารอแล้วรอเล่าสาวเจ้าก็ยังไม่มา หนึ่งชั่วโมงผ่านไปก็ยังไร้วี่แวว คนสอนเริ่มหัวเสียเพราะไม่ชอบการรอคอย

ใกล้กันบริเวณประตูหน้าห้องรับแขกมีร่างระหงยืนแอบอยู่ วีชนัฏลอบมองชายแปลกหน้าที่นั่งหันหลังอยู่เงียบๆ เธอไม่อยากเรียนจริงๆ นะ ยิ่งเป็นผู้ชายแล้วด้วยยิ่งฝ่อไปใหญ่ หญิงสาวกอดตำราเรียนแน่น ริมฝีปากเม้มสนิทด้วยความกังวล

คุณหนูมายืนทำอะไรตรงนี้คะ

 เหมือนฟ้าผ่าลงกลางหลัง เมื่อสาวใช้เรียกคุณหนูเสียงดัง หญิงสาวทำสัญญาณห้ามเจ้าหล่อนพูด คนใช้เหวอทันตารีบพยักหน้าและหายเข้าไปในบ้าน วีชนัฏมองตามด้วยท่าทางโล่งอก เตรียมหันกลับมาแอบมองเขาดังเดิม แต่...

อุ๊ย!”

 จู่ๆ ร่างหญิงสาวก็ชนเข้ากับใครบางคนเต็มแรง  หนังสือที่ถืออยู่หล่นลงพื้นทันที วีชนัฏหน้านิ่วด้วยความเจ็บ ใบหน้าเธอปะทะแผงอกแข็งแรงอย่างจัง

ปล่อยให้ผู้ใหญ่รอนานไม่ดีนะ ทำแบบนี้เหมือนคนไม่มีมารยาท เหมือนคนไร้การศึกษา

คนฟังถึงกับตัวสั่นเทิ้ม มีอย่างที่ไหนมาว่าเธอไม่มีมารยาท ไม่มีการศึกษา วีชนัฏเงยหน้าสบตาเขา โซลจ้องมองฝ่ายหญิงด้วยความตะลึงเกินพรรณนา นี่หรือเด็กสาววัยสิบแปดปี วีชนัฏมีใบหน้าสวยราวภาพวาดก็ไม่ปาน ดวงตาของเธอสดใสราวกับมีพลุหลากสีนับพันอยู่ในนั้น จมูกเรียวได้รูปช่างน่ามองน่ายลยิ่งกว่าสิ่งใด ทรวดทรงองค์เอวของสาวเจ้าก็ดีเยี่ยมอย่าบอกใคร เธอหุ่นดีราวนางแบบก็ไม่ปาน...

หนูรู้ค่ะ ว่าหนูไม่ตรงต่อเวลา แต่คุณก็ไม่น่ามาว่ากันแรงขนาดนี้นะคะ ทั้งๆ ที่เราเพิ่งเจอหน้ากันครั้งแรก...ใครกันแน่ที่ไม่มีมารยาท

ประโยคสุดท้ายได้แต่พูดเองในใจ และเมื่อเขาเอาแต่จ้องไม่เลิก วีชนัฏจึงทนไม่ไหวต่อว่าเขาออกไป แต่คนฟังไม่ยักโกรธ กลับสาวเท้าเข้าไปใกล้จดจ้องเธอราวจะกลืนกิน หญิงสาวถอยหลังกรูดด้วยความประหม่า

จะทำอะไร

เมื่อกี้ยังปีกกล้าขาแข็งอยู่เลยนี่ กลัวอะไรกับแค่ฉันเดินเข้าไปใกล้!”

ไม่ได้กลัว แต่มันไม่เหมาะสม เถียงไม่ลดละ

งั้นหรือ แล้วยังไงถึงจะเหมาะสมล่ะ เธอคิดว่าตัวเองทำตัวดีแล้วหรือไง หน้าที่ของเธอคือเรียนหนังสือ แต่กลับไม่ไปโรงเรียนซะอย่างนั้น มิหนำซ้ำยังใช้อำนาจเงินของครอบครัวซื้อสิทธิ์ในการสอบปลายภาคอีกต่างหาก

หยุดนะ!”



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น